หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.ดอยหล่อ >ต.สองแคว > วัดป่าลาน (สองแคว)
TL;DR: วัดป่าลาน (สองแคว) อยู่ที่เลขที่ 59 หมู่ 7 บ้านป่าลาน ตำบลสองแคว อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ 50160 เปิดทุกวัน เวลา 08.00 - 17.00 น. การเดินทางสะดวก จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 108 ผ่านหางดงและสันป่าตองเข้าสู่อำเภอดอยหล่อ.

เชียงใหม่

วัดป่าลาน (สองแคว)

วัดป่าลาน (สองแคว)

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 - 17.00 น.
 
วัดป่าลาน (สองแคว) ตั้งอยู่เลขที่ 59 หมู่ 7 บ้านป่าลาน ตำบลสองแคว อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ 50160 เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย รหัสวัด 350240203 ปัจจุบันยังมีชื่ออยู่ในทะเบียนวัดของแม่กองธรรมสนามหลวงและอยู่ในเขตปกครองคณะสงฆ์ตำบลสองแคว วัดแห่งนี้มีความโดดเด่นจากประวัติที่เชื่อมโยงทั้งตำนานพระนางจามเทวี ลำน้ำปิง วัดพระธาตุดอยน้อย การฟื้นฟูวัดร้างในสมัยล้านนาอยู่ภายใต้อำนาจพม่า ตลอดจนประเพณีสรงน้ำพระบรมสารีริกธาตุที่ชุมชนยังสืบทอดมาถึงปัจจุบัน
 
วัดป่าลานเป็นหนึ่งในวัดเก่าแก่ที่มีเรื่องราวหลายชั้นที่สุดแห่งหนึ่งของตำบลสองแคว เพราะประวัติของสถานที่ไม่ได้เริ่มต้นจากปีที่ได้รับการรับรองเป็นวัดในระบบราชการเท่านั้น แต่ย้อนกลับไปถึงตำนานท้องถิ่นเกี่ยวกับเส้นทางเสด็จของพระนางจามเทวีขึ้นมาตามลำน้ำแม่ระมิงค์หรือแม่น้ำปิง ก่อนเข้าสู่เมืองหริภุญชัย เรื่องเล่านี้ทำให้วัดป่าลานมีความสัมพันธ์กับภูมิประเทศริมแม่น้ำ การเดินทางทางน้ำ และความทรงจำของผู้คนในลุ่มน้ำปิงอย่างลึกซึ้ง
 
ทะเบียนวัดปัจจุบันระบุวัดป่าลานอยู่หมู่ 7 ตำบลสองแคว อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ สังกัดมหานิกาย และใช้รหัสวัด 350240203 ขณะที่เอกสารการแบ่งเขตปกครองคณะสงฆ์ของจังหวัดเชียงใหม่จัดวัดป่าลานไว้ร่วมกับวัดทุ่งท้อ วัดพระธาตุโขงขาว วัดหลังถ้ำ วัดสองแคว และวัดหัวข่วง เป็น 6 วัดในเขตคณะสงฆ์ตำบลสองแคว จึงเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายศาสนสถานที่รองรับชุมชนต่าง ๆ ทางตอนใต้ของอำเภอดอยหล่อมาอย่างต่อเนื่อง
 
วัดได้รับการตั้งเป็นวัดใน พ.ศ. 2430 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาใน พ.ศ. 2551 การได้รับวิสุงคามสีมามีความหมายต่อสถานะของวัด เพราะเป็นเขตที่พระสงฆ์ใช้ประกอบสังฆกรรมตามพระธรรมวินัย โดยเฉพาะกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับพระอุโบสถและการอุปสมบท ขณะที่พื้นที่วัดมีเนื้อที่ประมาณ 3 ไร่ 2 งาน 9 ตารางวา ซึ่งเป็นพื้นที่ไม่ใหญ่มากเมื่อเทียบกับวัดท่องเที่ยวขนาดใหญ่ แต่เหมาะกับบทบาทของวัดประจำหมู่บ้านที่ทำหน้าที่ทั้งด้านศาสนาและชุมชน
 
เรื่องราวที่เก่าแก่ที่สุดของวัดปรากฏอยู่ในตำนานของชุมชนสองแคว ตำนานเล่าว่าเมื่อพระนางจามเทวีเสด็จขึ้นมาตามลำน้ำแม่ระมิงค์เพื่อไปครองนครหริภุญชัย พระองค์ทรงสร้างศาสนสถานและสถานที่สำคัญตามเส้นทางหลายแห่ง หนึ่งในพื้นที่สำคัญคือวัดพระธาตุดอยน้อย ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากแนวลำน้ำปิงและมีความเกี่ยวพันกับเส้นทางเสด็จตามตำนานของพระนาง
 
หลังจากการสร้างวัดพระธาตุดอยน้อยและการเฉลิมฉลองตามเรื่องเล่าท้องถิ่น พระนางจามเทวีได้เสด็จออกจากท่าน้ำวัดพระธาตุดอยน้อยและเดินทางต่อขึ้นไปตามลำน้ำแม่ระมิงค์ เมื่อขบวนมาถึงบริเวณที่เป็นบ้านป่าลานในปัจจุบัน พื้นที่ริมลำน้ำมีลักษณะเป็นดงไม้และมีปากคลองหรือ “ล้อง” เชื่อมกับแม่น้ำ จุดดังกล่าวยังสามารถมองย้อนกลับไปเห็นวัดพระธาตุดอยน้อยได้ก่อนที่แนวโค้งของแม่น้ำจะบดบังทัศนียภาพ
 
ตำนานเล่าว่าพระนางทรงเหลียวกลับไปมองพระธาตุดอยน้อยอีกครั้ง ก่อนมีรับสั่งให้คณะช่างโยธาที่ร่วมขบวนสร้างวัดไว้เป็นอนุสรณ์ของเหตุการณ์นั้น วัดจึงได้รับชื่อในตำนานว่า “วัดปากล้องป่ากายนางเหลียว” ซึ่งชื่อแต่ละส่วนสัมพันธ์กับสภาพภูมิประเทศและเหตุการณ์ที่เล่าขาน คือ “ปากล้อง” สัมพันธ์กับปากคลอง ส่วน “นางเหลียว” เชื่อมโยงกับการที่พระนางทรงเหลียวกลับไปมองวัดพระธาตุดอยน้อย
 
ตำนานของเทศบาลตำบลสองแควระบุการเริ่มสร้างวัดปากล้องป่ากายนางเหลียวในวันขึ้น 12 ค่ำ เดือน 4 ปีมะเส็ง พ.ศ. 1201 โดยคณะช่างและบริวารเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง เนื่องจากพระนางจามเทวีต้องเสด็จต่อไปยังหริภุญชัย เรื่องราวส่วนนี้เป็นมรดกความทรงจำของท้องถิ่นที่อธิบายจุดกำเนิดอันเก่าแก่ของสถานที่ ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงประวัติศาสตร์ซึ่งมีหลักฐานเอกสารชัดเจนขึ้นในยุคต่อมา
 
ตำแหน่งวัดในระยะแรกอยู่ใกล้ลำน้ำปิงมากกว่าตำแหน่งในปัจจุบัน พื้นที่ริมแม่น้ำมีข้อดีด้านการคมนาคม แต่ก็ต้องเผชิญกับน้ำหลากและการกัดเซาะ ตำนานชุมชนกล่าวว่าเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่จนตลิ่งและพื้นที่วัดถูกแม่น้ำปิงกัดเซาะ อาคารและบริเวณวัดได้รับความเสียหาย ขณะที่ชาวบ้านต้องอพยพไปตั้งถิ่นฐานและทำกินในพื้นที่อื่น วัดเดิมจึงค่อย ๆ ร้างลง
 
การที่วัดร้างจากภัยน้ำไม่ใช่เรื่องที่แยกขาดจากสภาพของลุ่มน้ำปิง เพราะชุมชนโบราณจำนวนมากตั้งอยู่ใกล้แหล่งน้ำซึ่งเป็นทั้งเส้นทางเดินทาง แหล่งอาหารและแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร ขณะเดียวกันแม่น้ำก็สามารถเปลี่ยนแนว กัดเซาะตลิ่ง และส่งผลต่อการตั้งถิ่นฐานได้ ประวัติของวัดป่าลานจึงช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างศาสนสถานกับภูมิประเทศอย่างชัดเจน
 
ช่วงสำคัญอีกครั้งเกิดขึ้นใน พ.ศ. 2299 หรือจุลศักราช 1118 เมื่อตำนานที่เทศบาลตำบลสองแควรวบรวมไว้กล่าวถึงศรัทธาสองพี่น้องชาวพม่า ได้แก่ นางมุญดาและนางโนชา หรือโนจา พร้อมญาติพี่น้อง ได้ร่วมกันฟื้นฟูพื้นที่วัดร้างขึ้นใหม่ ช่วงเวลานั้นล้านนายังอยู่ในบริบทการปกครองของพม่า จึงสะท้อนความหลากหลายของผู้คนและศรัทธาที่มีส่วนรักษาศาสนสถานในลุ่มน้ำปิง
 
เมื่อบูรณะขึ้นใหม่ วัดได้รับชื่อเต็มตามเอกสารท้องถิ่นว่า “วัดป่าลานจุมท่าขามแก้วกว้างต้าต้างดอนมูล หนทักขิณะล่องใต้นพบุรีสะหลีนครพิงค์ชัย” แต่ชื่อที่ผู้คนใช้ในชีวิตประจำวันถูกย่อเหลือเพียง “วัดป่าลาน” และบางคนยังเรียกตามชื่อเดิมว่า “วัดล้องป่ากาย” การเปลี่ยนชื่อสะท้อนธรรมชาติของชื่อวัดล้านนาที่ชื่อพิธีการอาจมีความยาวและความหมายหลายชั้น ขณะที่ชื่อที่ชุมชนใช้จริงจะสั้นและสัมพันธ์กับภูมิประเทศหรือชื่อหมู่บ้านมากกว่า
 
การบูรณะครั้งนั้นยังมีการขยับพื้นที่วัดออกจากริมลำน้ำปิงประมาณ 30 วา เพื่อลดความเสี่ยงจากการกัดเซาะและน้ำหลาก จุดนี้มีความสำคัญต่อการทำความเข้าใจตำแหน่งวัดในปัจจุบัน เพราะพื้นที่ศาสนสถานไม่ได้หยุดนิ่งตลอดหลายศตวรรษ แต่ปรับตัวตามสภาพแวดล้อมและความปลอดภัยของชุมชน
 
ประวัติวัดยังเก็บรายนามพระสงฆ์ผู้ปกครองวัดหลายยุค เริ่มจาก พระสุยะ ใน พ.ศ. 2299 ต่อมามีพระสิระสา ครูบาจั๋นต๊ะ ครูบาอินต๊ะชัย ครูเต๋จ๊ะ ครูบาโสภา หรือหมู โสภโณ ซึ่งมีช่วงการปกครอง พ.ศ. 2435–2462 พระอธิการจันทร์ทิพย์ ปัญญาทีโป หรือครูบาติ๊บ พ.ศ. 2482–2516 พระแก้ว กัลยาโณ พ.ศ. 2516–2524 พระอธิการวัลลบ จักกวโร พ.ศ. 2524–2534 และพระอธิการวัลลภ ฉันทสีโล ซึ่งปรากฏในลำดับการปกครองรุ่นหลัง
 
รายนามเหล่านี้ช่วยให้ประวัติของวัดป่าลานมีความต่อเนื่องจากการฟื้นฟูวัดร้างในคริสต์ศตวรรษที่ 18 มาจนถึงยุคปัจจุบัน และสะท้อนบทบาทของพระสงฆ์ในการรักษาพื้นที่ศาสนา ดูแลอาคาร สืบทอดพิธีกรรม และเป็นผู้นำทางจิตใจของชุมชนบ้านป่าลานในแต่ละช่วงเวลา
 
ภายในวัดมีปูชนียสถานและปูชนียวัตถุที่สำคัญตามฐานข้อมูลของเทศบาลตำบลสองแคว ได้แก่ พระบรมธาตุ พระธาตุเจดีย์ และพระพุทธรูปก่ออิฐถือปูน สิ่งเหล่านี้เป็นจุดสำคัญสำหรับการสักการะ โดยเฉพาะพระบรมสารีริกธาตุซึ่งสัมพันธ์กับประเพณีสรงน้ำประจำวัดและเป็นศูนย์กลางศรัทธาของชาวบ้าน
 
พระธาตุเจดีย์ เป็นองค์ประกอบทางศาสนาที่ช่วยกำหนดอัตลักษณ์ของวัดป่าลานอย่างชัดเจน เพราะประเพณีของวัดไม่ได้มีเพียงการทำบุญตามวันพระ แต่ยังมีการสรงน้ำพระบรมสารีริกธาตุเป็นงานบุญที่ชุมชนจัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้มาเยือนจึงควรให้ความสำคัญกับบริเวณพระธาตุในฐานะพื้นที่ศรัทธามากกว่าจะมองเป็นเพียงจุดถ่ายภาพ
 
พระพุทธรูปก่ออิฐถือปูนที่บันทึกไว้เป็นอีกส่วนหนึ่งของศาสนวัตถุภายในวัด งานก่ออิฐถือปูนเป็นเทคนิคที่พบได้ในศิลปกรรมวัดล้านนาและวัดชุมชนภาคเหนือหลายแห่ง โดยสร้างโครงขึ้นจากอิฐแล้วฉาบปูนเพื่อขึ้นรูป การดูแลพระพุทธรูปประเภทนี้ต้องอาศัยการบูรณะอย่างเหมาะสม เพราะความชื้น ฝน และการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศสามารถส่งผลต่อผิวปูนและโครงสร้างได้
 
วัดยังมีโบราณวัตถุที่สะท้อนงานช่างและการใช้พื้นที่ทางพระพุทธศาสนาในอดีต ได้แก่ ธรรมาสน์ทรงสูงรูปปราสาท ประดับลวดลายลงรักปิดทอง ตู้ธรรม และหีบพระธรรมที่ประดับลายลงรักปิดทอง ธรรมาสน์เป็นที่สำหรับพระสงฆ์ขึ้นแสดงพระธรรมเทศนา ส่วนตู้ธรรมและหีบพระธรรมเกี่ยวข้องกับการเก็บรักษาคัมภีร์และเอกสารทางพระพุทธศาสนา จึงมีทั้งคุณค่าด้านศาสนา ศิลปกรรม และประวัติการศึกษาในวัด
 
งานลงรักปิดทองบนธรรมาสน์และเครื่องเก็บพระธรรมสะท้อนฝีมือช่างที่ให้ความสำคัญกับการตกแต่งวัตถุที่เกี่ยวข้องกับพระธรรม การปิดทองไม่ได้มีหน้าที่เพื่อความงามเพียงอย่างเดียว แต่สื่อถึงการยกย่องสิ่งที่เกี่ยวข้องกับพระรัตนตรัย การรักษาวัตถุเหล่านี้จึงมีความหมายต่อทั้งชุมชนและการศึกษาศิลปวัฒนธรรมล้านนา
 
เสนาสนะที่เทศบาลตำบลสองแควบันทึกไว้ประกอบด้วย พระวิหาร กุฏิสงฆ์ หอระฆัง โรงครัว และพระอุโบสถ อาคารแต่ละส่วนรองรับหน้าที่ต่างกัน พระวิหารเป็นพื้นที่สักการะและประกอบพิธีร่วมกับฆราวาส กุฏิเป็นพื้นที่พำนักของพระสงฆ์ หอระฆังใช้เป็นสัญญาณบอกเวลาหรือกิจของสงฆ์ โรงครัวรองรับงานบุญและกิจกรรมชุมชน ส่วนพระอุโบสถเป็นพื้นที่ประกอบสังฆกรรมภายในเขตวิสุงคามสีมา
 
การที่วัดมีทั้งพระวิหาร พระอุโบสถ และพื้นที่ประกอบกิจกรรมของชุมชน แสดงให้เห็นพัฒนาการจากวัดร้างริมลำน้ำสู่ศูนย์กลางศาสนาที่มีองค์ประกอบครบขึ้นตามกาลเวลา ศาสนสถานจึงไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกันทั้งหมดในยุคเดียว แต่เป็นผลจากการบูรณะ การสร้างเพิ่มเติม และแรงศรัทธาของผู้คนหลายรุ่น
 
พื้นที่ลานวัดมีบทบาทสำคัญในช่วงงานบุญ เพราะวัดชุมชนจำเป็นต้องรองรับทั้งพระสงฆ์ ชาวบ้าน ญาติพี่น้องจากหมู่บ้านอื่น และผู้เดินทางมาร่วมพิธี เมื่อมีงานสรงน้ำหรือกิจกรรมใหญ่ พื้นที่บริเวณรอบพระธาตุ ศาลา และลานกลางวัดจะกลายเป็นพื้นที่พบปะของชุมชน ทำให้มิติทางสังคมของวัดเห็นได้ชัดมากกว่าช่วงวันปกติ
 
ประเพณีที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของวัดป่าลานคือ ประเพณีสรงน้ำพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งยังมีการจัดในปัจจุบัน ใน พ.ศ. 2569 วัดป่าลาน บ้านป่าลาน ตำบลสองแคว กำหนดงานประเพณีสรงน้ำพระบรมสารีริกธาตุและพิธียกช่อฟ้าศาลาบาตรในวันที่ 13–14 มิถุนายน 2569 งานดังกล่าวสะท้อนว่าการบูชาพระธาตุยังเป็นศูนย์กลางของศรัทธาชุมชนและไม่ได้เหลืออยู่เพียงในประวัติศาสตร์
 
การสรงน้ำพระธาตุเป็นประเพณีที่มีความสำคัญในวัฒนธรรมล้านนา ชาวบ้านนำเครื่องสักการะและน้ำอบน้ำหอมมาร่วมถวายและสรงองค์พระธาตุตามรูปแบบของแต่ละวัด กิจกรรมไม่ได้มีความหมายเฉพาะการบูชาพระบรมสารีริกธาตุเท่านั้น แต่ยังเป็นช่วงเวลาที่คนในชุมชนและผู้ที่ย้ายไปอยู่ต่างถิ่นกลับมาพบกัน ทำบุญร่วมกัน และช่วยกันสนับสนุนการดูแลวัด
 
งาน พ.ศ. 2569 ยังมีพิธี ยกช่อฟ้าศาลาบาตร ควบคู่กับงานสรงน้ำ ช่อฟ้าเป็นองค์ประกอบสำคัญบนสันหลังคาของอาคารศาสนสถานแบบไทยและล้านนา พิธียกช่อฟ้าจึงเป็นทั้งงานบุญและสัญลักษณ์ของการก่อสร้างหรือบูรณะอาคารให้สมบูรณ์ การรวมพิธีนี้เข้ากับงานสรงน้ำพระธาตุทำให้งานประจำปีมีทั้งมิติของการบูชาพระธาตุและการร่วมแรงร่วมใจบำรุงศาสนสถาน
 
วัดป่าลานจึงทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของบ้านป่าลานอย่างเด่นชัด งานบุญทำให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างพระสงฆ์ ผู้นำชุมชน ผู้สูงอายุ ครอบครัว และคนรุ่นใหม่ การจัดเตรียมสถานที่ อาหาร เครื่องสักการะ และกิจกรรมต่าง ๆ ต้องอาศัยความร่วมมือของคนจำนวนมาก วัดจึงเป็นพื้นที่ที่ช่วยรักษาความสัมพันธ์ทางสังคมควบคู่ไปกับการรักษาความเชื่อทางพระพุทธศาสนา
 
บริบทของตำบลสองแควสนับสนุนบทบาทดังกล่าว เอกสารท้องถิ่นระบุว่าประชากรส่วนใหญ่นับถือพระพุทธศาสนาและยังปฏิบัติตามวัฒนธรรมประเพณีล้านนา ชุมชนกระจายตัวตามแนวถนนสายหลักและหมู่บ้านต่าง ๆ โดยมีวัด โรงเรียน และบริการสาธารณะเป็นองค์ประกอบสำคัญของแต่ละพื้นที่ วัดป่าลานจึงเป็นหนึ่งในสถาบันหลักของหมู่ 7 บ้านป่าลาน
 
ผู้ที่มาเที่ยววัดควรเริ่มจากการสักการะพระพุทธรูปและพระบรมสารีริกธาตุ จากนั้นจึงชมพระธาตุเจดีย์ พระวิหาร พระอุโบสถ หอระฆัง และศิลปวัตถุที่ทางวัดเปิดให้ชม การเดินดูพื้นที่อย่างช้า ๆ จะช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างอาคารต่าง ๆ มากกว่าการมุ่งถ่ายภาพเพียงจุดเดียว
 
ธรรมาสน์ ตู้ธรรม และหีบพระธรรมเป็นรายละเอียดที่ผู้สนใจศิลปกรรมควรให้ความสำคัญ เพราะงานลงรักปิดทองเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมงานช่างล้านนาและงานพุทธศิลป์ไทย การชมควรทำโดยไม่สัมผัสพื้นผิว เนื่องจากวัสดุเก่าและชั้นรักชั้นทองสามารถเสียหายจากการจับต้อง ความชื้น และการเสียดสีได้ง่าย
 
บรรยากาศของวัดเหมาะกับผู้สนใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่นและวัฒนธรรมมากกว่านักท่องเที่ยวที่ต้องการแหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ วัดตั้งอยู่ในชุมชนบ้านป่าลานและมีความสัมพันธ์กับพื้นที่เกษตรและลุ่มน้ำปิง การได้เห็นสภาพชุมชนรอบวัดช่วยให้เรื่องราวการย้ายวัดหนีน้ำ การเดินทางทางแม่น้ำ และการตั้งถิ่นฐานของผู้คนเข้าใจง่ายขึ้น
 
สำหรับผู้สนใจเส้นทางพระนางจามเทวี สามารถเชื่อมเรื่องราวของวัดป่าลานกับ วัดพระธาตุดอยน้อย ซึ่งปรากฏในตำนานเดียวกัน จุดเด่นของเส้นทางนี้คือไม่ได้มองวัดแต่ละแห่งแยกจากกัน แต่ใช้แม่น้ำปิงและการเดินทางในตำนานเป็นแกนเชื่อม ทำให้เห็นภูมิศาสตร์ทางศรัทธาของเชียงใหม่ตอนใต้และหริภุญชัยได้ชัดขึ้น
 
ภายในตำบลสองแควสามารถเดินทางต่อไปยังวัดทุ่งท้อ วัดพระธาตุโขงขาว วัดหลังถ้ำ วัดสองแคว และวัดหัวข่วงได้ แต่ละวัดมีความสัมพันธ์กับหมู่บ้านของตนเองและช่วยให้เห็นรูปแบบการกระจายตัวของวัดในชุมชนล้านนา การเดินทางหลายวัดในหนึ่งวันเหมาะกับผู้ที่ต้องการศึกษาประวัติท้องถิ่นอย่างจริงจัง
 
วัดพระธาตุโขงขาวมีความน่าสนใจในด้านศาสนวัตถุและเรื่องราวของโขงขาว ส่วนวัดทุ่งท้อมีประวัติเชื่อมโยงกับการรวมตัวของผู้คนในชุมชนและการเดินทางไปสรงน้ำพระธาตุศรีจอมทอง เมื่อรวมกับวัดป่าลาน จะเห็นว่าวัดแต่ละแห่งในตำบลสองแควมีประวัติและอัตลักษณ์เฉพาะของตนเอง แม้อยู่ในพื้นที่ไม่ห่างกันมาก
 
หากต้องการเพิ่มแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่ใช่วัด สามารถเดินทางต่อไปยังพิพิธภัณฑ์พระพิฆเนศในตำบลยางคราม ซึ่งอยู่ห่างจากพื้นที่ตอนกลางของดอยหล่อประมาณไม่กี่กิโลเมตร และสามารถต่อเส้นทางไปผาช่อในเขตอุทยานแห่งชาติแม่วางได้ เส้นทางนี้เหมาะกับการเที่ยวเต็มวัน เพราะมีทั้งประวัติศาสตร์พุทธศาสนา ความเชื่อ ศิลปะ และธรรมชาติ
 
การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 108 หรือถนนเชียงใหม่–ฮอด มุ่งหน้าผ่านอำเภอหางดงและสันป่าตองเข้าสู่อำเภอดอยหล่อ จากนั้นเข้าสู่ตำบลสองแควและบ้านป่าลาน หมู่ 7 รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเหมาะที่สุด เนื่องจากวัดและแหล่งท่องเที่ยวรอบดอยหล่อกระจายอยู่ตามหมู่บ้านและถนนท้องถิ่นหลายสาย
 
ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ ปิดไหล่และเข่า ถอดรองเท้าก่อนเข้าสู่พื้นที่ภายในอาคารตามที่วัดกำหนด และรักษาความสงบ โดยเฉพาะบริเวณพระวิหาร พระอุโบสถ และพระธาตุ หากมีพิธีกรรมอยู่ควรหลีกเลี่ยงการยืนขวางทาง procession หรือเข้าไปรบกวนผู้ที่กำลังสวดมนต์และถวายเครื่องสักการะ
 
การถ่ายภาพโบราณวัตถุควรหลีกเลี่ยงการใช้แฟลชในพื้นที่ที่มีวัตถุเก่าหรือจิตรกรรม รวมถึงไม่จับต้องธรรมาสน์ ตู้ธรรม หีบพระธรรม และศาสนวัตถุโดยตรง หากอาคารปิดหรือมีเชือกกั้น ควรชมจากบริเวณที่กำหนด เนื่องจากวัดยังเป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจจริง ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์ที่เปิดทุกส่วนให้เข้าชมตลอดเวลา
 
ด้านอาหารและเครื่องดื่ม พื้นที่สองแควและดอยหล่อมีร้านท้องถิ่นและคาเฟ่กระจายตัวตามถนนสายหลัก เช่น ice coffee, ใจชา Coffee, ใส้อั่วยายพร, Rin Coffee at Doi Lo, ร้านกู และยูคาCoffee จึงสามารถวางแผนแวะรับประทานอาหารหรือพักดื่มกาแฟระหว่างเส้นทางวัดป่าลานกับแหล่งท่องเที่ยวอื่นได้สะดวกเมื่อเดินทางด้วยรถยนต์
 
ด้านที่พัก นักท่องเที่ยวที่ต้องการพักในอำเภอดอยหล่อสามารถเลือกโฮมสเตย์และที่พักขนาดเล็กในชุมชน เช่น Huan Janto Homestay ในบ้านสามหลัง รวมถึงที่พักบริเวณดอยหล่อและยางคราม การพักในพื้นที่ช่วยลดเวลาเดินทางหากต้องการไปผาช่อ วัดพระธาตุดอยน้อย จอมทอง หรือดอยอินทนนท์ต่อในวันถัดไป
 
วัดป่าลานเหมาะกับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ล้านนา ตำนานพระนางจามเทวี ศิลปกรรมวัดชุมชน พระธาตุ และวิถีชีวิตของคนริมลุ่มน้ำปิง โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการเข้าใจว่าศาสนสถานหนึ่งแห่งสามารถเปลี่ยนตำแหน่ง ร้าง ฟื้นฟู และกลับมาเป็นศูนย์กลางชุมชนได้อย่างไรตลอดช่วงเวลาหลายร้อยปี
 
เสน่ห์ของวัดไม่ได้เกิดจากองค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่งเท่านั้น แต่เกิดจากการซ้อนทับของตำนาน ประวัติการฟื้นฟู วัตถุศิลป์ พระธาตุ อาคารทางศาสนา และประเพณีที่ยังมีชีวิตอยู่ การสรงน้ำพระบรมสารีริกธาตุใน พ.ศ. 2569 เป็นตัวอย่างชัดเจนว่าความเชื่อที่สืบทอดจากคนรุ่นก่อนยังคงได้รับการนำมาปฏิบัติในชุมชนปัจจุบัน
 
สำหรับผู้ที่เดินทางมาเชียงใหม่และต้องการเห็นอีกด้านหนึ่งของจังหวัดนอกเหนือจากวัดในเขตเมืองเก่า วัดป่าลานเป็นสถานที่ที่ช่วยเปิดภาพของเชียงใหม่ในฐานะดินแดนชุมชนลุ่มน้ำ วัฒนธรรมล้านนา และเครือข่ายวัดประจำหมู่บ้าน เรื่องราวจากวัดปากล้องป่ากายนางเหลียวในตำนาน การร้างจากน้ำปิงกัดเซาะ การบูรณะใน พ.ศ. 2299 และการดำรงสถานะเป็นวัดมหานิกายในปัจจุบัน ทำให้วัดป่าลานเป็นพื้นที่ที่มีคุณค่าทั้งด้านศาสนา ประวัติศาสตร์ และความทรงจำของคนสองแคว
 
ชื่อสถานที่วัดป่าลาน (สองแคว)
ประเภทวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย
ที่อยู่เลขที่ 59 หมู่ 7 บ้านป่าลาน ตำบลสองแคว อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ 50160
รหัสวัด350240203
พื้นที่วัดประมาณ 3 ไร่ 2 งาน 9 ตารางวา
ปีตั้งวัดพ.ศ. 2430
วิสุงคามสีมาได้รับพระราชทาน พ.ศ. 2551
ชื่อในตำนานวัดปากล้องป่ากายนางเหลียว ต่อมามีชื่อวัดป่าลานจุมท่าขามแก้วกว้างต้าต้างดอนมูล หนทักขิณะล่องใต้นพบุรีสะหลีนครพิงค์ชัย และเรียกสั้น ๆ ว่าวัดป่าลาน
ประวัติสำคัญมีตำนานเชื่อมโยงกับพระนางจามเทวีและวัดพระธาตุดอยน้อย วัดเดิมได้รับผลกระทบจากการกัดเซาะของแม่น้ำปิง ก่อนมีการฟื้นฟูวัดร้างใน พ.ศ. 2299
ผู้ฟื้นฟูวัด พ.ศ. 2299นางมุญดา นางโนชา หรือโนจา และญาติพี่น้อง
ปูชนียสถานและปูชนียวัตถุพระบรมธาตุ พระธาตุเจดีย์ และพระพุทธรูปก่ออิฐถือปูน
โบราณวัตถุสำคัญธรรมาสน์ทรงสูงรูปปราสาทประดับลวดลายลงรักปิดทอง ตู้ธรรม และหีบพระธรรมประดับลายลงรักปิดทอง
อาคารและพื้นที่สำคัญพระวิหาร พระอุโบสถ กุฏิสงฆ์ หอระฆัง โรงครัว พระธาตุเจดีย์ และลานประกอบกิจกรรมของวัด
ประเพณีสำคัญประเพณีสรงน้ำพระบรมสารีริกธาตุ โดย พ.ศ. 2569 จัดวันที่ 13–14 มิถุนายน พร้อมพิธียกช่อฟ้าศาลาบาตร
สถานะปัจจุบันยังอยู่ในทะเบียนวัดมหานิกาย และเป็น 1 ใน 6 วัดของเขตคณะสงฆ์ตำบลสองแคว
การเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 108 ผ่านหางดงและสันป่าตองเข้าสู่อำเภอดอยหล่อ จากนั้นเข้าสู่ตำบลสองแควและบ้านป่าลาน หมู่ 7 รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าสะดวกที่สุด
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. วัดพระธาตุดอยน้อย — เชื่อมโยงกับตำนานพระนางจามเทวีและวัดป่าลาน
2. วัดทุ่งท้อ — ตำบลสองแคว
3. วัดพระธาตุโขงขาว — บ้านสามหลัง ตำบลสองแคว
4. พิพิธภัณฑ์พระพิฆเนศ — ประมาณ 6.8 กม. โทร. 053-024287
5. ผาช่อ อุทยานแห่งชาติแม่วาง — แหล่งธรรมชาติสำคัญของอำเภอดอยหล่อ
ร้านอาหารและคาเฟ่ใกล้เคียง1. Rin Coffee at Doi Lo — ประมาณ 1.3 กม. โทร. 089-9538276
2. ร้านกู — ประมาณ 1.6 กม. โทร. 088-2855979
3. ice coffee — ตำบลสองแคว โทร. 082-5294681
4. ใจชา Coffee — ตำบลสองแคว โทร. 083-2635142
5. ใส้อั่ว ยายพร — ตำบลสองแคว โทร. 096-1961388
6. ยูคาCoffee — ประมาณ 5.5 กม. โทร. 099-3313412
ที่พักใกล้เคียง1. Huan Janto Homestay (เฮือนจันโต โฮมสเตย์) — บ้านสามหลัง โทร. 094-6830659
2. ที่พักและโฮมสเตย์ในตำบลสองแคว — เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักใกล้เส้นทางวัดชุมชน
3. ที่พักในตัวอำเภอดอยหล่อ — สะดวกสำหรับเดินทางต่อผาช่อ
4. ที่พักบริเวณตำบลยางคราม — เหมาะสำหรับเส้นทางพิพิธภัณฑ์พระพิฆเนศ
5. ที่พักบริเวณจอมทอง — เหมาะสำหรับผู้เดินทางต่อวัดพระธาตุศรีจอมทองและดอยอินทนนท์
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดป่าลาน สองแคว อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดป่าลานตั้งอยู่เลขที่ 59 หมู่ 7 บ้านป่าลาน ตำบลสองแคว อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ 50160 เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย
 
ถาม: วัดป่าลานมีประวัติเกี่ยวข้องกับพระนางจามเทวีอย่างไร?
ตอบ: ตามตำนานท้องถิ่น พระนางจามเทวีเสด็จขึ้นมาตามลำน้ำแม่ระมิงค์และเมื่อเดินทางผ่านบริเวณบ้านป่าลาน ได้ทรงเหลียวกลับไปมองวัดพระธาตุดอยน้อย จึงมีรับสั่งให้สร้างวัดไว้เป็นที่ระลึกและเรียกว่า “วัดปากล้องป่ากายนางเหลียว”
 
ถาม: ทำไมวัดป่าลานเดิมจึงกลายเป็นวัดร้าง?
ตอบ: ที่ตั้งเดิมอยู่ใกล้แม่น้ำปิงและได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและการกัดเซาะของลำน้ำ ชาวบ้านต้องย้ายพื้นที่ทำกินและที่อยู่อาศัย ทำให้วัดเดิมร้างลง ก่อนมีการฟื้นฟูขึ้นใหม่ในภายหลัง
 
ถาม: ใครเป็นผู้บูรณะวัดป่าลานขึ้นใหม่?
ตอบ: ใน พ.ศ. 2299 มีศรัทธาสองพี่น้องชาวพม่า คือ นางมุญดาและนางโนชา หรือโนจา พร้อมญาติพี่น้องร่วมกันบูรณะวัดร้างและขยับพื้นที่วัดออกจากริมแม่น้ำปิง
 
ถาม: สิ่งสำคัญที่ควรชมและสักการะในวัดป่าลานมีอะไรบ้าง?
ตอบ: จุดสำคัญ ได้แก่ พระบรมสารีริกธาตุ พระธาตุเจดีย์ พระพุทธรูปก่ออิฐถือปูน พระวิหาร พระอุโบสถ รวมถึงธรรมาสน์ ตู้ธรรม และหีบพระธรรมที่มีงานลงรักปิดทอง
 
ถาม: วัดป่าลานมีงานประเพณีสำคัญอะไร?
ตอบ: งานสำคัญคือประเพณีสรงน้ำพระบรมสารีริกธาตุ โดยใน พ.ศ. 2569 จัดวันที่ 13–14 มิถุนายน และมีพิธียกช่อฟ้าศาลาบาตรร่วมด้วย
 
ถาม: สามารถเที่ยววัดป่าลานร่วมกับสถานที่ใดได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเชื่อมเส้นทางกับวัดพระธาตุดอยน้อย วัดทุ่งท้อ วัดพระธาตุโขงขาว พิพิธภัณฑ์พระพิฆเนศ และผาช่อได้ เหมาะสำหรับทริปวัฒนธรรมและธรรมชาติในอำเภอดอยหล่อแบบเต็มวัน
 
ถาม: เดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปวัดป่าลานอย่างไร?
ตอบ: ใช้ทางหลวงหมายเลข 108 มุ่งลงใต้ผ่านอำเภอหางดงและสันป่าตองเข้าสู่อำเภอดอยหล่อ แล้วเข้าสู่ตำบลสองแควและบ้านป่าลาน หมู่ 7 การใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าสะดวกที่สุด

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัด ●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ

ปรับปรุงล่าสุด : 1 วันที่แล้ว


คลิกเพื่อเข้าแผนที่นำทาง GPS

แผนที่วัดป่าลาน (สองแคว)

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
https://www.lovethailand.org/อ.เมืองเชียงใหม่(121)
https://www.lovethailand.org/อ.จอมทอง(47)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่แจ่ม(25)
https://www.lovethailand.org/อ.เชียงดาว(33)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยสะเก็ด(68)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่แตง(85)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่ริม(69)
https://www.lovethailand.org/อ.สะเมิง(29)
https://www.lovethailand.org/อ.ฝาง(71)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่อาย(59)
https://www.lovethailand.org/อ.พร้าว(70)
https://www.lovethailand.org/อ.สันป่าตอง(103)
https://www.lovethailand.org/อ.สันกำแพง(66)
https://www.lovethailand.org/อ.สันทราย(73)
https://www.lovethailand.org/อ.หางดง(73)
https://www.lovethailand.org/อ.ฮอด(32)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยเต่า(22)
https://www.lovethailand.org/อ.อมก๋อย(11)
https://www.lovethailand.org/อ.สารภี(74)
https://www.lovethailand.org/อ.เวียงแหง(15)
https://www.lovethailand.org/อ.ไชยปราการ(28)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่วาง(32)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่ออน(22)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยหล่อ(33)
https://www.lovethailand.org/อ.กัลยาณิวัฒนา(1)