หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.แม่วาง >ต.บ้านกาด > วัดบ้านใหม่ปางเติม
TL;DR: วัดบ้านใหม่ปางเติม อยู่ที่หมู่ 1 บ้านใหม่ปางเติม ตำบลบ้านกาด อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ 50360 เปิดทุกวัน เวลา 08.00 - 17.00 น. การเดินทางสะดวก จากเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 108 ผ่านหางดงและสันป่าตอง แล้วเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1013 สายสันป่าตอง–แม่วาง–แม่วิน.

เชียงใหม่

วัดบ้านใหม่ปางเติม

วัดบ้านใหม่ปางเติม

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 - 17.00 น.
 
วัดบ้านใหม่ปางเติม ตั้งอยู่หมู่ 1 บ้านใหม่ปางเติม ตำบลบ้านกาด อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกายที่มีประวัติแตกต่างจากวัดเก่าแก่จำนวนมากในล้านนา เพราะการก่อกำเนิดของวัดสัมพันธ์โดยตรงกับการขยายตัวของหมู่บ้าน การอพยพหนีน้ำท่วมของชาวบ้านจากบ้านปางขี้เหล็ก ปัญหาการเดินทางไปทำบุญในช่วงฤดูน้ำหลาก และความร่วมมือของคนในชุมชนที่ต้องการสร้างศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนาไว้ใกล้บ้าน วัดเริ่มต้นจากการใช้พื้นที่อุโบสถเหล่ายางใน พ.ศ. 2515 ก่อนย้ายมายังพื้นที่ปัจจุบันบนเนินใกล้หมู่บ้านใน พ.ศ. 2518 กระทั่งได้รับอนุญาตในกระบวนการจัดตั้งวัดเมื่อวันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2537 และมีประกาศตั้งขึ้นเป็นวัดในพระพุทธศาสนาในนาม “วัดบ้านใหม่ปางเติม” เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2541
 
ปัจจุบันวัดบ้านใหม่ปางเติมยังมีชื่ออยู่ในทะเบียนวัดของตำบลบ้านกาด อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ใช้รหัสวัด 350220102 และสังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ชื่อวัดยังปรากฏอยู่ในฐานข้อมูลศาสนสถานและทะเบียนพระปริยัติธรรมร่วมกับวัดจำลอง วัดป่าแดด วัดศิริชัยนิมิตร วัดโสภาราม และวัดอัมพารามในตำบลบ้านกาด ขณะที่ข้อมูลการเยี่ยมชมใน พ.ศ. 2568 ยังแสดงภาพของลานวัด อุโบสถ หอระฆัง กุฏิสงฆ์ และสิ่งตกแต่งรูปสัตว์ 12 นักษัตร จึงเป็นวัดที่ยังคงอยู่ในภูมิทัศน์และชีวิตของชุมชนบ้านใหม่ปางเติมอย่างต่อเนื่อง
 
เรื่องราวของวัดต้องเริ่มจากประวัติของหมู่บ้าน เพราะบ้านใหม่ปางเติมในระยะแรกมีประชากรเพียงประมาณ 14 ครอบครัว ชาวบ้านดำรงชีวิตเรียบง่ายท่ามกลางสภาพแวดล้อมชนบท อาชีพหลักคือทำนา ทำไร่ และทำสวน การตั้งถิ่นฐานในช่วงแรกจึงสัมพันธ์โดยตรงกับพื้นที่ทำกิน แหล่งน้ำ และเส้นทางที่ใช้เชื่อมต่อหมู่บ้านใกล้เคียง ต่อมาประชากรเพิ่มขึ้นเมื่อชาวบ้านจากบ้านปางขี้เหล็กทยอยย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านใหม่ปางเติมมากขึ้น
 
สาเหตุสำคัญของการย้ายถิ่นมาจากลักษณะพื้นที่บ้านปางขี้เหล็กซึ่งเป็นที่ราบลุ่มและประสบปัญหาอุทกภัยอยู่เสมอ เมื่อถึงฤดูน้ำหลาก บ้านเรือนและเส้นทางสัญจรได้รับผลกระทบ ชาวบ้านส่วนหนึ่งจึงเลือกย้ายขึ้นมาตั้งถิ่นฐานในบ้านใหม่ปางเติม ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมกว่า ประกอบกับหลายครอบครัวมีพื้นที่ทำกินอยู่บริเวณบ้านใหม่ปางเติมอยู่ก่อนแล้ว การย้ายบ้านจึงทำให้ผู้คนสามารถอยู่ใกล้ไร่นาและสร้างหลักแหล่งได้มั่นคงขึ้น
 
การอพยพไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกันทั้งหมด แต่เป็นลักษณะค่อย ๆ กระจายเข้ามาตั้งบ้านเรือนตามพื้นที่ทำกิน เมื่อครอบครัวเพิ่มขึ้น บ้านใหม่ปางเติมจึงขยายจากหมู่บ้านเล็ก ๆ ไปสู่ชุมชนที่มีความมั่นคงมากขึ้น ความเปลี่ยนแปลงด้านจำนวนประชากรมีผลโดยตรงต่อความต้องการด้านศาสนา เพราะวัดไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ทำบุญ แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านใช้พบปะ ประกอบพิธีกรรม จัดงานชุมชน และสร้างความสัมพันธ์ระหว่างคนแต่ละครอบครัว
 
ก่อนมีวัดบ้านใหม่ปางเติม ชาวบ้านในพื้นที่เป็นศรัทธาของวัดดอนแก้ว ตำบลทุ่งปี้ อำเภอแม่วาง และต้องเดินทางไปทำบุญที่วัดดอนแก้วอยู่เป็นประจำ ความผูกพันดังกล่าวทำให้วัดดอนแก้วมีบทบาทสำคัญต่อการกำเนิดวัดบ้านใหม่ปางเติมในเวลาต่อมา เพราะทั้งคำปรึกษา พระสงฆ์ และการสนับสนุนช่วงเริ่มต้นของวัดใหม่ล้วนเชื่อมโยงกับวัดดอนแก้วอย่างชัดเจน
 
เมื่อจำนวนประชากรบ้านใหม่ปางเติมเพิ่มมากขึ้น ความไม่สะดวกในการเดินทางไปวัดดอนแก้วก็เห็นชัดขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเข้าพรรษาและฤดูฝน เส้นทางบางส่วนได้รับผลกระทบจากน้ำหลากและยังไม่มีสะพานข้าม การไปทำบุญ ฟังเทศน์ หรือร่วมกิจกรรมที่วัดดอนแก้วจึงเป็นเรื่องลำบากสำหรับคนในหมู่บ้าน ปัญหาดังกล่าวนำไปสู่แนวคิดสำคัญว่า บ้านใหม่ปางเติมควรมีวัดของตนเองเพื่อให้ชาวบ้านเข้าถึงกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาได้สะดวกตลอดทั้งปี
 
ชาวบ้านจึงนำเรื่องนี้ไปปรึกษาพระครูจันทร์แก้ว เขมฺรังสี หรือพระครูรัตนสุภาจาร เจ้าอาวาสวัดดอนแก้วในขณะนั้น โดยมีพ่อหลวงธนู เจริญไทย ผู้ใหญ่บ้าน เป็นบุคคลสำคัญในการประสานความคิดของคนในชุมชนกับฝ่ายสงฆ์ พระครูจันทร์แก้วเห็นถึงปัญหาของชาวบ้านและสนับสนุนแนวคิดในการสร้างวัดใกล้หมู่บ้าน เพราะการมีศาสนสถานของชุมชนย่อมช่วยให้การทำบุญ การรักษาศีล และการประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาเกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง
 
พ่อหลวงธนู เจริญไทย จึงขออนุญาตใช้พื้นที่บริเวณ “อุโบสถเหล่ายาง” เป็นสถานที่ตั้งวัดในระยะแรกเมื่อ พ.ศ. 2515 จุดดังกล่าวมีประวัติทางศาสนามาก่อน เนื่องจากเดิมเป็นพื้นที่วัดร้าง และมีอุโบสถที่ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่โดยครูบาคันธา อดีตเจ้าอาวาสวัดดอนแก้ว เมื่อ พ.ศ. 2464 ตรงกับช่วงเดือนมีนาคม หรือเดือน 6 เหนือ ขึ้น 15 ค่ำ ดังนั้น การเริ่มต้นของวัดบ้านใหม่ปางเติมจึงไม่ได้เกิดขึ้นบนพื้นที่ที่ปราศจากประวัติ แต่เป็นการนำพื้นที่ศาสนาเก่ากลับมาใช้เป็นฐานของชุมชนพระพุทธศาสนาอีกครั้ง
 
พระครูจันทร์แก้ว เขมฺรังสี ให้ความอนุเคราะห์โดยส่งพระก้อนแก้ว อาภัสสโร มาเป็นประธานสงฆ์ประจำพื้นที่ พร้อมสามเณรอีก 3 รูป ได้แก่ สามเณรสะอาด โป่บุญ สามเณรคำแก้ว มหาวัน และสามเณรสนั่น พุทธรักษา กลุ่มพระสงฆ์และสามเณรรุ่นแรกมีบทบาทอย่างมากต่อการทำให้พื้นที่อุโบสถเหล่ายางกลับมามีชีวิตทางพระพุทธศาสนา ชาวบ้านสามารถเข้ามาทำบุญ ฟังธรรม และประกอบศาสนกิจได้ใกล้ชุมชนมากกว่าเดิม
 
อย่างไรก็ตาม สถานที่บริเวณอุโบสถเหล่ายางยังมีข้อจำกัดสำคัญ เพราะอยู่ห่างจากบ้านใหม่ปางเติม การเดินทางไปมาระหว่างบ้านกับวัดยังไม่สะดวก และในช่วงนั้นพื้นที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ทำให้การพัฒนาวัด การจัดงานในเวลากลางคืน และการดูแลพระสงฆ์มีอุปสรรคหลายด้าน ชาวบ้านจึงเริ่มมองหาพื้นที่ใหม่ที่อยู่ใกล้หมู่บ้านและตอบสนองต่อการใช้ชีวิตของชุมชนมากกว่าเดิม
 
พ่อหลวงธนู เจริญไทย จึงประชุมหารือกับคณะศรัทธาบ้านใหม่ปางเติม และมีมติร่วมกันขอย้ายวัดจากบริเวณอุโบสถเหล่ายางมายังพื้นที่บนเขาใกล้หมู่บ้านใน พ.ศ. 2518 การตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญ เพราะเป็นการเลือกที่ตั้งซึ่งทำให้วัดกลายเป็นส่วนหนึ่งของหมู่บ้านอย่างแท้จริง ลดระยะทางในการเดินทาง และเปิดโอกาสให้ชาวบ้านสามารถเข้ามาช่วยดูแลวัดได้สะดวกขึ้น
 
การย้ายวัดเกิดขึ้นได้ด้วยแรงศรัทธาของชาวบ้านที่ร่วมถวายที่ดิน ได้แก่ พ่ออุ้ยหนานจันทร์ จันทร์แดง พ่ออุ้ยถา กันทา พ่ออุ้ยหนานเมืองและแม่อุ้ยปัน ตางาม พ่ออุ้ยอ้าย จันทร์แดง พ่ออุ้ยหมูและแม่อุ้ยปุ๊ด มาดี รวมถึงพ่ออุ้ยพรหมและแม่อุ้ยต๋า เงาผ่อง รายชื่อเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญของประวัติวัด เพราะแสดงให้เห็นว่าวัดไม่ได้เกิดจากบุคคลเพียงคนเดียว แต่เกิดจากการร่วมเสียสละทรัพย์สินของหลายครอบครัวเพื่อสร้างพื้นที่ส่วนกลางของหมู่บ้าน
 
ผู้นำในการจัดตั้งและพัฒนาวัดมีทั้งพ่อหลวงธนู เจริญไทย และพ่อหลวงอุ่น อินทจักร ซึ่งสานต่อการทำงานกันในช่วงที่ชุมชนกำลังเติบโต ตามลำดับเหตุการณ์ วัดเริ่มขึ้นที่อุโบสถเหล่ายางใน พ.ศ. 2515 ก่อนย้ายมายังพื้นที่ตั้งปัจจุบันใน พ.ศ. 2518 หลังจากนั้นจึงมีการก่อสร้างเสนาสนะและพัฒนาพื้นที่อย่างต่อเนื่องตามกำลังศรัทธาของคนในบ้านใหม่ปางเติม
 
เมื่อหมู่บ้านมีความมั่นคงและสิ่งปลูกสร้างภายในวัดเพิ่มขึ้น พ่อหลวงอุ่น อินทจักร ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านคนที่ 2 ได้ดำเนินการขออนุญาตจัดตั้งวัดต่อกรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ กระบวนการดังกล่าวได้รับอนุญาตเมื่อวันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2537 ถือเป็นอีกขั้นหนึ่งของการเปลี่ยนจากศาสนสถานที่ชุมชนร่วมกันสร้างและใช้ประโยชน์มานาน ไปสู่การได้รับการรับรองตามระบบราชการ
 
หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จากกรมการศาสนาและฝ่ายคณะสงฆ์เข้าตรวจพื้นที่และพิจารณาความพร้อม เห็นถึงความร่วมมือและความสามัคคีของประชาชนบ้านใหม่ปางเติม ตลอดจนบทบาทของวัดในฐานะศูนย์กลางหมู่บ้าน จึงมีประกาศตั้งขึ้นเป็นวัดในพระพุทธศาสนาในนาม “วัดบ้านใหม่ปางเติม” เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2541 โดยเอกสารประวัติชุมชนบันทึกชื่อผู้ลงนามคือ นายชุมพล ศิลปอาชา ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
 
กระบวนการตั้งวัดตั้งแต่ พ.ศ. 2515 จนถึงประกาศใน พ.ศ. 2541 ใช้เวลายาวนานกว่าสองทศวรรษ แต่ช่วงเวลานี้สะท้อนลักษณะของวัดชุมชนได้อย่างชัดเจน วัดเกิดขึ้นก่อนจากความจำเป็นของชาวบ้าน แล้วค่อยพัฒนาเสนาสนะ ที่ดิน ระบบบริหาร และความพร้อมต่าง ๆ จนเข้าสู่สถานะทางราชการ การเติบโตของวัดจึงดำเนินไปพร้อมกับการเติบโตของบ้านใหม่ปางเติม ไม่ได้แยกออกจากประวัติหมู่บ้าน
 
ข้อมูลพื้นที่ปัจจุบันขององค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกาดระบุว่าบ้านใหม่ปางเติมเป็นหมู่ที่ 1 และเป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่อยู่ในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลเต็มทั้งหมู่บ้าน พื้นที่บางส่วนมีลักษณะเป็นภูเขาและป่าไม้ ขณะที่ชุมชนเชื่อมต่อกับพื้นที่เกษตรและแม่น้ำวาง ลักษณะดังกล่าวสอดคล้องกับประวัติที่ชาวบ้านเดิมดำรงชีพด้วยการทำนา ทำไร่ และทำสวน รวมทั้งย้ายมาปักหลักตามพื้นที่ทำกินของครอบครัว
 
เรื่องน้ำมีบทบาทสำคัญในประวัติหมู่บ้านอย่างต่อเนื่อง จากสาเหตุการย้ายออกจากพื้นที่ลุ่มของบ้านปางขี้เหล็ก ไปจนถึงความยากลำบากในการเดินทางไปวัดดอนแก้วในช่วงน้ำหลาก ชื่อบ้านใหม่ปางเติมจึงสัมพันธ์กับชุมชนที่ปรับตัวต่อภูมิประเทศและสภาพแวดล้อม วัดซึ่งเกิดขึ้นภายหลังจึงเป็นผลโดยตรงจากประสบการณ์ของคนในพื้นที่ ทั้งการย้ายบ้าน การจัดหาที่ทำกิน และการสร้างศูนย์รวมทางจิตใจที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าเดิม
 
เมื่อเข้ามาภายในวัดในปัจจุบัน จุดที่เห็นได้ชัดคือบริเวณลานวัดซึ่งมีพื้นที่ค่อนข้างกว้างและเปิดโล่ง ภายในมีอุโบสถ หอระฆัง กุฏิสงฆ์ และพื้นที่ประกอบกิจกรรมของวัด องค์ประกอบเหล่านี้สะท้อนพัฒนาการจากวัดที่เริ่มต้นด้วยอุโบสถเก่าบริเวณเหล่ายาง ไปสู่ศาสนสถานที่มีอาคารรองรับทั้งพระสงฆ์และชุมชนในพื้นที่ตั้งปัจจุบัน
 
อุโบสถเป็นอาคารสำคัญที่ปรากฏอยู่ในพื้นที่วัดปัจจุบันและเป็นจุดเด่นทางสถาปัตยกรรมของวัด ส่วนหอระฆังทำหน้าที่ตามแบบวัดไทยในการใช้เสียงเป็นสัญญาณของกิจกรรมทางศาสนาและการดำเนินชีวิตของพระสงฆ์ กุฏิสงฆ์เป็นพื้นที่พักอาศัยของพระภิกษุ ขณะที่ลานวัดรองรับการรวมตัวของชาวบ้านในช่วงงานบุญและประเพณีต่าง ๆ
 
บริเวณวัดยังมีรูปปั้นสัตว์ 12 ปีนักษัตรใช้เป็นองค์ประกอบตกแต่ง ซึ่งเชื่อมโยงกับระบบนักษัตรที่คนภาคเหนือคุ้นเคยและใช้สัมพันธ์กับปีเกิด ความเชื่อ และการทำบุญในหลายรูปแบบ แม้รูปปั้นเหล่านี้จะเป็นองค์ประกอบสมัยใหม่ของพื้นที่ แต่ช่วยสร้างเอกลักษณ์ให้กับบริเวณวัดและทำให้ลานวัดมีรายละเอียดที่น่าสนใจมากขึ้นสำหรับผู้มาเยือน
 
ประเพณีที่สำคัญของวัดบ้านใหม่ปางเติมเริ่มต้นตั้งแต่ “ปี๋ใหม่เมือง” ซึ่งจัดในช่วงวันที่ 13–15 เมษายนของทุกปี ปี๋ใหม่เมืองเป็นช่วงเวลาที่ชุมชนล้านนาให้ความสำคัญกับการเริ่มต้นปีใหม่ด้วยการทำบุญ ชาวบ้านขนทรายเข้าวัด ทำบุญ ฟังเทศน์ สรงน้ำพระ และรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ การดำหัวมีความหมายด้านความกตัญญูและการขอพรจากผู้สูงอายุ ทำให้เทศกาลสงกรานต์ในบริบทของวัดไม่ได้มีเพียงการเล่นน้ำ แต่เป็นช่วงเวลาที่ศาสนา ครอบครัว และชุมชนกลับมาเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด
 
กิจกรรมขนทรายเข้าวัดเป็นประเพณีที่พบในล้านนามายาวนาน ชาวบ้านนำทรายเข้ามาก่อเจดีย์ทรายหรือใช้ประโยชน์ในพื้นที่วัด เป็นการสร้างบุญและทำให้คนในหมู่บ้านได้ทำกิจกรรมร่วมกัน ส่วนการสรงน้ำพระเป็นการแสดงความเคารพต่อพระพุทธรูปและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัด ขณะที่การฟังเทศน์ช่วยรักษามิติทางพระพุทธศาสนาไว้ภายในเทศกาลปีใหม่เมือง
 
เมื่อเข้าสู่ฤดูเข้าพรรษา วัดบ้านใหม่ปางเติมเป็นศูนย์กลางกิจกรรมที่เน้นการรักษาศีลและฝึกตน ชาวบ้านเข้าวัดทำบุญตักบาตร ฟังเทศน์ เวียนเทียน ถืออุโบสถศีล และบางส่วนอยู่ปฏิบัติธรรมที่วัด การอธิษฐานงดเว้นสิ่งที่เป็นโทษและเพิ่มการทำความดีในช่วงพรรษาเป็นแนวปฏิบัติที่พบได้ในชุมชนพุทธล้านนาและยังช่วยสร้างจังหวะการดำเนินชีวิตที่สัมพันธ์กับปฏิทินทางศาสนา
 
ประเพณีทานสลากภัตเป็นอีกงานบุญที่มีความสำคัญ ชาวบ้านร่วมกันตักบาตรข้าวสาร จัดต้นสลากภัต และถวายสังฆทานแก่พระสงฆ์ การถวายสลากภัตในล้านนาเป็นประเพณีที่เชื่อมโยงการทำบุญกับการระลึกถึงผู้ล่วงลับและการสร้างกุศลให้ครอบครัว หลายบ้านช่วยกันเตรียมเครื่องไทยธรรม อาหาร และของใช้ ก่อนนำมารวมกันที่วัด ทำให้งานสลากภัตเป็นทั้งพิธีกรรมทางศาสนาและพื้นที่พบปะของเครือญาติ
 
ในบางปีที่ไม่ได้จัดสลากภัตเต็มรูปแบบ ชุมชนยังคงถวายสังฆทานแทนเพื่อให้การทำบุญดำเนินต่อเนื่อง การปรับรูปแบบเช่นนี้แสดงให้เห็นว่าหัวใจของประเพณีอยู่ที่ศรัทธาและการถวายทานต่อพระสงฆ์ ไม่ได้ยึดติดกับรูปแบบเดียวจนไม่สามารถปรับตัวตามสภาพเศรษฐกิจหรือความพร้อมของชุมชนได้
 
เมื่อสิ้นสุดฤดูพรรษา วัดจัดกิจกรรมวันออกพรรษา ชาวบ้านเข้าวัดทำบุญตักบาตร ฟังเทศน์ และร่วมตักบาตรเทโว กิจกรรมนี้ทำให้ช่วงออกพรรษาเป็นอีกจังหวะหนึ่งที่สมาชิกหมู่บ้านกลับมารวมตัวกันที่วัด หลังจากพระสงฆ์จำพรรษาตลอดระยะเวลา 3 เดือน และยังเป็นช่วงเริ่มต้นของฤดูกาลงานบุญหลังพรรษาในชุมชนล้านนา
 
ประเพณีเดือนยี่เป็งจัดประมาณต้นเดือนพฤศจิกายนของทุกปี ชาวบ้านเข้าวัดฟังเทศน์ จุดประทีปบูชาพระพุทธเจ้า 5 พระองค์ จัดกิจกรรมรื่นเริง ประกวดกระทง และลอยกระทง ยี่เป็งเป็นเทศกาลสำคัญของล้านนาที่ผสมผสานศรัทธาทางพระพุทธศาสนากับความงามของแสงประทีป ภายในวัดจึงเป็นพื้นที่ที่ทำให้ประเพณีมีความหมายมากกว่าการเป็นเทศกาลท่องเที่ยว
 
การจุดประทีปในช่วงยี่เป็งมีความหมายในด้านการบูชาพระพุทธเจ้าและแสงสว่างแห่งปัญญา ชุมชนล้านนาจึงนิยมประดับบ้านและวัดด้วยดวงไฟ โคม และประทีป เมื่อจัดร่วมกับการฟังเทศน์และทำบุญ ประเพณียี่เป็งของบ้านใหม่ปางเติมจึงยังคงเชื่อมโยงกับรากทางพระพุทธศาสนาอย่างชัดเจน
 
ประเพณีที่มีเอกลักษณ์อีกงานหนึ่งคือ “เดือน 4 เป็ง” ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 เหนือ หรือประมาณเดือนมกราคมของทุกปี กิจกรรมสำคัญคือก่อฟืนฝิงไฟพระเจ้า ถวายทานข้าวใหม่ และกวนข้าวมธุปายาส ประเพณีดังกล่าวสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างพระพุทธศาสนากับวิถีเกษตรอย่างชัดเจน เพราะช่วงหลังฤดูเก็บเกี่ยวเป็นเวลาที่ชาวบ้านมีข้าวใหม่และนำผลผลิตส่วนหนึ่งมาถวายเป็นพุทธบูชา
 
การก่อฟืนฝิงไฟพระเจ้าเป็นประเพณีล้านนาที่สัมพันธ์กับฤดูหนาว ชาวบ้านนำฟืนมาก่อไฟถวายเป็นพุทธบูชาในช่วงเช้ามืดของวันเพ็ญเดือน 4 เหนือ ขณะที่การถวายข้าวใหม่เป็นการนำผลผลิตแรกหลังการเก็บเกี่ยวมาทำบุญ ส่วนข้าวมธุปายาสเป็นอาหารที่เชื่อมโยงกับพุทธประวัติและการบูชาด้วยอาหารอันประณีต ประเพณีนี้จึงรวมทั้งความเชื่อ ศาสนา ฤดูกาล และเศรษฐกิจเกษตรของหมู่บ้านไว้ในงานเดียวกัน
 
นอกจากประเพณีที่ชาวบ้านสืบทอดเป็นประจำแล้ว องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกาดยังเคยสนับสนุนโครงการสรงน้ำครูบาเจ้าศรีวิชัยที่วัดบ้านใหม่ปางเติม เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนและประชาชนเห็นความสำคัญของศาสนาและร่วมอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนว่าวัดยังทำหน้าที่เป็นพื้นที่เชื่อมความศรัทธากับนโยบายอนุรักษ์วัฒนธรรมของชุมชนในระดับท้องถิ่นด้วย
 
บทบาทของวัดต่อชุมชนจึงไม่สามารถแยกออกจากวิถีเกษตรของบ้านใหม่ปางเติมได้ ชุมชนเริ่มต้นจากคนเพียงไม่กี่ครอบครัว ส่วนใหญ่ทำไร่ ทำนา และทำสวน เมื่อมีผู้คนจากบ้านปางขี้เหล็กย้ายเข้ามา จำนวนครอบครัวเพิ่มขึ้น การสร้างวัดทำให้คนที่กระจายตัวตามพื้นที่ทำกินมีศูนย์กลางร่วมกัน ทั้งสำหรับวันพระ งานบุญ งานศพ งานมงคล การประชุม และกิจกรรมระหว่างครอบครัว
 
วัดยังเกี่ยวข้องกับการศึกษาของเยาวชนในพื้นที่ หลักฐานการสอบนักธรรมในอดีตมีสามเณรจากวัดบ้านใหม่ปางเติมเข้าสอบหลายรูป สะท้อนว่าพื้นที่วัดไม่ได้ทำหน้าที่เฉพาะเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรม แต่ยังมีบทบาทด้านการศึกษาพระธรรมและการสร้างศาสนทายาทเช่นเดียวกับวัดชุมชนอื่นในแม่วาง
 
สำหรับผู้ที่สนใจประวัติท้องถิ่น สิ่งที่ทำให้วัดบ้านใหม่ปางเติมโดดเด่นคือสามารถอ่านประวัติของชุมชนผ่านประวัติวัดได้แทบทุกช่วง ตั้งแต่การมีครอบครัวเพียง 14 ครอบครัว การอพยพหนีน้ำท่วม การเดินทางลำบากไปวัดดอนแก้ว การใช้วัดร้างเป็นจุดเริ่มต้น การย้ายวัดขึ้นมาใกล้บ้าน การถวายที่ดินโดยชาวบ้านหลายครอบครัว ไปจนถึงการได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 25
 
เรื่องราวดังกล่าวทำให้วัดเป็นตัวอย่างของการสร้างศาสนสถานจาก “ความจำเป็นของชุมชน” อย่างแท้จริง ไม่ได้เริ่มจากโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่หรือผู้มีอำนาจจากภายนอก แต่เกิดจากคนในหมู่บ้านที่ต้องการมีสถานที่ทำบุญใกล้บ้าน การที่หลายครอบครัวถวายที่ดินและช่วยสร้างเสนาสนะยังแสดงถึงรูปแบบการพัฒนาวัดล้านนาที่ใช้แรงศรัทธาและความร่วมมือเป็นพื้นฐาน
 
บรรยากาศของวัดในปัจจุบันเหมาะกับผู้ที่ชอบวัดชุมชนที่สงบและไม่เน้นการท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ ลานวัดกว้างทำให้พื้นที่ดูโปร่ง สามารถชมอุโบสถ หอระฆัง และองค์ประกอบรอบวัดได้โดยไม่เร่งรีบ ผู้ที่สนใจเรื่องราวท้องถิ่นจะได้รับประสบการณ์มากขึ้นหากมองอาคารต่าง ๆ ควบคู่กับประวัติการย้ายวัด เพราะพื้นที่ปัจจุบันคือผลจากการตัดสินใจของคนในหมู่บ้านเมื่อ พ.ศ. 2518
 
จุดที่ควรชมคืออุโบสถ หอระฆัง ลานวัด กุฏิสงฆ์ และรูปปั้นสัตว์ 12 ปีนักษัตร รวมถึงพื้นที่โดยรอบที่สะท้อนการเป็นวัดประจำหมู่บ้าน ในการเยี่ยมชมช่วงที่ไม่มีงานประเพณี วัดมีบรรยากาศสงบเหมาะสำหรับไหว้พระและเรียนรู้ชุมชน ส่วนช่วงปี๋ใหม่เมือง เข้าพรรษา สลากภัต ออกพรรษา ยี่เป็ง และเดือน 4 เป็ง บรรยากาศจะมีมิติทางวัฒนธรรมมากขึ้นจากการรวมตัวของชาวบ้าน
 
วัดบ้านใหม่ปางเติมยังมีความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์กับวัดดอนแก้วอย่างเด่นชัด จึงเหมาะสำหรับจัดเส้นทางเที่ยววัดทั้ง 2 แห่งร่วมกัน ผู้มาเยือนจะเห็นความสัมพันธ์ระหว่างวัดต้นศรัทธาเดิมของชาวบ้านกับวัดที่สร้างขึ้นภายหลังเพื่อแก้ปัญหาการเดินทาง การเชื่อมเรื่องราวเช่นนี้ช่วยให้การเที่ยววัดมีมิติทางประวัติศาสตร์มากกว่าการแวะชมแต่ละแห่งแยกจากกัน
 
พื้นที่ตำบลบ้านกาดยังมีวัดโสภาราม วัดป่าแดด วัดศิริชัยนิมิตร วัดจำลอง และวัดอัมพาราม จึงสามารถจัดเส้นทางเที่ยววัดชุมชนแม่วางได้ตลอดครึ่งวันหรือหนึ่งวัน วัดแต่ละแห่งสัมพันธ์กับหมู่บ้านของตนเองและสะท้อนประวัติชุมชนต่างกัน วัดจำลองมีรากวัฒนธรรมไทใหญ่ วัดป่าแดดมีงานประเพณีเกี่ยวกับพระธาตุ ส่วนวัดบ้านใหม่ปางเติมมีจุดเด่นด้านประวัติการย้ายชุมชนและการสร้างวัดจากความร่วมมือของชาวบ้าน
 
จากวัดสามารถเดินทางต่อไปยังไร่บำรุงผลซึ่งอยู่ในหมู่ 1 บ้านกาดและใช้เส้นทางเข้าบริเวณเดียวกับวัด เป็นทั้งที่พัก ร้านอาหาร และพื้นที่พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ เหมาะสำหรับใช้เป็นจุดเชื่อมจากการเที่ยววัดไปสู่การพักผ่อนในแม่วาง ส่วนผู้ที่ต้องการสัมผัสชีวิตชุมชนสามารถเดินทางต่อไปยังตลาดบ้านกาด ซึ่งเป็นแหล่งอาหารและบริการสำคัญของอำเภอ
 
หากมีเวลามากขึ้น สามารถต่อเส้นทางไปยังอ่างเก็บน้ำโป่งจ้อ อ่างเก็บน้ำห้วยมะนาว หรือเดินทางลึกเข้าสู่พื้นที่แม่วินและอุทยานแห่งชาติแม่วาง เส้นทางเหล่านี้ทำให้สามารถรวมประวัติศาสตร์ชุมชน พระพุทธศาสนา วิถีเกษตร และธรรมชาติไว้ในการเดินทางเดียวกัน โดยเริ่มจากวัดบ้านใหม่ปางเติมในพื้นที่ราบก่อนเข้าสู่ภูมิประเทศที่เป็นเนินเขาและป่ามากขึ้นทางด้านตะวันตก
 
การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่สามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 108 มุ่งหน้าผ่านหางดงเข้าสู่อำเภอสันป่าตอง จากนั้นเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1013 สายสันป่าตอง–แม่วาง–แม่วิน เมื่อเข้าสู่เขตอำเภอแม่วางให้เดินทางต่อไปทางบ้านใหม่ปางเติม วัดอยู่ติดแนวเส้นทาง 1013 และเป็นทางผ่านเข้าสู่ไร่บำรุงผล การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าสะดวกที่สุดสำหรับการเที่ยวต่อไปยังวัดและแหล่งท่องเที่ยวอื่นในแม่วาง
 
ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ รักษาความสงบ และใช้พื้นที่วัดโดยคำนึงว่าวัดเป็นศาสนสถานที่ชุมชนใช้งานจริง อุโบสถอาจไม่ได้เปิดภายในตลอดเวลา แต่บริเวณภายนอกยังสามารถชมสถาปัตยกรรม ลานวัด หอระฆัง และพื้นที่โดยรอบได้ การมาในช่วงงานบุญควรให้ความสำคัญกับกิจกรรมของพระสงฆ์และชาวบ้านเป็นหลัก
 
วัดบ้านใหม่ปางเติมจึงมีคุณค่าในฐานะวัดที่บอกเล่าเรื่อง “การสร้างชุมชน” ได้อย่างสมบูรณ์ จากหมู่บ้านที่เคยมีเพียง 14 ครอบครัว สู่การรับผู้คนที่อพยพหนีน้ำท่วมจากบ้านปางขี้เหล็ก การรวมตัวสร้างศาสนสถานเพราะเดินทางไปวัดเดิมไม่สะดวก การได้รับความช่วยเหลือจากวัดดอนแก้ว การย้ายวัดเข้าสู่พื้นที่ใกล้ชุมชน และการถวายที่ดินร่วมกันของชาวบ้านหลายครอบครัว ทุกขั้นตอนสะท้อนพลังของความร่วมมือในสังคมชนบทล้านนา
 
เมื่อวัดได้รับการประกาศตั้งอย่างเป็นทางการใน พ.ศ. 2541 สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่จุดเริ่มต้นของวัด แต่เป็นการรับรองสิ่งที่ชาวบ้านร่วมกันสร้างและใช้มานานกว่า 20 ปีแล้ว วันนี้วัดยังคงเป็นศูนย์รวมทางพระพุทธศาสนา เป็นพื้นที่ของประเพณีปี๋ใหม่เมือง เข้าพรรษา สลากภัต ออกพรรษา ยี่เป็ง และเดือน 4 เป็ง รวมทั้งเป็นหลักฐานสำคัญของประวัติการตั้งถิ่นฐานและวิถีชีวิตของบ้านใหม่ปางเติมในอำเภอแม่วาง
 
ชื่อสถานที่วัดบ้านใหม่ปางเติม
ที่ตั้งหมู่ 1 บ้านใหม่ปางเติม ตำบลบ้านกาด อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ 50360
ละติจูด18.617795
ลองจิจูด98.769664
รหัสวัด350220102
ประเภทวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย
จุดเริ่มต้นการสร้างวัดพ.ศ. 2515 เริ่มใช้พื้นที่อุโบสถเหล่ายางเป็นสถานที่ตั้งวัด
ย้ายมายังที่ตั้งปัจจุบันพ.ศ. 2518
อนุญาตดำเนินการจัดตั้งวัด30 มกราคม พ.ศ. 2537
ประกาศตั้งเป็นวัด21 กรกฎาคม พ.ศ. 2541
ผู้นำการจัดตั้งวัดพ่อหลวงธนู เจริญไทย และพ่อหลวงอุ่น อินทจักร
พระสงฆ์ยุคเริ่มต้นพระก้อนแก้ว อาภัสสโร พร้อมสามเณรสะอาด โป่บุญ, สามเณรคำแก้ว มหาวัน และสามเณรสนั่น พุทธรักษา
ผู้ถวายที่ดินพ่ออุ้ยหนานจันทร์ จันทร์แดง, พ่ออุ้ยถา กันทา, พ่ออุ้ยหนานเมืองและแม่อุ้ยปัน ตางาม, พ่ออุ้ยอ้าย จันทร์แดง, พ่ออุ้ยหมูและแม่อุ้ยปุ๊ด มาดี, พ่ออุ้ยพรหมและแม่อุ้ยต๋า เงาผ่อง
ศาสนสถานและพื้นที่สำคัญอุโบสถ ลานวัด หอระฆัง กุฏิสงฆ์ และพื้นที่ตกแต่งด้วยรูปสัตว์ 12 ปีนักษัตร
ค่าเข้าชมไม่มีค่าเข้าชม
ประเพณีสำคัญปี๋ใหม่เมือง 13–15 เมษายน, เข้าพรรษา, ทานสลากภัต, ออกพรรษา, ยี่เป็ง และประเพณีเดือน 4 เป็ง
ประเพณีเดือน 4 เป็งขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 เหนือ ประมาณเดือนมกราคม มีกิจกรรมก่อฟืนฝิงไฟพระเจ้า ถวายข้าวใหม่ และกวนข้าวมธุปายาส
บทบาทต่อชุมชนศูนย์รวมศรัทธาของบ้านใหม่ปางเติม พื้นที่ทำบุญและประกอบประเพณีล้านนา รวมถึงพื้นที่เรียนรู้พระพุทธศาสนาของพระสงฆ์ สามเณร และชาวบ้าน
การเดินทางจากเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 108 ผ่านหางดงและสันป่าตอง แล้วเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1013 สายสันป่าตอง–แม่วาง–แม่วิน มุ่งหน้าสู่บ้านใหม่ปางเติม หมู่ 1
สถานะปัจจุบันยังมีชื่ออยู่ในทะเบียนวัดปัจจุบันของตำบลบ้านกาด อำเภอแม่วาง และยังเป็นศาสนสถานที่มีการใช้งานของชุมชน
สถานที่ท่องเที่ยวและวัดใกล้เคียง1. ไร่บำรุงผล ประมาณ 1 กม. โทร. 066-065-8118
2. วัดดอนแก้ว ประมาณ 1 กม.
3. วัดโสภาราม ประมาณ 3 กม.
4. ตลาดบ้านกาด ประมาณ 6 กม.
5. อ่างเก็บน้ำโป่งจ้อ ประมาณ 10 กม.
ร้านอาหารและคาเฟ่ใกล้เคียง1. คาเฟ่และร้านอาหารไร่บำรุงผล ประมาณ 1 กม. โทร. 066-065-8118
2. อาหารอีสาน คนกาฬสินธุ์ ประมาณ 6 กม. โทร. 097-030-5407
3. ราชาหอยทอด หน้า Big C บ้านกาด ประมาณ 6 กม. โทร. 066-119-1189
4. ละมุนชา บ้านกาด ประมาณ 6 กม. โทร. 098-892-5464
5. Blessing Camp Cafe ประมาณ 7 กม. โทร. 098-270-6515
ที่พักใกล้เคียง1. ไร่บำรุงผล Raibumrungphol ประมาณ 1 กม. โทร. 066-065-8118
2. Khum Khun Wang Resort ประมาณ 6 กม. โทร. 081-111-1432
3. Namrae Maewang Phairin Resort ประมาณ 9 กม. โทร. 052-001-410
4. Chombua MaeWang ประมาณ 10 กม. โทร. 081-903-2172
5. Hidden Garden Retreat - Chiang Mai ประมาณ 11 กม. โทร. 080-932-9216
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดบ้านใหม่ปางเติมตั้งอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดบ้านใหม่ปางเติมตั้งอยู่หมู่ 1 บ้านใหม่ปางเติม ตำบลบ้านกาด อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ รหัสไปรษณีย์ 50360
 
ถาม: วัดบ้านใหม่ปางเติมเริ่มสร้างเมื่อใด?
ตอบ: ชุมชนเริ่มสร้างวัดใน พ.ศ. 2515 โดยใช้พื้นที่อุโบสถเหล่ายาง ก่อนย้ายมายังพื้นที่วัดปัจจุบันใน พ.ศ. 2518 และมีประกาศตั้งเป็นวัดในพระพุทธศาสนาเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2541
 
ถาม: เพราะเหตุใดชาวบ้านจึงสร้างวัดบ้านใหม่ปางเติมขึ้น?
ตอบ: เดิมชาวบ้านเป็นศรัทธาวัดดอนแก้ว แต่การเดินทางไปทำบุญในฤดูน้ำหลากไม่สะดวกและไม่มีสะพานข้าม ประกอบกับจำนวนประชากรในบ้านใหม่ปางเติมเพิ่มขึ้น ชุมชนจึงร่วมกันสร้างวัดใกล้หมู่บ้านขึ้น
 
ถาม: ใครเป็นบุคคลสำคัญในการจัดตั้งวัดบ้านใหม่ปางเติม?
ตอบ: พ่อหลวงธนู เจริญไทย และพ่อหลวงอุ่น อินทจักร เป็นผู้นำสำคัญของชุมชน โดยได้รับความอนุเคราะห์จากพระครูจันทร์แก้ว เขมฺรังสี หรือพระครูรัตนสุภาจาร เจ้าอาวาสวัดดอนแก้ว
 
ถาม: วัดบ้านใหม่ปางเติมมีประเพณีอะไรสำคัญ?
ตอบ: มีประเพณีปี๋ใหม่เมือง เข้าพรรษา ทานสลากภัต ออกพรรษา ยี่เป็ง และเดือน 4 เป็ง ซึ่งมีกิจกรรมก่อฟืนฝิงไฟพระเจ้า ถวายข้าวใหม่ และกวนข้าวมธุปายาส
 
ถาม: ภายในวัดบ้านใหม่ปางเติมมีอะไรให้ชม?
ตอบ: ภายในวัดมีอุโบสถ ลานวัด หอระฆัง กุฏิสงฆ์ และองค์ประกอบตกแต่งรูปสัตว์ 12 ปีนักษัตร เหมาะสำหรับไหว้พระและเรียนรู้ประวัติของชุมชนบ้านใหม่ปางเติม
 
ถาม: วัดบ้านใหม่ปางเติมมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่มีค่าเข้าชม วัดเป็นศาสนสถานของชุมชนและเปิดพื้นที่ให้พุทธศาสนิกชนและผู้สนใจเข้ามาทำบุญและเยี่ยมชม
 
ถาม: สามารถเที่ยววัดบ้านใหม่ปางเติมร่วมกับที่ใดได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเชื่อมเส้นทางกับวัดดอนแก้ว วัดโสภาราม ตลาดบ้านกาด ไร่บำรุงผล และอ่างเก็บน้ำโป่งจ้อ รวมทั้งเดินทางต่อไปยังแหล่งธรรมชาติในอำเภอแม่วางได้

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัด ●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ

ปรับปรุงล่าสุด : 1 สัปดาห์ที่แล้ว


คลิกเพื่อเข้าแผนที่นำทาง GPS

แผนที่วัดบ้านใหม่ปางเติม

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
https://www.lovethailand.org/อ.เมืองเชียงใหม่(121)
https://www.lovethailand.org/อ.จอมทอง(47)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่แจ่ม(25)
https://www.lovethailand.org/อ.เชียงดาว(33)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยสะเก็ด(68)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่แตง(85)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่ริม(69)
https://www.lovethailand.org/อ.สะเมิง(29)
https://www.lovethailand.org/อ.ฝาง(71)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่อาย(59)
https://www.lovethailand.org/อ.พร้าว(70)
https://www.lovethailand.org/อ.สันป่าตอง(103)
https://www.lovethailand.org/อ.สันกำแพง(66)
https://www.lovethailand.org/อ.สันทราย(73)
https://www.lovethailand.org/อ.หางดง(73)
https://www.lovethailand.org/อ.ฮอด(32)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยเต่า(22)
https://www.lovethailand.org/อ.อมก๋อย(11)
https://www.lovethailand.org/อ.สารภี(74)
https://www.lovethailand.org/อ.เวียงแหง(15)
https://www.lovethailand.org/อ.ไชยปราการ(28)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่วาง(32)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่ออน(22)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยหล่อ(33)
https://www.lovethailand.org/อ.กัลยาณิวัฒนา(1)