หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.ไชยปราการ >ต.ปงตำ > วัดอรัญญวาสี
TL;DR: วัดอรัญญวาสี อยู่ที่เลขที่ 14 หมู่ 4 บ้านมิตรอรัญ ถนนโชตนา ตำบลปงตำ อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ 50320 เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
วัดอรัญญวาสี

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
วัดอรัญญวาสี ตั้งอยู่เลขที่ 14 บ้านมิตรอรัญ หมู่ 4 ถนนโชตนา ตำบลปงตำ อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวัดราษฎร์ในสังกัดคณะสงฆ์มหานิกายที่มีประวัติซับซ้อนกว่าวัดชุมชนทั่วไป เพราะรากของวัดสืบเนื่องมาจากวัดร้างชื่อ “วัดเสาหิน” ในพื้นที่บ้านป่ารวก ก่อนจะมีการย้ายศูนย์กลางของวัดมายังพื้นที่ที่ชาวบ้านเดินทางเข้าถึงได้สะดวกกว่า และจัดตั้งเป็นวัดอรัญญวาสีเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2475 ปัจจุบันวัดยังคงเป็นศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนาของบ้านมิตรอรัญและพื้นที่ใกล้เคียงในตำบลปงตำ มีความสัมพันธ์กับโรงเรียนวัดอรัญญวาสี ชุมชนเกษตรกรรมตามแนวถนนโชตนา และกิจการคณะสงฆ์ของอำเภอไชยปราการ
วัดอรัญญวาสีมีที่ดินตั้งวัดประมาณ 3 ไร่ 2 งาน 28 ตารางวา เป็นที่ดินมีโฉนด อาณาเขตด้านเหนือประมาณ 40 วา จดที่ดินเอกชน ด้านใต้ประมาณ 40 วา จดถนนสาธารณะ ด้านตะวันออกประมาณ 34 วา จดที่ดินเอกชน และด้านตะวันตกประมาณ 34 วา ลักษณะพื้นที่ดังกล่าวทำให้วัดเป็นศาสนสถานขนาดกระชับที่ตั้งอยู่ใกล้บ้านเรือน โรงเรียน และแนวถนนหลักของชุมชน ไม่ได้แยกตัวอยู่บนภูเขาหรือพื้นที่ห่างไกลเหมือนวัดป่าในบางแห่งของภาคเหนือ
ประวัติของวัดเริ่มจากวัดร้างชื่อวัดเสาหินซึ่งตั้งอยู่บริเวณบ้านป่ารวก แต่ตำแหน่งเดิมทำให้ชาวบ้านเดินทางไปประกอบศาสนกิจได้ไม่สะดวก การเดินทางในอดีตยังไม่มีถนนและระบบคมนาคมแบบปัจจุบัน การมีวัดอยู่ในจุดที่ชุมชนเข้าถึงยากจึงเป็นข้อจำกัดสำคัญ ทั้งการทำบุญในวันพระ การนิมนต์พระประกอบพิธี การจัดงานประเพณี ตลอดจนการดูแลวัดของคนในหมู่บ้าน
ชาวบ้านจึงร่วมกันย้ายศูนย์กลางของวัดมายังพื้นที่ที่เหมาะสมกว่า โดยมี พ่อหลวงจักร พุดปันดิ เป็นผู้นำในการดำเนินการ และขอที่ดินจากนายโทเพื่อใช้สร้างวัดขึ้นใหม่ ในระยะแรกมีการสร้างกุฏิขึ้นหนึ่งหลังเพื่อให้พระสงฆ์สามารถเข้ามาพำนักและเริ่มฟื้นฟูกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาได้ กระบวนการดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าวัดอรัญญวาสีเกิดขึ้นจากแรงร่วมมือของชุมชน ไม่ได้เป็นเพียงโครงการก่อสร้างของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
ต่อมาใน พ.ศ. 2475 พระสมชาญ ปภสฺสโร เข้ามาจำพรรษาและเริ่มก่อสร้างเสนาสนะเพิ่มเติม ทำให้พื้นที่ศาสนสถานมีความมั่นคงมากขึ้นและสามารถรองรับกิจกรรมของพระสงฆ์กับชาวบ้านได้อย่างเป็นระบบ วันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2475 จึงถือเป็นวันตั้งวัดอรัญญวาสีอย่างเป็นทางการ ขณะที่ชื่อเรียก “วัดป่ารวก” ยังคงปรากฏในความทรงจำของชุมชน เพราะรากเดิมของวัดสัมพันธ์กับบ้านป่ารวกและวัดเสาหินมาก่อน
เรื่องราวจากวัดเสาหินสู่วัดอรัญญวาสีเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการปรับตัวของศาสนสถานตามการเปลี่ยนแปลงของชุมชน ความสำคัญของวัดจึงไม่ได้อยู่เฉพาะอายุของสถานที่ แต่รวมถึงการตัดสินใจของชาวบ้านที่ต้องการให้วัดอยู่ในตำแหน่งที่ทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ วัดจึงเติบโตควบคู่กับหมู่บ้าน ไม่ใช่ศาสนสถานที่ดำรงอยู่แยกจากชีวิตของผู้คน
ในด้านการพัฒนาอย่างเป็นทางการ วัดได้รับพระราชทานพัทธสีมาใน พ.ศ. 2542 ซึ่งถือเป็นอีกหลักหมุดสำคัญของวัด เพราะเขตพัทธสีมามีความเกี่ยวข้องกับพื้นที่สำหรับประกอบสังฆกรรมของพระสงฆ์ การได้รับพระราชทานพัทธสีมาสะท้อนพัฒนาการของวัดจากศาสนสถานชุมชนที่เกิดจากการย้ายและฟื้นฟู สู่การเป็นวัดที่มีองค์ประกอบทางการปกครองคณะสงฆ์ครบถ้วนมากขึ้น
วัดอรัญญวาสีมีรหัสวัด 350210107 ในทะเบียนวัดปัจจุบันของสำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง และยังระบุอยู่ในตำบลปงตำ อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย การปรากฏอยู่ในทะเบียนปัจจุบันร่วมกับเอกสารท้องถิ่นของเทศบาลตำบลไชยปราการช่วยยืนยันสถานะของวัดในฐานะศาสนสถานที่ยังดำเนินกิจกรรมอยู่ในปัจจุบัน
พระครูวิจิตรคัมภีรธรรม คมฺภีรธมฺโม เป็นพระสงฆ์ที่มีความสัมพันธ์กับวัดอรัญญวาสีอย่างยาวนาน เอกสารประวัติวัดระบุว่าท่านดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสมาตั้งแต่ พ.ศ. 2519 และเอกสารท้องถิ่นที่เผยแพร่ในช่วงล่าสุดยังระบุชื่อท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดอรัญญวาสี นอกจากนี้ชื่อของท่านยังมีความสัมพันธ์กับงานปกครองคณะสงฆ์อำเภอไชยปราการในฐานะพระสังฆาธิการระดับอำเภอ ทำให้วัดอรัญญวาสีมีบทบาทกว้างกว่าการเป็นวัดประจำหมู่บ้านเพียงอย่างเดียว
ลำดับเจ้าอาวาสที่มีการบันทึกไว้สะท้อนความต่อเนื่องของวัดตั้งแต่ช่วงเริ่มตั้งใหม่ โดยพระสมชาญ ปภสฺสโรดำรงตำแหน่งช่วง พ.ศ. 2475–2483 ต่อมาคือพระเสาร์ ญาณวีโรช่วง พ.ศ. 2484–2497 พระเสาร์ ธมฺมวโรช่วง พ.ศ. 2498–2505 พระอธิการคำแสน จารุธมฺโมช่วง พ.ศ. 2506–2519 และพระครูวิจิตรคัมภีรธรรมตั้งแต่ พ.ศ. 2519 เป็นต้นมา ลำดับดังกล่าวช่วยให้เห็นว่าวัดมีการบริหารต่อเนื่องเกือบตลอดระยะเวลาหลังการตั้งวัดใหม่
พระครูวิจิตรคัมภีรธรรมยังมีประวัติการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์ลำพูน การที่พระสงฆ์ผู้บริหารวัดมีบทบาททั้งด้านการปกครองและการศึกษาสะท้อนลักษณะของพระสังฆาธิการยุคใหม่ที่ต้องดูแลทั้งกิจการภายในวัด การศึกษาพระพุทธศาสนา และการประสานงานกับชุมชนกับหน่วยงานภายนอก
อีกองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้เข้าใจบทบาทของวัดคือ โรงเรียนวัดอรัญญวาสี ซึ่งตั้งอยู่ในบ้านมิตรอรัญ หมู่ 4 ตำบลปงตำ โรงเรียนก่อตั้งขึ้นจากความร่วมมือของวัดและชาวบ้าน โดยประวัติชุมชนระบุว่าพระสงฆ์ ผู้นำหมู่บ้าน และประชาชนจากพื้นที่ใกล้เคียงร่วมกันจัดตั้งโรงเรียนขึ้นเพื่อให้เด็กในชุมชนไม่ต้องเดินทางไกลไปเรียนที่โรงเรียนบ้านปงตำ
โรงเรียนวัดอรัญญวาสีเปิดการเรียนการสอนครั้งแรกในช่วงปลายทศวรรษ 2500 และตั้งชื่อโรงเรียนตามวัด ในปัจจุบันฐานข้อมูลของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 3 ยังคงมีโรงเรียนวัดอรัญญวาสีอยู่ในระบบและเปิดสอนระดับปฐมวัยถึงประถมศึกษา การคงอยู่ของโรงเรียนทำให้ความสัมพันธ์แบบ “บ้าน วัด โรงเรียน” ในชุมชนมิตรอรัญยังเห็นได้อย่างชัดเจน
บทบาทของวัดในการสนับสนุนการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญในบริบทล้านนา เพราะวัดไม่ได้ทำหน้าที่เฉพาะด้านศาสนา แต่เป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านใช้สร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับลูกหลาน การมีโรงเรียนที่ใช้ชื่อเดียวกับวัดจึงสะท้อนว่าวัดอรัญญวาสีเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างชุมชนและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของบ้านมิตรอรัญด้วย
บ้านมิตรอรัญมีพื้นฐานเป็นชุมชนเกษตรกรรม พื้นที่โดยรอบเป็นที่ราบระหว่างแนวภูเขาทางตะวันออกและตะวันตก มีแม่น้ำฝางไหลผ่านบริเวณอำเภอ และประชาชนในพื้นที่ประกอบอาชีพปลูกพืชผักหมุนเวียน เช่น หอม กระเทียม มันฝรั่ง และพริก รวมทั้งสวนลำไย ลักษณะเศรษฐกิจดังกล่าวทำให้วัดอยู่ท่ามกลางชุมชนที่ยังมีความสัมพันธ์กับฤดูกาลเกษตร งานบุญ และแรงงานครอบครัว
ประวัติชุมชนยังสะท้อนความหลากหลายของผู้คน บ้านมิตรอรัญมีคนเมืองภาคเหนือที่ย้ายมาจากพื้นที่ต่าง ๆ เช่น ลำพูน พร้าว และสันป่าตอง เข้ามาอยู่ร่วมกับคนในพื้นที่ดั้งเดิม ต่อมามีชาวไทยใหญ่เข้ามาทำงานในสวนผลไม้และส่งลูกหลานเข้าเรียนในโรงเรียนของชุมชน ทำให้พื้นที่รอบวัดมีลักษณะผสมผสานทางสังคมมากขึ้น ขณะที่วัดยังคงทำหน้าที่เป็นพื้นที่กลางที่ผู้คนสามารถมาร่วมกิจกรรมทางศาสนาและประเพณีได้
จุดแข็งของวัดอรัญญวาสีจึงอยู่ที่เรื่องราวของ การฟื้นวัดร้าง การย้ายวัด การสร้างชุมชน และการเชื่อมโยงกับการศึกษา มากกว่าการเป็นวัดที่มีโบราณสถานใหญ่โต ประวัติจากวัดเสาหินสู่การตั้งวัดใหม่เมื่อ พ.ศ. 2475 ทำให้วัดมีมิติทางประวัติศาสตร์ที่แตกต่างจากวัดซึ่งสร้างขึ้นในตำแหน่งเดิมและดำเนินต่อเนื่องโดยไม่เคยย้าย
ผู้มาเยือนควรให้ความสำคัญกับบรรยากาศของวัดและโครงสร้างชุมชนโดยรอบ การเดินชมบริเวณวัดอย่างสงบช่วยให้มองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่ศาสนา บ้านเรือน โรงเรียน และถนนโชตนาที่ผ่านใกล้ชุมชนได้ชัดเจน วัดประเภทนี้มีเสน่ห์ตรงความเป็นสถานที่ใช้งานจริง ไม่ได้ถูกจัดฉากเพื่อการท่องเที่ยว จึงเหมาะกับคนที่สนใจวัฒนธรรมล้านนาในชีวิตประจำวัน
รายละเอียดเชิงประวัติศาสตร์ที่สำคัญอีกส่วนหนึ่งคือพื้นที่วัดเดิมที่บ้านป่ารวกและชื่อ “วัดเสาหิน” ชื่อดังกล่าวเป็นหลักฐานว่าความทรงจำของวัดไม่ได้เริ่มต้นเมื่อ พ.ศ. 2475 เท่านั้น แต่มีรากก่อนหน้านั้น เพียงแต่วัดเดิมอยู่ในสภาพร้างและไม่สะดวกต่อการเดินทาง ชุมชนจึงเลือกย้ายและสร้างศูนย์กลางศาสนาใหม่ให้เหมาะกับชีวิตจริงมากกว่า
พ่อหลวงจักร พุดปันดิเป็นบุคคลที่มีบทบาททั้งในเรื่องการย้ายวัดและประวัติชุมชน อีกทั้งชื่อของท่านยังปรากฏในประวัติการก่อตั้งโรงเรียนวัดอรัญญวาสีด้วย ทำให้เห็นว่าผู้นำชุมชนรุ่นก่อนมีบทบาทหลายด้าน ทั้งการพัฒนาศาสนา การศึกษา และสาธารณประโยชน์ กระบวนการสร้างวัดกับสร้างโรงเรียนจึงไม่ใช่เรื่องแยกจากกัน แต่เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างชุมชนเดียวกัน
ตำแหน่งปัจจุบันของวัดจากข้อมูลภูมิสารสนเทศอยู่ที่พิกัดกริดประมาณ Easting 515725 และ Northing 2184396 ซึ่งเมื่อนำมาแปลงเป็นพิกัดภูมิศาสตร์ได้ประมาณ 19.755172, 99.150096 ตำแหน่งดังกล่าวอยู่ในบ้านมิตรอรัญใกล้ถนนโชตนาและอยู่ไม่ไกลจากวัดปงตำ โรงเรียนวัดอรัญญวาสี และชุมชนบ้านห้วยม่วง
ด้านการเดินทางถือเป็นข้อได้เปรียบของวัดเมื่อเทียบกับสมัยที่วัดเดิมอยู่ในจุดเข้าถึงยาก ปัจจุบันทางหลวงหมายเลข 107 หรือถนนโชตนาเป็นเส้นทางหลักที่เชื่อมเชียงใหม่ เชียงดาว ไชยปราการ และฝาง รถยนต์สามารถเข้าถึงชุมชนมิตรอรัญได้สะดวก การย้ายวัดในอดีตจึงดูมีความหมายมากขึ้นเมื่อพิจารณาจากบทบาทของเส้นทางคมนาคมในปัจจุบัน
สำหรับการไหว้พระ วัดเหมาะกับการมาในช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายที่อากาศไม่ร้อนมาก หากมีพิธีกรรมหรือกิจกรรมของชุมชนกำลังดำเนินอยู่ควรใช้เสียงเบาและปฏิบัติตามคำแนะนำของพระสงฆ์หรือผู้ดูแล การแต่งกายควรสุภาพ ปกปิดไหล่และเข่า และถอดรองเท้าก่อนเข้าอาคารศาสนสถานตามธรรมเนียม
การถ่ายภาพควรคำนึงถึงความเหมาะสม เนื่องจากวัดอรัญญวาสีไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวที่แยกพื้นที่นักท่องเที่ยวออกจากพื้นที่ศาสนา ผู้มาเยือนอาจพบพระสงฆ์ ชาวบ้าน หรือกิจกรรมของโรงเรียนกับชุมชนในบริเวณใกล้เคียง จึงควรหลีกเลี่ยงการถ่ายภาพบุคคลระยะใกล้โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ขัดจังหวะการประกอบพิธี
งานบุญของวัดอยู่ภายใต้บริบทประเพณีของชุมชนล้านนาและอำเภอไชยปราการ ซึ่งประกอบด้วยการทำบุญวันพระ เข้าพรรษา ออกพรรษา กฐิน ผ้าป่า สลากภัต สงกรานต์ และงานบุญตามวาระของหมู่บ้าน วัดชุมชนอย่างอรัญญวาสีทำหน้าที่เป็นพื้นที่ให้ชาวบ้านได้ร่วมทำบุญ ฟังธรรม และรักษาความสัมพันธ์ของคนในชุมชนผ่านกิจกรรมเหล่านี้
ผู้ที่สนใจเส้นทางเที่ยววัดในตำบลปงตำสามารถเริ่มจากวัดอรัญญวาสีแล้วเดินทางต่อไปยังวัดปงตำ วัดห้วยม่วง วัดสุปัฏนาราม วัดมหิงสาวาส และวัดทุ่งยาวได้ วัดเหล่านี้ตั้งอยู่ในชุมชนที่ต่อเนื่องกันและแต่ละแห่งมีประวัติแตกต่างกัน การเที่ยวหลายวัดในวันเดียวจึงช่วยให้เห็นพัฒนาการของศาสนสถานตั้งแต่ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 จนถึงวัดที่ได้รับการตั้งอย่างเป็นทางการในช่วงปลายศตวรรษ
วัดปงตำ อยู่ห่างจากวัดอรัญญวาสีประมาณ 1 กิโลเมตรและมีประวัติการย้ายวัดหลังเกิดเพลิงไหม้ วัดห้วยม่วง อยู่ในหมู่ 6 และเป็นวัดชุมชนที่ได้รับอนุญาตตั้งเป็นวัดใน พ.ศ. 2543 วัดสุปัฏนาราม หรือวัดบ้านท่ามีประวัติสร้างตั้งแต่ พ.ศ. 2465 ส่วน วัดมหิงสาวาส มีรากการก่อตั้งตั้งแต่ พ.ศ. 2455 การเดินทางเชื่อมวัดเหล่านี้จึงเหมาะกับผู้สนใจประวัติศาสตร์ชุมชนมากกว่าการเน้นเพียงจุดถ่ายภาพ
หากต้องการขยายเส้นทางออกไปจากตำบลปงตำ สามารถต่อไปยังวัดป่าไม้แดง วัดถ้ำตับเตา ฮิโนกิแลนด์ อ่างเก็บน้ำแม่ทะลบหลวง หรืออุทยานแห่งชาติดอยเวียงผาได้ พื้นที่ไชยปราการมีข้อได้เปรียบตรงที่วัด ชุมชนเกษตร และสถานที่ธรรมชาติอยู่ไม่ไกลกันมาก จึงสามารถจัดเส้นทางท่องเที่ยวที่มีทั้งศาสนา วัฒนธรรม และธรรมชาติได้ในวันเดียว
ด้านอาหาร บริเวณตำบลปงตำและตัวอำเภอไชยปราการมีร้านอาหารกับร้านกาแฟจำนวนหนึ่งตามแนวถนนโชตนา ตัวเลือกที่เหมาะกับการแวะระหว่างเที่ยว ได้แก่ Unnamedcoffeeproject ในบ้านท่า, Doi Wiang Coffee บนทางหลวงหมายเลข 107, Aue Cafe ในปงตำ รวมถึงร้านในตัวอำเภออย่าง NARA COFFEE THAILAND และ MOKACAT COFFEE ผู้เดินทางจึงสามารถจัดมื้ออาหารหรือพักดื่มกาแฟระหว่างเส้นทางวัดได้โดยไม่ต้องย้อนกลับไปไกล
ด้านที่พัก วัดอรัญญวาสีอยู่ใกล้ที่พักหลายแห่ง โดยข้อมูลที่พักปัจจุบันระบุ ลีลาวดีรีสอร์ท ห่างประมาณ 0.8 กิโลเมตร บ้านสุขศิริ และ วังธารเฮ้าส์ ประมาณ 2.7 กิโลเมตร สุพิศ แมนชั่นไชยปราการ ประมาณ 3.8 กิโลเมตร และ ทรายมูลบุรี รีสอร์ท ประมาณ 3.9 กิโลเมตร ทำให้สามารถพักในพื้นที่ไชยปราการแล้วจัดเส้นทางเที่ยววัดในปงตำได้ตั้งแต่ช่วงเช้าโดยไม่ต้องเดินทางไกล
ความใกล้ชิดระหว่างวัดอรัญญวาสีกับโรงเรียนวัดอรัญญวาสียังช่วยให้พื้นที่นี้เหมาะกับการเรียนรู้ประวัติชุมชน ผู้มาเยือนสามารถมองเห็นว่าวัดไม่ได้เป็นเพียงสถานที่สักการะ แต่เคยมีบทบาทสำคัญในการริเริ่มโรงเรียน ช่วยให้เด็กจากหลายหมู่บ้านเข้าถึงการศึกษา และสร้างพื้นที่กลางที่ชาวบ้านมีส่วนร่วมในการพัฒนาด้วยตนเอง
อีกมิติหนึ่งที่น่าสนใจคือการเปลี่ยนแปลงชื่อและตำแหน่งจากวัดเสาหิน บ้านป่ารวก มาสู่วัดอรัญญวาสี บ้านมิตรอรัญ การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้ลบอดีต แต่ทำให้วัดมีประวัติหลายชั้น ชื่อวัดเสาหินบอกถึงรากของศาสนสถานเดิม ชื่อวัดป่ารวกเชื่อมกับชุมชนเดิม ขณะที่ชื่ออรัญญวาสีเป็นชื่อทางการที่ใช้ในระบบคณะสงฆ์และหน่วยงานรัฐในปัจจุบัน
ดังนั้นการเขียนหรือค้นข้อมูลเกี่ยวกับวัดจึงควรระบุคำว่า “วัดอรัญญวาสี ปงตำ ไชยปราการ” ให้ชัดเจน เพราะประเทศไทยมีวัดอรัญญวาสีหลายแห่ง และในจังหวัดเชียงใหม่เองยังมีวัดอรัญญวาสหรือชื่อใกล้เคียงในอำเภออื่น การใส่ตำบลปงตำและอำเภอไชยปราการจะช่วยให้ระบบค้นหาและระบบนำทางระบุสถานที่ได้ถูกต้อง
การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 หรือถนนโชตนา มุ่งขึ้นเหนือผ่านอำเภอแม่ริม แม่แตง และเชียงดาวเข้าสู่อำเภอไชยปราการ จากนั้นเดินทางต่อเข้าสู่บ้านมิตรอรัญ หมู่ 4 ตำบลปงตำ วัดอยู่ใกล้แนวถนนหลักและสามารถใช้พิกัดประมาณ 19.755172, 99.150096 เป็นจุดอ้างอิง การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าสะดวกที่สุด และเหมาะกับการวางแผนเที่ยววัดหลายแห่งในตำบลปงตำต่อเนื่องกัน
หากเดินทางจากตัวอำเภอไชยปราการ ระยะทางเข้าสู่บ้านมิตรอรัญไม่ไกลและใช้เวลาไม่นาน เส้นทางส่วนใหญ่อยู่บนถนนชุมชนที่เชื่อมกับถนนโชตนา นักท่องเที่ยวสามารถเริ่มเที่ยววัดอรัญญวาสีช่วงเช้า ต่อไปวัดปงตำ วัดสุปัฏนาราม และวัดมหิงสาวาส จากนั้นรับประทานอาหารในตัวอำเภอก่อนเดินทางต่อไปยังวัดถ้ำตับเตาหรือฮิโนกิแลนด์ในช่วงบ่าย
วัดอรัญญวาสีจึงเป็นสถานที่ที่ควรค่าแก่การศึกษาในฐานะประวัติศาสตร์ชุมชนมากกว่าวัดเก่าเพียงอย่างเดียว เรื่องราวตั้งแต่วัดเสาหินที่ถูกทิ้งร้าง การย้ายวัดเพราะการเดินทางไม่สะดวก บทบาทของพ่อหลวงจักร พุดปันดิ การเข้าจำพรรษาของพระสมชาญ ปภสฺสโร การตั้งวัดอย่างเป็นทางการเมื่อ พ.ศ. 2475 การได้รับพัทธสีมาใน พ.ศ. 2542 และความสัมพันธ์กับโรงเรียนวัดอรัญญวาสี ล้วนทำให้วัดเป็นบันทึกการเปลี่ยนแปลงของบ้านป่ารวก บ้านมิตรอรัญ และตำบลปงตำตลอดเกือบหนึ่งศตวรรษ
เสน่ห์สำคัญที่สุดของวัดคือความต่อเนื่องระหว่างอดีตกับปัจจุบัน วัดเคยเกิดจากการฟื้นศาสนสถานร้างและการร่วมแรงของชาวบ้าน ก่อนจะพัฒนาเป็นวัดที่มีสถานะชัดเจนในระบบคณะสงฆ์และกลายเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนที่มีโรงเรียน ถนนสายหลัก และกิจกรรมทางเศรษฐกิจอยู่รอบข้าง ผู้ที่มาเยือนจึงได้สัมผัสทั้งความสงบของวัดและเรื่องราวของผู้คนที่ร่วมกันทำให้ศาสนสถานแห่งนี้ดำรงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน
| ชื่อสถานที่ | วัดอรัญญวาสี |
| ชื่อเดิม / ชื่อที่เกี่ยวข้อง | วัดเสาหิน และชื่อเรียกในอดีตว่า วัดป่ารวก |
| ที่ตั้ง | เลขที่ 14 หมู่ 4 บ้านมิตรอรัญ ถนนโชตนา ตำบลปงตำ อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ 50320 |
| พิกัด | ประมาณ 19.755172, 99.150096 |
| สังกัด | คณะสงฆ์มหานิกาย |
| รหัสวัด | 350210107 |
| เนื้อที่ | 3 ไร่ 2 งาน 28 ตารางวา เป็นที่ดินมีโฉนด |
| วันตั้งวัด | 23 มิถุนายน พ.ศ. 2475 |
| พัทธสีมา | ได้รับพระราชทาน พ.ศ. 2542 |
| ประวัติสำคัญ | เดิมเป็นวัดร้างชื่อวัดเสาหินที่บ้านป่ารวก ต่อมาย้ายวัดเนื่องจากการเดินทางไม่สะดวก โดยพ่อหลวงจักร พุดปันดิเป็นผู้นำ ขอที่ดินจากนายโทและสร้างกุฏิขึ้น ก่อนที่พระสมชาญ ปภสฺสโรจะมาจำพรรษาและพัฒนาเสนาสนะใน พ.ศ. 2475 |
| เจ้าอาวาส | พระครูวิจิตรคัมภีรธรรม คมฺภีรธมฺโม |
| ความสำคัญต่อชุมชน | ศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนาของบ้านมิตรอรัญและพื้นที่ใกล้เคียง มีประวัติเชื่อมโยงกับการก่อตั้งโรงเรียนวัดอรัญญวาสีและการพัฒนาชุมชน |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| การเดินทาง | ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 หรือถนนโชตนาจากเชียงใหม่มุ่งสู่อำเภอไชยปราการ แล้วเข้าสู่บ้านมิตรอรัญ หมู่ 4 ตำบลปงตำ รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าสะดวกที่สุด |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดปงตำ ประมาณ 1 กม. 2. วัดห้วยม่วง ประมาณ 2 กม. 3. วัดสุปัฏนาราม ประมาณ 3 กม. 4. วัดมหิงสาวาส ประมาณ 4 กม. 5. วัดป่าไม้แดง ประมาณ 5 กม. 6. วัดทุ่งยาว ประมาณ 6 กม. |
| ร้านอาหารและร้านกาแฟใกล้เคียง | 1. Unnamedcoffeeproject ประมาณ 3 กม. โทร. 062-431-3239 2. Aue Cafe ประมาณ 3 กม. โทร. 064-343-4399 3. Doi Wiang Coffee ประมาณ 4 กม. โทร. 053-457-078 4. MOKACAT COFFEE ประมาณ 7 กม. โทร. 095-181-7127 5. NARA COFFEE THAILAND ประมาณ 10 กม. โทร. 081-582-4444 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. ลีลาวดีรีสอร์ท ไชยปราการ-ฝาง ประมาณ 0.8 กม. โทร. 064-495-5569 2. บ้านสุขศิริ ไชยปราการ ประมาณ 2.7 กม. โทร. 092-398-8884 3. วังธารเฮ้าส์ ประมาณ 2.7 กม. โทร. 082-183-6636 4. สุพิศ แมนชั่นไชยปราการ ประมาณ 3.8 กม. 5. ทรายมูลบุรี รีสอร์ท ประมาณ 3.9 กม. โทร. 053-870-410 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดอรัญญวาสีตั้งอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดตั้งอยู่เลขที่ 14 หมู่ 4 บ้านมิตรอรัญ ถนนโชตนา ตำบลปงตำ อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ 50320
ถาม: วัดอรัญญวาสีตั้งขึ้นเมื่อใด?
ตอบ: วัดอรัญญวาสีตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2475
ถาม: ก่อนเป็นวัดอรัญญวาสี สถานที่นี้มีประวัติอย่างไร?
ตอบ: รากเดิมของวัดมาจากวัดร้างชื่อวัดเสาหินที่บ้านป่ารวก ต่อมาชาวบ้านย้ายศูนย์กลางวัดเพราะเดินทางไม่สะดวก โดยพ่อหลวงจักร พุดปันดิเป็นผู้นำในการขอที่ดินและสร้างกุฏิ ก่อนพัฒนาเป็นวัดอรัญญวาสี
ถาม: เจ้าอาวาสวัดอรัญญวาสีคือใคร?
ตอบ: พระครูวิจิตรคัมภีรธรรม คมฺภีรธมฺโม เป็นเจ้าอาวาสวัดอรัญญวาสี และมีบทบาทในงานคณะสงฆ์อำเภอไชยปราการมายาวนาน
ถาม: วัดอรัญญวาสีเกี่ยวข้องกับโรงเรียนวัดอรัญญวาสีอย่างไร?
ตอบ: วัดและผู้นำชุมชนมีบทบาทในประวัติการก่อตั้งโรงเรียนวัดอรัญญวาสีเพื่อให้เด็กในพื้นที่เข้าถึงการศึกษาได้สะดวกขึ้น ปัจจุบันโรงเรียนยังเปิดสอนระดับปฐมวัยถึงประถมศึกษา
ถาม: วัดอรัญญวาสีเหมาะกับนักท่องเที่ยวแบบไหน?
ตอบ: เหมาะกับผู้สนใจวัดชุมชน ประวัติท้องถิ่น วิถีล้านนา และผู้ที่ต้องการจัดเส้นทางเที่ยววัดในตำบลปงตำแบบไม่เร่งรีบ
ถาม: เที่ยววัดอรัญญวาสีแล้วไปที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถต่อไปวัดปงตำ วัดห้วยม่วง วัดสุปัฏนาราม วัดมหิงสาวาส วัดป่าไม้แดง และวัดทุ่งยาวได้ ก่อนขยายเส้นทางไปวัดถ้ำตับเตาหรือฮิโนกิแลนด์
ถาม: เดินทางไปวัดอรัญญวาสีอย่างไร?
ตอบ: จากเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 หรือถนนโชตนา มุ่งสู่อำเภอไชยปราการ แล้วเข้าสู่บ้านมิตรอรัญ หมู่ 4 ตำบลปงตำ สามารถใช้พิกัดประมาณ 19.755172, 99.150096 เป็นจุดอ้างอิง
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ
ปรับปรุงล่าสุด : 2 วันที่แล้ว



