หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดแพร่ >อ.เมืองแพร่ >ต.ในเวียง > กำแพงเมืองแพร่
TL;DR: กำแพงเมืองแพร่ อยู่ที่อยู่ในเขตเทศบาลเมืองแพร่ ตำบลในเวียง อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ เปิดเปิดทุกวัน เวลา 24 ชั่วโมง. จุดเด่นคือ กำแพงชั้นเดียว สูงประมาณ 7 เมตร ฐานกว้างประมาณ 15 เมตร ยาวรอบเมืองราว 4,000 เมตร ภายในเป็นอิฐโบราณและหิน ภายนอกเห็นเป็นเนินดิน.

แพร่

กำแพงเมืองแพร่

กำแพงเมืองแพร่

วันเปิดทำการ: เปิดทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 24 ชั่วโมง
 
กำแพงเมืองแพร่ คือหนึ่งในหลักฐานสำคัญที่สุดของเมืองแพร่ที่ยังคงปรากฏให้เห็นในปัจจุบัน ทั้งในฐานะโบราณสถาน ระบบป้องกันเมือง และสัญลักษณ์ของภูมิปัญญาการวางผังเมืองในอดีต สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองแพร่ ตำบลในเวียง อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ และยังคงเป็นจุดหมายที่ช่วยให้ผู้มาเยือนได้มองเห็นภาพของเวียงแพร่โบราณอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นแนวคันดิน คูเมือง ประตูเมือง และถนนรอบเวียงที่ยังผูกพันอยู่กับชีวิตคนเมืองแพร่จนถึงทุกวันนี้
 
ถ้อยคำที่ถ่ายทอดไว้ในบทประพันธ์ของ วรพร บำบัด ซึ่งกล่าวถึงกำแพงเมืองแพร่ว่าเป็นขอบเขตคูคันที่โอบล้อมเมือง พูนดินก่อเป็นสัน เสริมอิฐ และทำหน้าที่ปิดกั้นอันตรายจากทั้งศัตรูและสายน้ำ สะท้อนบทบาทของกำแพงเมืองได้อย่างชัดเจนมาก เพราะกำแพงเมืองแพร่ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นเพียงแนวป้องกันทางทหารเท่านั้น แต่ยังเป็นระบบรับมือกับอุทกภัยจากแม่น้ำยมที่ไหลหลากในฤดูน้ำหลากอีกด้วย จึงนับเป็นโครงสร้างที่ผสานการป้องกันเมืองและการจัดการน้ำไว้พร้อมกันอย่างชาญฉลาด
 
แม้จะไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่ากำแพงเมืองแพร่สร้างขึ้นครั้งแรกในสมัยใด แต่ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ชี้ว่ากำแพงเมืองมีอายุมากกว่า 1,100 ปี โดยมีหลักฐานจากประวัติวัดหลวงที่กล่าวว่าในปี พ.ศ. 1374 ท้าวพหุสิงห์ ราชโอรสของพ่อขุนหลวงพล เมื่อขึ้นครองเมืองพล ได้มีรับสั่งให้ขุนพระวิษณุวังไชยเป็นแม่งานบูรณะอารามวัดหลวง พร้อมทั้งขยายกำแพงวัดออกไปถมกำแพงเมืองและก่ออิฐให้สูงขึ้น เพื่อป้องกันน้ำขุนยมไหลเอ่อท่วมเวียง จากข้อความนี้สะท้อนชัดว่ากำแพงเมืองแพร่มีอยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว และในเวลาต่อมาก็ได้รับการเสริมความแข็งแรงให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมและภัยที่เมืองต้องเผชิญ
 
ความน่าสนใจของกำแพงเมืองแพร่อยู่ที่การเป็นสิ่งปลูกสร้างซึ่งยังคงทำหน้าที่เชิงภูมิทัศน์และความทรงจำไปพร้อมกัน หากมองในเชิงกายภาพ กำแพงเมืองแพร่เป็นกำแพงชั้นเดียว สูงประมาณ 7 เมตร ฐานกว้างราว 15 เมตร และทอดยาวล้อมรอบเขตเมืองเก่าเป็นระยะทางประมาณ 4,000 เมตร รูปร่างของผังเมืองไม่ได้เป็นสี่เหลี่ยมแบบที่หลายคนคุ้นตาจากเมืองโบราณอื่น แต่เป็นรูปรีคล้ายหอยสังข์หรือน้ำเต้า ซึ่งทำให้เมืองแพร่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและสะท้อนลักษณะการปรับตัวของคนโบราณต่อภูมิประเทศอย่างชัดเจน
 
ภายในตัวกำแพงประกอบด้วยอิฐก้อนโบราณขนาดใหญ่และหินเรียงซ้อนกันอยู่เป็นโครงสร้างหลัก แต่เมื่อมองจากภายนอกจะเห็นเป็นเนินดินขนาดใหญ่ที่ทอดตัวเป็นแนวยาว ลักษณะเช่นนี้ทำให้กำแพงเมืองแพร่ไม่ใช่กำแพงอิฐแข็งทื่อแบบป้อมปราการบางแห่ง หากเป็นกำแพงดินที่ได้รับการเสริมความมั่นคงด้วยวัสดุแข็ง สอดคล้องกับเทคนิคการก่อสร้างที่มุ่งเน้นทั้งความทนทาน การซ่อมแซม และการทำงานร่วมกับภูมิประเทศเดิมของเมือง
 
หนึ่งในบทบาทสำคัญที่สุดของกำแพงเมืองแพร่คือการป้องกันน้ำหลากจากแม่น้ำยม ซึ่งเป็นสายน้ำหลักที่หล่อเลี้ยงเมืองแพร่ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นต้นเหตุของน้ำหลากและการกัดเซาะตลิ่งในบางฤดูเช่นกัน ถ้ามองจากภูมิประเทศ จะเห็นว่าด้านนอกเมืองทางทิศเหนือตกเป็นพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการรับน้ำหลากจากแม่น้ำยมได้ง่าย กำแพงเมืองและคูเมืองจึงเปรียบเสมือนระบบป้องกันแนวแรกที่ช่วยชะลอ ควบคุม และระบายน้ำไม่ให้ไหลบ่าเข้าท่วมตัวเวียงโดยตรง ทำให้เมืองยังสามารถอยู่อาศัยและดำรงกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างมั่นคงกว่าการตั้งชุมชนบนที่ราบเปิดโล่ง
 
ในด้านการป้องกันศัตรู กำแพงเมืองแพร่ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เมืองโบราณในล้านนามักต้องเผชิญความไม่แน่นอนทั้งจากสงคราม การแย่งชิงอำนาจ และการเคลื่อนย้ายผู้คน การมีแนวกำแพง คูเมือง และประตูเมืองที่ควบคุมการเข้าออกอย่างเป็นระบบ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและทำให้การป้องกันเมืองมีประสิทธิภาพมากขึ้น จึงไม่น่าแปลกที่กำแพงเมืองแพร่จะถูกจดจำในฐานะเครื่องหมายแห่งศักดิ์ศรีของเวียงแพร่ และเป็นโครงสร้างที่ผสานประโยชน์ใช้สอยกับความหมายทางการเมืองไว้พร้อมกัน
 
กำแพงเมืองแพร่มีประตูเมืองหลัก 4 ประตู ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบเมืองโบราณ ได้แก่ ประตูใหม่ทางทิศเหนือ ประตูชัยทางทิศตะวันออก ประตูมารทางทิศใต้ และประตูศรีชุมทางทิศตะวันตก ประตูแต่ละด้านไม่ได้มีหน้าที่เป็นเพียงทางเข้าออก แต่ยังสัมพันธ์กับภูมิทิศ ความเชื่อ และบทบาทของพื้นที่โดยรอบ เช่น ประตูชัยเป็นประตูที่สัมพันธ์กับทิศมงคลและการเดินทางออกไปสู่เส้นทางสำคัญของเมือง ขณะที่ประตูศรีชุมเกี่ยวข้องกับเส้นทางไปท่าน้ำริมแม่น้ำยม
 
นอกจากประตูเมืองหลัก 4 ประตูแล้ว ยังมีประตูเล็กที่เรียกว่า “ประตูเลี้ยงม้า” อยู่ในช่วงระยะก่อนถึงประตูใหม่ประมาณ 200 เมตร ประตูนี้ใช้สำหรับนำสัตว์ออกไปเลี้ยงนอกเมือง เรื่องนี้ทำให้เห็นว่ากำแพงเมืองไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรับศึกหรือป้องกันน้ำอย่างเดียว แต่ยังรองรับวิถีชีวิตประจำวันของผู้คนในเวียงด้วย การแบ่งประตูตามหน้าที่เช่นนี้สะท้อนระบบระเบียบของเมืองโบราณได้อย่างชัดเจนมาก
 
ทุกประตูเมืองในอดีตมีป้อมปราการประกอบอยู่ด้วย ส่วนถัดจากแนวกำแพงออกไปด้านนอกจะมีคูน้ำกว้างประมาณ 20 เมตร ซึ่งเป็นองค์ประกอบเสริมความมั่นคงของระบบป้องกันเมือง คูเมืองทำหน้าที่ทั้งในทางยุทธศาสตร์และทางชลศาสตร์ กล่าวคือช่วยเป็นแนวขวางในการเข้าถึงกำแพงจากภายนอก และช่วยรับน้ำ ระบายน้ำ และเชื่อมโยงระบบน้ำภายในเมืองในเวลาเดียวกัน จึงกล่าวได้ว่าคูเมืองและกำแพงเมืองเป็นโครงสร้างคู่กันที่ไม่ควรแยกอธิบายออกจากกัน
 
ด้านในกำแพงเมืองมีถนนสายรอบเวียงซึ่งบางช่วงยังปรากฏเป็นถนนอยู่บนสันกำแพง เช่น ถนนด้านทิศตะวันตกตั้งแต่ถนนศรีชุมไปจนถึงประตูใหม่ การที่ถนนวิ่งอยู่บนแนวกำแพงหรือชิดกำแพงทำให้คนรุ่นปัจจุบันยังสามารถสัมผัสขอบเขตของเมืองเก่าได้ค่อนข้างชัด ต่างจากเมืองโบราณหลายแห่งที่แนวกำแพงถูกลบเลือนไปหมดแล้ว หากเดินหรือขับรถช้า ๆ ตามแนวถนนรอบเมือง จะยังรับรู้ได้ถึงลักษณะการยกระดับของคันดิน การวางตัวของชุมชน และร่องรอยผังเมืองเดิมที่ยังแทรกอยู่ในเมืองสมัยใหม่
 
หลักฐานที่ยังปรากฏในปัจจุบันทำให้กำแพงเมืองแพร่เป็นหนึ่งในโบราณสถานประเภทกำแพงดิน-คูเมืองที่ยังคงสภาพค่อนข้างสมบูรณ์เมื่อเทียบกับหลายพื้นที่ในภาคเหนือ แม้ว่าบางส่วนจะถูกบุกรุก ถูกตัดผ่านเป็นถนน หรือมีบ้านเรือนปลูกสร้างทับซ้อนอยู่บ้าง แต่แนวคูคันหลักยังเห็นได้อย่างเด่นชัดมาก และยังทำหน้าที่ช่วยป้องกันน้ำจากลำน้ำยมไม่ให้ไหลทะลักเข้าสู่เขตใจกลางเมืองในหลายช่วงเวลาได้จริง ทำให้คุณค่าของกำแพงเมืองแพร่ไม่ใช่เพียงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ แต่ยังเป็นคุณค่าทางนิเวศเมืองและภูมิสถาปัตยกรรมด้วย
 
สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือชื่อเรียกในภาษาชาวบ้าน ชาวแพร่จำนวนมากเรียกคูน้ำรอบเมืองว่า “คือเมือง” หรือ “น้ำคือ” และเรียกกำแพงเมืองว่า “เมฆ” คำเรียกเหล่านี้บอกให้เห็นว่ากำแพงและคูเมืองไม่ได้เป็นเพียงโบราณสถานในหนังสือเรียน แต่เป็นส่วนหนึ่งของภาษาชีวิตประจำวันของคนเมืองแพร่ คำเรียกท้องถิ่นจึงเป็นหลักฐานทางวัฒนธรรมอีกแบบหนึ่งที่ช่วยยืนยันว่ากำแพงเมืองแพร่ยังอยู่ในความรับรู้ของชุมชนมาโดยตลอด ไม่ได้ถูกตัดขาดออกจากชีวิตร่วมสมัย
 
ในมุมของนักท่องเที่ยว กำแพงเมืองแพร่มีเสน่ห์แตกต่างจากบ้านไม้สักหรือคุ้มเจ้านายที่เห็นความงามได้จากตัวอาคารโดยตรง เพราะกำแพงเมืองต้องอาศัยการเดินดู การมองเชื่อมพื้นที่ และการจินตนาการถึงเมืองโบราณที่เคยอยู่ภายในแนวกำแพงนั้น ผู้ที่ชอบประวัติศาสตร์เมืองและการอ่านภูมิทัศน์จะเพลิดเพลินกับสถานที่แห่งนี้มากเป็นพิเศษ เพราะกำแพงเมืองแพร่ไม่ได้เล่าเรื่องผ่านวัตถุชิ้นเดียว แต่เล่าผ่านระยะทาง เส้นแนว การวางประตูเมือง และความสัมพันธ์กับวัด ถนน ชุมชน และแม่น้ำยม
 
หากมองจากจุดประตูชัยหรือประตูศรีชุม จะยิ่งเข้าใจระบบเมืองเก่าได้ง่ายขึ้น เพราะทั้งสองประตูเป็นจุดที่ยังเชื่อมโยงกำแพงเมืองกับย่านสำคัญของเมืองแพร่ในปัจจุบัน ประตูชัยสัมพันธ์กับโซนตลาดและย่านเศรษฐกิจ ส่วนประตูศรีชุมสัมพันธ์กับวัดเก่าและเส้นทางออกไปสู่ท่าน้ำเดิม การเที่ยวกำแพงเมืองแพร่จึงไม่ได้จบแค่การมองแนวคันดิน แต่เป็นการมองทั้งเมืองผ่านประตูเมืองแต่ละด้าน
 
ข้อมูลเส้นทางเข้าสู่กำแพงเมืองแพร่ที่เล่าต่อกันมาในท้องถิ่นก็ยังช่วยให้เห็นภาพเมืองเก่าได้ชัด ได้แก่ เส้นทางที่ 1 ใช้ถนนสายเจริญเมือง เข้าทางประตูชัย เส้นทางที่ 2 ใช้ถนนบ้านใหม่ เข้าทางประตูใหม่ เส้นทางที่ 3 เข้าทางสามแยกบ้านในเวียงทางประตูมาร และเส้นทางที่ 4 เข้าทางบ้านสุพรรณและมหาโพธิ์ ข้ามสะพานน้ำยมเข้าประตูศรีชุม เส้นทางเหล่านี้สะท้อนว่าย่านรอบกำแพงเมืองไม่ได้แยกขาดจากชุมชน แต่เชื่อมโยงกับระบบการเดินทางและการตั้งถิ่นฐานมาอย่างต่อเนื่อง
 
ในข้อความที่ผู้คนท้องถิ่นสืบต่อกันมา ยังมีการกล่าวถึงพื้นที่ใกล้แนวกำแพงและชุมชนเก่า เช่น วัดพระนอนซึ่งต่อมามีการบูรณะและตั้งชื่อใหม่ว่า วัดม่วงคำ เรื่องเล่านี้แม้ไม่ได้เป็นประวัติกำแพงเมืองโดยตรง แต่ช่วยให้เห็นภาพว่าแนวกำแพงเมืองแพร่ไม่ได้ตั้งอยู่โดดเดี่ยว หากเชื่อมโยงกับวัดเก่า ชุมชนเก่า และภูมิทัศน์ทางศาสนาที่เติบโตมาคู่กับเมืองมาแต่เดิม ดังนั้นการเที่ยวกำแพงเมืองแพร่จึงควรมองเป็นการเที่ยว “เขตเมืองเก่าแพร่” มากกว่ามองเป็นจุดเดี่ยวจุดหนึ่ง
 
ในแง่การวางผังเมือง กำแพงเมืองแพร่ถือเป็นหลักฐานสำคัญของการเตรียมการล่วงหน้าของบรรพบุรุษเมืองแพร่ ไม่ว่าจะเพื่อป้องกันภัยจากศัตรูหรือรับมือกับน้ำ การก่อคันดิน เสริมอิฐ ทำคูน้ำ และจัดระบบประตูเมือง เป็นงานขนาดใหญ่ที่ต้องอาศัยทั้งแรงคน ความรู้ และการประสานงานของชุมชน การที่โครงสร้างนี้อยู่รอดมาจนปัจจุบันจึงสะท้อนว่าคนในอดีตไม่ได้คิดเพียงการตั้งถิ่นฐานชั่วคราว แต่คิดถึงความมั่นคงของเมืองในระยะยาว
 
แม้ปัจจุบันกำแพงเมืองแพร่จะไม่ได้ทำหน้าที่ป้องกันข้าศึกเหมือนในอดีตอีกแล้ว แต่หน้าที่เชิงสัญลักษณ์ยังชัดเจนมาก กำแพงเมืองเป็นเหมือนเส้นขอบที่ทำให้เมืองแพร่ยังมีตัวตนทางประวัติศาสตร์ มีร่องรอยให้คนรุ่นหลังมองเห็นว่าพื้นที่นี้เคยเป็นเวียงเก่า มีการวางระบบเมือง มีการป้องกันน้ำ และมีภูมิปัญญาชุมชนที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน สถานที่แห่งนี้จึงไม่ใช่เพียงที่เที่ยว แต่เป็นเอกสารทางภูมิทัศน์ของเมืองแพร่ที่อ่านได้ด้วยสายตา
 
ผู้ที่สนใจถ่ายภาพจะพบว่ากำแพงเมืองแพร่มีบรรยากาศสวยในหลายช่วงเวลา ช่วงเช้าเหมาะกับการเดินเล่นบนแนวถนนข้างคูเมืองที่เงียบสงบและมีแสงนุ่ม ส่วนช่วงเย็นบรรยากาศจะร่มรื่นและเห็นวิถีชีวิตคนเมืองแพร่ชัดขึ้น โดยเฉพาะในบางช่วงใกล้ย่านประตูชัยและถนนคนเดิน ผู้ที่ชอบภาพแนวเมืองเก่า ต้นไม้ใหญ่ คูน้ำ และแนวคันดินโบราณจะเก็บภาพได้สวยมากกว่าการมองหามุมอาคารเพียงอย่างเดียว
 
สำหรับสายประวัติศาสตร์ การมาเยือนกำแพงเมืองแพร่ควรจับคู่กับสถานที่ใกล้เคียง เช่น คุ้มเจ้าหลวง คุ้มวงศ์บุรี วัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร วัดหลวง และพิพิธภัณฑ์บ้านเทพ เพราะสถานที่เหล่านี้ช่วยเติมภาพเมืองแพร่ให้ครบขึ้น กำแพงเมืองเล่าเรื่องขอบเขตและโครงสร้างเมือง ส่วนคุ้มและวัดต่าง ๆ จะเล่าเรื่องผู้คน อำนาจ ความเชื่อ และความรุ่งเรืองของเมืองภายในกำแพง เมื่อเที่ยวร่วมกันจะทำให้เข้าใจแพร่ในฐานะเมืองประวัติศาสตร์ได้ลึกกว่าการแวะจุดเดียว
 
อีกประเด็นที่ทำให้กำแพงเมืองแพร่มีคุณค่ามากคือการเป็นหลักฐานเชิงอารยธรรม คูเมืองและกำแพงเมืองเป็นเครื่องบ่งชี้ว่าพื้นที่นี้เคยมีการจัดระเบียบเมือง มีระบบน้ำ มีระบบป้องกันภัย และมีศูนย์กลางชุมชนที่มั่นคงมาแต่โบราณ จึงไม่น่าแปลกที่หลายฝ่ายจะย้ำให้เห็นความสำคัญของการอนุรักษ์แนวกำแพงและคูเมือง เพราะหากปล่อยให้ถูกรุกล้ำหรือสูญหายมากขึ้น เมืองแพร่ก็จะสูญเสียทั้งหลักฐานทางกายภาพและตัวชี้วัดอัตลักษณ์ของตนเองไปพร้อมกัน
 
กำแพงเมืองแพร่ยังทำหน้าที่เป็นพื้นที่สีเขียวและพื้นที่พักผ่อนของคนในเมืองโดยปริยาย หลายช่วงของแนวกำแพงมีต้นไม้ใหญ่และถนนเลียบคูเมืองที่เดินสบาย ทำให้ผู้คนยังเข้ามาใช้งานพื้นที่นี้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเดินออกกำลังกาย ขับรถผ่าน แวะถ่ายภาพ หรือใช้เป็นจุดนัดพบ ภูมิทัศน์แบบนี้ทำให้โบราณสถานไม่ได้แยกตัวเองออกจากชีวิตปัจจุบัน แต่ยังอยู่ร่วมกับคนเมืองในฐานะส่วนหนึ่งของเมืองจริง
 
เมื่อพิจารณาร่วมกันทั้งด้านประวัติศาสตร์ ภูมิสถาปัตยกรรม การจัดการน้ำ การป้องกันเมือง และคุณค่าทางชุมชน กำแพงเมืองแพร่จึงเป็นที่เที่ยวจังหวัดแพร่ที่มีความหมายมากกว่าที่เห็นจากภายนอก หากมาเที่ยวแพร่แล้วอยากเข้าใจว่าเหตุใดเมืองนี้จึงยังคงเสน่ห์ของเวียงเก่าไว้ได้ดี การเริ่มต้นที่กำแพงเมืองคือหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุด เพราะที่นี่คือขอบเขตเดิมของเมือง คือหลักฐานของภูมิปัญญาบรรพบุรุษ และคือสัญลักษณ์ที่ยังบอกเล่าความเป็นแพร่อยู่ชัดเจนมาจนทุกวันนี้
 
การเดินทาง กำแพงเมืองแพร่ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองแพร่ ตำบลในเวียง อำเภอเมืองแพร่ สามารถเข้าถึงได้หลายทาง หากต้องการเริ่มเที่ยวจากฝั่งย่านตลาดและชุมชนคึกคัก สามารถเข้าทางประตูชัยจากถนนเจริญเมืองได้ หากต้องการเริ่มจากฝั่งเหนือของเมืองเก่า สามารถเข้าทางประตูใหม่จากถนนบ้านใหม่ได้ ส่วนผู้ที่ต้องการชมแนวกำแพงด้านชุมชนเก่าและวัดสำคัญ สามารถเข้าทางประตูมารหรือประตูศรีชุมได้เช่นกัน นักท่องเที่ยวที่เดินทางโดยรถยนต์สามารถจอดรถตามจุดที่เหมาะสมในย่านเมืองเก่าแล้วเดินชมเป็นช่วง ๆ ได้สะดวก จากสนามบินแพร่ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที และจากสถานีขนส่งแพร่ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีในการเข้าสู่แนวกำแพงเมือง
 
ชื่อสถานที่กำแพงเมืองแพร่
สรุปสถานที่แนวกำแพงดินและคูเมืองเก่าอายุกว่า 1,100 ปี ของเมืองแพร่ ทำหน้าที่ทั้งป้องกันศัตรูและป้องกันน้ำหลาก เป็นหลักฐานสำคัญของผังเมืองโบราณและอารยธรรมเมืองแพร่
ที่ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองแพร่ ตำบลในเวียง อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่
พิกัด18.1362523826, 100.139114713
ไฮไลต์กำแพงดินโบราณรูปรีคล้ายหอยสังข์ คูเมืองเก่า ประตูเมือง 4 ทิศ แนวถนนรอบเวียง และบทบาทด้านป้องกันน้ำจากแม่น้ำยม
ประวัติ / สมัย / ยุคไม่ปรากฏปีสร้างแน่ชัด แต่มีหลักฐานว่ามีมาก่อน พ.ศ. 1374 และมีอายุมากกว่า 1,100 ปี
ที่มาของชื่อเป็นแนวกำแพงและคูเมืองของเวียงแพร่โบราณ ชาวบ้านเรียกกำแพงว่า “เมฆ” และคูน้ำว่า “คือเมือง” หรือ “น้ำคือ”
ลักษณะเด่นกำแพงชั้นเดียว สูงประมาณ 7 เมตร ฐานกว้างประมาณ 15 เมตร ยาวรอบเมืองราว 4,000 เมตร ภายในเป็นอิฐโบราณและหิน ภายนอกเห็นเป็นเนินดิน
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญประตูใหม่, ประตูชัย, ประตูมาร, ประตูศรีชุม, ประตูเลี้ยงม้า, แนวคูเมือง, ถนนรอบเวียง, ช่วงแนวกำแพงด้านศรีชุมถึงประตูใหม่
สถานะปัจจุบันยังปรากฏแนวกำแพงและคูเมืองค่อนข้างชัดเจน แม้บางส่วนถูกรุกล้ำหรือกลายเป็นถนนและพื้นที่ชุมชนไปแล้ว
วันเปิดทำการเปิดทุกวัน
เวลาเปิดทำการ24 ชั่วโมง
การเดินทางเข้าถึงได้หลายทาง ได้แก่ ถนนเจริญเมืองเข้าประตูชัย ถนนบ้านใหม่เข้าประตูใหม่ สามแยกบ้านในเวียงเข้าประตูมาร และฝั่งบ้านสุพรรณ-มหาโพธิเข้าประตูศรีชุม
สิ่งอำนวยความสะดวกถนนเลียบคูเมือง จุดเดินชมวิว ย่านชุมชนและร้านอาหารใกล้เคียง พื้นที่สาธารณะบางช่วงตามแนวกำแพง
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. พิพิธภัณฑ์บ้านเทพ – 0.2 กม.
2. วัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร – 0.3 กม.
3. คุ้มเจ้าหลวง – 0.5 กม.
4. วัดหลวง – 0.6 กม.
5. คุ้มวิชัยราชา – 0.7 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. 164 Cafe สาขาประตูชัย – 0.2 กม. โทร 094-594-2963
2. ปั๋นใจ๋ – 0.3 กม. โทร 054-620-727
3. ขนมจีนป้าดา เมืองแพร่ ประตูชัย – 0.4 กม. โทร 093-147-9326
4. ขนมจีนป้าดา เจ้าเก่าหลังนารีรัตน์ ประตูชัย – 0.4 กม. โทร 088-252-9155
5. ข้าวซอยเจ๊เล็ก ประตูชัย – 0.5 กม. โทร 064-196-4428
ที่พักใกล้เคียง1. โรงแรมเฮือนนานาบูติค – 0.9 กม. โทร 054-524-800
2. โรงแรมแพร่นครา – 1.0 กม. โทร 054-521-321
3. โรงแรมอมรรักษ์ – 1.1 กม. โทร 054-511-111
4. ธาริส อาร์ท โฮเทล – 1.7 กม. โทร 054-511-122
5. Come Moon Loft Hotel – 2.0 กม. โทร 096-698-2294
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: กำแพงเมืองแพร่อยู่ที่ไหน?
ตอบ: กำแพงเมืองแพร่อยู่ในเขตเทศบาลเมืองแพร่ ตำบลในเวียง อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ ล้อมรอบเขตเมืองเก่าและเข้าถึงได้หลายทาง
 
ถาม: กำแพงเมืองแพร่มีอายุประมาณกี่ปี?
ตอบ: จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ กำแพงเมืองแพร่มีอายุมากกว่า 1,100 ปี และมีอยู่ก่อน พ.ศ. 1374 แล้ว
 
ถาม: จุดเด่นของกำแพงเมืองแพร่คืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือเป็นกำแพงดินโบราณล้อมเมืองรูปรีคล้ายหอยสังข์ มีคูเมือง ประตูเมือง 4 ทิศ และยังสะท้อนภูมิปัญญาการป้องกันน้ำหลากจากแม่น้ำยม
 
ถาม: กำแพงเมืองแพร่เข้าชมได้เวลาไหน?
ตอบ: เป็นพื้นที่เปิดโล่งที่เข้าชมได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง
 
ถาม: ควรเริ่มเดินชมจากจุดไหน?
ตอบ: หากอยากเริ่มจากจุดที่เดินง่ายและมีร้านอาหารใกล้เคียง แนะนำให้เริ่มจากย่านประตูชัย ส่วนถ้าอยากชมแนวกำแพงคู่กับวัดและชุมชนเก่า สามารถเริ่มจากประตูศรีชุมได้
 
ถาม: กำแพงเมืองแพร่เหมาะกับใคร?
ตอบ: เหมาะกับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์เมืองเก่า ผังเมืองโบราณ ภูมิปัญญาการจัดการน้ำ และนักเดินทางที่ชอบเที่ยวแบบค่อย ๆ อ่านเมืองผ่านภูมิทัศน์
 
ถาม: เที่ยวกำแพงเมืองแพร่ร่วมกับที่ไหนได้บ้าง?
ตอบ: สามารถจัดเส้นทางเที่ยวร่วมกับพิพิธภัณฑ์บ้านเทพ วัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร คุ้มเจ้าหลวง วัดหลวง และคุ้มวิชัยราชาได้สะดวกในวันเดียว

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดกหมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์กลุ่ม: ●สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์

ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(4)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(5)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(3)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(6)
บ้านโบราณ และเมืองโบราณ บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(2)
พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(1)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(2)
วัด วัด(31)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(8)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(6)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(1)
อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล(4)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(14)
น้ำตก น้ำตก(6)
น้ำพุร้อน น้ำพุร้อน(1)
ถ้ำ ถ้ำ(5)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(3)
หมู่เกาะ หมู่เกาะ(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(5)
ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(5)
กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย(1)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(2)