หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ
>สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.เมืองเชียงใหม่
>ต.ศรีภูมิ
> ข้าวควบ ขนมไทยภาคเหนือ
TL;DR: ข้าวควบ ขนมไทยภาคเหนือ. จุดเด่นคือ เป็นแผ่นกลมบาง เมื่อตากแห้งแล้วนำไปย่างไฟจะพองตัว กรอบ หอม และมีรสหวาน.
ข้าวควบ ขนมไทยภาคเหนือ
ข้าวควบ ขนมไทยภาคเหนือ หรือข้าวเกรียบว่าว เป็นขนมพื้นบ้านที่มีมาช้านาน มีกล่าวไว้ในวรรณกรรมล้านนา เรื่อง นางอุทรา ว่า นางร้าย คือแม่เลี้ยงนางอุทรา แกล้งป่วย โดยใช้ข้าวควบวางไว้ใต้ที่นอน เมื่อขยับจะเสียงดัง ให้เข้าใจว่ากระดูกนางผิดปกติ
ข้าวควบ ขนมไทยภาคเหนือ เป็นอาหารว่างภาคเหนือชนิดหนึ่ง มีรสชาติเค็มนิด ๆ วิธีทำคล้ายข้าวเกรียบปากหม้อ แต่การทำข้าวแคบ เป็นการนำเอาแผ่นแป้งไปตากแดดให้แห้ง โดยทำให้สุกโดยการปิ้งหรือทอด ในอดีตการทำข้าวควบนิยมทำช่วงฤดูร้อน เพราะในช่วงฤดูร้อนนั้นมีแสงแดดที่ร้อนจัด และเพียงพอที่จะตากข้าวแคบให้แห้ง ได้ภายในวันเดียว แต่ในปัจจุบันอาจมีการนำเครื่องใช้ไฟฟ้าเข้ามาช่วย เมื่อจะกินก็นำมาพิงไฟ คือเอาไม้ไผ่แบนขนาดเล็ก ยาวประมาณหนึ่งศอก มาผ่าด้านใดด้านหนึ่งให้เป็นไม้คีบ
จากนั้นแล้วนำแผ่นข้าวแคบมาเสียบไว้ จากนั้นจึงนำไปอังบนเตาไฟ ยกให้สูงพอประมาณ แผ่นข้าวแคบก็จะเริ่มสุก และเปลี่ยนสีจากสีใส ๆ เป็นแผ่นข้าวแคบสีขาว และสามารถเก็บไว้ได้นานมากขึ้น นอกจากวิธีผิงไฟแล้ว ยังสามารถนำไปทอดในน้ำมันก็ได้ เรียกว่า “จื๋นข้าวแคบ” การทอดจะทำให้แผ่นข้าวแคบ ขยายตัวใหญ่กว่าเดิมเกือบเท่าตัว แต่หากเราใช้วิธีการทอด ไม่ควรเก็บไว้นาน เพราะเมื่ออากาศชื้นจะอ่อนตัว และอาจจะทำให้เหม็นหืนได้
ข้าวควบ ขนมไทย คือข้าวเกรียบใส่นํ้าตาลอ้อย มีรสหวานแบบข้าวเกรียบว่าว เป็นขนมพื้นบ้านที่มีมาช้านาน และยาวนาน สำหรับผู้หญิงตั้งครรภ์ที่กำลังอยู่ในช่วงอยู่ไฟ จะนิยมกินข้าวแคบข้าวควบเป็นอาหารหลัก เพราะมีความเชื่อว่าเมื่อรับประทานแล้ว จะไม่เกิดผลข้างเคียงในขณะอยู่ไฟ ข้าวควบนั้นจะมีรสชาติหวาน ผู้ใหญ่มักจะห้าม ไม่ให้เด็กกินข้าวควบมากเกินไป เพราะจะทำให้เจ็บลิ้นได้ เนื่องจากความแห้งของขนมจะดูดลิ้น
ข้าวควบ นั้นมีลักษณะการทำคล้ายกับข้าวแคบ เมื่อจะกิน เราจะนำข้าวควบที่เป็นแผ่นมาพิงไฟคล้ายกับข้าวแคบ แต่เพียงการภิงข้าวควบ จะใช้ไม้ไผ่นำมาทำเป็นรูปร่างคล้ายมือ ใช้ 2 อัน แทนมือซ้ายขวา จากนั้นปิ้งแผ่นข้าวควบโดยพลิกไปมาจนกว่าจะเหลือง อาจต้องใช้ประสบการณ์ และความชำนาญในเวลาปิ้ง เพราะถ้าปิ้งไม่เป็นแผ่น ข้าวควบจะไม่พองขยาย หรือไม่สุก และไหม้ได้ เพราะนอกจากความชำนาญแล้ว การคุมความร้อนของถ่าน ให้ได้ความร้อนที่เหมาะสมก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน
ข้าวแคบ ข้าวควบ กับเทศกาลเมือง โดยในอดีตนิยมรับประทานในงานเทศกาลสำคัญ เช่น งานบวชลูกแก้ว, ปี๋ใหม่เมืองเมือง, งานปอยหลวง และงานแต่ง เป็นต้น
ส่วนผสม ข้าวควบ
- ข้าวสารเหนียว 1 ลิตร
- ไข่ไก่ 1 ฟอง
- น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลปี๊บ 500 กรัม
- หัวกะทิ 1/2 ถ้วย
วิธีทำ (สูตรอาหารเหนือ)
1. ตำข้าวเหนียวที่นึ่งสุกใหม่ โดยใช้ครก ตำจนข้าวเหนียวละเอียดเป็นแป้งเหนียว ใช้เวลาโดยประมาณ 20 นาที ใส่น้ำตาลปี๊บเคี่ยวผสมกะทิลงในครกม ตำต่อจนเกิดเป็นเนื้อเดียวกัน
2. จากนั้นต้มไข่ไก่ให้สุก เลือกเฉพาะไข่แดง มาขยี้ผสมกับน้ำมันพืช เพื่อใช้ทามือ และอุปกรณ์ในการทำข้าวควบ เมื่อเสร็จให้นำแผ่นพลาสติกตัดเป็นวงกลม เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 6 นิ้ว หยิบแป้งประมาณหัวนิ้วโป้ง กดให้แบน โดยใช้วิธีการคลึงแป้งให้เป็นวงกลมด้วยกระบองไม้ คว่ำแผ่นแป้งลงบนแผ่นพลาสติกใหญ่
3. จากนั้นนำไปตากแดดให้แห้งประมาณ 1 ชั่วโมง กลับด้านแป้ง และตากบนไม้ไผ่สาน อีก 1 ชั่วโมง เมื่อเสร็จให้แกะแป้งออก พักไว้ให้เย็น นำมาเรียงซ้อนกันบรรจุในกระติก โดยใช้ใบตองรองด้านล่าง และปิดคลุมด้านบน เก็บไว้เป็นเวลา 1 คืน ขั้นตอนสุดท้ายคือการนำแผ่นข้าวควบย่างกับเตาถ่าน
ขนมไทย ขนมโบราณ นั้นจะมีเอกลักษณ์ด้านวัฒนธรรมประจำชาติไทย คือ จะมีความละเอียดอ่อนประณีตในการเลือกสรรวัตถุดิบ โดยวิธีการทำ ที่พิถีพิถัน รสชาติอร่อยหอมหวาน และสีสันสวยงาม รูปลักษณ์ชวนรับประทาน ตลอดจนกรรมวิธีที่ประณีตบรรจง
| ชื่อขนม | ข้าวควบ |
| ชื่อเรียกอื่น | ข้าวเกรียบว่าว / ข้าวเกรียบใส่น้ำตาลอ้อย |
| ประเภท | ขนมไทยภาคเหนือ / อาหารว่างพื้นบ้าน / ขนมโบราณล้านนา |
| ภูมิภาค | ภาคเหนือ |
| วัตถุดิบหลัก | ข้าวสารเหนียว, น้ำตาลปี๊บ, หัวกะทิ, ไข่ไก่ และน้ำมันพืช |
| ลักษณะเด่น | เป็นแผ่นกลมบาง เมื่อตากแห้งแล้วนำไปย่างไฟจะพองตัว กรอบ หอม และมีรสหวาน |
| รสชาติ | หวาน หอมกะทิ หอมน้ำตาลปี๊บ และมีรสเค็มอ่อน ๆ ตามแบบขนมพื้นบ้าน |
| เนื้อสัมผัสที่ดี | กรอบ เบา พองสวย ไม่ไหม้ ไม่เหนียว และไม่อ่อนตัวง่ายเมื่อย่างเสร็จใหม่ ๆ |
| หลักฐานทางวัฒนธรรม | มีกล่าวถึงในวรรณกรรมล้านนาเรื่องนางอุทรา สะท้อนว่าข้าวควบเป็นขนมพื้นบ้านที่มีอยู่มายาวนาน |
| ความเกี่ยวข้องกับข้าวแคบ | มีวิธีทำคล้ายข้าวแคบ คือทำเป็นแผ่น ตากแดดให้แห้ง แล้วนำไปย่างหรือทอดก่อนรับประทาน |
| กรรมวิธีสำคัญ | ตำข้าวเหนียวนึ่งสุกใหม่ให้ละเอียด ผสมกะทิและน้ำตาลปี๊บ คลึงเป็นแผ่น ตากแดด พักแผ่น แล้วนำไปย่างไฟ |
| เวลาตำข้าวเหนียว | ประมาณ 20 นาที หรือจนข้าวเหนียวละเอียดเป็นแป้งเหนียว |
| ขนาดแผ่นข้าวควบ | นิยมคลึงเป็นแผ่นวงกลม เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 6 นิ้ว |
| การตากแห้ง | ตากแดดด้านแรกประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วกลับด้านไปตากบนไม้ไผ่สานอีกประมาณ 1 ชั่วโมง |
| วิธีทำให้สุก | ย่างหรือพิงไฟบนเตาถ่าน โดยพลิกไปมาจนแผ่นข้าวควบพองและเหลืองสวย |
| วิธีรับประทานอีกแบบ | สามารถทอดในน้ำมันได้ แต่เมื่อทอดแล้วไม่ควรเก็บไว้นาน เพราะอาจอ่อนตัวและมีกลิ่นหืนเมื่อโดนความชื้น |
| โอกาสที่นิยมรับประทาน | งานบวชลูกแก้ว, ปี๋ใหม่เมือง, งานปอยหลวง, งานแต่ง และงานเทศกาลพื้นบ้านล้านนา |
| ความเชื่อพื้นบ้าน | ในอดีตผู้หญิงหลังคลอดที่อยู่ไฟนิยมรับประทานข้าวแคบและข้าวควบ เพราะเชื่อว่าเป็นอาหารที่เหมาะกับช่วงอยู่ไฟ |
| การเก็บรักษา | แผ่นข้าวควบที่ตากแห้งแล้วสามารถเก็บไว้ได้นาน ควรเก็บในภาชนะปิดสนิทและหลีกเลี่ยงความชื้น |
| เคล็ดลับสำคัญ | ต้องใช้ข้าวเหนียวนึ่งสุกใหม่ในการตำ และควบคุมไฟขณะย่างให้พอดี เพื่อให้ข้าวควบพองสวยโดยไม่ไหม้ |
| ข้อควรระวัง | หากตากไม่แห้ง แผ่นข้าวควบจะเก็บได้ไม่นานและย่างไม่พอง หากย่างด้วยไฟแรงเกินไปจะไหม้ก่อนพองตัว |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ข้าวควบคืออะไร?
ตอบ: ข้าวควบเป็นขนมไทยภาคเหนือชนิดหนึ่ง ทำจากข้าวเหนียวนึ่งสุกตำให้ละเอียด ผสมกับน้ำตาลปี๊บและกะทิ คลึงเป็นแผ่น ตากแดดให้แห้ง แล้วนำมาย่างไฟให้พองกรอบก่อนรับประทาน
ถาม: ข้าวควบกับข้าวเกรียบว่าวเหมือนกันไหม?
ตอบ: ข้าวควบมีลักษณะคล้ายข้าวเกรียบว่าว เป็นแผ่นบางที่นำไปย่างไฟให้พอง แต่ข้าวควบเป็นชื่อที่ใช้ในวัฒนธรรมอาหารพื้นบ้านภาคเหนือ และมีรสหวานจากน้ำตาลปี๊บหรือน้ำตาลอ้อย
ถาม: ข้าวควบต่างจากข้าวแคบอย่างไร?
ตอบ: ข้าวควบและข้าวแคบมีวิธีทำคล้ายกัน คือทำเป็นแผ่นและตากแดดให้แห้ง แต่ข้าวควบมีรสหวานจากน้ำตาลปี๊บหรืออ้อย ส่วนข้าวแคบมักมีรสเค็มอ่อน ๆ และนิยมรับประทานแบบย่างหรือทอดเช่นกัน
ถาม: ทำไมต้องใช้ข้าวเหนียวนึ่งสุกใหม่?
ตอบ: ข้าวเหนียวนึ่งสุกใหม่ยังร้อนและนุ่ม ทำให้ตำละเอียดเป็นแป้งเหนียวได้ง่าย เมื่อนำไปผสมกับกะทิและน้ำตาลจะเข้ากันดีและได้แผ่นข้าวควบที่เนียนขึ้น
ถาม: ทำไมต้องตากข้าวควบให้แห้งก่อนย่าง?
ตอบ: การตากแห้งช่วยให้แผ่นข้าวควบเก็บได้นานและพองตัวได้ดีเมื่อนำไปย่าง หากแผ่นยังชื้นจะย่างยาก ไม่พองสวย และอาจเสียได้ง่าย
ถาม: ข้าวควบนิยมทำช่วงไหน?
ตอบ: ในอดีตนิยมทำช่วงฤดูร้อน เพราะมีแดดจัดเหมาะสำหรับตากแผ่นข้าวควบให้แห้งภายในวันเดียว และยังนิยมทำในงานเทศกาลพื้นบ้านของภาคเหนือ
ถาม: ข้าวควบย่างอย่างไรให้พองสวย?
ตอบ: ควรย่างบนเตาถ่านด้วยไฟพอดี ใช้ไม้ไผ่หรืออุปกรณ์คีบแผ่นข้าวควบ พลิกไปมาอย่างสม่ำเสมอจนแผ่นเริ่มพองและเหลืองสวย หากไฟแรงเกินไปจะไหม้ก่อนพอง
ถาม: ข้าวควบทอดได้ไหม?
ตอบ: ข้าวควบสามารถนำไปทอดได้เช่นเดียวกับข้าวแคบ การทอดทำให้แผ่นพองเร็วและขยายตัวมากขึ้น แต่ไม่ควรเก็บไว้นาน เพราะเมื่อโดนความชื้นจะอ่อนตัวและอาจมีกลิ่นหืน
ถาม: ข้าวควบเกี่ยวข้องกับวรรณกรรมล้านนาอย่างไร?
ตอบ: ข้าวควบมีกล่าวถึงในวรรณกรรมล้านนาเรื่องนางอุทรา โดยใช้เป็นองค์ประกอบในเรื่องเล่า สะท้อนว่าขนมชนิดนี้อยู่ในวิถีชีวิตและความทรงจำทางวัฒนธรรมของชาวล้านนามายาวนาน
ถาม: ข้าวควบนิยมรับประทานในงานใด?
ตอบ: ข้าวควบนิยมรับประทานในงานเทศกาลและงานบุญของภาคเหนือ เช่น งานบวชลูกแก้ว ปี๋ใหม่เมือง งานปอยหลวง และงานแต่ง
ถาม: ข้าวควบเก็บรักษาอย่างไร?
ตอบ: แผ่นข้าวควบที่ตากแห้งแล้วควรเก็บในภาชนะปิดสนิท วางในที่แห้งและหลีกเลี่ยงความชื้น เมื่อต้องการรับประทานค่อยนำมาย่างไฟหรือทอด
ถาม: ข้าวควบที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร?
ตอบ: ข้าวควบที่ดีควรเป็นแผ่นบางสม่ำเสมอ แห้งสนิท เมื่อนำไปย่างจะพองตัวดี มีสีเหลืองสวย กรอบ เบา หอมหวาน และไม่ไหม้
หมวดหมู่: ●บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร
กลุ่ม: ●ขนมไทยภาคเหนือ, สูตรอาหารเหนือ
ปรับปรุงล่าสุด : 3 สัปดาห์ที่แล้ว



ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(
พระราชวัง(
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(
พิพิธภัณฑ์(
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ
พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(
ศูนย์ฝึกอบรม(
มหาวิทยาลัย
สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
วัด(
มัสยิด(
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(
โครงการในพระราชดำริ
โครงการหลวง(
วิถีชีวิต
หมู่บ้าน ชุมชน(
ตลาดท้องถิ่น(
ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล(
ดอย และภูเขา(
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(
น้ำตก(
น้ำพุร้อน(
ถ้ำ(
แม่น้ำลำคลอง(
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(
บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(
สนามกีฬา(
ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(
สวนน้ำ(
โรงละคร(
กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย(
ช้อปปิ้ง
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(
ร้านอาหาร
มิชลินสตาร์(
มิชลิน ไกด์(
หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในการท่องเที่ยว
หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในการท่องเที่ยว(
บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(
เมนูอาหารเหนือ, สูตรอาหารเหนือ(
ขนมไทยภาคเหนือ, สูตรอาหารเหนือ(