หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.เมืองเชียงใหม่ >ต.สุเทพ > อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย
TL;DR: อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย อยู่ที่เชิงดอยสุเทพ ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเปิดทุกวัน เวลา 24 ชั่วโมง. จุดเด่นคือ รูปหล่อสำริดรมดำของครูบาศรีวิชัย ตั้งอยู่บนลานสักการะบริเวณทางขึ้นดอยสุเทพ รายล้อมด้วยร้านดอกไม้ธูปเทียนและจุดแวะของผู้ศรัทธา.
อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย

วันเปิดทำการ: เปิดทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 24 ชั่วโมง
อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย คือจุดสักการะสำคัญบริเวณเชิงดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ ที่ผู้คนจำนวนมากนิยมแวะกราบไหว้ก่อนเดินทางขึ้นไปนมัสการวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร ความสำคัญของสถานที่แห่งนี้ไม่ได้อยู่เพียงในฐานะลานอนุสาวรีย์ของพระเถระผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็น “ตนบุญแห่งล้านนา” เท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของแรงศรัทธา ความร่วมแรงร่วมใจ และความทรงจำร่วมของผู้คนในภาคเหนือที่มีต่อครูบาศรีวิชัย ผู้มีบทบาทอย่างยิ่งต่อพระพุทธศาสนา งานบูรณปฏิสังขรณ์วัดวาอาราม และการสร้างถนนขึ้นสู่วัดพระธาตุดอยสุเทพอันเป็นเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์เชียงใหม่
เมื่อมองในเชิงท่องเที่ยวและเชิงวัฒนธรรม อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัยเป็นมากกว่าจุดแวะพักริมทาง เพราะสถานที่แห่งนี้ทำหน้าที่เชื่อมระหว่าง “เมือง” กับ “ดอย” เชื่อมความเชื่อของคนท้องถิ่นกับการเดินทางของนักท่องเที่ยว และเชื่อมประวัติศาสตร์ล้านนาเข้ากับชีวิตร่วมสมัยอย่างแนบแน่น ผู้ที่มาเยือนเชียงใหม่ครั้งแรกมักจดจำภาพลานสักการะ แผงดอกไม้ธูปเทียน และบรรยากาศของผู้คนที่มาด้วยความเคารพศรัทธาได้ไม่ยาก ส่วนคนเชียงใหม่จำนวนไม่น้อยยังถือว่าการแวะไหว้ครูบาศรีวิชัยก่อนขึ้นดอยเป็นธรรมเนียมที่ให้ความรู้สึกเป็นสิริมงคล
แนวคิดในการสร้างอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัยเริ่มต้นขึ้นราว พ.ศ. 2499 ในสมัยที่นายประเสริฐ กาญจนดุล ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และได้ติดต่อกรมศิลปากรให้ออกแบบสร้างอนุสาวรีย์รูปเหมือนครูบาศรีวิชัย จากนั้นกรมศิลปากรได้มอบหมายให้ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรีเป็นผู้ออกแบบ โดยท่านเป็นผู้ปั้นส่วนศีรษะ และอาจารย์เขียน ยิ้มศิริปั้นส่วนองค์ รูปหล่อครูบาศรีวิชัยมีความสูงประมาณ 80 เซนติเมตร หล่อด้วยสำริดรมดำ ใช้เวลาออกแบบและปั้นตั้งแต่ปลายปี พ.ศ. 2499 ถึง พ.ศ. 2501 ก่อนจะอัญเชิญมาประดิษฐาน ณ บริเวณเชิงดอยสุเทพเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2506 ซึ่งทำให้สถานที่แห่งนี้กลายเป็นหมุดหมายสำคัญของการรำลึกถึงท่านอย่างเป็นรูปธรรม
หากมองให้ลึกกว่าข้อมูลการก่อสร้าง อนุสาวรีย์แห่งนี้สะท้อนพลังศรัทธาของชาวล้านนาที่มีต่อครูบาศรีวิชัยอย่างชัดเจน เพราะท่านไม่ได้เป็นเพียงพระสงฆ์รูปหนึ่งในประวัติศาสตร์ แต่เป็นบุคคลที่ผู้คนรู้สึกว่าได้อุทิศตนเพื่อพระพุทธศาสนาและส่วนรวมอย่างแท้จริง ครูบาศรีวิชัยมีภูมิลำเนาเดิมเป็นชาวบ้านปาง ตำบลแม่ตืน อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน เดิมชื่อ “เฟือน” และอุปสมบทเมื่ออายุ 21 ปี ที่วัดบ้านโฮ่งหลวง อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน เมื่อ พ.ศ. 2442 ได้ฉายาว่า “สิริวิชโยภิกขุ” แต่ชาวบ้านทั่วไปนิยมเรียกตามสำเนียงและขนบล้านนาว่า “พระสีวิไชย” จนกลายเป็นชื่อที่ผู้คนคุ้นเคยสืบมา
เหตุที่ท่านได้รับความเลื่อมใสสูงมาก เกิดจากวัตรปฏิบัติอันเคร่งครัด สมถะ และเปี่ยมด้วยเมตตา ครูบาศรีวิชัยถูกยกย่องว่าเป็นพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ มีศีลาจารวัตรงดงาม และไม่เพิกเฉยต่อความทรุดโทรมของศาสนสถานที่พบเห็น เมื่อพบวัดใดชำรุดทรุดโทรม ท่านมักเข้าไปมีบทบาทในการบูรณะให้ดีขึ้น ด้วยเหตุนี้เองท่านจึงได้รับการเคารพในฐานะ “ตนบุญ” หรือผู้มีบุญบารมีสูงในความรับรู้ของสังคมล้านนา
คุณูปการของครูบาศรีวิชัยต่อวงการสงฆ์และสังคมล้านนามีหลายด้าน ด้านแรกคือการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าไปยังกลุ่มคนที่เดิมนับถือผีและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อพื้นถิ่น โดยเฉพาะกลุ่มชาติพันธุ์และชุมชนบนพื้นที่สูง ไม่ว่าจะเป็นชาวกะเหรี่ยง อีก้อ ยาง ข่า ขมุ และมูเซอ ท่านสามารถทำให้ผู้คนจำนวนมากหันมาใกล้ชิดพระพุทธศาสนาและเกิดศรัทธาในพระธรรมมากขึ้น เรื่องนี้ทำให้ชื่อของครูบาศรีวิชัยไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในเขตเมืองใหญ่ แต่แผ่กว้างไปยังพื้นที่ชนบทและภูเขาในภาคเหนืออย่างลึกซึ้ง
อีกด้านหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือบทบาทในการสร้างและบูรณปฏิสังขรณ์วัดวาอารามจำนวนมากทั่วล้านนา มีหลักฐานกล่าวถึงการบูรณะวัดถึง 108 แห่ง ตัวอย่างเช่น การบูรณะวัดพระธาตุหริภุญชัย จังหวัดลำพูน หลังได้รับความเสียหายจากพายุใหญ่ การบูรณะวัดดอยเกิ้ง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ การสร้างวิหารพระเจ้าตนหลวง วัดศรีโคมคำ จังหวัดพะเยา การบูรณะวัดพระธาตุดอยตุง จังหวัดเชียงราย พระธาตุช่อแฮ จังหวัดแพร่ วัดพระสิงห์ จังหวัดเชียงใหม่ วัดพระพุทธบาทตากผ้า จังหวัดลำพูน วัดสวนดอก จังหวัดเชียงใหม่ และวัดจามเทวีหรือวัดกู่กุด จังหวัดลำพูน ผลงานเหล่านี้ทำให้ชื่อของท่านผูกพันกับการฟื้นฟูภูมิทัศน์ทางศาสนาของภาคเหนืออย่างยิ่ง
สำหรับคนทั่วไป ผลงานของครูบาศรีวิชัยที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดคือการนำศรัทธามหาชนมาสร้างถนนขึ้นสู่วัดพระธาตุดอยสุเทพ ถนนสายนี้ไม่ใช่เพียงงานก่อสร้างเชิงกายภาพ แต่เป็นสัญลักษณ์ของการรวมพลังของชุมชนและศรัทธาที่จับต้องได้ ทุกวันนี้การที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางขึ้นดอยสุเทพได้สะดวก ย่อมทำให้ผู้คนจำนวนมากระลึกถึงครูบาศรีวิชัยในฐานะผู้เปิดทางทั้งในความหมายตรงและความหมายเชิงนามธรรม นอกจากนี้ท่านยังมีบทบาทสำคัญในการรวบรวมและสังคายนาพระไตรปิฎกฉบับอักษรล้านนาที่กระจัดกระจายตามวัดต่าง ๆ ทั่วภาคเหนือ แล้วจัดหมวดหมู่และจารลงบนใบลานใหม่เพื่อสืบอายุพระพุทธศาสนา ถือเป็นผลงานด้านมรดกความรู้ที่สำคัญอย่างยิ่ง
ลานอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัยในปัจจุบันจึงเป็นพื้นที่ที่รวมทั้งความทรงจำทางประวัติศาสตร์ ความศักดิ์สิทธิ์ทางใจ และวิถีชีวิตร่วมสมัยเข้าไว้ด้วยกัน ทุกเช้ามักมีผู้คนมาทำบุญตักบาตร บางวันโดยเฉพาะช่วงสำคัญทางศาสนาหรือวันรำลึกเกี่ยวกับครูบาศรีวิชัย บริเวณนี้จะคึกคักเป็นพิเศษ ภาพพระภิกษุสามเณรเดินรับบิณฑบาตและผู้ศรัทธานำดอกไม้ ธูป เทียน หรือของถวายต่าง ๆ มาสักการะ เป็นภาพที่ทำให้สถานที่แห่งนี้มีบรรยากาศต่างจากจุดท่องเที่ยวทั่วไปอย่างชัดเจน
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่คุ้นกับวัฒนธรรมท้องถิ่น การมาเยือนอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัยควรเริ่มต้นด้วยความเข้าใจว่า ที่นี่เป็นพื้นที่สาธารณะซึ่งมีความศักดิ์สิทธิ์ในความรู้สึกของผู้คนจำนวนมาก การแต่งกายสุภาพ พูดคุยด้วยน้ำเสียงเหมาะสม และเคารพผู้ที่กำลังสักการะอยู่ เป็นสิ่งที่ช่วยให้บรรยากาศโดยรวมยังคงสงบงามตามเจตนาของสถานที่ หากต้องการถ่ายภาพ สามารถทำได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงการรบกวนผู้คนที่กำลังกราบไหว้หรือประกอบพิธีส่วนตัว
เสน่ห์อีกอย่างของสถานที่แห่งนี้คือทำเลที่ตั้งอยู่ตรงจุดเริ่มต้นของเส้นทางขึ้นดอยสุเทพ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่วางแผนเที่ยวหลายแห่งในวันเดียว ไม่ว่าจะเป็นวัดศรีโสดา น้ำตกห้วยแก้ว วัดผาลาด สวนสัตว์เชียงใหม่ หรือวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร นักท่องเที่ยวจำนวนมากนิยมเริ่มต้นด้วยการแวะสักการะครูบาศรีวิชัยก่อน แล้วจึงเดินทางต่อขึ้นเขา ทำให้อนุสาวรีย์แห่งนี้เป็นเหมือนประตูทางวัฒนธรรมก่อนเข้าสู่กลุ่มสถานที่สำคัญบนดอยสุเทพ
บรรยากาศของลานอนุสาวรีย์ในแต่ละช่วงเวลาก็ให้ความรู้สึกต่างกัน ตอนเช้าตรู่จะมีความสงบ อากาศค่อนข้างเย็น และเหมาะกับการสังเกตวิถีตักบาตรหรือการสักการะแบบเรียบง่าย ช่วงสายและบ่ายจะสะดวกต่อการเดินทางและเชื่อมต่อไปยังจุดเที่ยวอื่น ส่วนช่วงเย็นและค่ำเป็นอีกเวลาที่หลายคนชอบ เพราะแสงไฟและบรรยากาศของเชิงดอยทำให้รู้สึกสงบไปอีกแบบ การเปิดให้เข้าถึงได้ตลอดวันจึงทำให้ผู้มาเยือนสามารถจัดเวลาได้ยืดหยุ่นพอสมควร
ในมิติของประวัติศาสตร์ศิลปะ อนุสาวรีย์แห่งนี้ยังน่าสนใจตรงที่มีความเกี่ยวข้องกับศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี บุคคลสำคัญของวงการศิลปะไทยสมัยใหม่ การที่ท่านมีส่วนออกแบบและปั้นส่วนศีรษะของรูปเหมือนครูบาศรีวิชัย ทำให้อนุสาวรีย์นี้ไม่ได้มีคุณค่าเพียงในเชิงศรัทธา แต่ยังมีนัยสำคัญในฐานะงานประติมากรรมสาธารณะซึ่งสะท้อนยุคสมัยและวิธีคิดในการสร้างอนุสรณ์สถานของรัฐและท้องถิ่นในช่วงกึ่งกลางพุทธศตวรรษที่ 25 อีกด้วย
สิ่งที่ทำให้อ่านประวัติของอนุสาวรีย์แห่งนี้แล้วน่าสนใจเป็นพิเศษ คือมันไม่ใช่อนุสาวรีย์ที่ถูกสร้างขึ้นโดยตัดขาดจากชีวิตจริงของผู้คน ตรงกันข้าม มันตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ผู้คนยังใช้งานจริง ยังมากราบไหว้จริง ยังจัดกิจกรรมรำลึกจริง และยังเชื่อมโยงกับเส้นทางการเดินทางขึ้นดอยสุเทพอย่างแนบแน่น ความหมายของอนุสาวรีย์จึงยังเคลื่อนไหวอยู่ในปัจจุบัน ไม่ได้หยุดนิ่งเป็นเพียงวัตถุแห่งอดีต
สำหรับผู้ที่สนใจเรื่องล้านนา อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัยยังเป็นจุดตั้งต้นที่ดีในการทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างพระพุทธศาสนา ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น และสำนึกชุมชนของภาคเหนือ ครูบาศรีวิชัยไม่ได้ถูกจดจำแค่ในฐานะพระเกจิผู้ศักดิ์สิทธิ์ แต่ยังเป็นผู้นำทางศรัทธาที่ทำงานสาธารณะจริง เป็นบุคคลที่สามารถระดมแรงงานและศรัทธาของคนจำนวนมากมาสร้างประโยชน์ส่วนรวม และเป็นตัวแทนของอัตลักษณ์ล้านนาที่คนรุ่นหลังยังยึดโยงได้อยู่เสมอ
การเดินทาง ไปยังอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัยค่อนข้างสะดวก หากใช้รถส่วนตัวสามารถขับมาตามถนนห้วยแก้ว มุ่งหน้าเชิงดอยสุเทพ บริเวณลานอนุสาวรีย์จะอยู่ก่อนถึงน้ำตกห้วยแก้วและทางขึ้นวัดพระธาตุดอยสุเทพ หากมาจากย่านคูเมืองหรือนิมมานเหมินท์ ใช้เวลาไม่นานและสามารถวางแผนต่อไปยังสถานที่ท่องเที่ยวอื่นได้ง่าย สำหรับผู้ที่ใช้รถสาธารณะ สามารถเรียกรถแดงหรือรถรับจ้างจากตัวเมืองเชียงใหม่ โดยแจ้งปลายทางว่า “ลานครูบาศรีวิชัย ทางขึ้นดอยสุเทพ” ซึ่งเป็นจุดที่คนขับรู้จักกันดี นักท่องเที่ยวที่ตั้งใจขึ้นดอยสุเทพต่อก็นิยมเริ่มต้นจากจุดนี้เช่นกัน
โดยสรุป อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัยเป็นสถานที่ที่รวมคุณค่าหลายด้านไว้พร้อมกัน ทั้งคุณค่าทางประวัติศาสตร์ศาสนา คุณค่าทางศิลปกรรม คุณค่าทางจิตใจ และคุณค่าในฐานะจุดเริ่มต้นของการเดินทางขึ้นสู่ดอยสุเทพ ผู้ที่แวะมาที่นี่จึงไม่ได้เพียงมาชมอนุสาวรีย์หรือถ่ายภาพ แต่ยังได้สัมผัสเรื่องราวของบุคคลสำคัญผู้เป็นสัญลักษณ์ของศรัทธาและความเสียสละในสังคมล้านนาอย่างใกล้ชิด หากต้องการเริ่มต้นทริปเชียงใหม่ด้วยสถานที่ที่มีทั้งความหมาย ความสงบ และเรื่องเล่าที่ลึกซึ้ง อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัยคือหนึ่งในจุดหมายที่เหมาะอย่างยิ่ง
| ชื่อสถานที่ | อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย |
| ที่ตั้ง | เชิงดอยสุเทพ ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ |
| ที่อยู่ | 99 ถนนห้วยแก้ว ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50300 |
| พิกัด | 18.8129, 98.9460 |
| ไฮไลต์ | จุดสักการะสำคัญก่อนขึ้นดอยสุเทพ, สัญลักษณ์ศรัทธาของชาวล้านนา, จุดเริ่มต้นทริปสายวัดและธรรมชาติฝั่งดอยสุเทพ |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | แนวคิดเริ่มสร้างราว พ.ศ. 2499 ออกแบบและปั้นในช่วงปลาย พ.ศ. 2499–2501 และอัญเชิญมาประดิษฐานเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2506 |
| ที่มาของชื่อ | ตั้งชื่อตามครูบาศรีวิชัย พระเถระผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นนักบุญแห่งล้านนาและเป็นผู้นำศรัทธาในการสร้างถนนขึ้นดอยสุเทพ |
| ลักษณะเด่น | รูปหล่อสำริดรมดำของครูบาศรีวิชัย ตั้งอยู่บนลานสักการะบริเวณทางขึ้นดอยสุเทพ รายล้อมด้วยร้านดอกไม้ธูปเทียนและจุดแวะของผู้ศรัทธา |
| การเดินทาง | ใช้ถนนห้วยแก้วมุ่งหน้าเชิงดอยสุเทพ อยู่ก่อนถึงน้ำตกห้วยแก้วและทางขึ้นวัดพระธาตุดอยสุเทพ สามารถเดินทางด้วยรถส่วนตัว รถแดง หรือรถรับจ้างจากตัวเมืองเชียงใหม่ได้สะดวก |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าสักการะตามปกติ และยังเป็นสถานที่ประกอบกิจกรรมรำลึกและทำบุญในโอกาสสำคัญที่เกี่ยวกับครูบาศรีวิชัย |
| วันเปิดทำการ | เปิดทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 24 ชั่วโมง |
| ค่าเข้า | ไม่มีค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ลานสักการะ, จุดซื้อดอกไม้ธูปเทียน, จุดจอดรถบริเวณใกล้เคียง, ทางเชื่อมต่อเส้นทางขึ้นดอยสุเทพ |
| พื้นที่สำคัญ | ลานอนุสาวรีย์, จุดถวายสักการะ, แนวร้านดอกไม้ธูปเทียน, พื้นที่เชื่อมเส้นทางขึ้นดอยสุเทพ |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | ข้อมูลท่องเที่ยวเทศบาลเมืองสุเทพ, Amazing Thailand |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1) วัดศรีโสดา พระอารามหลวง 1 กม. 2) น้ำตกห้วยแก้ว 1 กม. 3) สวนสัตว์เชียงใหม่ 2 กม. 4) วัดผาลาด 4 กม. 5) วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร 8 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1) คุ้มเวียงยอง 4 กม. โทร 053-329-244 2) Hello Solao 4 กม. โทร 053-270-190, 089-850-9343 3) ลาบริมคลอง 5 กม. โทร 090-241-9624 4) บ้านร่มไม้ บาหลี 4 กม. โทร 080-120-7722, 053-271-122 5) The Volcano สาขาหลัง มช. 3 กม. โทร 088-261-3001 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1) Furama Chiang Mai 4 กม. โทร 053-415-222 2) โรงแรมเชียงใหม่ฮิลล์ 4 กม. โทร 053-218-960-3 3) Lotus Hotel Pang Suan Kaew 5 กม. โทร 053-224-333 4) U Nimman Chiang Mai 5 กม. โทร 052-005-111 5) Hotel MAYU Chiang Mai 5 กม. โทร 098-806-5896 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัยอยู่ที่ไหน?
ตอบ: อยู่บริเวณเชิงดอยสุเทพ ถนนห้วยแก้ว ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนถึงน้ำตกห้วยแก้วและทางขึ้นวัดพระธาตุดอยสุเทพ
ถาม: อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัยเปิดกี่โมง?
ตอบ: เปิดทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง จึงสามารถแวะสักการะได้ทั้งช่วงเช้า กลางวัน เย็น และค่ำ
ถาม: ต้องเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่มีค่าเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถเข้าสักการะได้ตามปกติ
ถาม: ทำไมคนเชียงใหม่จึงให้ความเคารพครูบาศรีวิชัยมาก?
ตอบ: เพราะครูบาศรีวิชัยเป็นพระเถระสำคัญของล้านนาที่มีบทบาททั้งด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนา การบูรณปฏิสังขรณ์วัด และการนำศรัทธามหาชนสร้างถนนขึ้นดอยสุเทพ
ถาม: ควรแวะที่นี่ช่วงไหนของวัน?
ตอบ: ช่วงเช้าเหมาะกับการสัมผัสบรรยากาศสงบและการทำบุญตักบาตร ส่วนช่วงเย็นและค่ำให้บรรยากาศสบายและเหมาะกับการแวะก่อนหรือหลังขึ้นดอยสุเทพ
ถาม: จากอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัยสามารถเที่ยวต่อที่ไหนได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเดินทางต่อไปยังน้ำตกห้วยแก้ว วัดศรีโสดา สวนสัตว์เชียงใหม่ วัดผาลาด และวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหารได้สะดวก
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์
ปรับปรุงล่าสุด : 4 เดือนที่แล้ว




