หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.เมืองเชียงใหม่ >ต.ป่าแดด > วัดป่าแดด (วัดดอนแก้ว)
TL;DR: วัดป่าแดด (วัดดอนแก้ว) อยู่ที่หมู่ที่ 13 ตำบลป่าแดด อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เปิดทุกวัน เวลา 08.30 – 17.00 น. การเดินทางสะดวก เดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ลงมาทางตำบลป่าแดด ใช้เส้นทางถนนป่าแดดเหนือ ถนนมหิดล ถนนเชียงใหม่-หางดง หรือถนนวงแหวนรอบเมือง.

เชียงใหม่

วัดป่าแดด (วัดดอนแก้ว)

วัดป่าแดด (วัดดอนแก้ว)

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 17.00 น.
 
วัดป่าแดด (วัดดอนแก้ว) ตั้งอยู่เลขที่ 70 หมู่ที่ 13 ตำบลป่าแดด อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกายที่มีความโดดเด่นทั้งด้านศิลปกรรมล้านนา ศรัทธาชุมชน และความเป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้คนในพื้นที่ป่าแดด วัดแห่งนี้มีชื่อเดิมว่า “วัดดอนแก้ว” สร้างขึ้นราว พ.ศ. 2345 และได้รับการบูรณะครั้งสำคัญเมื่อ พ.ศ. 2475 แม้พื้นที่วัดไม่ได้ใหญ่โตเมื่อเทียบกับวัดสำคัญหลายแห่งในตัวเมืองเชียงใหม่ แต่ความงดงามของพระวิหารหลวงลายคำ พระเจดีย์สีทอง วิหารพระพิฆเนศ หอไตร และงานปูนปั้นประดับสีทองที่ละเอียดอ่อน ทำให้วัดป่าแดดเป็นวัดที่มีเอกลักษณ์สูงและเป็นจุดหมายสำคัญของผู้ที่ต้องการไหว้พระ ทำบุญ ชมสถาปัตยกรรมล้านนา และสัมผัสวัดชุมชนทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำปิง
 
วัดป่าแดดตั้งอยู่ในตำบลป่าแดด พื้นที่ทางตอนใต้ของอำเภอเมืองเชียงใหม่ ใกล้เส้นทางริมแม่น้ำปิงฝั่งตะวันตก บรรยากาศโดยรอบมีลักษณะเป็นชุมชนกึ่งเมืองกึ่งชนบทที่เงียบกว่าย่านคูเมืองเชียงใหม่ ผู้มาเยือนที่เดินทางออกจากตัวเมืองลงมาทางทิศใต้จะรู้สึกได้ถึงจังหวะที่ค่อย ๆ ผ่อนคลายลง จากถนนที่มีการจราจรหนาแน่นเข้าสู่ชุมชนป่าแดดซึ่งมีวัดเก่า บ้านเรือน ร้านอาหารท้องถิ่น และพื้นที่ศรัทธาของชาวบ้านกระจายอยู่หลายแห่ง วัดป่าแดดจึงเหมาะกับการเที่ยวเชียงใหม่ในมุมที่ลึกกว่าเส้นทางยอดนิยม เพราะทำให้เห็นเชียงใหม่ในฐานะเมืองที่วัดยังเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ไม่ใช่เพียงสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับถ่ายภาพ
 
ชื่อวัดเดิมคือ วัดดอนแก้ว เป็นชื่อที่สะท้อนภูมิประเทศและความหมายเชิงมงคลของพื้นที่ คำว่า “ดอน” สื่อถึงพื้นที่ดอนหรือพื้นที่สูง ส่วน “แก้ว” ในวัฒนธรรมล้านนาและไทยมักสื่อถึงสิ่งมีค่า ความบริสุทธิ์ และความเป็นมงคล ต่อมาวัดเป็นที่รู้จักในชื่อวัดป่าแดด ซึ่งสัมพันธ์กับชื่อชุมชนและตำบลป่าแดดในปัจจุบัน เรื่องเล่าท้องถิ่นบางแหล่งเชื่อมโยงชื่อป่าแดดกับคำเรียกดั้งเดิมเกี่ยวกับพื้นที่ป่าและนกแสด ก่อนค่อย ๆ เปลี่ยนเสียงมาเป็นชื่อป่าแดด การมีทั้งชื่อวัดดอนแก้วและวัดป่าแดดจึงทำให้วัดแห่งนี้มีความหมายสองชั้น คือชั้นของวัดเก่าที่มีชื่อดั้งเดิมและชั้นของวัดที่ผูกพันกับชุมชนป่าแดดร่วมสมัย
 
ประวัติของวัดป่าแดดเริ่มต้นจากการสร้างวัดราว พ.ศ. 2345 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เชียงใหม่และล้านนากำลังฟื้นตัวและปรับโครงสร้างชุมชนหลังยุคประวัติศาสตร์ที่มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและสังคมหลายระลอก การที่วัดดำรงอยู่ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันสะท้อนพลังศรัทธาของชุมชนในพื้นที่ เพราะวัดหนึ่งแห่งจะผ่านกาลเวลายาวนานได้ต้องมีทั้งพระสงฆ์ เจ้าอาวาส คณะศรัทธา ผู้ดูแล และผู้คนในชุมชนร่วมกันอุปถัมภ์รักษา วัดป่าแดดจึงเป็นหลักฐานของความต่อเนื่องทางพุทธศาสนาในชุมชนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำปิง
 
เมื่อ พ.ศ. 2475 วัดป่าแดดได้รับการบูรณะใหม่ ทำให้วัดกลับมามีความสมบูรณ์และมีบทบาทเด่นขึ้นในชุมชน ต่อมาในยุคร่วมสมัย วัดได้รับการพัฒนาหลายส่วน โดยเฉพาะการสร้างและบูรณะพระวิหารหลวงลายคำ พระเจดีย์ วิหารพระพิฆเนศ หอไตร และพื้นที่ประกอบศาสนกิจต่าง ๆ อาคารหลายส่วนภายในวัดมีลักษณะสร้างใหม่หรือบูรณะใหม่ แต่ยังยึดศิลปะล้านนาเป็นแกนหลัก ทำให้วัดมีภาพรวมที่สง่างาม สะอาดตา และมีความละเอียดในรายละเอียดทางช่าง
 
พระวิหารหลวงลายคำเป็นหัวใจสำคัญของวัดป่าแดด วิหารหลังนี้เป็นอาคารปูนทั้งหลังในศิลปะแบบล้านนา มีช่อฟ้า ใบระกา และหางหงส์ประดับอยู่บนหลังคาอย่างงดงาม หน้าบัน ซุ้มประตู และซุ้มหน้าต่างประดับลายปูนปั้นสีทองที่อ่อนช้อยและละเอียดมาก ลวดลายพรรณพฤกษาและองค์ประกอบประดับต่าง ๆ ทำให้พระวิหารดูสว่าง อร่าม และมีพลังทางศรัทธา เมื่อมองจากภายนอกจะเห็นว่าวิหารแทบทุกส่วนมีการประดับด้วยสีทอง จนกลายเป็นภาพจำสำคัญของวัดแห่งนี้
 
ความงดงามของพระวิหารหลวงลายคำไม่ได้อยู่ที่ความอร่ามเพียงอย่างเดียว แต่ยังอยู่ที่การออกแบบพื้นที่ภายในซึ่งไม่มีเสาภายในมาบดบังสายตา ทำให้ผู้เข้าไปไหว้พระสามารถมองเห็นองค์พระประธานและรายละเอียดภายในได้ชัดเจน ภายในวิหารมีพระพุทธรูปศิลปะล้านนาประดิษฐานเป็นพระประธาน โดยมีชื่อเรียกที่ผู้ศรัทธารู้จักว่า หลวงพ่อตาหวาน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปสำคัญของวัดและมีอายุยาวนานกว่า 200 ปี บรรยากาศภายในวิหารจึงให้ความรู้สึกสงบ อ่อนโยน และเต็มไปด้วยความละเอียดของงานศิลป์ล้านนา
 
ผนังภายในพระวิหารเขียนภาพจิตรกรรมเกี่ยวกับพระประธานของวัดสำคัญ ๆ ในภาคเหนือ ทำให้วิหารไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับการสักการะ แต่ยังทำหน้าที่เป็นแหล่งเรียนรู้พุทธศิลป์และศรัทธาของล้านนา ผู้มาเยือนสามารถใช้เวลาเดินชมภาพจิตรกรรมและสังเกตวิธีที่ศิลปินนำพระพุทธรูปสำคัญจากวัดต่าง ๆ มาเล่าไว้บนผนัง การจัดวางเช่นนี้ช่วยให้ผู้ชมมองเห็นเครือข่ายความศรัทธาของภาคเหนือในพื้นที่เดียว และทำให้วัดป่าแดดมีความพิเศษมากกว่าวัดที่มีเพียงอาคารสวยงามภายนอก
 
การสร้างพระวิหารหลวงลายคำในยุคร่วมสมัยสะท้อนบทบาทของคณะศรัทธาและผู้อุปถัมภ์ที่มีต่อวัดอย่างชัดเจน ข้อมูลจากประวัติการบูรณะระบุว่ามีผู้มีจิตศรัทธาจากกรุงเทพฯ นักธุรกิจ และผู้เกี่ยวข้องกับวงการบันเทิงร่วมอุปถัมภ์การสร้างและดูแลวัด โดยมีชื่อของ พลตำรวจโท ประเสริฐ คุณทิพย์รัตน์ เหตระกูล ปรากฏบริเวณหน้าบันด้านนอกพระวิหาร และมีชื่อของคุณประวิทย์กับคุณอรัญญา มาลีนนท์ ปรากฏภายในพระวิหาร รายละเอียดเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าการบูรณะวัดป่าแดดไม่ได้เกิดจากชุมชนท้องถิ่นเพียงอย่างเดียว แต่มีเครือข่ายศรัทธาจากหลายพื้นที่เข้ามาร่วมกันสร้างความงดงามให้ศาสนสถานแห่งนี้
 
พระเจดีย์ของวัดป่าแดดตั้งอยู่ด้านหลังพระวิหาร เป็นเจดีย์ฐานสี่เหลี่ยมยกสูง มีซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูปปางสมาธิทั้ง 4 ด้าน บนฐานเจดีย์มีเจดีย์ขนาดเล็ก 8 องค์ประดับอยู่โดยรอบ องค์เจดีย์เป็นทรงระฆังสีทอง ส่วนยอดประดับด้วยฉัตร 7 ชั้น องค์ประกอบเหล่านี้ทำให้เจดีย์มีความสมดุลระหว่างความสง่างามแบบล้านนาและความหมายทางพุทธศาสนา เจดีย์เป็นพื้นที่ที่ผู้มาเยือนควรเดินชมอย่างสำรวม เพราะเป็นสัญลักษณ์ของการบูชา พระธรรม และความศรัทธาที่ชุมชนร่วมกันดูแลรักษา
 
วิหารพระพิฆเนศเป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญที่ทำให้วัดป่าแดดเป็นที่รู้จักในวงกว้าง วิหารตั้งอยู่ทางทิศใต้ของพระวิหารหลวง เป็นอาคารปูนยกพื้นสูงในสถาปัตยกรรมล้านนา ภายในทาสีแดงชาดทั้งหมดและประดิษฐานพระพิฆเนศที่สร้างจากโลหะสัมฤทธิ์รมดำ องค์พระพิฆเนศมี 4 พระกร ทรงวัชระ บ่วง งา และถ้วยขนม พื้นที่นี้เป็นจุดสักการะที่ผู้ศรัทธานิยมเดินทางมากราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคล การเริ่มต้นงาน ความสำเร็จ ปัญญา และกำลังใจในการดำเนินชีวิต
 
พระพิฆเนศที่วัดป่าแดดมีชื่อที่เชื่อมโยงกับคติความหมายว่าเป็นผู้ประทานความสำเร็จในทิศเหนือ จึงทำให้วัดแห่งนี้เป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้ศรัทธาที่ให้ความเคารพต่อองค์พระพิฆเนศ ภายในบริเวณวิหารยังมีธรรมเนียมการอธิษฐานและบอกคำขอต่อบริวารของพระพิฆเนศตามความเชื่อของผู้ศรัทธา อย่างไรก็ตาม การเดินทางมาไหว้พระพิฆเนศควรทำด้วยความเคารพและเข้าใจว่าพื้นที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของวัดพุทธ ผู้มาเยือนจึงควรให้ความสำคัญกับความสงบ ความสุภาพ และความเหมาะสมของศาสนสถานเป็นหลัก
 
อีกจุดหนึ่งที่ควรชมคือหอไตร ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของวิหารพระพิฆเนศ ติดกับกำแพงด้านหน้าของวัด หอไตรเป็นอาคารปูน 2 ชั้น หน้าบันมีลายไม้ประดับกระจกสี ชั้น 2 มีระเบียงไม้ อาคารลักษณะนี้สะท้อนบทบาทของหอไตรในวัดไทยซึ่งเกี่ยวข้องกับการเก็บรักษาพระธรรมคัมภีร์ แม้ปัจจุบันไม่เปิดให้เข้าไปชมภายใน แต่การชมภายนอกก็ช่วยให้เห็นองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมของวัดได้ครบถ้วนขึ้น
 
วัดป่าแดดยังมีหอมหาเทพบูรพาจารย์ ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งในแนวศรัทธาร่วมสมัยของวัด อาคารมีลักษณะยกพื้นสูง สถาปัตยกรรมล้านนาประยุกต์ ภายในใช้โทนสีแดงและทอง สื่อถึงพลัง ความศรัทธา และความงามเชิงพิธีกรรม จุดนี้เชื่อมโยงกับการสักการะองค์พระพิฆเนศและครูบาอาจารย์ ทำให้วัดป่าแดดมีพื้นที่ทางศรัทธาหลากหลาย ไม่ได้จำกัดเฉพาะการไหว้พระประธานในวิหารเท่านั้น แต่ยังรองรับผู้ที่มาทำบุญและขอพรในมิติความเชื่อที่แตกต่างกัน
 
นอกจากสถาปัตยกรรมและสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้ว วัดป่าแดดยังมีบทบาทด้านการปฏิบัติธรรม โดยได้รับการอนุมัติให้เป็นสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดเชียงใหม่ แห่งที่ 29 บทบาทนี้ทำให้วัดไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยวหรือจุดไหว้พระยอดนิยม แต่ยังเป็นพื้นที่ฝึกจิต เจริญภาวนา และทำกิจกรรมทางธรรมสำหรับผู้ที่ต้องการปฏิบัติอย่างจริงจัง การเป็นสำนักปฏิบัติธรรมทำให้วัดมีความสำคัญทั้งในเชิงศรัทธาและการศึกษาธรรมะ
 
เจ้าอาวาสและผู้ดูแลวัดในข้อมูลล่าสุดคือ พระครูภาวนาวชิรธรรม วิ. ซึ่งเป็นที่รู้จักในนามพระอาจารย์พยุงศักดิ์ ธีรธมฺโม และปรากฏข้อมูลเดิมในชื่อพระครูปลัดพยุงศักดิ์ ธีรธมฺโม รวมถึงพระครูปลัดนันทวัฒน์ในข้อมูลการเลื่อนสมณศักดิ์ วัดป่าแดดมีความเกี่ยวข้องกับบทบาทของท่านอย่างชัดเจน ทั้งในด้านการพัฒนาวัด การดูแลกิจกรรมศรัทธา และการทำให้วัดเป็นที่รู้จักในกลุ่มพุทธศาสนิกชนจากเชียงใหม่ กรุงเทพฯ และพื้นที่อื่น ๆ บทบาทของเจ้าอาวาสจึงเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้วัดป่าแดดมีภาพลักษณ์ร่วมสมัยที่เข้มแข็ง
 
ในมุมของผู้มาเยือน วัดป่าแดดเป็นวัดที่ควรเดินชมเป็นลำดับ เริ่มจากพระวิหารหลวงลายคำเพื่อไหว้หลวงพ่อตาหวานและชมจิตรกรรมฝาผนัง จากนั้นเดินไปยังพระเจดีย์ด้านหลังวิหารเพื่อชมซุ้มพระพุทธรูป 4 ด้านและเจดีย์สีทอง ต่อด้วยวิหารพระพิฆเนศและหอมหาเทพบูรพาจารย์ แล้วจึงชมอาคารหอไตรและพื้นที่รอบวัด การเดินชมตามลำดับเช่นนี้ช่วยให้เห็นความต่อเนื่องของวัดตั้งแต่แกนพุทธศาสนา ศิลปกรรมล้านนา ไปจนถึงพื้นที่ศรัทธาร่วมสมัย
 
แม้วัดป่าแดดจะได้รับความสนใจจากผู้ศรัทธาพระพิฆเนศจำนวนมาก แต่หัวใจของวัดยังคงเป็นวัดพุทธในชุมชนป่าแดด ผู้ที่มาเยือนจึงควรให้ความสำคัญกับพระวิหาร พระเจดีย์ พระพุทธรูป และกิจกรรมทำบุญควบคู่ไปกับการสักการะพระพิฆเนศ การเข้าใจวัดในหลายมิติเช่นนี้จะทำให้การมาเยือนมีความหมายมากกว่าการมาตามกระแส เพราะผู้มาเยือนจะเห็นทั้งประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม การบูรณะร่วมสมัย และศรัทธาของคนหลายกลุ่มที่มาบรรจบกันในพื้นที่เดียว
 
เรื่องเวลาการเข้าชมควรวางแผนให้เหมาะสม วัดเปิดให้เข้าชมและไหว้พระทุกวันในช่วงกลางวัน และมีข้อมูลการเข้าชมหลักอยู่ที่เวลา 08.30 – 17.00 น. ส่วนประตูวัดปิดช่วงค่ำ และกิจกรรมหรือพิธีเฉพาะที่เกี่ยวกับพระพิฆเนศมีวันหยุดพักในวันพุธ ผู้ที่ตั้งใจเข้าร่วมพิธีเฉพาะควรตรวจสอบกับวัดก่อนเดินทาง แต่ผู้ที่ต้องการไหว้พระ ชมวิหาร และเดินชมวัดทั่วไปสามารถมาได้ในเวลาทำการตามปกติ
 
วัดป่าแดดไม่เก็บค่าเข้าชม จึงเหมาะกับทั้งคนเชียงใหม่ นักท่องเที่ยวไทย และผู้ที่ต้องการจัดเส้นทางไหว้พระแบบประหยัดเวลาในพื้นที่ป่าแดด การไม่มีค่าเข้าชมไม่ได้หมายความว่าวัดเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวทั่วไปเท่านั้น ผู้มาเยือนควรใช้โอกาสนี้ในการร่วมทำบุญตามกำลังศรัทธา ดูแลความสะอาด และเคารพกติกาของวัด เพื่อให้ศาสนสถานยังคงเป็นพื้นที่ที่งดงามและสงบสำหรับทุกคน
 
ข้อควรปฏิบัติเมื่อมาเยือนวัดป่าแดดคือแต่งกายสุภาพ สำรวมกิริยา ไม่ส่งเสียงดัง ไม่สัมผัสพระพุทธรูปหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์โดยไม่จำเป็น และถ่ายภาพด้วยความเคารพ โดยเฉพาะภายในพระวิหารและบริเวณพิธีกรรม ผู้ที่มาสักการะพระพิฆเนศควรปฏิบัติตามคำแนะนำของวัดอย่างเป็นระเบียบ ไม่แทรกคิว ไม่รบกวนผู้สวดมนต์หรือผู้ทำสมาธิ และไม่ใช้พื้นที่วัดเพื่อกิจกรรมที่ไม่เหมาะสมกับศาสนสถาน
 
การเดินทางมายังวัดป่าแดดสะดวกจากตัวเมืองเชียงใหม่ สามารถมุ่งหน้าลงทางทิศใต้เข้าสู่ตำบลป่าแดด ใช้เส้นทางถนนป่าแดดเหนือ ถนนมหิดล หรือเส้นทางที่เชื่อมต่อจากถนนเชียงใหม่-หางดงและถนนวงแหวนรอบเมืองได้ตามความสะดวก ผู้ที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวสามารถปักหมุดปลายทางเป็นวัดป่าแดด ตำบลป่าแดด อำเภอเมืองเชียงใหม่ ส่วนผู้ที่ใช้รถรับจ้างหรือรถผ่านแอปควรระบุว่า “วัดป่าแดด เมืองเชียงใหม่” เพื่อป้องกันความสับสนกับสถานที่ชื่อคล้ายกัน
 
พื้นที่รอบวัดป่าแดดยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สามารถจัดเป็นเส้นทางครึ่งวันได้ดี เช่น วัดเจดีย์เหลี่ยม โบราณสถานวัดธาตุขาว วัดช้างค้ำหรือวัดกานโถม เวียงกุมกาม และวัดดอนชัย เส้นทางนี้เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ล้านนาและชุมชนทางตอนใต้ของเชียงใหม่ เพราะจะได้เห็นทั้งวัดที่ยังใช้งานอยู่ในปัจจุบันและโบราณสถานที่สะท้อนอดีตของเวียงกุมกาม ผู้มาเยือนสามารถเริ่มจากวัดป่าแดดเพื่อไหว้พระและชมศิลปกรรม แล้วต่อไปยังแหล่งโบราณคดีใกล้เคียงเพื่อทำความเข้าใจภูมิทัศน์ประวัติศาสตร์ของพื้นที่
 
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเยือนวัดป่าแดดคือช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายแก่ ๆ เพราะแสงธรรมชาติช่วยขับรายละเอียดสีทองของพระวิหารและเจดีย์ให้สวยงาม ในขณะเดียวกันอากาศไม่ร้อนเกินไปสำหรับการเดินชมพื้นที่วัด หากมาในวันหยุดหรือช่วงที่มีผู้มาสักการะพระพิฆเนศจำนวนมาก ควรเผื่อเวลาและรักษาความเป็นระเบียบ ส่วนผู้ที่ต้องการชมสถาปัตยกรรมและจิตรกรรมอย่างเงียบ ๆ ควรเลือกวันธรรมดา
 
วัดป่าแดดจึงเป็นวัดที่มีคุณค่าหลายมิติ ทั้งในฐานะวัดเก่าเดิมชื่อวัดดอนแก้ว วัดชุมชนของตำบลป่าแดด วัดที่มีพระวิหารหลวงลายคำงดงาม วัดที่มีพระพิฆเนศเป็นจุดศรัทธาสำคัญ และวัดที่มีบทบาทด้านการปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดเชียงใหม่ ความงดงามของวัดไม่ได้อยู่เพียงสีทองอร่ามของอาคาร แต่ยังอยู่ที่การทำหน้าที่เป็นพื้นที่รวมศรัทธาของผู้คนจากหลายกลุ่ม และเป็นวัดที่ช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจเชียงใหม่ในมุมสงบ ละเอียด และใกล้ชิดกับชุมชนมากขึ้น
 
สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนเที่ยวเชียงใหม่ วัดป่าแดดเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการจัดไว้ในเส้นทางวัดและวัฒนธรรมทางตอนใต้ของเมือง เพราะสามารถใช้เวลาไม่นานแต่ได้เห็นครบทั้งศิลปกรรมล้านนา พระเจดีย์ วิหารพระพิฆเนศ หอไตร วิถีศรัทธาชุมชน และเส้นทางต่อเนื่องไปยังเวียงกุมกาม การมาเยือนวัดแห่งนี้จึงไม่ใช่เพียงการแวะไหว้พระ แต่เป็นการสัมผัสเรื่องราวของวัดดอนแก้วเดิมที่เติบโตขึ้นเป็นวัดป่าแดดในปัจจุบันอย่างมีชีวิตชีวา
 
ชื่อสถานที่วัดป่าแดด (วัดดอนแก้ว)
ที่ตั้งหมู่ที่ 13 ตำบลป่าแดด อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
ที่อยู่เลขที่ 70 หมู่ที่ 13 ถนนป่าแดดเหนือ ตำบลป่าแดด อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50100
พิกัด18.7516069, 98.9859459
สถานะปัจจุบันเปิดให้เข้าชม ไหว้พระ ทำบุญ และสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามปกติ
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.30 – 17.00 น. ประตูวัดปิดช่วงค่ำ
ค่าเข้าชมไม่เสียค่าเข้าชม
เบอร์ติดต่อหลัก053-447-319
เจ้าอาวาส / ผู้ดูแลพระครูภาวนาวชิรธรรม วิ. หรือพระอาจารย์พยุงศักดิ์ ธีรธมฺโม
สังกัดวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย
ประวัติ / สมัย / ยุคเดิมชื่อวัดดอนแก้ว สร้างราว พ.ศ. 2345 และบูรณะใหม่เมื่อ พ.ศ. 2475
ไฮไลต์พระวิหารหลวงลายคำ พระประธานหลวงพ่อตาหวาน จิตรกรรมฝาผนังพระประธานสำคัญในภาคเหนือ พระเจดีย์สีทอง วิหารพระพิฆเนศ หอมหาเทพบูรพาจารย์ และหอไตร
ปูชนียวัตถุและสิ่งสำคัญหลวงพ่อตาหวาน พระเจดีย์ทรงระฆังสีทอง พระพิฆเนศโลหะสัมฤทธิ์รมดำ พระพุทธรูปปางสมาธิประจำซุ้มเจดีย์ และองค์ประกอบศิลปกรรมล้านนาภายในวัด
ประเพณี / พิธีกรรมที่เกี่ยวข้องการไหว้พระ ทำบุญ สวดมนต์ ปฏิบัติธรรม กิจกรรมวันพระ และพิธีสักการะพระพิฆเนศตามช่วงเวลาที่วัดกำหนด
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญพระวิหารหลวงลายคำ พระเจดีย์ด้านหลังวิหาร วิหารพระพิฆเนศ หอมหาเทพบูรพาจารย์ หอไตร พื้นที่ไหว้พระ พื้นที่ทำบุญ และพื้นที่ปฏิบัติธรรม
สิ่งอำนวยความสะดวกที่จอดรถ ห้องน้ำ พื้นที่ไหว้พระ พื้นที่ทำบุญ จุดสักการะ และพื้นที่เดินชมวัด
การเดินทางเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ลงมาทางตำบลป่าแดด ใช้เส้นทางถนนป่าแดดเหนือ ถนนมหิดล ถนนเชียงใหม่-หางดง หรือถนนวงแหวนรอบเมือง แล้วระบุปลายทางเป็นวัดป่าแดด ตำบลป่าแดด อำเภอเมืองเชียงใหม่
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. วัดเจดีย์เหลี่ยม ประมาณ 1.1 กม.
2. โบราณสถานวัดธาตุขาว ประมาณ 1.1 กม.
3. วัดช้างค้ำหรือวัดกานโถม ประมาณ 1.7 กม.
4. เวียงกุมกาม ประมาณ 1.7 กม.
5. วัดดอนชัย ประมาณ 1.8 กม.
6. วัดต้นตาลโตน ประมาณ 2 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. กาแฟโบราณหน้าวัด ประมาณ 43 ม. โทร. 062-309-4492
2. สถานีผัดไทย วัดป่าแดด ย้ายมาจากสถานีรถไฟ ประมาณ 54 ม.
3. กาแฟในบ้าน เครื่องดื่มและกาแฟสด ข้างวัดป่าแดด ประมาณ 0.1 กม. โทร. 086-671-6215
4. Dusadee bakery and Drinks หน้าวัดป่าแดด ประมาณ 0.1 กม. โทร. 062-461-8463
5. The Vorra Bistro The Chiang Mai Riverside Hotel ประมาณ 0.5 กม. โทร. 053-447-211
6. Godam ประมาณ 0.8 กม.
7. Fruits Mania ประมาณ 0.8 กม.
ที่พักใกล้เคียง1. The Chiang Mai Riverside Hotel ประมาณ 0.5 กม. โทร. 053-447-211
2. บ้านอุดมสุข ประมาณ 1.3 กม.
3. B2 Airport Hotel ประมาณ 1.8 กม.
4. ยุ้งข้าวล้านนา ประมาณ 2 กม. โทร. 089-633-2573
5. RatiLanna Riverside Spa Resort Chiang Mai ประมาณ 2.1 กม.
6. Airport Greenery Hotel & Serviced Apartment ประมาณ 2.1 กม.
7. Holiday Inn Chiang Mai ประมาณ 2.5 กม.
8. Oxotel Hostel ประมาณ 2.7 กม.
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดป่าแดด (วัดดอนแก้ว) อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดป่าแดดตั้งอยู่เลขที่ 70 หมู่ที่ 13 ถนนป่าแดดเหนือ ตำบลป่าแดด อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50100
 
ถาม: วัดป่าแดดเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: วัดป่าแดดเปิดให้เข้าชม ไหว้พระ และทำบุญทุกวัน เวลา 08.30 – 17.00 น. โดยประตูวัดปิดช่วงค่ำ
 
ถาม: วัดป่าแดดเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถเข้าไปไหว้พระ ทำบุญ และเดินชมพื้นที่วัดได้ตามเวลาที่เปิดให้บริการ
 
ถาม: จุดเด่นของวัดป่าแดดคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นของวัดคือพระวิหารหลวงลายคำศิลปะล้านนาสีทองอร่าม พระประธานหลวงพ่อตาหวาน จิตรกรรมฝาผนังพระประธานสำคัญในภาคเหนือ พระเจดีย์สีทอง วิหารพระพิฆเนศ หอมหาเทพบูรพาจารย์ และหอไตร
 
ถาม: ทำไมวัดป่าแดดจึงเป็นที่รู้จักเรื่องพระพิฆเนศ?
ตอบ: วัดป่าแดดมีวิหารพระพิฆเนศทางทิศใต้ของพระวิหารหลวง ภายในประดิษฐานพระพิฆเนศโลหะสัมฤทธิ์รมดำ 4 พระกร และเป็นจุดสักการะที่ผู้ศรัทธานิยมมาไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคล
 
ถาม: เจ้าอาวาสวัดป่าแดดคือใคร?
ตอบ: เจ้าอาวาสวัดป่าแดดในข้อมูลล่าสุดคือพระครูภาวนาวชิรธรรม วิ. หรือพระอาจารย์พยุงศักดิ์ ธีรธมฺโม
 
ถาม: พิธีสักการะพระพิฆเนศจัดทุกวันหรือไม่?
ตอบ: วัดเปิดให้ไหว้พระทุกวัน แต่กิจกรรมหรือพิธีเฉพาะที่เกี่ยวกับพระพิฆเนศมีวันหยุดพักในวันพุธ ผู้ที่ต้องการเข้าร่วมพิธีควรตรวจสอบกับวัดก่อนเดินทาง
 
ถาม: วัดป่าแดดเหมาะกับการเที่ยวร่วมกับที่ไหน?
ตอบ: วัดป่าแดดเหมาะกับการจัดเส้นทางร่วมกับวัดเจดีย์เหลี่ยม โบราณสถานวัดธาตุขาว วัดช้างค้ำ เวียงกุมกาม วัดดอนชัย และวัดต้นตาลโตนในพื้นที่ตอนใต้ของเมืองเชียงใหม่

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัด ●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ

ปรับปรุงล่าสุด : 1 สัปดาห์ที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
https://www.lovethailand.org/อ.เมืองเชียงใหม่(121)
https://www.lovethailand.org/อ.จอมทอง(47)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่แจ่ม(25)
https://www.lovethailand.org/อ.เชียงดาว(33)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยสะเก็ด(68)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่แตง(85)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่ริม(69)
https://www.lovethailand.org/อ.สะเมิง(29)
https://www.lovethailand.org/อ.ฝาง(71)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่อาย(59)
https://www.lovethailand.org/อ.พร้าว(70)
https://www.lovethailand.org/อ.สันป่าตอง(105)
https://www.lovethailand.org/อ.สันกำแพง(66)
https://www.lovethailand.org/อ.สันทราย(73)
https://www.lovethailand.org/อ.หางดง(74)
https://www.lovethailand.org/อ.ฮอด(32)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยเต่า(22)
https://www.lovethailand.org/อ.อมก๋อย(11)
https://www.lovethailand.org/อ.สารภี(74)
https://www.lovethailand.org/อ.เวียงแหง(15)
https://www.lovethailand.org/อ.ไชยปราการ(28)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่วาง(32)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่ออน(22)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยหล่อ(34)
https://www.lovethailand.org/อ.กัลยาณิวัฒนา(1)