ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหมอกจ๋าม

Rating: 4.2/5 (5 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวเชียงใหม่
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: แนะนำตรวจสอบ/นัดหมายล่วงหน้าก่อนเดินทาง
เวลาเปิดทำการ: แนะนำ 08.30–16.30 น. (อาจเปลี่ยนตามภารกิจพื้นที่)
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหมอกจ๋าม เป็นปลายทาง “ที่พักผ่อนเชียงใหม่” สำหรับคนที่อยากเที่ยวภาคเหนือแบบได้ความสงบจริง ๆ และอยากเห็นภาพการพัฒนาคุณภาพชีวิตบนพื้นที่สูงในแบบที่ไม่ต้องแต่งฉาก เพราะแก่นของที่นี่คือพื้นที่ทำงานของโครงการหลวงและโครงการพระราชดำริ ที่พยายามทำให้ชุมชนอยู่ได้อย่างมั่นคง ลดความเปราะบางทางอาชีพ และจัดการทรัพยากรธรรมชาติให้สมดุลกับวิถีชีวิตของผู้คนริมลุ่มน้ำกก
เรื่องราวของพื้นที่นี้โยงกลับไปถึงปี พ.ศ. 2512 เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรชาวเผ่ามูเซอที่หมู่บ้านวังดิน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดนห่างจากแนวไทย–เมียนมาราว 10 กิโลเมตร ทรงทอดพระเนตรเห็นความขัดสนและความยากลำบากของราษฎร จึงเป็นจุดเริ่มของแนวคิด “ต้องช่วยให้คนอยู่ดีขึ้น” ผ่านงานพัฒนาอาชีพและการจัดการพื้นที่อย่างเหมาะสมกับภูมิประเทศจริง
ต่อมา ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหมอกจ๋ามจึงจัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2526 เพื่อสนองแนวพระราชดำริ โดยอยู่ในความรับผิดชอบของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ (ในเชิงการสนับสนุนงานวิชาการและการพัฒนา) และตั้งที่ทำการในเขตหมู่บ้านห้วยศาลา ซึ่งเป็นโซนที่เดินทางเชื่อมไปยังชุมชนต่าง ๆ ได้สะดวกในบริบทของลุ่มน้ำกก
ภาพรวมพื้นที่รับผิดชอบของศูนย์ฯ ครอบคลุมประมาณ 10,437.76 ไร่ กระจายอยู่ราว 15 หมู่บ้าน ผู้คนในพื้นที่มีความหลากหลายทั้งอาข่า ไทลื้อ ลีซอ มูเซอ เย้า ไทใหญ่ กะเหรี่ยง คนเมือง และจีนยูนนาน ความหลากหลายนี้ทำให้ “การพัฒนา” ไม่ใช่สูตรเดียวใช้ได้ทุกชุมชน แต่ต้องออกแบบให้สอดคล้องกับวิถีชีวิต ภาษา ความเชื่อ และโครงสร้างเศรษฐกิจของแต่ละกลุ่มจริง ๆ ขณะที่ภูมิประเทศของศูนย์ฯ อยู่ในระดับราว 450–550 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เป็นที่ราบริมแม่น้ำกกที่โอบล้อมด้วยแนวเขาสลับซับซ้อน จึงมีทั้งมิติของเกษตรริมลำน้ำและมิติของชุมชนเชิงเขาอยู่ในพื้นที่เดียวกัน
ถ้ามาในมุมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร เสน่ห์ของศูนย์ฯ คือการได้เห็นแปลงผลผลิตที่สะท้อนแนวคิด “พืชทางเลือก” อย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่กลุ่มผักและธัญพืชหลายชนิด เช่น มะเขือม่วงก้านดำ ฟักทองญี่ปุ่น ฟักทองสีส้ม ฟักทองสีขาว มะระหยก ถั่วแขก ฟักประดับ ถั่วแดงหลวง ถั่วเหลืองผิวดำ ไปจนถึงสวนมะม่วงหลากสายพันธุ์อย่าง นวลคำ อาร์ทูอีทู เออร์วิ่น ปาล์มเมอร์ ฯลฯ และอีกหนึ่งความน่ารักคือการได้ชิมเสาวรสหวานที่เก็บกินสด ๆ จากต้น ซึ่งทำให้การเที่ยวของเราไม่ใช่แค่ “ดู” แต่เป็นการสัมผัสผลลัพธ์ของงานส่งเสริมที่เกิดขึ้นจริงในแปลงของเกษตรกร
แต่สิ่งที่ทำให้หมอกจ๋ามต่างจากปลายทางถ่ายรูปทั่วไป คือมิติทางวัฒนธรรมที่เข้มมาก เพราะชุมชนรอบศูนย์ฯ มีอัตลักษณ์หลากหลายให้เรียนรู้ เช่น วิถีชาวอาข่าที่บ้านห้วยศาลา ทั้งงานประดิษฐ์เครื่องประดับและการทอผ้า รวมถึงพิธี “โล้ชิงช้า” ที่มักจัดช่วงเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นภาพประเพณีที่มีพลังและบอกความเป็นชุมชนได้ชัดโดยไม่ต้องอธิบายเยอะ
อีกด้านหนึ่งคือวิถีไทลื้อที่บ้านวังไผ่ ซึ่งหลายคนประทับใจจากการแปรรูป “บุก” แบบภูมิปัญญาดั้งเดิม การทำเครื่องจักสานไม้ไผ่ การชิมอาหารไทลื้อ และการฟังดนตรีไทลื้อที่มีจังหวะสนุกและเป็นมิตร บางช่วงของปีจะมีโฮมสเตย์ของชุมชนที่เปิดรับนักท่องเที่ยว ทำให้การมาเยือนไม่ใช่แค่แวะผ่าน แต่เป็นการใช้เวลาอยู่กับผู้คนและเรื่องเล่าของพื้นที่
และถ้าพูดถึงไทใหญ่ บ้านใหม่หมอกจ๋ามเป็นอีกไฮไลต์ เพราะมีวัดใหม่หมอกจ๋ามที่สร้างตามแบบศิลปะไทยใหญ่สวยงาม และมีพิพิธภัณฑ์เจ้าครูหมอไตที่จัดแสดงวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ และรากของชุมชนไทใหญ่ในพื้นที่เดียวกัน จุดนี้มักทำให้คนเที่ยวรู้สึกว่า “ศิลปะกับศรัทธา” ไม่ได้อยู่ไกลตัวเลย ยิ่งถ้ามาถูกฤดูกาล จะได้ยินเรื่องงานบุญประจำปีของชาวไทใหญ่ที่จัดต่อเนื่องตลอดทั้ง 12 เดือน โดยงานที่ถูกพูดถึงบ่อยคือ ปอยส่างลอง (มักอยู่ราวเดือนเมษายน), ปอยเหลินสิบเอ็ด/จองพารา (โดยมากอยู่หลังสงกรานต์) และปอยหลวงยกย่องเจ้าครูหมอไต (มักอยู่ราวเดือนกุมภาพันธ์) ซึ่งช่วยให้การเที่ยวของเรา “มีปฏิทิน” และมีความหมายมากขึ้นกว่าการมาแบบไม่รู้บริบท
ด้านธรรมชาติ หลายคนชอบกิจกรรมล่องเรือชมวิวสองฝั่งแม่น้ำกก โดยมีทั้งเส้นทางระยะสั้นเริ่มจากท่าเรือบ้านท่าตอนไปถึงบ้านวังไผ่ และเส้นทางระยะยาวที่เชื่อมไปถึงจังหวัดเชียงราย (ควรตรวจสอบรอบเรือ/สภาพน้ำตามฤดูกาล) อีกจุดที่น่าสนใจคือ “น้ำพุร้อนมะลิกา” ในพื้นที่บ้านเมืองงาม ซึ่งเป็นบรรยากาศแบบแวะพักระหว่างทริป เหมาะกับคนที่อยากผ่อนคลายแบบเรียบง่ายหลังนั่งรถทางไกล
ของฝากของที่ระลึกของหมอกจ๋ามจะไปได้สองทางหลัก ทางแรกคือผลผลิตโครงการหลวงตามฤดูกาลที่มีทั้งขายในศูนย์ฯ และตามไร่เกษตรกรในพื้นที่ ทางที่สองคือสินค้าหัตถกรรม เช่น เครื่องเงิน ผ้าทอมือของชนเผ่า และเฟอร์นิเจอร์ไม้ไผ่ ซึ่งสะท้อนทักษะของผู้คนและความสามารถในการต่อยอดทุนวัฒนธรรมให้กลายเป็นรายได้ที่ยั่งยืน
เรื่องที่พักและอาหาร ศูนย์ฯ มีบ้านพักรับรอง 1 หลัง รองรับได้ประมาณ 10 คน ภายในศูนย์ฯ โดยทั่วไปไม่มีร้านอาหารประจำ แต่สามารถสั่งรายการอาหารล่วงหน้าเพื่อให้จัดเตรียมได้ (เหมาะกับผู้ที่ไปเป็นกลุ่ม) ส่วนตัวเลือกที่พักใกล้เคียงมักอยู่โซนตำบลท่าตอนก่อนถึงศูนย์ฯ ราว 15 กิโลเมตร มีทั้งรีสอร์ทและโรงแรม รวมถึงโฮมสเตย์ในบางหมู่บ้าน เช่น โซนบ้านวังไผ่ ซึ่งเหมาะกับคนที่อยากใกล้ชุมชนและอยากใช้เวลาช้า ๆ
การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่มีระยะทางประมาณ 190 กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 (เชียงใหม่–ฝาง) ผ่านโซนแม่ริม–แม่แตง–เชียงดาว–ไชยปราการ–ฝาง ไปจนถึงบ้านท่าตอน อำเภอแม่อาย (บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำกก) จากนั้นเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1089 มุ่งหน้าไปตามเส้นทางจนถึงประมาณกิโลเมตรที่ 37 แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางย่อยอีกราว 200 เมตรเพื่อไปยังพื้นที่ศูนย์ฯ เส้นทางโดยรวมรถยนต์ทั่วไปสามารถเดินทางได้ แต่ควรเผื่อเวลาเพราะเป็นทางไกล และช่วงฤดูฝนควรขับอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ
ถ้าอยากให้ทริปนี้ “ได้มากกว่าเที่ยว” แนะนำมองพื้นที่เป็นพื้นที่ทำงานจริงของชุมชนและเจ้าหน้าที่ เดินตามแนวทางที่กำหนด ไม่รบกวนแปลงผลิต/แปลงสาธิต และถ้าตั้งใจไปเพื่อวัฒนธรรม ลองเช็กช่วงงานประเพณีล่วงหน้า จะได้ไม่พลาดช่วงที่ชุมชนมีชีวิตชีวาที่สุด
| ชื่อสถานที่ | ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหมอกจ๋าม |
| ที่ตั้ง | หมู่บ้านห้วยศาลา อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ (โซนลุ่มน้ำกก) |
| สถานะโครงการ | โครงการหลวง/โครงการพระราชดำริ (จัดตั้งศูนย์ พ.ศ. 2526) |
| พื้นที่รับผิดชอบ | ประมาณ 10,437.76 ไร่ (ราว 15 หมู่บ้าน) |
| ระดับความสูง | ประมาณ 450–550 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล |
| ลักษณะภูมิประเทศ | ที่ราบริมแม่น้ำกก ล้อมด้วยแนวเขาสลับซับซ้อน |
| กิจกรรมเด่น | ท่องเที่ยวเชิงเกษตร (แปลงพืชผัก/สวนมะม่วง/ชิมเสาวรส), เรียนรู้วิถีชนเผ่า, ล่องเรือแม่น้ำกก (ตามฤดูกาล) |
| ประเพณี/วัฒนธรรมที่ควรรู้ | อาข่า: พิธีโล้ชิงช้า (มักจัดเดือนสิงหาคม), ไทใหญ่: ปอยส่างลอง (มักราวเมษายน) และงานบุญตามปฏิทินชุมชน, ไทลื้อ: อาหาร–ดนตรี–หัตถกรรม (ขึ้นกับช่วงกิจกรรมชุมชน) |
| ที่พักในพื้นที่ศูนย์ฯ | บ้านพักรับรอง 1 หลัง (รองรับประมาณ 10 คน) – แนะนำติดต่อ/นัดหมายล่วงหน้า |
| อาหารในพื้นที่ศูนย์ฯ | โดยทั่วไปไม่มีร้านอาหารประจำ – สามารถสั่งรายการอาหารล่วงหน้าให้จัดเตรียมได้ (เหมาะกับผู้มาเป็นกลุ่ม) |
| การเดินทางโดยสรุป | จากเชียงใหม่ใช้ทางหลวง 107 ไปโซนท่าตอน (แม่อาย) แล้วต่อทางหลวง 1089 ไปยังทางแยกเข้าศูนย์ฯ (ระยะทางรวมประมาณ 190 กม.) |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (พร้อมระยะทาง) | โซนตำบลท่าตอน (ประมาณ 15 กม.) วัดท่าตอน/พระธาตุท่าตอน (ประมาณ 15–20 กม.) ท่าเรือล่องแม่น้ำกก (โซนท่าตอน) (ประมาณ 15–20 กม.) ชุมชนไทลื้อบ้านวังไผ่ (ขึ้นกับจุดหมายในหมู่บ้าน) (ประมาณ 10–25 กม.) น้ำพุร้อนมะลิกา (บ้านเมืองงาม) (ประมาณ 20–35 กม.) หมายเหตุ: ระยะทางเป็นค่าประมาณเพื่อช่วยวางแผน ควรเปิดแผนที่นำทางยืนยันอีกครั้งก่อนออกเดินทาง |
| ร้านอาหารยอดนิยมใกล้เคียง (ระยะทาง–เบอร์) | Thaton River View Resort (ห้องอาหาร/โซนริมน้ำ) (ประมาณ 15–20 กม.) – 053-373-174 The Maekok River Village Resort (Food & Drink/Restaurant) (ประมาณ 15–25 กม.) – 053-053-628 กาลเวลาคาเฟ่ ท่าตอน (โซนท่าตอน) (ประมาณ 15–25 กม.) – 063-883-7154 หมายเหตุ: ร้านอาหารในโซนท่าตอนมีหลายตัวเลือก ระยะทางขึ้นกับจุดเริ่มต้นจริงและเส้นทาง ควรโทร/เปิดแผนที่ก่อนออกเดินทาง |
| ที่พักยอดนิยมใกล้เคียง (ระยะทาง–เบอร์) | Thaton River View Resort (ประมาณ 15–20 กม.) – 053-373-174 The Maekok River Village Resort (ประมาณ 15–25 กม.) – 053-053-628 Thaton Garden Resort (ประมาณ 15–25 กม.) – 053-459-288 Thaton Hill Resort (ประมาณ 15–25 กม.) – 061-351-9729, 053-053-669 |
| ติดต่อศูนย์ฯ | โทรศัพท์: 081-961-2677 (แนะนำติดต่อ/นัดหมายก่อนเดินทาง) |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหมอกจ๋ามเหมาะกับใคร?
ตอบ: เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวแบบสงบ ๆ ชอบเรียนรู้เกษตรและวิถีชุมชนบนพื้นที่สูง และอยากเห็นงานพัฒนาตามแนวพระราชดำริในพื้นที่จริงมากกว่าการเที่ยวแบบเร่งรีบ
ถาม: ไปแล้วทำอะไรได้บ้าง?
ตอบ: เดินชมแปลงผลผลิตของโครงการหลวง (ผัก–ธัญพืช–สวนมะม่วง) ชิมผลผลิตตามฤดูกาล เรียนรู้วัฒนธรรมชนเผ่าในชุมชนรอบ ๆ และวางแผนต่อทริปล่องเรือแม่น้ำกกได้ตามฤดูกาล
ถาม: ช่วงไหนน่าไปที่สุด?
ตอบ: ปลายฝนต้นหนาวถึงหน้าหนาวมักเดินทางสบายและอากาศดี ส่วนหน้าฝนวิวจะเขียวชุ่มแต่ควรเผื่อเวลาและขับรถด้วยความระมัดระวัง เพราะเป็นทริปทางไกลและบางช่วงอาจเปียกลื่น
ถาม: ถ้าอยากเจอประเพณีโล้ชิงช้าของอาข่า ควรไปช่วงไหน?
ตอบ: โดยมากจะอยู่ช่วงเดือนสิงหาคม แต่รายละเอียดแต่ละปีอาจปรับตามชุมชน แนะนำเช็กกำหนดการกับพื้นที่/ชุมชนล่วงหน้าก่อนเดินทาง
ถาม: มีวัดและพิพิธภัณฑ์ไทใหญ่ที่ไหนน่าแวะ?
ตอบ: วัดใหม่หมอกจ๋ามและพิพิธภัณฑ์เจ้าครูหมอไตเป็นจุดสำคัญของชุมชนไทใหญ่ในพื้นที่ ช่วยให้เข้าใจศิลปะ ศรัทธา และวิถีชีวิตของคนไทใหญ่ได้ชัดขึ้น เหมาะกับคนที่ชอบเรื่องเล่าวัฒนธรรม
ถาม: จะพักค้างคืนแนะนำแบบไหน?
ตอบ: ถ้าอยากใกล้พื้นที่ทำงานของศูนย์ฯ ให้ลองสอบถามบ้านพักรับรอง (ควรนัดหมายก่อน) แต่ถ้าต้องการความสะดวกเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกและร้านอาหาร แนะนำพักโซนตำบลท่าตอนซึ่งมีที่พักหลายแบบ และค่อยขับเข้า–ออกศูนย์ฯ ตามแผนเที่ยว
แสดงความเห็น
| คำค้น (ขั้นสูง) |
Facebook Fanpage







หมวดหมู่:
กลุ่ม:
ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(
พระราชวัง(
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(
พิพิธภัณฑ์(
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ
พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(
ศูนย์ฝึกอบรม(
มหาวิทยาลัย
สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
วัด(
มัสยิด(
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(
วิถีชีวิต
หมู่บ้าน ชุมชน(
ตลาดท้องถิ่น(
ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล(
ดอย และภูเขา(
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(
น้ำตก(
น้ำพุร้อน(
ถ้ำ(
แม่น้ำลำคลอง(
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(
บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(
สนามกีฬา(
ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(
สวนน้ำ(
โรงละคร(
กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย(
ช้อปปิ้ง
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(
ร้านอาหาร
มิชลินสตาร์(
มิชลิน ไกด์(
หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในการท่องเที่ยว
หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในการท่องเที่ยว(
บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(
เมนูอาหารเหนือ, สูตรอาหารเหนือ(
ขนมไทยภาคเหนือ, สูตรอาหารเหนือ(