หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.แม่ออน >ต.ออนกลาง > วัดเปาสามขา
TL;DR: วัดเปาสามขา อยู่ที่เลขที่ 39 หมู่ 3 บ้านเปาสามขา ตำบลออนกลาง อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ 50130 เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.

เชียงใหม่

วัดเปาสามขา

วัดเปาสามขา

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
 
วัดเปาสามขา ตั้งอยู่เลขที่ 39 หมู่ 3 บ้านเปาสามขา ตำบลออนกลาง อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ 50130 เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย รหัสวัด 350230203 สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2375 มีที่ดินตั้งวัด 2 ไร่ 2 งาน และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2477 เขตวิสุงคามสีมากว้าง 9 เมตร ยาว 25.50 เมตร นับถึง พ.ศ. 2569 วัดมีประวัติประมาณ 194 ปี และยังคงเป็นศาสนสถานที่มีบทบาทสำคัญต่อบ้านเปาสามขา ทั้งในด้านการทำบุญ การศึกษาพระพุทธศาสนา การถ่ายทอดวัฒนธรรมล้านนา และการสร้างพื้นที่เรียนรู้สำหรับเด็กกับเยาวชน ปัจจุบันพระครูสุเมธกิจวิธาน หรือพระครูสุเมธกิจวิธาน (เดช) เป็นพระสังฆาธิการของวัดและเป็นผู้รับผิดชอบศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ของวัดเปาสามขา โดยมีหมายเลขติดต่อที่เผยแพร่ในข้อมูลศูนย์ฯ คือ 086-185-5511
 
ความสำคัญของวัดเปาสามขาไม่ได้อยู่ที่ความเก่าแก่เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของชุมชนอย่างต่อเนื่องหลายชั่วอายุคน บ้านเปาสามขาตั้งอยู่บนพื้นที่ราบเกษตรกรรมของตำบลออนกลาง ใกล้แนวแม่น้ำแม่ออนและเส้นทางที่เชื่อมชุมชนต่าง ๆ ของอำเภอแม่ออนเข้าด้วยกัน วิถีของคนในพื้นที่มีพื้นฐานจากการทำนา การเลี้ยงสัตว์ การปลูกพืช และการใช้ทรัพยากรท้องถิ่น วัดจึงเติบโตขึ้นพร้อมกับสังคมเกษตรที่ให้ความสำคัญกับวันพระ งานบุญตามฤดูกาล การอุทิศส่วนกุศลแก่บรรพบุรุษ และการถ่ายทอดความรู้ทางศาสนาจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่คนรุ่นถัดไป
 
พ.ศ. 2375 ซึ่งเป็นปีสร้างวัดตรงกับช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์และก่อนที่โครงสร้างการปกครองของแม่ออนจะพัฒนาเป็นอำเภออย่างในปัจจุบันหลายชั่วอายุคน ชุมชนในพื้นที่ขณะนั้นอาศัยแม่น้ำ ลำเหมือง ทุ่งนา และเส้นทางระหว่างหมู่บ้านเป็นพื้นฐานของชีวิต การมีวัดประจำบ้านจึงช่วยลดระยะทางในการประกอบศาสนกิจ ชาวบ้านสามารถมาทำบุญ ฟังธรรม บวชลูกหลาน ประกอบพิธีศพ อุทิศส่วนกุศล และจัดประเพณีตามปฏิทินล้านนาได้ภายในชุมชนของตนเอง วัดจึงเป็นหนึ่งในโครงสร้างหลักที่ทำให้หมู่บ้านเกิดความเป็นปึกแผ่นและมีพื้นที่ส่วนกลางร่วมกัน
 
จากปีสร้างวัดจนถึงปัจจุบัน สภาพพื้นที่รอบเปาสามขาเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ถนนและระบบคมนาคมเชื่อมชุมชนกับสันกำแพงและตัวเมืองเชียงใหม่ได้สะดวกขึ้น การศึกษาเข้าสู่ระบบโรงเรียนสมัยใหม่ การเกษตรมีทั้งพืชอาหาร พืชสมุนไพร และกิจกรรมทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ ขณะที่การท่องเที่ยวของแม่ออนขยายตัวจากน้ำพุร้อนสันกำแพง ถ้ำเมืองออน ฟาร์มและคาเฟ่ ไปจนถึงเส้นทางแม่กำปอง แม้บริบทเปลี่ยนไป วัดเปาสามขายังคงรักษาบทบาทด้านพระพุทธศาสนาและการศึกษาไว้ได้อย่างโดดเด่น
 
วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2477 หลังจากสร้างวัดมาแล้วประมาณ 102 ปี เขตวิสุงคามสีมากว้าง 9 เมตร ยาว 25.50 เมตร การได้รับวิสุงคามสีมามีความสำคัญต่อสถานะของอุโบสถ เพราะทำให้วัดมีเขตสำหรับประกอบสังฆกรรมตามพระวินัย เช่น การอุปสมบทและกิจของคณะสงฆ์ที่ต้องดำเนินการภายในเขตสีมา พัฒนาการนี้สะท้อนว่าวัดเปาสามขาไม่ได้หยุดอยู่เพียงการเป็นสถานที่ทำบุญของชาวบ้าน แต่ค่อย ๆ พัฒนาเป็นศาสนสถานที่มีองค์ประกอบรองรับกิจของพระสงฆ์อย่างสมบูรณ์มากขึ้น
 
ภายในพื้นที่ 2 ไร่ 2 งานของวัด มีศาสนสถานและพื้นที่ใช้งานที่สัมพันธ์กับกิจทางพระพุทธศาสนา ทั้งอุโบสถ วิหาร พื้นที่ประดิษฐานพระประธาน เสนาสนะของพระสงฆ์ และพื้นที่สำหรับประกอบกิจกรรมการศึกษาและงานบุญของชุมชน วิหารมีบทบาทอย่างชัดเจนในประเพณีตานก๋วยสลากของบ้านเปาสามขา เพราะเมื่อชาวบ้านนำต้นครัวตานและเส้นสลากมายังวัด จะมีการรวบรวมเส้นสลากไว้ในวิหารบริเวณหน้าพระประธาน ก่อนเข้าสู่พิธีกรรมและการแบ่งสลากให้พระสงฆ์ตามธรรมเนียมล้านนา
 
บรรยากาศของวัดเป็นแบบวัดชุมชนในพื้นที่ชนบทของแม่ออน ไม่ได้มีลักษณะเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ จุดเด่นอยู่ที่ความเป็นวัดที่ยังมีชีวิต มีเด็กจากโรงเรียนใกล้เคียงเข้ามาเรียนธรรมศึกษา มีพระสงฆ์และครูพระทำหน้าที่ด้านการศึกษา มีงานบุญที่เชื่อมคนในหมู่บ้าน และมีประเพณีที่สะท้อนวัฒนธรรมล้านนาอย่างชัดเจน ผู้มาเยือนจึงเหมาะกับการใช้เวลาชมวัดอย่างสงบ ไหว้พระ และทำความเข้าใจบทบาทของศาสนสถานต่อชุมชน มากกว่ามาเพียงเพื่อถ่ายภาพสถาปัตยกรรม
 
หนึ่งในบทบาทที่ทำให้วัดเปาสามขาแตกต่างจากวัดชุมชนหลายแห่งคือการเป็น ศูนย์การเรียนพระปริยัติธรรม แผนกธรรม ครอบคลุมทั้งนักธรรมและธรรมศึกษา นักธรรมเป็นการศึกษาหลักธรรมและพระวินัยสำหรับพระภิกษุสามเณร ส่วนธรรมศึกษาเปิดโอกาสให้ฆราวาส นักเรียน และเยาวชนได้ศึกษาหลักพระพุทธศาสนาอย่างเป็นระบบ การมีศูนย์การเรียนเช่นนี้ทำให้วัดมีบทบาทด้านการศึกษาที่ชัดเจนและต่อเนื่องยาวนาน
 
บทบาทดังกล่าวไม่ได้เหลืออยู่เพียงในประวัติเดิม เพราะผลสอบธรรมศึกษา พ.ศ. 2568 ยังมีรายชื่อนักเรียนโรงเรียนวัดเปาสามขาที่เข้าสอบในนามวัดเปาสามขาหลายคน แสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับการศึกษาธรรมะที่ยังดำเนินต่อเนื่องในยุคปัจจุบัน วัดจึงทำหน้าที่เชื่อมระบบการศึกษาของคณะสงฆ์เข้ากับโรงเรียนประจำชุมชน เด็กสามารถเรียนวิชาสามัญในโรงเรียนและเรียนรู้หลักพระพุทธศาสนาผ่านวัดที่ตั้งอยู่ใกล้กัน
 
ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ เป็นอีกส่วนสำคัญของวัด ข้อมูลด้านศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ. 2565 ยังคงมีชื่อวัดเปาสามขาอยู่ในบัญชีศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ของจังหวัด โดยระบุพระครูสุเมธกิจวิธานเป็นผู้อำนวยการศูนย์ วัดจึงมีฐานะเป็นพื้นที่ที่เด็กและเยาวชนสามารถเรียนรู้พระพุทธศาสนานอกเวลาเรียนปกติ และสืบต่อแนวทางการใช้วัดเป็นพื้นที่พัฒนาทั้งความรู้ คุณธรรม และวัฒนธรรมของชุมชน
 
รูปแบบการเรียนของศูนย์ในประวัติวัดไม่ได้จำกัดเฉพาะการท่องบทสวดหรือหลักธรรม แต่มีการสอนวิชาที่ช่วยเสริมทักษะให้เด็ก เช่น คอมพิวเตอร์ ภาษาอังกฤษ และความรู้เกี่ยวกับล้านนา แนวคิดนี้สะท้อนบทบาทของวัดในฐานะพื้นที่เรียนรู้แบบบูรณาการ โดยใช้พระพุทธศาสนาเป็นแกนด้านคุณธรรม แล้วเปิดพื้นที่ให้ความรู้ที่จำเป็นต่อชีวิตสมัยใหม่และความรู้ท้องถิ่นอยู่ร่วมกันได้
 
ความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับการศึกษายังเห็นได้จาก โรงเรียนวัดเปาสามขา ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 44/1 หมู่ 3 ในชุมชนเดียวกัน โรงเรียนก่อตั้งเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2472 และปัจจุบันยังเปิดดำเนินการภายใต้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 1 เว็บไซต์โรงเรียนมีการเผยแพร่กิจกรรมถึงปีการศึกษา พ.ศ. 2569 และสำนักงานเขตพื้นที่ยังมีข้อมูลโรงเรียนอยู่ในระบบการศึกษาปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง
 
ตำแหน่งโรงเรียนอยู่ห่างจากวัดเพียงประมาณ 200 เมตร ทำให้วัดกับโรงเรียนเป็นศูนย์กลางสองด้านของหมู่บ้านที่อยู่ใกล้กันอย่างมาก โรงเรียนทำหน้าที่ด้านการศึกษาสามัญ ส่วนวัดทำหน้าที่ด้านศาสนา คุณธรรม และวัฒนธรรม ความสัมพันธ์นี้ทำให้ชื่อ “วัดเปาสามขา” ไม่ได้ปรากฏเฉพาะในทะเบียนวัด แต่ยังเป็นชื่อของสถานศึกษาที่เด็กในชุมชนใช้เรียนรู้และเติบโตมาหลายรุ่น
 
ในปี พ.ศ. 2568–2569 โรงเรียนวัดเปาสามขายังมีการดำเนินกิจกรรมด้านการพัฒนาการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการพัฒนานวัตกรรมการบริหาร การจัดการเรียนรู้ โครงการระดมทรัพยากร และการปรับปรุงอาคารอาหาร ขณะที่นักเรียนเข้าร่วมการแข่งขันด้านวิชาการและวัฒนธรรม เช่น การประกวดมารยาทไทยและกิจกรรมทางการศึกษาอื่น ๆ ภาพเหล่านี้ช่วยให้เข้าใจว่าวัดและโรงเรียนยังคงอยู่ในชุมชนที่มีระบบการศึกษาทำงานจริง ไม่ใช่ชื่อสถานที่ที่หลงเหลือจากอดีต
 
กิจกรรมที่มีเอกลักษณ์มากที่สุดอย่างหนึ่งในประวัติวัดคือ วันบูรพาจารย์ ซึ่งจัดขึ้นเพื่อทำบุญอุทิศแด่ครูบาอาจารย์ ผู้มีอุปการคุณต่อวัดและหมู่บ้าน ตลอดจนพ่อแม่ ญาติพี่น้อง และสมาชิกชุมชนที่ล่วงลับไปแล้ว แนวคิดของงานสะท้อนหลักกตัญญูกตเวทีอย่างชัดเจน เพราะไม่ได้รำลึกถึงเฉพาะพระอาจารย์ แต่รวมถึงผู้คนทุกกลุ่มที่มีส่วนสร้างวัด พัฒนาหมู่บ้าน ส่งเสริมการศึกษา และดูแลชุมชนในอดีต
 
ในงานวันบูรพาจารย์ยังมีการมอบทุนการศึกษาแก่เด็กนักเรียนและมอบใบประกาศเกียรติคุณแก่บุคคลหรือผู้มีคุณูปการ การนำกิจกรรมด้านการศึกษาเข้ามาอยู่ในงานรำลึกผู้มีพระคุณทำให้งานมีความหมายเชื่อมอดีตกับอนาคต ผู้ล่วงลับได้รับการอุทิศส่วนกุศล ขณะที่เด็กและเยาวชนในปัจจุบันได้รับการสนับสนุนให้เรียนหนังสือและทำความดี นี่เป็นตัวอย่างของการใช้ประเพณีทางพระพุทธศาสนาเป็นกลไกพัฒนาชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม
 
บ้านเปาสามขายังมีประเพณี ตานก๋วยสลาก หรือสลากภัตรแบบล้านนาที่มีรายละเอียดน่าสนใจมาก ประเพณีของหมู่บ้านมักจัดในช่วงเดือนเกี๋ยงเหนือราวเดือนตุลาคม และในอดีตไม่ได้จัดทุกปี แต่เว้นช่วงหลายปีต่อครั้งเพราะเป็นงานใหญ่ที่ต้องอาศัยการเตรียมการของทั้งครอบครัวและชุมชน ลักษณะของงานมีความคึกคักใกล้เคียงงานปอย เพราะแต่ละครอบครัวจะจัดเตรียมต้นครัวตานและต้อนรับญาติพี่น้องที่มาร่วมบุญ
 
ก่อนวันถวาย ชาวบ้านจะช่วยกันสร้างและตกแต่ง ต้นครัวตาน ซึ่งถือเป็นภูมิปัญญาของบ้านเปาสามขา วัสดุสำคัญประกอบด้วยไม้ไผ่ ตอกหรือฝาง หญ้าคา และวัสดุตกแต่ง จากนั้นจึงผูกสิ่งของเครื่องใช้ อาหารแห้ง ถ้วย ชาม ร่ม หรือธนบัตรไว้กับต้นครัวตาน การทำงานต้องใช้ทั้งฝีมือ เวลา ความคิดสร้างสรรค์ และแรงร่วมมือของคนในครอบครัว จึงเป็นทั้งการถวายทานและงานศิลป์พื้นบ้านในคราวเดียวกัน
 
ในวันถวาย ชาวบ้านจะนำต้นครัวตานไปยังวัด พร้อมเส้นสลากที่ใช้ระบุเจ้าของและเจตนาในการถวาย สมัยก่อนเส้นสลากทำจากใบลาน ก่อนเปลี่ยนมาใช้กระดาษตามความสะดวก เส้นสลากจะถูกรวมไว้บริเวณวิหารหน้าพระประธาน เมื่อพิธีทางศาสนาดำเนินเสร็จจึงแบ่งให้พระสงฆ์ที่นิมนต์มาจากวัดต่าง ๆ พระสงฆ์จะอ่านเส้นสลาก เรียกหาเจ้าของสลาก ให้ศีลให้พร และประกอบพิธีอุทิศบุญกุศลแก่ผู้ล่วงลับ
 
ประเพณีนี้แสดงให้เห็นว่าการทำบุญของคนเปาสามขามีทั้งมิติส่วนบุคคล ครอบครัว และชุมชน คนทำบุญเพื่อผู้มีพระคุณและญาติผู้ล่วงลับ แต่ในขณะเดียวกันต้องอาศัยคนหลายกลุ่มมาช่วยสร้างเครื่องถวาย เตรียมอาหาร ต้อนรับญาติ และจัดพิธีที่วัด วัดจึงกลายเป็นจุดรวมของความสัมพันธ์ทั้งหมดในวันงาน และภูมิปัญญาอย่างการทำต้นครัวตานก็ได้รับการถ่ายทอดผ่านการลงมือทำจริง
 
บุคคลสำคัญในความทรงจำด้านภูมิปัญญาของบ้านเปาสามขาคือผู้สูงอายุที่เคยทำหน้าที่ทั้งประธานชมรมผู้สูงอายุและกรรมการวัด พร้อมกับมีความชำนาญในการทำต้นครัวตาน เรื่องราวเช่นนี้สะท้อนว่าความรู้ทางวัฒนธรรมไม่ได้อยู่เฉพาะในหนังสือ แต่เคยอยู่ในมือของผู้เฒ่าผู้แก่ที่เข้าวัด ทำบุญ และช่วยจัดงาน เมื่อคนรุ่นใหม่เรียนรู้กระบวนการทำครัวตานจากผู้สูงอายุ วัดจึงทำหน้าที่เป็นพื้นที่ถ่ายทอดมรดกภูมิปัญญาที่จับต้องไม่ได้ของล้านนาไปพร้อมกัน
 
บ้านเปาสามขายังมีความสัมพันธ์กับ แม่น้ำแม่ออน ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักของพื้นที่ แม่น้ำสายนี้ไหลจากเขตภูเขาของแม่ออน ผ่านชุมชนหลายแห่งทั้งออนเหนือ ออนกลาง และพื้นที่ต่อเนื่องไปทางสันกำแพง บ้านเปาสามขาเป็นหนึ่งในชุมชนที่อยู่ในแนวลุ่มน้ำดังกล่าว น้ำแม่ออนจึงมีบทบาทต่อการทำนา การเลี้ยงสัตว์ การปลูกพืช และการตั้งถิ่นฐานของผู้คนมาหลายชั่วอายุคน
 
เรื่องเล่าเกี่ยวกับชื่อแม่น้ำแม่ออนเชื่อมโยงกับพืชดอกที่คนในอดีตเรียกว่า “ดอกคำออน” ซึ่งเคยขึ้นตามสองฝั่งแม่น้ำ เมื่อออกดอกจะเปลี่ยนจากสีขาวเป็นชมพูและแดงเรื่อ คนในพื้นที่จึงเรียกสายน้ำตามสีออนที่ปรากฏตามภูมิทัศน์ เรื่องเล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ท้องถิ่นที่ช่วยอธิบายว่าชื่อสถานที่ในแม่ออนเกิดจากการสังเกตธรรมชาติและวิถีชีวิตรอบสายน้ำ
 
เศรษฐกิจของบ้านเปาสามขาในปัจจุบันยังมีฐานเกษตรกรรมอย่างชัดเจน ข้อมูลภาคการเกษตรระบุ วิสาหกิจชุมชนผลิตพืชสมุนไพรเชิงพาณิชย์บ้านเปาสามขา ในหมู่ 3 ตำบลออนกลาง แสดงให้เห็นว่าชุมชนมีการพัฒนาการเกษตรจากการผลิตแบบครัวเรือนไปสู่การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ การปลูกสมุนไพรจึงเป็นอีกมิติหนึ่งของเปาสามขานอกเหนือจากการทำนาและเลี้ยงสัตว์แบบดั้งเดิม
 
การมีทั้งวัด โรงเรียน และวิสาหกิจชุมชนอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันทำให้เปาสามขาเป็นตัวอย่างของชุมชนชนบทที่มีสถาบันหลักหลายด้านทำงานควบคู่กัน วัดดูแลเรื่องศรัทธา คุณธรรม และประเพณี โรงเรียนดูแลการศึกษาสมัยใหม่ ส่วนกลุ่มอาชีพสร้างรายได้และพัฒนาเศรษฐกิจของครัวเรือน ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสามส่วนช่วยให้ชุมชนรักษารากวัฒนธรรมไว้พร้อมกับปรับตัวต่อโลกสมัยใหม่
 
วัดเปาสามขายังมีความสำคัญในฐานะพื้นที่ที่พระสงฆ์กับเยาวชนพบกันผ่านการศึกษา พระครูสุเมธกิจวิธานมีบทบาทกับศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ และชื่อวัดยังปรากฏในผลสอบธรรมศึกษา พ.ศ. 2568 สิ่งนี้ทำให้บทบาทที่ต้นฉบับวัดกล่าวถึงเรื่องการเรียนคอมพิวเตอร์ ภาษาอังกฤษ ล้านนา และธรรมะมีความหมายต่อเนื่อง เพราะแนวคิดพื้นฐานคือการทำให้วัดเป็นพื้นที่เรียนรู้ ไม่ได้จำกัดความรู้ไว้เฉพาะพิธีกรรม
 
สำหรับผู้มาเยือน จุดที่ควรให้ความสำคัญคือการกราบพระประธานในพื้นที่ศาสนสถานหลัก การชมอุโบสถซึ่งสัมพันธ์กับเขตวิสุงคามสีมาที่ได้รับพระราชทานใน พ.ศ. 2477 และการเดินดูพื้นที่วัดในฐานะศูนย์การศึกษากับกิจกรรมของชุมชน ความน่าสนใจของวัดจึงไม่ได้อยู่ที่สิ่งก่อสร้างเพียงชิ้นเดียว แต่เป็นภาพรวมของวัดเก่าที่ทำหน้าที่ด้านพระพุทธศาสนา การศึกษา และวัฒนธรรมต่อเนื่องเกือบ 2 ศตวรรษ
 
ผู้ที่สนใจวัฒนธรรมล้านนาจะพบว่าการศึกษาประเพณีตานก๋วยสลากของบ้านเปาสามขาช่วยให้เข้าใจพื้นที่ได้ลึกขึ้น ต้นครัวตาน หญ้าคา ตอก การฮอมเงินและสิ่งของ การเรียกหาเจ้าของเส้นสลาก และการอุทิศบุญแก่ผู้ล่วงลับ ล้วนเป็นองค์ประกอบที่ทำให้การถวายทานกลายเป็นกิจกรรมของทั้งหมู่บ้าน ไม่ใช่เพียงการนำของมาถวายพระสงฆ์เป็นรายบุคคล
 
หากเดินทางมาในวันพระหรือช่วงที่มีงานบุญ บรรยากาศของวัดจะมีผู้คนเข้ามาทำกิจกรรมมากกว่าวันปกติ ผู้มาเยือนควรให้พื้นที่แก่ชาวบ้านและพระสงฆ์ก่อนเสมอ โดยเฉพาะบริเวณวิหาร อุโบสถ และจุดประกอบพิธี การได้เห็นวัดขณะมีการใช้งานจริงช่วยให้เข้าใจวัดชุมชนล้านนาได้มากกว่าการชมอาคารในวันที่ไม่มีคน แต่ควรสังเกตด้วยความเคารพและไม่รบกวนผู้ประกอบพิธี
 
การแต่งกายควรสุภาพ ปกปิดหัวไหล่และเข่า ถอดรองเท้าก่อนเข้าสู่อาคารตามที่วัดกำหนด ไม่ปีนฐานพระพุทธรูปหรือพื้นที่ศาสนสถาน และใช้เสียงเบา หากมีเด็กกำลังเรียนธรรมศึกษา ควรหลีกเลี่ยงการเดินผ่านหรือถ่ายภาพในลักษณะที่รบกวนการเรียน การเคารพกิจกรรมของวัดเป็นสิ่งสำคัญเพราะวัดเปาสามขายังเป็นทั้งสถานศึกษาและพื้นที่ประกอบศาสนกิจจริงของคนในหมู่บ้าน
 
ช่วงเช้าเป็นเวลาที่เหมาะกับการเดินทางมาไหว้พระมากที่สุด อากาศยังไม่ร้อน การจราจรภายในชุมชนไม่หนาแน่น และสามารถเดินทางต่อไปยังสถานที่อื่นในแม่ออนได้ตลอดวัน หากเดินทางในฤดูฝน ทุ่งนาและพื้นที่รอบออนกลางจะมีสีเขียวมากขึ้น ส่วนฤดูหนาวอากาศสบาย เหมาะกับการจัดเส้นทางเที่ยววัด ฟาร์ม ถ้ำ และน้ำพุร้อนแบบเต็มวัน
 
การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่สามารถใช้เส้นทางสันกำแพงมุ่งหน้าอำเภอแม่ออน ผ่านชุมชนตามแนวถนนสายเชียงใหม่–แม่ออนเข้าสู่ตำบลออนกลาง บ้านเปาสามขา หมู่ 3 วัดอยู่ใกล้โรงเรียนวัดเปาสามขาและถนนหมายเลข 1229 รถยนต์ส่วนตัว รถเช่า รถจักรยานยนต์ หรือรถพร้อมคนขับสามารถเข้าถึงได้สะดวก ผู้ใช้ระบบนำทางควรค้นชื่อ “วัดเปาสามขา ออนกลาง แม่ออน เชียงใหม่” เพื่อแยกออกจากสถานที่ชื่อสามขาในจังหวัดอื่น
 
พิกัดวัดอยู่ประมาณ 18.75739, 99.24383 ระดับความสูงประมาณ 370 เมตรจากระดับน้ำทะเล ขณะที่โรงเรียนวัดเปาสามขาอยู่ห่างไปทางทิศตะวันออกประมาณ 200 เมตร ตำแหน่งดังกล่าวทำให้วัดอยู่ในพื้นที่ราบเชิงเขาที่เดินทางง่ายกว่าวัดบนเส้นทางแม่กำปอง ผู้สูงอายุและครอบครัวจึงสามารถแวะไหว้พระได้โดยไม่ต้องขับรถขึ้นทางลาดชันต่อเนื่อง
 
วัดยังอยู่ใกล้ วัดบ้านวาก ซึ่งอยู่ห่างประมาณ 1 กิโลเมตรทางด้านตะวันออก และ วัดเหล่าจันทรังษี ซึ่งอยู่ห่างประมาณ 1 กิโลเมตรทางด้านใต้ จึงสามารถจัดเส้นทางไหว้พระในตำบลออนกลางได้โดยใช้เวลาขับรถไม่นาน แต่ละวัดมีประวัติและความสัมพันธ์กับหมู่บ้านของตนเอง ทำให้การเที่ยวหลายวัดในพื้นที่เดียวกันเห็นภาพเครือข่ายชุมชนพุทธของแม่ออนได้ชัดขึ้น
 
วัดพระธาตุดอยผาตั้ง เป็นอีกจุดสำคัญของตำบลออนกลาง อยู่ห่างจากวัดเปาสามขาประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองแม่ออนและเป็นที่ประดิษฐานพระธาตุที่ชุมชนให้ความเคารพ ครูบาศรีวิชัยเคยมีบทบาทในการบูรณะพระธาตุใน พ.ศ. 2472 ปัจจุบันวัดยังเป็นศูนย์กิจกรรมทางศาสนาระดับอำเภอ การเชื่อมวัดเปาสามขากับวัดพระธาตุดอยผาตั้งจึงเหมาะกับผู้สนใจประวัติพระพุทธศาสนาในแม่ออน
 
จากวัดสามารถเดินทางต่อไป ถ้ำเมืองออน ได้ในระยะประมาณ 3–4 กิโลเมตร ถ้ำตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านสหกรณ์และเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่มีหินงอกหินย้อย บันไดเข้าสู่โพรงถ้ำ และจุดสักการะทางพระพุทธศาสนาภายใน ปัจจุบันเปิดทุกวันเวลา 08.00–17.00 น. จึงสามารถจัดต่อจากวัดเปาสามขาในช่วงเช้าหรือบ่ายได้สะดวก
 
อีกจุดที่อยู่ในระยะไม่ไกลคือ ดอยนางเมาะ ซึ่งเป็นพื้นที่ธรรมชาติและจุดชมทิวทัศน์ของแม่ออน อยู่ห่างจากโซนวัดประมาณ 4 กิโลเมตร ขณะที่ผู้ต้องการแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรสามารถแวะ Villa At On Organic Farm ในบ้านวาก ซึ่งมีคาเฟ่และกิจกรรมภายในฟาร์ม ทำให้เส้นทางรอบวัดมีตัวเลือกทั้งศาสนา ธรรมชาติ และเกษตรในระยะใกล้กัน
 
หากต้องการเส้นทางครึ่งวัน สามารถเริ่มจากวัดเปาสามขา ต่อวัดบ้านวาก วัดพระธาตุดอยผาตั้ง และรับประทานอาหารในออนกลาง ส่วนเส้นทางเต็มวันสามารถเพิ่มถ้ำเมืองออน ฟาร์ม หรือเดินทางต่อไปน้ำพุร้อนสันกำแพงได้ การเริ่มจากวัดเปาสามขาทำให้ได้รู้จักประวัติชุมชนและการศึกษาของพื้นที่ก่อนเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวมากกว่า
 
ร้านอาหารที่อยู่ใกล้วัดมากที่สุดแห่งหนึ่งคือ Room93 Cafeteria ตั้งอยู่เลขที่ 93/1 หมู่ 3 ตำบลออนกลาง ซึ่งเป็นหมู่บ้านเดียวกับวัด โทร. 090-329-5232 เหมาะกับมื้อเย็นหรือการนั่งพักหลังเที่ยวในพื้นที่ นอกจากนี้ยังมี ครัวจิรา บนทางหลวงชนบทในแม่ออน อยู่ห่างจากโซนวัดประมาณ 2 กิโลเมตร โทร. 087-193-9709 เป็นร้านอาหารไทยที่มีรายการธุรกิจปัจจุบันรองรับ
 
Villa At On Organic Farm Cafe & Restaurant ตั้งอยู่บ้านวาก หมู่ 4 โทร. 083-046-6494 มีทั้งอาหาร คาเฟ่ และพื้นที่ฟาร์ม เหมาะกับครอบครัว ส่วน ไร่ปลูกฝัน อยู่หมู่ 9 ตำบลออนกลาง โทร. 082-497-9786 เป็นฟาร์มผัก คาเฟ่ ร้านอาหาร และกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ได้รับตราสัญลักษณ์โครงการ TAT STAR ในปี พ.ศ. 2568 ทำให้มีตัวเลือกด้านอาหารที่เชื่อมกับการท่องเที่ยวชุมชนโดยตรง
 
อีกตัวเลือกคือ ครัวพัฒน์นารี ซึ่งอยู่ห่างจากพื้นที่วัดประมาณ 4 กิโลเมตร โทร. 096-696-3740 ให้บริการอาหารไทย และสามารถใช้เป็นจุดพักระหว่างเดินทางไปพื้นที่สันกำแพงหรือน้ำพุร้อนได้ ร้านรอบวัดจึงไม่ได้กระจุกตัวเป็นถนนท่องเที่ยว แต่กระจายอยู่ตามชุมชนและเส้นทางหลักของแม่ออน เหมาะกับการเลือกตามทิศทางที่จะเดินทางต่อ
 
ด้านที่พัก Sheruta 108 ตั้งอยู่ตำบลออนกลาง โทร. 080-262-3998 เป็นที่พักขนาดเล็กในพื้นที่แม่ออนตอนล่าง ขณะที่ The Oriental Village Chiangmai ตั้งอยู่เลขที่ 122 ตำบลออนกลาง โทร. 095-532-6174 มีรูปแบบรีสอร์ตและอยู่ใกล้เส้นทางท่องเที่ยวหลัก จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการพักในโซนสงบแต่ยังเดินทางไปถ้ำเมืองออน น้ำพุร้อน หรือพื้นที่แม่กำปองในวันถัดไปได้
 
Lake View Resort Mae On ตั้งอยู่เลขที่ 120/1 ในพื้นที่แม่ออน โทร. 092-889-5622 เป็นอีกตัวเลือกที่มีรายการที่พักปัจจุบัน ส่วน Sabai Sabai Retreat ตั้งอยู่ตำบลออนกลาง มีสระว่ายน้ำ ร้านอาหาร และพื้นที่พักผ่อน เหมาะกับผู้ที่ต้องการบรรยากาศแบบรีทรีต ขณะที่ Pine Village CNX เป็นอีกตัวเลือกในพื้นที่แม่ออนตอนล่างที่สามารถใช้เป็นฐานสำหรับเดินทางเที่ยวรอบออนกลางและบ้านสหกรณ์
 
การพักค้างคืนในออนกลางมีข้อดีสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้แม่ออนมากกว่าการแวะวันเดียว วันแรกสามารถใช้กับวัดเปาสามขา วัดบ้านวาก วัดพระธาตุดอยผาตั้ง ถ้ำเมืองออน และแหล่งเกษตร จากนั้นวันถัดไปจึงเดินทางขึ้นไปห้วยแก้ว บ้านแม่ลาย หรือแม่กำปอง ทำให้เส้นทางมีลำดับจากพื้นที่ราบเกษตรกรรมขึ้นสู่ชุมชนภูเขาอย่างชัดเจน
 
วัดเปาสามขาเหมาะกับครอบครัวที่ต้องการให้เด็กได้เรียนรู้เรื่องวัดและชุมชน เพราะสามารถเชื่อมเรื่องราวของศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ โรงเรียนวัดเปาสามขา ธรรมศึกษา และภูมิปัญญาต้นครัวตานเข้าไว้ด้วยกัน เด็กสามารถเห็นได้ว่าวัดไม่ได้มีหน้าที่เฉพาะการประกอบพิธี แต่เคยและยังคงมีบทบาทในระบบการเรียนรู้ของหมู่บ้าน
 
สำหรับผู้สูงอายุ วัดอยู่ในพื้นที่เข้าถึงง่ายและไม่ต้องใช้เส้นทางเดินเขา การมาช่วงเช้าแล้วต่อด้วยอาหารในออนกลางเหมาะกับทริปที่ไม่เร่งรีบ ส่วนผู้สนใจวัฒนธรรมควรเลือกช่วงที่มีงานบุญของหมู่บ้าน เพื่อเห็นกิจกรรมที่เชื่อมพระสงฆ์ ผู้สูงอายุ เด็ก และครอบครัวเข้าด้วยกันมากกว่าการเที่ยวในวันปกติ
 
หากมองในมิติ E-E-A-T ของสถานที่จริง วัดเปาสามขามีหลักฐานที่เชื่อมต่อกันหลายช่วงเวลา ตั้งแต่ประวัติวัดทั่วราชอาณาจักรที่บันทึกปีสร้างและเขตวิสุงคามสีมา ข้อมูลสำนักงานพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมที่กล่าวถึงพระครูสุเมธกิจวิธานกับศูนย์วันอาทิตย์ ทะเบียนวัดปัจจุบัน ไปจนถึงรายชื่อผู้สอบธรรมศึกษา พ.ศ. 2568 และเว็บไซต์โรงเรียนที่อัปเดตกิจกรรมถึง พ.ศ. 2569 ภาพรวมจึงสะท้อนว่าวัดยังเป็นส่วนหนึ่งของระบบศาสนาและการศึกษาของพื้นที่จริงในปัจจุบัน
 
ตลอดระยะเวลาเกือบ 2 ศตวรรษ วัดเปาสามขาผ่านการเปลี่ยนแปลงของแม่ออนตั้งแต่สังคมเกษตรแบบดั้งเดิม การสร้างโรงเรียนประจำหมู่บ้าน การพัฒนาถนนและระบบราชการ ไปจนถึงยุคดิจิทัลที่โรงเรียนใช้ระบบนวัตกรรมการศึกษาและชุมชนสร้างวิสาหกิจสมุนไพร แต่แกนสำคัญยังคงเป็นการเรียนรู้และการอยู่ร่วมกัน วัด โรงเรียน และครอบครัวยังมีสายสัมพันธ์ผ่านธรรมศึกษา งานบุญ และประเพณีของชุมชน
 
คุณค่าของวัดเปาสามขาจึงไม่ได้วัดจากจำนวนสิ่งก่อสร้างหรือความอลังการของงานสถาปัตยกรรม แต่เกิดจากความต่อเนื่องของการทำหน้าที่ วัดเป็นเขตสังฆกรรมที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เป็นศูนย์เรียนธรรมะ เป็นศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ เป็นพื้นที่ของประเพณีตานก๋วยสลาก และเป็นสถานที่รำลึกถึงครูบาอาจารย์ผ่านงานวันบูรพาจารย์ ทุกองค์ประกอบล้วนสัมพันธ์กับคนในชุมชนโดยตรง
 
สำหรับผู้เดินทางที่ต้องการรู้จักแม่ออนในมุมที่ลึกกว่าถ้ำ น้ำพุร้อน หรือแม่กำปอง วัดเปาสามขาเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจอย่างมาก เพราะทำให้เห็นชุมชนออนกลางในฐานะพื้นที่ที่มีทั้งประวัติศาสตร์พุทธศาสนา การศึกษา เกษตรกรรม และภูมิปัญญาล้านนา การแวะวัดก่อนเดินทางต่อจะทำให้สถานที่รอบแม่ออนไม่ได้เป็นเพียงจุดท่องเที่ยวแยกกัน แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์วัฒนธรรมเดียวกัน
 
วัดเปาสามขาในวันนี้จึงยังคงเป็นวัดประจำชุมชนที่มีชีวิต เปิดทุกวันเวลา 08.00–17.00 น. มีประวัติเริ่มตั้งแต่ พ.ศ. 2375 มีอุโบสถในเขตวิสุงคามสีมาที่ได้รับพระราชทานใน พ.ศ. 2477 มีบทบาทด้านการศึกษาธรรมะที่ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน และรักษาความทรงจำของบ้านเปาสามขาผ่านงานวันบูรพาจารย์กับประเพณีตานก๋วยสลาก ผู้มาเยือนจึงได้ทั้งการไหว้พระ เรียนรู้ประวัติศาสตร์ และทำความเข้าใจวิถีล้านนาที่วัด โรงเรียน ครอบครัว และชุมชนยังคงเชื่อมโยงกันอย่างชัดเจน
 
ชื่อสถานที่วัดเปาสามขา
ประเภทวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย
รหัสวัด350230203
ที่ตั้งเลขที่ 39 หมู่ 3 บ้านเปาสามขา ตำบลออนกลาง อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ 50130
พิกัดประมาณ 18.75739, 99.24383
ระดับความสูงประมาณ 370 เมตรจากระดับน้ำทะเล
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 17.00 น.
ปีสร้างวัดพ.ศ. 2375
อายุวัดประมาณ 194 ปีใน พ.ศ. 2569
พื้นที่วัด2 ไร่ 2 งาน
วิสุงคามสีมาได้รับพระราชทานวันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2477 เขตวิสุงคามสีมากว้าง 9 เมตร ยาว 25.50 เมตร
พระสังฆาธิการ/ผู้ดูแลพระครูสุเมธกิจวิธาน (เดช)
โทรศัพท์ติดต่อที่เผยแพร่086-185-5511
ศาสนสถานและพื้นที่สำคัญอุโบสถในเขตวิสุงคามสีมา วิหาร พระประธาน เสนาสนะสงฆ์ และพื้นที่กิจกรรมทางการศึกษาและชุมชน
บทบาทด้านการศึกษาศูนย์การเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม นักธรรมและธรรมศึกษา และศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์
สถานศึกษาที่เกี่ยวข้องโรงเรียนวัดเปาสามขา เลขที่ 44/1 หมู่ 3 ก่อตั้งวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2472
กิจกรรมสำคัญของวัดวันบูรพาจารย์ การศึกษาธรรมศึกษา และกิจกรรมทำบุญตามปฏิทินพระพุทธศาสนา
ประเพณีเด่นของชุมชนตานก๋วยสลากและการทำต้นครัวตานตามภูมิปัญญาล้านนา
วิถีชุมชนเกษตรกรรม ทำนา เลี้ยงสัตว์ ปลูกพืช และการรวมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนด้านสมุนไพร
การเดินทางจากเชียงใหม่ใช้เส้นทางสันกำแพง–แม่ออน เข้าตำบลออนกลางและบ้านเปาสามขา หมู่ 3 วัดอยู่ใกล้โรงเรียนวัดเปาสามขาและถนนหมายเลข 1229
สถานะปัจจุบันวัดยังอยู่ในทะเบียนวัดปัจจุบัน และมีการดำเนินกิจกรรมด้านพระพุทธศาสนาและธรรมศึกษาต่อเนื่อง
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. วัดบ้านวาก – ประมาณ 1 กม.
2. วัดเหล่าจันทรังษี – ประมาณ 1 กม.
3. วัดพระธาตุดอยผาตั้ง – ประมาณ 2 กม. โทร. 053-859-257
4. Villa At On Organic Farm – ประมาณ 2 กม. โทร. 083-046-6494
5. ถ้ำเมืองออน – ประมาณ 3–4 กม.
6. ดอยนางเมาะ – ประมาณ 4 กม.
ร้านอาหารและคาเฟ่ใกล้เคียง1. Room93 Cafeteria – อยู่ในหมู่ 3 โทร. 090-329-5232
2. ครัวจิรา – ประมาณ 2 กม. โทร. 087-193-9709
3. Villa At On Organic Farm Cafe & Restaurant – ประมาณ 2 กม. โทร. 083-046-6494
4. ไร่ปลูกฝัน – ประมาณ 3 กม. โทร. 082-497-9786
5. ครัวพัฒน์นารี – ประมาณ 4 กม. โทร. 096-696-3740
ที่พักใกล้เคียง1. Sheruta 108 – ประมาณ 2 กม. โทร. 080-262-3998
2. The Oriental Village Chiangmai – ประมาณ 2 กม. โทร. 095-532-6174
3. Lake View Resort Mae On – ประมาณ 3 กม. โทร. 092-889-5622
4. Sabai Sabai Retreat – ประมาณ 3 กม.
5. Pine Village CNX – ประมาณ 4 กม.
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดเปาสามขาอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดเปาสามขาตั้งอยู่เลขที่ 39 หมู่ 3 บ้านเปาสามขา ตำบลออนกลาง อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ 50130 พิกัดประมาณ 18.75739, 99.24383
 
ถาม: วัดเปาสามขาสร้างขึ้นเมื่อใด?
ตอบ: วัดเปาสามขาสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2375 นับถึง พ.ศ. 2569 มีประวัติประมาณ 194 ปี และเป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย
 
ถาม: วัดเปาสามขาได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อใด?
ตอบ: ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2477 โดยมีเขตวิสุงคามสีมากว้าง 9 เมตร ยาว 25.50 เมตร
 
ถาม: พระสงฆ์ผู้ดูแลวัดเปาสามขาคือใคร?
ตอบ: พระครูสุเมธกิจวิธาน (เดช) เป็นพระสังฆาธิการของวัดเปาสามขาและมีบทบาทเป็นผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ของวัด
 
ถาม: วัดเปาสามขามีจุดเด่นด้านใด?
ตอบ: จุดเด่นสำคัญคือบทบาทด้านการศึกษา วัดเป็นศูนย์การเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม มีทั้งนักธรรมและธรรมศึกษา และมีศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์สำหรับเด็กและเยาวชน
 
ถาม: วันบูรพาจารย์ของวัดเปาสามขามีความหมายอย่างไร?
ตอบ: เป็นงานทำบุญรำลึกและอุทิศส่วนกุศลแด่ครูบาอาจารย์ ผู้มีอุปการคุณต่อวัดและหมู่บ้าน ตลอดจนญาติผู้ล่วงลับ โดยมีประวัติการมอบทุนการศึกษาและประกาศเกียรติคุณเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม
 
ถาม: ประเพณีตานก๋วยสลากของบ้านเปาสามขามีอะไรน่าสนใจ?
ตอบ: ชาวบ้านจะร่วมกันทำต้นครัวตานจากไม้ไผ่ ตอก หญ้าคา และสิ่งของถวายพระ ก่อนนำไปประกอบพิธีที่วัด เส้นสลากจะถูกแบ่งแก่พระสงฆ์เพื่อรับถวายทานและอุทิศส่วนกุศลแก่ผู้ล่วงลับ เป็นประเพณีที่รวมศรัทธากับภูมิปัญญาล้านนาไว้ด้วยกัน
 
ถาม: เที่ยววัดเปาสามขาแล้วไปที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถต่อไปวัดบ้านวาก วัดเหล่าจันทรังษี วัดพระธาตุดอยผาตั้ง Villa At On Organic Farm ถ้ำเมืองออน และดอยนางเมาะ เหมาะกับการจัดเส้นทางเที่ยววัฒนธรรม เกษตร และธรรมชาติในอำเภอแม่ออน

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัด ●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ

ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
https://www.lovethailand.org/อ.เมืองเชียงใหม่(121)
https://www.lovethailand.org/อ.จอมทอง(47)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่แจ่ม(25)
https://www.lovethailand.org/อ.เชียงดาว(33)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยสะเก็ด(68)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่แตง(85)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่ริม(69)
https://www.lovethailand.org/อ.สะเมิง(29)
https://www.lovethailand.org/อ.ฝาง(71)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่อาย(59)
https://www.lovethailand.org/อ.พร้าว(70)
https://www.lovethailand.org/อ.สันป่าตอง(103)
https://www.lovethailand.org/อ.สันกำแพง(66)
https://www.lovethailand.org/อ.สันทราย(73)
https://www.lovethailand.org/อ.หางดง(73)
https://www.lovethailand.org/อ.ฮอด(32)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยเต่า(22)
https://www.lovethailand.org/อ.อมก๋อย(11)
https://www.lovethailand.org/อ.สารภี(74)
https://www.lovethailand.org/อ.เวียงแหง(15)
https://www.lovethailand.org/อ.ไชยปราการ(28)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่วาง(32)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่ออน(22)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยหล่อ(33)
https://www.lovethailand.org/อ.กัลยาณิวัฒนา(1)