หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.ไชยปราการ >ต.ศรีดงเย็น > วัดสันทราย
TL;DR: วัดสันทราย อยู่ที่บ้านเลขที่ 111 บ้านสันทราย หมู่ 12 ตำบลศรีดงเย็น อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ 50320 เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.

เชียงใหม่

วัดสันทราย

วัดสันทราย

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
 
วัดสันทราย ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 111 บ้านสันทราย หมู่ 12 ตำบลศรีดงเย็น อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกายที่มีความสำคัญต่อชุมชนบ้านสันทรายและตำบลศรีดงเย็น วัดมีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ 7 ไร่ 3 งาน 48 ตารางวา เดิมชาวบ้านบ้านสันทรายต้องเดินทางไปทำบุญที่วัดปักกัณตาวาส หรือวัดแม่ทะลบหลวง ซึ่งอยู่ห่างจากหมู่บ้านประมาณกว่า 2 กิโลเมตร เมื่อถึงฤดูฝน การเดินทางไปทำบุญมีความลำบาก ชุมชนจึงร่วมกันสร้างวัดประจำหมู่บ้านขึ้น เพื่อให้ชาวบ้านมีศูนย์รวมศรัทธาใกล้บ้านและสามารถประกอบศาสนกิจได้สะดวกตลอดปี
 
จุดเริ่มต้นของวัดสันทรายสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับชีวิตชุมชนอย่างชัดเจน เพราะการสร้างวัดไม่ได้เกิดจากความต้องการสร้างสถานที่ท่องเที่ยวหรืออาคารทางศาสนาเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความจำเป็นจริงของคนในหมู่บ้านที่ต้องการมีสถานที่ทำบุญ ฟังธรรม รักษาศีล และประกอบพิธีทางพระพุทธศาสนาโดยไม่ต้องเดินทางไกล โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่เส้นทางชนบทของศรีดงเย็นเคยเดินทางได้ยากกว่าปัจจุบัน วัดสันทรายจึงเกิดจากทั้งแรงศรัทธาและเงื่อนไขทางภูมิประเทศของชุมชน
 
ประวัติการก่อตั้งวัดมีแกนสำคัญอยู่ที่แม่อุ้ยเขียว ทรายก๋อง ผู้บริจาคที่ดินซึ่งเดิมเป็นทุ่งนาจำนวน 7 ไร่ 3 งาน 58 ตารางวา เพื่อใช้สร้างวัด การบริจาคที่ดินเช่นนี้มีความหมายอย่างมากในสังคมชนบทล้านนา เพราะที่ดินคือทรัพยากรหลักของครอบครัวและชุมชน การยกที่ดินให้สร้างวัดจึงเป็นการอุทิศทรัพย์สินเพื่อพระพุทธศาสนาและเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของหมู่บ้าน การเสียสละของแม่อุ้ยเขียว ทรายก๋องจึงเป็นรากสำคัญที่ทำให้วัดสันทรายเกิดขึ้นและดำรงอยู่เป็นศูนย์รวมใจของบ้านสันทรายมาจนถึงปัจจุบัน
 
นายสมุท อุตตมะ เป็นผู้ดำเนินการขออนุญาตสร้างวัด และได้รับอนุญาตให้สร้างวัดเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2511 ต่อมาภายหลังกระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศตั้งวัดเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2527 ทำให้วัดสันทรายมีสถานะเป็นวัดที่มีพระสงฆ์จำพรรษาในระบบคณะสงฆ์อย่างเป็นทางการ หากนับจากปีที่ได้รับอนุญาตให้สร้างวัดจนถึง พ.ศ. 2569 วัดแห่งนี้มีประวัติการก่อรูปในชุมชนมากกว่า 55 ปี และหากนับจากปีประกาศตั้งวัดอย่างเป็นทางการก็มีอายุมากกว่า 40 ปีแล้ว
 
ลำดับเวลาของวัดสันทรายจึงมี 2 หลักหมุดสำคัญ คือ พ.ศ. 2511 ซึ่งเป็นปีที่ได้รับอนุญาตให้สร้างวัด และ พ.ศ. 2527 ซึ่งเป็นปีที่ประกาศตั้งวัดอย่างเป็นทางการ หลักหมุดทั้งสองช่วงสะท้อนพัฒนาการของวัดจากพื้นที่ศรัทธาที่เริ่มก่อร่างจากที่ดินบริจาคของชาวบ้าน ไปสู่การเป็นศาสนสถานที่มีสถานะชัดเจนในระบบพระพุทธศาสนาไทย การเติบโตของวัดจึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มอาคารหรือพื้นที่ แต่เป็นการเติบโตของบทบาทวัดในชีวิตชุมชนบ้านสันทราย
 
วัดสันทรายตั้งอยู่ในตำบลศรีดงเย็น ซึ่งเป็นพื้นที่เกษตรกรรมสำคัญของอำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่ตำบลมีทั้งที่ราบสำหรับทำสวน ทำไร่ ทำนา พื้นที่ภูเขา และชุมชนหลายหมู่บ้าน วิถีชีวิตของผู้คนจึงสัมพันธ์กับฤดูกาล น้ำ การเดินทาง และผลผลิตทางการเกษตรอย่างแนบแน่น วัดในตำบลศรีดงเย็นจึงไม่ได้เป็นพื้นที่แยกขาดจากชีวิตประจำวัน แต่เป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านใช้ประกอบศาสนกิจ ทำบุญ พบปะกัน และสืบทอดวัฒนธรรมล้านนาตามรอบปี
 
บ้านสันทราย หมู่ 12 มีเอกลักษณ์เด่นด้านหัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผา เป็นหมู่บ้านหัตถกรรมที่มีชื่อเสียงของอำเภอไชยปราการ ผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาบ้านสันทรายมีความสวยงาม ประณีต และได้รับการพัฒนาเป็นสินค้าโอทอป รวมถึงสินค้าส่งออกมายาวนาน ภูมิหลังด้านงานหัตถกรรมนี้ทำให้วัดสันทรายตั้งอยู่ในชุมชนที่มีทั้งมิติศาสนาและมิติภูมิปัญญาท้องถิ่น ผู้มาเยือนจึงสามารถเข้าใจบ้านสันทรายได้ครบขึ้นเมื่อมองวัดควบคู่กับหัตถกรรมปั้นหม้อของหมู่บ้าน
 
ชื่อ “สันทราย” ให้ภาพของภูมิประเทศที่เกี่ยวข้องกับสันดินหรือพื้นที่ทราย ซึ่งพบได้ในชื่อชุมชนหลายแห่งของภาคเหนือ ชื่อวัดจึงผูกกับชื่อบ้านและภูมิทัศน์ท้องถิ่นโดยตรง ในบริบทของบ้านสันทราย ชื่อดังกล่าวยังสัมพันธ์กับความเป็นชุมชนหัตถกรรมดินและเครื่องปั้นดินเผา เพราะงานปั้นหม้ออาศัยความเข้าใจดิน น้ำ ไฟ และฝีมือของคนในชุมชนอย่างลึกซึ้ง วัดสันทรายจึงตั้งอยู่ท่ามกลางชุมชนที่มีทั้งดินในฐานะทรัพยากรทางอาชีพ และดินในฐานะพื้นที่ศรัทธาที่ชาวบ้านร่วมกันยกให้พระพุทธศาสนา
 
บทบาทของวัดต่อบ้านสันทรายจึงมีหลายระดับ ระดับแรกคือการเป็นวัดประจำหมู่บ้านที่ชาวบ้านใช้ทำบุญ ฟังธรรม และประกอบพิธีทางพระพุทธศาสนา ระดับที่สองคือการเป็นพื้นที่รวมตัวของผู้คนในงานบุญ งานประเพณี และกิจกรรมส่วนรวม ระดับที่สามคือการเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชนหัตถกรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และระดับที่สี่คือการเป็นจุดเชื่อมระหว่างเส้นทางวัดในตำบลศรีดงเย็นกับเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนบ้านสันทรายปั้นหม้อ
 
พระครูวรสุตเขต ธมฺมเสฏฺโฐ เป็นเจ้าอาวาสวัดสันทรายและเป็นพระสงฆ์ที่มีบทบาทในพื้นที่ศรีดงเย็น บทบาทของเจ้าอาวาสในวัดชุมชนไม่ใช่เพียงการดูแลพระสงฆ์ภายในวัด แต่ยังรวมถึงการประสานศรัทธาญาติโยม จัดศาสนกิจ ดูแลอาคารสถานที่ และรักษาความต่อเนื่องของวัดในฐานะพื้นที่พัฒนาจิตใจของชุมชน การที่ชื่อวัดสันทรายและพระครูวรสุตเขตปรากฏในข้อมูลด้านศาสนาและกิจกรรมเผยแผ่ธรรมะ สะท้อนว่าวัดมีบทบาทมากกว่าการเป็นสถานที่ทำบุญตามปกติ
 
วัดสันทรายมีประวัติเกี่ยวข้องกับกิจกรรมเผยแผ่ศีลธรรมและการปฏิบัติธรรม เช่น งานปฏิบัติธรรมบวชชีพราหมณ์เฉลิมพระเกียรติ กิจกรรมอบรมจริยธรรมแก่นักเรียนและเยาวชน การพิมพ์หนังสือสวดมนต์และหนังสือธรรมทาน ตลอดจนกิจกรรมบุญมหาสังฆทาน สลากภัต และงานสร้างหรือบูรณะส่วนประกอบของวัด กิจกรรมเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าวัดสันทรายไม่ได้ทำหน้าที่เฉพาะงานบุญประจำปีเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่เผยแผ่ธรรมะและพัฒนาคุณธรรมของคนในชุมชนด้วย
 
ปูชนียวัตถุและศาสนสถานที่มีข้อมูลเกี่ยวข้องกับวัด ได้แก่ พระพุทธรูปประจำวันเกิด พระเจดีย์เสริมบุญ และหอระฆังซึ่งมีการดำเนินกิจกรรมบุญเพื่อก่อสร้างหรือบูรณะในอดีต พระพุทธรูปประจำวันเกิดเป็นจุดสักการะที่ช่วยให้พุทธศาสนิกชนเชื่อมการทำบุญกับวันเกิดของตนเอง พระเจดีย์เสริมบุญเป็นศูนย์รวมศรัทธาในเชิงสัญลักษณ์ ส่วนหอระฆังเป็นองค์ประกอบสำคัญของวัดไทยที่ใช้สื่อสัญญาณในกิจวัตรและกิจกรรมทางศาสนา องค์ประกอบเหล่านี้ช่วยให้วัดสันทรายมีมิติทั้งด้านพิธีกรรม ศรัทธา และการใช้งานจริงในชีวิตวัด
 
พระเจดีย์เสริมบุญมีความหมายในเชิงศรัทธาอย่างมาก เพราะเจดีย์ในคติพระพุทธศาสนาเป็นสัญลักษณ์ของการบูชาและการระลึกถึงพระรัตนตรัย ผู้มาเยือนวัดสามารถสักการะพระพุทธรูปและเจดีย์เพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมใช้เวลาเดินชมบรรยากาศของวัดอย่างสงบ จุดสำคัญของวัดสันทรายจึงไม่ได้อยู่ที่ความใหญ่โตของสถาปัตยกรรม แต่เป็นการรวมกันของพื้นที่ทำบุญ การปฏิบัติธรรม และความทรงจำร่วมของชุมชน
 
หอระฆังเป็นองค์ประกอบที่ช่วยเติมภาพวัดชุมชนให้สมบูรณ์ ระฆังในวัดมีความหมายทั้งในทางสัญญาณและทางจิตใจ เสียงระฆังเชื่อมโยงกับการตื่นรู้ การเริ่มกิจกรรมทางศาสนา และการเรียกผู้คนให้หันกลับมาสู่ความสงบ การมีโครงการบุญเกี่ยวกับหอระฆังในอดีตจึงสะท้อนว่าญาติโยมให้ความสำคัญกับองค์ประกอบพื้นฐานที่ทำให้วัดสามารถทำหน้าที่ได้ครบถ้วน
 
กิจกรรมปฏิบัติธรรมบวชชีพราหมณ์เฉลิมพระเกียรติเป็นอีกมิติหนึ่งที่ทำให้วัดสันทรายมีความสำคัญในระดับชุมชน การปฏิบัติธรรมเปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนได้ใช้เวลาอยู่กับศีล สมาธิ และปัญญา ลดความเร่งรีบของชีวิตประจำวัน และเรียนรู้หลักธรรมอย่างเป็นรูปธรรม สำหรับชุมชนชนบทที่มีวิถีชีวิตผูกกับงานเกษตรและหัตถกรรม วัดจึงเป็นพื้นที่พักใจและพื้นที่ฝึกฝนตนเองที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง
 
การอบรมจริยธรรมนักเรียนและเยาวชนเป็นบทบาทที่สำคัญของวัด เพราะช่วยเชื่อมวัดกับระบบการเรียนรู้ของคนรุ่นใหม่ วัดในภาคเหนือจำนวนมากไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ประกอบพิธี แต่ยังเป็นพื้นที่อบรมคุณธรรม สอนการอยู่ร่วมกัน และปลูกฝังความเคารพต่อครอบครัว ชุมชน และพระพุทธศาสนา วัดสันทรายจึงทำหน้าที่เป็นพื้นที่เรียนรู้ทางจิตใจควบคู่กับบทบาทด้านศาสนพิธี
 
ในบริบทวัฒนธรรมล้านนา วัดสันทรายอยู่ในพื้นที่ที่มีประเพณีท้องถิ่นเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาและวิถีเกษตรกรรมอย่างชัดเจน ประเพณีที่พบในตำบลศรีดงเย็น ได้แก่ เข้าพรรษา ออกพรรษา สลากภัต ปี๋ใหม่เมือง ยี่เป็ง การถวายทานข้าวใหม่ และแห่ไม้ค้ำ ประเพณีเหล่านี้ทำให้วัดไม่ได้มีชีวิตเฉพาะในวันพระ แต่มีบทบาทตลอดทั้งปีตามรอบฤดูกาล ศรัทธา และกิจกรรมของครอบครัว
 
เข้าพรรษาเป็นช่วงที่พระสงฆ์จำพรรษาอยู่ในวัด ชาวบ้านจึงมักเข้าวัดทำบุญ ถวายเทียนพรรษา รักษาศีล และสนับสนุนพระภิกษุสามเณร เมื่อถึงออกพรรษา ชุมชนจะเข้าสู่ช่วงงานบุญสำคัญ เช่น กฐิน ผ้าป่า และกิจกรรมทำบุญต่อเนื่อง ประเพณีเหล่านี้ทำให้วัดสันทรายเป็นพื้นที่ที่คนในบ้านสันทรายกลับมารวมตัวกันซ้ำแล้วซ้ำเล่าตามจังหวะปีทางศาสนา
 
สลากภัตเป็นประเพณีที่มีความสำคัญในวัฒนธรรมล้านนา เพราะเป็นการถวายทานที่มีทั้งความศรัทธา ความประณีต และความร่วมมือของครอบครัว ชาวบ้านจะจัดเครื่องไทยทาน ต้นสลาก และของถวายตามกำลังศรัทธา การร่วมสลากภัตช่วยให้วัดเป็นพื้นที่แบ่งปันและพื้นที่แสดงน้ำใจของชุมชน ซึ่งสอดคล้องกับพื้นฐานของวัดสันทรายที่เกิดจากการบริจาคที่ดินและแรงศรัทธาของคนในหมู่บ้าน
 
ปี๋ใหม่เมืองเป็นช่วงเวลาที่วัดมีความสำคัญเป็นพิเศษ ชาวบ้านมักเข้าวัดทำบุญ สรงน้ำพระ ขอพรผู้สูงอายุ และเริ่มต้นปีใหม่ตามคติล้านนาอย่างเป็นสิริมงคล ส่วนยี่เป็งเป็นช่วงแห่งแสงประทีป การสวดมนต์ และการทำบุญในคืนเดือนเพ็ญ ประเพณีทั้งสองทำให้วัดเป็นพื้นที่ที่คนในชุมชนได้กลับมาพบกันในบรรยากาศของความกตัญญูและความสงบ
 
การถวายทานข้าวใหม่เชื่อมโยงกับสังคมเกษตรกรรมของศรีดงเย็นโดยตรง เมื่อชาวบ้านมีผลผลิตจากไร่นาหรือสวน การนำข้าวใหม่หรือผลผลิตมาถวายวัดเป็นการแสดงความกตัญญูต่อธรรมชาติ ต่อแรงงานของครอบครัว และต่อพระรัตนตรัย วัดจึงเป็นพื้นที่ที่ศรัทธาและการทำมาหากินมาบรรจบกันอย่างชัดเจน ส่วนแห่ไม้ค้ำสะท้อนความเชื่อเรื่องการค้ำชูพระพุทธศาสนาและการค้ำจุนชีวิตให้มั่นคง เป็นประเพณีที่ทำให้คนในชุมชนได้ร่วมกันแสดงศรัทธาอย่างเป็นรูปธรรม
 
วัดสันทรายเหมาะกับผู้ที่ต้องการเรียนรู้วัดชุมชนในมิติที่ลึกกว่าการแวะไหว้พระเพียงระยะสั้น เพราะวัดแห่งนี้มีเรื่องราวตั้งแต่การเดินทางไปทำบุญที่วัดปักกัณตาวาสในอดีต ความยากลำบากในฤดูฝน การบริจาคที่ดินของแม่อุ้ยเขียว ทรายก๋อง การขออนุญาตสร้างวัดของนายสมุท อุตตมะ และการเติบโตเป็นวัดประจำบ้านสันทราย เรื่องราวเหล่านี้ทำให้เห็นพลังของชุมชนที่สร้างศาสนสถานของตนเองขึ้นจากความจำเป็นและศรัทธาร่วมกัน
 
ผู้มาเยือนควรให้เวลาเดินชมวัดอย่างสงบ เริ่มจากการไหว้พระ ทำบุญ และสักการะพื้นที่สำคัญภายในวัด จากนั้นสามารถเชื่อมการเดินทางไปยังหมู่บ้านหัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผาบ้านสันทราย เพื่อเห็นภาพชุมชนทั้งด้านศาสนาและด้านภูมิปัญญาท้องถิ่น การเที่ยววัดคู่กับแหล่งหัตถกรรมช่วยทำให้การเดินทางมีมิติมากขึ้น เพราะผู้มาเยือนไม่ได้เห็นเพียงศาสนสถาน แต่ยังเห็นอาชีพ ฝีมือ และอัตลักษณ์ของชุมชนบ้านสันทราย
 
หมู่บ้านหัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผาบ้านสันทรายเป็นจุดเชื่อมโยงที่สำคัญมากสำหรับการเที่ยววัดสันทราย เพราะตั้งอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้กระบวนการปั้น การขึ้นรูป การตกแต่ง และภูมิปัญญาการผลิตเครื่องปั้นดินเผาที่สืบทอดในชุมชน การนำวัดสันทรายไปเชื่อมกับหมู่บ้านปั้นหม้อทำให้เส้นทางนี้แตกต่างจากการเที่ยววัดทั่วไป เพราะมีทั้งมิติศรัทธา มิติชุมชน และมิติงานหัตถกรรมพื้นบ้าน
 
ด้านเส้นทางวัดในตำบลศรีดงเย็น วัดสันทรายสามารถเชื่อมต่อกับวัดใกล้เคียงหลายแห่ง เช่น วัดสันต้นเปา วัดทรายขาว วัดศรีดงเย็น วัดเชียงหมั้น วัดกิ่วจำปี และวัดถ้ำตับเต่า วัดแต่ละแห่งมีบริบทของตัวเอง วัดสันต้นเปามีจุดเด่นเรื่องพระแม่ธรณีองค์ใหญ่และประวัติบ้านอ่าย วัดทรายขาวเป็นวัดเก่าแก่ของศรีดงเย็น วัดศรีดงเย็นมีบทบาทระดับตำบล วัดกิ่วจำปีมีประวัติฟื้นฟูวัดร้าง ส่วนวัดถ้ำตับเต่าโดดเด่นด้วยถ้ำและเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ท้องถิ่น
 
นอกจากวัดใกล้เคียงแล้ว นักท่องเที่ยวยังสามารถต่อเส้นทางไปยังฮิโนกิแลนด์ อุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา และกาดเมืองผีบ้านทรายขาวได้ ฮิโนกิแลนด์เป็นแหล่งท่องเที่ยวร่วมสมัยที่ได้รับความนิยมในไชยปราการ อุทยานแห่งชาติดอยเวียงผาเหมาะกับผู้ที่ต้องการสัมผัสภูเขาและธรรมชาติ ส่วนกาดเมืองผีบ้านทรายขาวเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่มีเสาหินและแท่งหินรูปร่างแปลกตา การเชื่อมเส้นทางเหล่านี้ทำให้วัดสันทรายเป็นส่วนหนึ่งของการเที่ยวศรีดงเย็นที่ครบทั้งศาสนา ชุมชน หัตถกรรม และธรรมชาติ
 
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเยือนคือช่วงเช้าหรือช่วงบ่าย เพราะอากาศไม่ร้อนจัดและสามารถเดินทางต่อไปยังหมู่บ้านหัตถกรรมหรือวัดใกล้เคียงได้สะดวก ฤดูหนาวเหมาะกับการเที่ยวไชยปราการมากเป็นพิเศษเพราะอากาศเย็นสบาย ส่วนฤดูฝนจะเห็นความเขียวของพื้นที่เกษตรและภูเขารอบศรีดงเย็น แต่ควรเพิ่มความระมัดระวังในการขับรถบนถนนท้องถิ่น โดยเฉพาะเส้นทางที่เชื่อมหมู่บ้านและพื้นที่เกษตร
 
การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 สายเชียงใหม่–ฝาง ผ่านอำเภอแม่ริม แม่แตง เชียงดาว และเข้าสู่อำเภอไชยปราการ จากนั้นเดินทางต่อเข้าสู่ตำบลศรีดงเย็นและบ้านสันทราย หมู่ 12 ระยะทางจากเชียงใหม่ถึงอำเภอไชยปราการอยู่ราว 128 กิโลเมตร รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเป็นวิธีที่สะดวกที่สุด เพราะสามารถวางเส้นทางวัดสันทรายร่วมกับหมู่บ้านหัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผา วัดสันต้นเปา วัดทรายขาว วัดถ้ำตับเต่า ฮิโนกิแลนด์ และอุทยานแห่งชาติดอยเวียงผาได้ภายในวันเดียว
 
ผู้ที่ไม่มีรถส่วนตัวสามารถใช้รถโดยสารเส้นทางเชียงใหม่–ฝางหรือเชียงใหม่–แม่อาย แล้วต่อรถในพื้นที่อำเภอไชยปราการเข้าสู่ตำบลศรีดงเย็นและบ้านสันทราย แต่ควรเผื่อเวลาและตรวจสอบรถท้องถิ่นล่วงหน้า เพราะวัดชุมชนและหมู่บ้านหัตถกรรมบางจุดไม่ได้อยู่ติดจุดจอดรถโดยสารหลัก การใช้รถส่วนตัวจะช่วยให้เดินทางเชื่อมหลายจุดได้สะดวกและไม่เร่งรีบ
 
มารยาทในการเข้าชมวัดควรแต่งกายสุภาพ รักษาความสงบ ไม่ส่งเสียงดังในพื้นที่ประกอบศาสนกิจ และหลีกเลี่ยงการรบกวนพระสงฆ์หรือชาวบ้านหากมีพิธีกรรมอยู่ภายในวัด หากต้องการถ่ายภาพบุคคลควรขออนุญาตก่อนทุกครั้ง วัดสันทรายเป็นวัดที่ชุมชนใช้งานจริง การเที่ยวจึงควรให้ความสำคัญกับความเคารพและความสงบของสถานที่
 
ด้านอาหารและที่พัก นักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการร้านอาหาร ร้านกาแฟ และที่พักในตำบลศรีดงเย็นและอำเภอไชยปราการได้หลายแห่ง พื้นที่นี้เหมาะกับการแวะพักระหว่างเดินทางจากเชียงใหม่ไปฝาง แม่อาย ดอยอ่างขาง หรือท่าตอน หากต้องการเที่ยววัด หัตถกรรม และแหล่งธรรมชาติอย่างครบถ้วน การพักในไชยปราการหนึ่งคืนจะช่วยให้จัดเส้นทางได้สบายขึ้นและมีเวลาสัมผัสชุมชนมากกว่าเดิม
 
โดยสรุป วัดสันทรายเป็นวัดชุมชนสำคัญของบ้านสันทราย หมู่ 12 ตำบลศรีดงเย็น อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ มีประวัติเกิดจากความต้องการของชาวบ้านที่ต้องเดินทางไปทำบุญไกลในอดีต ได้รับที่ดินบริจาคจากแม่อุ้ยเขียว ทรายก๋อง ได้รับอนุญาตให้สร้างวัดเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2511 และประกาศตั้งวัดเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2527 ปัจจุบันวัดยังเป็นศูนย์รวมศรัทธา พื้นที่ทำบุญ ปฏิบัติธรรม เผยแผ่ศีลธรรม และจุดเชื่อมโยงสำคัญกับหมู่บ้านหัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผาบ้านสันทรายซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของอำเภอไชยปราการ
 
ชื่อสถานที่วัดสันทราย
ประเภทวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย
ที่ตั้งบ้านเลขที่ 111 บ้านสันทราย หมู่ 12 ตำบลศรีดงเย็น อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ 50320
รหัสวัด350210207
เนื้อที่วัด7 ไร่ 3 งาน 48 ตารางวา
ประวัติที่ดินแม่อุ้ยเขียว ทรายก๋อง บริจาคที่ดินซึ่งเดิมเป็นทุ่งนาจำนวน 7 ไร่ 3 งาน 58 ตารางวา เพื่อสร้างวัด
ปีอนุญาตสร้างวัดได้รับอนุญาตให้สร้างวัด วันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2511
ปีประกาศตั้งวัดกระทรวงศึกษาธิการประกาศตั้งวัด วันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2527
ผู้เกี่ยวข้องกับการสร้างวัดแม่อุ้ยเขียว ทรายก๋อง ผู้บริจาคที่ดิน และนายสมุท อุตตมะ ผู้ขออนุญาตสร้างวัด
เจ้าอาวาสพระครูวรสุตเขต ธมฺมเสฏฺโฐ
เบอร์โทร089-852-3498
ประวัติสำคัญเดิมชาวบ้านต้องเดินทางไปทำบุญที่วัดปักกัณตาวาส ซึ่งอยู่ห่างจากหมู่บ้านประมาณกว่า 2 กิโลเมตร เมื่อถึงฤดูฝนเดินทางลำบาก จึงเกิดการสร้างวัดประจำบ้านสันทรายขึ้น
จุดเด่นวัดชุมชนที่เกิดจากแรงศรัทธาของบ้านสันทราย เชื่อมโยงกับหมู่บ้านหัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผา และมีบทบาทด้านปฏิบัติธรรมกับเผยแผ่ศีลธรรม
สิ่งสำคัญภายในวัดพระพุทธรูปประจำวันเกิด พระเจดีย์เสริมบุญ หอระฆัง และพื้นที่ปฏิบัติธรรม
กิจกรรมสำคัญปฏิบัติธรรมบวชชีพราหมณ์เฉลิมพระเกียรติ อบรมจริยธรรมนักเรียนและเยาวชน สลากภัต มหาสังฆทาน ธรรมทาน และงานบุญของชุมชน
บทบาทต่อชุมชนเป็นศูนย์รวมจิตใจของบ้านสันทราย ใช้ทำบุญ ฟังธรรม ปฏิบัติธรรม เผยแผ่ศีลธรรม และเชื่อมโยงกับภูมิปัญญาเครื่องปั้นดินเผาของชุมชน
ประเพณีในบริบทพื้นที่เข้าพรรษา ออกพรรษา สลากภัต ปี๋ใหม่เมือง ยี่เป็ง การถวายทานข้าวใหม่ และแห่ไม้ค้ำ
สถานะปัจจุบันยังเป็นวัดในทะเบียนวัดปัจจุบันของตำบลศรีดงเย็น อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 17.00 น.
การเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 มุ่งสู่อำเภอไชยปราการ จากนั้นเข้าสู่ตำบลศรีดงเย็นและบ้านสันทราย หมู่ 12 รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าสะดวกที่สุด
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. หมู่บ้านหัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผาบ้านสันทราย ประมาณ 1 กม.
2. วัดสันต้นเปา ประมาณ 5 กม.
3. วัดทรายขาว ประมาณ 6 กม.
4. วัดถ้ำตับเต่า ประมาณ 8 กม.
5. ฮิโนกิแลนด์ ประมาณ 10 กม.
6. กาดเมืองผีบ้านทรายขาว ประมาณ 12 กม.
7. อุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา ประมาณ 24 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ร้านลาบบ้านอ่าย ประมาณ 6 กม. โทร. 085-620-8370
2. ร้านก๋วยเตี๋ยวป้าพันบ้านเชียงหมั้น ประมาณ 7 กม. โทร. 085-864-8001
3. เหมาะ Cafe ประมาณ 8 กม. โทร. 095-861-5556
4. Cafe' De Mamana ประมาณ 9 กม. โทร. 099-435-4061, 090-435-4061
5. Cafe Amazon ปตท. ไชยปราการ ประมาณ 10 กม. โทร. 098-808-1958
6. พิซซ่า & วิวปัง สาขาไชยปราการ ประมาณ 12 กม. โทร. 082-198-8792
ที่พักใกล้เคียง1. Pingkhong Resort ประมาณ 8 กม.
2. ห้องพักบ้านสวนองุ่นศิริสุข ประมาณ 9 กม. โทร. 092-398-8884, 098-750-0115, 086-919-9542
3. พรหมประทาน รีสอร์ท ประมาณ 10 กม.
4. เรือนไทยสุนิชารีสอร์ท ประมาณ 11 กม.
5. Anton Place ประมาณ 15 กม. โทร. 091-853-1586
6. ปางขามป้อม โฮมสเตย์ ไชยปราการ ประมาณ 20 กม. โทร. 084-170-7943
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดสันทรายอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดสันทรายตั้งอยู่บ้านเลขที่ 111 บ้านสันทราย หมู่ 12 ตำบลศรีดงเย็น อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ 50320
 
ถาม: วัดสันทรายเปิดทุกวันหรือไม่?
ตอบ: วัดสันทรายเปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. เหมาะสำหรับการไหว้พระ ทำบุญ และเยี่ยมชมวัดชุมชน
 
ถาม: วัดสันทรายสร้างขึ้นจากเหตุใด?
ตอบ: เดิมชาวบ้านต้องเดินทางไปทำบุญที่วัดปักกัณตาวาส ซึ่งอยู่ห่างออกไปกว่า 2 กิโลเมตรและเดินทางลำบากในฤดูฝน จึงมีการสร้างวัดประจำบ้านสันทรายขึ้น
 
ถาม: ใครบริจาคที่ดินสร้างวัดสันทราย?
ตอบ: แม่อุ้ยเขียว ทรายก๋อง บริจาคที่ดินซึ่งเดิมเป็นทุ่งนาจำนวน 7 ไร่ 3 งาน 58 ตารางวา เพื่อสร้างวัด
 
ถาม: วัดสันทรายได้รับอนุญาตสร้างวัดและประกาศตั้งวัดเมื่อใด?
ตอบ: วัดได้รับอนุญาตให้สร้างเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2511 และกระทรวงศึกษาธิการประกาศตั้งวัดเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2527
 
ถาม: ใครเป็นเจ้าอาวาสวัดสันทราย?
ตอบ: เจ้าอาวาสวัดสันทรายคือพระครูวรสุตเขต ธมฺมเสฏฺโฐ
 
ถาม: วัดสันทรายมีจุดเด่นอะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือประวัติการสร้างวัดจากแรงศรัทธาของชาวบ้าน การเชื่อมโยงกับหมู่บ้านหัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผาบ้านสันทราย พระพุทธรูปประจำวันเกิด พระเจดีย์เสริมบุญ หอระฆัง และบทบาทด้านปฏิบัติธรรมกับเผยแผ่ศีลธรรม
 
ถาม: เที่ยววัดสันทรายแล้วควรไปที่ไหนต่อ?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่หมู่บ้านหัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผาบ้านสันทราย วัดสันต้นเปา วัดทรายขาว วัดถ้ำตับเต่า ฮิโนกิแลนด์ กาดเมืองผีบ้านทรายขาว และอุทยานแห่งชาติดอยเวียงผาได้

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัด ●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ

ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว


คลิกเพื่อเข้าแผนที่นำทาง GPS

แผนที่วัดสันทราย

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
https://www.lovethailand.org/อ.เมืองเชียงใหม่(121)
https://www.lovethailand.org/อ.จอมทอง(47)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่แจ่ม(25)
https://www.lovethailand.org/อ.เชียงดาว(33)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยสะเก็ด(68)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่แตง(85)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่ริม(69)
https://www.lovethailand.org/อ.สะเมิง(29)
https://www.lovethailand.org/อ.ฝาง(71)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่อาย(59)
https://www.lovethailand.org/อ.พร้าว(70)
https://www.lovethailand.org/อ.สันป่าตอง(103)
https://www.lovethailand.org/อ.สันกำแพง(66)
https://www.lovethailand.org/อ.สันทราย(73)
https://www.lovethailand.org/อ.หางดง(73)
https://www.lovethailand.org/อ.ฮอด(32)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยเต่า(22)
https://www.lovethailand.org/อ.อมก๋อย(11)
https://www.lovethailand.org/อ.สารภี(74)
https://www.lovethailand.org/อ.เวียงแหง(15)
https://www.lovethailand.org/อ.ไชยปราการ(28)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่วาง(32)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่ออน(22)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยหล่อ(33)
https://www.lovethailand.org/อ.กัลยาณิวัฒนา(1)