หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.เมืองเชียงใหม่ >ต.พระสิงห์ > วัดทรายมูลพม่า
TL;DR: วัดทรายมูลพม่า อยู่ที่ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เปิดทุกวัน. จุดเด่นคือ สถาปัตยกรรมและพุทธศิลป์แบบพม่าเด่นชัด แตกต่างจากวัดล้านนาโดยรอบ โดยเฉพาะซุ้มประตู วิหาร เจดีย์สีทอง งานประดับกระจก และพระพุทธรูปศิลปะพม่า.

เชียงใหม่

วัดทรายมูลพม่า

วัดทรายมูลพม่า

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเข้าชมทั่วไป: 08.00 – 17.00 น.
 
วัดทรายมูลพม่า หรือที่เรียกกันอีกชื่อว่า วัดทรายมูลม่าน เป็นวัดเก่าแก่ในเขตเมืองเก่าเชียงใหม่ ตั้งอยู่เลขที่ 103 ถนนบำรุงบุรี ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ใกล้แจ่งกะต๊ำ วัดทรายมูลเมือง ประตูเชียงใหม่ และแนวคูเมืองด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ วัดแห่งนี้มีความโดดเด่นในฐานะวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกายที่ยังรักษาอัตลักษณ์พม่าไว้อย่างชัดเจน ทั้งด้านสถาปัตยกรรม พุทธศิลป์ พระเจดีย์สีทอง จองหรืออาคารศาสนสถานแบบพม่า พระพุทธรูปศิลปะพม่า จิตรกรรมฝาผนัง และบทบาทสำคัญในฐานะศูนย์รวมจิตใจของชาวพม่าและชุมชนผู้มีรากวัฒนธรรมพม่าในเชียงใหม่
 
วัดทรายมูลพม่าเป็นหนึ่งในวัดที่ช่วยให้เข้าใจเชียงใหม่ในมิติที่แตกต่างจากภาพวัดล้านนาโดยทั่วไป เพราะวัดแห่งนี้ไม่ได้สะท้อนเฉพาะศิลปะเมืองเหนือแบบล้านนาเท่านั้น แต่ยังแสดงชั้นประวัติศาสตร์ของความสัมพันธ์ระหว่างเชียงใหม่กับพม่า มอญ ชุมชนข้ามถิ่น และผู้คนที่เข้ามาอยู่อาศัยในเมืองเชียงใหม่หลายยุคหลายสมัย ผู้มาเยือนจะได้เห็นความแตกต่างของรูปแบบเจดีย์ สีสันอาคาร งานประดับกระจก พระพุทธรูป และบรรยากาศศรัทธาที่มีลักษณะเฉพาะ เมื่อเทียบกับวัดล้านนารอบคูเมืองเชียงใหม่
 
ชื่อ “ทรายมูล” มีความสัมพันธ์กับภูมิประเทศของเมืองเชียงใหม่ บริเวณมุมเมืองด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้เป็นทิศที่น้ำจากคูเมืองไหลออก ทำให้มีทรายไหลมาทับถมในพื้นที่นี้ จึงเกิดชื่อที่สัมพันธ์กับการทับถมของทราย โดยในบริเวณเดียวกันมีวัดทรายมูลตั้งอยู่ 2 ฝั่ง คือฝั่งหนึ่งเรียกว่า วัดทรายมูลเมือง และอีกฝั่งหนึ่งคือ วัดทรายมูลพม่า หรือวัดทรายมูลม่าน การมีชื่อวัดใกล้เคียงกันแต่มีอัตลักษณ์ต่างกันเช่นนี้ ทำให้พื้นที่แจ่งกะต๊ำและบำรุงบุรีเป็นจุดสำคัญสำหรับการอ่านประวัติศาสตร์เมืองผ่านชื่อวัดและชุมชน
 
คำว่า “ม่าน” ในชื่อวัดทรายมูลม่านเป็นคำที่คนล้านนาใช้เรียกพม่า ชื่อวัดจึงบอกอัตลักษณ์ของพระอารามไว้อย่างตรงไปตรงมา วัดนี้เป็นวัดพม่าที่อยู่ภายในเขตเมืองเชียงใหม่และยังรักษาความต่อเนื่องของชุมชนศรัทธาพม่าได้เด่นชัด การมาเยือนวัดทรายมูลพม่าจึงไม่ใช่เพียงการแวะไหว้พระ แต่เป็นการเห็นร่องรอยทางวัฒนธรรมของกลุ่มคนที่มีบทบาทในเชียงใหม่ ทั้งในฐานะพระสงฆ์ ช่างฝีมือ ผู้ศรัทธา แรงงาน ชุมชน และเครือข่ายครอบครัวที่ยังใช้วัดเป็นพื้นที่รวมตัวในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
 
ประวัติของวัดทรายมูลพม่ามีแกนสำคัญที่เชื่อมโยงกับช่วงที่เชียงใหม่มีความสัมพันธ์ทางการเมืองกับพม่าอย่างลึกซึ้ง ข้อมูลการตั้งวัดระบุปี พ.ศ. 2101 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เมืองเชียงใหม่เข้าสู่บริบทอำนาจพม่าในประวัติศาสตร์ล้านนา ภายหลังมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับการสร้างและการทำนุบำรุงวัดโดยแม่ทัพชาวพม่าชื่อ “จ่ำสัง” หรือทัพชัยสังรามจ่าบ้าน ผู้มีบทบาทเกี่ยวข้องกับกองทัพพม่าในล้านนา วัดจึงกลายเป็นพื้นที่ศรัทธาของชาวพม่ารามัญและลูกหลานชาวพม่าที่อยู่ในเชียงใหม่สืบต่อกันมา
 
สิ่งที่ทำให้วัดทรายมูลพม่ามีคุณค่าเป็นพิเศษคือการรักษาจารีตและรูปแบบศิลปกรรมพม่าไว้ในพื้นที่เมืองเชียงใหม่ วัดพม่าหลายแห่งในเชียงใหม่ค่อย ๆ ลดบทบาทลงตามกาลเวลา แต่บริบทของวัดทรายมูลพม่ายังคงแสดงความเป็นวัดพม่าได้ชัด ทั้งผ่านภาษาบนป้ายวัด สีแดงและสีทองของซุ้มประตู การประดับอาคาร วิหาร กุฏิ พระเจดีย์ และรูปแบบพระพุทธรูป วัดแห่งนี้จึงเป็นพื้นที่ที่ผู้สนใจวัฒนธรรมพม่าในเชียงใหม่ควรให้เวลาเดินชมอย่างละเอียด
 
ในเชิงประวัติศาสตร์ วัดทรายมูลพม่าไม่ได้มีเพียงเรื่องการสร้างวัดในอดีต แต่ยังมีชั้นของการบูรณะและการปรับปรุงอาคารหลายยุค พระวิหารได้รับการบูรณะสำคัญในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 25 โดยใช้อาคารก่ออิฐถือปูนรูปแบบพม่า ส่วนองค์เจดีย์และอาคารต่าง ๆ ภายในวัดก็ได้รับการบูรณะและต่อเติมตามกำลังศรัทธาของพระสงฆ์และชุมชนผู้เกี่ยวข้อง ความต่อเนื่องของการดูแลนี้ทำให้วัดไม่ใช่โบราณสถานที่หยุดนิ่ง แต่เป็นวัดที่มีชีวิตและปรับตัวตามสังคมเมืองเชียงใหม่อย่างต่อเนื่อง
 
จุดสังเกตแรกของวัดทรายมูลพม่าคือซุ้มประตูทางเข้าที่มีลักษณะศิลปะพม่าอย่างชัดเจน สีแดงและสีทองให้ความรู้สึกเข้มข้น สง่างาม และแตกต่างจากซุ้มประตูวัดล้านนาหลายแห่งในเมืองเชียงใหม่ ยอดซุ้มประตูมีรูปทรงที่ให้กลิ่นอายศิลปะพม่า เมื่อเดินผ่านซุ้มเข้าไปจะพบลานวัดและอาคารศาสนสถานที่เรียงตัวอยู่ภายในพื้นที่เมืองเก่าขนาดกะทัดรัด ซุ้มประตูนี้จึงทำหน้าที่เหมือนประตูวัฒนธรรมที่พาผู้มาเยือนเข้าสู่พื้นที่ศรัทธาแบบพม่าในใจกลางเชียงใหม่
 
พระวิหารของวัดทรายมูลพม่าเป็นอาคารก่ออิฐถือปูนเรียบง่าย หลังคาซ้อนกัน 2 ชั้น รูปแบบโดยรวมไม่เน้นความอลังการแบบวัดใหญ่ แต่มีเอกลักษณ์จากสัดส่วน สีสัน และการจัดพื้นที่ภายใน ภายในพระวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยศิลปะพม่าเป็นพระประธาน พระพุทธรูปมีบรรยากาศที่แตกต่างจากพระประธานในวัดล้านนาโดยทั่วไป ทั้งลักษณะพระพักตร์ การตกแต่ง และความรู้สึกทางศิลปะที่สะท้อนสายสัมพันธ์กับพุทธศิลป์พม่า
 
ฝาผนังภายในพระวิหารมีจิตรกรรมเล่าเรื่องพุทธประวัติ เป็นงานเขียนที่ให้รสชาติแตกต่างจากวัดอื่นในเชียงใหม่ จิตรกรรมเหล่านี้มีคุณค่าในฐานะหลักฐานงานช่างของชุมชนพม่าและผู้ศรัทธาที่ใช้ภาพเล่าเรื่องพระพุทธเจ้าแก่ผู้เข้ามาในวัด ภาพเขียนทำหน้าที่ทั้งเป็นงานศิลปะ เป็นสื่อธรรมะ และเป็นองค์ประกอบที่ทำให้วิหารมีบรรยากาศเฉพาะตัว ผู้ชมควรใช้เวลาเดินดูผนังอย่างช้า ๆ เพื่อรับรู้รายละเอียดของเส้น สี ตัวละคร และลำดับเรื่องราวทางพุทธศาสนา
 
นอกจากพระพุทธรูปและจิตรกรรมแล้ว ภายในวัดยังมีรูปแกะสลักไม้และธรรมาสน์เก่าแก่ที่ควรสังเกต ธรรมาสน์เป็นองค์ประกอบสำคัญของวัด เพราะเป็นที่แสดงธรรมและถ่ายทอดคำสอนแก่ศรัทธาญาติโยม รูปแกะสลักไม้สะท้อนฝีมือช่างและความงามแบบงานพุทธศิลป์ที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่พระพุทธรูปหรืออาคารเท่านั้น รายละเอียดเหล่านี้ทำให้วัดทรายมูลพม่าเป็นแหล่งเรียนรู้วัตถุศิลป์ขนาดเล็กที่มีคุณค่าต่อผู้สนใจงานช่างและประวัติศาสตร์ศิลป์
 
ด้านหลังพระวิหารเป็นพระเจดีย์สีทอง 2 องค์ ซึ่งถือเป็นภาพจำสำคัญของวัดทรายมูลพม่า เจดีย์องค์ใหญ่สูงประมาณ 20 เมตร สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2387 และมีลักษณะเลียนแบบเจดีย์ชเวดากอง ฐานซ้อนกันหลายชั้น องค์เจดีย์เป็นทรงระฆังคว่ำ มีลวดลายประดับ และมียอดฉัตรสีทอง 5 ชั้น ส่วนเจดีย์องค์เล็กสูงประมาณ 9 เมตร สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2432 มีรูปแบบศิลปะมอญผสมพม่า ฐานเป็นแปดเหลี่ยมย่อมุมรองรับองค์ระฆังคว่ำ และยอดเป็นฉัตร 7 ชั้น
 
พระเจดีย์ทั้ง 2 องค์ช่วยอธิบายความเป็นวัดพม่าได้อย่างชัดเจน เพราะรูปทรง สีทอง และลักษณะการประดับสะท้อนโลกทัศน์ทางศาสนาแบบพม่าและมอญที่แตกต่างจากเจดีย์ล้านนาในหลายวัดของเชียงใหม่ เจดีย์องค์ใหญ่ที่เลียนแบบชเวดากองทำให้ผู้มาเยือนเห็นสายสัมพันธ์ทางจิตวิญญาณกับพม่าตอนล่างและเมืองย่างกุ้ง ส่วนเจดีย์องค์เล็กสะท้อนการผสมผสานระหว่างมอญกับพม่าในระดับรูปทรงและรายละเอียด จึงควรเดินชมทั้งสององค์คู่กัน ไม่มองข้ามองค์ใดองค์หนึ่ง
 
อีกหนึ่งปูชนียวัตถุสำคัญของวัดคือพระพุทธรูปหยกขาวพม่า ปางปฐมเทศนา สูงประมาณ 5 ฟุต แกะจากหินหยกพม่าโดยช่างฝีมือจากเมืองมัณฑะเลย์ พระพุทธรูปองค์นี้มีคุณค่าทั้งด้านศรัทธาและด้านศิลปกรรม เพราะวัสดุหยกขาว สกุลช่างมัณฑะเลย์ และปางปฐมเทศนาล้วนมีความหมายเฉพาะในพุทธศาสนา ปางปฐมเทศนาเชื่อมโยงกับการประกาศพระธรรมครั้งแรกของพระพุทธเจ้า จึงเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นการเผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างเป็นทางการ
 
อาคารกุฏิของวัดทรายมูลพม่าเป็นอีกส่วนที่สะท้อนความเป็นวัดพม่าชัดเจน กุฏิหรือจองทำหน้าที่ทั้งเป็นพื้นที่พำนักของพระสงฆ์และพื้นที่ศาสนสถานในบางส่วน อาคารกุฏิหลังสำคัญมีรูปแบบก่ออิฐโบกปูนแบบพม่า ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปศิลปะพม่า และมีงานประดับกระจกหลากสีที่ทำให้ผนังด้านหลังองค์พระมีความแวววาว สว่าง และให้บรรยากาศศรัทธาแบบพม่าอย่างเด่นชัด ส่วนกุฏิอีกหลังเป็นอาคารตึก 2 ชั้นสำหรับที่พักพระสงฆ์และพื้นที่ใช้งานของวัด
 
วัดทรายมูลพม่ายังมีความสำคัญในฐานะพื้นที่ทางสังคมของชาวพม่าในเชียงใหม่ บริเวณลานวัดเคยใช้พื้นที่บางส่วนเป็นอาคารชั่วคราวสำหรับการเรียนภาษาพม่าของเด็กชาวพม่าที่เกิดและเติบโตในประเทศไทย เนื่องจากเด็กจำนวนมากใช้ภาษาไทยในชีวิตประจำวัน การสอนภาษาพม่าในช่วงปิดเทอมและกิจกรรมวันหยุดจึงช่วยให้เด็กไม่ลืมภาษา วัฒนธรรม บทสวด และอัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์ของตนเอง บทบาทนี้ทำให้วัดเป็นมากกว่าสถานที่ไหว้พระ แต่เป็นพื้นที่ถ่ายทอดภาษาและความทรงจำของชุมชน
 
กิจกรรมการสอนภาษาพม่าในวัดมีความหมายลึกในเชิงวัฒนธรรม เพราะเด็กที่เติบโตในเมืองไทยอาจห่างจากภาษาบ้านเกิดของครอบครัว การได้มาเรียนภาษา ฟังคำสอน และร่วมกิจกรรมภายในวัด ทำให้เด็กได้เชื่อมโยงกับรากของตนผ่านพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมพม่า วัดจึงทำหน้าที่คล้ายโรงเรียนชุมชน ศูนย์วัฒนธรรม และศูนย์รวมศรัทธาไปพร้อมกัน บทบาทเช่นนี้เป็นหนึ่งในจุดที่ทำให้วัดทรายมูลพม่ามีเนื้อหาทางสังคมร่วมสมัยมากกว่าวัดทั่วไป
 
ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ชาวพม่าในเชียงใหม่มักมารวมตัวกันที่วัดทรายมูลพม่าเพื่อทำบุญ ฟังธรรม สวดมนต์ ถวายภัตตาหาร และร่วมพิธีกรรม วัดจึงเป็นศูนย์กลางของเครือข่ายชุมชนพม่าที่กระจายอยู่ในเมืองเชียงใหม่และพื้นที่ใกล้เคียง นอกจากวันพระใหญ่ เช่น วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา และวันออกพรรษา ยังมีกิจกรรมสวดธรรมจักรตามวาระของชุมชน ซึ่งช่วยรักษาความต่อเนื่องของศรัทธาและภาษาในกลุ่มผู้คน
 
ประเพณีและพิธีกรรมของชาวพม่าที่เกี่ยวข้องกับวัดทรายมูลพม่ายังแสดงให้เห็นการอยู่ร่วมกันของวัฒนธรรมไทยและพม่าในเชียงใหม่ ชาวพม่าที่มาวัดไม่ได้มาร่วมกิจกรรมเฉพาะวันสำคัญทางพม่าเท่านั้น แต่ยังมีการร่วมทำบุญในวาระสำคัญของไทย เช่น วันแม่ วันพ่อ วันลอยกระทง และกิจกรรมเชื่อมความสัมพันธ์ของครอบครัว วัดจึงเป็นพื้นที่ที่วัฒนธรรมพม่าปรับตัวอยู่ในสังคมไทย โดยยังรักษาศรัทธา ภาษา และรูปแบบพิธีกรรมของตนเองไว้ได้
 
วัดทรายมูลพม่ามีเจ้าอาวาสที่เป็นที่รู้จักในชุมชนพม่าคือ พระอาจารย์โกณฑัญญะ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานคณะสงฆ์ของวัดในช่วงหลังจากพระเถระรูปเดิมมรณภาพ บทบาทของพระอาจารย์โกณฑัญญะสะท้อนความต่อเนื่องของวัดในฐานะวัดพม่าที่สำคัญของเชียงใหม่ การมีพระพม่าดูแลวัดทำให้ผู้ศรัทธาชาวพม่ารู้สึกผูกพันกับวัดมากขึ้น และช่วยรักษารูปแบบการปฏิบัติ พิธีกรรม ภาษา และความสัมพันธ์ของชุมชนไว้ในพื้นที่เมืองเชียงใหม่
 
ปัจจุบันวัดทรายมูลพม่ายังเปิดให้ผู้ศรัทธาและนักท่องเที่ยวเข้าชม เป็นวัดที่มีชีวิตทางศาสนาและสังคม ไม่ใช่วัดร้างหรือสถานที่ที่มีเพียงร่องรอยทางประวัติศาสตร์ ความเคลื่อนไหวของชุมชน พิธีทำบุญ การเรียนภาษา และการดูแลศาสนสถานอย่างต่อเนื่องทำให้วัดยังเป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้คน โดยเฉพาะชาวพม่าในเชียงใหม่และผู้ที่สนใจรากทางวัฒนธรรมพม่าในเมืองเก่า
 
การเดินทางไปวัดทรายมูลพม่าทำได้สะดวก เพราะวัดตั้งอยู่บริเวณถนนบำรุงบุรี ใกล้แจ่งกะต๊ำและประตูเชียงใหม่ หากเริ่มจากประตูเชียงใหม่สามารถเดินเลียบถนนบำรุงบุรีหรือถนนมูลเมืองด้านในมายังวัดได้ในระยะใกล้ หากเริ่มจากวัดเจดีย์หลวงหรือถนนพระปกเกล้า สามารถเดินลงมาทางด้านใต้ของเมืองเก่าและเชื่อมเข้าสู่พื้นที่แจ่งกะต๊ำได้ ผู้ที่พักในเขตเมืองเก่าด้านใต้ ย่านท่าแพ หรือย่านไนท์บาซาร์สามารถใช้รถแดง รถตุ๊กตุ๊ก รถจักรยานยนต์รับจ้าง หรือเดินต่อจากจุดใกล้เคียงได้สะดวก
 
ผู้ที่ใช้รถส่วนตัวควรวางแผนเรื่องที่จอดรถ เพราะวัดตั้งอยู่ในพื้นที่เมืองเก่าที่มีถนนและซอยค่อนข้างจำกัด โดยเฉพาะช่วงวันหยุด ช่วงเย็น และช่วงที่มีกิจกรรมในย่านประตูเชียงใหม่หรือถนนคนเดินวัวลาย การเดินทางด้วยรถโดยสารท้องถิ่นหรือเดินจากที่พักใกล้เคียงมักสะดวกกว่า หากต้องการชมวัดอย่างสงบควรเลือกช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายก่อนเย็น เพราะอากาศไม่ร้อนจัดและเหมาะกับการเดินชมอาคาร เจดีย์ และรายละเอียดภายในวัด
 
วัดทรายมูลพม่าสามารถจัดรวมในเส้นทางเที่ยววัดรอบแจ่งกะต๊ำได้อย่างดี ผู้มาเยือนสามารถเริ่มจากวัดทรายมูลพม่า แล้วเดินต่อไปยังวัดทรายมูลเมือง วัดเมืองมาง วัดพวกช้าง แจ่งกะต๊ำ ประตูเชียงใหม่ กาดประตูเชียงใหม่ ถนนคนเดินวัวลาย และวัดเจดีย์หลวง เส้นทางนี้ทำให้เห็นทั้งวัดพม่า วัดล้านนา ชุมชนเก่า ตลาดเมือง และภูมิทัศน์รอบคูเมืองด้านใต้ของเชียงใหม่ในระยะที่เชื่อมต่อกันได้ง่าย
 
สำหรับผู้สนใจศิลปกรรม วัดทรายมูลพม่าควรถูกชมคู่กับวัดพม่าและวัดที่มีอิทธิพลพม่าแห่งอื่นในเชียงใหม่ เช่น วัดป่าเป้า วัดมหาวัน และวัดแสนฝาง เพื่อเปรียบเทียบรูปทรงเจดีย์ สีสันอาคาร งานประดับกระจก และพระพุทธรูปศิลปะพม่า การชมหลายวัดร่วมกันจะช่วยให้เข้าใจว่าเชียงใหม่ไม่ได้เป็นเมืองที่มีศิลปะล้านนาเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเมืองที่มีชั้นวัฒนธรรมพม่า มอญ ไทใหญ่ และกลุ่มชาติพันธุ์อื่นผสมอยู่ในภูมิทัศน์ศาสนสถานอย่างชัดเจน
 
มารยาทในการเข้าชมวัดทรายมูลพม่าควรให้ความสำคัญกับความเป็นศาสนสถานและความหลากหลายทางวัฒนธรรม ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ ใช้เสียงอย่างเหมาะสม ถอดรองเท้าก่อนเข้าสู่พื้นที่ที่กำหนด ไม่รบกวนพระสงฆ์หรือผู้มาทำบุญ และถ่ายภาพอย่างสำรวม หากพบว่ามีการเรียนการสอนเด็ก พิธีกรรมของชุมชน หรือกิจกรรมวันสำคัญ ควรหลีกทางให้ผู้ปฏิบัติศาสนกิจและเคารพรูปแบบปฏิบัติของชุมชนพม่าในวัด
 
โดยสรุป วัดทรายมูลพม่าเป็นวัดสำคัญในเมืองเชียงใหม่ที่มีคุณค่าเกินกว่าการเป็นจุดท่องเที่ยวขนาดเล็ก วัดแห่งนี้รวบรวมประวัติศาสตร์เชียงใหม่ยุคสัมพันธ์กับพม่า ชื่อวัดที่เชื่อมกับภูมิประเทศของคูเมือง สถาปัตยกรรมพม่า พระเจดีย์ทอง 2 องค์ วิหารพม่า พระพุทธรูปหยกขาวจากช่างมัณฑะเลย์ จิตรกรรมฝาผนัง พื้นที่เรียนภาษาพม่า และบทบาทศูนย์รวมจิตใจของชาวพม่าในเชียงใหม่ไว้ในพื้นที่เดียวกัน ผู้ที่ต้องการเข้าใจเชียงใหม่ในมิติที่ลึกและหลากหลายควรแวะวัดทรายมูลพม่าอย่างตั้งใจ เพราะที่นี่เป็นหนึ่งในหลักฐานสำคัญของความเป็นเมืองพหุวัฒนธรรมในภาคเหนือ
 
ชื่อสถานที่วัดทรายมูลพม่า
ชื่ออื่น / ชื่อเดิมวัดทรายมูลม่าน, วัดมูลม่าน
ประเภทวัดวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย
ที่ตั้งตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
ที่อยู่เลขที่ 103 ถนนบำรุงบุรี ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50200
พิกัดละติจูด 18.78216, ลองจิจูด 98.99123
ไฮไลต์วัดพม่าในเมืองเก่าเชียงใหม่ ซุ้มประตูสีแดงทอง วิหารศิลปะพม่า พระเจดีย์ทอง 2 องค์ พระพุทธรูปหยกขาวพม่า และบทบาทศูนย์รวมจิตใจของชาวพม่าในเชียงใหม่
ประวัติ / สมัย / ยุคตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2101 และมีการบูรณะพัฒนาอาคารสำคัญหลายช่วง โดยเฉพาะวิหาร กุฏิ และเจดีย์ที่สะท้อนศิลปะพม่าในเมืองเชียงใหม่
ที่มาของชื่อชื่อทรายมูลสัมพันธ์กับบริเวณที่ทรายจากคูเมืองไหลมาทับถม ส่วนคำว่า “ม่าน” เป็นคำล้านนาที่ใช้เรียกพม่า จึงสะท้อนอัตลักษณ์ของวัดพม่าในพื้นที่เมืองเชียงใหม่
ผู้เกี่ยวข้องกับการสร้าง / บูรณะแม่ทัพชาวพม่าชื่อจ่ำสัง หรือทัพชัยสังรามจ่าบ้าน และคณะศรัทธาชาวพม่าที่ทำนุบำรุงวัดสืบต่อกันมา
ลักษณะเด่นสถาปัตยกรรมและพุทธศิลป์แบบพม่าเด่นชัด แตกต่างจากวัดล้านนาโดยรอบ โดยเฉพาะซุ้มประตู วิหาร เจดีย์สีทอง งานประดับกระจก และพระพุทธรูปศิลปะพม่า
สิ่งสำคัญภายในวัดพระวิหาร พระประธานศิลปะพม่า จิตรกรรมฝาผนังพุทธประวัติ ธรรมาสน์เก่า รูปแกะสลักไม้ พระเจดีย์ทอง 2 องค์ กุฏิหรือจอง และพระพุทธรูปหยกขาวพม่า
พระเจดีย์มีเจดีย์สีทอง 2 องค์ องค์ใหญ่สูงประมาณ 20 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2387 มีลักษณะเลียนแบบเจดีย์ชเวดากอง และองค์เล็กสูงประมาณ 9 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2432 เป็นศิลปะมอญผสมพม่า
พระพุทธรูปสำคัญพระประธานศิลปะพม่าในพระวิหาร พระพุทธรูปศิลปะพม่าในกุฏิ และพระพุทธรูปหยกขาวพม่าปางปฐมเทศนา สูงประมาณ 5 ฟุต แกะจากหินหยกพม่าโดยช่างเมืองมัณฑะเลย์
บทบาทชุมชนเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวพม่าในเชียงใหม่ มีบทบาทด้านศาสนา วัฒนธรรม ภาษา กิจกรรมชุมชน และการเรียนภาษาพม่าของเด็กในช่วงปิดเทอมและวันหยุด
ประเพณี / กิจกรรมที่เกี่ยวข้องการทำบุญวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา การสวดธรรมจักร กิจกรรมชุมชนชาวพม่า การเรียนภาษาพม่า และกิจกรรมเชื่อมความสัมพันธ์ของครอบครัวชาวพม่าในเชียงใหม่
การเดินทางเดินทางสะดวกจากประตูเชียงใหม่ แจ่งกะต๊ำ วัดทรายมูลเมือง ถนนมูลเมือง และถนนบำรุงบุรี สามารถเดิน รถแดง รถตุ๊กตุ๊ก รถจักรยานยนต์รับจ้าง หรือรถส่วนตัวเข้าสู่พื้นที่เมืองเก่าด้านใต้
สถานะปัจจุบันเปิดให้ผู้ศรัทธาและนักท่องเที่ยวเข้าชม เป็นวัดที่ยังมีศาสนกิจและบทบาทชุมชนต่อเนื่อง
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเข้าชมทั่วไป08.00 – 17.00 น.
เจ้าอาวาส / ผู้ดูแลพระอาจารย์โกณฑัญญะ
สิ่งอำนวยความสะดวกพระวิหาร พื้นที่ไหว้พระ ลานวัด กุฏิสงฆ์ ศาลาการเปรียญหรือพื้นที่โรงอาหาร พื้นที่กิจกรรมชุมชน และพื้นที่จอดรถตามสภาพพื้นที่เมืองเก่า
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญซุ้มประตูทางเข้า พระวิหาร พระเจดีย์ทอง 2 องค์ กุฏิหรือจอง ศาลาการเปรียญ ลานวัด พื้นที่เรียนภาษา และพื้นที่กิจกรรมศรัทธาชาวพม่า
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. วัดทรายมูลเมือง ประมาณ 0.1 กม.
2. แจ่งกะต๊ำ ประมาณ 0.2 กม.
3. วัดเมืองมาง ประมาณ 0.2 กม.
4. วัดพวกช้าง ประมาณ 0.3 กม.
5. ประตูเชียงใหม่ ประมาณ 0.3 กม.
6. กาดประตูเชียงใหม่ ประมาณ 0.4 กม.
7. ถนนคนเดินวัวลาย ประมาณ 0.5 กม.
8. วัดเจดีย์หลวง ประมาณ 0.7 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. Pee Yai Restaurant ประมาณ 0.1 กม. โทร. 088-232-4074
2. Owen Bistro ประมาณ 0.1 กม. โทร. 083-322-2052
3. Dash Teak House ประมาณ 0.4 กม. โทร. 053-279-230, 085-347-7554
4. See You Soon Cafe ประมาณ 0.6 กม. โทร. 081-880-8380
5. เทียนเซียง ประมาณ 0.7 กม. โทร. 053-206-056, 053-281-487
6. Aroon Rai Restaurant ประมาณ 0.8 กม. โทร. 053-276-947
7. เฮือนเพ็ญ ประมาณ 1 กม. โทร. 053-814-548
ที่พักใกล้เคียง1. All In 1 Guesthouse ประมาณ 0.2 กม. โทร. 053-271-133
2. Villa Lantara Chiang Mai ประมาณ 0.3 กม. โทร. 053-282-122
3. Kodchasri Thani Heritage Collections ประมาณ 0.4 กม. โทร. 053-281-950
4. Hotel De Nara ประมาณ 0.5 กม. โทร. 053-271-224
5. Wealth Boutique Hotel Chiang Mai ประมาณ 0.6 กม. โทร. 053-903-703
6. The Old City Wall Inn ประมาณ 0.8 กม. โทร. 096-679-7990
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดทรายมูลพม่าอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดทรายมูลพม่าตั้งอยู่เลขที่ 103 ถนนบำรุงบุรี ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ใกล้แจ่งกะต๊ำ วัดทรายมูลเมือง ประตูเชียงใหม่ และคูเมืองด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้
 
ถาม: วัดทรายมูลพม่าเปิดวันไหน?
ตอบ: วัดทรายมูลพม่าเปิดทุกวัน โดยช่วง 08.00 – 17.00 น. เป็นช่วงเวลาเข้าชมทั่วไปที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวและผู้ศรัทธา
 
ถาม: วัดทรายมูลพม่ามีชื่อเดิมว่าอะไร?
ตอบ: วัดทรายมูลพม่ามีชื่อเดิมและชื่อเรียกอีกชื่อว่า วัดมูลม่าน หรือวัดทรายมูลม่าน โดยคำว่า “ม่าน” เป็นคำที่ใช้เรียกพม่าในบริบทล้านนา
 
ถาม: จุดเด่นของวัดทรายมูลพม่าคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นของวัดคือสถาปัตยกรรมพม่า ซุ้มประตูสีแดงทอง พระวิหารศิลปะพม่า จิตรกรรมฝาผนัง พระเจดีย์ทอง 2 องค์ พระพุทธรูปหยกขาวพม่า และบทบาทศูนย์รวมจิตใจของชาวพม่าในเชียงใหม่
 
ถาม: พระเจดีย์วัดทรายมูลพม่ามีลักษณะอย่างไร?
ตอบ: วัดมีพระเจดีย์สีทอง 2 องค์ องค์ใหญ่สูงประมาณ 20 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2387 มีลักษณะเลียนแบบเจดีย์ชเวดากอง ส่วนองค์เล็กสูงประมาณ 9 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2432 เป็นศิลปะมอญผสมพม่า
 
ถาม: วัดทรายมูลพม่าเกี่ยวข้องกับชุมชนพม่าในเชียงใหม่อย่างไร?
ตอบ: วัดทรายมูลพม่าเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวพม่าในเชียงใหม่ มีการทำบุญวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา การสวดมนต์ กิจกรรมชุมชน และการเรียนภาษาพม่าของเด็ก เพื่อรักษาภาษาและวัฒนธรรมของชุมชน
 
ถาม: เดินทางไปวัดทรายมูลพม่าอย่างไร?
ตอบ: สามารถเดินทางจากประตูเชียงใหม่ แจ่งกะต๊ำ ถนนมูลเมือง และถนนบำรุงบุรีได้สะดวก ใช้การเดิน รถแดง รถตุ๊กตุ๊ก รถจักรยานยนต์รับจ้าง หรือรถส่วนตัว โดยควรวางแผนเรื่องที่จอดรถในพื้นที่เมืองเก่า
 
ถาม: ควรเที่ยววัดทรายมูลพม่าร่วมกับสถานที่ใด?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับวัดทรายมูลเมือง แจ่งกะต๊ำ วัดเมืองมาง วัดพวกช้าง ประตูเชียงใหม่ กาดประตูเชียงใหม่ ถนนคนเดินวัวลาย และวัดเจดีย์หลวงได้ในเส้นทางเดียวกัน

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัดประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคเหนือ

ปรับปรุงล่าสุด : 4 วันที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
https://www.lovethailand.org/อ.เมืองเชียงใหม่(121)
https://www.lovethailand.org/อ.จอมทอง(47)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่แจ่ม(25)
https://www.lovethailand.org/อ.เชียงดาว(33)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยสะเก็ด(68)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่แตง(85)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่ริม(69)
https://www.lovethailand.org/อ.สะเมิง(29)
https://www.lovethailand.org/อ.ฝาง(71)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่อาย(62)
https://www.lovethailand.org/อ.พร้าว(70)
https://www.lovethailand.org/อ.สันป่าตอง(105)
https://www.lovethailand.org/อ.สันกำแพง(66)
https://www.lovethailand.org/อ.สันทราย(73)
https://www.lovethailand.org/อ.หางดง(74)
https://www.lovethailand.org/อ.ฮอด(32)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยเต่า(22)
https://www.lovethailand.org/อ.อมก๋อย(11)
https://www.lovethailand.org/อ.สารภี(74)
https://www.lovethailand.org/อ.เวียงแหง(15)
https://www.lovethailand.org/อ.ไชยปราการ(28)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่วาง(32)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่ออน(22)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยหล่อ(34)
https://www.lovethailand.org/อ.กัลยาณิวัฒนา(1)