หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.เมืองเชียงใหม่ >ต.ฟ้าฮ่าม > วัดลังกา
TL;DR: วัดลังกา อยู่ที่บ้านลังกา หมู่ที่ 2 ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ วิหารล้านนาประยุกต์ หน้าบันลายปูนปั้นเครือเถา ช่องโค้งแบบรังผึ้ง 3 ช่อง เสาไม้ลายคำบนพื้นรักสีแดง และบันไดมกรคายนาค.
วัดลังกา

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
วัดลังกา เป็นวัดเก่าแก่ในบ้านลังกา ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ มีความสำคัญทั้งในฐานะวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย วัดชุมชนของย่านฟ้าฮ่าม และศาสนสถานที่ผูกพันกับเรื่องเล่าประวัติศาสตร์ล้านนาในสมัยพระเจ้าแสนเมืองมา จุดเด่นของวัดอยู่ที่ตำนานการสร้างวัดเพื่อไถ่บาปของท้าวมหาพรหม ความเกี่ยวข้องกับพระภิกษุจากลังกาและพระภิกษุไทยอาหม เรื่องบาตรลังกาที่แตกเป็นสองซีก วิหารศิลปะล้านนาประยุกต์ที่มีจิตรกรรมฝาผนังเรื่องเวสสันดรชาดก เจดีย์ล้านนา อุโบสถ และหอระฆัง 4 ชั้นที่มีห้องสมุดประชาชนและที่เก็บใบลานอยู่ภายใน
วัดลังกาตั้งอยู่เลขที่ 141 บ้านลังกา หมู่ที่ 2 ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่ตั้งวัดมีเนื้อที่ 3 ไร่ 55 ตารางวา อยู่ในย่านชุมชนเก่าทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำปิง พื้นที่ตำบลฟ้าฮ่ามมีลักษณะเป็นที่ราบ มีแม่น้ำปิงและลำน้ำคาวไหลผ่าน ทำให้ชุมชนบริเวณนี้มีพัฒนาการสัมพันธ์กับเส้นทางน้ำ การอยู่อาศัย การเดินทาง และการตั้งถิ่นฐานของผู้คนรอบเมืองเชียงใหม่มาอย่างยาวนาน วัดลังกาจึงเป็นมากกว่าวัดประจำหมู่บ้าน เพราะเป็นหลักฐานหนึ่งของเครือข่ายวัดเก่าในพื้นที่ฟ้าฮ่ามที่ช่วยเล่าเรื่องเชียงใหม่ในมุมชุมชนริมน้ำและชุมชนนอกคูเมือง
บรรยากาศของวัดลังกาเหมาะกับผู้ที่ต้องการเที่ยววัดเชียงใหม่แบบสงบและได้สาระ วัดไม่ได้มีภาพลักษณ์เป็นแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ แต่มีคุณค่าด้านประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม และชุมชนอย่างชัดเจน ผู้มาเยือนสามารถเดินชมวิหาร อุโบสถ เจดีย์ หอระฆัง ศาลา และพื้นที่ประกอบศาสนกิจภายในวัดได้อย่างไม่เร่งรีบ การเที่ยววัดลังกาจึงเหมาะกับการใช้เวลาอ่านรายละเอียดของอาคาร ฟังเรื่องเล่าท้องถิ่น และทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างพระพุทธศาสนาแบบล้านนา เมืองเชียงใหม่ และพื้นที่ฟ้าฮ่าม
ประวัติของวัดลังกาเริ่มต้นใน พ.ศ. 1947 ในสมัยพระเจ้าแสนเมืองมา กษัตริย์แห่งราชวงศ์มังราย ผู้ครองนพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่ วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาใน พ.ศ. 2480 และได้รับการระบุไว้ในข้อมูลประวัติวัดว่าเป็นวัดราษฎร์ในสังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย เรื่องราวการสร้างวัดสัมพันธ์กับเหตุการณ์การเมืองล้านนาหลังพระยากือนาธรรมิกราชเสด็จสวรรคต เมื่อพระเจ้าแสนเมืองมาได้ขึ้นครองเมืองเชียงใหม่ และท้าวมหาพรหม พระอนุชาของพระยากือนา ผู้ครองเมืองเชียงรายในขณะนั้น เกิดความไม่พอใจเพราะเห็นว่าตนควรได้ครองเมืองเชียงใหม่
ท้าวมหาพรหมยกทัพจากเชียงรายมาตีเมืองเชียงใหม่เพื่อชิงราชสมบัติ แต่กองทัพเชียงใหม่ภายใต้การนำของแสนผานองสามารถตีทัพเชียงรายแตกพ่าย ท้าวมหาพรหมจึงไปขอความช่วยเหลือจากสมเด็จพระบรมราชาที่ 1 หรือขุนหลวงพะงั่วแห่งกรุงศรีอยุธยา ต่อมาเมื่อเกิดความขัดแย้งขึ้น ท้าวมหาพรหมได้กลับมายังเชียงใหม่และนำพระพุทธสิหิงค์มาถวายพระเจ้าแสนเมืองมา พระเจ้าแสนเมืองมาทรงพระราชทานอภัยโทษและโปรดให้ท้าวมหาพรหมกลับไปครองเมืองเชียงรายตามเดิม เหตุการณ์นี้เป็นแกนสำคัญที่ทำให้วัดลังกาเชื่อมโยงกับทั้งประวัติศาสตร์ราชวงศ์มังราย การเมืองล้านนา และศรัทธาต่อพระพุทธสิหิงค์
หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว ท้าวมหาพรหมสำนึกต่อการกระทำที่ทำให้เกิดความสูญเสียไพร่พลทั้งสองฝ่าย จึงตั้งใจประกอบกุศลเพื่อไถ่บาป ในช่วงเวลาเดียวกัน พระพุทธศาสนาในล้านนามีความสัมพันธ์กับลังกาอย่างใกล้ชิด พระภิกษุจากอาณาจักรล้านนาเดินทางไปศึกษาพระพุทธศาสนาที่ลังกา และพระภิกษุจากลังกาก็เดินทางมาเผยแผ่พระพุทธศาสนาในล้านนา เรื่องเล่าวัดลังกาจึงผูกโยงกับกระแสความสัมพันธ์ทางศาสนาระหว่างล้านนากับลังกา ซึ่งเป็นรากสำคัญของชื่อวัดและความหมายทางจิตวิญญาณของพื้นที่นี้
ท้าวมหาพรหมให้บริวารไปนิมนต์พระภิกษุไทยอาหมรูปหนึ่ง และให้นำกล้ามะพร้าวลูกใหญ่ที่เรียกว่า “มะพร้าวหัวคน” มาปลูกไว้เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจ ตำนานอธิบายว่ามะพร้าวหัวคนมีเปลือกภายนอกดูใหญ่โต แต่เนื้อภายในเล็กนิดเดียว จึงถูกใช้เป็นอุปมาเตือนคนที่มีบุญวาสนาน้อยแต่คิดการใหญ่เกินกำลัง เรื่องนี้ทำให้ประวัติวัดลังกาไม่ใช่เพียงเรื่องการสร้างศาสนสถาน แต่เป็นเรื่องการยอมรับความผิด การเตือนสติ และการใช้พระพุทธศาสนาเป็นเครื่องนำชีวิตกลับสู่ความสงบ
ระหว่างการเดินทางของพระภิกษุไทยอาหมและผู้ติดตาม มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับการถามทางไปวังสิงห์คำ เมื่อเดินทางมาถึงอำเภอสารภี พระภิกษุถามชาวบ้านว่าใกล้ถึงวังสิงห์คำหรือยัง ผู้ตอบบอกว่าอีกไม่ไกลนัก ทำให้คณะเดินทางเกิดความ “สังก๋า” ซึ่งในคำเมืองหมายถึงความสงสัย ต่อมาเรื่องเล่านี้เชื่อมโยงกับชื่อ “สังก๋า” และวัดร้างในอดีต ก่อนที่คณะเดินทางจะได้รับคำอธิบายว่ามีวังสิงห์คำมากกว่าหนึ่งแห่ง ทั้งบริเวณอำเภอสารภีและบริเวณฝั่งตะวันตกของแม่น้ำปิงตรงข้ามวัดฟ้าฮ่าม
เมื่อคณะเดินทางข้ามกลับมายังฝั่งตะวันออกตรงข้ามวัดชัยมงคล มีชายชรานุ่มขาวห่มขาวมาชี้บอกทางให้ไปยังพื้นที่ที่ควรฝังบาตรลังกา ขณะที่เดินทางใกล้ถึงจุดหมาย บาตรลังกาเกิดหลุดมือตกแตกเป็นสองซีก พระภิกษุไทยอาหมจึงนำบาตรซีกหนึ่งฝังไว้ พร้อมปลูกมะพร้าวและสร้างวัดขึ้น ณ บริเวณนั้น ต่อมาสถานที่แห่งนี้จึงถูกเรียกว่า “วัดลังกา” ส่วนบาตรอีกซีกหนึ่งและฝาบาตรถูกเล่าต่อว่ามีความเกี่ยวข้องกับชื่อฝาแตกหรือผาแตก และดอยลังกาทางด้านอำเภอดอยสะเก็ด
ที่มาของชื่อวัดลังกาจึงมีความหมายซ้อนกันหลายชั้น ชั้นแรกคือความเกี่ยวข้องกับพระภิกษุจากลังกาและสายสัมพันธ์ทางพระพุทธศาสนาระหว่างล้านนากับลังกา ชั้นที่สองคือเรื่องบาตรลังกาที่แตกและถูกฝังไว้ในพื้นที่ตั้งวัด ชั้นที่สามคือการสร้างวัดเพื่อไถ่บาปและเตือนสติหลังเหตุการณ์ชิงราชสมบัติ เรื่องเล่านี้ทำให้วัดลังกามีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ได้เป็นเพียงวัดที่มีชื่อคล้ายสถานที่ต่างประเทศ แต่เป็นวัดที่ชื่อของมันทำหน้าที่บันทึกความสัมพันธ์ระหว่างศาสนา ประวัติศาสตร์ การเมือง และคติธรรมของชาวล้านนา
เมื่อเดินเข้าสู่พื้นที่วัด สิ่งแรกที่ควรมองคือการจัดวางอาคารสำคัญที่สะท้อนบทบาทของวัดในฐานะศูนย์กลางชุมชน อาคารเสนาสนะของวัดประกอบด้วยอุโบสถ ศาลาการเปรียญ วิหาร กุฏิสงฆ์ ศาลาอเนกประสงค์ ศาลาบำเพ็ญกุศล หอระฆัง ห้องสมุดประชาชน และพื้นที่เก็บคัมภีร์ใบลาน องค์ประกอบเหล่านี้ทำให้วัดลังกาทำหน้าที่ทั้งด้านศาสนพิธี การเรียนรู้ การบำเพ็ญกุศล การพบปะของชุมชน และการรักษาความรู้ท้องถิ่น
วิหารของวัดลังกาเป็นอาคารสำคัญที่สุดสำหรับผู้ที่สนใจศิลปะล้านนา วิหารได้รับการบูรณะแล้วเสร็จใน พ.ศ. 2527 เป็นอาคารศิลปะล้านนาประยุกต์ที่มีรายละเอียดเฉพาะตัว หน้าบันประดับลายปูนปั้นเครือเถา มีช่องโค้งแบบรังผึ้ง 3 ช่อง ซุ้มประตูทางเข้าเป็นรูปโค้ง 3 ประตู เสาภายในเป็นเสาไม้ขนาดใหญ่ตกแต่งลายคำบนพื้นรักสีแดง หลังคาและองค์ประกอบด้านหน้าวิหารให้ความรู้สึกสง่างามแบบล้านนา แต่มีลักษณะปรับใช้กับวัสดุและรูปแบบการบูรณะในยุคหลัง
ภายในวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ เป็นองค์พระประธานที่ให้ความรู้สึกมั่นคงและสงบ พื้นที่ภายในวิหารยังมีจิตรกรรมฝาผนังเรื่องเวสสันดรชาดก ซึ่งเป็นหนึ่งในชาดกสำคัญที่ใช้สอนเรื่องทานบารมี ความเสียสละ และความมั่นคงในคุณธรรม จิตรกรรมเหล่านี้ทำหน้าที่เหมือนห้องเรียนธรรมะของชุมชน เพราะผู้คนสามารถเรียนรู้คติธรรมผ่านภาพ เรื่องเล่า สี เส้น และการจัดฉากบนผนังวิหาร
คุณค่าของจิตรกรรมฝาผนังวัดลังกาอยู่ที่การช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจโลกทัศน์ของวัดล้านนาในอดีต วัดไม่ได้ใช้ศิลปะเพื่อความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ใช้ภาพเล่าเรื่องเพื่อเชื่อมหลักธรรมกับชีวิตของชาวบ้าน ภาพเวสสันดรชาดกในวิหารจึงควรถูกชมอย่างค่อยเป็นค่อยไป ผู้เข้าชมควรสังเกตองค์ประกอบของตัวละคร ฉากบ้านเมือง การแต่งกาย ลายเส้น และการใช้สี เพราะรายละเอียดเหล่านี้สะท้อนทั้งฝีมือช่างและคติความเชื่อของชุมชนที่ร่วมกันดูแลวัด
บันไดทางขึ้นวิหารมีราวบันไดลักษณะมกรคายนาค ซึ่งเป็นลวดลายที่พบได้ในงานศิลปกรรมล้านนาและศิลปกรรมพุทธในภูมิภาค การใช้มกรและนาคช่วยสร้างความหมายเชิงคติจักรวาลให้กับทางเข้าสู่พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ผู้เดินขึ้นวิหารจึงเหมือนค่อย ๆ เคลื่อนจากโลกสามัญเข้าสู่พื้นที่สำหรับการสักการะและการภาวนา รายละเอียดนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการที่งานสถาปัตยกรรมล้านนาผสานความงามกับคติธรรมไว้ในองค์ประกอบเล็ก ๆ ของอาคาร
อุโบสถของวัดลังกาเป็นอาคารก่ออิฐถือปูนศิลปะล้านนาประยุกต์ มีขนาดกว้างประมาณ 15 เมตร ยาวประมาณ 16.50 เมตร เป็นพื้นที่สำคัญสำหรับสังฆกรรมของพระสงฆ์ อุโบสถมีความหมายทางพระวินัยและทางชุมชน เพราะเป็นพื้นที่ประกอบพิธีกรรมสำคัญ เช่น การอุปสมบท การทำสังฆกรรม และกิจกรรมทางศาสนาที่ต้องใช้เขตวิสุงคามสีมา การมีอุโบสถที่ได้รับการระบุขนาดและสถานะชัดเจนช่วยยืนยันบทบาทของวัดลังกาในฐานะวัดที่มีโครงสร้างศาสนสถานครบถ้วน
เจดีย์ของวัดลังกาเป็นเจดีย์ศิลปะล้านนาที่มีฐานสี่เหลี่ยมยกเก็จสูง เหนือฐานมีชั้นย่อมุมและชั้นแปดเหลี่ยมรองรับองค์ระฆังกลม ส่วนยอดประกอบด้วยบัลลังก์ย่อมุมและฉัตร เจดีย์ประดับแผ่นทองตั้งแต่ชั้นแปดเหลี่ยมขึ้นไปจนถึงปลียอด และมีแนวรั้วล้อมรอบทั้ง 4 ด้าน ภายในแนวรั้วด้านทิศใต้มีซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูป เจดีย์จึงเป็นจุดสำคัญที่ผู้มาเยือนควรเดินเวียนชมอย่างสุภาพ เพื่อเห็นทั้งรูปทรง สัดส่วน และรายละเอียดของศิลปกรรมล้านนา
หอระฆังของวัดลังกาเป็นองค์ประกอบที่โดดเด่นมาก เพราะสร้างเป็นอาคารสี่เหลี่ยม 4 ชั้น ไม่ใช่หอระฆังแบบเรียบง่ายเพียงชั้นเดียว ชั้นล่างเป็นห้องสมุดประชาชนวัดลังกา ชั้นที่ 2 เป็นที่เก็บรักษาใบลาน ชั้นที่ 3 เป็นหอระฆัง และชั้นบนสุดเป็นเจดีย์ทรงกลมขนาดเล็ก องค์ประกอบนี้ทำให้วัดลังกาแตกต่างจากวัดชุมชนทั่วไป เพราะหอระฆังไม่ได้ทำหน้าที่ส่งเสียงบอกเวลาและกิจกรรมวัดเท่านั้น แต่ยังผูกเข้ากับการอ่าน การเรียนรู้ และการเก็บรักษาคัมภีร์ใบลานซึ่งเป็นมรดกทางปัญญาของล้านนา
ห้องสมุดประชาชนวัดลังกาและพื้นที่เก็บใบลานช่วยขยายความหมายของวัดให้กว้างกว่าพื้นที่ประกอบพิธีกรรม วัดล้านนาในอดีตมักเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน พระสงฆ์ สามเณร และชาวบ้านใช้วัดเป็นสถานที่ศึกษาธรรมะ อักษรธรรมล้านนา ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และคติคำสอนต่าง ๆ การมีพื้นที่เกี่ยวข้องกับห้องสมุดและใบลานจึงเป็นหลักฐานร่วมสมัยที่ช่วยให้เข้าใจว่าวัดลังกายังคงรักษาบทบาทด้านความรู้ไว้เคียงคู่กับบทบาททางศาสนา
กุฏิสงฆ์ของวัดลังกาเป็นอาคารศิลปะล้านนาประยุกต์ ก่ออิฐถือปูน 2 ชั้น พื้นหินขัด หลังคามุงกระเบื้องลอน สร้างแล้วเสร็จใน พ.ศ. 2542 ส่วนศาลาการเปรียญ ศาลาอเนกประสงค์ และศาลาบำเพ็ญกุศลเป็นพื้นที่รองรับกิจกรรมของวัดและชุมชน ไม่ว่าจะเป็นการทำบุญ การฟังธรรม การประชุม การเตรียมงานบุญ หรือการประกอบพิธีที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของชาวบ้าน ตั้งแต่งานมงคลไปจนถึงงานบำเพ็ญกุศล
วัดลังกายังมีรายชื่อเจ้าอาวาสหลายรูปที่สืบต่อกันมาในประวัติการปกครองวัด แสดงให้เห็นความต่อเนื่องของการดูแลศาสนสถานแห่งนี้ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ข้อมูลวัดลังกาที่เผยแพร่ในปัจจุบันระบุพระอธิการจำรัส ปริสุทฺโธ หรือพระอาจารย์อานนท์ เป็นเจ้าอาวาส ส่วนข้อมูลประวัติท้องถิ่นยังบันทึกรายชื่ออดีตเจ้าอาวาสหลายรูป เช่น ครูบาคำปัน ครูบาอินถา ครูบาดวง ครูบาอินไหล พระอธิการบุญมี พระครูบุญยวง ภทฺทมฺโม และพระครูวิสิทธิ์สารคุณ บุญมี กนฺตสาโร ความต่อเนื่องนี้เป็นหลักฐานของการสืบทอดศรัทธาและการบริหารวัดในระดับชุมชน
สถานะปัจจุบันของวัดลังกายังคงเป็นวัดชุมชนที่มีชีวิตในตำบลฟ้าฮ่าม วัดปรากฏอยู่ในข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวและข้อมูลที่พักของเทศบาลตำบลฟ้าฮ่าม และยังถูกใช้เป็นพื้นที่จัดกิจกรรมชุมชน เช่น การประชุมประชาคมของเทศบาลในหมู่ที่ 2 บ้านลังกา บทบาทเช่นนี้แสดงให้เห็นว่าวัดลังกายังคงเป็นพื้นที่สาธารณะทางศาสนาและสังคม ไม่ใช่โบราณสถานที่ตัดขาดจากชีวิตประจำวันของคนในพื้นที่
การเที่ยววัดลังกาให้ได้ครบควรเริ่มจากการไหว้พระในวิหาร จากนั้นค่อยชมเสาไม้ ลายคำ จิตรกรรมฝาผนัง และบันไดมกรคายนาค ต่อด้วยการเดินชมอุโบสถ เจดีย์ หอระฆัง ห้องสมุดประชาชน และพื้นที่เก็บใบลาน หากมีเวลา ควรเดินสำรวจบริเวณศาลาและลานวัดเพื่อเห็นบทบาทของวัดในฐานะพื้นที่ชุมชน เส้นทางเดินชมลักษณะนี้ช่วยให้เข้าใจวัดลังกาในหลายระดับ ทั้งประวัติ ตำนาน ศิลปกรรม และการใช้งานจริงในปัจจุบัน
การเดินทาง ไปวัดลังกาสามารถเริ่มจากตัวเมืองเชียงใหม่ มุ่งหน้าไปยังตำบลฟ้าฮ่ามทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำปิง โดยใช้เส้นทางถนนเจริญราษฎร์ ถนนฟ้าฮ่ามสามัคคี หรือเส้นทางเชื่อมในย่านบ้านลังกา ผู้ที่ขับรถยนต์ส่วนตัวสามารถตั้งจุดหมายเป็นวัดลังกา บ้านลังกา ตำบลฟ้าฮ่าม หรือใช้พิกัด 18.81168, 99.00584 เพื่อช่วยนำทาง ผู้ที่ไม่ได้ขับรถสามารถใช้รถแดง รถรับจ้างท้องถิ่น หรือบริการเรียกรถจากตัวเมืองเชียงใหม่ได้สะดวก เพราะวัดอยู่ในเขตเมือง ไม่ไกลจากย่านวัดเกต ฟ้าฮ่าม ป่าตัน และตลาดวโรรส
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเยี่ยมชมคือช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายแก่ ๆ เพราะอากาศไม่ร้อนจัดและแสงธรรมชาติเหมาะกับการชมรายละเอียดสถาปัตยกรรม ผู้มาเยือนควรใช้เวลาอย่างน้อย 45 นาทีถึง 1 ชั่วโมง หากต้องการชมจิตรกรรมฝาผนัง วิหาร เจดีย์ และหอระฆังอย่างครบถ้วน วัดเปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. จึงสามารถจัดเป็นจุดแวะในทริปครึ่งวันร่วมกับวัดและสถานที่ใกล้เคียงในตำบลฟ้าฮ่ามได้ง่าย
มารยาทในการเข้าชมวัดลังกาควรยึดหลักเดียวกับการเข้าวัดไทยทั่วไป ควรแต่งกายสุภาพ ปกปิดไหล่และเข่า ถอดรองเท้าก่อนเข้าสู่วิหารและอุโบสถ พูดคุยด้วยน้ำเสียงเหมาะสม ไม่สัมผัสจิตรกรรมฝาผนัง เสาไม้ ลายคำ พระพุทธรูป หรือคัมภีร์ใบลานโดยไม่ได้รับอนุญาต หากมีพระภิกษุ สามเณร หรือชาวบ้านกำลังประกอบพิธี ควรเว้นพื้นที่ให้เหมาะสม และขออนุญาตก่อนถ่ายภาพบุคคลหรือกิจกรรมทางศาสนา
วัดลังกาเหมาะกับการจัดเส้นทางร่วมกับวัดและสถานที่ในตำบลฟ้าฮ่าม เช่น วัดขะจาว วัดท่ากระดาษ วัดฟ้าฮ่าม วัดสันทรายต้นกอก สวนสาธารณะริมฝั่งแม่น้ำปิง และศูนย์เรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านล้านนาสลีปิงจัยแก้วกว้าง หากต้องการขยายเส้นทางไปยังพื้นที่ใกล้เคียง สามารถเดินทางต่อไปยังวัดเกตการาม ตลาดวโรรส วัดเชียงมั่น และวัดเจดีย์หลวงได้ เส้นทางนี้ช่วยให้ผู้อ่านเห็นเชียงใหม่ทั้งในมุมชุมชนริมน้ำ วัดชุมชน และวัดสำคัญในเขตเมืองเก่า
ร้านอาหารใกล้วัดลังกามีทั้งร้านอาหารเหนือ ร้านอาหารจีน ร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านข้าวซอย และร้านอาหารจานเดียวที่อยู่ในย่านฟ้าฮ่ามและพื้นที่ต่อเนื่อง เช่น บ้านไร่ยามเย็น ข้าวซอยเสมอใจ ผัดไทยฟ้าฮ่าม ก๋วยเตี๋ยวใจดี รสเด็ด ฟ้าฮ่าม ล้ำลำ ผัดไทย ฟ้าฮ่าม และเจี่ยท้งเฮง สาขาฟ้าฮ่าม ผู้ที่วางแผนเที่ยววัดลังกาสามารถจัดเป็นทริปไหว้พระช่วงเช้าแล้วต่อด้วยอาหารกลางวันในย่านฟ้าฮ่ามได้สะดวก
ที่พักใกล้วัดลังกาและย่านฟ้าฮ่ามมีหลายรูปแบบ ทั้งที่พักริมแม่น้ำ ที่พักขนาดเล็ก โฮมสเตย์ และโรงแรมในย่านฟ้าฮ่าม–ป่าตัน เช่น Baan Singkham Resort, Rimthara Residence, Tonnam Homestay, The Balcony Chiang Mai Village, Blessing Place และ The Rise Suites Hotel Chiang Mai พื้นที่นี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการพักนอกเขตคูเมืองเล็กน้อย แต่ยังเดินทางเข้าเมืองเก่า ตลาดวโรรส ย่านวัดเกต และถนนสายหลักของเชียงใหม่ได้ไม่ยาก
เมื่อเปรียบกับวัดใหญ่ในตัวเมืองเชียงใหม่ วัดลังกาให้ประสบการณ์ที่แตกต่างอย่างชัดเจน วัดนี้ไม่ได้ดึงดูดด้วยความใหญ่โตหรือความคึกคัก แต่เด่นด้วยเรื่องเล่าที่ลึก รายละเอียดศิลปกรรมที่เฉพาะตัว และบทบาทของวัดชุมชนที่ยังเชื่อมกับชีวิตจริงของคนฟ้าฮ่าม ผู้ที่เคยเที่ยววัดพระสิงห์ วัดเจดีย์หลวง หรือวัดเชียงมั่นแล้ว จะพบว่าวัดลังกาช่วยเติมภาพเชียงใหม่อีกด้านหนึ่ง คือภาพของวัดเล็กที่เก็บประวัติศาสตร์ท้องถิ่นไว้แน่นและมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร
โดยสรุป วัดลังกาเป็นวัดเก่าในตำบลฟ้าฮ่ามที่ควรค่าแก่การแวะชมสำหรับผู้สนใจวัดในเชียงใหม่ วัดภาคเหนือ ศิลปะล้านนา และประวัติศาสตร์ท้องถิ่น จุดแข็งของวัดอยู่ที่ประวัติการสร้างในสมัยพระเจ้าแสนเมืองมา ตำนานท้าวมหาพรหม พระภิกษุจากลังกา บาตรลังกา และมะพร้าวหัวคน ผสานกับคุณค่าทางศิลปกรรมของวิหาร จิตรกรรมฝาผนังเวสสันดรชาดก เจดีย์ อุโบสถ และหอระฆัง 4 ชั้นที่มีห้องสมุดและพื้นที่เก็บใบลาน หากต้องการเที่ยวเชียงใหม่ให้ลึกกว่าพื้นที่ยอดนิยมเดิม วัดลังกาเป็นหนึ่งในจุดหมายที่ช่วยเปิดมุมมองใหม่ต่อเมืองเชียงใหม่ได้อย่างชัดเจน
| ชื่อสถานที่ | วัดลังกา |
| ที่ตั้ง | บ้านลังกา หมู่ที่ 2 ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ |
| ที่อยู่ | เลขที่ 141 บ้านลังกา หมู่ที่ 2 ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50000 |
| พิกัด | 18.81168, 99.00584 |
| ประเภทวัด | วัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย |
| เนื้อที่ | 3 ไร่ 55 ตารางวา |
| ไฮไลต์ | วัดเก่าในบ้านลังกา ตำนานท้าวมหาพรหม บาตรลังกา มะพร้าวหัวคน วิหารล้านนาประยุกต์ จิตรกรรมฝาผนังเวสสันดรชาดก เจดีย์ล้านนา และหอระฆัง 4 ชั้น |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | สร้างขึ้นใน พ.ศ. 1947 ในสมัยพระเจ้าแสนเมืองมา และมีหลักฐานการได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาใน พ.ศ. 2480 |
| ที่มาของชื่อ | เกี่ยวข้องกับพระภิกษุจากลังกาและตำนานบาตรลังกาที่ตกแตกเป็นสองซีก โดยมีการฝังบาตรซีกหนึ่งไว้พร้อมการสร้างวัด ณ พื้นที่นี้ |
| ลักษณะเด่น | วิหารล้านนาประยุกต์ หน้าบันลายปูนปั้นเครือเถา ช่องโค้งแบบรังผึ้ง 3 ช่อง เสาไม้ลายคำบนพื้นรักสีแดง และบันไดมกรคายนาค |
| สิ่งสำคัญภายในวัด | วิหาร อุโบสถ เจดีย์ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ ศาลาอเนกประสงค์ ศาลาบำเพ็ญกุศล หอระฆัง ห้องสมุดประชาชน และพื้นที่เก็บคัมภีร์ใบลาน |
| จิตรกรรมฝาผนัง | จิตรกรรมฝาผนังภายในวิหารเรื่องเวสสันดรชาดก สะท้อนคติเรื่องทานบารมีและการสอนธรรมะผ่านงานศิลปกรรมล้านนา |
| โซนที่ควรเดินชม | โซนวิหาร โซนอุโบสถ โซนเจดีย์ โซนหอระฆัง–ห้องสมุด–ใบลาน และโซนศาลา/พื้นที่ชุมชน |
| การเดินทาง | เดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปยังตำบลฟ้าฮ่าม ผ่านถนนเจริญราษฎร์ ถนนฟ้าฮ่ามสามัคคี หรือเส้นทางบ้านลังกา ใช้รถยนต์ส่วนตัว รถแดง รถรับจ้าง หรือบริการเรียกรถได้สะดวก |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นวัดชุมชนและสถานที่ประกอบศาสนกิจในตำบลฟ้าฮ่าม มีบทบาทเป็นพื้นที่กิจกรรมชุมชนของบ้านลังกา |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พระอธิการจำรัส ปริสุทฺโธ หรือพระอาจารย์อานนท์ |
| เบอร์ติดต่อ | 053-855-126 |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | วิหาร อุโบสถ เจดีย์ ศาลาการเปรียญ ศาลาอเนกประสงค์ ศาลาบำเพ็ญกุศล ห้องสมุดประชาชน และพื้นที่ประกอบกิจกรรมชุมชน |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดขะจาว ประมาณ 1 กม. 2. วัดท่ากระดาษ ประมาณ 1 กม. 3. วัดฟ้าฮ่าม ประมาณ 1 กม. 4. สวนสาธารณะริมฝั่งแม่น้ำปิง ประมาณ 2 กม. 5. วัดสันทรายต้นกอก ประมาณ 3 กม. 6. ศูนย์เรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านล้านนาสลีปิงจัยแก้วกว้าง ประมาณ 3 กม. 7. วัดเกตการาม ประมาณ 3 กม. 8. ตลาดวโรรส ประมาณ 4 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. บ้านไร่ยามเย็น ประมาณ 0.2 กม. โทร. 053-244-796, 053-247-999, 084-808-3119 2. ข้าวซอยเสมอใจฟ้าฮ่าม ประมาณ 1 กม. โทร. 053-242-928, 081-764-8723 3. Brownie Steak & Bakery ประมาณ 2 กม. โทร. 053-306-667, 086-915-5858 4. ผัดไทยฟ้าฮ่าม ประมาณ 2 กม. โทร. 098-008-9367 5. ก๋วยเตี๋ยวใจดี รสเด็ด ฟ้าฮ่าม ประมาณ 3 กม. โทร. 093-924-9753 6. เจี่ยท้งเฮง สาขาฟ้าฮ่าม ประมาณ 4 กม. โทร. 053-242-242 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Baan Singkham Resort ประมาณ 2 กม. โทร. 082-386-8887 2. Rimthara Residence ประมาณ 2 กม. โทร. 053-110-430 3. Tonnam Homestay ประมาณ 3 กม. โทร. 089-853-4402 4. The Balcony Chiang Mai Village ประมาณ 4 กม. โทร. 065-538-3566 5. Blessing Place ประมาณ 4 กม. โทร. 089-556-5678 6. The Rise Suites Hotel Chiang Mai ประมาณ 5 กม. โทร. 098-661-6422 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดลังกาอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดลังกาตั้งอยู่เลขที่ 141 บ้านลังกา หมู่ที่ 2 ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ อยู่ในย่านชุมชนเก่าทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำปิง
ถาม: วัดลังกามีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: วัดลังกาเป็นวัดเก่าในสมัยพระเจ้าแสนเมืองมา มีตำนานเกี่ยวข้องกับท้าวมหาพรหม พระภิกษุจากลังกา พระภิกษุไทยอาหม บาตรลังกา และการสร้างวัดเพื่อไถ่บาปหลังเหตุการณ์ชิงราชสมบัติ
ถาม: ทำไมจึงชื่อวัดลังกา?
ตอบ: ชื่อวัดลังกาเกี่ยวข้องกับพระภิกษุจากลังกาและตำนานบาตรลังกาที่ตกแตกเป็นสองซีก โดยมีการฝังบาตรซีกหนึ่งไว้พร้อมการสร้างวัด ณ พื้นที่บ้านลังกา
ถาม: ภายในวัดลังกามีอะไรน่าสนใจ?
ตอบ: ภายในวัดมีวิหารล้านนาประยุกต์ จิตรกรรมฝาผนังเวสสันดรชาดก อุโบสถ เจดีย์ล้านนา หอระฆัง 4 ชั้น ห้องสมุดประชาชน พื้นที่เก็บใบลาน ศาลาการเปรียญ และศาลาบำเพ็ญกุศล
ถาม: วิหารวัดลังกามีจุดเด่นอะไร?
ตอบ: วิหารมีหน้าบันลายปูนปั้นเครือเถา ช่องโค้งแบบรังผึ้ง 3 ช่อง เสาไม้ขนาดใหญ่ตกแต่งลายคำบนพื้นรักสีแดง พระประธานปางมารวิชัย และบันไดมกรคายนาค
ถาม: หอระฆังวัดลังกาพิเศษอย่างไร?
ตอบ: หอระฆังวัดลังกาเป็นอาคาร 4 ชั้น ชั้นล่างเป็นห้องสมุดประชาชน ชั้นที่ 2 เป็นที่เก็บใบลาน ชั้นที่ 3 เป็นหอระฆัง และชั้นบนสุดเป็นเจดีย์ทรงกลมขนาดเล็ก
ถาม: วัดลังกาเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: วัดลังกาเปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
ถาม: เที่ยววัดลังกาแล้วไปที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่วัดขะจาว วัดท่ากระดาษ วัดฟ้าฮ่าม สวนสาธารณะริมฝั่งแม่น้ำปิง วัดสันทรายต้นกอก วัดเกตการาม ตลาดวโรรส และวัดเชียงมั่นได้
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ
ปรับปรุงล่าสุด : 1 สัปดาห์ที่แล้ว



