หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดกรุงเทพมหานคร >อ.พระนคร >ต.พระบรมมหาราชวัง > ขนมเล็บมือนาง ขนมด้วง วิธีทำขนมไทยชาววัง สูตรขนมโบ..
TL;DR: ขนมเล็บมือนาง ขนมด้วง วิธีทำขนมไทยชาววัง สูตรขนมโบราณ. จุดเด่นคือ ตัวขนมมีลักษณะเรียวยาว สีสวย นิยมทำ 3 สี คือ ขาว เขียว และชมพู คลุกมะพร้าวทึนทึก แล้วโรยด้วยงาคั่ว น้ำตาล และเกลือ.

กรุงเทพมหานคร

ขนมเล็บมือนาง ขนมด้วง วิธีทำขนมไทยชาววัง สูตรขนมโบราณ

ขนมเล็บมือนาง ขนมด้วง วิธีทำขนมไทยชาววัง สูตรขนมโบราณ

ขนมเล็บมือนาง ขนมด้วง วิธีทำขนมไทยชาววัง สูตรขนมโบราณ หรืออีกชื่อที่เรียกกันคือขนมด้วง ขนมชาววังไทยโบราณ อีกชนิดหนึ่ง ที่เริ่มจะหาทานได้ยากในปัจจุบัน เวลารับประทานจะได้กลิ่นหอม ๆ ของงา ซึ่งตัวขนมจะมีความเหนียวนุ่ม หวานมันจากกะทิสด นิยมทำแค่ 3 สีคือสีขาว เขียว และชมพู ลักษณะตัวขนมจะเรียวแหลมคล้ายเล็บมือนาง จึงเป็นที่มาของชื่อขนมชนิดนี้
 
ขนมไทย ขนมโบราณ ขนมหวานไทย นั้นมีเอกลักษณ์ด้านวัฒนธรรมประจำชาติไทย คือ จะมีความละเอียดอ่อนประณีตในการเลือกสรรวัตถุดิบ วิธีการทำ ที่พิถีพิถัน รสชาติอร่อยหอมหวาน โดยมีสีสันสวยงาม รูปลักษณ์ชวนรับประทาน ตลอดจนกรรมวิธีที่ประณีตบรรจง ขนมไทยดั้งเดิม ขนมโบราณ นั้นจะมีส่วนผสมคือ แป้ง, กะทิ และน้ำตาล เท่านั้น
 
โดยในสมัยโบราณคนไทยจะทำขนมเฉพาะวาระสำคัญเท่านั้น เป็นต้นว่า งานทำบุญ งานแต่ง เทศกาลสำคัญ หรือต้อนรับแขกสำคัญ เพราะขนมบางชนิดจำเป็นต้องใช้กำลังคนอาศัยเวลาในการทำพอสมควร โดยส่วนใหญ่เป็น ขนบประเพณี เป็นต้นว่า ขนมงาน เนื่องในงานแต่งงาน ขนมพื้นบ้าน เช่น ขนมครก ขนมถ้วย ฯลฯ ส่วนขนมในรั้วในวังจะมีหน้าตาสวยงาม และมีความประณีตวิจิตรบรรจงในการจัดวางรูปทรงขนมสวยงาม
 
ส่วนผสม
- แป้งข้าวเหนียว 2 ถ้วย
- หัวกะทิ 3 ช้อนโต๊ะ
- มะพร้าวทึนทึกขูดฝอย 300 กรัม
- น้ำลอยดอกมะลิ  3/4 ถ้วย
- สีผสมอาหารตามชอบ
 
ส่วนผสมสำหรับโรยหน้า
- งาขาวคั่วบุพอแตก 1/4 ถ้วย
- เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
- น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
 
วิธีทำขนมไทย ขนมเล็บมือนาง (สูตรขนมไทย)
1. ขั้นตอนแรกนวดแป้งกับหัวกะทิเข้าด้วยกัน ค่อย ๆเติมน้ำลอยดอกมะลิลงนวดจนแป้งนิ่ม ใส่สีผสมอาหารแล้วนวดให้เข้ากัน จากนั้นปั้นแป้งเป็นแผ่นสี่เหลี่ยม ขนาดประมาณ 1.5 x 5 นิ้ว ทำเช่นนี้จนหมด
 
2. ต้มแป้งในน้ำเดือดจนสุก (เมื่อแป้งสุกจะลอยตัวขึ้น) ตักขึ้นคลุกมะพร้าวให้ทั่ว
 
3. ขั้นตอนสุดท้ายใช้มีดหั่นแป้งเป็นเส้นตามยาว จัดใส่จาน โรยส่วนผสมสำหรับโรยหน้า รับประทานได้ทันที
 
4. ใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงในถ้วย คนให้เข้ากันพักไว้
 
เคล็ดลับ เพิ่มกะทิสำหรับราดได้ โดยผสมหัวกะทิ 1 ถ้วยกับเกลือป่น 1 ช้อนชา ยกขึ้นตั้งไฟพอให้เกลือละลาย พักไว้ให้เย็น 
 
ชื่อขนมขนมเล็บมือนาง หรือ ขนมด้วง
ประเภทขนมไทยโบราณ ขนมชาววัง และขนมหวานไทยจากแป้งข้าวเหนียว
ประวัติความเป็นมาขนมเล็บมือนางเป็นขนมไทยโบราณที่พบในกลุ่มขนมชาววังและขนมพื้นบ้านบางท้องถิ่น มีอีกชื่อหนึ่งว่า “ขนมด้วง” จุดเด่นอยู่ที่การปั้นแป้งให้มีลักษณะเรียวยาว ปลายแหลมเล็กน้อย คล้ายเล็บของหญิงสาว จึงเป็นที่มาของชื่อขนม ขนมชนิดนี้ได้รับความนิยมในอดีตเพราะใช้วัตถุดิบพื้นฐานของครัวไทย ได้แก่ แป้ง กะทิ มะพร้าว น้ำตาล และงาคั่ว แต่ต้องอาศัยความประณีตในการนวด ปั้น ต้ม และคลุกมะพร้าวให้ได้เนื้อสัมผัสที่นุ่มเหนียวพอดี
ที่มาของชื่อชื่อ “ขนมเล็บมือนาง” มาจากรูปทรงของตัวขนมที่เรียวยาวและปลายแหลมคล้ายเล็บมือ ส่วนชื่อ “ขนมด้วง” เป็นชื่อเรียกอีกแบบที่ใช้กันในบางพื้นที่
ลักษณะเด่นตัวขนมมีลักษณะเรียวยาว สีสวย นิยมทำ 3 สี คือ ขาว เขียว และชมพู คลุกมะพร้าวทึนทึก แล้วโรยด้วยงาคั่ว น้ำตาล และเกลือ
รสชาติหวานมันจากกะทิและมะพร้าว หอมงาคั่ว มีรสเค็มอ่อน ๆ จากเกลือที่ช่วยตัดรสหวานให้กลมกล่อม
เนื้อสัมผัสเหนียวนุ่ม เคี้ยวเพลิน คลุกมะพร้าวแล้วได้สัมผัสหอมมันและมีความกรุบเล็กน้อยจากงาคั่ว
สีที่นิยมทำสีขาว สีเขียว และสีชมพู
วัตถุดิบหลักแป้งข้าวเหนียว หัวกะทิ มะพร้าวทึนทึก น้ำลอยดอกมะลิ สีผสมอาหาร งาขาวคั่ว น้ำตาลทราย และเกลือป่น
ส่วนผสมตัวขนมแป้งข้าวเหนียว 2 ถ้วย, หัวกะทิ 3 ช้อนโต๊ะ, มะพร้าวทึนทึกขูดฝอย 300 กรัม, น้ำลอยดอกมะลิ 3/4 ถ้วย, สีผสมอาหารตามชอบ
ส่วนผสมสำหรับโรยหน้างาขาวคั่วบุพอแตก 1/4 ถ้วย, เกลือป่น 1/4 ช้อนชา, น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
กะทิสำหรับราดเพิ่มเติมสามารถเพิ่มกะทิราดได้ โดยผสมหัวกะทิ 1 ถ้วยกับเกลือป่น 1 ช้อนชา ตั้งไฟพอให้เกลือละลาย แล้วพักให้เย็นก่อนใช้
วิธีทำโดยสรุปนวดแป้งข้าวเหนียวกับหัวกะทิ ค่อย ๆ เติมน้ำลอยดอกมะลิจนแป้งนิ่ม ใส่สีแล้วนวดให้เข้ากัน ปั้นแป้งเป็นแผ่นหรือชิ้นเรียวยาว ต้มในน้ำเดือดจนแป้งลอยขึ้น ตักขึ้นคลุกมะพร้าว หั่นเป็นเส้นตามยาว แล้วโรยด้วยงาคั่ว น้ำตาล และเกลือ
เทคนิคสำคัญควรนวดแป้งให้เนียนและนิ่มพอดี ไม่แฉะเกินไป ต้มในน้ำเดือดจนแป้งลอยตัวจึงตักขึ้น และควรคลุกมะพร้าวขณะขนมยังอุ่นเพื่อให้มะพร้าวเกาะตัวขนมได้ดี
จุดที่ต้องระวังหากแป้งแข็งเกินไปขนมจะไม่เหนียวนุ่ม หากแฉะเกินไปจะปั้นยากและเสียรูปง่าย ส่วนมะพร้าวควรใช้มะพร้าวทึนทึกที่สดเพื่อให้ได้กลิ่นหอมและรสหวานมัน
โอกาสที่นิยมทำงานทำบุญ งานเลี้ยงแบบไทย งานขนมไทยโบราณ และรับประทานเป็นของว่าง
ระดับความยากปานกลาง ต้องควบคุมความนิ่มของแป้ง การปั้นรูปทรง และการต้มให้สุกพอดี
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ขนมเล็บมือนางคืออะไร?
ตอบ: ขนมเล็บมือนางเป็นขนมไทยโบราณที่ทำจากแป้งข้าวเหนียว นวดกับกะทิและน้ำลอยดอกมะลิ แล้วต้มให้สุกก่อนคลุกมะพร้าว โรยงาคั่ว น้ำตาล และเกลือ มีเนื้อเหนียวนุ่ม หอมมัน และหวานกลมกล่อม
 
ถาม: ขนมเล็บมือนางกับขนมด้วงคือขนมชนิดเดียวกันหรือไม่?
ตอบ: เป็นขนมชนิดเดียวกัน โดย “ขนมเล็บมือนาง” เป็นชื่อที่เรียกตามรูปทรงเรียวยาวคล้ายเล็บมือ ส่วน “ขนมด้วง” เป็นชื่อเรียกอีกแบบที่นิยมใช้ในบางพื้นที่
 
ถาม: ทำไมจึงเรียกว่าขนมเล็บมือนาง?
ตอบ: เพราะตัวขนมมีลักษณะเรียวยาว ปลายแหลมเล็กน้อย คล้ายเล็บของหญิงสาว จึงเกิดเป็นชื่อขนมที่สะท้อนทั้งรูปทรงและความอ่อนช้อยแบบไทย
 
ถาม: ขนมเล็บมือนางนิยมทำสีอะไร?
ตอบ: นิยมทำ 3 สี คือ สีขาว สีเขียว และสีชมพู ซึ่งทำให้ขนมดูสวยงาม อ่อนหวาน และเหมาะกับการจัดเสิร์ฟแบบขนมไทยโบราณ
 
ถาม: เคล็ดลับให้ขนมเล็บมือนางเหนียวนุ่มคืออะไร?
ตอบ: ต้องนวดแป้งให้เนียนและค่อย ๆ เติมน้ำลอยดอกมะลิทีละน้อยจนแป้งนิ่มพอดี ไม่แห้งหรือแฉะเกินไป เมื่อต้มจนขนมลอยขึ้นจึงตักขึ้นมาคลุกมะพร้าว
 
ถาม: ขนมเล็บมือนางควรใช้มะพร้าวแบบไหน?
ตอบ: ควรใช้มะพร้าวทึนทึกขูดฝอย เพราะมีความหวานมัน เนื้อไม่อ่อนหรือแก่เกินไป และช่วยให้ขนมหอมอร่อยมากขึ้น
 
ถาม: ขนมเล็บมือนางรับประทานอย่างไรให้อร่อย?
ตอบ: รับประทานโดยคลุกมะพร้าว โรยงาคั่ว น้ำตาล และเกลือ หากต้องการความหอมมันมากขึ้น สามารถราดกะทิเค็มอ่อน ๆ เพิ่มได้
 
ถาม: ขนมเล็บมือนางเก็บได้นานไหม?
ตอบ: ควรรับประทานในวันเดียวกัน เพราะมีมะพร้าวและกะทิเป็นส่วนประกอบ หากเก็บไว้นานเนื้อขนมและกลิ่นมะพร้าวจะเปลี่ยนไป

บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหารหมวดหมู่: ●บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร

ขนมไทยชาววัง, ขนมโบราณ, สูตรขนมไทยกลุ่ม: ●ขนมไทยชาววัง, ขนมโบราณ, สูตรขนมไทย

update iconปรับปรุงล่าสุด : 14 ชั่วโมงที่แล้ว

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(3)

แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(23)

พระราชวัง(13)

ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(35)

พิพิธภัณฑ์(59)

บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(3)

อาร์ตแกลเลอรี่(16)

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ

พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(6)

ห้องสมุด(4)

มหาวิทยาลัย

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัด(72)

โบสถ์(2)

มัสยิด(67)

สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(8)

โครงการในพระราชดำริ

โครงการหลวง(1)

วิถีชีวิต

หมู่บ้าน ชุมชน(5)

ตลาดท้องถิ่น(9)

ตลาดน้ำ(2)

ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

แม่น้ำลำคลอง(3)

อ่าว และชายหาด(1)

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(1)

บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร

สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(4)

แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(5)

สนามกีฬา(9)

ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(20)

สวนสนุก(1)

สวนน้ำ(1)

โรงละคร(7)

โรงภาพยนตร์(1)

ช้อปปิ้ง

ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(20)

ห้างสรรพสินค้า(7)

สปาเพื่อสุขภาพ

สปาเพื่อสุขภาพ(1)

ร้านอาหาร

มิชลินสตาร์(5)

ที่พัก

โรงแรม(3)

หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในการท่องเที่ยว

หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในการท่องเที่ยว(1)

บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร

รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(21)

ขนมไทยชาววัง, ขนมโบราณ, สูตรขนมไทย(56)