หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดอุตรดิตถ์ >อ.ลับแล >ต.ฝายหลวง > ประเพณีแห่น้ำขึ้นโฮง จังหวัดอุตรดิตถ์
TL;DR: ประเพณีแห่น้ำขึ้นโฮง จังหวัดอุตรดิตถ์ อยู่ที่หมู่ 7 บ้านท้องทับแล ตำบลฝายหลวง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ 53130. จุดเด่นคือ เป็นประเพณีที่ผสมผสานขบวนแห่ พิธีสรงน้ำ พิธีบวงสรวง ความเชื่อเรื่องบรรพชน และวัฒนธรรมการแต่งกายพื้นเมืองของชาวลับแล.
ประเพณีแห่น้ำขึ้นโฮง จังหวัดอุตรดิตถ์

วันจัดงาน: วันขึ้น 13 ค่ำ เดือน 6 ของทุกปี
เวลาเริ่มงาน: โดยทั่วไปเริ่มช่วงเช้า ประมาณ 09.00 น.
ประเพณีแห่น้ำขึ้นโฮง เป็นประเพณีท้องถิ่นสำคัญของชาวลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ จัดขึ้นบริเวณอนุสาวรีย์เจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร ตำบลฝายหลวง อำเภอลับแล ในช่วงวันขึ้น 13 ค่ำ เดือน 6 ของทุกปี เพื่อประกอบพิธีสรงน้ำ บวงสรวง และระลึกถึงเจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร ปฐมกษัตริย์ผู้ครองเมืองลับแลตามตำนานพื้นบ้าน ประเพณีนี้เป็นหนึ่งในพิธีกรรมที่สะท้อนความกตัญญูต่อผู้สร้างบ้านแปงเมือง ความศรัทธาต่อบรรพชน และความเชื่อเรื่องความอุดมสมบูรณ์ของฤดูกาลเพาะปลูกอย่างชัดเจน ผู้ที่มาเยือนลับแลในช่วงเวลานี้จะได้เห็นทั้งขบวนแห่น้ำ ตุง เครื่องบวงสรวง การแต่งกายพื้นเมือง การฟ้อนรำ และบรรยากาศของชุมชนที่ร่วมแรงร่วมใจกันสืบทอดประเพณีเก่าแก่ของบ้านเมือง
หัวใจของประเพณีแห่น้ำขึ้นโฮงอยู่ที่การนำน้ำสะอาด น้ำอบน้ำหอม และเครื่องบูชาจากชุมชนต่าง ๆ ขึ้นไปยังโฮงหรือหอที่เกี่ยวข้องกับดวงวิญญาณเจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร ก่อนทำพิธีสรงน้ำและบวงสรวงเพื่อแสดงความเคารพต่อพระองค์ คำว่า “โฮง” ในบริบทของชาวลับแลหมายถึงโรงหรือหอที่ใช้เป็นพื้นที่ประกอบพิธีกรรมเกี่ยวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์และดวงวิญญาณบรรพชน การ “แห่น้ำขึ้นโฮง” จึงไม่ได้เป็นเพียงการแห่น้ำเพื่อประกอบพิธี แต่เป็นการนำความศรัทธา ความเคารพ และคำอธิษฐานของชาวเมืองขึ้นไปถวายต่อผู้ที่ชุมชนยกย่องว่าเป็นรากฐานของเมืองลับแล
ประเพณีนี้มีความสัมพันธ์โดยตรงกับตำนานเจ้าฟ้าฮ่ามกุมารและเรื่องเล่าการตั้งเมืองลับแล ตำนานท้องถิ่นกล่าวถึงบรรพบุรุษของชาวลับแลที่เคลื่อนย้ายมาจากเมืองเชียงแสนในสมัยพระเจ้าพรหมกุมาร และมีเจ้าฟ้าฮ่ามกุมารเป็นบุคคลสำคัญผู้เกี่ยวข้องกับการสร้างความสงบให้ชาวเมือง หลังจากพระองค์สิ้นพระชนม์ ชาวเมืองได้สร้างหอหรือโฮงขึ้นเป็นที่สถิตของดวงวิญญาณและใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีบวงสรวง ความเชื่อดังกล่าวค่อย ๆ หล่อหลอมเป็นประเพณีแห่น้ำขึ้นโฮงที่สืบทอดต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน
เมื่อพิจารณาในมิติทางวัฒนธรรม ประเพณีแห่น้ำขึ้นโฮงเป็นพิธีกรรมที่รวมเอาเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ ความเชื่อเรื่องผีบรรพชน ความศรัทธาต่อวีรบุรุษท้องถิ่น และวิถีเกษตรกรรมของชาวลับแลไว้ในพิธีเดียวกัน ช่วงวันขึ้น 13 ค่ำ เดือน 6 เป็นช่วงเข้าสู่ฤดูฝนของท้องถิ่น การนำน้ำขึ้นโฮงจึงมีความหมายทั้งในเชิงการสรงน้ำเพื่อความเป็นสิริมงคลและการขอให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล พืชผลทางการเกษตรอุดมสมบูรณ์ ชาวบ้านอยู่เย็นเป็นสุข และชุมชนดำรงอยู่ด้วยความสามัคคี
ในอดีต ประเพณีแห่น้ำขึ้นโฮงมีรูปแบบเรียบง่ายกว่าปัจจุบัน ชาวบ้านแต่ละครัวเรือนจะนำน้ำจากบ่อน้ำในบ้านของตนมาร่วมพิธี เป็นน้ำที่มีความหมายในเชิงชีวิตประจำวัน เพราะบ่อน้ำคือแหล่งหล่อเลี้ยงครอบครัวและชุมชน เมื่อนำน้ำจากบ้านเรือนมารวมกันเพื่อสรงน้ำเจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร จึงเสมือนการรวมพลังศรัทธาของคนทั้งเมืองเข้าด้วยกัน ต่อมาเมื่อชุมชนขยายตัวและงานมีผู้เข้าร่วมมากขึ้น หน่วยงานท้องถิ่นจึงเข้ามาช่วยจัดระเบียบขบวนและพิธีให้เป็นระบบมากขึ้น เพื่อให้การสืบสานประเพณีสามารถรองรับผู้คนจำนวนมากได้อย่างเหมาะสม
ปัจจุบันการจัดงานประเพณีแห่น้ำขึ้นโฮงมีองค์การบริหารส่วนตำบลฝายหลวงเป็นหน่วยงานหลักในการประสานงาน ร่วมกับชุมชนในตำบลฝายหลวง ผู้นำท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สภาวัฒนธรรม และประชาชนในพื้นที่ ขบวนแห่มีการจัดอย่างเป็นระเบียบ โดยยังรักษาแก่นของพิธีแบบชาวบ้านไว้ ไม่ว่าจะเป็นการนำน้ำอบน้ำหอม ต้นผึ้งต้นดอก เครื่องบายศรี เครื่องบวงสรวง และของเซ่นไหว้ขึ้นไปถวายแด่ดวงวิญญาณเจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร ตลอดจนเทพารักษ์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านเคารพนับถือ
ขบวนแห่น้ำขึ้นโฮงในปัจจุบันมักแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ส่วนแรกคือขบวนตุง ตุงเป็นเครื่องหมายมงคลในวัฒนธรรมล้านนาและภาคเหนือ ใช้ประดับขบวนเพื่อแสดงความเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเพิ่มความงดงามให้พิธี ส่วนที่สองคือขบวนคานหาบ ซึ่งเป็นขบวนสำคัญที่บรรจุน้ำสำหรับสรงอนุสาวรีย์และเครื่องเซ่นไหว้ที่จะนำไปถวายเจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร ส่วนที่สามคือขบวนวัฒนธรรมพื้นบ้านที่สะท้อนวิถีชีวิตของชาวลับแลผ่านการแต่งกายพื้นเมือง การถือเครื่องใช้พื้นบ้าน การฟ้อนรำ และการแสดงอัตลักษณ์ของแต่ละชุมชน
ความงามของขบวนแห่น้ำขึ้นโฮงไม่ได้อยู่ที่ความใหญ่โตเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การมีส่วนร่วมของคนในชุมชนทุกช่วงวัย ผู้สูงอายุทำหน้าที่รักษาความทรงจำและถ่ายทอดแบบแผนพิธี คนวัยทำงานช่วยจัดขบวนและเตรียมสถานที่ เยาวชนเข้าร่วมในชุดพื้นเมืองเพื่อเรียนรู้รากเหง้าของตนเอง ภาพของชาวบ้านที่พร้อมใจกันแต่งกายพื้นเมือง ถือคานหาบ ตุง เครื่องบวงสรวง และเดินขบวนไปยังอนุสาวรีย์เจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร เป็นภาพที่สะท้อนพลังของชุมชนได้อย่างชัดเจน
เมื่อขบวนเดินทางถึงบริเวณลานอนุสาวรีย์เจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร จะมีการนำเครื่องเซ่นไหว้ไปวางบนแท่นบวงสรวง จากนั้นจึงนำน้ำจากชุมชนต่าง ๆ มาประกอบพิธีสรงน้ำ โดยมีพราหมณ์หรือผู้ประกอบพิธีทำหน้าที่กล่าวบวงสรวงดวงวิญญาณเจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร พิธีช่วงนี้เป็นช่วงที่มีความสำคัญที่สุด เพราะเป็นการสื่อสารเชิงสัญลักษณ์ระหว่างชุมชนกับบรรพชน เป็นการบอกกล่าว ขอบคุณ ขอพร และแสดงความเคารพต่อผู้ที่ชาวลับแลเชื่อว่ามีคุณูปการต่อบ้านเมือง
หลังพิธีบวงสรวง มักมีการแสดงฟ้อนรำ มหรสพพื้นบ้าน และกิจกรรมชุมชนที่จัดขึ้นเพื่อถวายเจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร การฟ้อนรำในงานไม่ได้เป็นเพียงการแสดงเพื่อความสวยงาม แต่เป็นการถวายศิลปะและความเคารพตามแบบวัฒนธรรมท้องถิ่น ส่วนการชกมวยหรือกิจกรรมพื้นบ้านที่เคยปรากฏในงานสะท้อนความนิยมของชุมชนและการรวมตัวของผู้คนในเทศกาลสำคัญ บรรยากาศของงานจึงมีทั้งความศักดิ์สิทธิ์ ความสนุกสนาน และความอบอุ่นของสังคมชนบทภาคเหนือ
พื้นที่โฮงเลี้ยงหรือหอเลี้ยงเจ้าฟ้าฮ่ามกุมารยังเป็นพื้นที่ประกอบพิธีกรรมแบบชาวบ้าน ซึ่งมีความสำคัญไม่แพ้พิธีราชการหรือพิธีที่จัดในรูปแบบทางการ ภายในโฮงเลี้ยงมีการบวงสรวงตามความเชื่อท้องถิ่น มีการเชิญดวงวิญญาณหรือการประทับทรงตามแบบแผนความเชื่อของชุมชน เพื่อให้พรแก่ผู้มาร่วมงาน ความเชื่อนี้สะท้อนโลกทัศน์ของชาวลับแลที่ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างคนเป็น บรรพชน และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ปกปักรักษาบ้านเมือง
ประเพณีแห่น้ำขึ้นโฮงจึงเป็นตัวอย่างสำคัญของพิธีกรรมที่มีทั้งมิติทางศาสนา ความเชื่อ ประวัติศาสตร์ และสังคมอยู่ร่วมกันอย่างแนบแน่น ในงานเดียวกันมีทั้งการจัดขบวนแบบเป็นทางการ การบวงสรวงแบบพราหมณ์ การสรงน้ำเพื่อความเป็นสิริมงคล การถวายศิลปะการแสดง และพิธีกรรมชาวบ้านในโฮงเลี้ยง การดำรงอยู่ของหลายรูปแบบพิธีในงานเดียวแสดงให้เห็นว่าชุมชนลับแลสามารถรักษาความหลากหลายทางวัฒนธรรมไว้ได้โดยไม่ทำให้แก่นของประเพณีสูญหาย
ความสำคัญของเจ้าฟ้าฮ่ามกุมารในประเพณีนี้ไม่ได้จำกัดอยู่ที่ฐานะบุคคลในตำนาน แต่เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นผู้นำ ความกล้าหาญ ความเมตตา และความรับผิดชอบต่อบ้านเมือง ชาวลับแลระลึกถึงพระองค์ในฐานะผู้สร้างความสงบและความร่มเย็นให้ชุมชน การสรงน้ำจึงมีความหมายเหมือนการชำระใจให้บริสุทธิ์ การรำลึกถึงคุณงามความดีของบรรพชน และการขอให้ผู้คนดำเนินชีวิตด้วยความซื่อสัตย์ สมถะ และสามัคคีตามอุดมคติของเมืองลับแล
หนึ่งในประเด็นที่ทำให้ประเพณีแห่น้ำขึ้นโฮงมีเอกลักษณ์คือการเชื่อมโยงกับตำนานเมืองลับแล เมืองที่ผู้คนรู้จักในฐานะดินแดนแห่งความซื่อสัตย์และกฎห้ามโกหก เรื่องเล่านี้ยังคงมีอิทธิพลต่ออัตลักษณ์ของชาวลับแลจนถึงปัจจุบัน เมื่อมีการจัดขบวนแห่น้ำขึ้นโฮงและกล่าวถึงเจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร ประเพณีจึงทำหน้าที่ตอกย้ำคุณค่าของความสัตย์จริงและความรักบ้านเกิดให้คนรุ่นใหม่ได้รับรู้ผ่านประสบการณ์ตรง ไม่ใช่เพียงการฟังเรื่องเล่าจากหนังสือหรือคำบอกเล่าเท่านั้น
การแต่งกายพื้นเมืองในขบวนเป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งที่ช่วยให้ประเพณีมีชีวิต ชาวบ้านนิยมสวมเสื้อผ้าพื้นเมืองแบบลับแลหรือชุดพื้นถิ่นภาคเหนือ สีสันของผ้า เครื่องประดับ และการจัดขบวนทำให้ผู้ชมเห็นความงามของวัฒนธรรมพื้นบ้านอย่างเป็นรูปธรรม เครื่องแต่งกายเหล่านี้ยังสะท้อนภูมิปัญญาการทอผ้า รสนิยม และความภาคภูมิใจในถิ่นกำเนิดของชาวลับแล การเข้าร่วมขบวนจึงเป็นทั้งการทำบุญ การแสดงความเคารพ และการประกาศอัตลักษณ์ของชุมชน
ประเพณีแห่น้ำขึ้นโฮงยังมีความสัมพันธ์กับระบบเศรษฐกิจและวิถีเกษตรกรรมของชาวลับแลอย่างใกล้ชิด ลับแลเป็นพื้นที่ที่มีชื่อเสียงด้านผลไม้ โดยเฉพาะทุเรียน ลางสาด และลองกอง การประกอบพิธีในช่วงเข้าสู่ฤดูฝนจึงมีความหมายต่อความหวังเรื่องน้ำฝนและผลผลิตทางการเกษตร ชาวบ้านร่วมกันอธิษฐานให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล ไม่เกิดภัยธรรมชาติ พืชผลสมบูรณ์ และค้าขายได้ราคาดี ความเชื่อเหล่านี้สะท้อนวิถีของสังคมเกษตรที่เห็นธรรมชาติ บรรพชน และสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นส่วนหนึ่งของระบบชีวิต
สำหรับนักท่องเที่ยว ประเพณีแห่น้ำขึ้นโฮงเป็นโอกาสสำคัญในการสัมผัสวัฒนธรรมลับแลอย่างใกล้ชิด ผู้มาเยือนจะได้เห็นประเพณีที่ยังมีชาวบ้านเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง ไม่ใช่งานที่จัดขึ้นเพื่อการแสดงเพียงอย่างเดียว การสังเกตขบวน การฟังคำบวงสรวง การชมเครื่องบูชา การดูการฟ้อนรำ และการพูดคุยกับคนในชุมชนช่วยให้เข้าใจว่าประเพณีนี้มีความหมายต่อชาวลับแลมากเพียงใด หากต้องการถ่ายภาพควรทำด้วยความเคารพ ไม่รบกวนผู้ประกอบพิธี และหลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่พิธีกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต
การเดินทาง ไปชมประเพณีแห่น้ำขึ้นโฮงสามารถเริ่มจากตัวเมืองอุตรดิตถ์มุ่งหน้าเข้าสู่อำเภอลับแล จากนั้นเดินทางต่อไปยังตำบลฝายหลวงและบริเวณอนุสาวรีย์เจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร หากเริ่มจากแยกตลาดลับแลสามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 1043 มุ่งหน้าไปทางน้ำตกแม่พูล ขับตรงไปจนพบวัดใหม่อยู่ทางขวามือ จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าซอยฝั่งตรงข้ามวัดใหม่และขับต่อประมาณ 800 เมตร จะถึงพื้นที่จัดพิธีบริเวณอนุสาวรีย์เจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร เส้นทางเหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถจักรยานยนต์ หรือการเหมารถท้องถิ่น
ผู้ที่ต้องการชมขบวนควรเดินทางถึงพื้นที่ตั้งแต่ช่วงเช้า เพราะงานเริ่มประมาณ 09.00 น. และพื้นที่บริเวณลานอนุสาวรีย์อาจมีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก ควรจอดรถในจุดที่ชุมชนหรือเจ้าหน้าที่จัดไว้ ไม่จอดกีดขวางเส้นทางขบวน และควรเตรียมหมวก ร่ม น้ำดื่ม รวมถึงรองเท้าที่เดินสะดวก เนื่องจากต้องยืนหรือเดินชมขบวนกลางแจ้งในช่วงเช้าและสาย
เมื่อเข้าร่วมงาน ควรให้ความสำคัญกับมารยาททางวัฒนธรรม แต่งกายสุภาพ เคารพพื้นที่บวงสรวง ไม่สัมผัสเครื่องเซ่นไหว้ ไม่แทรกเข้าไปในขบวนโดยไม่ได้รับเชิญ และไม่ถ่ายภาพใกล้ผู้ประกอบพิธีหรือร่างทรงในลักษณะที่ไม่เหมาะสม การเคารพกติกาของชุมชนเป็นสิ่งสำคัญ เพราะประเพณีแห่น้ำขึ้นโฮงเป็นพิธีกรรมที่มีความศักดิ์สิทธิ์และมีความหมายทางจิตใจต่อชาวลับแลอย่างยิ่ง
หลังชมประเพณี นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางต่อไปยังสถานที่ใกล้เคียงได้หลายแห่ง เช่น น้ำตกแม่พูล พิพิธภัณฑ์เมืองลับแล ซุ้มประตูเมืองลับแล วัดพระแท่นศิลาอาสน์ และวัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง หากต้องการสัมผัสอาหารพื้นเมือง ควรแวะชิมข้าวพันผัก หมี่พัน และอาหารเหนือแบบลับแลตามร้านอาหารในตัวอำเภอลับแล การจัดทริปในวันงานจึงสามารถรวมทั้งพิธีกรรม วัฒนธรรม อาหาร และธรรมชาติไว้ในเส้นทางเดียวได้อย่างลงตัว
ประเพณีแห่น้ำขึ้นโฮงเป็นประเพณีที่แสดงให้เห็นพลังของความทรงจำร่วมของชุมชนได้อย่างชัดเจน ทุกปีที่มีการตั้งขบวนแห่น้ำขึ้นโฮง ชาวลับแลไม่ได้เพียงจัดงานตามปฏิทินประเพณี แต่กำลังต่ออายุความสัมพันธ์ระหว่างคนรุ่นปัจจุบันกับบรรพชน ผู้สร้างเมือง และภูมิปัญญาดั้งเดิมของตนเอง น้ำที่ถูกแห่ขึ้นไปสรงเจ้าฟ้าฮ่ามกุมารจึงเป็นสัญลักษณ์ของความกตัญญู ความสามัคคี และความหวังต่อความอุดมสมบูรณ์ของบ้านเมือง
ในฐานะประเพณีภาคเหนือที่มีรากฐานเฉพาะพื้นที่ ประเพณีแห่น้ำขึ้นโฮงช่วยให้เห็นว่าลับแลไม่ได้เป็นเพียงเมืองในตำนาน แต่เป็นชุมชนที่ยังรักษาพิธีกรรม ความเชื่อ และอัตลักษณ์ของตนไว้อย่างเข้มแข็ง การได้มาเยือนในช่วงงานจึงเป็นประสบการณ์ที่ทำให้เข้าใจคำว่า “ลับแล” ลึกขึ้น เห็นทั้งความศรัทธา ความเรียบง่าย ความซื่อสัตย์ และความรักบ้านเกิดที่หล่อหลอมผู้คนในเมืองนี้มาหลายชั่วอายุคน
| ชื่อประเพณี | ประเพณีแห่น้ำขึ้นโฮง |
| สถานที่จัดงาน | บริเวณลานอนุสาวรีย์เจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร ตำบลฝายหลวง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ |
| ที่ตั้ง | หมู่ 7 บ้านท้องทับแล ตำบลฝายหลวง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ 53130 |
| ช่วงเวลาจัดงาน | วันขึ้น 13 ค่ำ เดือน 6 ของทุกปี โดยทั่วไปเริ่มช่วงเช้าประมาณ 09.00 น. |
| ไฮไลต์ | ขบวนแห่น้ำ ตุง คานหาบ เครื่องบวงสรวง การสรงน้ำเจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร การฟ้อนรำ และพิธีบวงสรวงตามความเชื่อของชาวลับแล |
| ประวัติ / ความเป็นมา | เป็นประเพณีท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับตำนานเจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร ปฐมกษัตริย์ผู้ครองเมืองลับแล และการสร้างโฮงเพื่อเป็นที่สถิตของดวงวิญญาณหลังพระองค์สิ้นพระชนม์ |
| ความหมายของชื่อ | “แห่น้ำขึ้นโฮง” หมายถึงการแห่น้ำขึ้นไปยังโฮงหรือหอพิธี เพื่อสรงน้ำและบวงสรวงเจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร |
| ลักษณะเด่น | เป็นประเพณีที่ผสมผสานขบวนแห่ พิธีสรงน้ำ พิธีบวงสรวง ความเชื่อเรื่องบรรพชน และวัฒนธรรมการแต่งกายพื้นเมืองของชาวลับแล |
| ขบวนหลัก | 1. ขบวนตุง 2. ขบวนคานหาบน้ำและเครื่องเซ่นไหว้ 3. ขบวนวัฒนธรรมพื้นบ้านของชาวลับแล |
| การเดินทาง | จากแยกตลาดลับแลใช้ทางหลวงหมายเลข 1043 มุ่งหน้าไปทางน้ำตกแม่พูล เมื่อพบวัดใหม่ทางขวามือให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอยฝั่งตรงข้ามวัดใหม่ แล้วขับต่อประมาณ 800 เมตรถึงบริเวณอนุสาวรีย์เจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร |
| สถานะปัจจุบัน | ยังมีการจัดสืบสานเป็นประจำทุกปีโดยชุมชนตำบลฝายหลวงและหน่วยงานท้องถิ่น |
| ค่าเข้า | ไม่เสียค่าเข้าชม |
| ผู้ดูแล / หน่วยงานหลัก | องค์การบริหารส่วนตำบลฝายหลวง |
| เบอร์ติดต่อหลัก | องค์การบริหารส่วนตำบลฝายหลวง โทร. 055-450-478 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. อนุสาวรีย์เจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร ประมาณ 0 กม. 2. น้ำตกแม่พูล ประมาณ 5 กม. 3. พิพิธภัณฑ์เมืองลับแล ประมาณ 5 กม. 4. ซุ้มประตูเมืองลับแล ประมาณ 5 กม. 5. วัดพระแท่นศิลาอาสน์ ประมาณ 10 กม. 6. วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง ประมาณ 11 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ลำลำลับแล ประมาณ 5 กม. โทร. 095-628-3125 2. AM CAFE' แอมคาเฟ่ ประมาณ 5 กม. โทร. 086-673-8170 3. Laplae La Liga ประมาณ 6 กม. โทร. 055-450-432 4. พบลับแล ข้าวพันผัก ประมาณ 5 กม. 5. เจ๊นีย์ของทอดลับแล ประมาณ 5 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. ณ ลับแล รีสอร์ท ประมาณ 5 กม. โทร. 055-431-137, 082-661-0881 2. ลับแลเกสเฮ้าส์ ประมาณ 5 กม. โทร. 084-502-3761 3. บ้านอุ่นไอรักลับแล ประมาณ 5 กม. โทร. 084-502-3761 4. ไทยมิตรรีสอร์ท ประมาณ 12 กม. โทร. 093-181-8228, 055-417-858 5. โรงแรมสีหราช อุตรดิตถ์ ประมาณ 15 กม. โทร. 055-832-790-7, 089-461-6339 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ประเพณีแห่น้ำขึ้นโฮงจัดที่ไหน?
ตอบ: จัดบริเวณลานอนุสาวรีย์เจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร ตำบลฝายหลวง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์
ถาม: ประเพณีแห่น้ำขึ้นโฮงจัดวันไหน?
ตอบ: จัดในวันขึ้น 13 ค่ำ เดือน 6 ของทุกปี ซึ่งเป็นช่วงเข้าสู่ฤดูฝนของชาวลับแล
ถาม: ประเพณีแห่น้ำขึ้นโฮงมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: เป็นประเพณีที่ชาวลับแลจัดขึ้นเพื่อสรงน้ำและบวงสรวงเจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร ปฐมกษัตริย์ผู้ครองเมืองลับแลตามตำนานพื้นบ้าน และเพื่อแสดงความกตัญญูต่อผู้สร้างบ้านแปงเมือง
ถาม: ขบวนแห่น้ำขึ้นโฮงมีอะไรบ้าง?
ตอบ: ขบวนหลักประกอบด้วยขบวนตุง ขบวนคานหาบน้ำและเครื่องเซ่นไหว้ และขบวนวัฒนธรรมพื้นบ้านของชาวลับแล
ถาม: นักท่องเที่ยวสามารถเข้าร่วมชมประเพณีแห่น้ำขึ้นโฮงได้หรือไม่?
ตอบ: สามารถเข้าชมได้ โดยควรแต่งกายสุภาพ เคารพพื้นที่พิธีกรรม และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่หรือชุมชน
ถาม: เดินทางไปชมประเพณีแห่น้ำขึ้นโฮงอย่างไร?
ตอบ: จากแยกตลาดลับแลใช้ทางหลวงหมายเลข 1043 มุ่งหน้าไปทางน้ำตกแม่พูล เมื่อพบวัดใหม่ทางขวามือให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอยฝั่งตรงข้าม แล้วขับต่อประมาณ 800 เมตรถึงบริเวณอนุสาวรีย์เจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร
ถาม: ควรเที่ยวประเพณีแห่น้ำขึ้นโฮงร่วมกับที่ไหน?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับน้ำตกแม่พูล พิพิธภัณฑ์เมืองลับแล ซุ้มประตูเมืองลับแล วัดพระแท่นศิลาอาสน์ และวัดพระบรมธาตุทุ่งยั้งได้
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ
ปรับปรุงล่าสุด : 4 เดือนที่แล้ว




