หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดอุตรดิตถ์ >อ.พิชัย >ต.นาอิน > เขาบันไดม้า
TL;DR: เขาบันไดม้า อยู่ที่หมู่ 4 บ้านฟากบึง ตำบลนาอิน อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ เปิดทุกวัน เวลา เข้าชมพื้นที่กลางแจ้งได้ตามความเหมาะสมของสภาพอากาศและความปลอดภัย.
เขาบันไดม้า

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: เข้าชมพื้นที่กลางแจ้งได้ตามความเหมาะสมของสภาพอากาศและความปลอดภัย
เขาบันไดม้า หรือ เขาพิโทน เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่สำคัญของอำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ 4 บ้านฟากบึง ตำบลนาอิน อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ จุดเด่นของสถานที่แห่งนี้คือบันไดศิลาแลงโบราณจำนวน 426 ขั้นที่ทอดตัวจากเชิงเขาขึ้นไปสู่ยอดเขา บันไดแต่ละขั้นเป็นร่องรอยของภูมิปัญญาการก่อสร้างในอดีต และสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนโบราณ ศาสนสถานบนยอดเขา และเส้นทางขึ้นเขาที่ใช้แรงกายแรงใจของผู้เดินทางอย่างแท้จริง เขาบันไดม้าจึงไม่ได้เป็นเพียงจุดชมวิวหรือเส้นทางเดินขึ้นเขาธรรมดา แต่เป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงประวัติศาสตร์ โบราณคดี ความเชื่อ และภูมิทัศน์ชนบทของเมืองพิชัยไว้ด้วยกันอย่างลึกซึ้ง
สถานที่แห่งนี้เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจเที่ยวอุตรดิตถ์ในมุมที่มากกว่าการชมสถานที่สวยงามทั่วไป เพราะเขาบันไดม้ามีทั้งร่องรอยศิลาแลง ซากโบราณสถานบนยอดเขา พื้นที่ป่าเบญจพรรณตามทางเดิน และทัศนียภาพของท้องทุ่งในอำเภอพิชัย เมื่อเดินขึ้นไปถึงยอดเขา นักท่องเที่ยวจะมองเห็นภาพพื้นที่ราบ หมู่บ้าน และผืนนาโดยรอบ โดยเฉพาะในฤดูทำนาที่ทุ่งนาเปลี่ยนเป็นสีเขียว และฤดูเก็บเกี่ยวที่ท้องทุ่งกลายเป็นสีทอง ภาพเหล่านี้ทำให้เขาบันไดม้าเป็นจุดที่สัมผัสได้ทั้งพลังของประวัติศาสตร์และความสงบของวิถีชนบทในคราวเดียวกัน
ชื่อ “เขาบันไดม้า” เป็นชื่อที่สื่อถึงลักษณะเด่นของพื้นที่โดยตรง คือการมีบันไดศิลาแลงทอดขึ้นเขาเป็นแนวยาว ส่วนชื่อ “เขาพิโทน” หรือที่บางข้อมูลท้องถิ่นเรียกใกล้เคียงกันว่าเขาขี้โทน เป็นอีกชื่อหนึ่งที่ใช้เรียกพื้นที่เดียวกันในบริบทของชุมชนบ้านฟากบึง จุดสำคัญของชื่อเหล่านี้คือการสะท้อนความทรงจำของคนในพื้นที่ต่อภูเขาลูกนี้ เพราะภูเขาไม่ได้เป็นเพียงสภาพภูมิประเทศ แต่เป็นพื้นที่ที่มีเส้นทางขึ้นไปสู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือโบราณสถานที่ชาวบ้านให้ความเคารพมาอย่างยาวนาน
บันไดศิลาแลงของเขาบันไดม้ามีจำนวน 426 ขั้น ทอดขึ้นจากเชิงเขาสู่ยอดเขาที่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 60 เมตร แม้ความสูงของเขาจะไม่มากเมื่อเทียบกับภูเขาขนาดใหญ่ แต่ลักษณะทางขึ้นที่ค่อนข้างสูงชันและต่อเนื่องทำให้การเดินขึ้นเขาต้องใช้พละกำลัง ความระมัดระวัง และความอดทนพอสมควร บันไดบางช่วงยังคงสภาพให้เห็นรูปแนวศิลาแลงชัดเจน บางช่วงทรุดโทรมหรือถูกธรรมชาติปกคลุมตามกาลเวลา จึงควรเดินอย่างระมัดระวังและไม่รีบร้อน การเดินขึ้นเขาบันไดม้าจึงเป็นประสบการณ์ที่ทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสทั้งร่องรอยโบราณและความท้าทายทางกายภาพไปพร้อมกัน
ศิลาแลงเป็นวัสดุก่อสร้างที่พบในโบราณสถานหลายแห่งของประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับสมัยสุโขทัยและอยุธยา ลักษณะของศิลาแลงมีความแข็งแรง ทนทาน และเหมาะกับการใช้ทำฐานอาคาร กำแพง หรือโครงสร้างที่ต้องรับน้ำหนัก การที่เขาบันไดม้ามีบันไดศิลาแลงจำนวนมากเรียงต่อกันขึ้นไปสู่ยอดเขา จึงทำให้เห็นว่าการก่อสร้างในอดีตต้องใช้แรงงาน การวางแผน และความตั้งใจสูงมาก เพราะการนำวัสดุขึ้นสู่พื้นที่ลาดชันและจัดเรียงให้เป็นบันไดใช้งานได้ไม่ใช่งานเล็กน้อย
เมื่อเดินขึ้นไปถึงยอดเขา นักท่องเที่ยวจะพบซากโบราณสถานที่สำคัญ ได้แก่ ซากเจดีย์เก่าและซากอาคารวิหารที่เหลือเป็นส่วนฐาน โบราณสถานเหล่านี้แม้ไม่สมบูรณ์เหมือนในอดีต แต่ยังมีคุณค่ามากในฐานะหลักฐานที่บอกว่าเขาบันไดม้าเคยเป็นพื้นที่ศาสนสถานหรือพื้นที่ประกอบพิธีกรรมทางพุทธศาสนา บริเวณยอดเขายังพบร่องรอยอิฐ เศษวัสดุก่อสร้าง และรูปแบบฐานอาคารที่ช่วยให้จินตนาการได้ว่าในอดีตพื้นที่นี้อาจเคยมีองค์ประกอบของเขตพุทธาวาสบนยอดเขา
ข้อมูลการสำรวจทางโบราณคดีระบุว่า พื้นที่เขาบันไดม้ามีความเกี่ยวข้องกับศาสนสถานในพุทธศาสนา เพราะมีซากเจดีย์ ซากอาคารวิหาร และบันไดศิลาแลงที่เชื่อมจากเชิงเขาขึ้นสู่ยอดเขา โบราณวัตถุที่พบในพื้นที่ยังประกอบด้วยเศษภาชนะดินเผาเนื้อแกร่งทั้งแบบเคลือบและไม่เคลือบ เช่น ไหและกระปุก ซึ่งสัมพันธ์กับแหล่งผลิตสำคัญอย่างเตาแม่น้ำน้อย จังหวัดสิงห์บุรี และแหล่งเตาศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย หลักฐานเหล่านี้ช่วยชี้ให้เห็นว่าเขาบันไดม้ามีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายชุมชนและวัฒนธรรมในช่วงพุทธศตวรรษที่ 20–21 หรือราวสมัยสุโขทัยถึงอยุธยาตอนต้น
นอกจากนี้ยังมีการพบเศษจารึกหินทรายอักษรไทยสุโขทัย ภาษาไทย ซึ่งเป็นหลักฐานที่ยิ่งเพิ่มความน่าสนใจให้กับสถานที่แห่งนี้ จารึกเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่มีคุณค่ามาก เพราะช่วยสะท้อนภาษา อักษร ความเชื่อ และระบบสังคมในอดีต แม้เศษจารึกที่พบจะไม่ได้สมบูรณ์ทั้งหมด แต่การปรากฏของอักษรไทยสุโขทัยในพื้นที่เขาบันไดม้า ทำให้สถานที่นี้มีความสำคัญมากกว่าการเป็นทางเดินขึ้นเขา เพราะเชื่อมโยงกับโลกของการเขียน การจารึก และวัฒนธรรมการบันทึกของผู้คนในอดีต
หากมองในภาพกว้าง เขาบันไดม้าตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอพิชัย ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญของลุ่มน้ำยมและมีร่องรอยการตั้งถิ่นฐานมายาวนาน เมืองพิชัยมีชื่อเสียงในฐานะเมืองประวัติศาสตร์และบ้านเกิดของพระยาพิชัยดาบหัก วีรบุรุษสำคัญของไทย ขณะเดียวกันพื้นที่โดยรอบยังมีชุมชนเก่า วัด โบราณสถาน และเส้นทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงกับเมืองอุตรดิตถ์ สุโขทัย และพื้นที่ลุ่มน้ำภาคเหนือตอนล่าง เขาบันไดม้าจึงควรได้รับการมองในฐานะหนึ่งในหลักฐานย่อยที่ช่วยเติมเต็มภาพประวัติศาสตร์ของเมืองพิชัย
บันได 426 ขั้นของเขาบันไดม้าไม่ใช่เพียงตัวเลขที่ใช้บอกจำนวนขั้น แต่เป็นสัญลักษณ์ของการเดินทางจากโลกเบื้องล่างขึ้นสู่พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์บนยอดเขา ในวัฒนธรรมพุทธและวัฒนธรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภูเขามักถูกมองว่าเป็นพื้นที่สูงที่ใกล้ชิดกับความสงบ ความศักดิ์สิทธิ์ และการแสวงหาทางจิตใจ การเดินขึ้นบันไดจำนวนมากจึงอาจเป็นทั้งการเดินทางทางกายและการเตรียมใจเข้าสู่พื้นที่ประกอบพิธีกรรมหรือพื้นที่ศรัทธาในอดีต แม้ปัจจุบันผู้มาเยือนจะเดินขึ้นเพื่อชมโบราณสถานและทัศนียภาพ แต่จังหวะของการก้าวขึ้นบันไดทีละขั้นยังทำให้สัมผัสได้ถึงบรรยากาศของการเดินทางอย่างมีความหมาย
ระหว่างทางขึ้นเขา นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสสภาพแวดล้อมของป่าเบญจพรรณและพืชพรรณตามธรรมชาติของพื้นที่ สองข้างทางมีต้นไม้และพืชท้องถิ่นปกคลุมบางช่วง ทำให้เส้นทางมีร่มเงาเป็นระยะ แต่บางช่วงก็เปิดรับแดดและต้องใช้ความระวัง พื้นบันไดศิลาแลงอาจมีความขรุขระหรือมีเศษใบไม้ปกคลุมในบางฤดูกาล ผู้มาเยือนจึงควรสวมรองเท้าที่เกาะพื้นได้ดี พกน้ำดื่ม และหลีกเลี่ยงการเดินขึ้นในช่วงฝนตกหรือหลังฝนตกใหม่ ๆ เพราะพื้นอาจลื่นและเพิ่มความเสี่ยงต่อการล้ม
เมื่อขึ้นไปถึงยอดเขา สิ่งที่รออยู่ไม่ใช่เพียงซากโบราณสถานเท่านั้น แต่ยังเป็นทัศนียภาพกว้างของอำเภอพิชัยที่มองเห็นได้จากมุมสูง พื้นที่เบื้องล่างประกอบด้วยหมู่บ้าน ทุ่งนา และแนวพืชพรรณที่สะท้อนวิถีเกษตรกรรมของคนในพื้นที่ ในช่วงฤดูฝนและฤดูทำนา ภาพท้องทุ่งสีเขียวให้ความรู้สึกสดชื่นและมีชีวิตชีวา ส่วนฤดูเก็บเกี่ยวให้ภาพทุ่งนาเหลืองทองที่อบอุ่นและสงบ ภาพเหล่านี้ทำให้เขาบันไดม้าเป็นทั้งโบราณสถานและจุดชมวิวทางวัฒนธรรม เพราะวิวที่มองเห็นไม่ใช่ธรรมชาติล้วน ๆ แต่เป็นธรรมชาติที่ผูกพันกับชีวิตผู้คน
ความสงบของยอดเขาทำให้เขาบันไดม้าเหมาะกับการพักใจและใช้เวลาเงียบ ๆ นักท่องเที่ยวสามารถยืนชมวิว เดินสำรวจซากฐานโบราณสถานอย่างระมัดระวัง หรือถ่ายภาพทิวทัศน์โดยไม่รบกวนพื้นที่โบราณสถาน บรรยากาศบนยอดเขาให้ความรู้สึกเรียบง่ายและไม่ปรุงแต่งมากนัก จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ชอบสถานที่จริง มีร่องรอยจริง และไม่พลุกพล่านเหมือนแหล่งท่องเที่ยวที่ถูกพัฒนาเชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบ
การเข้าชมเขาบันไดม้าควรให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์โบราณสถานอย่างเคร่งครัด ไม่ควรปีนป่ายฐานเจดีย์หรือฐานวิหาร ไม่ขีดเขียน ไม่เคลื่อนย้ายก้อนศิลาแลง อิฐ หรือเศษวัสดุใด ๆ และไม่เก็บชิ้นส่วนโบราณวัตถุออกจากพื้นที่ โบราณสถานที่เหลืออยู่ในปัจจุบันผ่านกาลเวลามาหลายร้อยปีแล้ว สิ่งที่ดูเหมือนเศษอิฐหรือก้อนหินธรรมดาอาจเป็นหลักฐานสำคัญต่อการศึกษาทางโบราณคดี การรักษาพื้นที่ให้คงอยู่จึงเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของนักท่องเที่ยวและชุมชน
เขาบันไดม้ายังเหมาะกับการเรียนรู้ของนักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เพราะสามารถใช้พื้นที่นี้เป็นห้องเรียนกลางแจ้งได้หลายมิติ ทั้งเรื่องวัสดุก่อสร้างโบราณอย่างศิลาแลง รูปแบบการสร้างบันไดขึ้นศาสนสถานบนเขา ความสัมพันธ์ของชุมชนในลุ่มน้ำยมกับแหล่งผลิตเครื่องถ้วยในอดีต การพบจารึกอักษรไทยสุโขทัย และความสำคัญของการอนุรักษ์แหล่งโบราณคดีในพื้นที่ชุมชน หากมีการจัดการเรียนรู้ควบคู่กับการเล่าเรื่องท้องถิ่น สถานที่แห่งนี้จะช่วยทำให้ประวัติศาสตร์ที่ดูไกลตัวกลายเป็นสิ่งที่จับต้องและเข้าใจได้ง่ายขึ้น
ในเชิงการท่องเที่ยว เขาบันไดม้าเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวมากที่สุด เพราะตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลนาอิน ห่างจากเส้นทางหลักและตัวเมืองอุตรดิตถ์พอสมควร ผู้ที่เดินทางจากตัวเมืองอุตรดิตถ์สามารถใช้เส้นทางมุ่งหน้าสู่อำเภอพิชัย แล้วเข้าสู่พื้นที่ตำบลนาอินและบ้านฟากบึง ก่อนเดินทางไปยังบริเวณทางขึ้นเขา ควรใช้แผนที่นำทางควบคู่กับการสังเกตป้ายท้องถิ่นและสอบถามชาวบ้านเมื่อจำเป็น
การเดินทาง จากตัวเมืองอุตรดิตถ์มุ่งหน้าสู่อำเภอพิชัย ใช้เวลาประมาณ 30–40 นาทีตามสภาพการจราจร จากนั้นเดินทางต่อเข้าสู่ตำบลนาอินและบ้านฟากบึง บริเวณทางขึ้นเขาอยู่ไม่ไกลจากชุมชน การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าจะสะดวกที่สุด เพราะสามารถกำหนดเวลาเดินทางได้เองและแวะสถานที่ใกล้เคียงได้หลายจุด นักท่องเที่ยวควรเตรียมน้ำดื่ม หมวก ผ้าซับเหงื่อ และรองเท้าที่เหมาะกับการเดินขึ้นบันไดศิลาแลงจำนวนมาก
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการขึ้นเขาคือช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายแก่ เพราะอากาศไม่ร้อนจัดและแสงเหมาะกับการถ่ายภาพทุ่งนาและภูมิทัศน์โดยรอบ หากไปช่วงฤดูฝนควรตรวจสอบสภาพอากาศล่วงหน้าและหลีกเลี่ยงการขึ้นเขาในช่วงฝนตก ส่วนฤดูหนาวเป็นช่วงที่เดินสบายและได้บรรยากาศดีที่สุด ขณะที่ฤดูเก็บเกี่ยวเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการชมท้องทุ่งสีทองของอำเภอพิชัยจากมุมสูง
การวางแผนเที่ยวเขาบันไดม้าสามารถจัดร่วมกับสถานที่สำคัญในอำเภอพิชัยได้ เช่น อนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก วัดหน้าพระธาตุ หรือจุดท่องเที่ยวในตัวอำเภอพิชัย ก่อนเดินทางต่อไปยังตัวเมืองอุตรดิตถ์หรือพื้นที่ใกล้เคียง นักท่องเที่ยวที่สนใจประวัติศาสตร์สามารถจัดเส้นทางแบบครึ่งวันหรือหนึ่งวัน โดยเริ่มจากสถานที่ประวัติศาสตร์ในตัวอำเภอ แล้วปิดท้ายด้วยการเดินขึ้นเขาบันไดม้าเพื่อชมโบราณสถานและวิวทุ่งนา
สิ่งที่ทำให้เขาบันไดม้าน่าสนใจเป็นพิเศษคือความไม่สมบูรณ์แบบของโบราณสถานที่ยังคงหลงเหลืออยู่ ซากฐานเจดีย์ ซากวิหาร บันไดศิลาแลง และเศษร่องรอยต่าง ๆ ไม่ได้บอกทุกอย่างอย่างชัดเจนเหมือนพิพิธภัณฑ์ แต่เปิดพื้นที่ให้ผู้มาเยือนได้คิดต่อ ตั้งคำถาม และจินตนาการถึงผู้คนที่เคยเดินขึ้นบันไดเหล่านี้เมื่อหลายร้อยปีก่อน คนเหล่านั้นอาจเป็นพระสงฆ์ ชาวบ้าน ผู้แสวงบุญ ช่างก่อสร้าง หรือผู้มีศรัทธาที่มีส่วนร่วมในการสร้างและดูแลศาสนสถานบนยอดเขา
เขาบันไดม้าจึงเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ควรเที่ยวด้วยความเคารพ ไม่ใช่เพียงเดินขึ้นไปเพื่อพิชิตจำนวนขั้นบันได แต่ควรมองเห็นความหมายของเส้นทางที่อยู่ใต้ฝ่าเท้า ทุกขั้นของศิลาแลงคือร่องรอยแรงงานและศรัทธาของผู้คนในอดีต ทุกก้อนอิฐบนยอดเขาคือเศษส่วนของโบราณสถานที่เคยมีชีวิตทางวัฒนธรรม และทุกมุมมองจากยอดเขาคือภาพของเมืองพิชัยที่ยังคงมีวิถีเกษตรกรรมและความสงบเป็นพื้นฐานของชุมชน
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาที่เที่ยวอุตรดิตถ์ที่มีทั้งประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และความท้าทายทางร่างกาย เขาบันไดม้าเป็นจุดหมายที่ตอบโจทย์อย่างมาก การเดินขึ้นบันไดศิลาแลง 426 ขั้นอาจทำให้เหนื่อย แต่เมื่อถึงยอดเขาแล้วจะได้รับรางวัลเป็นซากโบราณสถาน วิวท้องทุ่ง และความรู้สึกว่าตนเองได้เดินตามรอยเส้นทางเก่าแก่ที่มีคนใช้มาก่อนหลายชั่วอายุคน สถานที่นี้จึงควรได้รับการดูแลและบอกเล่าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เขาบันไดม้ายังคงเป็นมรดกทางประวัติศาสตร์ของอำเภอพิชัยและจังหวัดอุตรดิตถ์ต่อไป
| ชื่อสถานที่ | เขาบันไดม้า หรือ เขาพิโทน |
| ที่ตั้ง | หมู่ 4 บ้านฟากบึง ตำบลนาอิน อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ |
| ที่อยู่ | บ้านฟากบึง หมู่ 4 ตำบลนาอิน อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ 53120 |
| ไฮไลต์ | บันไดศิลาแลงโบราณ 426 ขั้นขึ้นสู่ยอดเขา ซากเจดีย์ ซากวิหาร และจุดชมวิวท้องทุ่งอำเภอพิชัย |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | โบราณสถานอายุราวพุทธศตวรรษที่ 20–21 หรือมากกว่า 500 ปี มีความเกี่ยวข้องกับศาสนสถานในพุทธศาสนาและชุมชนโบราณในพื้นที่เมืองพิชัย |
| หลักฐานสำคัญ | บันไดศิลาแลง ซากเจดีย์ ซากอาคารวิหาร เศษภาชนะดินเผาเนื้อแกร่งจากแหล่งเตาแม่น้ำน้อยและศรีสัชนาลัย และเศษจารึกหินทรายอักษรไทยสุโขทัย |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อเขาบันไดม้าสื่อถึงเส้นทางบันไดศิลาแลงที่ทอดขึ้นเขา ส่วนเขาพิโทนเป็นชื่อเรียกท้องถิ่นของพื้นที่เดียวกัน |
| ลักษณะเด่น | เป็นภูเขาเตี้ยสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 60 เมตร มีทางขึ้นเป็นบันไดศิลาแลงโบราณ และบนยอดเขามีซากโบราณสถานพร้อมจุดชมวิว |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองอุตรดิตถ์เดินทางสู่อำเภอพิชัย ใช้เวลาประมาณ 30–40 นาที จากนั้นเข้าสู่ตำบลนาอินและบ้านฟากบึง เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า |
| สถานะปัจจุบัน | เป็นแหล่งท่องเที่ยวและโบราณสถานท้องถิ่นของตำบลนาอิน อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | เข้าชมพื้นที่กลางแจ้งได้ตามความเหมาะสมของสภาพอากาศและความปลอดภัย |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | มีทางขึ้นเขาและพื้นที่บริเวณเชิงเขา ควรเตรียมน้ำดื่ม หมวก และรองเท้าสำหรับเดินขึ้นบันไดศิลาแลง |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. ทางขึ้นบันไดศิลาแลง 426 ขั้น 2. ลานพักระหว่างทาง 3. ยอดเขาและซากเจดีย์ 4. ฐานวิหารโบราณ 5. จุดชมวิวท้องทุ่งอำเภอพิชัย |
| ผู้ดูแล | องค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ |
| เบอร์ติดต่อหลัก | องค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน โทร. 055-823-069 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | องค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน: www.nain.go.th |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. อนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก ประมาณ 12 กม. 2. วัดหน้าพระธาตุ อำเภอพิชัย ประมาณ 12 กม. 3. ตัวอำเภอพิชัย ประมาณ 12 กม. 4. พิพิธภัณฑ์เมืองพิชัย ประมาณ 13 กม. 5. วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง ประมาณ 35 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. CAFE DE FIELD อำเภอพิชัย ประมาณ 12 กม. 2. Fellas Cafe อำเภอพิชัย ประมาณ 12 กม. 3. น้ำเงี้ยวเชียงราย อำเภอพิชัย ประมาณ 12 กม. 4. หมูตุ๋นยาจีนครูเก่ง อำเภอพิชัย ประมาณ 12 กม. 5. สวนอาหารเนินทอง อำเภอพิชัย ประมาณ 13 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. โรงแรมเพชรสยามรีสอร์ท อำเภอพิชัย ประมาณ 12 กม. โทร. 082-4916659 2. โรงแรมเพชรสยามรีสอร์ท อำเภอพิชัย ประมาณ 12 กม. โทร. 061-9829455 3. 99 Park & Resort จังหวัดอุตรดิตถ์ ประมาณ 35 กม. โทร. 080-8483848 4. โรงแรมในตัวเมืองอุตรดิตถ์ ประมาณ 35 กม. 5. ที่พักรายวันบริเวณตัวอำเภอพิชัย ประมาณ 12 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: เขาบันไดม้าอยู่ที่ไหน?
ตอบ: เขาบันไดม้า หรือเขาพิโทน ตั้งอยู่ที่หมู่ 4 บ้านฟากบึง ตำบลนาอิน อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์
ถาม: เขาบันไดม้ามีบันไดกี่ขั้น?
ตอบ: เขาบันไดม้ามีบันไดศิลาแลงโบราณจำนวน 426 ขั้น ทอดขึ้นจากเชิงเขาไปสู่ยอดเขา
ถาม: เขาบันไดม้ามีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างไร?
ตอบ: เป็นโบราณสถานที่พบซากเจดีย์ ซากวิหาร บันไดศิลาแลง เศษภาชนะดินเผา และเศษจารึกหินทรายอักษรไทยสุโขทัย สะท้อนความสำคัญของพื้นที่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 20–21
ถาม: บนยอดเขาบันไดม้ามีอะไรให้ชม?
ตอบ: บนยอดเขามีซากเจดีย์ ฐานวิหารโบราณ ร่องรอยศิลาแลง และจุดชมวิวที่มองเห็นท้องทุ่งและพื้นที่อำเภอพิชัยได้กว้าง
ถาม: ไปเขาบันไดม้าควรเตรียมตัวอย่างไร?
ตอบ: ควรสวมรองเท้าที่เดินสะดวก เตรียมน้ำดื่ม หมวกหรือร่ม และหลีกเลี่ยงการขึ้นเขาในช่วงฝนตกหรือหลังฝนตกใหม่ ๆ เพราะพื้นบันไดศิลาแลงอาจลื่น
ถาม: เขาบันไดม้าเหมาะกับนักท่องเที่ยวกลุ่มใด?
ตอบ: เหมาะกับผู้สนใจประวัติศาสตร์ โบราณคดี การเดินชมธรรมชาติ จุดชมวิว และนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสสถานที่เงียบสงบในอำเภอพิชัย
ถาม: สามารถเที่ยวเขาบันไดม้าร่วมกับสถานที่ใดได้บ้าง?
ตอบ: สามารถจัดเส้นทางร่วมกับอนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก วัดหน้าพระธาตุ ตัวอำเภอพิชัย และวัดพระบรมธาตุทุ่งยั้งได้
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์
ปรับปรุงล่าสุด : 4 เดือนที่แล้ว




