หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.แม่ริม >ต.แม่สา > วัดสว่างบรรเทิง
TL;DR: วัดสว่างบรรเทิง อยู่ที่บ้านท้องฝาย หรือบ้านวารีธรรม ตำบลแม่สา อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ 50180 เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. การเดินทางสะดวก เดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปตามถนนโชตนาหรือทางหลวงหมายเลข 107 มุ่งหน้าอำเภอแม่ริม.
วัดสว่างบรรเทิง

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
วัดสว่างบรรเทิง ตั้งอยู่เลขที่ 1 หมู่ 6 บ้านท้องฝาย หรือบ้านวารีธรรม ตำบลแม่สา อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ รหัสไปรษณีย์ 50180 เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย เดิมชื่อวัดแม่สาน้อย ขึ้นทะเบียนเป็นวัดเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2385 ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นวัดสว่างบรรเทิง และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2493 วัดแห่งนี้มีพื้นที่ 2 ไร่ 2 งาน 23 ตารางวา เป็นศาสนสถานสำคัญของชุมชนบ้านแม่สาน้อย บ้านท้องฝาย และบ้านวารีธรรม มีบทบาทเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านในพื้นที่แม่สาอย่างต่อเนื่องยาวนาน
วัดสว่างบรรเทิงเป็นวัดชุมชนที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยววัดในอำเภอแม่ริมแบบลึกขึ้น ไม่ได้มองแม่ริมเพียงในฐานะพื้นที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ คาเฟ่ หรือรีสอร์ต แต่ต้องการเข้าใจประวัติหมู่บ้าน ศรัทธาของชาวบ้าน และความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับชุมชนล้านนา วัดแห่งนี้เริ่มต้นจากความต้องการของชาวบ้านที่ยังไม่มีวัดประจำหมู่บ้าน เมื่อถึงเทศกาลทำบุญหรือพิธีกรรมต่าง ๆ ต้องเดินทางไปยังวัดอื่นที่ตนศรัทธา โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนกลางพรรษาซึ่งการเดินทางเป็นไปด้วยความยากลำบาก การสร้างวัดจึงเกิดจากความจำเป็นจริงของชุมชนและแรงศรัทธาร่วมกันของชาวบ้าน
บ้านแม่สาน้อยเป็นชุมชนเก่าในตำบลแม่สา ชื่อชุมชนสะท้อนลักษณะความหนาแน่นของผู้คนในพื้นที่ โดยพื้นที่ที่มีคนอาศัยมากเรียกว่าบ้านแม่สาหลวง ส่วนพื้นที่ที่มีผู้คนอาศัยน้อยเรียกว่าบ้านแม่สาน้อย ชุมชนแม่สาน้อยเดิมมีลักษณะเป็นพื้นที่ไร่สวนและพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำ มีลำน้ำแม่สาเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของชาวบ้านอย่างใกล้ชิด ต่อมาเมื่อชุมชนเติบโตขึ้นและมีเส้นทางคมนาคมผ่านพื้นที่ บ้านแม่สาน้อยจึงค่อย ๆ เปลี่ยนจากชุมชนชนบทเป็นชุมชนกึ่งเมืองกึ่งชนบท แต่ยังคงมีวัดเป็นศูนย์กลางทางศรัทธาและวัฒนธรรม
บ้านวารีธรรม หรือชื่อท้องถิ่นเดิมว่าบ้านท้องฝาย เป็นชุมชนหมู่ 6 ที่แยกออกมาจากบ้านแม่สาน้อยเมื่อ พ.ศ. 2543 หลังจากถนนสายเชียงใหม่–ฝางตัดผ่านพื้นที่ ทำให้พื้นที่บ้านแม่สาน้อยถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน ประกอบกับบ้านแม่สาน้อยมีขนาดใหญ่ขึ้น ชาวบ้านจึงขอแยกหมู่บ้านใหม่ในชื่อบ้านท้องฝาย ซึ่งมาจากลักษณะพื้นที่ที่อยู่ใกล้ฝายกั้นน้ำ ต่อมาหลังเหตุการณ์อุทกภัยเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2545 ที่สร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สินและจิตใจของชาวบ้าน จึงเปลี่ยนชื่อเป็นบ้านวารีธรรมใน พ.ศ. 2546 แม้ชื่อทางการเปลี่ยนไปแล้ว แต่คนในพื้นที่ยังคงเรียกติดปากว่าบ้านท้องฝาย
ประวัติของวัดสว่างบรรเทิงเริ่มต้นจากการรวมตัวของชาวบ้านแม่สาน้อยที่ต้องการมีวัดประจำชุมชน เมื่อจำนวนประชาชนในหมู่บ้านเพิ่มมากขึ้น ชาวบ้านจึงร่วมกันเลือกพื้นที่บนเนินเล็ก ๆ ที่มีต้นไม้ขึ้นโดยรอบและอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้าน เพื่อสร้างวัดขึ้นเป็นจุดศูนย์รวมจิตใจและเป็นสถานที่ทำกิจกรรมของชุมชน วัดเดิมมีชื่อว่า “วัดแม่สาน้อย” ชื่อนี้สะท้อนความสัมพันธ์โดยตรงกับหมู่บ้านแม่สาน้อยและความตั้งใจของชาวบ้านในการสร้างวัดเพื่อรองรับชีวิตทางศาสนาของชุมชน
วัดแม่สาน้อยขึ้นทะเบียนเป็นวัดเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2385 ตามทะเบียนวัดภาค 7 โดยมีครูบาเจ้าคำปัน ปญฺญาสาโร เจ้าคณะตำบลท่าไคร้ เป็นเจ้าอาวาส และได้รับการอุปถัมภ์จากคณะศรัทธาในหมู่บ้าน การขึ้นทะเบียนวัดในช่วงเวลานั้นทำให้วัดแม่สาน้อยมีสถานะที่มั่นคงขึ้นในฐานะศาสนสถานประจำชุมชน และเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาวัดอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านอาคารเสนาสนะ พื้นที่ประกอบพิธีกรรม และบทบาทต่อวิถีชีวิตของชาวบ้าน
บุคคลสำคัญอีกคนหนึ่งในประวัติวัดคือพ่อขุนบรรเทิง กำนันตำบลท่าไคร้ ซึ่งเป็นผู้นำคณะศรัทธาในหมู่บ้านร่วมพัฒนาวัด มีการก่อสร้างถาวรวัตถุ เช่น กุฏิ วิหาร และศาลา ทำให้วัดเจริญขึ้นตามลำดับ การพัฒนาวัดในช่วงนี้สะท้อนรูปแบบของวัดชุมชนล้านนาอย่างชัดเจน คือวัดเติบโตจากแรงศรัทธาของคนในหมู่บ้าน พระสงฆ์ ผู้นำท้องถิ่น และชาวบ้านที่ร่วมกันอุปถัมภ์ศาสนสถานให้เป็นที่พึ่งทางใจของชุมชน
ประมาณ พ.ศ. 2484 ในช่วงนโยบายรัฐนิยม รัฐบาลต้องการให้วัดและสถานที่ต่าง ๆ เปลี่ยนชื่อให้สอดคล้องกับยุคสมัย พระครูอุดมวุฑฒิคุณ เจ้าคณะอำเภอแม่ริมในเวลานั้น จึงตั้งชื่อวัดใหม่ว่า “วัดสว่างบรรเทิง” โดยนำความหมายจากฉายาของครูบาเจ้าคำปัน คือ “ปญฺญาสาโร” ซึ่งหมายถึงผู้มีปัญญาเป็นสาระ ปัญญาย่อมทำลายความมืดบอดของจิตใจให้เกิดความสว่างไสว คำว่า “สว่าง” จึงมาจากความหมายของปัญญา ส่วนคำว่า “บรรเทิง” มาจากนามของพ่อขุนบรรเทิง ผู้นำสำคัญในการพัฒนาวัด ชื่อวัดสว่างบรรเทิงจึงรวมความหมายของปัญญา ศรัทธา และผู้อุปถัมภ์วัดไว้ด้วยกันอย่างมีนัยสำคัญ
การเปลี่ยนชื่อจากวัดแม่สาน้อยเป็นวัดสว่างบรรเทิงไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนชื่อทางทะเบียน แต่เป็นการบันทึกความทรงจำของวัดไว้ในชื่อใหม่ ชื่อ “สว่าง” สื่อถึงธรรมะ ปัญญา และความเข้าใจที่ช่วยขจัดความมืดในใจ ส่วน “บรรเทิง” เชื่อมโยงกับผู้นำท้องถิ่นที่มีบทบาทพัฒนาวัด ชื่อวัดจึงมีทั้งความหมายทางธรรมและความหมายทางประวัติศาสตร์ชุมชน ผู้มาเยือนวัดแห่งนี้จึงไม่ได้พบเพียงชื่อวัดที่ไพเราะ แต่ยังได้พบเรื่องราวของคน พระสงฆ์ และหมู่บ้านที่ร่วมกันสร้างศาสนสถานขึ้นจากความจำเป็นและศรัทธา
วัดสว่างบรรเทิงได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2493 ในลำดับเลขที่ 19 แห่งรัชกาลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช โดยมีประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 67 ตอนที่ 44 ลงวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2493 การได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเป็นหมุดหมายสำคัญของวัด เพราะเป็นการกำหนดเขตสำหรับประกอบสังฆกรรมอย่างถูกต้องตามพระธรรมวินัย โดยเฉพาะพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับอุโบสถและกิจของคณะสงฆ์ เหตุการณ์นี้สะท้อนความมั่นคงของวัดในฐานะศาสนสถานที่มีองค์ประกอบทางพระพุทธศาสนาครบถ้วนขึ้น
พื้นที่วัดสว่างบรรเทิงปัจจุบันมีเนื้อที่ 2 ไร่ 2 งาน 23 ตารางวา ตามหนังสือโฉนดที่ดินเลขที่ 28384 เล่มที่ 284 หน้า 84 ออก ณ วันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2542 พื้นที่วัดตั้งอยู่ในบริบทของชุมชนบ้านท้องฝายหรือบ้านวารีธรรม และยังสัมพันธ์กับประวัติบ้านแม่สาน้อยเดิม วัดจึงเป็นพื้นที่ที่เชื่อมประวัติของหลายช่วงเวลา ตั้งแต่ยุคที่ชาวบ้านต้องเดินทางไปวัดอื่น ยุคสร้างวัดแม่สาน้อย ยุคเปลี่ยนชื่อเป็นวัดสว่างบรรเทิง ไปจนถึงยุคที่ชุมชนบ้านวารีธรรมแยกตัวเป็นหมู่บ้านใหม่
สิ่งปลูกสร้างสำคัญภายในวัดสว่างบรรเทิงประกอบด้วยอุโบสถ ศาลาการเปรียญ อาคารโรงเรียนปริยัติธรรม กุฏิ วิหาร และศาลา อาคารเหล่านี้ทำให้วัดสามารถรองรับทั้งกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา กิจกรรมการศึกษา และกิจกรรมชุมชนได้อย่างครบถ้วน อุโบสถเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับสังฆกรรม ศาลาการเปรียญเป็นพื้นที่ฟังธรรมและประกอบกิจกรรมส่วนรวม วิหารเป็นพื้นที่ไหว้พระและทำบุญ กุฏิเป็นพื้นที่จำพรรษาของพระสงฆ์ ส่วนอาคารโรงเรียนปริยัติธรรมสะท้อนบทบาทของวัดในด้านการศึกษาธรรมะ
ปูชนียวัตถุสำคัญของวัดสว่างบรรเทิง ได้แก่ พระพุทธรูปปูนและพระพุทธรูปทองเหลือง พระพุทธรูปเหล่านี้เป็นสิ่งสักการะที่ชาวบ้านและผู้มาเยือนใช้เป็นศูนย์รวมจิตใจในการไหว้พระ ทำบุญ และระลึกถึงพระพุทธคุณ วัดชุมชนภาคเหนือจำนวนมากมีพระพุทธรูปที่ได้รับการสืบทอดหรือสร้างขึ้นตามแรงศรัทธาของชาวบ้าน ปูชนียวัตถุเหล่านี้จึงไม่ได้มีคุณค่าเพียงด้านศิลปกรรม แต่ยังมีคุณค่าด้านความทรงจำและความสัมพันธ์ระหว่างคนกับวัด
พระธาตุเฉลิมพระเกียรติเป็นจุดเด่นของวัดสว่างบรรเทิงที่ช่วยเพิ่มมิติด้านศรัทธาและการสักการะให้แก่ผู้มาเยือน พระธาตุในวัดชุมชนเป็นสัญลักษณ์ของความมั่นคงทางพระพุทธศาสนาและความศรัทธาร่วมกันของชาวบ้าน ผู้มาเยือนสามารถแวะสักการะพระธาตุ ไหว้พระ ทำบุญ และเดินชมบรรยากาศภายในวัดอย่างสงบ จุดนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยววัดในแม่ริมแบบไม่เร่งรีบและต้องการสัมผัสวัดที่อยู่ในชีวิตจริงของชุมชน
วัดสว่างบรรเทิงเป็นวัดที่ประชาชนจากทั้งบ้านแม่สาน้อยและบ้านวารีธรรมมีความศรัทธาร่วมกัน จึงเป็นศาสนสถานที่เชื่อมโยงหลายกลุ่มชุมชนเข้าด้วยกัน ในอดีตวัดเกิดจากความต้องการของชาวบ้านแม่สาน้อย ส่วนปัจจุบันตั้งอยู่ในบริบทบ้านท้องฝายหรือบ้านวารีธรรม ทำให้วัดทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมประวัติ ความทรงจำ และศรัทธาของคนหลายช่วงรุ่น ความสำคัญของวัดจึงไม่ได้อยู่เฉพาะอาคารหรือพื้นที่ แต่ยังอยู่ที่บทบาททางสังคมที่ช่วยรวมคนในชุมชนเข้าหากัน
บทบาทของวัดสว่างบรรเทิงต่อชุมชนเห็นได้จากการเป็นสถานที่ประกอบกิจกรรมทางศาสนาและศูนย์รวมจิตใจของคนในพื้นที่มาอย่างยาวนาน ชาวบ้านใช้วัดเป็นพื้นที่ทำบุญ ฟังธรรม เข้าร่วมพิธีกรรม งานกฐิน ผ้าป่า งานประเพณี และกิจกรรมส่วนรวมของหมู่บ้าน วัดยังเป็นพื้นที่ที่คนในชุมชนใช้พบปะ แลกเปลี่ยนข่าวสาร และรักษาความสัมพันธ์ทางเครือญาติและเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะในชุมชนกึ่งเมืองกึ่งชนบทที่มีทั้งคนท้องถิ่นและคนย้ายเข้ามาอยู่อาศัยเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของแม่ริม
บ้านวารีธรรมมีโครงสร้างชุมชนที่มีกลุ่มองค์กรหลายประเภท เช่น คณะกรรมการหมู่บ้าน อาสาสมัครสาธารณสุข กลุ่มสตรีแม่บ้าน กลุ่มกองทุนหมู่บ้าน กลุ่มเยาวชน อาสาป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน กลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มประปาหมู่บ้าน การมีวัดสว่างบรรเทิงเป็นจุดเด่นของชุมชนทำให้วัดเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงการทำงานของคนหลายกลุ่มเข้ากับกิจกรรมทางศาสนาและกิจกรรมสาธารณะ วัดจึงเป็นทั้งพื้นที่ศรัทธาและพื้นที่สังคมของหมู่บ้าน
ประเพณีสำคัญที่สัมพันธ์กับวิถีชุมชนบ้านวารีธรรมและบ้านแม่สาน้อย ได้แก่ ประเพณีเลี้ยงผีปู่ย่า งานทำบุญในรอบปี วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา กฐิน และผ้าป่า ประเพณีเลี้ยงผีปู่ย่ามักจัดในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายนของทุกปี เพื่อกราบไหว้ผีบรรพบุรุษและรวมเครือญาติ เป็นประเพณีที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างพระพุทธศาสนา ความเชื่อพื้นบ้าน และความกตัญญูต่อบรรพบุรุษตามวิถีล้านนา
งานบุญกฐินและผ้าป่าเป็นกิจกรรมที่ช่วยรวมแรงศรัทธาของคนในชุมชนและผู้มีจิตศรัทธาจากภายนอก วัดสว่างบรรเทิงในฐานะวัดประจำชุมชนจึงเป็นพื้นที่รองรับงานบุญหลังออกพรรษาและกิจกรรมถวายปัจจัยเพื่อทำนุบำรุงวัด กิจกรรมเหล่านี้ไม่ได้มีความหมายเฉพาะด้านศาสนา แต่ยังเป็นช่วงเวลาที่คนในชุมชนได้กลับมาช่วยกันจัดงาน เตรียมสถานที่ ต้อนรับผู้มาร่วมบุญ และรักษาความสัมพันธ์ทางสังคมในหมู่บ้าน
สิ่งที่ควรไหว้เมื่อเดินทางมาวัดสว่างบรรเทิง ได้แก่ พระธาตุเฉลิมพระเกียรติ พระพุทธรูปปูน พระพุทธรูปทองเหลือง และพระพุทธรูปภายในวิหาร ผู้มาเยือนสามารถไหว้พระ ทำบุญ ถวายสังฆทาน นั่งสงบใจ และเดินชมพื้นที่วัดได้อย่างเหมาะสม ควรแต่งกายสุภาพ ใช้เสียงเบา เคารพพื้นที่พระสงฆ์ และหลีกเลี่ยงการรบกวนกิจกรรมของชาวบ้าน โดยเฉพาะในวันพระหรือช่วงที่วัดมีงานบุญ
บรรยากาศของวัดสว่างบรรเทิงเหมาะกับนักท่องเที่ยวสายวัฒนธรรม ผู้ที่สนใจประวัติวัดชุมชน ผู้ที่ต้องการไหว้พระระหว่างเดินทางในอำเภอแม่ริม และผู้ที่ต้องการเข้าใจบ้านแม่สาน้อย บ้านท้องฝาย และบ้านวารีธรรมในมิติทางศาสนา วัดแห่งนี้ไม่ใช่วัดท่องเที่ยวขนาดใหญ่ที่เน้นความอลังการ แต่เป็นวัดที่มีประวัติแน่น มีความหมายต่อคนในพื้นที่ และสะท้อนภาพวัดชุมชนล้านนาที่ยังทำหน้าที่อยู่จริงในชีวิตประจำวัน
จุดเด่นของวัดสว่างบรรเทิงอยู่ที่ประวัติการก่อตั้งจากความยากลำบากของชาวบ้านในการเดินทางไปทำบุญ ชื่อวัดที่รวมความหมายของปัญญาและชื่อผู้นำชุมชน การได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาใน พ.ศ. 2493 พระธาตุเฉลิมพระเกียรติ และบทบาทที่เชื่อมโยงบ้านแม่สาน้อยกับบ้านวารีธรรม ผู้มาเยือนที่ใช้เวลาอ่านประวัติและเดินชมวัดอย่างช้า ๆ จะเข้าใจได้ว่าวัดแห่งนี้เป็นทั้งศูนย์รวมศรัทธาและบันทึกประวัติชุมชนในพื้นที่แม่สา
การเดินทาง ไปวัดสว่างบรรเทิงสามารถเริ่มจากตัวเมืองเชียงใหม่ ใช้ถนนโชตนาหรือทางหลวงหมายเลข 107 มุ่งหน้าอำเภอแม่ริม แล้วเข้าสู่พื้นที่ตำบลแม่สาและบ้านวารีธรรม วัดตั้งอยู่ในเขตชุมชนที่เดินทางสะดวก เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้าง หากใช้รถโดยสารที่ผ่านอำเภอแม่ริม สามารถลงบริเวณเส้นทางหลักแล้วต่อรถในพื้นที่เข้าสู่วัดได้
เส้นทางเที่ยวที่เหมาะกับวัดสว่างบรรเทิงคือเส้นทางวัดชุมชนตำบลแม่สาและแหล่งท่องเที่ยวแม่ริม นักท่องเที่ยวสามารถเริ่มจากวัดสว่างบรรเทิง แล้วเชื่อมต่อไปยังวัดสมเด็จอาสภวัน วัดแม่สาหลวง วัดศรีบุญเรือง วัดท่าไคร้ วัดดอนชัย หรือวัดป่าดาราภิรมย์ จากนั้นต่อไปยังพิพิธภัณฑ์พระตำหนักดาราภิรมย์ สวนกล้วยไม้และฟาร์มผีเสื้อแม่ริม น้ำตกแม่สา หรือสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เส้นทางนี้ทำให้การเที่ยวแม่ริมมีครบทั้งวัด ประวัติชุมชน ศิลปะล้านนา ธรรมชาติ อาหาร และที่พัก
วัดสว่างบรรเทิงยังเหมาะกับการจัดทริปแบบครึ่งวันสำหรับผู้ที่พักในตัวเมืองเชียงใหม่หรืออำเภอแม่ริม เพราะเดินทางไม่ไกลและสามารถเชื่อมกับร้านอาหารและที่พักใกล้เคียงได้ง่าย ผู้ที่สนใจเรื่องชุมชนควรสังเกตบริบทโดยรอบวัด ทั้งบ้านวารีธรรม ถนนสายเชียงใหม่–ฝาง ลำน้ำแม่สา และพื้นที่ชุมชนกึ่งเมืองกึ่งชนบท เพราะทั้งหมดนี้คือฉากหลังที่ทำให้วัดสว่างบรรเทิงมีความหมายมากกว่าเพียงจุดไหว้พระ
โดยสรุป วัดสว่างบรรเทิงเป็นวัดราษฎร์มหานิกายในบ้านท้องฝายหรือบ้านวารีธรรม ตำบลแม่สา อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เดิมชื่อวัดแม่สาน้อย ขึ้นทะเบียนเป็นวัดเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2385 เปลี่ยนชื่อเป็นวัดสว่างบรรเทิงในช่วงรัฐนิยม และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2493 มีพื้นที่ 2 ไร่ 2 งาน 23 ตารางวา มีอุโบสถ ศาลาการเปรียญ อาคารโรงเรียนปริยัติธรรม วิหาร กุฏิ ศาลา พระธาตุเฉลิมพระเกียรติ พระพุทธรูปปูน และพระพุทธรูปทองเหลือง วัดแห่งนี้เหมาะสำหรับการไหว้พระ ทำบุญ เรียนรู้ประวัติบ้านแม่สาน้อย บ้านท้องฝาย และบ้านวารีธรรม พร้อมเชื่อมต่อเส้นทางเที่ยววัดชุมชนและแหล่งท่องเที่ยวแม่ริมได้อย่างสมบูรณ์
| ชื่อสถานที่ | วัดสว่างบรรเทิง |
| ที่ตั้ง | บ้านท้องฝาย หรือบ้านวารีธรรม ตำบลแม่สา อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ 50180 |
| ที่อยู่ | เลขที่ 1 หมู่ 6 บ้านท้องฝาย (วารีธรรม) ตำบลแม่สา อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ 50180 |
| ชื่อเดิม | วัดแม่สาน้อย |
| ประเภทวัด | วัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| พิกัดชุมชนบ้านวารีธรรม | 18.89675282, 98.9479968 |
| พื้นที่วัด | 2 ไร่ 2 งาน 23 ตารางวา |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | เดิมชื่อวัดแม่สาน้อย ขึ้นทะเบียนเป็นวัดเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2385 เปลี่ยนชื่อเป็นวัดสว่างบรรเทิงในช่วงรัฐนิยม และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2493 |
| ที่มาของชื่อ | คำว่า “สว่าง” มาจากความหมายของฉายาครูบาเจ้าคำปัน ปญฺญาสาโร ซึ่งสื่อถึงปัญญาที่ทำให้จิตใจสว่าง ส่วน “บรรเทิง” มาจากชื่อพ่อขุนบรรเทิง กำนันตำบลท่าไคร้ ผู้มีบทบาทพัฒนาวัด |
| สิ่งปลูกสร้างสำคัญ | อุโบสถ ศาลาการเปรียญ อาคารโรงเรียนปริยัติธรรม กุฏิ วิหาร และศาลา |
| ศาสนสถานเด่น | พระธาตุเฉลิมพระเกียรติ |
| ปูชนียวัตถุสำคัญ | พระพุทธรูปปูน และพระพุทธรูปทองเหลือง |
| จุดเด่น | วัดเก่าแก่ที่เกิดจากแรงศรัทธาของชาวบ้านแม่สาน้อย มีประวัติการเปลี่ยนชื่อที่สัมพันธ์กับครูบาเจ้าคำปันและพ่อขุนบรรเทิง เป็นศูนย์รวมจิตใจของบ้านท้องฝายและบ้านวารีธรรม |
| บทบาทต่อชุมชน | เป็นสถานที่ทำบุญ ฟังธรรม ประกอบพิธีกรรม งานบุญ กฐิน ผ้าป่า และกิจกรรมชุมชนของบ้านแม่สาน้อย บ้านท้องฝาย และบ้านวารีธรรม |
| ประเพณีและงานบุญที่เกี่ยวข้อง | เลี้ยงผีปู่ย่า กฐิน ผ้าป่า วันพระ วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา และกิจกรรมบุญประจำชุมชน |
| เบอร์ติดต่อ | 053-297-089 |
| การเดินทาง | เดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปตามถนนโชตนาหรือทางหลวงหมายเลข 107 มุ่งหน้าอำเภอแม่ริม แล้วเข้าสู่พื้นที่ตำบลแม่สาและบ้านวารีธรรม เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้าง |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดสมเด็จอาสภวัน ประมาณ 2 กม. 2. วัดแม่สาหลวง ประมาณ 3 กม. 3. วัดศรีบุญเรือง ประมาณ 4 กม. 4. พิพิธภัณฑ์พระตำหนักดาราภิรมย์ ประมาณ 5 กม. 5. วัดป่าดาราภิรมย์ ประมาณ 6 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. Baan Landai Fine Thai Cuisine Mae Rim ประมาณ 4 กม. โทร. 064-469-2929 2. Per La Mer Cafe ประมาณ 7 กม. โทร. 064-269-9795 3. Akha Ama Living Factory ประมาณ 8 กม. โทร. 088-267-8014 4. เฮือนลุงเสือ แม่ริม ประมาณ 8 กม. 5. Pongyang Angdoi Restaurant ประมาณ 15 กม. โทร. 085-618-8885 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Mae Rim Whale Park Resort ประมาณ 3 กม. โทร. 053-299-409 2. The Grand Morocc Hotel ประมาณ 4 กม. โทร. 053-299-835 3. Mae Rim Lagoon Hotel ประมาณ 5 กม. โทร. 053-297-288 4. Four Seasons Resort Chiang Mai ประมาณ 7 กม. โทร. 053-298-181 5. Pongyang Angdoi Resort ประมาณ 15 กม. โทร. 053-879-151 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดสว่างบรรเทิงอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดสว่างบรรเทิงตั้งอยู่เลขที่ 1 หมู่ 6 บ้านท้องฝาย หรือบ้านวารีธรรม ตำบลแม่สา อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ 50180
ถาม: วัดสว่างบรรเทิงเปิดวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: วัดสว่างบรรเทิงเปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
ถาม: วัดสว่างบรรเทิงเดิมชื่ออะไร?
ตอบ: วัดสว่างบรรเทิงเดิมชื่อวัดแม่สาน้อย
ถาม: วัดสว่างบรรเทิงขึ้นทะเบียนเป็นวัดเมื่อใด?
ตอบ: วัดแม่สาน้อยหรือวัดสว่างบรรเทิงขึ้นทะเบียนเป็นวัดเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2385
ถาม: วัดสว่างบรรเทิงได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อใด?
ตอบ: วัดสว่างบรรเทิงได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2493
ถาม: ที่มาของชื่อวัดสว่างบรรเทิงคืออะไร?
ตอบ: ชื่อวัดมาจากความหมายของฉายาครูบาเจ้าคำปัน ปญฺญาสาโร ที่สื่อถึงปัญญาและความสว่าง รวมกับชื่อพ่อขุนบรรเทิง ผู้นำชุมชนที่มีบทบาทพัฒนาวัด
ถาม: จุดเด่นของวัดสว่างบรรเทิงคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือประวัติการก่อตั้งจากแรงศรัทธาของชาวบ้าน พระธาตุเฉลิมพระเกียรติ อุโบสถ ศาลาการเปรียญ อาคารโรงเรียนปริยัติธรรม และบทบาทศูนย์รวมจิตใจของบ้านแม่สาน้อย บ้านท้องฝาย และบ้านวารีธรรม
ถาม: เที่ยววัดสว่างบรรเทิงแล้วไปเที่ยวที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่วัดสมเด็จอาสภวัน วัดแม่สาหลวง วัดศรีบุญเรือง พิพิธภัณฑ์พระตำหนักดาราภิรมย์ และวัดป่าดาราภิรมย์ได้
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ
ปรับปรุงล่าสุด : 6 วันที่แล้ว




