หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.เมืองเชียงใหม่ >ต.ศรีภูมิ > งาตำอ้อย ขนมไทย อาหารว่างภาคเหนือ
TL;DR: งาตำอ้อย ขนมไทย อาหารว่างภาคเหนือ. จุดเด่นคือ งาขี้ม่อนคั่วโขลกละเอียดผสมกับน้ำอ้อยจนเข้ากัน ได้ขนมหวานพื้นบ้านที่มีรสหวานมันและกลิ่นหอมงาชัดเจน.
งาตำอ้อย ขนมไทย อาหารว่างภาคเหนือ
งาตำอ้อย ขนมไทยอาหารว่างภาคเหนือ เป็นขนมหวานของชาวไทยอง ถือขนมไทยนิยมรับประทานในฤดูหนาว มีขายทั่วไปในท้องตลาด ประมาณ 10-20 ปีก่อน ปัจจุบันหาซี้อรับประทานยาก
งาขี้ม่อน คือ ธัญพืชที่สามารถรับประทานได้ทั้งเมล็ด และใบ สามารถนำมาใช้เพื่อสุขภาพและนำมารับประทาน ประโยชน์งาขี้ม่อนมีมากมายเนื่องจากมีคุณค่าทางโภชนาการสูง พันธุ์งาขี้ม่อน มีพันธุ์ใบสีเขียวและพันธุ์ใบสีม่วง ใบสีเขียวเป็นพันธุ์ที่พบมากในประเทศไทย จากการสำรวจการปลูกงาขี้ม่อนในภาคเหนือตอนบนพบว่า มีการปลูกกระจายทั่วไปบนพื้นที่ดอนตามไหล่เขาเชิงเขา งาขี้ม่อนทั้งหมด 130 สายพันธุ์ แบ่งออกเป็น 3 พันธุ์ (ต้นงาขี้ม่อน) ได้แก่ งาดอ เป็นงาขี้ม่อนอายุสั้น, งากลาง อายุอยู่ระหว่างงาดอกับงาปี, งาปี มีอายุมากกว่า (จะเก็บเกี่ยวช่วงปลายเดือนธันวาคม)
งาขี้ม่อนประโยชน์นั้นมีมากมาย เช่น
1. มีโอเมก้า 3 ช่วยรักษาอาการร้อนใน
2. ช่วยบรรเทาอาการภูมิแพ้อากาศ
3. ทำให้เกิดความผ่อนคลาย และลดความวิตกกังวลที่เป็นสาเหตุของโรคซึมเศร้า
4. บรรเทาอาการหอบหืด
5. มีสารเซซามอล ที่ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง และชะลอความแก่
6. ช่วยป้องกันการเติบโตของเซลล์มะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งเต้านม และมะเร็งต่อมลูกหมาก
7. ช่วยลดคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ ที่เป็นสาเหตุของโรคหัวใจ
8. ช่วยปกป้องตับจากการถูกทำลาย และยับยั้งการเจริญของมะเร็งตับ
9. ช่วยบำรุงผิว และยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานิน
น้ำอ้อย เป็นน้ำเชื่อมที่สกัดจากอ้อยในเครื่องบด ในหลายประเทศนิยมบริโภคเป็นเครื่องดื่ม โดยเฉพาะอย่างในที่ที่ปลูกเชิงพาณิชย์อย่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อนุทวีปอินเดีย ประเทศอียิปต์ และละตินอเมริกา น้ำอ้อยถือเป็นสารตั้งต้นหนึ่งของรัม
ส่วนผสม
- งาขี้ม้อน 2 ถ้วย
- น้ำอ้อย 2 ถ้วย
วิธีการทำ (สูตรอาหารเหนือ)
1. คั่วงาขี้ม้อน ใช้ไฟอ่อน ๆ คั่วจนกว่าจะมีกลิ่นหอม จากนั้นทิ้งไว้ให้เย็น โขลกงาขี้ม้อนให้ละเอียด
2. ใส่น้ำอ้อย โขลกรวมกันให้ละเอียด จากนั้นใส่น้ำเปล่า 1 ช้อนโต๊ะ โขลกต่อให้เข้ากัน
3. เป็นอันเสร็จตักใส่ภาชนะพร้อมรับประทาน
ขนมไทยภาคเหนือ ขนมไทย นั้นมีเอกลักษณ์ด้านวัฒนธรรมประจำชาติไทย คือ ขนมโบราณจะมีความละเอียดอ่อนประณีตในการเลือกสรรวัตถุดิบ โดยวิธีการทำ ที่พิถีพิถัน รสชาติอร่อยหอมหวาน และสีสันสวยงาม รูปลักษณ์ชวนรับประทาน ตลอดจนกรรมวิธีที่ประณีตบรรจง
| ชื่อขนม | งาตำอ้อย |
| ประเภท | ขนมไทย / อาหารว่างภาคเหนือ / ขนมหวานพื้นบ้าน |
| กลุ่มวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้อง | ชาวไทยองในภาคเหนือ |
| ภูมิภาค | ภาคเหนือ |
| วัตถุดิบหลัก | งาขี้ม่อนและน้ำอ้อย |
| วัตถุดิบสำคัญ | งาขี้ม่อน เมล็ดธัญพืชพื้นบ้านสีน้ำตาลเทา มีกลิ่นหอมมัน และน้ำอ้อยที่ให้รสหวานหอมตามธรรมชาติ |
| ลักษณะเด่น | งาขี้ม่อนคั่วโขลกละเอียดผสมกับน้ำอ้อยจนเข้ากัน ได้ขนมหวานพื้นบ้านที่มีรสหวานมันและกลิ่นหอมงาชัดเจน |
| รสชาติ | หวาน หอม มัน มีรสเข้มข้นจากงาขี้ม่อนคั่วและน้ำอ้อย |
| เนื้อสัมผัสที่ดี | เนื้อขนมละเอียด ชุ่มพอดี ไม่แห้งร่วน ไม่เหลวเกินไป และมีกลิ่นหอมจากงาคั่ว |
| ช่วงเวลาที่นิยมรับประทาน | นิยมรับประทานในฤดูหนาว |
| สถานะในปัจจุบัน | เป็นขนมพื้นบ้านที่ปัจจุบันหาซื้อรับประทานได้ยากกว่าสมัยก่อน |
| ชนิดของงาขี้ม่อน | มีพันธุ์ใบสีเขียวและพันธุ์ใบสีม่วง โดยพันธุ์ใบสีเขียวพบมากในประเทศไทย |
| กลุ่มพันธุ์งาขี้ม่อน | แบ่งได้เป็นงาดอ งากลาง และงาปี ตามอายุและช่วงเวลาเก็บเกี่ยว |
| ลักษณะของน้ำอ้อย | น้ำเชื่อมหรือความหวานที่ได้จากอ้อย ให้กลิ่นหวานหอมเฉพาะตัว และช่วยเชื่อมงาขี้ม่อนให้รวมเป็นเนื้อเดียวกัน |
| กรรมวิธีสำคัญ | คั่วงาขี้ม่อนด้วยไฟอ่อนจนหอม พักให้เย็น โขลกให้ละเอียด แล้วโขลกรวมกับน้ำอ้อยจนเข้ากัน |
| วิธีปรุง | คั่วและโขลก |
| ระดับไฟที่ใช้คั่วงา | ไฟอ่อน เพื่อให้งาสุกหอมโดยไม่ไหม้หรือเกิดรสขม |
| การเสิร์ฟ | ตักใส่ภาชนะ รับประทานเป็นขนมหวานหรืออาหารว่างพื้นบ้าน |
| เคล็ดลับสำคัญ | ควรพักงาที่คั่วแล้วให้เย็นก่อนโขลก เพื่อให้กลิ่นหอมชัดและควบคุมเนื้อขนมได้ดีขึ้น |
| ข้อควรระวัง | หากคั่วงาแรงเกินไปจะทำให้งาไหม้และขม หากใส่น้ำมากเกินไปเนื้อขนมจะเหลวและเสียรสสัมผัส |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: งาตำอ้อยคืออะไร?
ตอบ: งาตำอ้อยเป็นขนมหวานพื้นบ้านภาคเหนือ ทำจากงาขี้ม่อนคั่วโขลกละเอียดผสมกับน้ำอ้อย มีรสหวานมัน หอมงาคั่ว และเป็นขนมที่นิยมรับประทานในฤดูหนาว
ถาม: งาตำอ้อยเป็นขนมของกลุ่มวัฒนธรรมใด?
ตอบ: งาตำอ้อยเป็นขนมหวานของชาวไทยองในภาคเหนือ สะท้อนภูมิปัญญาการใช้วัตถุดิบพื้นบ้านอย่างงาขี้ม่อนและน้ำอ้อยมาทำเป็นอาหารว่าง
ถาม: ทำไมงาตำอ้อยจึงนิยมรับประทานในฤดูหนาว?
ตอบ: ฤดูหนาวเป็นช่วงที่อาหารพื้นบ้านกลุ่มงาและข้าวใหม่ได้รับความนิยมในภาคเหนือ งาตำอ้อยให้พลังงานสูง มีกลิ่นหอมมัน และเหมาะกับการรับประทานเป็นของว่างในอากาศเย็น
ถาม: งาขี้ม่อนคืออะไร?
ตอบ: งาขี้ม่อนเป็นธัญพืชพื้นบ้าน มีเมล็ดกลมสีน้ำตาลเทา สามารถรับประทานได้ทั้งเมล็ดและใบ เมื่อนำเมล็ดมาคั่วจะมีกลิ่นหอมมัน นิยมใช้ในอาหารและขนมพื้นบ้านภาคเหนือ
ถาม: น้ำอ้อยมีบทบาทอย่างไรในงาตำอ้อย?
ตอบ: น้ำอ้อยให้รสหวานหอมตามธรรมชาติ และช่วยเชื่อมงาขี้ม่อนที่โขลกแล้วให้รวมเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้ขนมมีรสหวานมันและเนื้อสัมผัสชุ่มพอดี
ถาม: ทำไมต้องคั่วงาขี้ม่อนก่อนโขลก?
ตอบ: การคั่วงาขี้ม่อนช่วยดึงกลิ่นหอมและรสมันออกมา ทำให้ขนมมีกลิ่นหอมชัดและรสชาติเข้มข้นขึ้น ควรคั่วด้วยไฟอ่อนเพื่อไม่ให้งาไหม้หรือขม
ถาม: ควรโขลกงาขี้ม่อนละเอียดแค่ไหน?
ตอบ: ควรโขลกให้ละเอียดพอให้น้ำมันธรรมชาติในงาออกมาและเข้ากับน้ำอ้อยได้ดี แต่ยังคงรสสัมผัสของงาไว้เล็กน้อยเพื่อให้ขนมมีกลิ่นและเนื้อสัมผัสน่ารับประทาน
ถาม: งาตำอ้อยต่างจากข้าวหนุกงาอย่างไร?
ตอบ: งาตำอ้อยทำจากงาขี้ม่อนโขลกกับน้ำอ้อยเป็นหลัก ส่วนข้าวหนุกงาทำจากข้าวเหนียวนึ่งสุกใหม่โขลกรวมกับงาขี้ม่อนและเกลือ จึงต่างกันทั้งวัตถุดิบหลักและเนื้อสัมผัส
ถาม: งาตำอ้อยในปัจจุบันหาซื้อยากหรือไม่?
ตอบ: งาตำอ้อยเป็นขนมพื้นบ้านที่ปัจจุบันหาซื้อได้ยากกว่าสมัยก่อน เนื่องจากเป็นขนมเฉพาะถิ่นและมีคนทำขายน้อยลง
ถาม: งาตำอ้อยควรรับประทานอย่างไรให้อร่อย?
ตอบ: งาตำอ้อยควรรับประทานหลังทำใหม่ ๆ เพื่อให้ได้กลิ่นหอมของงาคั่วและความหวานหอมของน้ำอ้อยชัดเจน สามารถรับประทานเป็นของหวานหรืออาหารว่างได้
ถาม: งาตำอ้อยเก็บได้นานแค่ไหน?
ตอบ: งาตำอ้อยควรรับประทานภายในวันเดียวเพื่อให้ได้กลิ่นหอมและรสสัมผัสที่ดีที่สุด หากเก็บไว้นาน กลิ่นหอมของงาจะลดลงและเนื้อขนมอาจแห้งหรือเสียรสชาติ
ถาม: งาตำอ้อยที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร?
ตอบ: งาตำอ้อยที่ดีควรมีกลิ่นหอมงาคั่วชัดเจน รสหวานมันพอดี เนื้อขนมละเอียด ชุ่มกำลังดี ไม่แห้งร่วน และไม่เหลวเกินไป
หมวดหมู่: ●บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร
กลุ่ม: ●ขนมไทยภาคเหนือ, สูตรอาหารเหนือ
ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว




