หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.เมืองเชียงใหม่ >ต.ศรีภูมิ > วัดดอกเอื้อง
TL;DR: วัดดอกเอื้อง อยู่ที่ถนนราชวิถี ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เปิดทุกวัน เวลา 09.00 – 11.00 น. และ 13.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ วัดชุมชนเก่าในเมืองเชียงใหม่ มีวิหารทรงพื้นเมืองหลังคาซ้อนสามชั้น อุโบสถล้านนาหน้าบันประดับกระจกสี หอไตรสองชั้น.

เชียงใหม่

วัดดอกเอื้อง

วัดดอกเอื้อง

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 09.00 – 11.00 น. และ 13.00 – 17.00 น.
 
วัดดอกเอื้อง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวัดเก่าแก่ในเขตเมืองเก่าด้านทิศตะวันออก ตั้งอยู่เลขที่ 3 ถนนราชวิถี ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมืองเชียงใหม่ ใกล้ประตูท่าแพ ถนนมูลเมือง และชุมชนบ้านดอกเอื้อง จุดเด่นคือวิหารล้านนา อุโบสถ หอไตร เจดีย์พื้นเมืองล้านนา พระพุทธรูปก่ออิฐถือปูนลงรักปิดทอง ธรรมาสน์ สัตตภัณฑ์ ตู้ธรรม และจิตรกรรมเรื่องพระเวสสันดรชาดก วัดนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการไหว้พระ ชมศิลปกรรมล้านนา และเรียนรู้เรื่องวัดชุมชนเก่าในเชียงใหม่ที่มีประวัติยาวนานตั้งแต่ พ.ศ. 2219
 
วัดดอกเอื้อง เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่เลขที่ 3 บ้านดอกเอื้อง ถนนราชวิถี ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ในพื้นที่เมืองเก่าเชียงใหม่ด้านตะวันออก ใกล้แนวคูเมือง ประตูท่าแพ ถนนมูลเมือง และย่านชุมชนเก่าที่มีชีวิตต่อเนื่องมาหลายยุค วัดแห่งนี้มีพื้นที่ตั้งวัด 2 ไร่ 1 งาน 50 ตารางวา และมีที่ธรณีสงฆ์ 1 แปลง เนื้อที่ 53 ตารางวา แม้พื้นที่ไม่ใหญ่เมื่อเทียบกับวัดสำคัญขนาดใหญ่ในเชียงใหม่ แต่วัดดอกเอื้องมีองค์ประกอบทางประวัติศาสตร์และศิลปกรรมที่ครบถ้วน ทั้งวิหาร อุโบสถ หอไตร ศาลาบำเพ็ญบุญ เจดีย์ และพระพุทธรูปสำคัญ จึงเป็นวัดเมืองเก่าที่เหมาะสำหรับการเดินชมแบบละเอียดมากกว่าการแวะผ่านเพียงสั้น ๆ
 
วัดดอกเอื้องตั้งอยู่ในทำเลที่นักท่องเที่ยวเข้าถึงง่ายมาก เพราะอยู่ไม่ไกลจากประตูท่าแพ ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นสำคัญของการเดินเที่ยวเมืองเก่าเชียงใหม่ หากเดินจากบริเวณประตูท่าแพเข้าสู่ถนนราชวิถีหรือถนนมูลเมือง จะสามารถเชื่อมต่อไปยังวัดดอกเอื้อง วัดดอกคำ วัดอู่ทรายคำ วัดหมื่นล้าน วัดพันอ้น และวัดสำคัญอื่น ๆ ได้สะดวก จุดเด่นของวัดนี้คือเป็นวัดที่ยังคงบรรยากาศของวัดชุมชนอยู่ชัดเจน มีความสงบ ไม่พลุกพล่านเท่าวัดท่องเที่ยวหลัก แต่ยังมีเนื้อหาด้านประวัติศาสตร์และศิลปกรรมที่น่าสนใจมากสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจเชียงใหม่ในระดับพื้นที่จริง
 
ชื่อวัดดอกเอื้องสัมพันธ์กับเรื่องเล่าของชุมชนและผู้สร้างวัด เดิมวัดนี้มีชื่อว่า “วัดนางเอื้อม” ตามนามของแม่เอื้อม ผู้มีศรัทธาในพระพุทธศาสนาและรวบรวมปัจจัยสร้างวัดขึ้นใน พ.ศ. 2219 เรื่องเล่านี้สะท้อนให้เห็นบทบาทของคนในชุมชน โดยเฉพาะบทบาทของผู้หญิงในประวัติศาสตร์ท้องถิ่นล้านนา ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงผู้ร่วมทำบุญ แต่มีส่วนสำคัญในการสร้างศาสนสถานและหล่อเลี้ยงศูนย์กลางทางจิตใจของชุมชน ต่อมาสมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดอรุณราชวราราม กรุงเทพมหานคร ได้เปลี่ยนชื่อวัดมาเป็นวัดดอกเอื้อง ทำให้ชื่อวัดมีความสอดคล้องกับกลุ่มวัดในละแวกเมืองเก่าที่ใช้ชื่อเกี่ยวกับดอกไม้ เช่น วัดดอกคำ วัดดอกเงิน และวัดดอกแก้ว
 
คำว่า “ดอกเอื้อง” ในวัฒนธรรมล้านนามักสื่อถึงความงดงาม ความอ่อนช้อย และความเป็นสิริมงคล ดอกเอื้องเป็นดอกไม้ที่ผูกพันกับวิถีชีวิตล้านนา ทั้งในงานบุญ การประดับตกแต่ง และความหมายเชิงวัฒนธรรม เมื่อนำมาเป็นชื่อวัด จึงช่วยเสริมภาพของวัดในฐานะพื้นที่ศรัทธาที่อ่อนโยน งดงาม และเชื่อมโยงกับชุมชนเมืองเหนืออย่างลึกซึ้ง ชื่อวัดดอกเอื้องจึงไม่ได้เป็นเพียงชื่อเรียกสถานที่ แต่เป็นชื่อที่สะท้อนทั้งความทรงจำของผู้สร้าง ความเป็นมงคลของดอกไม้ และอัตลักษณ์ล้านนาในเขตเมืองเก่าเชียงใหม่
 
ประวัติของวัดดอกเอื้องเริ่มต้นใน พ.ศ. 2219 ซึ่งทำให้วัดแห่งนี้มีอายุหลายร้อยปีและอยู่ร่วมกับพัฒนาการของเมืองเชียงใหม่มายาวนาน การเป็นวัดภายในกำแพงเมืองทำให้วัดดอกเอื้องมีความสัมพันธ์กับชุมชนเมืองเก่าโดยตรง บ้านดอกเอื้องในอดีตเป็นชุมชนที่ผู้คนประกอบอาชีพย้อมผ้า เย็บผ้า และปั้นหม้อขาย วิถีชีวิตเหล่านี้สะท้อนลักษณะของชุมชนช่างและชุมชนค้าขายในเมืองเชียงใหม่ยุคเก่า วัดจึงทำหน้าที่เป็นทั้งศูนย์รวมศรัทธา พื้นที่ประกอบพิธีกรรม ที่ประชุมของชุมชน และสถานที่หล่อเลี้ยงความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับพระพุทธศาสนา
 
วัดดอกเอื้องได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2457 เขตวิสุงคามสีมากว้าง 4 เมตร ยาว 8 เมตร การได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเป็นข้อมูลสำคัญที่แสดงให้เห็นสถานะของวัดในฐานะวัดที่มีเขตอุโบสถสำหรับประกอบสังฆกรรมอย่างเป็นทางการ อุโบสถจึงไม่ใช่เพียงอาคารศาสนา แต่เป็นพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับพระวินัย การบวช การทำสังฆกรรม และความสมบูรณ์ของวัดในทางพระพุทธศาสนา
 
อาณาเขตของวัดดอกเอื้องแสดงให้เห็นความชัดเจนของพื้นที่วัดในเขตเมืองเก่า ทิศเหนือยาว 86.40 เมตรติดถนนราชวิถี ทิศใต้ยาว 81.80 เมตรติดถนนมูลเมือง ซอย 5 ทิศตะวันออกยาว 47 เมตรจดซอยสาธารณะ และทิศตะวันตกยาว 43 เมตรจดซอยสาธารณะ ลักษณะพื้นที่เช่นนี้ทำให้วัดตั้งอยู่ท่ามกลางเส้นทางเมือง ชุมชน และซอยย่อยที่ยังมีการใช้ชีวิตจริงของคนเชียงใหม่ การเดินเข้าวัดจึงให้ความรู้สึกเหมือนได้ก้าวจากย่านเมืองเก่าที่มีความเคลื่อนไหวเข้าสู่พื้นที่สงบของศาสนสถาน
 
อาคารเสนาสนะสำคัญของวัดดอกเอื้องประกอบด้วยวิหาร อุโบสถ หอไตร ศาลาบำเพ็ญบุญ และพระพุทธรูปก่ออิฐถือปูนลงรักปิดทอง แต่ละส่วนมีหน้าที่และความหมายแตกต่างกัน วิหารเป็นพื้นที่หลักสำหรับไหว้พระและประกอบกิจกรรมทางศาสนาของประชาชน อุโบสถเป็นพื้นที่ประกอบสังฆกรรม หอไตรเป็นอาคารเก็บรักษาคัมภีร์และใบลานธรรม ศาลาบำเพ็ญบุญรองรับกิจกรรมชุมชน งานบุญ และพิธีกรรม ส่วนพระพุทธรูปลงรักปิดทองเป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้มาเยือน การมีองค์ประกอบเหล่านี้ในวัดเดียวทำให้วัดดอกเอื้องเป็นศาสนสถานที่สมบูรณ์ทั้งด้านศรัทธา การศึกษา และการใช้งานของชุมชน
 
วิหารวัดดอกเอื้องเป็นจุดสำคัญที่สุดสำหรับการชมศิลปกรรมล้านนา วิหารเป็นอาคารทรงพื้นเมือง หลังคาด้านหน้าและด้านหลังซ้อนสามชั้น มีมุขทางขึ้นด้านข้าง และมีราวบันไดทางขึ้นรูปตัวเหงา ลักษณะหลังคาซ้อนชั้นเช่นนี้ทำให้อาคารมีจังหวะสูงต่ำงดงามตามแบบวิหารล้านนา ขณะเดียวกันรายละเอียดบริเวณหน้าบัน ซุ้มประตู ซุ้มหน้าต่าง และฐานชุกชีที่ประดับลายปูนปั้นปิดทอง ช่วยให้วิหารมีความโดดเด่นในเชิงช่าง ผู้มาเยือนควรใช้เวลายืนชมด้านหน้าวิหารก่อนเข้าไปภายใน เพราะด้านหน้าอาคารคือส่วนที่เผยให้เห็นทั้งฝีมือช่าง ความตั้งใจของผู้สร้าง และรสนิยมทางศิลปกรรมของชุมชน
 
ภายในวิหารมีพระพุทธรูปสำคัญและงานศิลป์หลายประเภทที่ควรชมอย่างตั้งใจ บานประตูและบานหน้าต่างเป็นงานแกะสลักไม้ปิดทอง พื้นปูด้วยหินอ่อน และบริเวณภายในมีองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับการบูชาพระรัตนตรัยและการเทศน์ธรรม ได้แก่ ธรรมาสน์ สัตตภัณฑ์ และตู้ธรรมหรือหีบธรรม ธรรมาสน์เป็นที่นั่งเทศน์ของพระสงฆ์ สัตตภัณฑ์เป็นเชิงเทียนล้านนาที่ใช้ตั้งเครื่องบูชา ส่วนตู้ธรรมใช้เก็บคัมภีร์หรือใบลานธรรม องค์ประกอบเหล่านี้ช่วยให้เห็นว่าวัดดอกเอื้องไม่ได้เป็นเพียงวัดชมอาคาร แต่เคยเป็นพื้นที่เรียนรู้ธรรมะ การสืบทอดคัมภีร์ และการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของชุมชน
 
จิตรกรรมภายในวัดดอกเอื้องมีความน่าสนใจในฐานะสื่อธรรมะ ภาพสำคัญคือเรื่องพระเวสสันดรชาดกและพุทธประวัติรวม 17 ภาพ พระเวสสันดรชาดกเป็นเนื้อหาหลักของการเทศน์มหาชาติ ซึ่งมีความสำคัญในสังคมพุทธไทยและล้านนา เพราะสื่อถึงทานบารมี ความเสียสละ และการบำเพ็ญบารมีของพระโพธิสัตว์ ภาพจิตรกรรมเหล่านี้จึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงตกแต่งผนังวิหาร แต่เป็นบทเรียนทางศาสนาที่ชุมชนใช้ถ่ายทอดคำสอนผ่านภาพ ผู้ที่เดินชมภายในวิหารจึงควรอ่านภาพไปพร้อมกับสังเกตองค์ประกอบทางศิลป์ สี เส้น เรื่องเล่า และบรรยากาศภายในอาคาร
 
อุโบสถวัดดอกเอื้องเป็นอาคารศิลปะล้านนาที่มีมุขโถงด้านหน้า หน้าบันประดับกระจกสี และรายละเอียดงานไม้ลงรักปิดทองบริเวณช่อฟ้า ใบระกา และคันทวย ความงามของอุโบสถอยู่ที่ความประณีตของงานช่างและความสัมพันธ์กับเขตวิสุงคามสีมา อาคารนี้มีความสำคัญต่อพระสงฆ์มาก เพราะเป็นสถานที่ประกอบสังฆกรรมตามพระวินัย สำหรับผู้มาเยือน อุโบสถเป็นจุดที่ควรชมอย่างสำรวม โดยสังเกตทั้งรูปทรง สัดส่วน ลวดลาย และวัสดุที่สะท้อนงานช่างล้านนาในเขตเมืองเก่า
 
หอไตรเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ทำให้วัดดอกเอื้องมีคุณค่าด้านวัฒนธรรม หอไตรของวัดเป็นอาคารสองชั้น ชั้นล่างก่ออิฐถือปูน ส่วนชั้นบนเป็นไม้ มีระเบียงโดยรอบใต้หลังคา และมีผนังถัดเข้าไปด้านใน หอไตรในวัดล้านนาเป็นพื้นที่ที่มีความหมายมาก เพราะใช้เก็บรักษาคัมภีร์ ใบลาน และตำราธรรมะ การสร้างหอไตรจึงสะท้อนการให้ความสำคัญกับการศึกษา การสืบทอดพระธรรม และการรักษาความรู้ของชุมชน ในมุมของผู้สนใจวัฒนธรรม หอไตรคือหลักฐานว่าพระพุทธศาสนาในล้านนาไม่ได้อยู่เฉพาะพิธีกรรม แต่ยังสัมพันธ์กับการอ่าน การจาร การเก็บรักษา และการถ่ายทอดองค์ความรู้
 
เจดีย์ของวัดดอกเอื้องเป็นเจดีย์ทรงกลมแบบพื้นเมืองล้านนา ฐานสี่เหลี่ยมย่อมุม มีเจดีย์บริวารที่มุมทั้งสี่ ส่วนล่างบริเวณด้านหน้าของฐานเจดีย์มีซุ้มทรงมณฑป และมีลวดลายที่ได้รับอิทธิพลศิลปะพม่า-มอญ ลักษณะนี้ทำให้เจดีย์วัดดอกเอื้องมีความน่าสนใจในเชิงศิลปกรรม เพราะสะท้อนการผสมผสานทางวัฒนธรรมในเมืองเชียงใหม่ เมืองล้านนาในอดีตไม่ได้เป็นพื้นที่ปิด แต่มีการรับส่งอิทธิพลจากกลุ่มชน เมือง และศิลปกรรมรอบข้าง เจดีย์จึงเป็นหลักฐานที่บอกเล่าความสัมพันธ์ทางศิลปะและความศรัทธาในภูมิภาคได้ดี
 
การบริหารและการปกครองของวัดดอกเอื้องมีรายนามเจ้าอาวาสที่สืบเนื่องมา ได้แก่ พระอธิการก๋องคำ พระอธิการบุญตัน พระอธิการบุญเป็ง อินฺทสีโล และพระครูโสภิตสีลาจารย์ ผู้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสในยุคหลัง พระครูโสภิตสีลาจารย์มีบทบาทสำคัญต่อวัดดอกเอื้องในฐานะผู้ดูแลวัดและเป็นพระสงฆ์ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารคณะสงฆ์ในพื้นที่ศรีภูมิ ข้อมูลนี้ช่วยทำให้บทความเกี่ยวกับวัดดอกเอื้องครบถ้วนขึ้น เพราะวัดไม่ใช่เพียงอาคารเก่า แต่เป็นองค์กรทางศาสนาที่มีพระสงฆ์ดูแลและมีบทบาทต่อชุมชนอย่างต่อเนื่อง
 
วัดดอกเอื้องเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจวัดเก่าในเชียงใหม่แบบลงรายละเอียด เพราะมีทั้งประวัติการสร้างตั้งแต่ พ.ศ. 2219 เรื่องชื่อวัดนางเอื้อม ความสัมพันธ์กับชุมชนช่างในบ้านดอกเอื้อง การได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา องค์ประกอบเสนาสนะครบถ้วน และงานศิลปกรรมล้านนาหลายแขนง ผู้ที่เคยเดินเที่ยวเฉพาะวัดใหญ่ในเชียงใหม่จะได้เห็นอีกมุมหนึ่งของเมืองผ่านวัดนี้ เพราะวัดดอกเอื้องเป็นตัวแทนของวัดชุมชนที่เก็บรายละเอียดของวิถีเมืองเก่าไว้อย่างสงบ
 
การเข้าชมวัดดอกเอื้องควรเริ่มจากบริเวณด้านหน้าวัดบนถนนราชวิถี จากนั้นเดินเข้าสู่พื้นที่ลานวัดเพื่อสังเกตผังโดยรวม ชมวิหารเป็นจุดแรก แล้วจึงชมอุโบสถ หอไตร เจดีย์ และศาลาบำเพ็ญบุญตามลำดับ หากมีเวลา ควรเดินชมรอบวัดอย่างช้า ๆ เพื่อสังเกตมุมอาคาร ราวบันได หน้าบัน งานปูนปั้น งานแกะสลักไม้ และพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างวัดกับชุมชน การชมวัดลักษณะนี้ช่วยให้เข้าใจวัดดอกเอื้องมากกว่าการถ่ายภาพเฉพาะด้านหน้า เพราะคุณค่าของวัดอยู่ที่ความสัมพันธ์ขององค์ประกอบหลายส่วนในพื้นที่เดียวกัน
 
ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ ใช้เสียงเบา ถอดรองเท้าก่อนเข้าพื้นที่ภายในอาคารศาสนา ไม่สัมผัสจิตรกรรม งานไม้ ตู้ธรรม ธรรมาสน์ หรือวัตถุโบราณโดยไม่จำเป็น และไม่เข้าไปในเขตที่เป็นพื้นที่ส่วนสงฆ์โดยไม่ได้รับอนุญาต วัดดอกเอื้องเป็นวัดที่ยังมีการใช้งานทางศาสนาและเกี่ยวข้องกับชุมชนจริง มารยาทในการเข้าชมจึงเป็นเรื่องสำคัญ การเที่ยววัดในเมืองเก่าเชียงใหม่ควรคำนึงถึงทั้งการเรียนรู้ การเคารพสถานที่ และการรักษาความสงบให้กับผู้ที่มาไหว้พระหรือทำบุญ
 
การเดินทาง ไปวัดดอกเอื้องทำได้สะดวกมาก หากพักในเขตเมืองเก่า ย่านประตูท่าแพ ถนนราชวิถี ถนนมูลเมือง หรือช้างม่อย สามารถเดินมายังวัดได้ง่าย ผู้ที่เดินทางจากสนามบินเชียงใหม่สามารถใช้รถผ่านแอป แท็กซี่ หรือรถเช่ามายังถนนราชวิถี ใช้เวลาประมาณ 15–25 นาทีตามสภาพจราจร หากมาจากสถานีรถไฟเชียงใหม่สามารถใช้เส้นทางถนนเจริญเมืองเข้าสู่ประตูท่าแพ แล้วต่อมายังถนนราชวิถี ส่วนผู้ที่เที่ยวแบบไม่มีรถส่วนตัวสามารถลงบริเวณประตูท่าแพหรือย่านตลาดสมเพชร แล้วเดินต่อมายังวัดได้อย่างสะดวก
 
วัดดอกเอื้องสามารถจัดอยู่ในเส้นทางเดินเที่ยวเมืองเก่าด้านตะวันออกได้ดี โดยเริ่มจากประตูท่าแพ แล้วเดินต่อไปยังวัดดอกเอื้อง วัดหมื่นล้าน วัดอู่ทรายคำ วัดดอกคำ วัดพันอ้น วัดเชียงมั่น หรือเลือกเชื่อมต่อไปยังตลาดวโรรสและย่านช้างม่อย เส้นทางนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเห็นทั้งวัด ชุมชนเก่า ร้านอาหาร คาเฟ่ ตลาด และจังหวะชีวิตของเมืองเชียงใหม่ในวันเดียว วัดดอกเอื้องจึงเป็นจุดแวะที่ช่วยเพิ่มความลึกให้กับทริปเชียงใหม่ เพราะทำให้เห็นเมืองเก่าผ่านวัดชุมชนที่มีประวัติ ศิลปะ และศรัทธาอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน
 
ชื่อสถานที่วัดดอกเอื้อง
ที่ตั้งถนนราชวิถี ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
ที่อยู่3 ถนนราชวิถี ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50200
พิกัด18.79024, 98.99243
ไฮไลต์วิหารล้านนา อุโบสถ หอไตร เจดีย์ทรงกลมพื้นเมืองล้านนา พระพุทธรูปก่ออิฐถือปูนลงรักปิดทอง ธรรมาสน์ สัตตภัณฑ์ ตู้ธรรม และจิตรกรรมพระเวสสันดรชาดก
ประวัติ / สมัย / ยุคสร้างเมื่อ พ.ศ. 2219 เดิมชื่อวัดนางเอื้อม ตามชื่อแม่เอื้อมผู้สร้าง ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นวัดดอกเอื้อง และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2457
ที่มาของชื่อเดิมชื่อวัดนางเอื้อมตามผู้สร้าง ต่อมาเปลี่ยนเป็นวัดดอกเอื้อง ชื่อใหม่สื่อถึงดอกไม้ที่มีความงดงามและมีความสัมพันธ์กับวัฒนธรรมล้านนา
ลักษณะเด่นวัดชุมชนเก่าในเมืองเชียงใหม่ มีวิหารทรงพื้นเมืองหลังคาซ้อนสามชั้น อุโบสถล้านนาหน้าบันประดับกระจกสี หอไตรสองชั้น และเจดีย์ทรงกลมแบบล้านนาที่มีอิทธิพลศิลปะพม่า-มอญ
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญวิหาร อุโบสถ หอไตร ศาลาบำเพ็ญบุญ เจดีย์ ลานวัด และพื้นที่กุฏิสงฆ์
การเดินทางเดินจากประตูท่าแพ ถนนราชวิถี ถนนมูลเมือง หรือย่านตลาดสมเพชรได้สะดวก หรือเดินทางด้วยรถแดง รถตุ๊กตุ๊ก แท็กซี่ รถผ่านแอป รถจักรยานยนต์เช่า และรถยนต์ส่วนตัว
สถานะปัจจุบันเปิดให้เข้าชมและเป็นวัดในเขตเมืองเก่าเชียงใหม่ที่ยังมีการใช้งานทางศาสนา
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ09.00 – 11.00 น. และ 13.00 – 17.00 น.
นิกายมหานิกาย
พื้นที่วัด2 ไร่ 1 งาน 50 ตารางวา
ที่ธรณีสงฆ์1 แปลง เนื้อที่ 53 ตารางวา
ผู้ดูแล / เจ้าอาวาสพระครูโสภิตสีลาจารย์
เบอร์ติดต่อหลัก053-210-543
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. ประตูท่าแพ ประมาณ 0.3 กม.
2. วัดหมื่นล้าน ประมาณ 0.2 กม.
3. วัดอู่ทรายคำ ประมาณ 0.2 กม.
4. วัดดอกคำ ประมาณ 0.3 กม.
5. วัดพันอ้น ประมาณ 0.6 กม.
6. วัดเชียงมั่น ประมาณ 1 กม.
7. วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร ประมาณ 1 กม.
8. ตลาดวโรรส ประมาณ 2 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. เดอะเฮาส์ บาย จินเจอร์ ประมาณ 0.4 กม. โทร. 053-287-681
2. บายแฮนด์ พิซซ่า คาเฟ่ ประมาณ 0.5 กม. โทร. 063-882-8195
3. อรุณไร ประมาณ 0.8 กม. โทร. 053-276-947
4. ข้าวซอยคุณยาย ประมาณ 1 กม. โทร. 090-651-7088
5. แดช ทีค เฮาส์ ประมาณ 1 กม. โทร. 053-279-230
6. เฟิร์น ฟอเรสต์ คาเฟ่ ประมาณ 2 กม. โทร. 084-616-1144
ที่พักใกล้เคียง1. โรงแรมม่วน เชียงใหม่ ประมาณ 0.4 กม. โทร. 053-235-440
2. โฮเทลเอ็ม เชียงใหม่ ประมาณ 0.4 กม. โทร. 053-211-069
3. เดอะ วิจิตร ล้านนา ประมาณ 0.5 กม. โทร. 053-233-717
4. อโมรา ท่าแพ เชียงใหม่ ประมาณ 0.5 กม. โทร. 053-251-531
5. ยู เชียงใหม่ ประมาณ 1 กม. โทร. 053-327-000
6. ชาลา นัมเบอร์ 6 ประมาณ 1 กม. โทร. 052-010-466
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดดอกเอื้องอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดดอกเอื้องตั้งอยู่เลขที่ 3 ถนนราชวิถี ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ใกล้ประตูท่าแพและถนนมูลเมืองในเขตเมืองเก่าเชียงใหม่
 
ถาม: วัดดอกเอื้องเปิดให้เข้าชมวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: วัดดอกเอื้องเปิดทุกวัน เวลา 09.00 – 11.00 น. และ 13.00 – 17.00 น.
 
ถาม: วัดดอกเอื้องมีประวัติความเป็นมาอย่างไร?
ตอบ: วัดดอกเอื้องสร้างเมื่อ พ.ศ. 2219 เดิมชื่อวัดนางเอื้อมตามชื่อแม่เอื้อมผู้สร้าง ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นวัดดอกเอื้อง และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2457
 
ถาม: ไฮไลต์สำคัญของวัดดอกเอื้องคืออะไร?
ตอบ: ไฮไลต์สำคัญคือวิหารล้านนา อุโบสถ หอไตรสองชั้น เจดีย์ทรงกลมพื้นเมืองล้านนา พระพุทธรูปลงรักปิดทอง ธรรมาสน์ สัตตภัณฑ์ ตู้ธรรม และจิตรกรรมพระเวสสันดรชาดก
 
ถาม: ชื่อวัดดอกเอื้องมีที่มาอย่างไร?
ตอบ: เดิมวัดมีชื่อว่าวัดนางเอื้อมตามชื่อผู้สร้าง ต่อมาเปลี่ยนเป็นวัดดอกเอื้อง ชื่อใหม่สื่อถึงดอกไม้ที่งดงามและสัมพันธ์กับวัฒนธรรมล้านนา
 
ถาม: ใครเป็นเจ้าอาวาสวัดดอกเอื้อง?
ตอบ: เจ้าอาวาสวัดดอกเอื้องคือพระครูโสภิตสีลาจารย์ ผู้มีบทบาทในการดูแลวัดและงานคณะสงฆ์ในพื้นที่ศรีภูมิ
 
ถาม: เดินทางไปวัดดอกเอื้องอย่างไร?
ตอบ: สามารถเดินจากประตูท่าแพ ถนนราชวิถี ถนนมูลเมือง หรือย่านตลาดสมเพชรได้สะดวก หรือเดินทางด้วยรถแดง รถตุ๊กตุ๊ก แท็กซี่ รถผ่านแอป รถจักรยานยนต์เช่า และรถยนต์ส่วนตัว
 
ถาม: วัดดอกเอื้องเหมาะกับการเที่ยวคู่กับสถานที่ใด?
ตอบ: วัดดอกเอื้องเหมาะกับการเที่ยวคู่กับประตูท่าแพ วัดหมื่นล้าน วัดอู่ทรายคำ วัดดอกคำ วัดพันอ้น วัดเชียงมั่น วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร และตลาดวโรรส

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัด ●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ

ปรับปรุงล่าสุด : 4 สัปดาห์ที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
https://www.lovethailand.org/อ.เมืองเชียงใหม่(121)
https://www.lovethailand.org/อ.จอมทอง(47)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่แจ่ม(25)
https://www.lovethailand.org/อ.เชียงดาว(33)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยสะเก็ด(68)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่แตง(85)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่ริม(69)
https://www.lovethailand.org/อ.สะเมิง(29)
https://www.lovethailand.org/อ.ฝาง(71)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่อาย(59)
https://www.lovethailand.org/อ.พร้าว(70)
https://www.lovethailand.org/อ.สันป่าตอง(103)
https://www.lovethailand.org/อ.สันกำแพง(66)
https://www.lovethailand.org/อ.สันทราย(73)
https://www.lovethailand.org/อ.หางดง(73)
https://www.lovethailand.org/อ.ฮอด(32)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยเต่า(22)
https://www.lovethailand.org/อ.อมก๋อย(11)
https://www.lovethailand.org/อ.สารภี(74)
https://www.lovethailand.org/อ.เวียงแหง(15)
https://www.lovethailand.org/อ.ไชยปราการ(28)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่วาง(32)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่ออน(22)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยหล่อ(33)
https://www.lovethailand.org/อ.กัลยาณิวัฒนา(1)