หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.เมืองเชียงใหม่ >ต.แม่เหียะ > วัดท่าข้าม (แม่เหียะ)
TL;DR: วัดท่าข้าม (แม่เหียะ) อยู่ที่บ้านท่าข้าม หมู่ที่ 4 ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.

เชียงใหม่

วัดท่าข้าม (แม่เหียะ)

วัดท่าข้าม (แม่เหียะ)

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
 
วัดท่าข้าม (แม่เหียะ) จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่เลขที่ 18 บ้านท่าข้าม หมู่ที่ 4 ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวัดเก่าแก่ของชุมชนบ้านท่าข้ามที่มีความสำคัญทั้งในด้านประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ศิลปกรรมล้านนา ภูมิปัญญาชุมชน และความทรงจำเกี่ยวกับเส้นทางข้ามลำน้ำแม่เหียะในอดีต วัดแห่งนี้เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านท่าข้ามมายาวนาน มีจุดเด่นสำคัญ ได้แก่ อุโบสถไม้สักทองทรงล้านนาประยุกต์ พระวิหารที่มีภาพจิตรกรรมเกี่ยวกับพระเวสสันดรชาดกและประเพณีพื้นบ้าน หอระฆัง เจดีย์จำลองทรงพระพุทธคยา และพระพุทธรูปทองทิพย์ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปสำคัญของวัด
 
วัดท่าข้ามเป็นวัดที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวเชียงใหม่ในมุมชุมชนแม่เหียะ ไม่ใช่เฉพาะเส้นทางวัดยอดนิยมในคูเมืองหรือถนนท่าแพเท่านั้น เพราะวัดตั้งอยู่ในพื้นที่ตอนใต้ของตัวเมืองเชียงใหม่ ใกล้ถนนเชียงใหม่–หางดง ถนนเลียบคลองชลประทาน วัดต้นปิน วัดตำหนัก วัดอุโบสถ วัดพระธาตุดอยคำ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ และเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ทำให้สามารถจัดเป็นเส้นทางเที่ยววัดและชุมชนร่วมกับแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของตำบลแม่เหียะได้อย่างดี ผู้มาเยือนจะได้เห็นทั้งศรัทธาของชุมชนเก่า ความงามของงานช่างล้านนา และภาพความสัมพันธ์ระหว่างวัด ลำน้ำ ตลาด ชุมชน และการเดินทางของผู้คนในอดีต
 
ชื่อ “ท่าข้าม” สัมพันธ์โดยตรงกับภูมิประเทศและวิถีการสัญจรของชุมชนดั้งเดิม ในอดีตพื้นที่บ้านท่าข้ามเคยเป็นบริเวณโล่ง มีลำน้ำแม่เหียะไหลผ่านกลางหมู่บ้าน ผู้คนที่เดินทางมาจากทางตอนใต้ของเชียงใหม่ เช่น หางดง สันป่าตอง จอมทอง ฮอด และพื้นที่ใกล้เคียง ต้องใช้บริเวณนี้เป็นจุดข้ามน้ำก่อนเดินทางต่อเข้าสู่ตัวเมืองเชียงใหม่ พื้นที่นี้จึงเป็นทั้งท่าน้ำ จุดพักคอย จุดค้าขาย และจุดรวมผู้คน ชื่อวัดท่าข้ามจึงไม่ใช่ชื่อที่ตั้งขึ้นอย่างลอย ๆ แต่เป็นชื่อที่บันทึกหน้าที่ของพื้นที่ในอดีตไว้อย่างชัดเจน
 
ความเป็นมาของบ้านท่าข้ามเกี่ยวข้องกับการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากวัดพระธาตุศรีจอมทองเข้าสู่เมืองเชียงใหม่ ขบวนแห่พระธาตุเดินทางจากทางใต้ ผ่านวัดต้นเกว๋น แล้วมาพักที่บริเวณท่าข้ามเพื่อให้ชาวบ้านได้สักการะ ก่อนเดินทางต่อไปยังพลับพลาหรือตำหนักของเจ้านายฝ่ายเหนือ ซึ่งสัมพันธ์กับพื้นที่วัดตำหนักในปัจจุบัน เมื่อขบวนแห่เดินทางกลับ ก็ผ่านจุดท่าข้ามอีกครั้ง ความทรงจำดังกล่าวทำให้บ้านท่าข้ามและวัดท่าข้ามมีความหมายในฐานะพื้นที่รับเสด็จศรัทธา เป็นทางผ่านของพระบรมธาตุ และเป็นจุดเชื่อมระหว่างชุมชนชนบทตอนใต้กับนครเชียงใหม่
 
เดิมบ้านท่าข้ามมีชื่อว่า “บ้านแม่เหียะ” เพราะมีลำน้ำแม่เหียะไหลผ่าน ต่อมาชาวบ้านเรียกพื้นที่ตามหน้าที่ของท่าน้ำที่ใช้ข้ามไปมา จึงเกิดชื่อ “บ้านท่าข้าม” และชาวบ้านได้ร่วมกันสร้างวัดประจำหมู่บ้านขึ้นชื่อว่า “วัดท่าข้าม” เพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในพื้นที่ วัดจึงเกิดจากความสัมพันธ์ระหว่างน้ำ เส้นทางเดินทาง การค้าขาย การพักแรม และศรัทธาของชุมชน ไม่ใช่เพียงการสร้างศาสนสถานขึ้นในพื้นที่ว่าง วัดท่าข้ามจึงเป็นวัดที่ควรอ่านควบคู่กับประวัติหมู่บ้านและลำน้ำแม่เหียะเสมอ
 
คำว่า “แม่เหียะ” มีความหมายในระดับภูมินามท้องถิ่น โดยเกี่ยวข้องกับคำว่า “น้ำแม่เฮียะ” ซึ่งมาจากลำน้ำและต้นไม้ชนิดหนึ่งชื่อ “ไม้เฮียะ” ต้นไม้ชนิดนี้มีลักษณะเป็นลำปล้องคล้ายต้นไผ่และขึ้นตามสองฝั่งลำน้ำ ชาวบ้านจึงเรียกบริเวณลำน้ำนี้ว่า “น้ำแม่เฮียะ” ก่อนเสียงจะค่อย ๆ เพี้ยนมาเป็น “ลำน้ำแม่เหียะ” ในปัจจุบัน เมื่อเข้าใจความหมายของชื่อแม่เหียะแล้ว จะเห็นว่าวัดท่าข้ามไม่ได้มีคุณค่าเฉพาะตัววัดเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์น้ำ ต้นไม้ และชุมชนเก่าที่เคยหล่อเลี้ยงพื้นที่ตอนใต้ของเมืองเชียงใหม่
 
บริเวณบ้านท่าข้ามเคยเป็นพื้นที่พักและค้าขายของผู้คนที่เดินทางผ่าน สมัยหนึ่งพื้นที่ด้านตะวันตกของวัดมีสภาพเป็นป่ารก มีเถาวัลย์และต้นไม้หนาแน่น ต่อมาผู้นำชุมชนและชาวบ้านช่วยกันพัฒนาให้เป็นลานโล่งกว้าง ใช้เป็นตลาดประจำหมู่บ้าน มีชาวบ้านนำผลผลิตทางการเกษตรมาซื้อขายกันเป็นเวลายาวนาน เมื่อรูปแบบการค้าของชุมชนเปลี่ยนไป ตลาดหน้าวัดจึงถูกปรับบทบาทเป็นพื้นที่ของวัดสำหรับจัดกิจกรรมชุมชน เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่าวัดท่าข้ามเป็นวัดที่อยู่ใกล้ชีวิตชาวบ้านมาก ทั้งด้านศาสนา เศรษฐกิจชุมชน และกิจกรรมสาธารณะ
 
ต่อมามีถนนตัดเลียบลำน้ำแม่เหียะจากบ้านต้นปิน หมู่ที่ 5 ผ่านลำน้ำแม่เหียะหน้าวัดท่าข้าม เพื่อให้ชาวบ้านสัญจรสะดวกขึ้น และประมาณ พ.ศ. 2502 ทางราชการได้ขุดคลองชลประทานผ่านด้านหลังวัดเพื่อใช้ประโยชน์ทางการเกษตร การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ทำให้วัดท่าข้ามอยู่ในจุดตัดระหว่างภูมิประเทศเดิมกับระบบคมนาคมและชลประทานสมัยใหม่ วัดจึงเป็นหลักฐานของการเปลี่ยนผ่านจากชุมชนท่าน้ำและทุ่งนา ไปสู่ชุมชนเมืองและชานเมืองที่มีถนน หมู่บ้านจัดสรร ตลาด และสถานที่ท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
 
วัดท่าข้ามมีพื้นที่ตั้งวัด 2 ไร่ 41 ตารางวา และมีที่ธรณีสงฆ์เพิ่มเติม 1 งาน ภายในวัดมีอาคารเสนาสนะและพื้นที่สำคัญหลายส่วน ได้แก่ อุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ วิหาร ศาลาอเนกประสงค์ หอระฆัง เจดีย์จำลองทรงพระพุทธคยา และพื้นที่ทำบุญของชุมชน แม้วัดจะมีพื้นที่ไม่ใหญ่มาก แต่การจัดวางองค์ประกอบภายในวัดทำให้เห็นความครบถ้วนของวัดชุมชนที่ยังใช้งานจริง ทั้งด้านการประกอบพิธีกรรม การสอนธรรมะ การทำบุญ และการรองรับกิจกรรมของหมู่บ้าน
 
อุโบสถไม้สักทองเป็นไฮไลต์สำคัญของวัดท่าข้าม อุโบสถหลังเดิมเคยตั้งอยู่บริเวณปากทางเข้าวัดและหันหน้าไปทางทิศใต้สู่ลำน้ำแม่เหียะ ต่อมาเมื่ออาคารเก่าทรุดโทรมมาก จึงมีการรื้อและย้ายมาสร้างใหม่บริเวณด้านหน้าทางซ้ายมือของวิหาร โดยหันหน้าไปทางทิศตะวันออก เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ พ.ศ. 2542 ใช้เวลาก่อสร้าง 9 ปี และฉลองปอยหลวงตามประเพณีเมื่อ พ.ศ. 2551 อุโบสถหลังปัจจุบันเป็นอาคารไม้สักทองทรงล้านนาประยุกต์ ลงรักปิดทองทั้งหลัง งดงามโดดเด่นและเป็นจุดที่ควรชมอย่างตั้งใจ
 
ความงามของอุโบสถไม้สักทองไม่ได้อยู่เฉพาะความแวววาวของสีทอง แต่ยังอยู่ที่การเลือกใช้ไม้สัก การออกแบบทรงล้านนาประยุกต์ และความประณีตของงานช่างที่สอดคล้องกับศรัทธาของชุมชน อุโบสถเป็นอาคารสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในวัด เพราะเป็นพื้นที่ประกอบสังฆกรรมตามพระวินัย ผู้มาเยือนจึงควรชมอาคารนี้ด้วยความเคารพ ไม่สัมผัสงานไม้ งานปิดทอง หรือองค์ประกอบตกแต่งโดยไม่จำเป็น และควรสังเกตว่าการสร้างอุโบสถหลังใหม่ของวัดท่าข้ามเป็นการรักษาหน้าที่ทางศาสนาเดิม พร้อมปรับรูปแบบอาคารให้สอดคล้องกับยุคสมัย
 
พระวิหารของวัดท่าข้ามเป็นอีกอาคารที่มีคุณค่ามาก วิหารได้รับการบูรณะตกแต่งจากของเดิมและฉลองตามประเพณีใน พ.ศ. 2539 งานบูรณะประกอบด้วยช่างหลายกลุ่ม ทั้งช่างจากสันป่าตอง ช่างจากลำพูน และช่างฝีมือพื้นบ้านที่ดูแลรายละเอียดต่าง ๆ เช่น โครงสร้างวิหาร โครงประตูหน้าต่าง ลวดลายประตูหน้าต่าง ลายสังข์ ลายระเบียง และลายหน้าบัน การรวมตัวของช่างหลายกลุ่มสะท้อนว่าการบูรณะวัดชุมชนไม่ได้เป็นเพียงงานซ่อมอาคาร แต่เป็นการรวมศรัทธา ทักษะงานช่าง และความร่วมมือจากหลายพื้นที่ของล้านนา
 
จิตรกรรมภายในวิหารวัดท่าข้ามเป็นจุดเด่นที่ควรใช้เวลาดูอย่างละเอียด ฝาผนังส่วนบนเขียนเรื่องพระเวสสันดรชาดก ส่วนล่างเขียนภาพวิถีชีวิตและประเพณีท้องถิ่นของชาวล้านนา ภาพเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นทั้งศิลปกรรมและเครื่องมือถ่ายทอดความรู้ทางธรรม เพราะพระเวสสันดรชาดกเป็นเรื่องว่าด้วยทานบารมี ความเสียสละ และความมุ่งมั่นในการบำเพ็ญบารมี ส่วนภาพวิถีชีวิตพื้นบ้านช่วยเก็บภาพชุมชน ประเพณี การแต่งกาย กิจกรรม และบรรยากาศล้านนาไว้ในพื้นที่ศาสนา วัดท่าข้ามจึงเป็นแหล่งเรียนรู้ที่เชื่อมพระธรรมกับชีวิตชุมชนอย่างชัดเจน
 
พระพุทธรูปทองทิพย์ หรือชื่อเดิมว่า “ดวงทิพย์” เป็นพระพุทธรูปสำคัญของวัดท่าข้ามและเป็นศูนย์รวมศรัทธาของคนในชุมชน พระพุทธรูปองค์นี้สัมพันธ์กับเรื่องราวพระพี่พระน้องระหว่างวัดท่าข้ามกับวัดต้นปิน โดยมีเรื่องเล่าว่าบริเวณตรงข้ามวัดอีกฝั่งหนึ่งของลำน้ำแม่เหียะเคยเป็นพื้นที่วัดเก่าที่ถูกน้ำป่าและสภาพพื้นที่ลุ่มทำให้เสียหาย ต่อมาชาวบ้านพบพระพุทธรูปโบราณ 2 องค์ จึงอัญเชิญพระองค์ใหญ่ไว้ที่วัดท่าข้าม และพระองค์เล็กไว้ที่วัดต้นปิน เรียกกันว่า “พระพี่พระน้อง”
 
เรื่องพระพี่พระน้องนำไปสู่ความทรงจำเรื่องประเพณีแอ่วพระ ซึ่งเป็นประเพณีการนำพระพุทธรูปไปเยี่ยมเยือนกันในช่วงสงกรานต์ โดยมีขบวนแห่พระน้องจากวัดต้นปินมายังวัดท่าข้าม ประเพณีนี้สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างวัด ชุมชน และพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ในพื้นที่แม่เหียะ แม้ปัจจุบันประเพณีแอ่วพระไม่ได้จัดอย่างต่อเนื่อง แต่เรื่องเล่านี้ยังมีคุณค่าทางวัฒนธรรม เพราะช่วยให้เข้าใจว่าชุมชนล้านนาใช้พระพุทธรูป ขบวนแห่ งานสงกรานต์ และการเยี่ยมเยือนระหว่างวัดเป็นเครื่องมือเชื่อมญาติ เชื่อมบ้าน และเชื่อมศรัทธาของผู้คน
 
บริเวณที่พบพระพุทธรูปเก่ามีต้นโพธิ์ใหญ่และศาลป้อบ้านหรือศาลเจ้าบ้าน ซึ่งชาวบ้านยังใช้เป็นพื้นที่กราบไหว้สักการะในระดับชุมชน เรื่องนี้ทำให้วัดท่าข้ามมีความหมายมากกว่าพื้นที่ในรั้ววัด เพราะความศรัทธาในบ้านท่าข้ามแผ่เชื่อมไปถึงต้นโพธิ์ ศาลเจ้าบ้าน ลำน้ำแม่เหียะ และพื้นที่วัดเก่าในความทรงจำของชาวบ้าน การเที่ยววัดท่าข้ามจึงควรมองให้เห็นเครือข่ายพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์รอบวัด ไม่ใช่ดูเฉพาะอาคารหลักเพียงอย่างเดียว
 
ภายในวัดยังมีหอระฆังซึ่งช่วยเติมความสมบูรณ์ของวัดชุมชน หอระฆังในวัดไทยมีบทบาททั้งเชิงการใช้งานและเชิงสัญลักษณ์ ใช้บอกเวลา เรียกประชุม ประกาศกิจกรรม และสร้างจังหวะชีวิตให้กับพื้นที่ศาสนา เสียงระฆังเป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศวัดที่เชื่อมผู้คนเข้ากับกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา เมื่อมองหอระฆังร่วมกับวิหาร อุโบสถ ศาลา กุฏิ และลานกิจกรรม จะเห็นว่าวัดท่าข้ามเป็นวัดที่มีระบบพื้นที่สำหรับทั้งพระสงฆ์ ชาวบ้าน และผู้มาเยือนครบถ้วน
 
เจดีย์จำลองทรงพระพุทธคยาเป็นองค์ประกอบสำคัญที่สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2561 โดยได้ต้นแบบจากพุทธคยา ประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นสถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า เจดีย์ลักษณะนี้ทำให้วัดท่าข้ามมีมิติที่เชื่อมศรัทธาชุมชนท้องถิ่นกับพุทธสถานสำคัญระดับโลก การมีเจดีย์จำลองทรงพระพุทธคยาในวัดชุมชนแม่เหียะช่วยให้ผู้มาเยือนได้ระลึกถึงเหตุการณ์สำคัญในพุทธประวัติ และเห็นว่าศิลปกรรมร่วมสมัยของวัดไทยสามารถนำแรงบันดาลใจจากพุทธสถานภายนอกมาปรับใช้ในพื้นที่ท้องถิ่นได้อย่างมีความหมาย
 
ศาลาบำเพ็ญบุญบริเวณหน้าทางเข้าวัดเป็นอาคารอเนกประสงค์ 2 ชั้น ชั้นล่างใช้ประกอบกิจกรรมทั่วไป ส่วนชั้นบนเกี่ยวข้องกับการสอนหนังสือและการสอนธรรมะ วัดท่าข้ามเคยเปิดโรงเรียนสอนปริยัติธรรมแผนกธรรมบาลีตั้งแต่ พ.ศ. 2531 และเปิดโรงเรียนสอนพุทธศาสนาในวันอาทิตย์เมื่อ พ.ศ. 2533 แม้การเรียนการสอนในรูปแบบเดิมไม่ได้ดำเนินต่อเนื่อง แต่ประวัติส่วนนี้แสดงให้เห็นว่าวัดท่าข้ามเคยทำหน้าที่เป็นพื้นที่การศึกษาทางพระพุทธศาสนาของชุมชน ไม่ใช่เพียงสถานที่ประกอบพิธีหรือไหว้พระเท่านั้น
 
ภูมิปัญญากระเบื้องดินขอเป็นอีกประเด็นที่ทำให้ชุมชนบ้านท่าข้ามมีเอกลักษณ์ กระเบื้องดินขอเป็นวัสดุมุงหลังคาแบบดั้งเดิมที่เกี่ยวข้องกับงานช่างล้านนาและสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น การที่ข้อมูลชุมชนยกให้ภูมิปัญญากระเบื้องดินขอเป็นจุดเด่นของบ้านท่าข้าม แสดงว่าพื้นที่นี้ไม่ได้มีเพียงวัดเป็นศูนย์กลางทางศาสนา แต่ยังมีองค์ความรู้ด้านวัสดุ งานช่าง และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ช่วยอธิบายวิธีสร้างบ้าน สร้างวัด และสร้างสถาปัตยกรรมล้านนาในอดีต การเที่ยววัดท่าข้ามจึงเปิดโอกาสให้มองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างศาสนสถานกับภูมิปัญญาช่างพื้นบ้าน
 
บทบาทของวัดท่าข้ามในปัจจุบันยังคงเชื่อมกับกิจกรรมชุมชนอย่างชัดเจน วัดเป็นสถานที่ประกอบพิธีทางพระพุทธศาสนา เป็นพื้นที่ทำบุญของคนในหมู่บ้าน และยังถูกใช้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมชุมชนในเทศบาลเมืองแม่เหียะ เช่น งานประเพณีปี๋ใหม่เมืองและกิจกรรมรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ บทบาทเช่นนี้ช่วยยืนยันว่าวัดท่าข้ามยังเป็นวัดที่มีชีวิต เป็นพื้นที่ที่ชุมชนใช้จริง และเป็นส่วนหนึ่งของการสืบทอดวัฒนธรรมล้านนาในปัจจุบัน ไม่ใช่เพียงแหล่งท่องเที่ยวหรือสถานที่ถ่ายภาพเท่านั้น
 
เจ้าอาวาสที่ปรากฏในข้อมูลชุมชนร่วมสมัยคือพระมหาปองปรีดา ปริปุณโณ ซึ่งมีบทบาทให้ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติบ้านท่าข้ามและวัดท่าข้ามร่วมกับผู้นำชุมชน การมีพระสงฆ์และผู้นำท้องถิ่นช่วยกันถ่ายทอดประวัติชุมชนเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะข้อมูลประเภทนี้ไม่ได้อยู่ในเอกสารราชการเสมอไป แต่สืบทอดผ่านความทรงจำ คำบอกเล่า การสัมภาษณ์ และการทำงานร่วมกันของวัดกับชุมชน วัดท่าข้ามจึงเป็นตัวอย่างของวัดที่ยังทำหน้าที่รักษาทั้งศาสนาและความทรงจำของหมู่บ้าน
 
การเดินทางไปวัดท่าข้ามทำได้สะดวกจากตัวเมืองเชียงใหม่ หากเริ่มจากสี่แยกสนามบินหรือศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต สามารถใช้ถนนเชียงใหม่–หางดงมุ่งหน้าไปทางตำบลแม่เหียะและอำเภอหางดง จากนั้นเชื่อมเข้าสู่พื้นที่บ้านท่าข้าม หมู่ที่ 4 หรือใช้เส้นทางถนนเลียบคลองชลประทานจากตลาดต้นพะยอมลงมาทางทิศใต้ระยะประมาณ 6 กิโลเมตร วัดตั้งอยู่ในพื้นที่กลางตำบลแม่เหียะ ผู้ใช้รถยนต์ส่วนตัวควรระบุปลายทางว่า “วัดท่าข้าม แม่เหียะ” เพื่อป้องกันความสับสนกับวัดท่าข้ามแห่งอื่นในจังหวัดเชียงใหม่
 
ผู้ที่เดินทางด้วยรถสาธารณะสามารถใช้รถแดง รถตุ๊กตุ๊ก หรือแท็กซี่ผ่านแอปจากสนามบินเชียงใหม่ ประตูท่าแพ นิมมานเหมินท์ หรือย่านคูเมืองได้ โดยควรระบุจุดหมายว่า “วัดท่าข้าม หมู่ 4 ตำบลแม่เหียะ” หากต้องการเดินทางแบบประหยัดสามารถใช้รถโดยสารสายเชียงใหม่–หางดง แล้วต่อรถท้องถิ่นหรือเดินระยะสั้นตามจุดลงที่เหมาะสม เส้นทางนี้ควรวางแผนตามสภาพจราจร โดยเฉพาะช่วงเช้าและเย็น เพราะถนนเชียงใหม่–หางดงและถนนเลียบคลองชลประทานมีการสัญจรหนาแน่นในบางช่วง
 
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเข้าชมวัดท่าข้ามคือช่วงเช้าและช่วงบ่ายก่อนเย็น ช่วงเช้าเหมาะกับการไหว้พระ ชมอุโบสถไม้สักทอง และเดินดูวิหารในบรรยากาศสงบ ส่วนช่วงบ่ายเหมาะกับการถ่ายภาพงานไม้ งานปิดทอง ลายวิหาร หอระฆัง และเจดีย์จำลองทรงพระพุทธคยา ผู้มาเยือนควรใช้เวลาอย่างน้อย 30–60 นาที เพื่อเดินชมพื้นที่สำคัญภายในวัดอย่างครบถ้วน หากต้องการศึกษาเรื่องจิตรกรรมพระเวสสันดรชาดกและวิถีล้านนา ควรใช้เวลานานขึ้นและชมอย่างสงบ
 
ข้อปฏิบัติในการเข้าชมวัดท่าข้ามควรยึดหลักเดียวกับการเข้าวัดไทยทั่วไป ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ ถอดรองเท้าก่อนเข้าอาคารศาสนสถาน ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ปีนฐานพระพุทธรูปหรือเจดีย์ ไม่สัมผัสงานไม้ งานปิดทอง ภาพจิตรกรรม หรือองค์ประกอบเก่าแก่โดยไม่จำเป็น และควรเคารพพระสงฆ์กับผู้มาทำบุญภายในวัด หากมีพิธีกรรม งานบุญ หรืองานชุมชน ควรเปิดพื้นที่ให้คนในชุมชนใช้ประกอบกิจกรรมก่อน การเที่ยววัดท่าข้ามอย่างเหมาะสมจึงควรเป็นการเที่ยวที่ให้ความสำคัญกับความสงบและศรัทธาเป็นหลัก
 
ในด้านการถ่ายภาพ วัดท่าข้ามเหมาะกับผู้ที่สนใจสถาปัตยกรรมล้านนาและบรรยากาศวัดชุมชน จุดที่ควรเก็บภาพ ได้แก่ อุโบสถไม้สักทองทรงล้านนาประยุกต์ พระวิหารที่มีจิตรกรรม หอระฆัง เจดีย์จำลองทรงพระพุทธคยา ศาลาบำเพ็ญบุญ และบรรยากาศรอบลำน้ำแม่เหียะกับชุมชนบ้านท่าข้าม ภาพที่ดีของวัดแห่งนี้ไม่ควรเก็บเฉพาะอาคารงดงาม แต่ควรสะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับหมู่บ้าน เพราะวัดท่าข้ามมีคุณค่าจากความเป็นวัดชุมชนที่ใช้พื้นที่ร่วมกันมาหลายรุ่น
 
หากต้องการจัดเส้นทางท่องเที่ยว วัดท่าข้ามสามารถเที่ยวร่วมกับวัดต้นปิน วัดตำหนัก วัดอุโบสถ วัดพระธาตุดอยคำ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี บ้านข้างวัด และวัดอินทราวาสหรือวัดต้นเกว๋นได้สะดวก เส้นทางนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการเที่ยวเชียงใหม่ตอนใต้ของเมืองแบบครบทั้งวัดเก่า ชุมชนล้านนา สวนสาธารณะ สถานที่ครอบครัว และแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรม หากเริ่มจากสนามบินเชียงใหม่หรือย่านหางดง สามารถจัดเส้นทางครึ่งวันหรือเต็มวันได้โดยไม่ต้องย้อนกลับเข้าคูเมืองบ่อยครั้ง
 
เมื่อเทียบกับวัดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากกว่าในเชียงใหม่ จุดแข็งของวัดท่าข้ามคือความเป็นวัดที่เล่าเรื่องชุมชนได้ชัดเจนมาก วัดมีที่มาจากจุดข้ามลำน้ำแม่เหียะ มีความทรงจำเกี่ยวกับขบวนแห่พระบรมสารีริกธาตุจากจอมทอง มีเรื่องพระพี่พระน้องกับวัดต้นปิน มีประเพณีแอ่วพระในความทรงจำ มีอุโบสถไม้สักทองที่งดงาม มีวิหารพร้อมจิตรกรรมพระเวสสันดรชาดก มีเจดีย์จำลองทรงพระพุทธคยา และมีภูมิปัญญากระเบื้องดินขอของชุมชน รายละเอียดเหล่านี้ทำให้วัดท่าข้ามเป็นวัดขนาดไม่ใหญ่มากแต่มีเนื้อหาทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมแน่นมาก
 
โดยสรุป วัดท่าข้าม (แม่เหียะ) เป็นวัดเก่าแก่ของบ้านท่าข้ามที่ควรแวะเมื่อเดินทางท่องเที่ยวตำบลแม่เหียะและเชียงใหม่ตอนใต้ วัดแห่งนี้สะท้อนทั้งประวัติการเดินทางข้ามลำน้ำแม่เหียะ ความศรัทธาต่อพระบรมสารีริกธาตุ ความสัมพันธ์กับวัดต้นปิน งานช่างล้านนา อุโบสถไม้สักทอง พระวิหารจิตรกรรม พระพุทธรูปทองทิพย์ เจดีย์จำลองทรงพระพุทธคยา และบทบาทวัดชุมชนที่ยังใช้งานจริงในปัจจุบัน ผู้ที่ต้องการเข้าใจเชียงใหม่ในมิติชุมชน วัด น้ำ เส้นทาง และศรัทธาท้องถิ่น ควรจัดวัดท่าข้ามไว้ในเส้นทางท่องเที่ยว เพราะที่นี่ให้ทั้งความสงบ ความรู้ และภาพชัดของชีวิตวัฒนธรรมแม่เหียะที่สืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน
 
ชื่อสถานที่วัดท่าข้าม (แม่เหียะ)
ที่ตั้งบ้านท่าข้าม หมู่ที่ 4 ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
ที่อยู่เลขที่ 18 บ้านท่าข้าม หมู่ที่ 4 ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50100
พิกัด18.743014, 98.946995
ประเภทวัดวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย
พื้นที่ตั้งวัด2 ไร่ 41 ตารางวา และมีที่ธรณีสงฆ์ 1 งาน
ไฮไลต์อุโบสถไม้สักทองทรงล้านนาประยุกต์ พระวิหารจิตรกรรมพระเวสสันดรชาดกและประเพณีล้านนา หอระฆัง เจดีย์จำลองทรงพระพุทธคยา พระพุทธรูปทองทิพย์ และประวัติท่าข้ามลำน้ำแม่เหียะ
ประวัติ / สมัย / ยุคชาวบ้านร่วมกันสร้างวัดประจำหมู่บ้านในพื้นที่ท่าข้ามลำน้ำแม่เหียะ โดยมีประวัติเชื่อมโยงกับขบวนอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากวัดพระธาตุศรีจอมทองเข้าสู่เมืองเชียงใหม่
วิสุงคามสีมาได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา พ.ศ. 2493
ที่มาของชื่อชื่อวัดมาจากท่าน้ำสำหรับข้ามลำน้ำแม่เหียะ ซึ่งเคยเป็นจุดพัก จุดค้าขาย และจุดสัญจรของผู้คนที่เดินทางระหว่างพื้นที่ตอนใต้ของเชียงใหม่กับตัวเมือง
ปูชนียวัตถุ / สิ่งสำคัญพระพุทธรูปทองทิพย์ ชื่อเดิมดวงทิพย์ พระพุทธรูปโบราณที่สัมพันธ์กับเรื่องพระพี่พระน้องระหว่างวัดท่าข้ามกับวัดต้นปิน
ลักษณะเด่นของอุโบสถอุโบสถไม้สักทองทรงล้านนาประยุกต์ ลงรักปิดทองทั้งหลัง เริ่มก่อสร้าง พ.ศ. 2542 ใช้เวลาก่อสร้าง 9 ปี และฉลองปอยหลวงเมื่อ พ.ศ. 2551
ลักษณะเด่นของวิหารวิหารมีจิตรกรรมฝาผนัง ส่วนบนเล่าเรื่องพระเวสสันดรชาดก ส่วนล่างเล่าเรื่องวิถีชีวิตและประเพณีพื้นเมืองล้านนา
เจดีย์สำคัญเจดีย์จำลองทรงพระพุทธคยา สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2561 โดยได้แรงบันดาลใจจากพุทธคยา ประเทศอินเดีย
ประเพณีและความทรงจำชุมชนมีเรื่องประเพณีแอ่วพระในช่วงสงกรานต์ โดยนำพระน้องจากวัดต้นปินมายังวัดท่าข้าม สัมพันธ์กับเรื่องพระพี่พระน้องของสองวัด
ภูมิปัญญาชุมชนบ้านท่าข้ามมีภูมิปัญญากระเบื้องดินขอ ซึ่งเป็นองค์ความรู้ด้านวัสดุและงานช่างพื้นบ้านล้านนา
เจ้าอาวาส / ผู้ดูแลพระมหาปองปรีดา ปริปุณโณ
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 17.00 น.
สถานะปัจจุบันเปิดให้เข้าทำบุญ ไหว้พระ ชมวัด และเป็นพื้นที่กิจกรรมของชุมชนบ้านท่าข้ามกับเทศบาลเมืองแม่เหียะ
สิ่งอำนวยความสะดวกอุโบสถ วิหาร ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ ศาลาอเนกประสงค์ หอระฆัง ศาลาบำเพ็ญบุญ ลานกิจกรรม พื้นที่ทำบุญ และพื้นที่เดินชมวัด
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญอุโบสถไม้สักทอง พระวิหารจิตรกรรม พระพุทธรูปทองทิพย์ หอระฆัง เจดีย์จำลองทรงพระพุทธคยา ศาลาบำเพ็ญบุญ ศาลาอเนกประสงค์ กุฏิสงฆ์ และลานกิจกรรมชุมชน
การเดินทางเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ได้ทางถนนเชียงใหม่–หางดง หรือถนนเลียบคลองชลประทาน จากสี่แยกสนามบินเชียงใหม่ไปทางทิศใต้ประมาณ 6 กม. เข้าสู่พื้นที่บ้านท่าข้าม หมู่ที่ 4 ตำบลแม่เหียะ
ข้อควรปฏิบัติแต่งกายสุภาพ ถอดรองเท้าก่อนเข้าอาคารศาสนสถาน ไม่สัมผัสพระพุทธรูป งานไม้ งานปิดทอง หรือภาพจิตรกรรม ไม่ปีนฐานเจดีย์ และเคารพกิจกรรมของพระสงฆ์กับชุมชน
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. วัดต้นปิน ประมาณ 1 กม.
2. วัดตำหนักสวนขวัญสิริมังคลาจารย์ ประมาณ 2 กม.
3. วัดอุโบสถ แม่เหียะ ประมาณ 2 กม.
4. วัดพระธาตุดอยคำ ประมาณ 4 กม.
5. อุทยานหลวงราชพฤกษ์ ประมาณ 4 กม.
6. เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ประมาณ 5 กม.
7. วัดอินทราวาส หรือวัดต้นเกว๋น ประมาณ 5 กม.
8. บ้านข้างวัด ประมาณ 7 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ลูกชิ้นทอดเพิ่มพูน น้ำจิ้มรสเด็ด วัดท่าข้าม ประมาณ 0.2 กม. โทร. 099-239-1999
2. ข้าวมันไก่ วิภาวดี เลิศรส สาขาแม่เหียะ–ดอนปิน ประมาณ 1 กม. โทร. 093-243-8572
3. อิ่ม อร่อย ข้าวต้ม 1 บาท แม่เหียะ ประมาณ 3 กม. โทร. 088-829-1666, 062-445-9444, 095-446-3363
4. Cup Fine Day Coffee & Cuisine ประมาณ 4 กม. โทร. 081-992-2249
5. บ้านสวนกาแฟ ประมาณ 5 กม. โทร. 084-821-7357, 093-228-4958
6. Khaomao-Khaofang Chiang Mai ประมาณ 5 กม. โทร. 063-665-5838
ที่พักใกล้เคียง1. Pimlada Hotel ประมาณ 0.3 กม. โทร. 099-269-4256
2. Mina Garden Villa Resort ประมาณ 0.4 กม. โทร. 053-281-658
3. Pool Suite Chiang Mai ประมาณ 2 กม. โทร. 099-236-3222, 063-798-3444, 053-908-456
4. Donpin No.8 ประมาณ 2 กม. โทร. 099-103-4820
5. Vdara Resort and Spa ประมาณ 3 กม. โทร. 061-270-5888
6. Mountain Creek Resort ประมาณ 5 กม. โทร. 053-111-424
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดท่าข้าม (แม่เหียะ) อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดท่าข้ามตั้งอยู่เลขที่ 18 บ้านท่าข้าม หมู่ที่ 4 ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ อยู่ในพื้นที่ตอนใต้ของตัวเมืองเชียงใหม่ ใกล้เส้นทางถนนเชียงใหม่–หางดงและถนนเลียบคลองชลประทาน
 
ถาม: วัดท่าข้ามเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: วัดท่าข้ามเปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
 
ถาม: ชื่อวัดท่าข้ามมีที่มาอย่างไร?
ตอบ: ชื่อวัดมาจากบริเวณท่าน้ำสำหรับข้ามลำน้ำแม่เหียะ ซึ่งเคยเป็นจุดพัก จุดค้าขาย และจุดสัญจรของผู้คนจากพื้นที่ตอนใต้ของเชียงใหม่ก่อนเดินทางเข้าสู่ตัวเมือง
 
ถาม: สิ่งสำคัญภายในวัดท่าข้ามมีอะไรบ้าง?
ตอบ: สิ่งสำคัญภายในวัด ได้แก่ อุโบสถไม้สักทองทรงล้านนาประยุกต์ พระวิหารที่มีจิตรกรรมพระเวสสันดรชาดกและประเพณีพื้นเมืองล้านนา หอระฆัง เจดีย์จำลองทรงพระพุทธคยา และพระพุทธรูปทองทิพย์
 
ถาม: พระพุทธรูปทองทิพย์สำคัญอย่างไร?
ตอบ: พระพุทธรูปทองทิพย์หรือชื่อเดิมว่าดวงทิพย์เป็นพระพุทธรูปสำคัญของวัดท่าข้าม และสัมพันธ์กับเรื่องพระพี่พระน้องระหว่างวัดท่าข้ามกับวัดต้นปิน ซึ่งเป็นความทรงจำทางศรัทธาของชุมชนแม่เหียะ
 
ถาม: วัดท่าข้ามมีประเพณีสำคัญอะไร?
ตอบ: วัดท่าข้ามมีความทรงจำเกี่ยวกับประเพณีแอ่วพระในช่วงสงกรานต์ โดยเป็นการแห่พระน้องจากวัดต้นปินมายังวัดท่าข้าม เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างวัดและชุมชนในพื้นที่แม่เหียะ
 
ถาม: เดินทางไปวัดท่าข้ามอย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองเชียงใหม่สามารถใช้ถนนเชียงใหม่–หางดงหรือถนนเลียบคลองชลประทาน จากสี่แยกสนามบินเชียงใหม่ไปทางทิศใต้ประมาณ 6 กม. แล้วเข้าสู่บ้านท่าข้าม หมู่ที่ 4 ตำบลแม่เหียะ สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถแดง รถตุ๊กตุ๊ก หรือแท็กซี่ผ่านแอปได้
 
ถาม: เที่ยววัดท่าข้ามร่วมกับสถานที่ใดได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับวัดต้นปิน วัดตำหนักสวนขวัญสิริมังคลาจารย์ วัดอุโบสถ วัดพระธาตุดอยคำ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี วัดต้นเกว๋น และบ้านข้างวัดได้สะดวก

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัดประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคเหนือ

ปรับปรุงล่าสุด : 3 วันที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
https://www.lovethailand.org/อ.เมืองเชียงใหม่(121)
https://www.lovethailand.org/อ.จอมทอง(47)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่แจ่ม(25)
https://www.lovethailand.org/อ.เชียงดาว(33)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยสะเก็ด(68)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่แตง(85)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่ริม(69)
https://www.lovethailand.org/อ.สะเมิง(29)
https://www.lovethailand.org/อ.ฝาง(71)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่อาย(62)
https://www.lovethailand.org/อ.พร้าว(70)
https://www.lovethailand.org/อ.สันป่าตอง(105)
https://www.lovethailand.org/อ.สันกำแพง(66)
https://www.lovethailand.org/อ.สันทราย(73)
https://www.lovethailand.org/อ.หางดง(74)
https://www.lovethailand.org/อ.ฮอด(32)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยเต่า(22)
https://www.lovethailand.org/อ.อมก๋อย(11)
https://www.lovethailand.org/อ.สารภี(74)
https://www.lovethailand.org/อ.เวียงแหง(15)
https://www.lovethailand.org/อ.ไชยปราการ(28)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่วาง(32)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่ออน(22)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยหล่อ(34)
https://www.lovethailand.org/อ.กัลยาณิวัฒนา(1)