หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.จอมทอง >ต.ข่วงเปา > วัดล้านนาญาณสังวราราม
TL;DR: วัดล้านนาญาณสังวราราม อยู่ที่บ้านใหม่อังครักษ์ หมู่ 15 ตำบลข่วงเปา อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
วัดล้านนาญาณสังวราราม

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
วัดล้านนาญาณสังวราราม ตั้งอยู่เลขที่ 33 บ้านใหม่อังครักษ์ หมู่ 15 ตำบลข่วงเปา อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุตที่มีเอกลักษณ์แตกต่างจากวัดชุมชนทั่วไปในตำบลข่วงเปา เพราะเป็นวัดที่มีรากการก่อสร้างเชื่อมโยงกับสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร และเจตนารมณ์ในการสร้างศาสนสถานที่สะท้อนศิลปะล้านนา วัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่กว้าง ร่มรื่น และมีบรรยากาศแบบวัดป่าผสานวัดศิลปกรรมล้านนา จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการไหว้พระ ทำบุญ ศึกษาประวัติวัดสายธรรมยุตในเชียงใหม่ และสัมผัสความสงบของพื้นที่วัดที่อยู่ใกล้เส้นทางจอมทอง-อินทนนท์
วัดล้านนาญาณสังวรารามมีข้อมูลประวัติเดิมผูกกับบ้านห้วยตองสักในตำบลข่วงเปา และข้อมูลท้องถิ่นปัจจุบันระบุที่ตั้งเลขที่ 33 บ้านใหม่อังครักษ์ หมู่ 15 ตำบลข่วงเปา อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ 50160 จุดนี้มีความสำคัญต่อการเดินทาง เพราะพื้นที่ตำบลข่วงเปามีวัดและสำนักสงฆ์หลายแห่ง เช่น วัดห้วยตองสัก วัดวังดิน วัดท่าศาลา วัดใหม่สันตึง วัดมงคลวารี และวัดขะแมด ผู้เดินทางจึงควรค้นหาชื่อวัดเต็มว่า “วัดล้านนาญาณสังวราราม” หรือใช้ที่อยู่บ้านใหม่อังครักษ์ หมู่ 15 ควบคู่กัน เพื่อไม่ให้สับสนกับวัดใกล้เคียง
ภาพรวมของวัดล้านนาญาณสังวรารามโดดเด่นจากพื้นที่ขนาดใหญ่และการวางผังที่แบ่งหน้าที่ของวัดอย่างชัดเจน พื้นที่ของวัดเชื่อมโยงทั้งเขตพุทธาวาส เขตสังฆาวาส และพื้นที่ผาติกรรมหรือพื้นที่ใช้ประโยชน์ด้านรายได้ของวัด ภายในวัดมีอุโบสถ วิหาร ศาลาการเปรียญ ศาลาอเนกประสงค์ เจดีย์ กุฏิสงฆ์ หอระฆัง โรงครัว เรือนเก็บพัสดุ และเรือนรับรอง ทำให้วัดนี้ไม่ใช่เพียงจุดไหว้พระริมทาง แต่เป็นศาสนสถานที่มีโครงสร้างรองรับทั้งการปฏิบัติศาสนกิจ การจำพรรษาของพระสงฆ์ การทำบุญของประชาชน และการจัดกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาในระดับพื้นที่
วัดแห่งนี้ได้รับอนุญาตให้สร้างวัดเมื่อวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2531 จากนั้นได้รับการประกาศตั้งเป็นวัดในปี พ.ศ. 2532 โดยแกนสำคัญของการก่อสร้างเกิดจากการถวายที่ดินของนายวารินทร์ ภัททิยกุล แด่เจ้าประคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช วัดบวรนิเวศวิหาร เพื่อดำเนินการสร้างวัดในพื้นที่อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ การถวายที่ดินครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้พื้นที่บ้านห้วยตองสักและบ้านใหม่อังครักษ์มีวัดธรรมยุตที่มีความหมายเชิงประวัติศาสตร์และศรัทธาอย่างเด่นชัด
ในช่วงเริ่มต้น นายชัยยา พูนศิริวงศ์ ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ในขณะนั้น ได้ดำเนินการเกี่ยวกับที่ดินเพื่อให้สามารถก่อสร้างวัดได้โดยเร็วตามระเบียบของทางราชการ ส่วนคณะกรรมการดำเนินการก่อสร้างมีพระเทพกวีเป็นประธานฝ่ายบรรพชิต และมี ดร.อำนวย ยศสุข เป็นประธานฝ่ายคฤหัสถ์ การก่อตั้งวัดจึงเกิดจากความร่วมมือหลายฝ่าย ทั้งฝ่ายสงฆ์ ฝ่ายราชการ ฝ่ายคฤหัสถ์ และผู้มีศรัทธาที่ต้องการสร้างวัดให้เป็นศูนย์รวมพระพุทธศาสนาในพื้นที่จอมทอง
ชื่อ “วัดล้านนาญาณสังวราราม” มีความหมายลึกกว่าชื่อวัดทั่วไป เพราะเกิดจากการรวมนามอันเป็นมงคลของสมเด็จพระญาณสังวรเข้ากับเจตนารมณ์ที่จะสร้างเสนาสนะภายในวัดให้เป็นศิลปะแบบล้านนา คำว่า “ล้านนา” สะท้อนพื้นที่และอัตลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมภาคเหนือ ส่วนคำว่า “ญาณสังวร” เชื่อมโยงกับสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ผู้เป็นแรงศรัทธาสำคัญของการสร้างวัด เมื่อรวมกันแล้ว ชื่อวัดจึงสื่อถึงศาสนสถานที่ตั้งอยู่บนแผ่นดินล้านนาและมีรากศรัทธาจากสมเด็จพระญาณสังวรอย่างชัดเจน
วัดล้านนาญาณสังวรารามได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2536 โดยเขตวิสุงคามสีมากว้าง 25 เมตร ยาว 40 เมตร วิสุงคามสีมาเป็นเขตที่พระราชทานแก่สงฆ์เพื่อใช้เป็นที่ตั้งพระอุโบสถและประกอบสังฆกรรมสำคัญ วัดที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาจึงมีฐานะทางพระวินัยและกฎหมายศาสนสถานสมบูรณ์มากขึ้น อุโบสถของวัดนี้จึงเป็นอาคารที่มีความสำคัญสูงสุดในเชิงสังฆกรรม ไม่ใช่เพียงอาคารสำหรับชมความงามทางสถาปัตยกรรมเท่านั้น
พื้นที่ตั้งวัดในข้อมูลท้องถิ่นปัจจุบันระบุว่ามีที่ดิน 2 แปลง รวมเนื้อที่ 58 ไร่ 3 งาน 46 ตารางวา และมีที่ธรณีสงฆ์ 1 แปลง เนื้อที่ 57 ไร่ 15 ตารางวา รวมถึงมีที่กลัปนผล 1 แปลง เนื้อที่ 1 ไร่ 3 งาน 31 ตารางวา อาณาเขตด้านทิศเหนือจดวิทยาลัยการอาชีพจอมทอง ด้านทิศใต้จดวัดห้วยตองสัก ด้านทิศตะวันออกจดถนนสายจอมทอง-อินทนนท์ และด้านทิศตะวันตกจดที่ดินสาธารณะประโยชน์ ทำเลนี้ทำให้วัดมีทั้งความสงบของพื้นที่วัดและความสะดวกในการเดินทางจากเส้นทางหลักไปดอยอินทนนท์
ข้อมูลประวัติเดิมระบุว่าพื้นที่วัดมีสวนป่าตามธรรมชาติร่มรื่นและตั้งอยู่บนพื้นที่ราบแบบเนินเขา ลักษณะพื้นที่เช่นนี้ส่งเสริมบรรยากาศของวัดธรรมยุตได้ดี เพราะวัดในสายปฏิบัติหรือวัดที่เน้นความสงบมักให้ความสำคัญกับพื้นที่โล่ง สงบ ร่มเย็น และไม่พลุกพล่านจนเกินไป ผู้มาเยือนจึงสามารถสัมผัสบรรยากาศที่แตกต่างจากวัดริมตลาดหรือวัดกลางเมือง วัดล้านนาญาณสังวรารามให้ความรู้สึกสงบ สุขุม และเหมาะกับการใช้เวลาไหว้พระแบบไม่เร่งรีบ
โครงสร้างพื้นที่ของวัดแบ่งได้เป็น 3 ส่วนหลัก ส่วนแรกคือ เขตพุทธาวาส ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญด้านศาสนพิธีและการสักการะ เช่น อุโบสถ วิหาร เจดีย์ ศาลา และวิหารพระเจ้าทันใจ ส่วนที่สองคือ เขตสังฆาวาส ซึ่งเป็นเขตที่พักและใช้ชีวิตของพระสงฆ์ ประกอบด้วยกุฏิสงฆ์จำนวนหลายหลัง และส่วนที่สามคือ เขตผาติกรรม ซึ่งเกี่ยวข้องกับพื้นที่ใช้ประโยชน์ เช่น สวนลำไยหรือพื้นที่ที่ช่วยสนับสนุนกิจการวัด โครงสร้างแบบนี้ทำให้วัดมีระบบการใช้พื้นที่ชัดเจนและเหมาะสมกับบทบาทของวัดขนาดใหญ่ในชุมชน
ปูชนียวัตถุสำคัญของวัดประกอบด้วยพระประธานประจำอุโบสถปางมารวิชัยทองเหลือง สร้างเมื่อ พ.ศ. 2532 และพระประธานประจำศาลาการเปรียญปางมารวิชัย สร้างเมื่อ พ.ศ. 2545 นอกจากนี้ข้อมูลวัดยังกล่าวถึงพระพุทธรูปสิงห์ 1 ปางมารวิชัย พระพุทธรูปสิงห์ 3 ศาลเจ้าแม่กวนอิม ศาลสมเด็จพระนเรศวร และเจดีย์ องค์ประกอบเหล่านี้ทำให้พื้นที่วัดมีจุดสักการะหลายรูปแบบ ทั้งพระพุทธรูปแบบล้านนา พื้นที่สักการะเจ้าแม่กวนอิม และพื้นที่เชิดชูสมเด็จพระนเรศวรที่พบในบริบทศรัทธาท้องถิ่นหลายแห่ง
พระพุทธรูปสิงห์เป็นองค์ประกอบที่เชื่อมโยงกับศิลปะล้านนาโดยตรง เพราะพระพุทธรูปแบบสิงห์เป็นหนึ่งในแบบแผนพระพุทธรูปสำคัญของล้านนา มีลักษณะสง่างาม สมส่วน และเป็นที่เคารพในวัฒนธรรมภาคเหนือ การที่วัดมีพระพุทธรูปสิงห์และตั้งเจตนาให้เสนาสนะเป็นศิลปะล้านนา ทำให้วัดล้านนาญาณสังวรารามมีเอกลักษณ์ที่สอดคล้องกันทั้งชื่อวัด แนวคิดการสร้าง และปูชนียวัตถุภายในวัด
อุโบสถของวัดมีขนาดกว้าง 25 เมตร ยาว 40 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2532 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กและเป็นพื้นที่สำคัญของเขตพุทธาวาส อุโบสถคือพื้นที่ที่ใช้ประกอบสังฆกรรมของพระสงฆ์ เช่น พิธีอุปสมบท การประชุมสงฆ์ และกิจกรรมทางพระวินัยที่ต้องใช้เขตสีมา ผู้มาเยือนควรให้ความสำคัญกับอาคารนี้เป็นพิเศษ แต่งกายสุภาพ ถอดรองเท้าก่อนเข้าอาคาร และใช้เสียงอย่างสำรวม
วิหารของวัดมีขนาดกว้าง 20 เมตร ยาว 40 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2532 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กเช่นเดียวกัน วิหารเป็นพื้นที่ที่ญาติโยมเข้าถึงได้ง่าย ใช้สำหรับไหว้พระ ทำบุญ ฟังธรรม และร่วมกิจกรรมศาสนาในโอกาสต่าง ๆ ในวัดที่มีทั้งอุโบสถและวิหาร ความแตกต่างของอาคารทั้งสองช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจบทบาทของพื้นที่วัดได้ดีขึ้น อุโบสถมีความสำคัญทางสังฆกรรม ส่วนวิหารเป็นพื้นที่ศรัทธาและการใช้งานร่วมของชุมชนมากกว่า
เจดีย์ของวัดมีขนาดกว้าง 10 เมตร สูง 20 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2536 เป็นจุดสักการะที่ช่วยเสริมความสมบูรณ์ของเขตพุทธาวาส เจดีย์ในวัฒนธรรมล้านนาไม่ใช่เพียงสถาปัตยกรรมเพื่อความงาม แต่เป็นสัญลักษณ์ของพระพุทธศาสนา ความทรงจำทางศรัทธา และการรวมใจของพุทธศาสนิกชน ผู้มาเยือนควรเดินชมเจดีย์อย่างสำรวม ไม่ปีนป่าย ไม่แตะต้องส่วนองค์ประกอบศักดิ์สิทธิ์ และให้ความเคารพเช่นเดียวกับพื้นที่พระประธาน
ศาลาการเปรียญของวัดมีขนาดกว้าง 20 เมตร ยาว 40 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2532 ใช้รองรับการทำบุญ ฟังธรรม ประชุมกิจกรรมวัด และกิจกรรมของญาติโยม ศาลาการเปรียญคืออาคารที่มีบทบาทมากในวัดชุมชน เพราะเป็นจุดเชื่อมระหว่างพระสงฆ์กับชาวบ้านในวันพระ งานบุญ งานกฐิน งานผ้าป่า และกิจกรรมส่วนรวม การมีศาลาการเปรียญขนาดใหญ่ช่วยให้วัดล้านนาญาณสังวรารามสามารถรองรับผู้คนได้มากขึ้นเมื่อมีงานสำคัญ
ศาลาอเนกประสงค์มีขนาดกว้าง 20 เมตร ยาว 40 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2532 เป็นอาคารที่ช่วยให้วัดมีความพร้อมด้านกิจกรรมหลากหลาย ทั้งงานพิธี งานประชุม งานเตรียมความพร้อมของชุมชน และกิจกรรมทางศาสนาที่ต้องใช้พื้นที่เปิดกว้าง การมีศาลาอเนกประสงค์ควบคู่กับศาลาการเปรียญทำให้วัดสามารถจัดกิจกรรมหลายประเภทโดยไม่รบกวนพื้นที่สังฆกรรมหรือพื้นที่จำพรรษาของพระสงฆ์
กุฏิสงฆ์จำนวน 10 หลังของวัดสร้างเมื่อ พ.ศ. 2532 เป็นอาคารไม้ ขนาดกว้าง 5 เมตร ยาว 8 เมตร พื้นที่กุฏิสงฆ์เป็นส่วนสำคัญของเขตสังฆาวาส เพราะเป็นพื้นที่พักและปฏิบัติกิจของพระสงฆ์ ผู้มาเยือนไม่ควรเข้าไปในเขตกุฏิโดยไม่ได้รับอนุญาต และควรเว้นระยะให้เหมาะสมเพื่อรักษาความสงบของพระสงฆ์ที่จำพรรษาอยู่ในวัด
หอระฆังของวัดมีขนาดกว้าง 6 เมตร ยาว 12 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2550 หอระฆังเป็นองค์ประกอบที่ช่วยเติมบรรยากาศของวัดไทยและวัดล้านนา เพราะเสียงระฆังเคยทำหน้าที่บอกเวลา บอกกิจวัตร และเป็นสัญญาณของพิธีกรรมในวัด แม้ปัจจุบันการสื่อสารเปลี่ยนไปมาก แต่หอระฆังยังคงเป็นสัญลักษณ์ของจังหวะชีวิตในวัดและความสัมพันธ์ระหว่างเสียงธรรมกับชุมชน
โรงครัวของวัดมีขนาดกว้าง 8 เมตร ยาว 18 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2539 และเรือนเก็บพัสดุมีขนาดกว้าง 12.5 เมตร ยาว 32 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2545 อาคารเหล่านี้ช่วยให้วัดดำเนินกิจกรรมได้อย่างมีระบบ โดยเฉพาะงานบุญขนาดใหญ่ที่ต้องเตรียมอาหาร จัดเก็บอุปกรณ์ และประสานงานร่วมกับญาติโยมจำนวนมาก ส่วนเรือนรับรอง 2 หลัง ขนาดกว้าง 9 เมตร ยาว 24.5 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2532 เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ ใช้รองรับกิจกรรมและผู้เกี่ยวข้องกับงานวัดตามความเหมาะสม
ด้านสาธารณูปโภค วัดใช้น้ำประปาส่วนภูมิภาคและไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ทำให้รองรับการใช้งานของพระสงฆ์และญาติโยมได้ดีขึ้น แม้ข้อมูลเอกสารวัดไม่ได้ระบุระบบอินเทอร์เน็ตใช้งานภายในวัด แต่สิ่งอำนวยความสะดวกหลักด้านน้ำและไฟฟ้าถือว่าเพียงพอสำหรับกิจกรรมทั่วไปของวัด ทั้งการทำบุญ การจัดงานศาสนา และการดูแลเสนาสนะในพื้นที่ขนาดใหญ่
ด้านการปกครองของวัดมีลำดับเจ้าอาวาสและพระเถระสำคัญหลายรูป เอกสารวัดระบุรายนามพระครูสังฆรักษ์วิชัย พระประยงค์ ฉนฺทจิตฺโต พระเทพกวี และพระเทพมงคลโมลี สุขปฺปตฺโต ในลำดับการปกครองของวัด ข้อมูลกฐินปี พ.ศ. 2568 ระบุพระเทพมงคลโมลีเป็นเจ้าอาวาสและมีพระจำพรรษา 5 รูป ส่วนเอกสารข้อมูลวัดในพื้นที่ตำบลข่วงเปาปี พ.ศ. 2566 ระบุพระครูสมุห์ จักรพงค์ กิตติฐาโนเป็นผู้รับรองข้อมูลวัดในตำแหน่งเจ้าอาวาส วัดนี้จึงเป็นวัดที่มีพระเถระสายธรรมยุตเกี่ยวข้องกับการดำรงบทบาทอย่างต่อเนื่อง
บทบาทด้านการศึกษาของวัดมีความสำคัญมาก เพราะข้อมูลวัดระบุว่ามีโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกธรรม เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. 2533 และแผนกบาลีเปิดสอนเมื่อ พ.ศ. 2533 เช่นกัน วัดจึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ทำบุญหรือชมศิลปะล้านนา แต่ยังเคยทำหน้าที่เป็นพื้นที่เรียนรู้พระธรรมและภาษาบาลีให้แก่พระสงฆ์ สามเณร และผู้สนใจ ความเป็นวัดธรรมยุตที่มีบทบาทด้านการศึกษาทำให้วัดล้านนาญาณสังวรารามมีความสำคัญมากกว่าวัดท่องเที่ยวทั่วไป
นอกจากนี้ วัดยังมีบทบาทด้านสังคมผ่านการจัดตั้งทุนฌาปนกิจสงเคราะห์และธนาคารควายเพื่อช่วยเหลือคนยากจน ข้อมูลนี้สะท้อนแนวคิดของวัดที่ไม่ได้จำกัดอยู่กับพิธีกรรม แต่ขยายไปสู่การช่วยเหลือสังคมและชุมชนโดยรอบ ธนาคารควายในบริบทชนบทมีความหมายเชิงเศรษฐกิจและความเมตตา เพราะช่วยให้ผู้ยากไร้มีทรัพยากรสำหรับทำมาหากิน วัดจึงเป็นทั้งศูนย์ศรัทธา ศูนย์การศึกษา และพื้นที่สงเคราะห์ชุมชน
ในเชิงการท่องเที่ยว วัดล้านนาญาณสังวรารามเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการชมวัดสายธรรมยุตในอำเภอจอมทอง และต้องการเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างศิลปะล้านนา สมเด็จพระญาณสังวร และการสร้างวัดในพื้นที่ภาคเหนือ วัดนี้ไม่ใช่วัดที่ควรชมแบบรีบเร่ง แต่ควรใช้เวลาเดินชมอุโบสถ วิหาร เจดีย์ ศาลาการเปรียญ ศาลาอเนกประสงค์ และพื้นที่ร่มรื่นโดยรอบ เพื่อรับรู้เจตนารมณ์ของการสร้างวัดที่เน้นความสงบ ความเป็นระเบียบ และความงามแบบล้านนา
ผู้มาเยือนควรให้ความสำคัญกับมารยาทในวัดเป็นอันดับแรก ควรแต่งกายสุภาพ พูดคุยด้วยน้ำเสียงเบา ถอดรองเท้าก่อนเข้าสู่อาคารศาสนสถาน ไม่เข้าไปในเขตกุฏิสงฆ์โดยไม่ได้รับอนุญาต และหลีกเลี่ยงการถ่ายภาพในลักษณะที่รบกวนพระสงฆ์หรือผู้มาทำบุญ วัดล้านนาญาณสังวรารามเป็นวัดที่ยังมีพระจำพรรษาและมีกิจกรรมทางศาสนา การมาเยือนจึงควรเป็นการเที่ยววัดอย่างเคารพ ไม่ใช่เพียงการเข้ามาถ่ายภาพสถานที่
การเดินทาง ไปวัดล้านนาญาณสังวรารามทำได้สะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า รถจักรยานยนต์ หรือรถรับจ้างในพื้นที่ จากตัวเมืองเชียงใหม่ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 108 มุ่งหน้าอำเภอจอมทอง จากนั้นเชื่อมเข้าสู่เส้นทางจอมทอง-อินทนนท์ในพื้นที่ตำบลข่วงเปา วัดตั้งอยู่บริเวณบ้านใหม่อังครักษ์ หมู่ 15 ใกล้ถนนสายจอมทอง-อินทนนท์ ผู้ใช้แผนที่ควรค้นหาชื่อวัดเต็มและตรวจปลายทางให้ตรงกับตำบลข่วงเปา อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่
การจัดทริปสามารถเชื่อมวัดล้านนาญาณสังวรารามกับวัดใกล้เคียงและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจอมทองได้อย่างดี เช่น วัดห้วยตองสัก วัดวังดิน วัดท่าศาลา วัดมงคลวารี วัดข่วงเปาเหนือ วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร น้ำตกแม่กลาง และอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ หากมีเวลาเพียงครึ่งวัน สามารถจัดเส้นทางวัดล้านนาญาณสังวรารามร่วมกับวัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหารและร้านอาหารในตัวเมืองจอมทองได้ หากมีเวลาเต็มวัน สามารถต่อขึ้นเส้นทางดอยอินทนนท์ได้อย่างเหมาะสม
โดยสรุป วัดล้านนาญาณสังวรารามเป็นวัดราษฎร์ธรรมยุตที่มีคุณค่าทั้งด้านประวัติศาสตร์ ศิลปะ ศาสนา และชุมชน จุดเด่นของวัดคือความเกี่ยวข้องกับสมเด็จพระญาณสังวร การถวายที่ดินเพื่อสร้างวัด เจตนารมณ์ในการสร้างเสนาสนะศิลปะล้านนา การได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา พื้นที่วัดกว้างและร่มรื่น อุโบสถ วิหาร เจดีย์ พระพุทธรูปสิงห์ ศาลาการเปรียญ และบทบาทด้านการศึกษาพระปริยัติธรรม วัดแห่งนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวเชียงใหม่ในมุมสงบ ลึก และมีความหมายทางพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง
| ชื่อสถานที่ | วัดล้านนาญาณสังวราราม |
| ที่ตั้ง | บ้านใหม่อังครักษ์ หมู่ 15 ตำบลข่วงเปา อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ |
| ที่อยู่ | เลขที่ 33 บ้านใหม่อังครักษ์ หมู่ 15 ตำบลข่วงเปา อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ 50160 |
| ไฮไลต์ | วัดราษฎร์ธรรมยุตที่สร้างขึ้นจากศรัทธาต่อสมเด็จพระญาณสังวร มีเจตนารมณ์สร้างเสนาสนะศิลปะล้านนา มีอุโบสถ วิหาร เจดีย์ พระพุทธรูปสิงห์ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ และพื้นที่วัดกว้างร่มรื่น |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | ได้รับอนุญาตให้สร้างวัดเมื่อวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2531 และตั้งเป็นวัดในปี พ.ศ. 2532 โดยมีนายวารินทร์ ภัททิยกุลถวายที่ดินแด่สมเด็จพระญาณสังวรเพื่อดำเนินการสร้างวัด |
| นิกาย | ธรรมยุต |
| วิสุงคามสีมา | ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2536 เขตวิสุงคามสีมากว้าง 25 เมตร ยาว 40 เมตร |
| พื้นที่วัด | ข้อมูลท้องถิ่นปัจจุบันระบุที่ดินตั้งวัด 58 ไร่ 3 งาน 46 ตารางวา มีที่ธรณีสงฆ์ 57 ไร่ 15 ตารางวา และที่กลัปนผล 1 ไร่ 3 งาน 31 ตารางวา |
| ลักษณะเด่น | วัดธรรมยุตขนาดใหญ่ในตำบลข่วงเปา มีแนวคิดการสร้างเสนาสนะแบบล้านนา พื้นที่ร่มรื่น และมีบทบาททั้งด้านศาสนกิจ การศึกษา และการสงเคราะห์ชุมชน |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 108 มุ่งหน้าอำเภอจอมทอง แล้วเข้าสู่เส้นทางจอมทอง-อินทนนท์ในตำบลข่วงเปา ค้นหาชื่อ “วัดล้านนาญาณสังวราราม บ้านใหม่อังครักษ์ จอมทอง” |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นวัดราษฎร์ธรรมยุตสำหรับไหว้พระ ทำบุญ เยี่ยมชม และร่วมกิจกรรมทางศาสนาตามกำหนดของวัด |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | อุโบสถ วิหาร เจดีย์ ศาลาการเปรียญ ศาลาอเนกประสงค์ กุฏิสงฆ์ 10 หลัง หอระฆัง โรงครัว เรือนเก็บพัสดุ เรือนรับรอง น้ำประปาส่วนภูมิภาค และไฟฟ้าส่วนภูมิภาค |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. เขตพุทธาวาส: อุโบสถ วิหาร เจดีย์ ศาลา และพื้นที่สักการะ 2. เขตสังฆาวาส: กุฏิสงฆ์และพื้นที่พักพระสงฆ์ 3. เขตผาติกรรม: พื้นที่ใช้ประโยชน์และสวนลำไย |
| พระประธาน / ปูชนียวัตถุ | พระประธานประจำอุโบสถปางมารวิชัยทองเหลือง สร้างเมื่อ พ.ศ. 2532, พระประธานประจำศาลาการเปรียญปางมารวิชัย สร้างเมื่อ พ.ศ. 2545, พระพุทธรูปสิงห์, ศาลเจ้าแม่กวนอิม, ศาลสมเด็จพระนเรศวร และเจดีย์ |
| เจ้าอาวาส / พระเถระสำคัญ | พระเทพมงคลโมลี สุขปฺปตฺโต ปรากฏในข้อมูลร่วมสมัยในฐานะเจ้าอาวาสและพระเถระสำคัญของวัด ส่วนพระครูสมุห์ จักรพงค์ กิตติฐาโน เป็นผู้รับรองข้อมูลวัดในเอกสารท้องถิ่นปี พ.ศ. 2566 |
| พระสงฆ์จำพรรษา | ข้อมูลกฐินปี พ.ศ. 2568 ระบุพระจำพรรษา 5 รูป |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 087-986-9662 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดห้วยตองสัก ประมาณ 1 กม. 2. วัดวังดิน ประมาณ 4 กม. 3. วัดท่าศาลา ประมาณ 5 กม. 4. วัดมงคลวารี ประมาณ 6 กม. 5. วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร ประมาณ 8 กม. 6. น้ำตกแม่กลาง ประมาณ 16 กม. 7. อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ประมาณ 18 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ก๋วยเตี๋ยวอภัย ประมาณ 6 กม. โทร. 053-341-996 2. เปามาลี แม็คโคร จอมทอง ประมาณ 6 กม. โทร. 098-282-1040 3. คนเมือง จอมทอง ประมาณ 8 กม. โทร. 081-885-8851 4. ข้าวซอยกะโหล้ง ประมาณ 9 กม. โทร. 087-189-2619 5. ครัวโคบาล ประมาณ 10 กม. โทร. 089-559-9329, 080-124-3393, 080-501-3622 6. พิง ภูเขา ประมาณ 11 กม. โทร. 089-556-4854 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. The Farmer Farm Stay & Cafe ประมาณ 2 กม. โทร. 064-801-7389 2. B-tel Chomthong Chiang Mai ประมาณ 3 กม. โทร. 098-759-2003 3. เฮือนขวัญข้าว ประมาณ 6 กม. โทร. 084-687-0025, 081-602-0221 4. จอมทองบูทิคเฮ้าส์ ประมาณ 7 กม. โทร. 081-582-9889 5. บ้านสวนอินทนนท์ รีสอร์ท ประมาณ 11 กม. โทร. 086-429-1642 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดล้านนาญาณสังวรารามอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดล้านนาญาณสังวรารามตั้งอยู่เลขที่ 33 บ้านใหม่อังครักษ์ หมู่ 15 ตำบลข่วงเปา อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ 50160
ถาม: วัดล้านนาญาณสังวรารามเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: วัดเปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. เหมาะสำหรับไหว้พระ ทำบุญ และเยี่ยมชมในช่วงกลางวัน
ถาม: วัดล้านนาญาณสังวรารามสังกัดนิกายใด?
ตอบ: วัดล้านนาญาณสังวรารามสังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุต เป็นวัดราษฎร์ในอำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่
ถาม: ชื่อวัดล้านนาญาณสังวรารามมีที่มาอย่างไร?
ตอบ: ชื่อวัดเกิดจากการรวมนามของสมเด็จพระญาณสังวรเข้ากับเจตนารมณ์ในการสร้างเสนาสนะภายในวัดให้เป็นศิลปะล้านนา
ถาม: วัดล้านนาญาณสังวรารามได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อใด?
ตอบ: วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2536 โดยเขตวิสุงคามสีมากว้าง 25 เมตร ยาว 40 เมตร
ถาม: ภายในวัดล้านนาญาณสังวรารามมีสิ่งสำคัญอะไรบ้าง?
ตอบ: ภายในวัดมีอุโบสถ วิหาร เจดีย์ ศาลาการเปรียญ ศาลาอเนกประสงค์ กุฏิสงฆ์ หอระฆัง พระพุทธรูปสิงห์ ศาลเจ้าแม่กวนอิม และศาลสมเด็จพระนเรศวร
ถาม: วัดล้านนาญาณสังวรารามเหมาะกับการจัดทริปร่วมกับที่ใด?
ตอบ: สามารถจัดทริปร่วมกับวัดห้วยตองสัก วัดวังดิน วัดท่าศาลา วัดมงคลวารี วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร น้ำตกแม่กลาง และอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ได้
ถาม: เดินทางไปวัดล้านนาญาณสังวรารามอย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 108 มุ่งหน้าอำเภอจอมทอง แล้วเข้าสู่เส้นทางจอมทอง-อินทนนท์ในตำบลข่วงเปา ควรค้นหาชื่อวัดเต็มพร้อมคำว่า บ้านใหม่อังครักษ์ จอมทอง
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ
ปรับปรุงล่าสุด : 1 วันที่แล้ว




