หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดอุตรดิตถ์ >อ.ลับแล >ต.ศรีพนมมาศ > วัดม่อนปรางค์
TL;DR: วัดม่อนปรางค์ อยู่ที่ตำบลศรีพนมมาศ อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ วัดราษฎร์สังกัดมหานิกาย มีอุโบสถล้านนาเก่าแก่ขนาดกะทัดรัด รายละเอียดศิลปกรรมประณีต และเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชุมชนลับแล.
วัดม่อนปรางค์

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
วัดม่อนปรางค์ จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นวัดเก่าแก่ของอำเภอลับแล ตั้งอยู่ในตำบลศรีพนมมาศ อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ วัดแห่งนี้มีประวัติยาวนานตั้งแต่ประมาณ พ.ศ. 2174 ในช่วงปลายสมัยสุโขทัยต่อเนื่องถึงสมัยอยุธยา และเป็นวัดที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2181 ชาวบ้านนิยมเรียกสั้น ๆ ว่า “วัดม่อน” ตามลักษณะทำเลที่ตั้งบนเนินสูง ซึ่งคำว่า “ม่อน” ในภาษาถิ่นเหนือหมายถึงเนินหรือภูเขาขนาดเล็ก วัดม่อนปรางค์จึงเป็นทั้งศาสนสถานเก่าแก่ พื้นที่ศรัทธาของชุมชน และแหล่งเรียนรู้ศิลปกรรมล้านนาที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของเมืองลับแล
เสน่ห์ของวัดม่อนปรางค์อยู่ที่ความสงบของวัดเก่าบนเนินสูง เมื่อเดินทางเข้าสู่พื้นที่วัด ผู้มาเยือนจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศเรียบง่ายแบบวัดชุมชนในเมืองลับแล วัดไม่ได้โดดเด่นด้วยความใหญ่โตโอ่อ่า แต่มีคุณค่าอยู่ที่รายละเอียดทางประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และร่องรอยศรัทธาที่สืบทอดมายาวนานหลายร้อยปี ภายในวัดมีอุโบสถศิลปะล้านนาที่มีเอกลักษณ์ พระประธานสำคัญที่ชาวบ้านเคารพนับถือ ลวดลายประดับซุ้มประตูและบานประตู รวมถึงองค์ประกอบทางศิลปกรรมที่สะท้อนฝีมือช่างโบราณของภาคเหนือตอนล่าง
ชื่อวัดม่อนปรางค์มีความหมายที่สัมพันธ์กับภูมิประเทศโดยตรง คำว่า “ม่อน” ในภาษาถิ่นเหนือหมายถึงเนินหรือพื้นที่สูงขนาดเล็ก ส่วนชื่อ “ปรางค์” ชวนให้นึกถึงองค์ประกอบทางศาสนสถานที่มีความสูงเด่นและเป็นจุดหมายสายตาของผู้คน ชื่อวัดจึงสอดคล้องกับลักษณะพื้นที่ที่ตั้งอยู่บนเนินสูงและมีความหมายเชิงศรัทธาอยู่ในตัว ชาวบ้านจึงเรียกวัดนี้อย่างคุ้นเคยว่า “วัดม่อน” ซึ่งเป็นชื่อสั้นที่สะท้อนความใกล้ชิดระหว่างวัดกับชุมชนได้อย่างดี
ในเชิงประวัติศาสตร์ วัดม่อนปรางค์เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2174 และได้รับวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2181 การได้รับวิสุงคามสีมาเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงว่าวัดมีเขตสำหรับประกอบสังฆกรรม เช่น การอุปสมบทและพิธีกรรมสำคัญของพระสงฆ์ วัดจึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่พักสงฆ์หรือศาลาศรัทธาของชาวบ้านเท่านั้น แต่เป็นวัดที่มีสถานะทางพระพุทธศาสนาอย่างสมบูรณ์และมีบทบาทต่อชุมชนลับแลมาอย่างยาวนาน
ความเก่าแก่ของวัดม่อนปรางค์ทำให้สถานที่แห่งนี้มีความหมายในฐานะมรดกทางวัฒนธรรมของอำเภอลับแล ลับแลเป็นพื้นที่ที่มีตำนาน เมืองเก่า วัดโบราณ และวิถีชีวิตที่ยังคงกลิ่นอายท้องถิ่นไว้ได้อย่างเด่นชัด วัดม่อนปรางค์จึงเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์ทางศาสนาที่ช่วยบอกเล่าอดีตของเมืองลับแล ผ่านวัดบนเนินสูง อุโบสถเก่า ศิลปะล้านนา และกิจกรรมทางศาสนาที่ชาวบ้านยังคงปฏิบัติสืบต่อกันมา
เอกลักษณ์สำคัญของวัดม่อนปรางค์คืออุโบสถที่สร้างขึ้นตามแบบศิลปะล้านนา ตัวอาคารมีขนาดกะทัดรัดแต่มีสัดส่วนสง่างาม หลังคาลดหลั่นหลายชั้นตามแบบสถาปัตยกรรมล้านนา ซึ่งช่วยให้ตัวอาคารดูนุ่มนวลและมีจังหวะทางสายตาอย่างงดงาม รายละเอียดของหลังคา ชายคา และองค์ประกอบประดับอาคารสะท้อนความประณีตของช่างในอดีตที่เข้าใจทั้งโครงสร้าง ความเชื่อ และความงามของศาสนสถาน
อุโบสถของวัดม่อนปรางค์มีความสำคัญไม่เพียงในฐานะอาคารประกอบสังฆกรรม แต่ยังเป็นพื้นที่ที่แสดงรสนิยมทางศิลปกรรมของชุมชนล้านนาในลับแล ลักษณะอาคารที่ไม่ใหญ่เกินไปทำให้ผู้มาเยือนสัมผัสรายละเอียดได้ใกล้ชิด ทั้งรูปทรงหลังคา บานประตู ลวดลายประดับ และซุ้มประตูโขงที่ปรากฏภายในวัด ความกะทัดรัดของอาคารกลับทำให้รายละเอียดทางศิลปกรรมดูเด่นขึ้น และช่วยให้บรรยากาศของวัดมีความสงบเป็นพิเศษ
ภายในอุโบสถประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญที่ชาวบ้านเรียกว่า “พระเหลือ” ซึ่งมีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่าเป็นพระพุทธรูปที่หล่อจากทองคำที่เหลือจากการหล่อพระพุทธชินราช จึงเดิมเรียกว่า “พระทองเหลือ” และต่อมาเรียกสั้นลงว่า “พระเหลือ” เรื่องเล่านี้ทำให้พระประธานภายในอุโบสถมีความหมายทางศรัทธาอย่างมาก เพราะเชื่อมโยงวัดม่อนปรางค์กับพระพุทธชินราช พระพุทธรูปสำคัญของเมืองพิษณุโลกและของไทยในภาพกว้าง
พระเหลือเป็นศูนย์รวมศรัทธาของผู้คนที่เดินทางมาวัดม่อนปรางค์ ผู้มาเยือนมักเริ่มต้นด้วยการกราบพระประธานภายในอุโบสถเพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้นจึงเดินชมรายละเอียดของอุโบสถและพื้นที่โดยรอบ การมีพระพุทธรูปสำคัญอยู่ภายในอาคารศิลปะล้านนาทำให้ประสบการณ์การมาเยือนวัดนี้มีทั้งมิติของการไหว้พระและมิติของการศึกษาศิลปกรรมไปพร้อมกัน
ซุ้มประตูโขงและบานประตูของวัดม่อนปรางค์เป็นอีกหนึ่งจุดที่ควรชมอย่างละเอียด ซุ้มประตูโขงในวัฒนธรรมล้านนาไม่ได้เป็นเพียงทางเข้าออกอาคาร แต่เป็นเส้นแบ่งเชิงสัญลักษณ์ระหว่างโลกสามัญกับพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ลวดลายที่ประดับบนซุ้มและบานประตูมักสื่อถึงคติพุทธศาสนา ความเป็นมงคล และการปกปักรักษาศาสนสถาน เมื่อผู้มาเยือนเดินผ่านซุ้มเข้าสู่พื้นที่สักการะ จึงเหมือนก้าวเข้าสู่พื้นที่แห่งความสำรวมทางใจ
ลวดลายปูนปั้นและลวดลายบานประตูจำหลักไม้ที่พบในวัดม่อนปรางค์สะท้อนฝีมือช่างพื้นถิ่นที่มีความละเอียดอ่อน งานช่างประเภทนี้ต้องอาศัยทั้งความเข้าใจในวัสดุ ความชำนาญในการจัดวางลวดลาย และความศรัทธาที่ทำให้งานศิลป์กลายเป็นส่วนหนึ่งของการบูชาพระพุทธศาสนา ลวดลายที่ปรากฏจึงไม่ใช่เพียงการตกแต่ง แต่เป็นการถ่ายทอดความเชื่อและความงามผ่านมือของช่างโบราณ
นอกจากอุโบสถแล้ว ภายในวัดยังมีองค์ประกอบที่น่าสนใจ เช่น ธรรมาสน์ไม้ หอไตร และพื้นที่วัดที่ยังคงบรรยากาศเก่าแก่ ธรรมาสน์ไม้เป็นเครื่องใช้ทางศาสนาที่เกี่ยวข้องกับการเทศน์และการเผยแผ่ธรรมะ ส่วนหอไตรเป็นพื้นที่เก็บรักษาคัมภีร์และเอกสารทางพระพุทธศาสนา องค์ประกอบเหล่านี้ช่วยให้เห็นว่าวัดม่อนปรางค์ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเป็นสถานที่ไหว้พระ แต่ยังเป็นพื้นที่ของความรู้ การเทศน์สอน และการรักษาพระธรรมวินัยในชุมชน
วัดม่อนปรางค์ยังมีความเกี่ยวข้องกับเอกสารโบราณและภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชนลับแล การมีเอกสารเก่า คัมภีร์ หรือวัตถุทางศาสนาในวัดสะท้อนบทบาทของวัดในฐานะคลังความรู้ของชุมชน ในอดีตวัดเป็นพื้นที่ที่คนในชุมชนใช้เรียนรู้ตัวอักษร ธรรมะ ประเพณี และระเบียบทางสังคม พระสงฆ์จึงเป็นผู้สืบทอดทั้งความรู้ทางศาสนาและความรู้ทางวัฒนธรรม วัดม่อนปรางค์จึงควรถูกมองในฐานะแหล่งมรดกทางปัญญาของลับแลด้วย
ปัจจุบันวัดม่อนปรางค์มีพระสมุห์สมิง คุณธมฺมโม เป็นเจ้าอาวาส ทำหน้าที่ดูแลศาสนสถานและกิจกรรมของวัดอย่างต่อเนื่อง การมีพระสงฆ์ดูแลวัดทำให้วัดยังคงมีชีวิตทางศาสนา มีการประกอบกิจกรรมในวันพระ วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา และงานบุญของชุมชน วัดม่อนปรางค์จึงไม่ใช่เพียงสถานที่เก่าแก่สำหรับชมศิลปกรรม แต่ยังเป็นวัดที่ชาวบ้านยังใช้เป็นพื้นที่ทำบุญ ฟังธรรม และรวมตัวกันในวาระสำคัญ
กิจกรรมสำคัญของวัดม่อนปรางค์เกี่ยวข้องกับวิถีวัดล้านนาและวัฒนธรรมชุมชนลับแล เช่น บุญเข้าพรรษา ออกพรรษา งานปีใหม่เมือง การตานขันข้าว การทำบุญอุทิศส่วนกุศล และการเทศน์มหาชาติ กิจกรรมเหล่านี้ไม่ใช่เพียงพิธีกรรมทางศาสนา แต่เป็นพื้นที่ที่ทำให้คนในชุมชนได้กลับมาพบกัน ร่วมทำบุญ ร่วมรักษาประเพณี และส่งต่อความเชื่อจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง
งานปีใหม่เมืองเป็นหนึ่งในประเพณีที่สะท้อนอัตลักษณ์ล้านนาได้ชัดเจน ผู้คนจะเข้าวัดทำบุญ รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ สรงน้ำพระ และแสดงความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ วัดม่อนปรางค์จึงมีบทบาทเป็นพื้นที่ทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงครอบครัว ชุมชน และพระพุทธศาสนาเข้าด้วยกัน ประเพณีลักษณะนี้ทำให้วัดยังคงมีชีวิตชีวาและมีความหมายต่อผู้คนมากกว่าการเป็นอาคารเก่าแก่เพียงอย่างเดียว
การตานขันข้าวเป็นประเพณีล้านนาที่เกี่ยวข้องกับการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับและแสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ เมื่อจัดขึ้นในบริบทของวัดเก่าอย่างวัดม่อนปรางค์ ประเพณีนี้ยิ่งสะท้อนความต่อเนื่องของวิถีชีวิตชาวลับแล ผู้คนไม่ได้มาวัดเพื่อขอพรเท่านั้น แต่ยังมาวัดเพื่อระลึกถึงผู้ล่วงลับ ทำบุญร่วมกับครอบครัว และรักษาความสัมพันธ์ระหว่างคนเป็นกับความทรงจำของบรรพชน
เทศน์มหาชาติเป็นอีกกิจกรรมที่ช่วยให้วัดทำหน้าที่เป็นพื้นที่เรียนรู้ธรรมะสำหรับชุมชน การฟังเทศน์มหาชาติเป็นการเรียนรู้เรื่องพระเวสสันดรชาดก ซึ่งเป็นชาดกสำคัญว่าด้วยการบำเพ็ญทานบารมี กิจกรรมนี้ช่วยให้ผู้คนได้รับทั้งความรู้ทางศาสนา ความบันเทิงในรูปแบบการเทศน์พื้นบ้าน และคติสอนใจที่นำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ วัดม่อนปรางค์จึงยังเป็นพื้นที่ของการศึกษาและการกล่อมเกลาจิตใจตามแบบวัดไทยดั้งเดิม
สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจวัดเก่า วัดม่อนปรางค์ควรใช้เวลาเดินชมอย่างไม่เร่งรีบ เริ่มจากการกราบพระเหลือภายในอุโบสถ แล้วชมรายละเอียดของอุโบสถล้านนา ซุ้มประตูโขง บานประตูจำหลักไม้ ลวดลายปูนปั้น ธรรมาสน์ไม้ หอไตร และบรรยากาศโดยรอบวัด การชมวัดเก่าควรใช้สายตาอย่างละเอียด เพราะคุณค่าของวัดไม่ได้อยู่ที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความสัมพันธ์ระหว่างอาคาร ศิลปกรรม เรื่องเล่า และชุมชน
วัดม่อนปรางค์ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมืองลับแล จึงเหมาะสำหรับจัดเป็นเส้นทางเที่ยววัดและชุมชนในวันเดียว ผู้มาเยือนสามารถแวะวัดม่อนปรางค์เพื่อไหว้พระและชมอุโบสถล้านนา จากนั้นเดินทางต่อไปยังประตูเมืองลับแล พิพิธภัณฑ์เมืองลับแล ตลาดลับแล วัดเสาหิน หรือเส้นทางน้ำตกแม่พูล เส้นทางนี้ช่วยให้เห็นทั้งวัดเก่า อาหารพื้นเมือง บ้านเรือนชุมชน และธรรมชาติของลับแลอย่างครบถ้วน
การเดินทาง ไปวัดม่อนปรางค์สามารถเริ่มจากตัวเมืองอุตรดิตถ์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 102 มุ่งหน้าเข้าสู่อำเภอลับแล แล้วต่อด้วยถนนในชุมชนไปยังตำบลศรีพนมมาศ วัดตั้งอยู่บนเนินสูงในพื้นที่เงียบสงบของเมืองลับแล ผู้ที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวสามารถค้นหาชื่อวัดม่อนปรางค์ในแผนที่นำทางได้โดยตรง ส่วนผู้ที่ไม่มีรถส่วนตัวสามารถใช้รถรับจ้างจากตัวเมืองอุตรดิตถ์หรือจากย่านลับแล และควรนัดหมายเวลารับกลับหากต้องการเที่ยวหลายจุดในวันเดียว
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเยือนคือช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายแก่ เพราะอากาศไม่ร้อนจัดและเหมาะกับการเดินชมอุโบสถและบรรยากาศบนเนินวัด ผู้มาเยือนควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 45 นาทีถึง 1 ชั่วโมง เพื่อไหว้พระ เดินชมศิลปกรรม และถ่ายภาพอย่างเหมาะสม หากมาในช่วงฤดูฝนหรือหลังฝนตก พื้นที่รอบวัดอาจมีความเขียวร่มรื่นเป็นพิเศษ แต่ควรระมัดระวังเส้นทางขึ้นเนินและพื้นที่ที่อาจลื่น
มารยาทในการเข้าชมวัดม่อนปรางค์เป็นเรื่องสำคัญ ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ ใช้น้ำเสียงเบา ไม่สัมผัสพระพุทธรูป โบราณวัตถุ บานประตูไม้ หรือจิตรกรรมโดยไม่จำเป็น และควรถ่ายภาพด้วยความเคารพต่อสถานที่ หากมีพระสงฆ์หรือชาวบ้านกำลังประกอบพิธีกรรม ควรเว้นระยะอย่างเหมาะสม การชมวัดเก่าเช่นนี้ควรตั้งใจรักษาบรรยากาศความสงบและช่วยกันดูแลมรดกทางศิลปวัฒนธรรมให้คงอยู่ต่อไป
วัดม่อนปรางค์จึงเป็นหนึ่งในวัดที่ไม่ควรมองข้ามเมื่อเดินทางมายังจังหวัดอุตรดิตถ์ โดยเฉพาะผู้ที่สนใจเมืองลับแล วัดเก่า สถาปัตยกรรมล้านนา และศิลปกรรมพื้นถิ่น วัดแห่งนี้มีเสน่ห์จากความสงบบนเนินสูง อุโบสถเก่าแก่ พระเหลือ ซุ้มประตูโขง ลวดลายไม้แกะสลัก และบรรยากาศชุมชนที่ยังผูกพันกับวัดอย่างแน่นแฟ้น การมาเยือนวัดม่อนปรางค์จึงเป็นการเดินทางที่ได้ทั้งความสงบ ความรู้ และความเข้าใจต่อรากเหง้าของลับแลอย่างลึกซึ้ง
| ชื่อสถานที่ | วัดม่อนปรางค์ |
| ที่ตั้ง | ตำบลศรีพนมมาศ อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ |
| ที่อยู่ | ต.ศรีพนมมาศ อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ 53130 |
| พิกัด | 17.6564177016, 100.040268747 |
| ไฮไลต์ | อุโบสถศิลปะล้านนาบนเนินสูง พระเหลือ ซุ้มประตูโขง บานประตูจำหลักไม้ ลวดลายปูนปั้น ธรรมาสน์ไม้ และบรรยากาศวัดเก่าในเมืองลับแล |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2174 ในช่วงปลายสมัยสุโขทัยต่อสมัยอยุธยา และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2181 |
| ที่มาของชื่อ | ชาวบ้านเรียกสั้น ๆ ว่าวัดม่อน เพราะตั้งอยู่บนเนินสูง คำว่า “ม่อน” ในภาษาถิ่นเหนือหมายถึงเนินหรือภูเขาขนาดเล็ก |
| ลักษณะเด่น | วัดราษฎร์สังกัดมหานิกาย มีอุโบสถล้านนาเก่าแก่ขนาดกะทัดรัด รายละเอียดศิลปกรรมประณีต และเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชุมชนลับแล |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองอุตรดิตถ์ใช้ทางหลวงหมายเลข 102 มุ่งหน้าเข้าสู่อำเภอลับแล แล้วต่อด้วยถนนในชุมชนไปยังตำบลศรีพนมมาศ สามารถค้นหาชื่อวัดม่อนปรางค์ในแผนที่นำทางได้ |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นวัดราษฎร์และแหล่งศิลปกรรมทางศาสนาที่สำคัญของตำบลศรีพนมมาศ อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | อุโบสถศิลปะล้านนา พระเหลือ ซุ้มประตูโขง บานประตูจำหลักไม้ ลวดลายปูนปั้น ธรรมาสน์ไม้ หอไตร และพื้นที่ประกอบศาสนกิจของชุมชน |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พระสมุห์สมิง คุณธมฺมโม |
| ประเพณี / กิจกรรมสำคัญ | บุญเข้าพรรษา ออกพรรษา งานปีใหม่เมือง ตานขันข้าว เทศน์มหาชาติ และกิจกรรมทำบุญของชุมชนลับแล |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ประตูเมืองลับแล ประมาณ 2 กม. 2. พิพิธภัณฑ์เมืองลับแล ประมาณ 2 กม. 3. ตลาดลับแล ประมาณ 2 กม. 4. วัดเสาหิน ประมาณ 2 กม. 5. น้ำตกแม่พูล ประมาณ 8 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. จอด จิบ หน้าวัดม่อนปรางค์ ประมาณ 0 กม. โทร. 093-332-3241 2. ม่อนลับแล ประมาณ 2 กม. โทร. 055-431-439 3. Pizza Cafe de Lap Lae ประมาณ 5 กม. โทร. 062-657-8354 4. ร้านข้าวพันผัก ถนนราษฎร์อุทิศ ประมาณ 2 กม. โทร. 080-447-0345 5. ร้านอาหารท้องถิ่นบริเวณตลาดลับแล ประมาณ 2 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. ที่พักท้องถิ่นในอำเภอลับแล ประมาณ 2 กม. 2. ณ ลับแล ประมาณ 3 กม. 3. ทุ่งยั้งเฮ้าส์ ประมาณ 8 กม. 4. โรงแรมสีหราช อุตรดิตถ์ ประมาณ 10 กม. โทร. 055-832790 5. โรงแรมฟรายเดย์ อุตรดิตถ์ ประมาณ 10 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดม่อนปรางค์อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดม่อนปรางค์ตั้งอยู่ที่ตำบลศรีพนมมาศ อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ 53130
ถาม: วัดม่อนปรางค์สร้างขึ้นเมื่อใด?
ตอบ: วัดม่อนปรางค์ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2174 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2181
ถาม: ทำไมชาวบ้านจึงเรียกวัดม่อนปรางค์ว่าวัดม่อน?
ตอบ: เพราะวัดตั้งอยู่บนเนินสูง คำว่า “ม่อน” ในภาษาถิ่นเหนือหมายถึงเนินหรือภูเขาขนาดเล็ก ชาวบ้านจึงนิยมเรียกสั้น ๆ ว่าวัดม่อน
ถาม: วัดม่อนปรางค์มีจุดเด่นอะไร?
ตอบ: จุดเด่นของวัดคืออุโบสถศิลปะล้านนา พระเหลือ ซุ้มประตูโขง บานประตูจำหลักไม้ ลวดลายปูนปั้น ธรรมาสน์ไม้ และหอไตร
ถาม: พระเหลือวัดม่อนปรางค์มีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: พระเหลือเป็นพระพุทธรูปสำคัญในอุโบสถ มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่าเดิมเรียกพระทองเหลือ เพราะเกี่ยวข้องกับทองคำที่เหลือจากการหล่อพระพุทธชินราช
ถาม: เจ้าอาวาสวัดม่อนปรางค์คือใคร?
ตอบ: เจ้าอาวาสวัดม่อนปรางค์คือ พระสมุห์สมิง คุณธมฺมโม
ถาม: วัดม่อนปรางค์เปิดให้เข้าชมวันไหน?
ตอบ: วัดม่อนปรางค์เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
ถาม: เที่ยววัดม่อนปรางค์ควรเที่ยวคู่กับที่ไหน?
ตอบ: สามารถเที่ยวคู่กับประตูเมืองลับแล พิพิธภัณฑ์เมืองลับแล ตลาดลับแล วัดเสาหิน และน้ำตกแม่พูล
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ
ปรับปรุงล่าสุด : 5 เดือนที่แล้ว




