หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ
>สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดอุตรดิตถ์ >อ.ลับแล
>ต.ฝายหลวง
> วัดท้องลับแล (วัดลับแลง)
TL;DR: วัดท้องลับแล (วัดลับแลง) อยู่ที่ตำบลฝายหลวง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ เปิดเปิดให้เข้าชมตามกิจกรรมของวัด เวลา แนะนำเข้าชมในช่วงเวลากลางวัน และควรขออนุญาตก่อนเข้าชมภาพหัวกลับภายในโบสถ์.
วัดท้องลับแล (วัดลับแลง)
วันเปิดทำการ: เปิดให้เข้าชมตามกิจกรรมของวัด
เวลาเปิดทำการ: แนะนำเข้าชมในช่วงเวลากลางวัน และควรขออนุญาตก่อนเข้าชมภาพหัวกลับภายในโบสถ์
วัดท้องลับแล ตั้งอยู่ในตำบลฝายหลวง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย และเป็นหนึ่งในวัดเก่าแก่ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และตำนานเมืองลับแล วัดแห่งนี้เดิมมีชื่อว่า “วัดลับแลง” โดยคำว่า “แลง” เป็นภาษาท้องถิ่น หมายถึงตอนเย็น ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น “วัดท้องลับแล” และกลายเป็นศูนย์กลางศรัทธาของชุมชนบ้านท้องลับแลมาจนถึงปัจจุบัน จุดเด่นที่ทำให้วัดแห่งนี้เป็นที่รู้จักกว้างขวางคือปรากฏการณ์ “ภาพหัวกลับ” ภายในโบสถ์ ซึ่งเกิดจากแสงผ่านช่องเล็กของบานหน้าต่างเข้าสู่พื้นที่มืดภายในโบสถ์ แล้วสะท้อนภาพศาลาการเปรียญและเจดีย์แก้วด้านนอกไปปรากฏบนผนังภายในในลักษณะกลับหัว เป็นปรากฏการณ์ที่มีทั้งมิติทางวิทยาศาสตร์ ความศรัทธา และเรื่องเล่าท้องถิ่นผสมผสานกันอย่างน่าสนใจ
วัดท้องลับแลเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจเที่ยววัดเก่าในจังหวัดอุตรดิตถ์ ผู้ที่ชื่นชอบเรื่องราวลับแล ตำนานท้องถิ่น วิถีชีวิตชาวเมืองลับแล จิตรกรรมฝาผนัง และปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นภายในศาสนสถาน วัดแห่งนี้ไม่ได้มีความน่าสนใจเพียงในฐานะวัดชุมชนเท่านั้น แต่ยังเป็นสถานที่ที่เชื่อมโยงประวัติศาสตร์การบูรณะวัดใน พ.ศ. 2420 เรื่องเล่าของครูอินโสม ช่างจากบ้านท่าศาลา ตำนานเจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร ปฐมกษัตริย์แห่งนครลับแล และความอัศจรรย์ของภาพหัวกลับที่เกิดขึ้นจากหลักการเดียวกับกล้องรูเข็ม เมื่อองค์ประกอบทั้งหมดนี้มารวมกัน วัดท้องลับแลจึงเป็นสถานที่ที่มีเนื้อหาทางวัฒนธรรมลึกกว่าวัดทั่วไป และควรค่าแก่การมาเยือนอย่างตั้งใจ
ชื่อเดิมของวัดคือ “วัดลับแลง” มีความหมายที่สะท้อนภาษาถิ่นและวิถีชีวิตของผู้คนในพื้นที่ คำว่า “แลง” หมายถึงช่วงเวลาเย็น ซึ่งเป็นคำที่พบในภาษาท้องถิ่นภาคเหนือและภาคอีสานบางพื้นที่ การที่วัดเคยใช้ชื่อนี้ช่วยให้เห็นรากทางภาษาและวัฒนธรรมของชุมชนลับแลในอดีต ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นชื่อ “วัดท้องลับแล” ในเวลาต่อมา ชื่อนี้สัมพันธ์กับพื้นที่บ้านท้องลับแลและช่วยสะท้อนความเป็นวัดประจำชุมชนที่ตั้งอยู่ในหัวใจของอำเภอลับแล วัดจึงเป็นทั้งศาสนสถานและหลักฐานทางภาษาท้องถิ่นที่ยังเก็บร่องรอยอดีตไว้ในชื่อเรียก
แม้ไม่พบหลักฐานแน่ชัดว่าวัดท้องลับแลสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยใด แต่หลักฐานสำคัญระบุว่าใน พ.ศ. 2420 ได้มีการบูรณะวัดครั้งใหญ่ โดยครูอินโสม ช่างจากบ้านท่าศาลา ได้รวบรวมชาวบ้านบ้านท้องลับแลมาร่วมกันซ่อมแซมและบูรณะวัด การบูรณะครั้งนี้มีความสำคัญมาก เพราะเป็นช่วงเวลาที่ชุมชนได้ร่วมแรงร่วมใจฟื้นฟูศาสนสถานให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง มีการสร้างโบสถ์ขึ้นใหม่ และต่อมาวัดได้เปลี่ยนชื่อเป็นวัดท้องลับแล เหตุการณ์นี้สะท้อนบทบาทของชาวบ้านในการธำรงพระพุทธศาสนาและรักษาพื้นที่ศรัทธาของชุมชนไว้ด้วยแรงศรัทธาร่วมกัน
การบูรณะใน พ.ศ. 2420 ทำให้วัดท้องลับแลมีสถานะสำคัญในประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เพราะไม่ใช่เพียงการซ่อมแซมอาคารเก่า แต่เป็นกระบวนการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับชุมชน วัดในชนบทไทยมักเติบโตจากแรงศรัทธาของชาวบ้านมากกว่าการสร้างโดยรัฐหรือชนชั้นนำเพียงฝ่ายเดียว การที่ครูอินโสมสามารถรวบรวมชาวบ้านมาช่วยกันบูรณะวัดแสดงให้เห็นว่าวัดแห่งนี้มีความหมายต่อคนในพื้นที่อย่างลึกซึ้ง วัดจึงเป็นศูนย์กลางของการทำบุญ การฟังธรรม การรวมตัว และการรักษาประเพณีของบ้านท้องลับแลมาตั้งแต่อดีต
สิ่งที่ทำให้วัดท้องลับแลมีเอกลักษณ์โดดเด่นที่สุดคือปรากฏการณ์ภาพหัวกลับภายในโบสถ์ เรื่องราวเริ่มเป็นที่สนใจเมื่อช่วงกลางปี 2554 เมื่อมีผู้พบเห็นภาพหัวกลับภายในโบสถ์ที่ปิดทั้งประตูและหน้าต่าง โดยแสงลอดผ่านช่องเล็ก ๆ ของบานหน้าต่างที่ปิดไม่สนิท แล้วเกิดภาพสะท้อนของศาลาการเปรียญฝั่งตรงข้ามบานหน้าต่างไปปรากฏบนผนังด้านในโบสถ์ในลักษณะกลับหัว ความบังเอิญของแสง ช่องหน้าต่าง ความมืด และผนังที่ทำหน้าที่เหมือนฉากรับภาพ ทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่สร้างความตื่นตาแก่ผู้พบเห็น และทำให้วัดท้องลับแลกลายเป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีปรากฏการณ์ภาพหัวกลับน่าสนใจของไทย
หากอธิบายด้วยหลักวิทยาศาสตร์ ปรากฏการณ์ภาพหัวกลับเกิดจากหลักการเดียวกับกล้องรูเข็ม เมื่อแสงจากวัตถุภายนอกเดินทางผ่านช่องเล็กเข้าสู่ห้องมืด แสงจะหักเหและฉายภาพของวัตถุภายนอกลงบนผนังหรือฉากรับภาพในลักษณะกลับหัว ภาพที่เกิดขึ้นมักมีความมืดและไม่คมชัดมากนัก เพราะเกิดจากแสงธรรมชาติที่ผ่านช่องขนาดเล็ก แต่ความน่าสนใจคือปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นภายในโบสถ์ของวัดเก่า ทำให้ผู้พบเห็นรับรู้ทั้งความงามของธรรมชาติทางแสงและความรู้สึกอัศจรรย์ในพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ปรากฏการณ์ลักษณะเดียวกันนี้ยังพบในวัดสำคัญบางแห่ง เช่น วัดพระธาตุลำปางหลวงและวัดพระธาตุจอมปิง
มิติทางความเชื่อของภาพหัวกลับที่วัดท้องลับแลเชื่อมโยงกับเรื่องเล่าของเจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร ปฐมกษัตริย์แห่งนครลับแล เรื่องราวระบุว่านายภูมินทร์ ทันตแพทย์ชาวจังหวัดเชียงใหม่ ได้เดินทางมาพบเจ้าอาวาสของวัด หลังจากฝันเห็นเจ้าฟ้าฮ่ามกุมารมาบอกว่ามีผู้พบความอัศจรรย์ของภาพหัวกลับภายในโบสถ์ ในตอนแรกนายภูมินทร์ไม่เชื่อและไม่ทราบว่ามีกษัตริย์พระองค์นี้อยู่ในตำนานจริงหรือไม่ แต่เมื่อค้นข้อมูลแล้วพบว่ามีเรื่องราวของเจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร จึงเกิดความศรัทธาและเดินทางมายังวัดเพื่อบอกกล่าวกับเจ้าอาวาส เหตุการณ์นี้ทำให้ภาพหัวกลับของวัดท้องลับแลไม่ได้เป็นเพียงปรากฏการณ์ทางแสง แต่กลายเป็นเรื่องเล่าที่ผูกกับตำนานเมืองลับแลอย่างแนบแน่น
ด้วยความศรัทธาดังกล่าว นายภูมินทร์ได้สร้างเจดีย์แก้วขึ้นบริเวณตรงข้ามบานหน้าต่างของโบสถ์ เพื่อให้ภาพที่เกิดจากแสงสะท้อนปรากฏเป็นภาพเจดีย์กลับหัวอันงดงามบนผนังภายในโบสถ์ การสร้างเจดีย์แก้วนี้ทำให้ปรากฏการณ์ภาพหัวกลับมีองค์ประกอบที่ชัดเจนและสวยงามยิ่งขึ้น จากเดิมที่สะท้อนภาพศาลาการเปรียญด้านนอก ก็กลายเป็นภาพสะท้อนของเจดีย์แก้วที่มีความหมายทางศาสนาและความศรัทธาเพิ่มขึ้น เจดีย์แก้วจึงเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ภาพหัวกลับของวัดท้องลับแลมีเอกลักษณ์เฉพาะและเชื่อมโยงระหว่างวิทยาศาสตร์ ศิลปะ และความเชื่อได้อย่างกลมกลืน
ภายในโบสถ์ของวัดท้องลับแล เดิมผนังบางส่วนเป็นพื้นที่โล่ง ต่อมาได้มีการเขียนจิตรกรรมฝาผนังเล่าเรื่องตำนานและวิถีชีวิตของชาวลับแล โดยเว้นพื้นที่สีขาวไว้บริเวณที่ภาพสะท้อนตกกระทบ เพื่อให้ภาพหัวกลับปรากฏบนผนังได้อย่างชัดเจน จิตรกรรมเหล่านี้ช่วยขยายความหมายของโบสถ์ให้มากกว่าพื้นที่ประกอบพิธีกรรม เพราะทำหน้าที่เป็นสื่อเล่าเรื่องเมืองลับแล ตำนานเจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร วิถีชีวิตท้องถิ่น และความเชื่อของชุมชน ผู้มาเยือนจึงไม่ได้เพียงมาชมปรากฏการณ์แสงเท่านั้น แต่ยังได้อ่านเรื่องราวของลับแลผ่านภาพเขียนบนผนังโบสถ์ด้วย
ด้านหน้าของโบสถ์ยังมีหอไตรกลางน้ำอายุหลายร้อยปี ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยเสริมคุณค่าทางศิลปกรรมและภูมิทัศน์ของวัด หอไตรเป็นอาคารที่ใช้เก็บรักษาคัมภีร์ใบลานและพระธรรมคำสอนในอดีต การสร้างหอไตรกลางน้ำมีความหมายทั้งในเชิงการป้องกันแมลงและสัตว์รบกวน และในเชิงสัญลักษณ์ของการรักษาพระธรรมไว้ในพื้นที่ที่สงบและบริสุทธิ์ หอไตรกลางน้ำของวัดท้องลับแลจึงเป็นจุดที่ควรให้ความสำคัญควบคู่กับโบสถ์และภาพหัวกลับ เพราะสะท้อนว่าวัดแห่งนี้มีองค์ประกอบทางศาสนาและศิลปกรรมที่ทรงคุณค่าหลายชั้น
การเข้าชมภาพหัวกลับในวัดท้องลับแลควรปฏิบัติด้วยความเคารพ เนื่องจากโบสถ์เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์และมีข้อปฏิบัติของวัด ผู้ที่ต้องการชมภาพหัวกลับควรขออนุญาตจากเจ้าอาวาสหรือผู้ดูแลวัดก่อน ไม่ควรเปิดปิดประตูหน้าต่างหรือปรับสภาพแสงเองโดยไม่ได้รับอนุญาต เพราะการเกิดภาพหัวกลับขึ้นอยู่กับช่องแสง ความมืด และตำแหน่งของฉากรับภาพภายในโบสถ์ หากมีผู้ดูแลนำชม ควรปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด เพื่อรักษาบรรยากาศของสถานที่และป้องกันความเสียหายต่ออาคารเก่าและจิตรกรรมฝาผนัง
นอกจากนี้ยังมีข้อห้ามตามความเชื่อของท้องถิ่นเกี่ยวกับการเข้าภายในโบสถ์ โดยเฉพาะข้อห้ามที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อเรื่องการฝังลูกนิมิตและการห้ามผู้หญิงที่มีรอบเดือนเข้าไปในโบสถ์ ผู้มาเยือนควรเคารพความเชื่อของชุมชน แม้บางข้อปฏิบัติจะเป็นเรื่องความเชื่อเฉพาะถิ่น แต่การเที่ยววัดชุมชนควรยึดหลักความเคารพต่อเจ้าของพื้นที่เป็นสำคัญ เพราะวัดไม่ใช่เพียงสถานที่ท่องเที่ยว แต่ยังเป็นพื้นที่ศรัทธาของพระสงฆ์และชาวบ้านที่ใช้ประกอบศาสนกิจจริง
วัดท้องลับแลยังเกี่ยวข้องกับประเพณีและกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาของชุมชนฝายหลวงอย่างต่อเนื่อง เช่น งานทำบุญในวันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา วันออกพรรษา งานทอดกฐิน งานทอดผ้าป่า และงานบุญตามวาระต่าง ๆ กิจกรรมเหล่านี้ช่วยให้วัดยังคงมีชีวิต ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่เก่าที่เก็บเรื่องเล่าไว้เฉย ๆ แต่เป็นพื้นที่ที่ผู้คนยังคงเข้ามาทำบุญ ฟังธรรม ร่วมกิจกรรม และสืบทอดความศรัทธาจากรุ่นสู่รุ่น การเดินทางมาเยือนในช่วงงานบุญจะทำให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับชุมชนได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
การเดินทาง ไปวัดท้องลับแลสามารถเริ่มจากตัวเมืองอุตรดิตถ์ มุ่งหน้าไปอำเภอลับแล แล้วเข้าสู่ตำบลฝายหลวง วัดตั้งอยู่ไม่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในเขตลับแล เช่น ซุ้มประตูเมืองลับแล พิพิธภัณฑ์เมืองลับแล วัดดอนสัก และวัดพระแท่นศิลาอาสน์ การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด เพราะสามารถจัดเส้นทางเที่ยววัดและสถานที่ใกล้เคียงได้หลายจุดในวันเดียว เส้นทางภายในลับแลเป็นเส้นทางชุมชน มีบางช่วงเป็นถนนขนาดไม่กว้างมาก ผู้ขับขี่ควรใช้ความเร็วอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะในช่วงงานบุญ วันหยุด และฤดูท่องเที่ยว
หากไม่มีรถส่วนตัว สามารถเดินทางมาที่ตัวเมืองอุตรดิตถ์หรืออำเภอลับแลก่อน แล้วใช้บริการรถท้องถิ่นหรือเหมารถเพื่อไปยังวัดท้องลับแลและสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง การเหมารถเหมาะกับผู้ที่ต้องการเที่ยวแบบครึ่งวันหรือหนึ่งวัน เพราะสามารถแวะได้ทั้งวัดท้องลับแล พิพิธภัณฑ์เมืองลับแล ซุ้มประตูเมืองลับแล วัดดอนสัก ร้านอาหารพื้นถิ่น และที่พักในอำเภอลับแลได้อย่างยืดหยุ่น การวางแผนเส้นทางล่วงหน้าจะช่วยให้ใช้เวลาได้คุ้มค่าและลดการเดินทางย้อนกลับไปมา
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเยือนวัดท้องลับแลคือช่วงกลางวันที่มีแสงธรรมชาติเพียงพอ เพราะการชมภาพหัวกลับต้องอาศัยสภาพแสงจากภายนอกและความมืดภายในโบสถ์ อย่างไรก็ตาม การเกิดภาพขึ้นอยู่กับมุมแสง ช่องหน้าต่าง และการจัดพื้นที่ของวัด จึงควรสอบถามผู้ดูแลก่อนเข้าชม หากต้องการเดินชมบรรยากาศวัดโดยทั่วไป ช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายแก่ ๆ จะเหมาะที่สุด เพราะอากาศไม่ร้อนมากและเหมาะกับการไหว้พระ เดินชมโบสถ์ หอไตร และพื้นที่ภายในวัดอย่างสงบ
นักท่องเที่ยวสามารถจัดเส้นทางวัดท้องลับแลร่วมกับสถานที่ใกล้เคียงได้อย่างหลากหลาย หากมีเวลาครึ่งวัน อาจเริ่มจากซุ้มประตูเมืองลับแลและพิพิธภัณฑ์เมืองลับแลเพื่อเรียนรู้ภาพรวมของเมือง จากนั้นเดินทางมายังวัดท้องลับแลเพื่อชมภาพหัวกลับและหอไตรกลางน้ำ แล้วแวะรับประทานอาหารพื้นถิ่นในตัวอำเภอลับแล หากมีเวลาหนึ่งวัน สามารถเพิ่มวัดดอนสัก วัดพระแท่นศิลาอาสน์ วัดพระยืนพุทธบาทยุคล หรือวัดโพธิ์ทองเข้าไปในเส้นทาง เพื่อให้เห็นภาพของวัดเก่าและศาสนสถานสำคัญในลับแลได้ครบถ้วนขึ้น
ด้านอาหาร ลับแลมีอาหารท้องถิ่นที่น่าสนใจหลายอย่าง เช่น ข้าวพันผัก หมี่พัน ก๋วยเตี๋ยว อาหารเหนือแบบท้องถิ่น และร้านอาหารชุมชนที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยว หลังจากเที่ยววัดท้องลับแล นักท่องเที่ยวสามารถแวะร้านอาหารใกล้เคียง เช่น เฮือนข้าวพันผักริมคลอง ก๋วยเตี๋ยวห้อยขาฮิมคลองลับแล ลำลำลับแล บ้าน 100 ปี ส้มตำแม่แดง วัดดอนสัก 1 และป๋ายลับแล ซึ่งช่วยเติมเต็มประสบการณ์ท่องเที่ยววัดด้วยรสชาติท้องถิ่นของเมืองลับแล
ด้านที่พัก นักท่องเที่ยวสามารถเลือกพักได้ทั้งในอำเภอลับแลและตัวเมืองอุตรดิตถ์ หากต้องการอยู่ใกล้เส้นทางวัดและชุมชนลับแล สามารถเลือกที่พักในอำเภอลับแลหรือพื้นที่ใกล้เคียง ส่วนผู้ที่ต้องการความสะดวกด้านร้านค้า สถานีรถไฟ และการเดินทางต่อไปยังจังหวัดอื่น สามารถเลือกพักในตัวเมืองอุตรดิตถ์ ซึ่งมีโรงแรมและรีสอร์ทให้เลือกมากกว่า การเลือกที่พักควรพิจารณาจากเส้นทางเที่ยว หากตั้งใจเที่ยววัดท้องลับแลและวัดใกล้เคียงเป็นหลัก ควรเลือกที่พักที่เดินทางเข้าสู่ลับแลได้สะดวก
โดยสรุป วัดท้องลับแลเป็นวัดเก่าแก่ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นทั้งด้านประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ตำนานเมืองลับแล ปรากฏการณ์ภาพหัวกลับ จิตรกรรมฝาผนัง หอไตรกลางน้ำ และบทบาทของวัดในฐานะศูนย์รวมจิตใจของชุมชนฝายหลวง วัดแห่งนี้เหมาะกับนักเดินทางที่ต้องการมากกว่าเพียงการไหว้พระ เพราะทุกองค์ประกอบภายในวัดมีเรื่องเล่ารองรับ ทั้งเรื่องภาษา ชื่อวัด การบูรณะใน พ.ศ. 2420 ปรากฏการณ์ทางแสง และตำนานเจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร การมาเยือนวัดท้องลับแลจึงเป็นการสัมผัสเมืองลับแลในมิติที่ลึก สงบ และมีความหมายอย่างแท้จริง
| ชื่อสถานที่ | วัดท้องลับแล |
| ที่ตั้ง | ตำบลฝายหลวง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ |
| ที่อยู่ | ตำบลฝายหลวง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ 53130 |
| พิกัด | 17.670734, 100.027909 |
| ไฮไลต์ | วัดเก่าแก่ของเมืองลับแล เด่นเรื่องปรากฏการณ์ภาพหัวกลับภายในโบสถ์ จิตรกรรมฝาผนังเล่าเรื่องตำนานและวิถีชีวิตชาวลับแล และหอไตรกลางน้ำอายุหลายร้อยปี |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | เดิมชื่อวัดลับแลง ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าสร้างขึ้นเมื่อใด มีหลักฐานการบูรณะครั้งสำคัญใน พ.ศ. 2420 โดยครูอินโสม ช่างจากบ้านท่าศาลา และชาวบ้านบ้านท้องลับแล |
| ที่มาของชื่อ | เดิมชื่อ “วัดลับแลง” คำว่า “แลง” เป็นภาษาท้องถิ่น แปลว่าตอนเย็น ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น “วัดท้องลับแล” ตามชื่อชุมชนบ้านท้องลับแล |
| ลักษณะเด่น | มีโบสถ์ที่เกิดปรากฏการณ์ภาพหัวกลับจากหลักการเดียวกับกล้องรูเข็ม มีเจดีย์แก้วตรงข้ามช่องหน้าต่าง จิตรกรรมฝาผนัง และหอไตรกลางน้ำ |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองอุตรดิตถ์มุ่งหน้าไปอำเภอลับแล แล้วเข้าสู่ตำบลฝายหลวง ใช้รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด และสามารถจัดเส้นทางร่วมกับซุ้มประตูเมืองลับแล พิพิธภัณฑ์เมืองลับแล วัดดอนสัก และวัดพระแท่นศิลาอาสน์ได้ |
| สถานะปัจจุบัน | เป็นวัดราษฎร์ในตำบลฝายหลวง ใช้ประกอบศาสนกิจและกิจกรรมของชุมชน การเข้าชมภาพหัวกลับภายในโบสถ์ควรขออนุญาตก่อน |
| วันเปิดทำการ | เปิดให้เข้าชมตามกิจกรรมของวัด |
| เวลาเปิดทำการ | แนะนำเข้าชมในช่วงเวลากลางวัน และควรขออนุญาตก่อนเข้าชมภาพหัวกลับภายในโบสถ์ |
| พื้นที่สำคัญภายในวัด | โบสถ์ภาพหัวกลับ เจดีย์แก้ว จิตรกรรมฝาผนัง ศาลาการเปรียญ หอไตรกลางน้ำ และพื้นที่ประกอบศาสนกิจของชุมชน |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พระครูโฆสิตธรรมพินิต |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ซุ้มประตูเมืองลับแล – ประมาณ 2 กม. 2. พิพิธภัณฑ์เมืองลับแล – ประมาณ 2 กม. 3. วัดดอนสัก – ประมาณ 2 กม. 4. วัดโพธิ์ทอง – ประมาณ 4 กม. 5. วัดพระยืนพุทธบาทยุคล – ประมาณ 5 กม. 6. วัดพระแท่นศิลาอาสน์ – ประมาณ 7 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. เฮือนข้าวพันผักริมคลอง – ประมาณ 2 กม. โทร. 085-273-9344 2. ก๋วยเตี๋ยวห้อยขา ฮิมคลองลับแล – ประมาณ 2 กม. 3. ลำลำลับแล บ้าน 100 ปี – ประมาณ 3 กม. โทร. 095-628-3125 4. ส้มตำแม่แดง วัดดอนสัก 1 – ประมาณ 3 กม. โทร. 084-425-8615 5. ป๋ายลับแล – ประมาณ 7 กม. โทร. 081-888-8772, 062-239-4795 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. ณ ลับแล – ประมาณ 2 กม. โทร. 082-661-0881, 055-431-137 2. ไทยมิตร รีสอร์ท – ประมาณ 6 กม. 3. หัวดุม รีสอร์ท – ประมาณ 7 กม. 4. ณวัฒน อินน์ – ประมาณ 9 กม. โทร. 055-830-481, 093-959-8287 5. สุนีย์ บูทีค โฮเท็ล – ประมาณ 10 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดท้องลับแลอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดท้องลับแลตั้งอยู่ในตำบลฝายหลวง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย
ถาม: วัดท้องลับแลเดิมชื่ออะไร?
ตอบ: วัดท้องลับแลเดิมชื่อว่า “วัดลับแลง” โดยคำว่า “แลง” เป็นภาษาท้องถิ่น หมายถึงตอนเย็น ต่อมาจึงเปลี่ยนชื่อเป็นวัดท้องลับแล
ถาม: ภาพหัวกลับที่วัดท้องลับแลเกิดขึ้นได้อย่างไร?
ตอบ: ภาพหัวกลับเกิดจากแสงลอดผ่านช่องเล็กของบานหน้าต่างเข้าสู่โบสถ์ที่มืด แล้วเกิดการหักเหและฉายภาพภายนอกลงบนผนังภายในในลักษณะกลับหัว เป็นหลักการเดียวกับกล้องรูเข็ม
ถาม: วัดท้องลับแลเกี่ยวข้องกับเจ้าฟ้าฮ่ามกุมารอย่างไร?
ตอบ: เรื่องเล่าท้องถิ่นระบุว่าปรากฏการณ์ภาพหัวกลับเชื่อมโยงกับความฝันของนายภูมินทร์ ทันตแพทย์ชาวเชียงใหม่ ที่ฝันเห็นเจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร ปฐมกษัตริย์แห่งนครลับแล ก่อนเดินทางมาบอกกล่าวกับเจ้าอาวาส
ถาม: สามารถเข้าชมภาพหัวกลับภายในโบสถ์ได้หรือไม่?
ตอบ: การเข้าชมภาพหัวกลับควรขออนุญาตจากเจ้าอาวาสหรือผู้ดูแลวัดก่อน เพราะโบสถ์เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์และการเกิดภาพขึ้นอยู่กับสภาพแสงและการจัดพื้นที่ภายในวัด
ถาม: วัดท้องลับแลมีสิ่งน่าสนใจอะไรบ้าง?
ตอบ: สิ่งน่าสนใจได้แก่ โบสถ์ภาพหัวกลับ เจดีย์แก้ว จิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับตำนานและวิถีชีวิตชาวลับแล ศาลาการเปรียญ และหอไตรกลางน้ำอายุหลายร้อยปี
ถาม: มีสถานที่ท่องเที่ยวใกล้วัดท้องลับแลหรือไม่?
ตอบ: มีหลายแห่ง เช่น ซุ้มประตูเมืองลับแล พิพิธภัณฑ์เมืองลับแล วัดดอนสัก วัดโพธิ์ทอง วัดพระยืนพุทธบาทยุคล และวัดพระแท่นศิลาอาสน์
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ
ปรับปรุงล่าสุด : 2 วันที่แล้ว




