หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.เมืองเชียงใหม่ >ต.ศรีภูมิ > วัดเชียงยืน
TL;DR: วัดเชียงยืน อยู่ที่ถนนมณีนพรัตน์ ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น. จุดเด่นคือ พระวิหารล้านนา พระบรมธาตุฐานแปดเหลี่ยมที่มีอิทธิพลศิลปะพม่า และพระอุโบสถแปดเหลี่ยมที่ตั้งแยกออกไปด้านถนนสนามกีฬา.
วัดเชียงยืน

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 18.00 น.
วัดเชียงยืน จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวัดเก่าแก่บริเวณด้านเหนือของเมืองเชียงใหม่ ใกล้ประตูช้างเผือก มีความสำคัญทั้งในฐานะวัดมงคลนาม วัดเดชเมือง และแหล่งโบราณสถานสำคัญของล้านนา จุดเด่นของวัดคือพระสัพพัญญูเจ้าเดชเมือง พระบรมธาตุเชียงยืน พระวิหารล้านนา และพระอุโบสถแปดเหลี่ยมที่ตั้งแยกอยู่ด้านถนนสนามกีฬา นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาไหว้พระ ทำบุญ ชมสถาปัตยกรรม และเรียนรู้ประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่ได้สะดวกจากย่านคูเมืองเก่า
วัดเชียงยืนตั้งอยู่เลขที่ 160 ถนนมณีนพรัตน์ ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวัดที่อยู่ใกล้พื้นที่หัวเวียงด้านเหนือของเมืองเก่าเชียงใหม่ ทำเลของวัดสัมพันธ์กับประตูช้างเผือก ซึ่งในคติทักษาเมืองถือเป็นทิศเดชเมือง ความหมายของชื่อ “เชียงยืน” สื่อถึงความมั่นคง ความยั่งยืน และอายุที่ยืนยาว จึงทำให้วัดแห่งนี้ถูกจดจำในฐานะวัดมงคลนามที่เกี่ยวข้องกับการเริ่มต้นสิ่งสำคัญ การรับตำแหน่ง การเดินทางเข้าสู่เมือง และการขอพรเพื่อความมั่นคงในชีวิต
ความสำคัญของวัดเชียงยืนไม่ได้อยู่เพียงความเป็นวัดเก่าในเขตเมืองเชียงใหม่เท่านั้น แต่ยังผูกพันกับโครงสร้างความเชื่อของเมืองล้านนาในอดีต เมืองเชียงใหม่มีการวางผังที่เชื่อมโยงกับทิศมงคล ประตูเมือง แจ่งเมือง และศูนย์กลางเมือง โดยทิศเหนือหรืออุดรมีความเกี่ยวข้องกับเดชเมือง วัดเชียงยืนจึงเป็นวัดที่มีตำแหน่งเชิงสัญลักษณ์สูง เป็นสถานที่สักการะก่อนเข้าเมือง และเป็นหนึ่งในจุดที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างศาสนา การเมือง การปกครอง และภูมิปัญญาการวางผังเมืองของล้านนา
หลักฐานทางประวัติศาสตร์ระบุว่าวัดเชียงยืนมีการกล่าวถึงมาแล้วก่อนปี พ.ศ. 1955 ผ่านเรื่องราวเกี่ยวกับมหาสวามีพุทธญาณ ต่อมาในช่วงประวัติศาสตร์ล้านนา วัดแห่งนี้ปรากฏในบริบทสำคัญหลายครั้ง เช่น การที่พระไชยเชษฐาเสด็จจากล้านช้างเพื่อมาขึ้นครองเมืองเชียงใหม่ และการที่พระเจ้ากาวิละเสด็จเข้าสู่เมืองเชียงใหม่ โดยมีธรรมเนียมการสักการะพระสัพพัญญูเจ้าเดชเมืองก่อนเข้าสู่เมือง นี่ทำให้วัดเชียงยืนเป็นมากกว่าสถานที่ประกอบศาสนกิจทั่วไป แต่เป็นพื้นที่พิธีกรรมสำคัญที่เกี่ยวข้องกับความชอบธรรม ความเป็นสิริมงคล และการเริ่มต้นรัชสมัยหรือภารกิจสำคัญของเมือง
ในเอกสารและตำนานเมืองเชียงใหม่ วัดเชียงยืนยังถูกเรียกด้วยชื่อที่มีความหมายเกี่ยวกับอายุยืนและความยั่งยืน เช่น วัดฑีฆชีวะวัสสาราม หรือวัดฑีฆายวิสาราม ชื่อเหล่านี้สะท้อนแก่นความหมายเดียวกัน คือสถานที่อันเป็นมงคลต่อบ้านเมืองและชีวิตผู้คน ผู้ที่เดินทางมาสักการะจึงมักตั้งจิตอธิษฐานในเรื่องความมั่นคง ความเจริญรุ่งเรือง การงานที่ก้าวหน้า สุขภาพที่แข็งแรง และความร่มเย็นของครอบครัว
พระสัพพัญญูเจ้าเดชเมืองเป็นพระพุทธรูปสำคัญของวัดเชียงยืน ประดิษฐานภายในพระวิหาร เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปกรรมสมัยเชียงแสน มีความเกี่ยวข้องกับคติการสักการะของกษัตริย์ ผู้ปกครองเมือง แม่ทัพ ข้าราชการ และชาวเมืองตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ความหมายของพระนาม “สัพพัญญู” สื่อถึงพระปัญญารู้แจ้ง ส่วนคำว่า “เดชเมือง” เชื่อมโยงกับทิศเดชของเชียงใหม่ ทำให้พระพุทธรูปองค์นี้เป็นศูนย์รวมศรัทธาที่เด่นที่สุดของวัด
พระวิหารของวัดเชียงยืนตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกของพระบรมธาตุเชียงยืน เป็นอาคารก่ออิฐถือปูนทรงล้านนา มีองค์ประกอบทางศิลปกรรมที่สะท้อนความประณีตของช่างเมืองเหนือ หน้าบันไม้แกะสลักประดับลวดลายพรรณพฤกษาและนกยูงรำแพน บานประตูลงรักปิดทองเป็นรูปทวารบาล ด้านหน้ามีราวบันไดปูนปั้นรูปมกรคายนาค และภายในมีเสาไม้ทรงแปดเหลี่ยมทาสีแดงชาดเขียนลวดลายไทยอย่างงดงาม รายละเอียดเหล่านี้ทำให้พระวิหารเป็นพื้นที่ที่ควรใช้เวลาเดินชมอย่างตั้งใจ ไม่ใช่เพียงเข้าไปไหว้พระแล้วออกจากวัดทันที
พระบรมธาตุเชียงยืนเป็นโบราณสถานสำคัญอีกจุดหนึ่งของวัด มีประวัติสัมพันธ์กับสมัยพญาแก้วภูตาธิปติราช หรือพญาแก้ว โดยมีการสร้างพระบรมธาตุเมื่อปี พ.ศ. 2061 และทำพิธียกฉัตรเมื่อปี พ.ศ. 2064 เดิมรูปแบบของเจดีย์เป็นเจดีย์ทรงระฆังแบบล้านนา ต่อมามีการบูรณะเปลี่ยนแปลงรูปทรงหลายช่วงเวลา โดยเฉพาะฐานขนาดใหญ่ในผังแปดเหลี่ยมที่ได้รับอิทธิพลศิลปะพม่ารุ่นหลัง ภาพรวมขององค์เจดีย์จึงเป็นหลักฐานชั้นดีของการซ้อนทับทางศิลปกรรมระหว่างล้านนาและพม่าในพื้นที่เมืองเชียงใหม่
องค์พระบรมธาตุมีฐานแปดเหลี่ยมทรงสูง ยกเก็จทั้ง 4 มุม ประดับปูนปั้นลวดลายดอกไม้ สิงห์ และเทวดานั่งพนมมือประจำทิศ องค์ระฆังอยู่ในผังแปดเหลี่ยม เหนือขึ้นไปประกอบด้วยบัลลังก์ ก้านฉัตร บัวฝาละมี ปล้องไฉน ปลียอด และฉัตรยอดเจดีย์ เมื่อมองจากระยะใกล้จะเห็นว่าพระบรมธาตุเชียงยืนไม่ได้งามเฉพาะรูปทรงโดยรวม แต่ยังงามจากรายละเอียดประดับที่ทำหน้าที่เล่าเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ การคุ้มครอง และความรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนาในเมืองเชียงใหม่
พระอุโบสถแปดเหลี่ยมเป็นจุดเด่นที่ทำให้วัดเชียงยืนแตกต่างจากวัดอื่นในเมืองเชียงใหม่ อาคารหลังนี้ตั้งอยู่ใกล้ถนนสนามกีฬา บริเวณด้านหน้าโรงเรียนเทศบาลวัดเชียงยืน ไม่ได้ตั้งรวมอยู่ในลานหลักของวัดอย่างที่นักท่องเที่ยวบางคนคาดไว้ ผู้มาเยือนจึงควรเดินออกจากพื้นที่วัดด้านตะวันออกผ่านบริเวณโรงเรียนไปยังฝั่งถนนสนามกีฬา เพื่อชมพระอุโบสถแปดเหลี่ยมและกำแพงแก้วที่ล้อมรอบพื้นที่ไว้โดยเฉพาะ
รูปทรงแปดเหลี่ยมของพระอุโบสถสะท้อนอิทธิพลศิลปะพม่าในเชียงใหม่อย่างเด่นชัด อาคารเป็นสถาปัตยกรรมก่ออิฐถือปูน หลังคากระเบื้องดินขอซ้อนกัน 3 ชั้น เชิงชายไม้ฉลุลายคล้ายขนมปังขิง ซุ้มประตูซ้อนย่อส่วนหลายชั้น ช่องกลางซุ้มประตูประดับปูนปั้นลายพรรณพฤกษา และเหนือกรอบหน้าต่างมีปูนปั้นรูปนกยูง รายละเอียดเหล่านี้ทำให้พระอุโบสถแปดเหลี่ยมเหมาะสำหรับผู้สนใจสถาปัตยกรรมล้านนา ศิลปะพม่า และการอนุรักษ์โบราณสถานในเขตเมืองเก่าเชียงใหม่
พื้นที่โบราณสถานของวัดเชียงยืนมีลักษณะน่าสนใจ เพราะไม่ได้รวมทุกองค์ประกอบไว้ในจุดเดียวทั้งหมด โบราณสถานส่วนหลักอยู่ในบริเวณวัด ขณะที่หอพระหรือพระอุโบสถแปดเหลี่ยมแยกพื้นที่ออกไปเป็นอีกส่วนหนึ่ง มีกำแพงล้อมรอบโดยเฉพาะ อีกด้านหนึ่งของพื้นที่ยังมีโรงเรียนเทศบาลวัดเชียงยืนอยู่ร่วมในบริเวณวัด ทำให้วัดเชียงยืนเป็นพื้นที่ที่เห็นการอยู่ร่วมกันของศาสนสถาน โบราณสถาน ชุมชน และสถานศึกษาได้อย่างชัดเจน
วัดเชียงยืนได้รับการขึ้นทะเบียนและกำหนดขอบเขตโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 96 ตอนที่ 145 ลงวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2522 โดยโบราณสถานสำคัญที่ได้รับการกล่าวถึง ได้แก่ พระบรมธาตุเชียงยืนและพระอุโบสถแปดเหลี่ยม การขึ้นทะเบียนนี้ยืนยันคุณค่าทางประวัติศาสตร์และศิลปกรรมของวัด ทำให้ผู้มาเยือนได้เห็นว่าสถานที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงวัดชุมชน แต่เป็นมรดกวัฒนธรรมของเมืองเชียงใหม่ที่ควรได้รับการดูแลและเยี่ยมชมด้วยความเคารพ
หลักฐานอีกชิ้นที่ช่วยเสริมความสำคัญของวัดคือจารึกฐานพระพุทธรูปวัดเชียงยืน ซึ่งเป็นจารึกอักษรธรรมล้านนา ภาษาไทย กำหนดอายุจากศักราชที่ปรากฏในจารึกตรงกับ พ.ศ. 2375 จารึกระบุเรื่องอุบาสกนามว่าอ้ายกางสร้างพระพุทธรูปถวายวัดเชียงยืนเพื่อค้ำชูพระพุทธศาสนา หลักฐานนี้แสดงให้เห็นว่าวัดเชียงยืนยังคงเป็นศูนย์กลางศรัทธาของชุมชนและผู้คนในช่วงต้นรัตนโกสินทร์ และมีการสร้างพุทธวัตถุเพื่อสืบต่อพระศาสนาในพื้นที่วัดอย่างต่อเนื่อง
ในเชิงประวัติศาสตร์เมือง วัดเชียงยืนเคยเกี่ยวข้องกับพระอภัยสารทะ สังฆปาโมกข์ ปฐมสังฆราชาเมืองนครเชียงใหม่ ทำให้วัดมีความสำคัญทั้งด้านศาสนาและการปกครองคณะสงฆ์ของล้านนา ความสัมพันธ์เช่นนี้ช่วยอธิบายได้ว่าทำไมวัดเชียงยืนจึงเป็นวัดที่กษัตริย์ เจ้านาย ขุนนาง และผู้ปกครองเมืองให้ความเคารพมาอย่างยาวนาน และทำไมธรรมเนียมการมาสักการะก่อนเริ่มภารกิจสำคัญจึงยังคงถูกกล่าวถึงในบริบทของเมืองเชียงใหม่จนถึงปัจจุบัน
ปัจจุบันวัดเชียงยืนยังเป็นวัดที่มีชีวิต ไม่ได้เป็นเพียงโบราณสถานเงียบ ๆ สำหรับการชมสถาปัตยกรรมเท่านั้น ภายในวัดยังมีการทำบุญ ไหว้พระ กิจกรรมทางศาสนา และพิธีกรรมตามปฏิทินพุทธศาสนา เช่น พิธีในช่วงวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา พิธีเวียนเทียน และกิจกรรมในช่วงประเพณีสงกรานต์หรือปี๋ใหม่เมืองเชียงใหม่ วัดจึงยังคงทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมศรัทธาของชุมชนในพื้นที่ศรีภูมิและผู้ที่เดินทางมาจากต่างถิ่น
หนึ่งในพิธีร่วมสมัยที่สะท้อนบทบาทของวัดเชียงยืนคือการจัดพิธีบวงสรวงและสวดอุปปาตะสันติ หรือมหาสันติงหลวง เนื่องในวันจักรี วันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2569 กิจกรรมดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสืบสานประเพณีล้านนาและสร้างความเป็นสิริมงคลแก่ครอบครัว ชุมชน และบ้านเมือง นอกจากนี้ยังมีการเจริญพระพุทธมนต์ สมโภชองค์พระมหาธาตุเจดีย์ และสักการะพระสัพพัญญูเจ้าเดชเมืองในช่วงประเพณีปี๋ใหม่เมือง ซึ่งช่วยให้วัดเชียงยืนยังคงเชื่อมโยงอดีตกับชีวิตผู้คนในปัจจุบันได้อย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจวัดในเชียงใหม่ วัดเชียงยืนเหมาะกับการจัดเส้นทางร่วมกับวัดโลกโมฬี ประตูช้างเผือก วัดเชียงมั่น อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ วัดพระสิงห์ และวัดเจดีย์หลวง เพราะทั้งหมดอยู่ในเขตเมืองเก่าหรือบริเวณใกล้เคียง สามารถเดินทางเชื่อมต่อกันได้ภายในครึ่งวันถึงหนึ่งวัน จุดแข็งของวัดเชียงยืนคือบรรยากาศสงบกว่าวัดท่องเที่ยวขนาดใหญ่ ทำให้มีเวลามองรายละเอียดศิลปกรรมและทำความเข้าใจความหมายทางประวัติศาสตร์โดยไม่เร่งรีบ
ผู้ที่เดินทางมาเยือนควรเริ่มจากการไหว้พระสัพพัญญูเจ้าเดชเมืองในพระวิหาร จากนั้นเดินชมพระบรมธาตุเชียงยืนและรายละเอียดฐานเจดีย์ แล้วจึงเดินต่อไปยังพระอุโบสถแปดเหลี่ยมด้านถนนสนามกีฬา เส้นทางนี้ช่วยให้เข้าใจลำดับความสำคัญของพื้นที่ภายในวัดได้ครบ ทั้งจุดศรัทธาหลัก จุดประวัติศาสตร์สำคัญ และจุดสถาปัตยกรรมเฉพาะตัว หากมีเวลาควรเดินดูรายละเอียดซุ้มประตู หน้าบัน บันได มกรคายนาค ลายปูนปั้น และการจัดวางพื้นที่รอบกำแพงแก้ว
บรรยากาศของวัดเชียงยืนเป็นวัดในเมืองที่ยังมีความสงบ แม้อยู่ใกล้ถนนมณีนพรัตน์และประตูช้างเผือกซึ่งเป็นย่านคมนาคมสำคัญของเมืองเชียงใหม่ ความร่มรื่นของพื้นที่วัด สีขาวและทองของพระบรมธาตุ ความเรียบขรึมของอาคารเก่า และความเป็นวัดชุมชนทำให้สถานที่นี้เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสเชียงใหม่ในมุมลึกกว่าการเช็กอินทั่วไป ผู้มาเยือนจะได้เห็นทั้งความศักดิ์สิทธิ์ ความเก่าแก่ และชีวิตปัจจุบันของชุมชนรอบวัดในพื้นที่เดียวกัน
การแต่งกายควรใช้หลักเดียวกับการเข้าวัดทั่วไป คือแต่งกายสุภาพ ไม่สวมเสื้อเปิดไหล่หรือกางเกงและกระโปรงที่สั้นเกินควร ถอดรองเท้าก่อนเข้าพระวิหารหรืออาคารศาสนสถาน รักษาความสงบ ไม่ส่งเสียงดัง และหลีกเลี่ยงการปีนป่ายหรือสัมผัสองค์ประกอบโบราณสถานโดยไม่จำเป็น เพราะรายละเอียดปูนปั้น งานไม้ และพื้นผิวอาคารเก่าเป็นส่วนหนึ่งของมรดกวัฒนธรรมที่ควรช่วยกันรักษา
ผู้ที่สนใจถ่ายภาพควรให้ความสำคัญกับมุมที่แสดงเอกลักษณ์ของวัด เช่น พระบรมธาตุสีขาวทอง พระวิหารล้านนา ซุ้มประตูและลวดลายปูนปั้นของพระอุโบสถแปดเหลี่ยม รวมถึงมุมกำแพงแก้วบริเวณอาคารแปดเหลี่ยม แสงช่วงเช้าช่วยให้เห็นรายละเอียดอาคารและสีของพระบรมธาตุชัด ส่วนช่วงเย็นเหมาะกับการเดินชมในอากาศที่สบายกว่า แต่ควรวางแผนให้ทันเวลาเปิดเข้าชมและไม่รบกวนกิจกรรมทางศาสนาของวัด
การเดินทาง ไปวัดเชียงยืนทำได้สะดวกมาก เพราะวัดตั้งอยู่บนถนนมณีนพรัตน์ใกล้ประตูช้างเผือก หากอยู่ในเมืองเก่าเชียงใหม่สามารถเดินจากบริเวณประตูช้างเผือกไปยังวัดได้ หรือใช้รถแดง รถตุ๊กตุ๊ก แกร็บ แท็กซี่ รถเช่า และรถจักรยานยนต์เช่า ผู้ที่ขับรถส่วนตัวควรตรวจสภาพการจราจรและที่จอดรถล่วงหน้า เพราะพื้นที่รอบคูเมืองและย่านประตูช้างเผือกมีการจราจรหนาแน่นในบางช่วง โดยเฉพาะช่วงเช้า เย็น และช่วงเทศกาล
หากเริ่มต้นจากสนามบินเชียงใหม่ สามารถใช้รถแท็กซี่สนามบินหรือรถผ่านแอปไปยังวัดเชียงยืนได้ ใช้เวลาเดินทางโดยประมาณ 15–25 นาทีตามสภาพจราจร หากเริ่มจากประตูท่าแพสามารถเดินทางตามแนวคูเมืองด้านในหรือด้านนอกไปยังประตูช้างเผือก แล้วต่อไปยังถนนมณีนพรัตน์ ส่วนผู้ที่พักในย่านเมืองเก่า เชียงมั่น ราชดำเนิน สิงหราช หรือช้างเผือก สามารถวางแผนเดินเที่ยววัดเชียงยืนร่วมกับวัดสำคัญอื่นได้ง่าย
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเยี่ยมชมคือช่วงเช้าและช่วงเย็น เพราะอากาศไม่ร้อนมากและเหมาะกับการเดินชมรายละเอียดสถาปัตยกรรม หากต้องการถ่ายภาพพระบรมธาตุและพระอุโบสถแปดเหลี่ยมควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 45–60 นาที ส่วนผู้ที่ตั้งใจศึกษาประวัติศาสตร์วัด ศิลปะล้านนา และบริบทเดชเมืองเชียงใหม่ ควรเผื่อเวลาเพิ่มเพื่อเดินชมช้า ๆ อ่านป้ายข้อมูล และเปรียบเทียบลักษณะศิลปกรรมของพระวิหาร พระบรมธาตุ และอาคารแปดเหลี่ยม
วัดเชียงยืนเหมาะกับผู้อ่านหลายกลุ่ม ทั้งผู้ที่ต้องการไหว้พระเสริมสิริมงคล นักท่องเที่ยวที่สนใจวัดเก่าเชียงใหม่ ผู้ศึกษาโบราณสถานล้านนา นักถ่ายภาพสถาปัตยกรรม และครอบครัวที่ต้องการพาเด็กเรียนรู้ประวัติศาสตร์เมืองเก่า จุดเด่นที่ควรจำคือวัดนี้มีทั้งพระพุทธรูปสำคัญ พระบรมธาตุที่เกี่ยวข้องกับพญาแก้ว โบราณสถานขึ้นทะเบียน พระอุโบสถแปดเหลี่ยม และความหมายเชิงเมืองในฐานะวัดเดชเมืองเชียงใหม่
สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนทริปเชียงใหม่ วัดเชียงยืนเป็นจุดแวะที่ควรใส่ไว้ในเส้นทางเมืองเก่าตอนเหนือ โดยเฉพาะหากต้องการเที่ยววัดที่มีเนื้อหาทางประวัติศาสตร์มากกว่าความสวยงามภายนอก วัดนี้ช่วยเปิดมุมมองเรื่องเมืองเชียงใหม่ในฐานะเมืองที่ถูกวางผังด้วยคติ ศาสนา และอำนาจทางสัญลักษณ์ เมื่อเข้าใจว่าวัดเชียงยืนสัมพันธ์กับประตูช้างเผือก เดชเมือง พระสัพพัญญูเจ้า และพิธีเข้าสู่เมือง ภาพของเชียงใหม่จะลึกขึ้นกว่าการมองเมืองเก่าเป็นเพียงย่านท่องเที่ยว
วัดเชียงยืนจึงเป็นวัดที่ควรเดินชมด้วยความตั้งใจ เพราะทุกองค์ประกอบมีเรื่องเล่า ตั้งแต่ชื่อวัดที่สื่อถึงความยั่งยืน พระสัพพัญญูเจ้าเดชเมืองที่เป็นศูนย์รวมศรัทธา พระบรมธาตุเชียงยืนที่สะท้อนประวัติศาสตร์ล้านนาและอิทธิพลพม่า พระวิหารที่เก็บรายละเอียดศิลปกรรมเมืองเหนือ ไปจนถึงพระอุโบสถแปดเหลี่ยมที่ตั้งแยกอย่างมีเอกลักษณ์ หากต้องการเข้าใจเชียงใหม่ผ่านวัดโบราณสักแห่ง วัดเชียงยืนเป็นจุดเริ่มต้นที่ให้ทั้งความสงบ ความรู้ และความหมายทางวัฒนธรรมอย่างครบถ้วน
| ชื่อสถานที่ | วัดเชียงยืน |
| ที่ตั้ง | ถนนมณีนพรัตน์ ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ |
| ที่อยู่ | 160 ถนนมณีนพรัตน์ ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50200 |
| พิกัด | 18.79633, 98.98878 |
| ไฮไลต์ | วัดเดชเมืองเชียงใหม่ พระสัพพัญญูเจ้าเดชเมือง พระบรมธาตุเชียงยืน และพระอุโบสถแปดเหลี่ยม |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | มีหลักฐานกล่าวถึงก่อนปี พ.ศ. 1955 พระบรมธาตุเชียงยืนสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2061 และทำพิธียกฉัตรเมื่อปี พ.ศ. 2064 มีจารึกฐานพระพุทธรูปกำหนดอายุ พ.ศ. 2375 |
| ที่มาของชื่อ | เชียงยืน หมายถึงความมั่นคง ยั่งยืน และอายุยืน สอดคล้องกับชื่อโบราณที่มีความหมายเกี่ยวกับชีวิตยืนยาว |
| ลักษณะเด่น | พระวิหารล้านนา พระบรมธาตุฐานแปดเหลี่ยมที่มีอิทธิพลศิลปะพม่า และพระอุโบสถแปดเหลี่ยมที่ตั้งแยกออกไปด้านถนนสนามกีฬา |
| สิ่งสำคัญภายในวัด | พระสัพพัญญูเจ้าเดชเมือง พระบรมธาตุเชียงยืน พระวิหาร พระอุโบสถแปดเหลี่ยม หอพระ และกำแพงแก้ว |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | พื้นที่วัดหลัก พระวิหาร พระบรมธาตุเชียงยืน พื้นที่โรงเรียนเทศบาลวัดเชียงยืน และพื้นที่พระอุโบสถแปดเหลี่ยมด้านถนนสนามกีฬา |
| การเดินทาง | เดินทางได้สะดวกจากประตูช้างเผือก ใช้รถแดง รถตุ๊กตุ๊ก แกร็บ แท็กซี่ รถเช่า รถจักรยานยนต์เช่า หรือเดินจากย่านเมืองเก่าตอนเหนือ |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าชมและยังมีกิจกรรมทางศาสนาอย่างต่อเนื่อง |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 18.00 น. |
| ค่าเข้า | ไม่เสียค่าเข้าชม |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พระครูสิริญาณวัชร์ วชิรญาโณ |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 081-882-5641 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดโลกโมฬี ประมาณ 1 กม. 2. ประตูช้างเผือก ประมาณ 1 กม. 3. วัดเชียงมั่น ประมาณ 1 กม. 4. อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ ประมาณ 2 กม. 5. วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร ประมาณ 2 กม. 6. วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร ประมาณ 2 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านข้าวซอยคุณยาย ประมาณ 1 กม. โทร. 090-651-7088 2. บายแฮนด์ พิซซ่า คาเฟ่ ประมาณ 1 กม. โทร. 063-882-8195 3. เฟิร์น ฟอเรสต์ คาเฟ่ ประมาณ 1 กม. โทร. 084-616-1144 4. เดอะเฮาส์ บาย จินเจอร์ ประมาณ 1 กม. โทร. 053-287-681 5. เฮือนม่วนใจ๋ ประมาณ 2 กม. โทร. 053-404-998 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. เลอ คานาล บูติก เฮาส์ ประมาณ 1 กม. โทร. 053-221-304 2. ไอคอน พาร์ค โฮเทล เชียงใหม่ ประมาณ 1 กม. โทร. 053-287-178 3. เมอร์เคียว เชียงใหม่ ประมาณ 1 กม. โทร. 053-225-500 4. บ้านกลางเวียง ประมาณ 1 กม. โทร. 089-200-1272 5. โฮเทลเอ็ม เชียงใหม่ ประมาณ 2 กม. โทร. 053-211-069 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดเชียงยืนอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดเชียงยืนตั้งอยู่เลขที่ 160 ถนนมณีนพรัตน์ ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ใกล้ประตูช้างเผือกและย่านเมืองเก่าตอนเหนือ
ถาม: วัดเชียงยืนเปิดให้เข้าชมวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: วัดเชียงยืนเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น.
ถาม: วัดเชียงยืนเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: วัดเชียงยืนไม่เสียค่าเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถทำบุญหรือบริจาคตามศรัทธาได้
ถาม: ไฮไลต์สำคัญของวัดเชียงยืนคืออะไร?
ตอบ: ไฮไลต์สำคัญคือพระสัพพัญญูเจ้าเดชเมือง พระบรมธาตุเชียงยืน พระวิหารล้านนา และพระอุโบสถแปดเหลี่ยมด้านถนนสนามกีฬา
ถาม: พระสัพพัญญูเจ้าเดชเมืองมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: พระสัพพัญญูเจ้าเดชเมืองเป็นพระพุทธรูปสำคัญของวัดเชียงยืน เชื่อมโยงกับคติเดชเมืองเชียงใหม่ และเป็นพระพุทธรูปที่กษัตริย์ ผู้ปกครองเมือง ข้าราชการ และประชาชนให้ความเคารพสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล
ถาม: พระอุโบสถแปดเหลี่ยมอยู่ในจุดใดของวัด?
ตอบ: พระอุโบสถแปดเหลี่ยมตั้งแยกอยู่บริเวณด้านถนนสนามกีฬา หน้าโรงเรียนเทศบาลวัดเชียงยืน มีกำแพงล้อมรอบพื้นที่ไว้โดยเฉพาะ
ถาม: เดินทางไปวัดเชียงยืนอย่างไร?
ตอบ: สามารถเดินทางจากย่านเมืองเก่าหรือประตูช้างเผือกได้ง่าย ใช้รถแดง รถตุ๊กตุ๊ก แกร็บ แท็กซี่ รถเช่า หรือเดินจากที่พักในย่านเมืองเก่าตอนเหนือ
ถาม: วัดเชียงยืนควรเที่ยวคู่กับสถานที่ใด?
ตอบ: สามารถเที่ยวคู่กับวัดโลกโมฬี ประตูช้างเผือก วัดเชียงมั่น อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ วัดพระสิงห์ และวัดเจดีย์หลวงได้ เพราะอยู่ในเขตเมืองเก่าหรือใกล้เคียงกัน
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ
ปรับปรุงล่าสุด : 3 วันที่แล้ว




