หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.จอมทอง >ต.ข่วงเปา > วัดวังดิน
TL;DR: วัดวังดิน อยู่ที่บ้านวังดิน หมู่ 7 ตำบลข่วงเปา อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ วัดราษฎร์ริมแนวแม่น้ำปิงและชุมชนบ้านวังดิน สะท้อนการตั้งถิ่นฐาน การอพยพ และการสร้างวัดจากแรงศรัทธาของชุมชนท้องถิ่น.

เชียงใหม่

วัดวังดิน

วัดวังดิน

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
 
วัดวังดิน ตั้งอยู่เลขที่ 30 บ้านวังดิน หมู่ 7 ตำบลข่วงเปา อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกายที่มีความสำคัญต่อชุมชนบ้านวังดินและพื้นที่ตำบลข่วงเปา วัดแห่งนี้ได้รับอนุญาตตั้งเป็นวัดเมื่อปี พ.ศ. 2468 มีประวัติสัมพันธ์กับการอพยพของชาวจังหวัดตากที่เดินทางขึ้นมาตามลำน้ำปิง แล้วจับจองพื้นที่ว่างบนฝั่งแม่น้ำปิงเพื่อตั้งถิ่นฐานและสร้างสำนักสงฆ์ขึ้นเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชน ต่อมาวัดได้รับการพัฒนาเป็นวัดประจำหมู่บ้านที่มีเสนาสนะสำคัญ พระสงฆ์ สามเณร และบทบาททางศาสนาในชีวิตประจำวันของชาวบ้านวังดินอย่างต่อเนื่อง
 
วัดวังดินเป็นวัดที่เหมาะสำหรับผู้ต้องการเที่ยววัดเชียงใหม่ในมุมท้องถิ่นและสงบกว่าวัดท่องเที่ยวกระแสหลัก จุดเด่นของวัดไม่ได้อยู่ที่ความใหญ่โตหรือความเป็นแลนด์มาร์กระดับจังหวัด แต่อยู่ที่เรื่องราวของชุมชนริมแม่น้ำปิง การสร้างวัดจากแรงศรัทธาของผู้คนที่อพยพมาตั้งหลักแหล่ง การสืบต่อพระพุทธศาสนาในพื้นที่เกษตรกรรม และการเป็นพื้นที่ส่วนกลางของบ้านวังดิน วัดแห่งนี้จึงช่วยให้เห็นภาพเชียงใหม่อีกมิติหนึ่ง คือเชียงใหม่ในฐานะพื้นที่ของชุมชนท้องถิ่น วัดริมลำน้ำ และเส้นทางชีวิตของผู้คนที่ไม่ได้อยู่เฉพาะในเขตคูเมืองหรือเส้นทางท่องเที่ยวหลัก
 
ชื่อ วัดวังดิน สะท้อนภูมินามของบ้านวังดินได้ชัดเจน คำว่า “วัง” ในชื่อหมู่บ้านและชื่อวัดมักสัมพันธ์กับลักษณะพื้นที่ริมลำน้ำ แอ่งน้ำ หรือบริเวณน้ำวนในภูมิประเทศดั้งเดิม ส่วนคำว่า “ดิน” สื่อถึงพื้นที่ริมน้ำและแผ่นดินที่ผู้คนเข้ามาตั้งถิ่นฐาน เมื่อรวมกันแล้วชื่อวัดจึงให้ภาพของชุมชนที่เติบโตขึ้นจากพื้นที่ริมแม่น้ำปิง เป็นชื่อที่เรียบง่ายแต่มีความหมายเชิงภูมิศาสตร์และความทรงจำของชุมชน วัดวังดินจึงเป็นตัวแทนของวัดที่ผูกพันกับพื้นที่ตั้งอย่างแนบแน่น
 
ประวัติของวัดระบุว่า วัดวังดินสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2468 โดยชาวจังหวัดตากที่อพยพขึ้นมาตามลำน้ำปิง ผู้คนกลุ่มนี้จับจองที่ว่างบนฝั่งแม่น้ำปิงและตั้งเป็นสำนักสงฆ์ขึ้นก่อนในระยะแรก การตั้งสำนักสงฆ์ในพื้นที่ชุมชนเกิดใหม่มีความสำคัญมาก เพราะวัดเป็นทั้งสถานที่ประกอบศาสนกิจ สถานที่ทำบุญ สถานที่เรียนรู้ธรรมะ และพื้นที่รวมตัวของผู้คน การเกิดขึ้นของวัดวังดินจึงสะท้อนทั้งการตั้งถิ่นฐานและการจัดระเบียบชีวิตชุมชนโดยมีพระพุทธศาสนาเป็นศูนย์กลาง
 
ต่อมาเมื่อวัดเริ่มมั่นคงขึ้น ได้มีการก่อสร้างถาวรวัตถุในสมัยพระสายเขียว ธมฺมทินโน เป็นเจ้าอาวาส การก่อสร้างถาวรวัตถุเป็นช่วงสำคัญของวัดชุมชน เพราะเป็นจุดเปลี่ยนจากสำนักสงฆ์หรือที่พักสงฆ์แบบเรียบง่ายไปสู่ศาสนสถานที่มีโครงสร้างถาวร รองรับการจำพรรษา การทำบุญ การอบรมธรรมะ และการประกอบพิธีกรรมของชุมชนได้อย่างต่อเนื่องมากขึ้น วัดวังดินจึงค่อย ๆ เติบโตจากพื้นที่ศรัทธาริมแม่น้ำไปสู่วัดที่มีบทบาทมั่นคงในบ้านวังดิน
 
วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2560 โดยเขตวิสุงคามสีมากว้าง 30 เมตร ยาว 50 เมตร วิสุงคามสีมาถือเป็นเขตที่พระราชทานแก่สงฆ์เพื่อใช้เป็นที่ตั้งพระอุโบสถและประกอบสังฆกรรมสำคัญ การได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาทำให้วัดมีความสมบูรณ์ในเชิงพระวินัยและกฎหมายศาสนสถาน อุโบสถของวัดจึงไม่ใช่อาคารทั่วไป แต่เป็นเขตศักดิ์สิทธิ์ที่มีบทบาทเฉพาะในการดำเนินกิจของคณะสงฆ์
 
พื้นที่วัดปัจจุบันมีเนื้อที่ 9 ไร่ 1 งาน 26 ตารางวา ตั้งอยู่บนโฉนดที่ดินเลขที่ 9050 อาณาเขตด้านทิศเหนือจดถนน ส.ป.ก. ทิศใต้จดถนนริมน้ำปิง ทิศตะวันออกจดลานกีฬาและหอประชุม ส่วนทิศตะวันตกจดบ้านของชาวบ้านในพื้นที่ ทำเลเช่นนี้ทำให้วัดอยู่ในใจกลางบริบทชุมชนอย่างแท้จริง เพราะมีทั้งถนน พื้นที่กิจกรรมของหมู่บ้าน พื้นที่อยู่อาศัย และแนวแม่น้ำปิงเป็นองค์ประกอบโดยรอบ
 
ข้อมูลเดิมยังระบุว่าวัดเคยมีพื้นที่ตั้งวัด 8 ไร่ และมีอาณาเขตด้านใต้จดแม่น้ำปิง ด้านตะวันออกจดโรงเรียนประชาบาล ด้านตะวันตกจดหมู่บ้าน ภายหลังมีข้อมูลที่ดินปัจจุบันเป็น 9 ไร่ 1 งาน 26 ตารางวา และมีที่ธรณีสงฆ์ 1 แปลง เนื้อที่ 2 งาน 13 ตารางวา ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เห็นว่าพื้นที่ของวัดมีการจัดการและพัฒนาตามกาลเวลา โดยยังคงสัมพันธ์กับแม่น้ำปิง ชุมชน และสถานที่สาธารณะของหมู่บ้าน
 
การมีที่ธรณีสงฆ์เป็นองค์ประกอบสำคัญอีกส่วนหนึ่งของวัด เพราะที่ดินลักษณะนี้เป็นทรัพย์สินที่ใช้สนับสนุนกิจการพระพุทธศาสนาและความมั่นคงของวัดในระยะยาว วัดวังดินมีที่ธรณีสงฆ์ซึ่งระบุว่าซื้อเมื่อวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2565 ด้วยทุนทรัพย์ส่วนตัวแล้วทำเป็นที่ธรณีสงฆ์ โดยมีวัดวังดินเป็นผู้รับสัญญา รายละเอียดนี้สะท้อนว่าชุมชนและผู้มีศรัทธายังคงมีส่วนร่วมในการดูแลวัด ไม่ได้ปล่อยให้วัดดำรงอยู่เฉพาะจากโครงสร้างทางศาสนาเพียงอย่างเดียว
 
ภายในวัดมีศาลาการเปรียญเป็นอาคารสำคัญ กว้าง 30 เมตร ยาว 50 เมตร สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2548 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ใช้รองรับการทำบุญ ฟังธรรม ประชุมงานวัด และกิจกรรมของชุมชน ศาลาการเปรียญในวัดชุมชนมักเป็นพื้นที่ที่ญาติโยมคุ้นเคยมากที่สุด เพราะเป็นพื้นที่รวมตัวในวันพระ งานบุญ งานประเพณี และกิจกรรมส่วนรวมของหมู่บ้าน วัดวังดินจึงมีศาลาการเปรียญเป็นหนึ่งในหัวใจของการใช้งานวัดในชีวิตจริง
 
อุโบสถของวัดกว้าง 8 เมตร ยาว 15 เมตร เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก และเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับสังฆกรรมของพระสงฆ์ โดยเฉพาะหลังจากวัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อปี พ.ศ. 2560 ผู้มาเยือนควรให้ความเคารพต่ออุโบสถเป็นพิเศษ เพราะอาคารนี้มีฐานะเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ในระบบคณะสงฆ์ ไม่ควรเดินเข้าไปโดยไม่สำรวม และควรถอดรองเท้าก่อนเข้าสู่อาคารตามธรรมเนียมวัดไทย
 
วัดยังมีศาลาพระเจ้าทันใจ กว้าง 10 เมตร ยาว 15 เมตร สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2556 เป็นอาคารหลังคาเมทัลชีท พระเจ้าทันใจเป็นคติศรัทธาที่พบมากในภาคเหนือ ผู้คนมักนิยมสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล ความสำเร็จ และกำลังใจในชีวิต แม้ข้อมูลเอกสารไม่ได้ระบุรายละเอียดขององค์พระอย่างละเอียด แต่การมีศาลาพระเจ้าทันใจภายในวัดทำให้วัดวังดินมีจุดสักการะที่เป็นมิตรกับผู้มาเยือนทั่วไป และช่วยเพิ่มบทบาทของวัดในฐานะพื้นที่ขอพรและทำบุญของชาวบ้าน
 
พระธาตุเจดีย์ของวัดกว้าง 10 เมตร ยาว 10 เมตร สูง 9 เมตร สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2561 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก และเป็นหนึ่งในจุดสำคัญภายในวัด พระธาตุหรือเจดีย์เป็นสัญลักษณ์ของศรัทธาทางพระพุทธศาสนาในวัฒนธรรมล้านนา ทำหน้าที่เป็นจุดหมายสายตา จุดสักการะ และองค์ประกอบที่ช่วยให้พื้นที่วัดมีความสมบูรณ์ทางศาสนา ผู้มาเยือนควรเดินชมอย่างสงบและไม่ปีนป่ายหรือสัมผัสองค์ประกอบของเจดีย์โดยไม่จำเป็น
 
หอระฆังของวัดกว้าง 4 เมตร ยาว 4 เมตร สูง 6 เมตร สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2545 เป็นองค์ประกอบสำคัญของวัดชุมชน เพราะระฆังใช้เป็นสัญญาณของกิจกรรมทางศาสนาและจังหวะชีวิตของวัด แม้ปัจจุบันเทคโนโลยีการสื่อสารเปลี่ยนไปมาก แต่หอระฆังยังคงเป็นสัญลักษณ์ของวัดไทยที่เตือนให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างเสียง ระเบียบเวลา และชีวิตในชุมชนพุทธ
 
กุฏิเจ้าอาวาสเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก กว้าง 6 เมตร ยาว 9 เมตร สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2557 ส่วนกุฏิสงฆ์เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก กว้าง 15 เมตร ยาว 9 เมตร และยังมีหอฉันกว้าง 10 เมตร ยาว 4 เมตร สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2560 เป็นอาคารไม้ โครงสร้างเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าวัดมีพื้นที่รองรับการอยู่อาศัยของพระสงฆ์ การฉันภัตตาหาร และการดำเนินชีวิตประจำวันภายในวัดอย่างเป็นระบบ
 
ด้านสิ่งอำนวยความสะดวก วัดมีห้องน้ำจำนวน 5 ห้อง กว้าง 15 เมตร ยาว 3 เมตร สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2565 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก และมีศาลา 9 ห้อง กว้าง 8 เมตร ยาว 60 เมตร ซึ่งเริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. 2565 ข้อมูลนี้ทำให้เห็นว่าวัดวังดินยังมีการพัฒนาเสนาสนะและพื้นที่รองรับกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้หยุดอยู่เพียงประวัติการตั้งวัดในอดีต
 
ระบบสาธารณูปโภคของวัดประกอบด้วยน้ำประปาหมู่บ้านและไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการใช้งานของพระสงฆ์ สามเณร และญาติโยมที่เดินทางมาทำบุญหรือร่วมกิจกรรมในวัด ระบบเหล่านี้ทำให้วัดสามารถรองรับกิจกรรมของชุมชนได้สะดวกขึ้น ทั้งงานบุญประจำปี งานวันพระ งานพิธีทางศาสนา และการใช้งานทั่วไปของชาวบ้าน
 
ด้านการปกครองวัดมีลำดับเจ้าอาวาสที่ปรากฏในประวัติ ได้แก่ พระเลื่อน พระสายเขียว ธมฺมทินโน ซึ่งดำรงตำแหน่งช่วงปี พ.ศ. 2483-2510 พระวรพงษ์ ช่วงปี พ.ศ. 2510-2523 พระอำนวย ช่วงปี พ.ศ. 2523-2526 และพระบรรจง ขนฺติธโร ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2526 เป็นต้นมา ส่วนข้อมูลวัดฉบับปัจจุบันของตำบลข่วงเปาระบุลำดับเจ้าอาวาสล่าสุดว่า พระคำปัน ปัญญาทโร ดำรงตำแหน่งถึงปี พ.ศ. 2556 และพระอธิการรุ่งโรจน์ อาภสฺสโร ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 เป็นต้นมา
 
ข้อมูลในเอกสารวัดปี พ.ศ. 2566 ระบุว่าพระอธิการรุ่งโรจน์ อาภสฺสโร เป็นเจ้าอาวาสและเป็นผู้รับรองข้อมูลของวัด ณ วันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2566 ภายในวัดมีพระสงฆ์ 2 รูป ได้แก่ พระเสาร์แก้ว ธมฺมวุฑฺโฒ และพระจักรพันธิ์ ธมฺมวโร มีสามเณร 3 รูป ได้แก่ สามเณรกิตติพงษ์ เพิ่มพูลมา สามเณรธีรพล สุวรรณจรัสศรี และสามเณรสุกฤษฏ์ สิทธิปัญญา รวมถึงมีไวยาวัจกร 1 คน คือ นายธชิด จินะสุข และมัคทายก 1 คน คือ นายวิโรจน์ แสนคำ
 
ต่อมามีเอกสารประชุมท้องถิ่นที่กล่าวถึงการร่วมแสดงความไว้อาลัยแด่พระอธิการรุ่งโรจน์ อภัสสโร อดีตเจ้าอาวาสวัดวังดินซึ่งมรณภาพ ณ วัดวังดิน จึงควรถือว่าข้อมูลตำแหน่งเจ้าอาวาสล่าสุดหลังจากนั้นยังต้องอาศัยประกาศทางคณะสงฆ์หรือวัดโดยตรงประกอบ บทความนี้จึงนำเสนอชื่อพระอธิการรุ่งโรจน์ในฐานะเจ้าอาวาสที่ปรากฏในข้อมูลวัดปี พ.ศ. 2566 และไม่ใส่ชื่อเจ้าอาวาสรูปใหม่หากไม่มีหลักฐานยืนยันจากแหล่งที่เชื่อถือได้
 
วัดวังดินยังมีบทบาทด้านการศึกษามาแต่เดิม โดยประวัติระบุว่ามีโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม เปิดสอนเมื่อปี พ.ศ. 2490 บทบาทนี้สะท้อนภาพวัดภาคเหนือในฐานะพื้นที่เรียนรู้ธรรมะและการศึกษาของพระสงฆ์สามเณร วัดไม่ได้ทำหน้าที่เฉพาะการทำบุญหรือประกอบพิธีกรรม แต่ยังเป็นพื้นที่ถ่ายทอดพระธรรม วินัย และองค์ความรู้ทางศาสนาแก่คนรุ่นต่อมา
 
ตำบลข่วงเปาเป็นพื้นที่ทางตอนเหนือของอำเภอจอมทอง มีทางหลวงหมายเลข 108 หรือถนนเชียงใหม่-ฮอดเป็นเส้นทางหลัก พื้นที่ตำบลประกอบด้วยหลายหมู่บ้าน เช่น บ้านหนองห่าย บ้านห้วยน้ำดิบ บ้านท่าศาลา บ้านวังดิน บ้านใหม่สันตึง และบ้านใหม่สามัคคี โดยบ้านวังดินเป็นหมู่ที่ 7 ข้อมูลประชากรเดือนเมษายน พ.ศ. 2567 ระบุว่าหมู่ที่ 7 บ้านวังดินมีประชากร 438 คน และ 166 ครัวเรือน วัดวังดินจึงทำหน้าที่เป็นวัดประจำหมู่บ้านในชุมชนขนาดพอเหมาะที่ยังรักษาบทบาทของวัดท้องถิ่นไว้อย่างชัดเจน
 
ภูมิประเทศของตำบลข่วงเปามีลักษณะเป็นที่ราบเชิงเขา มีพื้นที่เกษตรกรรม ถนนสายหลัก และแนวลำน้ำปิงเป็นองค์ประกอบสำคัญ วัดวังดินตั้งอยู่ในหมู่บ้านที่มีความเกี่ยวพันกับแม่น้ำปิงมาแต่ประวัติแรกสร้าง จึงเหมาะสำหรับผู้สนใจเรื่องวัดกับภูมิศาสตร์ท้องถิ่น เพราะวัดแห่งนี้ช่วยอธิบายได้ว่าผู้คนเลือกตั้งถิ่นฐานใกล้น้ำอย่างไร ใช้วัดเป็นหลักของชุมชนอย่างไร และพัฒนาศาสนสถานให้ดำรงอยู่ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่อย่างไร
 
ผู้มาเยือนวัดวังดินควรใช้เวลาเดินชมอาคารหลักอย่างสงบ เริ่มจากศาลาการเปรียญ อุโบสถ ศาลาพระเจ้าทันใจ พระธาตุเจดีย์ หอระฆัง และพื้นที่กุฏิสงฆ์ในบริเวณที่เปิดให้เข้าถึง จุดเด่นของวัดคือการเป็นวัดชุมชนที่มีเสนาสนะครบและมีประวัติชัดเจน ไม่ใช่วัดที่ต้องชมด้วยความหวือหวา แต่ควรชมด้วยความเข้าใจว่าทุกอาคารเกิดขึ้นจากการใช้งานจริงของชุมชนและคณะสงฆ์
 
หากจัดเส้นทางเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในอำเภอจอมทอง วัดวังดินสามารถเชื่อมกับวัดอื่นในตำบลข่วงเปาได้ เช่น วัดข่วงเปาเหนือ วัดขะแมด วัดมงคลวารี วัดท่าศาลา วัดใหม่สันตึง และวัดล้านนาญาณสังวราราม เส้นทางนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการทำความเข้าใจเครือข่ายวัดชุมชนรอบอำเภอจอมทองก่อนเดินทางต่อไปยังวัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร น้ำตกแม่กลาง หรืออุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์
 
การเดินทาง ไปวัดวังดินทำได้สะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า รถจักรยานยนต์ หรือรถรับจ้างในพื้นที่ จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 108 มุ่งหน้าอำเภอจอมทอง ผ่านอำเภอสันป่าตองและดอยหล่อเข้าสู่ตำบลข่วงเปา จากนั้นเข้าสู่บ้านวังดิน หมู่ 7 วัดตั้งอยู่เลขที่ 30 บ้านวังดิน ตำบลข่วงเปา อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ผู้ใช้แผนที่นำทางควรค้นหาชื่อ “วัดวังดิน บ้านวังดิน ข่วงเปา จอมทอง” เพื่อไม่ให้สับสนกับวัดชื่อคล้ายกันในจังหวัดอื่น
 
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเยือนคือช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายก่อนเย็น เพราะอากาศเดินชมวัดสบายและเหมาะกับการจัดทริปต่อไปยังตัวเมืองจอมทองหรือเส้นทางดอยอินทนนท์ ผู้ที่ต้องการเข้าร่วมพิธีเฉพาะ งานบุญ งานกฐิน หรือกิจกรรมของวัดควรสอบถามชุมชนหรือวัดล่วงหน้า เนื่องจากวัดชุมชนมักมีกำหนดกิจกรรมตามปฏิทินพระพุทธศาสนาและความพร้อมของชาวบ้านในพื้นที่
 
ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ งดส่งเสียงดัง ไม่รบกวนพระสงฆ์และสามเณร ไม่เข้าไปในเขตกุฏิโดยไม่ได้รับอนุญาต และถอดรองเท้าก่อนเข้าอาคารศาสนสถาน การถ่ายภาพควรเลือกมุมที่เหมาะสม ไม่ถ่ายภาพในลักษณะที่รบกวนผู้มาทำบุญหรือผู้ปฏิบัติกิจของวัด วัดวังดินเป็นวัดชุมชนที่ยังใช้งานจริง ความสำรวมจึงเป็นสิ่งสำคัญเท่ากับการเคารพพระพุทธรูปและอาคารศักดิ์สิทธิ์ภายในวัด
 
โดยสรุป วัดวังดินเป็นวัดราษฎร์มหานิกายที่มีคุณค่าจากประวัติการสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2468 ความสัมพันธ์กับการอพยพของชาวจังหวัดตากตามลำน้ำปิง การเป็นวัดประจำบ้านวังดิน การได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาในปี พ.ศ. 2560 ศาลาการเปรียญ อุโบสถ ศาลาพระเจ้าทันใจ พระธาตุเจดีย์ หอระฆัง และบทบาทด้านการศึกษาพระปริยัติธรรม วัดแห่งนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวเชียงใหม่ในมุมท้องถิ่นและต้องการเข้าใจวัดชุมชนของอำเภอจอมทองอย่างลึกซึ้ง
 
ชื่อสถานที่วัดวังดิน
ที่ตั้งบ้านวังดิน หมู่ 7 ตำบลข่วงเปา อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่
ที่อยู่เลขที่ 30 บ้านวังดิน หมู่ 7 ตำบลข่วงเปา อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ 50160
ไฮไลต์วัดชุมชนบ้านวังดิน สร้างเมื่อ พ.ศ. 2468 มีประวัติสัมพันธ์กับชาวจังหวัดตากที่อพยพตามลำน้ำปิง มีศาลาการเปรียญ อุโบสถ ศาลาพระเจ้าทันใจ พระธาตุเจดีย์ หอระฆัง และบทบาทด้านการศึกษาพระปริยัติธรรม
ประวัติ / สมัย / ยุคสร้างเมื่อ พ.ศ. 2468 โดยชาวจังหวัดตากที่อพยพขึ้นมาตามลำน้ำปิงและตั้งสำนักสงฆ์บนฝั่งแม่น้ำปิง ต่อมามีการก่อสร้างถาวรวัตถุในสมัยพระสายเขียว ธมฺมทินโน
นิกายมหานิกาย
วิสุงคามสีมาได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2560 เขตวิสุงคามสีมากว้าง 30 เมตร ยาว 50 เมตร
พื้นที่วัด9 ไร่ 1 งาน 26 ตารางวา และมีที่ธรณีสงฆ์ 1 แปลง เนื้อที่ 2 งาน 13 ตารางวา
ลักษณะเด่นวัดราษฎร์ริมแนวแม่น้ำปิงและชุมชนบ้านวังดิน สะท้อนการตั้งถิ่นฐาน การอพยพ และการสร้างวัดจากแรงศรัทธาของชุมชนท้องถิ่น
การเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 108 เส้นเชียงใหม่-ฮอด มุ่งหน้าอำเภอจอมทอง เข้าสู่ตำบลข่วงเปาและบ้านวังดิน หมู่ 7 ควรค้นหาชื่อ “วัดวังดิน บ้านวังดิน ข่วงเปา จอมทอง” เพื่อความแม่นยำ
สถานะปัจจุบันเปิดเป็นวัดชุมชนสำหรับไหว้พระ ทำบุญ เยี่ยมชม และร่วมกิจกรรมทางศาสนาตามกำหนดของวัด
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 17.00 น.
สิ่งอำนวยความสะดวกศาลาการเปรียญ อุโบสถ ศาลาพระเจ้าทันใจ พระธาตุเจดีย์ หอระฆัง กุฏิเจ้าอาวาส กุฏิสงฆ์ หอฉัน ห้องน้ำ น้ำประปาหมู่บ้าน และไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญศาลาการเปรียญ อุโบสถ ศาลาพระเจ้าทันใจ พระธาตุเจดีย์ หอระฆัง กุฏิเจ้าอาวาส กุฏิสงฆ์ หอฉัน ห้องน้ำ และศาลา 9 ห้อง
พระประธาน / ปูชนียวัตถุพระประธานประจำศาลาการเปรียญปางสมาธิ พระเจ้าทันใจ และพระธาตุเจดีย์ที่สร้างเมื่อ พ.ศ. 2561
เจ้าอาวาส / ผู้เกี่ยวข้องสำคัญข้อมูลวัดปี พ.ศ. 2566 ระบุพระอธิการรุ่งโรจน์ อาภสฺสโร เป็นเจ้าอาวาสและผู้รับรองข้อมูลของวัด
พระสงฆ์และสามเณรข้อมูลปี พ.ศ. 2566 ระบุพระสงฆ์ 2 รูป สามเณร 3 รูป ไวยาวัจกร 1 คน และมัคทายก 1 คน
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. วัดใหม่สันตึง ประมาณ 2 กม.
2. วัดล้านนาญาณสังวราราม ประมาณ 3 กม.
3. วัดมงคลวารี ประมาณ 5 กม.
4. วัดข่วงเปาเหนือ ประมาณ 7 กม.
5. ตลาดและตัวเมืองจอมทอง ประมาณ 10 กม.
6. วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร ประมาณ 11 กม.
7. อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ประมาณ 22 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ก๋วยเตี๋ยวอภัย ประมาณ 7 กม. โทร. 053-341-996
2. เปามาลี แม็คโคร จอมทอง ประมาณ 8 กม. โทร. 098-282-1040
3. คนเมือง จอมทอง ประมาณ 10 กม. โทร. 081-885-8851
4. ข้าวซอยกะโหล้ง ประมาณ 11 กม. โทร. 087-189-2619
5. ครัวโคบาล ประมาณ 12 กม. โทร. 089-559-9329, 080-124-3393, 080-501-3622
6. พิง ภูเขา ประมาณ 13 กม. โทร. 089-556-4854
ที่พักใกล้เคียง1. The Farmer Farm Stay & Cafe ประมาณ 5 กม. โทร. 064-801-7389
2. B-tel Chomthong Chiang Mai ประมาณ 6 กม. โทร. 098-759-2003
3. จอมทองบูทิคเฮ้าส์ ประมาณ 8 กม. โทร. 081-582-9889
4. เฮือนขวัญข้าว ประมาณ 9 กม. โทร. 084-687-0025, 081-602-0221
5. บ้านสวนอินทนนท์ รีสอร์ท ประมาณ 13 กม. โทร. 086-429-1642
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดวังดินอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดวังดินตั้งอยู่เลขที่ 30 บ้านวังดิน หมู่ 7 ตำบลข่วงเปา อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ 50160
 
ถาม: วัดวังดินเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: วัดวังดินเหมาะสำหรับไหว้พระและเยี่ยมชมในช่วงกลางวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
 
ถาม: วัดวังดินสร้างขึ้นเมื่อใด?
ตอบ: วัดวังดินสร้างเมื่อ พ.ศ. 2468 โดยชาวจังหวัดตากที่อพยพขึ้นมาตามลำน้ำปิงและตั้งสำนักสงฆ์บนฝั่งแม่น้ำปิง
 
ถาม: วัดวังดินได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อใด?
ตอบ: วัดวังดินได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2560 โดยเขตวิสุงคามสีมากว้าง 30 เมตร ยาว 50 เมตร
 
ถาม: วัดวังดินมีสิ่งสำคัญอะไรภายในวัด?
ตอบ: ภายในวัดมีศาลาการเปรียญ อุโบสถ ศาลาพระเจ้าทันใจ พระธาตุเจดีย์ หอระฆัง กุฏิเจ้าอาวาส กุฏิสงฆ์ หอฉัน และพื้นที่ทำบุญของชุมชน
 
ถาม: วัดวังดินเกี่ยวข้องกับแม่น้ำปิงอย่างไร?
ตอบ: ประวัติวัดระบุว่าชาวจังหวัดตากอพยพขึ้นมาตามลำน้ำปิง จับจองพื้นที่ว่างบนฝั่งแม่น้ำปิง และตั้งเป็นสำนักสงฆ์ขึ้นก่อนพัฒนาเป็นวัดวังดิน
 
ถาม: เดินทางไปวัดวังดินอย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 108 เส้นเชียงใหม่-ฮอด มุ่งหน้าอำเภอจอมทอง แล้วเข้าสู่ตำบลข่วงเปาและบ้านวังดิน หมู่ 7 ควรค้นหาชื่อ “วัดวังดิน บ้านวังดิน ข่วงเปา จอมทอง”
 
ถาม: เที่ยววัดวังดินควรจัดทริปร่วมกับที่ไหน?
ตอบ: สามารถจัดทริปร่วมกับวัดใหม่สันตึง วัดล้านนาญาณสังวราราม วัดมงคลวารี วัดข่วงเปาเหนือ วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร และอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ได้

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัด ●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ

ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว


คลิกเพื่อเข้าแผนที่นำทาง GPS

แผนที่วัดวังดิน

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
https://www.lovethailand.org/อ.เมืองเชียงใหม่(121)
https://www.lovethailand.org/อ.จอมทอง(47)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่แจ่ม(25)
https://www.lovethailand.org/อ.เชียงดาว(33)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยสะเก็ด(68)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่แตง(85)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่ริม(69)
https://www.lovethailand.org/อ.สะเมิง(29)
https://www.lovethailand.org/อ.ฝาง(71)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่อาย(59)
https://www.lovethailand.org/อ.พร้าว(70)
https://www.lovethailand.org/อ.สันป่าตอง(103)
https://www.lovethailand.org/อ.สันกำแพง(66)
https://www.lovethailand.org/อ.สันทราย(73)
https://www.lovethailand.org/อ.หางดง(73)
https://www.lovethailand.org/อ.ฮอด(32)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยเต่า(22)
https://www.lovethailand.org/อ.อมก๋อย(11)
https://www.lovethailand.org/อ.สารภี(74)
https://www.lovethailand.org/อ.เวียงแหง(15)
https://www.lovethailand.org/อ.ไชยปราการ(28)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่วาง(32)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่ออน(22)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยหล่อ(34)
https://www.lovethailand.org/อ.กัลยาณิวัฒนา(1)