วัดไร่ขิง

วัดไร่ขิง

วัดไร่ขิง
Rating: 4/5 (5 votes)
แผนที่แผนที่แผนที่มีแผนที่ มีแผนที่ ไม่มีแผนที่ ไม่มีแผนที่

สถานที่ท่องเที่ยวนครปฐม

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย

วันเปิดทำการ: เปิดทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 07.00 – 18.00 น.
 
วัดไร่ขิง พระอารามหลวง เป็นวัดสำคัญริมแม่น้ำท่าจีน หรือที่เรียกอีกชื่อว่าแม่น้ำนครชัยศรี ตั้งอยู่ที่ตำบลไร่ขิง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย และเป็นหนึ่งในวัดที่ประชาชนรู้จักกันมากที่สุดแห่งหนึ่งของภาคกลาง เพราะเป็นที่ประดิษฐาน “หลวงพ่อวัดไร่ขิง” พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวนครปฐมและพุทธศาสนิกชนจากทั่วสารทิศให้ความเคารพศรัทธาอย่างยาวนาน แม้วัดจะอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานครและเดินทางสะดวก แต่เมื่อก้าวเข้าสู่บริเวณวัดแล้วกลับให้ความรู้สึกต่างจากความเร่งรีบของเมืองอย่างชัดเจน ทั้งด้วยบรรยากาศริมน้ำ ความร่มรื่นของพื้นที่ และแรงศรัทธาที่สัมผัสได้ตลอดทั้งวัน
 
เดิมวัดไร่ขิงเป็นวัดราษฎร์ ก่อนจะยกฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2533 ทำให้วัดแห่งนี้มีสถานะสำคัญทั้งในทางประวัติศาสตร์ ศาสนา และความรู้สึกของผู้คนในพื้นที่ ความสำคัญของวัดไม่ได้อยู่เพียงการเป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจ แต่ยังเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชนอำเภอสามพรานและจังหวัดนครปฐมมาโดยตลอด ชื่อของวัดไร่ขิงยังผูกพันกับวิถีชีวิตชาวบ้านริมแม่น้ำนครชัยศรีอย่างแน่นแฟ้น จนกลายเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญของการทำบุญ ไหว้พระ และท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมใกล้กรุงเทพฯ ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง
 
สำหรับประวัติการสร้างวัด คนรุ่นเก่าเล่าสืบต่อกันมาว่าวัดไร่ขิงสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2394 โดยพระธรรมราชานุวัตร (พุก) ชาวเมืองนครชัยศรี ซึ่งต่อมาท่านได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จพระพุฒาจารย์ (พุก) ในขณะนั้นท่านดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดศาลาปูนวรวิหาร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และได้กลับมาสร้างวัดไร่ขิงรวมถึงวัดดอนหวายในถิ่นบ้านเกิดของท่าน อย่างไรก็ตาม งานก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์ก่อนที่ท่านจะมรณภาพในปี พ.ศ. 2427 ทำให้งานหลายส่วนตกเป็นภาระของพระธรรมราชานุวัตร (อาจ จนฺทโชโต) เจ้าอาวาสวัดศาลาปูนรูปที่ 6 ซึ่งเป็นหลานชายของท่าน และเป็นผู้สานต่อการปฏิสังขรณ์และดูแลวัดต่อมา
 
ชื่อของวัดก็มีเรื่องเล่าที่น่าสนใจเช่นกัน เดิมพื้นที่แถบนี้มีชาวจีนตั้งบ้านเรือนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก และนิยมปลูกขิงกันอย่างแพร่หลาย จนกลายเป็นที่มาของชื่อชุมชนว่า “ไร่ขิง” เมื่อชุมชนมีความหนาแน่นมากขึ้น จึงได้มีการสร้างวัดขึ้นเพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้าน วัดจึงได้ชื่อตามชุมชนว่า “วัดไร่ขิง” ต่อมาในราว พ.ศ. 2446 สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส เสด็จตรวจเยี่ยมวัดในเขตอำเภอสามพราน และเสด็จมาถึงวัดแห่งนี้ ทรงตั้งชื่อใหม่ว่า “วัดมงคลจินดาราม” พร้อมใส่วงเล็บชื่อเดิมต่อท้ายว่า “(ไร่ขิง)” จึงกลายเป็น “วัดมงคลจินดาราม (ไร่ขิง)” แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผู้คนยังคงเรียกติดปากว่า “วัดไร่ขิง” จนกลายเป็นชื่อที่ใช้สืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน
 
หัวใจสำคัญที่สุดของวัดไร่ขิงคือ “หลวงพ่อวัดไร่ขิง” พระพุทธรูปปางมารวิชัยอันเป็นที่เคารพบูชาของผู้คนอย่างสูง องค์พระเป็นพระพุทธรูปเนื้อทองสัมฤทธิ์ ขนาดหน้าตักกว้าง 4 ศอก 2 นิ้วเศษ สูง 4 ศอก 16 นิ้วเศษ ประดิษฐานอยู่บนฐานชุกชี 5 ชั้นภายในพระอุโบสถ หันพระพักตร์ไปทางทิศอุดรหรือทิศเหนือ ซึ่งเป็นด้านหน้าวัดที่มีแม่น้ำนครชัยศรีไหลผ่าน ลักษณะพุทธศิลป์ขององค์หลวงพ่อมีความโดดเด่นมาก เพราะพระวรกายมีลักษณะผึ่งผายคล้ายศิลปะเชียงแสน พระหัตถ์เรียวงามแบบสุโขทัย ขณะที่พระพักตร์มีเค้าของศิลปะรัตนโกสินทร์ ทำให้เป็นพระพุทธรูปที่งดงามและมีเอกลักษณ์ทางศิลปกรรมอย่างเด่นชัด
 
ตามหนังสือประวัติของวัดไร่ขิงได้กล่าวไว้ว่า สมเด็จพระพุฒาจารย์ (พุก) ได้อัญเชิญองค์พระมาจากวัดศาลาปูน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยนำล่องมาทางน้ำบนแพไม้ไผ่หรือที่เรียกว่าแพลูกบวบ เมื่อแพล่องมาถึงหน้าวัดไร่ขิง จึงได้อัญเชิญองค์พระขึ้นประดิษฐานภายในพระอุโบสถ ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 ซึ่งเป็นวันสงกรานต์พอดี ในขณะที่กำลังอัญเชิญองค์หลวงพ่อขึ้นจากแพสู่ปะรำพิธี ได้เกิดเหตุอัศจรรย์ขึ้นตามคำบอกเล่าของผู้คน คือแสงแดดที่ร้อนแรงกลับพลันมืดครึ้ม มีลมพัดแรง ฟ้าคะนอง และมีฝนโปรยลงมาทำให้บรรยากาศเย็นฉ่ำ ประชาชนที่มาร่วมพิธีต่างเกิดความปิติและตั้งจิตอธิษฐานร่วมกันว่า หลวงพ่อจะดลบันดาลความร่มเย็นเป็นสุขให้แก่ผู้คน ดุจสายฝนที่หล่อเลี้ยงแผ่นดินให้ชุ่มชื้นและงอกงาม ด้วยเหตุนี้ วันอัญเชิญองค์พระซึ่งตรงกับวันสงกรานต์จึงถูกถือเป็นวันสำคัญ และกลายมาเป็นที่มาของงานเทศกาลนมัสการปิดทองหลวงพ่อวัดไร่ขิงที่สืบต่อมาจนถึงทุกวันนี้
 
ตำนานของหลวงพ่อวัดไร่ขิงยังมีหลากหลายสายเรื่องเล่า สะท้อนความศรัทธาที่สืบทอดในรูปแบบมุขปาฐะ ตำนานหนึ่งกล่าวว่า สมเด็จพระพุฒาจารย์ (พุก) ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมวัดในเขตอำเภอสามพราน และเมื่อเข้าไปในพระอุโบสถวัดไร่ขิงก็เห็นว่าพระประธานเดิมมีขนาดเล็กเกินไป จึงบอกให้เจ้าอาวาสและชาวบ้านไปอัญเชิญพระสำคัญจากวัดศาลาปูนมาประดิษฐาน อีกตำนานหนึ่งผูกกับเหตุการณ์การสร้างวัดในปี พ.ศ. 2394 ว่าเมื่อสร้างพระอุโบสถเสร็จแล้ว จึงอัญเชิญพระสำคัญจากกรุงเก่ามาเพื่อประดิษฐานเป็นพระประธาน แต่การก่อสร้างยังไม่สมบูรณ์ก่อนผู้ริเริ่มจะมรณภาพ ส่วนงานที่เหลือจึงตกแก่พระธรรมราชานุวัตร (อาจ จนฺทโชโต) ผู้สืบงานต่อจนแล้วเสร็จ
 
อีกตำนานที่ได้รับการเล่าขานมากที่สุดคือเรื่องพระพุทธรูปลอยน้ำ ซึ่งบางกระแสกล่าวว่ามี 5 องค์ และบางกระแสกล่าวว่ามี 3 องค์ โดยตำนานแบบ 5 องค์เชื่อมโยงกับพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ลอยไปตามสายน้ำต่าง ๆ จนกลายเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของหลายจังหวัด ได้แก่ หลวงพ่อโสธร หลวงพ่อวัดไร่ขิง หลวงพ่อวัดบางพลี หลวงพ่อวัดบ้านแหลม และหลวงพ่อวัดเขาตะเครา ส่วนตำนานของเมืองนครปฐมเองก็มีเรื่องเล่าว่าพระพุทธรูป 3 องค์ได้ลอยน้ำมาพร้อมกัน แสดงปาฏิหาริย์ไปตามลำน้ำและชุมชนหลายแห่ง ก่อนที่องค์หนึ่งจะยอมสถิตอยู่ที่วัดไร่ขิง อีกองค์ไปยังวัดบ้านแหลม และอีกองค์ขึ้นที่วัดเขาตะเครา แม้ตำนานเหล่านี้จะมีหลายรูปแบบ แต่สิ่งที่เหมือนกันคือการยืนยันว่าหลวงพ่อวัดไร่ขิงมิใช่เพียงพระประธานของวัดเท่านั้น หากยังเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนรับรู้ว่ามีปาฏิหาริย์และเป็นที่พึ่งทางใจมาอย่างยาวนาน
 
พระอุโบสถของวัดไร่ขิงเป็นอีกส่วนที่มีคุณค่าทางศิลปกรรมอย่างมาก ตัวอาคารเป็นทรงโรง ศิลปะรัตนโกสินทร์ตอนต้น ก่ออิฐถือปูน หน้าบันเป็นลายพุดตาล ติดช่อฟ้า ใบระกา และหางหงส์ หลังคามุงกระเบื้องเคลือบสลับสีอย่างงดงาม ซุ้มประตูตกแต่งด้วยลายปูนปั้นเครือเถา บานประตูด้านนอกเป็นลายรดน้ำรูปท้าวจัตุโลกบาล ส่วนด้านในเป็นภาพสีรูปอสูรยักษ์เซี้ยวกาง บานหน้าต่างด้านนอกเป็นลายรดน้ำรูปต้นไม้พร้อมสิงสาราสัตว์ และด้านในเป็นภาพเขียนสีดอกไม้ ซุ้มหน้าต่างก็ตกแต่งด้วยลายปูนปั้นเครือเถาเช่นเดียวกัน รายละเอียดเหล่านี้ทำให้วัดไร่ขิงเป็นสถานที่ที่มีความสมบูรณ์ทั้งในแง่ศรัทธาและในแง่การศึกษาศิลปกรรมไทย
 
รอบพระอุโบสถยังมีวิหารประจำทิศทั้ง 4 ทิศ โดยหน้าบันใช้ปูนปั้นลายเทพพนม ไม่มีซุ้มประตูหน้าต่างแบบวิหารทั่วไป ด้านหน้าและด้านหลังของพระอุโบสถมีศาลาจตุรมุขซึ่งเป็นศาลาทรงไทย 4 มุข หน้าบันทั้ง 4 ด้านมีภาพปูนปั้นเล่าเรื่องพุทธประวัติตั้งแต่ประสูติจนถึงปรินิพพาน รวมถึงการแบ่งพระบรมสารีริกธาตุ ขอบล่างประดับด้วยรูปปั้นราหูอมจันทร์ และปลายเสาทุกต้นมีบัวหงาย เพิ่มมิติทางศิลปกรรมให้กับพื้นที่โดยรอบอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีมณฑปกลางสระน้ำซึ่งประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลองอยู่ทางทิศตะวันตกของพระอุโบสถ เป็นอีกจุดหนึ่งที่ผู้มาเยือนนิยมแวะสักการะ
 
วัดไร่ขิงมิใช่เพียงวัดเก่าแก่ที่มีเรื่องเล่าและสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญเท่านั้น แต่ยังเป็นวัดที่มีชีวิตอย่างชัดเจนในปัจจุบัน อาณาเขตของวัดแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือเขตศาสนสถานและเขตสาธารณสถาน โดยพื้นที่ของโรงเรียนและโรงพยาบาลอยู่ร่วมในบริเวณเดียวกันและมีถนนตัดผ่านกลาง ภาพนี้แสดงให้เห็นว่าวัดไร่ขิงเป็นศูนย์กลางของชุมชนในความหมายที่แท้จริง เชื่อมโยงทั้งศาสนา การศึกษา การรักษาพยาบาล และวิถีชีวิตของผู้คนเข้าไว้ด้วยกัน เมื่อเดินอยู่ภายในวัดจึงไม่ได้สัมผัสเพียงความสงบของพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ แต่ยังเห็นชีวิตประจำวันของผู้คนที่ยังคงสัมพันธ์กับวัดอย่างใกล้ชิด
 
บรรยากาศบริเวณหน้าวัดริมแม่น้ำท่าจีนเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่ทำให้วัดไร่ขิงต่างจากวัดอื่น เพราะพื้นที่ริมแม่น้ำด้านหน้าวัดเป็นเขตอภัยทานที่มีปลาสวายตัวโตนับพันอาศัยอยู่ นักท่องเที่ยวสามารถซื้อขนมปังหรืออาหารปลาเพื่อให้อาหารปลาได้ กิจกรรมนี้ช่วยให้การมาเยือนวัดมีความผ่อนคลายและเป็นมิตรกับคนทุกวัย ทั้งผู้สูงอายุ ครอบครัว และเด็ก ๆ ขณะเดียวกันทุกวันศุกร์และเช้าวันอาทิตย์ บริเวณหน้าวัดยังมีตลาดนัดอาหารและผลไม้ ทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสวิถีชุมชนริมน้ำอย่างใกล้ชิด มีทั้งของกินพื้นบ้าน ผลไม้ และบรรยากาศการค้าขายที่คึกคัก จึงทำให้วัดไร่ขิงเป็นมากกว่าวัดสำหรับไหว้พระ แต่เป็นจุดหมายที่รวมศรัทธา การพักผ่อน และวิถีท้องถิ่นไว้ในแห่งเดียว
 
ปัจจุบันวัดไร่ขิงยังคงเป็นหนึ่งในวัดสำคัญที่สุดของจังหวัดนครปฐมและของอำเภอสามพราน ผู้คนจากทั้งในพื้นที่และต่างจังหวัดยังเดินทางมากราบหลวงพ่อวัดไร่ขิงอยู่เสมอ ความสำคัญของวัดจึงไม่ได้ลดลงตามกาลเวลา ตรงกันข้าม วัดกลับยิ่งมีบทบาทในฐานะสถานที่ที่เชื่อมอดีตกับปัจจุบันเข้าด้วยกันได้อย่างชัดเจน ผู้มาเยือนจะได้พบทั้งประวัติศาสตร์ ตำนาน พุทธศิลป์ ความศรัทธา และบรรยากาศริมน้ำที่มีชีวิต จึงไม่น่าแปลกใจที่วัดไร่ขิงจะยังคงเป็นจุดหมายของสายบุญและสายวัฒนธรรมที่ควรค่าแก่การมาเยือนอย่างยิ่ง
 
การเดินทาง ไปวัดไร่ขิงค่อนข้างสะดวกสำหรับผู้ที่เดินทางจากกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง โดยเส้นทางหลักนิยมใช้ถนนเพชรเกษมมุ่งหน้าอำเภอสามพราน แล้วเลี้ยวเข้าสู่วัดไร่ขิงตามป้ายบอกทาง วัดตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีนในตำบลไร่ขิงและเข้าถึงได้ง่ายด้วยรถยนต์ส่วนตัว นอกจากนี้ยังสามารถเดินทางด้วยรถสาธารณะมายังย่านสามพรานแล้วต่อรถท้องถิ่นเข้ามายังวัดได้ เมื่อมาถึงจะพบว่าพื้นที่ภายในวัดค่อนข้างกว้างขวาง มีทั้งโซนสักการะ โซนทำบุญ พื้นที่ริมน้ำ และจุดให้อาหารปลา จึงเหมาะทั้งกับการแวะไหว้พระช่วงสั้น ๆ และการใช้เวลาเที่ยวพักผ่อนแบบครึ่งวันหรือ 1 วัน
 
โดยสรุป วัดไร่ขิง พระอารามหลวง คือวัดสำคัญของจังหวัดนครปฐมที่รวมคุณค่าหลายด้านไว้ในแห่งเดียว ทั้งประวัติการสร้างวัดโดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (พุก) ที่มาของชื่อวัด เรื่องเล่าตำนานหลวงพ่อวัดไร่ขิง ความงดงามของพระอุโบสถและศิลปกรรมไทย ตลอดจนบรรยากาศริมแม่น้ำท่าจีนที่ร่มรื่นและมีชีวิต หากกำลังมองหาวัดใกล้กรุงเทพฯ ที่ให้ทั้งความสงบ ความศรัทธา ความงาม และประสบการณ์ของวิถีชุมชนริมน้ำ วัดไร่ขิงถือเป็นหนึ่งในจุดหมายที่ควรหาโอกาสมาเยือนอย่างยิ่ง
 
ชื่อสถานที่วัดไร่ขิง พระอารามหลวง
สรุปพระอารามหลวงริมแม่น้ำท่าจีนในอำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม มีชื่อเสียงจากหลวงพ่อวัดไร่ขิง พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ประชาชนนิยมเดินทางมานมัสการอย่างต่อเนื่อง
จุดเด่นหลวงพ่อวัดไร่ขิง, พระอุโบสถศิลปะรัตนโกสินทร์ตอนต้น, ศาลาจตุรมุข, มณฑปรอยพระพุทธบาทจำลอง, เขตอภัยทานริมแม่น้ำ และตลาดหน้าวัดบางช่วงเวลา
ประวัติ / ยุคคนรุ่นเก่าเล่าสืบต่อกันว่าสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2394 โดยพระธรรมราชานุวัตร (พุก) ซึ่งต่อมาได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จพระพุฒาจารย์ (พุก) เดิมเป็นวัดราษฎร์ ก่อนยกฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2533
ที่อยู่51 หมู่ 2 ถนนเพชรเกษม ตำบลไร่ขิง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม 73210
พิกัด13.742582, 100.258624
โซนตำบลไร่ขิง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ริมแม่น้ำท่าจีน
การเดินทางเดินทางจากกรุงเทพฯ ตามถนนเพชรเกษมเข้าสู่อำเภอสามพราน แล้วเลี้ยวตามป้ายวัดไร่ขิง วัดตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน เข้าถึงได้สะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัว และสามารถต่อรถท้องถิ่นจากย่านสามพรานเข้ามายังวัดได้
วันเปิดทำการเปิดทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 16.00 น.
ค่าเข้าไม่พบข้อมูลค่าเข้าชม
สิ่งอำนวยความสะดวกลานวัดขนาดใหญ่, พื้นที่สักการะ, จุดให้อาหารปลา, พื้นที่ริมน้ำ, ที่จอดรถ, ร้านค้าและตลาดบางช่วงเวลา
ผู้ดูแลวัดล่าสุดที่ประกาศสาธารณะพระราชวชิรสุตาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดบางช้างเหนือ ในฐานะรักษาการเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. Pathom Organic Village – 2 กม.
2. ลานแสดงช้างและฟาร์มจระเข้สามพราน – 2.6 กม.
3. ท่าเรือศรีสวัสดิ์ย้อนยุค – 4.1 กม.
4. วัดดอนหวาย – 4.8 กม.
5. ตลาดน้ำดอนหวาย – 7.2 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ครัวแม่น้อง ไร่ขิง 26 วัดไร่ขิง – ระยะทางใกล้ย่านวัดไร่ขิง – โทร. 096-289-5677, 086-788-6707
2. ครัวอิ่มอร่อย (ไร่ขิง) – ระยะทางใกล้ย่านไร่ขิง – โทร. 084-649-6753
3. The Three Little Pigs ท่าตลาด – 1.5 กม. 
4. O2 Kaffee & Bistro – 1.8 กม. 
5. Cafe saturday – 800 ม. 
ที่พักใกล้เคียง1. บ้านพักอารยะ-ไร่ขิง – 1 กม. – โทร. 092-674-0724, 065-568-3021
2. บ้านเรือนแก้ว สามพราน ริเวอร์ไซด์ – 1.9 กม. 
3. บ้านสวนบางเตยโฮมสเตย์ – ที่พักใกล้วัดไร่ขิง/ตลาดน้ำดอนหวาย – โทร. 081-659-5805
4. สามพราน ริเวอร์ไซด์ – ใกล้พื้นที่สามพราน 
ติดต่อโทร. 034-311-384, 034-323-056, 034-323-616
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดไร่ขิงอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดไร่ขิงตั้งอยู่ที่ตำบลไร่ขิง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ริมแม่น้ำท่าจีนหรือแม่น้ำนครชัยศรี
 
ถาม: วัดไร่ขิงสร้างโดยใคร?
ตอบ: ตามคำบอกเล่าสืบต่อกันมา วัดไร่ขิงสร้างโดยพระธรรมราชานุวัตร (พุก) ซึ่งต่อมาได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จพระพุฒาจารย์ (พุก)
 
ถาม: หลวงพ่อวัดไร่ขิงคือพระพุทธรูปปางใด?
ตอบ: หลวงพ่อวัดไร่ขิงเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย และเป็นพระประธานสำคัญภายในพระอุโบสถของวัด
 
ถาม: วัดไร่ขิงมีตำนานเกี่ยวกับหลวงพ่ออย่างไร?
ตอบ: มีตำนานเล่าว่าหลวงพ่อวัดไร่ขิงถูกอัญเชิญมาจากวัดศาลาปูนทางน้ำ และมีเรื่องเล่าเชื่อมโยงกับพระพุทธรูปลอยน้ำศักดิ์สิทธิ์หลายองค์ที่ผู้คนรู้จักกันในหลายจังหวัด
 
ถาม: จุดเด่นของวัดไร่ขิงมีอะไรบ้าง?
ตอบ: จุดเด่นของวัดคือหลวงพ่อวัดไร่ขิง พระอุโบสถศิลปะรัตนโกสินทร์ตอนต้น ศาลาจตุรมุข มณฑปรอยพระพุทธบาทจำลอง เขตอภัยทานริมแม่น้ำ และตลาดหน้าวัดในบางวัน
 
ถาม: ไปวัดไร่ขิงอย่างไร?
ตอบ: สามารถเดินทางจากกรุงเทพฯ ตามถนนเพชรเกษมเข้าสู่อำเภอสามพราน แล้วเลี้ยวตามป้ายวัดไร่ขิง วัดเข้าถึงได้สะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัว
โทรโทร: 034311384, 034323056
แผนที่ วัดไร่ขิง แผนที่วัดไร่ขิง
คำค้นคำค้น: วัดไร่ขิงวัดไร่ขิง หลวงพ่อวัดไร่ขิง วัดนครปฐม วัดสามพราน เที่ยววัดใกล้กรุงเทพ วัดดังนครปฐม ไหว้พระนครปฐม วัดริมแม่น้ำท่าจีน เที่ยวสามพราน วัดมงคลจินดาราม
ปรับปรุงล่าสุดปรับปรุงล่าสุด: 3 วันที่แล้ว


แสดงความเห็น

แสดงความเห็น




คำค้น (ขั้นสูง)
   
Email :
  รหัสผ่าน :
 สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
 

Facebook Fanpage Facebook Fanpage

 

ภูมิภาค ภูมิภาคhttps://www.lovethailand.org/

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(6)

แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(4)

พระราชวัง พระราชวัง(3)

ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(5)

พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(13)

อาร์ตแกลเลอรี่ อาร์ตแกลเลอรี่(1)

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ

ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(2)

มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัย

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัด วัด(77)

สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(4)

โครงการในพระราชดำริ โครงการในพระราชดำริ

โครงการหลวง โครงการหลวง(1)

วิถีชีวิต วิถีชีวิต

หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(3)

ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(3)

ตลาดน้ำ ตลาดน้ำ(8)

ธรรมชาติ และสัตว์ป่า ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(4)

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(3)

บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร

แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(1)

สนามกีฬา สนามกีฬา(1)

ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(5)

โรงละคร โรงละคร(1)

กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย(2)

สปาเพื่อสุขภาพ สปาเพื่อสุขภาพ

สปาเพื่อสุขภาพ สปาเพื่อสุขภาพ(1)