หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.เมืองเชียงใหม่ >ต.ช้างเผือก > วัดสันติธรรม
TL;DR: วัดสันติธรรม อยู่ที่ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50300 เปิดทุกวัน เวลา เปิดตลอด 24 ชั่วโมง.
วัดสันติธรรม

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
วัดสันติธรรม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวัดกรรมฐานสำคัญในตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ ตั้งอยู่บนถนนหัสดิเสวี ใกล้ย่านสันติธรรมและไม่ไกลจากคูเมืองเชียงใหม่ วัดแห่งนี้มีความโดดเด่นทั้งในด้านประวัติศาสตร์พระกรรมฐานสายหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ความผูกพันกับหลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร พระธาตุสันติเจดีย์ พระอุโบสถ และพิพิธภัณฑ์พระธาตุบูรพาจารย์ ภายในวัดมีบรรยากาศสงบ เรียบง่าย และเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทำบุญ ไหว้พระ ปฏิบัติธรรม หรือเรียนรู้รากฐานของวัดป่ากรรมฐานในเมืองเชียงใหม่
วัดสันติธรรมเป็นสถานที่ที่เชื่อมโยงเรื่องราวของพระเถระฝ่ายวิปัสสนากรรมฐานหลายรูป โดยเฉพาะ หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร ผู้มีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานของวัด และ พระนพีสีพิศาลคุณ หรือหลวงพ่อมหาทองอินทร์ กุสลจิตฺโต ศิษย์สำคัญที่สืบต่องานก่อสร้างและการบริหารวัดในเวลาต่อมา ความสำคัญของวัดไม่ได้อยู่เพียงสิ่งปลูกสร้าง แต่ยังอยู่ที่เรื่องเล่าของศรัทธา ความเพียร การปฏิบัติธรรม และแรงร่วมใจของคณะศิษย์ที่ทำให้วัดแห่งนี้เกิดขึ้นอย่างมั่นคงกลางเมืองเชียงใหม่
จุดเริ่มต้นของเรื่องราววัดสันติธรรมสัมพันธ์กับเส้นทางธุดงค์ของหลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร ซึ่งท่านได้เดินทางไปบำเพ็ญเพียรในหลายพื้นที่ ทั้งวัดป่าสระคงคา อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ สำนักสงฆ์หมู่บ้านแม่ดอย อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งต่อมาพัฒนาเป็นวัดป่าอาจารย์มั่น และสถานที่วิเวกอีกหลายแห่งในภาคเหนือ การได้พบหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ทำให้แนวทางการปฏิบัติธรรมของหลวงปู่สิมมีความชัดเจนและก้าวหน้ายิ่งขึ้น ก่อนที่ท่านจะเดินทางต่อมายังพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และกลายเป็นพระเถระผู้มีอิทธิพลต่อจิตใจของพุทธศาสนิกชนในเมืองเชียงใหม่อย่างลึกซึ้ง
ในช่วง พ.ศ. 2483 ถึง พ.ศ. 2487 หลวงปู่สิมได้พำนักอยู่ที่วัดโรงธรรม อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งในเวลานั้นยังเป็นสำนักชั่วคราว มีบรรยากาศเรียบง่ายเหมาะแก่การภาวนา สถานที่แห่งนี้เคยเป็นที่พักจำพรรษาของครูบาอาจารย์สายวัดป่าหลายรูป เช่น หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต หลวงปู่ชอบ ฐานสโม หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ พระอาจารย์กู่ ธมฺมทินฺโน และหลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม ช่วงเวลาที่หลวงปู่สิมพำนักอยู่ในพื้นที่เชียงใหม่จึงไม่ใช่เพียงการพักอาศัย แต่เป็นช่วงที่แนวทางปฏิบัติธรรมสายพระกรรมฐานได้หยั่งรากลึกในพื้นที่ล้านนา
หลังจากนั้น หลวงปู่สิมได้ไปจำพรรษาที่ถ้ำผาผัวะ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 บ้านเมืองอยู่ในสภาพยากลำบาก ผู้คนจำนวนมากเผชิญความหวาดหวั่นและความไม่แน่นอนจากผลของสงคราม หลวงปู่สิมเป็นที่พึ่งทางใจให้แก่ชาวบ้านที่ประสบความทุกข์ ท่านปลอบโยนผู้คนด้วยธรรมะและชี้ให้เห็นคุณค่าของการตั้งมั่นในพระสัทธรรม เรื่องราวช่วงถ้ำผาผัวะจึงเป็นภาพสะท้อนบทบาทของพระกรรมฐานที่ไม่ได้อยู่ห่างจากชีวิตชาวบ้าน แต่เป็นศูนย์รวมจิตใจในยามที่ผู้คนต้องการหลักยึด
เมื่อสงครามมหาเอเชียบูรพาใกล้สิ้นสุดลง เจ้าชื่น สิโรรส ซึ่งเคยอพยพไปอยู่บริเวณถ้ำผาผัวะได้กลับคืนสู่เมืองเชียงใหม่ และได้กราบอาราธนาหลวงปู่สิมให้เข้ามาพักจำพรรษาในเมืองเชียงใหม่ สถานที่พำนักในช่วงนั้นคืออาคารของแม่เลี้ยงดอกจันทร์ กีรติปาล บริเวณถนนสุเทพ ตรงข้ามทางไปสนามบิน เมืองเชียงใหม่ ซึ่งในเวลาต่อมาพื้นที่ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับศูนย์ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ การเข้ามาพำนักในเมืองเชียงใหม่ทำให้หลวงปู่สิมมีโอกาสแสดงธรรมแก่พุทธศาสนิกชนจำนวนมากขึ้น และกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่นำไปสู่การสร้างวัดสันติธรรม
ในช่วงที่หลวงปู่สิมพำนักอยู่ที่อาคารของแม่เลี้ยงดอกจันทร์ ท่านได้พบพระมหาทองอินทร์ กุสลจิตฺโต ซึ่งต่อมาเป็นศิษย์สำคัญและมีบทบาทอย่างยิ่งต่อวัดสันติธรรม พระมหาทองอินทร์ได้รับการอุปสมบทที่วัดเจดีย์หลวง โดยมีเจ้าแม่กาบคำ ณ เชียงใหม่ เป็นผู้อุปการะในการอุปสมบท ท่านเป็นศิษย์องค์แรกที่ได้รับการอุปสมบทในช่วงที่หลวงปู่สิมเข้ามาจำพรรษาอยู่ในเมืองเชียงใหม่ และต่อมาได้เป็นกำลังสำคัญในการสืบทอดภารกิจของวัด
หลังสงครามสงบลง เจ้าของอาคารเดิมมีความประสงค์จะกลับมาใช้สถานที่ หลวงปู่สิมและคณะศิษย์จึงต้องหาสถานที่ใหม่สำหรับพำนักและปฏิบัติศาสนกิจ เหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นเมื่อหลวงปู่สิมปรารภระหว่างแสดงธรรมว่า “นกมันยังทำรังอยู่ได้ คณะศรัทธาจะสร้างวัดอยู่สักวัดหนึ่งไม่ได้หรือ” ถ้อยคำนี้กระทบใจคุณนิ่มนวล สุภาวงศ์ หรือ นิ่มคิ้ม แซ่เฮ้ง อย่างลึกซึ้ง จนเกิดศรัทธาแรงกล้าที่จะหาที่ดินสร้างวัดถวายหลวงปู่ และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของวัดสันติธรรมในเวลาต่อมา
แรงศรัทธาของคุณนิ่มนวล สุภาวงศ์ ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วขณะ แต่เป็นผลจากการได้ฟังธรรมของหลวงปู่สิมอย่างต่อเนื่อง เดิมทีคุณนิ่มนวลไม่คุ้นเคยกับธรรมเนียมการเข้าวัด จึงรู้สึกเก้อเขินและกังวลว่าจะปฏิบัติไม่ถูกต้อง แต่เมื่อได้ฟังคำบอกเล่าถึงพระธรรมเทศนาของหลวงปู่สิม และต่อมาได้ไปฟังด้วยตนเอง จึงเกิดความเลื่อมใส เพราะธรรมะของหลวงปู่สิมเข้าใจง่าย มีพลัง และจับใจผู้ฟัง ความศรัทธานี้นำไปสู่การบริจาคเงินเพื่อซื้อที่ดินสร้างวัด
การหาที่ดินสร้างวัดเกิดขึ้นจากความร่วมมือของหลายฝ่าย คุณนิ่มนวล สุภาวงศ์ เริ่มต้นด้วยความตั้งใจบริจาคเงิน 1,000 บาทที่ได้รับจากค่าแหวน พ่อน้อยเงิน พรหมโย รับอาสาช่วยหาที่ดิน และเจ๊หมากับนายฮั้งยิ้นได้ร่วมบริจาคทรัพย์เพิ่มเติม ต่อมาคณะศรัทธาได้ซื้อที่ดินจากคุณพระอาสาสงคราม โดยเริ่มจากพื้นที่ 5 ไร่ ราคาไร่ละ 900 บาท และซื้อเพิ่มเติมอีก 3 ไร่ 3 งาน รวมเป็นเงิน 7,568 บาท รายชื่อผู้ร่วมศรัทธามีทั้งนางสาวนิ่มคิ้ม แซ่เฮ้ง นายฮั้งยิ้น แม่หมาและบุตรธิดา นางสาวทองหล่อ ขาวประไพ เจ้าผัวผัด ณ เชียงใหม่ แม่บุญทอง ตุงคมณี และแม่แก้วลูน สุวรรณยืน การซื้อที่ดินครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าวัดสันติธรรมถือกำเนิดจากพลังศรัทธาของคณะศิษย์และชุมชนอย่างแท้จริง
คุณพระอาสาสงครามไม่ได้เพียงขายที่ดินในราคาที่เอื้อต่อการสร้างวัด แต่ยังสนับสนุนงานก่อสร้างทั้งแรงกาย แรงทรัพย์ และการดูแลพื้นที่ ตั้งแต่การแผ้วถางที่ดิน การสร้างกุฏิ บ่อน้ำ และส้วม ผู้มีส่วนร่วมสำคัญในการแผ้วถางและก่อสร้าง ได้แก่ คุณนิ่มนวล สุภาวงศ์ พ่อน้อยเงิน พรหมใย นายฮั้งยิ้น นางหมา และครอบครัว นายเล่งไฮ้เป็นช่างออกแบบและดูแลการก่อสร้างกุฏิ ขณะที่แม่แสง ชินวัตร และโยมชื่น สิโรรส ได้บริจาคทรัพย์ช่วยค่าแรงงาน ทุกส่วนประกอบของวัดจึงเกิดจากศรัทธาที่ค่อย ๆ ก่อร่างขึ้นทีละขั้น
พื้นที่ที่ใช้สร้างวัดสันติธรรมมีร่องรอยเก่าแก่ปรากฏอยู่ตั้งแต่ระยะแรกของการแผ้วถาง มีอิฐ กระเบื้อง แนวกำแพง และเนินดินที่เข้าใจว่าเป็นซากโบสถ์หรือวิหารเดิม ทำให้เห็นว่าพื้นที่นี้มีร่องรอยศาสนสถานโบราณมาก่อน แม้ไม่สามารถสืบประวัติได้อย่างสมบูรณ์ว่าวัดเดิมชื่ออะไร แต่ร่องรอยเหล่านี้ช่วยเพิ่มมิติทางประวัติศาสตร์ให้วัดสันติธรรม เพราะสถานที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงวัดที่สร้างขึ้นใหม่ในสมัยหลังสงคราม แต่ตั้งอยู่บนพื้นที่ที่มีเค้าโครงของศาสนสถานเก่าแก่ในอดีต
เมื่อมีกุฏิพอให้พระภิกษุสามเณรพักอาศัยได้ คณะศรัทธาจึงอาราธนาหลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร และพระภิกษุสามเณรผู้เป็นศิษย์ให้มาพำนักที่พื้นที่แห่งนี้ มีพิธีเปิดป้ายชั่วคราวเมื่อวันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2492 ใช้ชื่อว่า “วัดสันติธรรม นครเชียงใหม่” ในพรรษาแรกมีพระภิกษุจำพรรษา 11 รูป และสามเณร 9 รูป ต่อมาใน พ.ศ. 2493 ได้ยื่นคำขอสร้างวัดต่อทางการ โดยนางสาวนิ่มคิ้ม แซ่เฮ้ง เป็นตัวแทนลงนาม การดำเนินการใช้เวลาหลายปีจนได้รับอนุญาตให้สร้างวัดเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2498 ใช้นามว่า “วัดสันติธรรม” และหลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสองค์แรก
พระอุโบสถของวัดสันติธรรมเป็นถาวรวัตถุสำคัญที่สะท้อนความเพียรของหลวงปู่สิมและคณะศรัทธา ใน พ.ศ. 2495 หลวงปู่สิมเห็นว่าวัดมีเสนาสนะและศาลาโรงธรรมพอสมควร แต่ยังขาดพระอุโบสถซึ่งเป็นหลักสำคัญของวัด จึงดำริให้สร้างพระอุโบสถ โดยเริ่มจากการปักเขตตามแนวซากอุโบสถเก่าที่เห็นเป็นเนินดินอยู่เดิม วิธีการหาทุนของหลวงปู่สิมเป็นไปอย่างเรียบง่าย เมื่อมีผู้บริจาคก็สร้างต่อ เมื่อหมดทุนก็หยุดพัก ท่านไม่ออกใบฎีกาเรี่ยไร ไม่ทำตะกรุดผ้ายันต์ และไม่สร้างพระเครื่องหรือเครื่องรางของขลังเพื่อหาทุน การก่อสร้างจึงดำเนินไปตามกำลังศรัทธาของผู้เลื่อมใสอย่างสงบและมั่นคง
พ.ศ. 2500 วัดสันติธรรมได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา กว้าง 40 เมตร ยาว 80 เมตร ต่อมาการก่อสร้างพระอุโบสถหยุดชะงักในช่วง พ.ศ. 2505 ถึง พ.ศ. 2506 เนื่องจากหลวงปู่สิมได้รับนิมนต์ไปจำพรรษาที่วัดอโศการาม จังหวัดสมุทรปราการ หลังท่านพ่อลี ธมฺมธโร มรณภาพ วัดอโศการามจึงขาดพระเถระผู้ใหญ่ในการอบรมกัมมัฏฐาน แม้หลวงปู่สิมไม่ได้อยู่ควบคุมการก่อสร้างที่เชียงใหม่โดยตรง แต่ศรัทธาที่มีต่อท่านทำให้ทายกทายิกาวัดอโศการามร่วมบริจาคสมทบทุนสร้างพระอุโบสถเป็นจำนวนมาก งานก่อสร้างวัดสันติธรรมจึงดำเนินต่อได้ด้วยแรงศรัทธาข้ามพื้นที่
พ.ศ. 2507 หลวงปู่สิมมอบหมายให้พระมหาทองอินทร์ กุสลจิตฺโต เป็นผู้ดูแลการก่อสร้างพระอุโบสถ ต่อมาใน พ.ศ. 2508 หลวงปู่สิมอาพาธด้วยโรคไตและตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาส เพื่อเปิดทางให้พระมหาทองอินทร์รักษาการเจ้าอาวาสและดูแลกิจการของวัดอย่างเต็มที่ พระมหาทองอินทร์ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดสันติธรรมใน พ.ศ. 2510 และงานก่อสร้างพระอุโบสถเสร็จสมบูรณ์ใน พ.ศ. 2513 ใช้เวลาก่อสร้างยาวนานถึง 18 ปี พระอุโบสถมีขนาดกว้าง 14 เมตร ยาว 28 เมตร สูง 30 เมตร และใช้เงินก่อสร้าง 782,910.10 บาท
ปัจจุบันวัดสันติธรรมมีพระครูวิมลธรรมรัต หรือหลวงพ่อมหาศรีนวล วิมโล เป็นเจ้าอาวาส วัดยังคงดำรงฐานะเป็นวัดราษฎร์ฝ่ายธรรมยุตในพื้นที่ตำบลช้างเผือก และเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวเชียงใหม่ ผู้เดินทางมาวัดจะสัมผัสได้ถึงลักษณะสำคัญของวัดกรรมฐาน คือความเรียบง่าย ความสงบ และการให้ความสำคัญกับการภาวนา วัดตั้งอยู่ในพื้นที่เมืองที่เดินทางสะดวก แต่บรรยากาศภายในยังเอื้อต่อการไหว้พระ นั่งสงบใจ และใช้เวลาเรียนรู้ประวัติของพระเถระสายวัดป่า
หนึ่งในจุดเด่นสำคัญของวัดคือ พระธาตุสันติเจดีย์ เจดีย์ทรงปราสาท 5 ชั้น ตั้งอยู่ภายในวัดสันติธรรม มีขนาดฐานกว้าง 12 เมตร ยาว 12 เมตร และสูงประมาณ 31 เมตร รูปแบบของพระธาตุสันติเจดีย์ได้รับแรงบันดาลใจจากเจดีย์โบราณในเชียงใหม่ ภายในแต่ละชั้นมีซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูปจำนวนมาก รวมทั้งหมด 60 องค์ แบ่งเป็นพระพุทธรูป 12 องค์ต่อชั้น พระพุทธรูปในแต่ละชั้นมีอิริยาบถและความหมายแตกต่างกัน เช่น ปางห้ามสมุทร ปางอุ้มบาตร ปางห้ามญาติ ปางพิจารณาชรา และปางเปิดโลก ทำให้พระธาตุสันติเจดีย์เป็นทั้งจุดสักการะและแหล่งเรียนรู้พุทธศิลป์ที่สำคัญของวัด
อีกจุดที่ควรชมคือ พิพิธภัณฑ์พระธาตุบูรพาจารย์ ซึ่งจัดแสดงพระบรมสารีริกธาตุ พระธาตุ และสิ่งเกี่ยวเนื่องกับครูบาอาจารย์สายกรรมฐาน อาคารพิพิธภัณฑ์มีพื้นที่ด้านล่างสำหรับห้องสมุด และพื้นที่ด้านบนสำหรับประดิษฐานพระธาตุจากหลายประเทศ รวมทั้งรูปหุ่นขี้ผึ้งและบริขารของครูบาอาจารย์สำคัญ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ทำให้การมาเยือนวัดสันติธรรมไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการไหว้พระ แต่ยังเป็นการเรียนรู้สายธารพระกรรมฐานและความเคารพที่ศิษยานุศิษย์มีต่อบูรพาจารย์
สำหรับผู้ที่สนใจการปฏิบัติธรรม วัดสันติธรรมมีบทบาทเป็นวัดกรรมฐานที่ผู้คนรู้จักในเมืองเชียงใหม่ บรรยากาศของวัดเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าวัดอย่างสงบ ไม่เน้นความคึกคักแบบแหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ รักษาความสงบ ไม่ส่งเสียงดัง และเคารพพื้นที่ของพระภิกษุสามเณร หากต้องการเข้าร่วมกิจกรรมปฏิบัติธรรมหรือกิจกรรมเฉพาะรอบ ควรติดต่อวัดโดยตรงก่อนเดินทาง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ตรงกับช่วงเวลานั้น
การเดินทางไปวัดสันติธรรมทำได้สะดวกจากตัวเมืองเชียงใหม่ วัดตั้งอยู่บนถนนหัสดิเสวี ตำบลช้างเผือก ใกล้ย่านสันติธรรมและย่านนิมมานเหมินท์ ผู้ที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสามารถใช้เส้นทางจากคูเมืองด้านทิศเหนือผ่านประตูช้างเผือกแล้วต่อเข้าสู่ถนนหัสดิเสวี ผู้ที่พักในเมืองเก่าสามารถเดินทางด้วยรถแดง รถรับจ้างผ่านแอป หรือมอเตอร์ไซค์เช่าได้สะดวก ระยะทางจากย่านคูเมืองไปวัดไม่ไกลมาก เหมาะสำหรับจัดรวมในเส้นทางเที่ยววัดในเมืองเชียงใหม่ เช่น วัดโลกโมฬี วัดเจ็ดยอด วัดพระสิงห์ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่
วัดสันติธรรมเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการมองเชียงใหม่ในมิติที่ลึกกว่าเส้นทางยอดนิยมทั่วไป เพราะสถานที่แห่งนี้รวมทั้งประวัติศาสตร์พระกรรมฐาน ศรัทธาของคณะศิษย์ สถาปัตยกรรมทางศาสนา และบรรยากาศสงบของวัดในเมืองไว้ด้วยกัน ผู้มาเยือนไม่จำเป็นต้องใช้เวลานานมาก แต่ควรเผื่อเวลาเดินชมพระอุโบสถ พระธาตุสันติเจดีย์ พิพิธภัณฑ์พระธาตุบูรพาจารย์ และพื้นที่สงบภายในวัดอย่างค่อยเป็นค่อยไป การเที่ยววัดสันติธรรมจึงเหมาะทั้งสำหรับผู้สนใจประวัติหลวงปู่สิม ผู้ต้องการไหว้พระในเชียงใหม่ และผู้ที่กำลังมองหาวัดเงียบสงบใกล้ตัวเมือง
| ชื่อสถานที่ | วัดสันติธรรม |
| ชื่อภาษาอังกฤษ | Wat Santitham / Wat Santidham |
| ประเภท | วัดราษฎร์ฝ่ายธรรมยุต และวัดกรรมฐานในเมืองเชียงใหม่ |
| ที่ตั้ง | ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50300 |
| ที่อยู่ | เลขที่ 13 ถนนหัสดิเสวี ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50300 |
| พิกัด | 18.7992, 98.9778 |
| ไฮไลต์ | พระธาตุสันติเจดีย์ พระอุโบสถ พิพิธภัณฑ์พระธาตุบูรพาจารย์ ประวัติหลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร และบรรยากาศวัดกรรมฐานที่สงบในตัวเมืองเชียงใหม่ |
| ประวัติ / ยุคสำคัญ | เปิดป้ายชั่วคราวเมื่อวันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2492 ได้รับอนุญาตให้สร้างวัดเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2498 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาใน พ.ศ. 2500 และพระอุโบสถสร้างเสร็จใน พ.ศ. 2513 |
| ลักษณะเด่น | เป็นวัดกรรมฐานที่เกิดจากแรงศรัทธาของคณะศิษย์หลวงปู่สิม มีร่องรอยพื้นที่ศาสนสถานเก่า และมีพระธาตุสันติเจดีย์ทรงปราสาท 5 ชั้น สูงประมาณ 31 เมตร |
| การเดินทาง | เดินทางจากคูเมืองเชียงใหม่ด้านประตูช้างเผือกเข้าสู่ถนนหัสดิเสวีได้สะดวก ใช้รถยนต์ส่วนตัว รถแดง รถรับจ้างผ่านแอป หรือมอเตอร์ไซค์เช่าได้ เหมาะสำหรับจัดรวมกับเส้นทางเที่ยววัดในเมืองเชียงใหม่ |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นวัดและศูนย์ปฏิบัติธรรมในจังหวัดเชียงใหม่ |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | เปิดตลอด 24 ชั่วโมง |
| ค่าเข้า | ไม่เสียค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่จอดรถภายในวัด ห้องสมุด พื้นที่สักการะ พระอุโบสถ พระธาตุสันติเจดีย์ และพิพิธภัณฑ์พระธาตุบูรพาจารย์ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | พระอุโบสถ พระธาตุสันติเจดีย์ พิพิธภัณฑ์พระธาตุบูรพาจารย์ ห้องสมุด พื้นที่ปฏิบัติธรรมและพื้นที่สงบภายในวัด |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พระครูวิมลธรรมรัต หรือหลวงพ่อมหาศรีนวล วิมโล |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 053-221-792, 08-7193-3169, 08-6187-3942, 08-1602-7500 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | www.santidham.com |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดโลกโมฬี ประมาณ 1 กม. 2. ประตูช้างเผือกและตลาดช้างเผือก ประมาณ 1.5 กม. 3. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่ ประมาณ 2 กม. 4. วัดเจ็ดยอด ประมาณ 2 กม. 5. วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร ประมาณ 2.4 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ข้าวซอยแม่สาย ประมาณ 1 กม. โทร. 053-213-284 2. เฮือนม่วนใจ๋ ประมาณ 1 กม. โทร. 053-404-998 3. อาข่า อ่ามา คอฟฟี่ ประมาณ 0.5 กม. โทร. 086-915-8600 4. ส้มตำโรงปลาแดก สาขา 3 สันติธรรม ประมาณ 1 กม. โทร. 090-330-0127 5. ไส้ย่าง สันติธรรม ประมาณ 1 กม. โทร. 091-879-7907 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. B2 Santitham Boutique & Budget Hotel ประมาณ 2 กม. โทร. 052-009-570 2. POR Santitham ประมาณ 1.5 กม. โทร. 087-474-1444 3. S48 Hotel ประมาณ 2 กม. โทร. 053-357-441 4. BOOK Design Hotel ประมาณ 2.5 กม. โทร. 053-215-025 5. Glory Boutique Suites ประมาณ 2 กม. โทร. 052-000-559 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดสันติธรรมอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดสันติธรรมตั้งอยู่เลขที่ 13 ถนนหัสดิเสวี ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50300 ใกล้ย่านสันติธรรมและไม่ไกลจากคูเมืองเชียงใหม่
ถาม: วัดสันติธรรมมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: วัดสันติธรรมเป็นวัดกรรมฐานสำคัญในเชียงใหม่ มีประวัติสัมพันธ์กับหลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร และพระเถระสายวัดป่าหลายรูป รวมทั้งเป็นที่ตั้งของพระธาตุสันติเจดีย์และพิพิธภัณฑ์พระธาตุบูรพาจารย์
ถาม: วัดสันติธรรมเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: วัดสันติธรรมเปิดทุกวันและเปิดตลอด 24 ชั่วโมง โดยผู้มาเยือนควรเลือกเวลาเช้าหรือช่วงเย็นเพื่อความสงบและเหมาะกับการไหว้พระ
ถาม: วัดสันติธรรมเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: วัดสันติธรรมไม่เสียค่าเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถทำบุญตามกำลังศรัทธาได้
ถาม: ภายในวัดสันติธรรมมีอะไรน่าสนใจ?
ตอบ: จุดสำคัญภายในวัด ได้แก่ พระอุโบสถ พระธาตุสันติเจดีย์ พิพิธภัณฑ์พระธาตุบูรพาจารย์ ห้องสมุด และพื้นที่สงบสำหรับสักการะและปฏิบัติธรรม
ถาม: พระธาตุสันติเจดีย์มีลักษณะเด่นอย่างไร?
ตอบ: พระธาตุสันติเจดีย์เป็นเจดีย์ทรงปราสาท 5 ชั้น สูงประมาณ 31 เมตร มีพระพุทธรูปประดิษฐานรวม 60 องค์ แบ่งเป็น 12 องค์ต่อชั้น
ถาม: เดินทางไปวัดสันติธรรมอย่างไร?
ตอบ: สามารถเดินทางจากคูเมืองเชียงใหม่ด้านประตูช้างเผือกเข้าสู่ถนนหัสดิเสวีได้สะดวก ใช้รถยนต์ส่วนตัว รถแดง รถรับจ้างผ่านแอป หรือมอเตอร์ไซค์เช่าได้
ถาม: เที่ยววัดสันติธรรมควรไปคู่กับสถานที่ใด?
ตอบ: สามารถจัดเส้นทางร่วมกับวัดโลกโมฬี ประตูช้างเผือก พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่ วัดเจ็ดยอด และวัดพระสิงห์วรมหาวิหารได้ภายในทริปเดียว
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ
ปรับปรุงล่าสุด : 3 สัปดาห์ที่แล้ว




