หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดบึงกาฬ >อ.เมืองบึงกาฬ >ต.บึงกาฬ > วัดโพธาราม
TL;DR: วัดโพธาราม อยู่ที่บ้านท่าไคร้ หมู่ 5 ตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น. จุดเด่นคือ เป็นวัดใกล้ตัวเมืองบึงกาฬที่มีความสำคัญด้านศรัทธา ประวัติชุมชน และประเพณีท้องถิ่น โดยมีหลวงพ่อพระใหญ่เป็นศูนย์รวมใจของชาวบึงกาฬ.

บึงกาฬ

วัดโพธาราม

วัดโพธาราม

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 18.00 น.
 
วัดโพธาราม หรือวัดหลวงพ่อพระใหญ่ บ้านท่าไคร้ จังหวัดบึงกาฬ เป็นวัดสำคัญใกล้ตัวเมืองบึงกาฬ ตั้งอยู่ริมเส้นทางหลวงหมายเลข 212 บึงกาฬ–นครพนม ภายในประดิษฐานหลวงพ่อพระใหญ่ พระพุทธรูปปางมารวิชัยหน้าตักกว้างประมาณ 2 เมตร ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวบึงกาฬมาอย่างยาวนาน วัดแห่งนี้เหมาะสำหรับการไหว้พระ ทำบุญ เรียนรู้ตำนานท้องถิ่น ชมพระอุโบสถและเรือกำปั่นโบราณ รวมถึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับการเที่ยวตัวเมืองบึงกาฬและเส้นทางริมแม่น้ำโขง
 
วัดโพธาราม หรือที่ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวรู้จักกันแพร่หลายในชื่อ วัดหลวงพ่อพระใหญ่ บ้านท่าไคร้ ตั้งอยู่ที่บ้านท่าไคร้ หมู่ 5 ตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ เป็นวัดสำคัญที่มีบทบาททั้งในด้านศรัทธา ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดบึงกาฬ วัดแห่งนี้อยู่ห่างจากตัวเมืองบึงกาฬประมาณ 5 – 7 กม. ตามแนวทางหลวงหมายเลข 212 เส้นทางบึงกาฬ–นครพนม จึงเดินทางสะดวก เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการไหว้พระคู่บ้านคู่เมืองก่อนเริ่มเดินทางต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอื่น ๆ ของจังหวัด เช่น วัดอาฮงศิลาวาส หินสามวาฬ ภูสิงห์ หนองกุดทิง และวัดภูทอก
 
หัวใจสำคัญของวัดโพธารามคือ หลวงพ่อพระใหญ่ พระพุทธรูปปางมารวิชัยที่ประดิษฐานภายในพระอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบึงกาฬเคารพนับถือมาแต่โบราณ องค์พระมีความสูงประมาณ 2 เมตร หน้าตักกว้างประมาณ 2 เมตร พระหัตถ์ซ้ายหงายวางบนหน้าตัก พระหัตถ์ขวาคว่ำวางทับพระชานุ นิ้วพระหัตถ์ทั้ง 5 เหยียดลงอย่างเป็นระเบียบตามพุทธลักษณะของพระพุทธรูปปางมารวิชัย ประดิษฐานบนแท่นสี่เหลี่ยมที่ได้รับการบูรณะให้มั่นคงขึ้นในปี 2537 องค์พระมีสีทองอร่าม งดงาม และเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนบึงกาฬมาหลายชั่วอายุคน
 
ความสำคัญของหลวงพ่อพระใหญ่ไม่ได้อยู่เพียงขนาดขององค์พระหรือความงามทางศิลปะ แต่เกิดจากตำนานการค้นพบและความศรัทธาของชุมชนที่สืบต่อกันมา เรื่องเล่าท้องถิ่นกล่าวถึงกลุ่มคนที่อพยพจากเมืองยศหรือบริเวณจังหวัดยโสธรในปัจจุบัน มาตั้งถิ่นฐานตามลุ่มแม่น้ำโขงและค่อย ๆ ขยับเข้ามายังเขตชัยบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่อำเภอบึงกาฬในปัจจุบัน เมื่อพบว่าบริเวณบ้านท่าไคร้มีความเหมาะสมต่อการอยู่อาศัย จึงตั้งหลักแหล่งและช่วยกันถากถางพื้นที่ป่ารกทึบเพื่อทำกิน ระหว่างการถางป่าได้พบพระพุทธรูปองค์เดิมที่ถูกเถาวัลย์พันรอบองค์อยู่กลางพุ่มไม้สูงหนาทึบ การค้นพบนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของศรัทธาที่ผูกพันชุมชนกับหลวงพ่อพระใหญ่มาจนถึงปัจจุบัน
 
ตามตำนาน เมื่อชาวบ้านนำเถาวัลย์ออกและปัดกวาดบริเวณโดยรอบ จึงพบว่าพระเกตุมาลาขององค์พระหักจากแรงกระชากของช้างป่าที่มากินเถาวัลย์ตามธรรมชาติ อีกทั้งยังพบร่องรอยของสถานที่บำเพ็ญบุญหรือพื้นที่ประกอบกิจกรรมทางพุทธศาสนา รวมถึงซากเครื่องปั้นดินเผา โอ่งโบราณ และเครื่องใช้หลายอย่าง สิ่งเหล่านี้ทำให้ชาวบ้านเชื่อว่าบริเวณนี้เคยเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์หรือศาสนสถานมาก่อน การพบหลวงพ่อพระใหญ่จึงไม่ได้เป็นเพียงการพบพระพุทธรูปเก่า แต่เป็นการค้นพบรากทางศรัทธาและประวัติศาสตร์ของชุมชนบ้านท่าไคร้
 
ตั้งแต่พบหลวงพ่อพระใหญ่ องค์พระไม่ได้ถูกเคลื่อนย้ายหรือต่อเติมเปลี่ยนรูปลักษณ์หลัก มีเพียงการซ่อมแซมพระเกตุมาลาที่หักให้คงสภาพเดิม และสร้างแท่นประดิษฐานโอบแท่นเดิมเพื่อให้มั่นคงแข็งแรงขึ้น การคงตำแหน่งเดิมขององค์พระเป็นจุดที่มีความหมายมาก เพราะทำให้ชาวบ้านรู้สึกว่าหลวงพ่อพระใหญ่ยังประทับอยู่ ณ จุดศักดิ์สิทธิ์เดิมที่ค้นพบมาแต่โบราณ ความศรัทธานี้ทำให้ผู้คนเดินทางมากราบไหว้ ขอพร และทำบุญอย่างต่อเนื่อง เมื่อผู้ที่มาขอพรได้รับความสำเร็จตามความตั้งใจ ก็นำสีทองมาทาสมโภชองค์พระ จนองค์หลวงพ่อพระใหญ่มีสีเหลืองทองสุกปลั่ง เป็นภาพจำสำคัญของวัดโพธาราม
 
พระอุโบสถที่ประดิษฐานหลวงพ่อพระใหญ่เป็นพื้นที่สำคัญที่สุดของวัด ลักษณะสถาปัตยกรรมมีความงดงามตามแบบวัดไทยในภาคอีสานตอนบน หลังคาและหน้าบันประดับลวดลายสีสันสดใส บันไดทางขึ้นมีองค์ประกอบพญานาคและเครื่องประดับศาสนสถานที่ช่วยสร้างความสง่างามให้ตัวอาคาร เมื่อเข้าสู่บริเวณวัด นักท่องเที่ยวจะมองเห็นพระอุโบสถเป็นจุดเด่น และรับรู้ได้ทันทีว่าสถานที่แห่งนี้มีฐานะเป็นศูนย์กลางศรัทธาของชุมชน ไม่ใช่เพียงวัดริมทางหรือจุดแวะเที่ยวทั่วไป
 
ภายในพระอุโบสถมีบรรยากาศสงบและศักดิ์สิทธิ์ หลวงพ่อพระใหญ่ประดิษฐานอยู่ในตำแหน่งที่เป็นจุดรวมสายตา รายล้อมด้วยเครื่องสักการะ ดอกไม้ ธูปเทียน และองค์ประกอบตกแต่งที่สะท้อนศรัทธาของพุทธศาสนิกชน พื้นที่ภายในอุโบสถมีข้อปฏิบัติในการเข้ากราบไหว้ โดยผู้ชายสามารถเข้าไปกราบภายในอุโบสถได้ ส่วนผู้หญิงกราบไหว้บริเวณด้านนอกหรือหน้าประตูพระอุโบสถ และมีศาลาหรือพื้นที่สำหรับสักการะหลวงพ่อพระใหญ่องค์จำลองเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้มาเยือน การปฏิบัติตามข้อกำหนดของวัดช่วยรักษาความเรียบร้อยของพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์และทำให้การเข้าชมเป็นไปอย่างเหมาะสม
 
วัดโพธารามเป็นสถานที่ที่คนบึงกาฬให้ความสำคัญมากในรอบปี โดยมีการจัดงานสมโภชหลวงพ่อพระใหญ่ปีละ 2 ครั้ง ครั้งแรกคือช่วงวันเพ็ญเดือน 3 หรือช่วงประเพณีบุญข้าวจี่ ซึ่งมีการถวายปราสาทผึ้งและกิจกรรมบุญตามประเพณีท้องถิ่น อีกครั้งคือช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งมีประเพณีคารวะสรงน้ำหลวงพ่อพระใหญ่ งานประเพณีเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงพิธีทางศาสนา แต่เป็นช่วงเวลาที่ชุมชนบ้านท่าไคร้และชาวบึงกาฬร่วมกันแสดงความกตัญญูต่อพระพุทธรูปคู่เมือง สืบสานวัฒนธรรม และสร้างความสามัคคีในพื้นที่
 
ประเพณีบุญเดือน 3 หรือบุญข้าวจี่เป็นหนึ่งในประเพณีสำคัญของชาวอีสาน ข้าวจี่เป็นอาหารพื้นบ้านที่เกี่ยวข้องกับข้าวเหนียว ซึ่งเป็นอาหารหลักของคนอีสาน การนำประเพณีบุญข้าวจี่มาผูกกับการสมโภชหลวงพ่อพระใหญ่ทำให้วัดโพธารามเป็นพื้นที่ที่เชื่อมอาหาร วิถีชีวิต และศรัทธาเข้าด้วยกันอย่างชัดเจน ในช่วงงานบุญ ผู้คนจะมาร่วมทำบุญ ถวายเครื่องสักการะ พบปะญาติพี่น้อง และร่วมกิจกรรมที่สืบทอดกันในชุมชน งานบุญจึงทำให้วัดมีชีวิตชีวาและตอกย้ำบทบาทของวัดในฐานะศูนย์กลางของสังคมท้องถิ่น
 
ประเพณีคารวะสรงน้ำหลวงพ่อพระใหญ่หลังสงกรานต์เป็นอีกช่วงเวลาที่วัดโพธารามมีความสำคัญอย่างมาก พุทธศาสนิกชนจะเดินทางมาร่วมพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคล สรงน้ำองค์หลวงพ่อพระใหญ่ และสืบสานประเพณีท้องถิ่นบ้านท่าไคร้ บรรยากาศของงานเต็มไปด้วยความศรัทธา ความอบอุ่น และความผูกพันของคนในพื้นที่ การที่ประเพณีนี้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปีทำให้วัดโพธารามไม่ได้เป็นเพียงแหล่งท่องเที่ยว แต่เป็นพื้นที่ทางจิตวิญญาณที่ยังทำหน้าที่ในชีวิตจริงของชุมชนอย่างเข้มแข็ง
 
นอกจากหลวงพ่อพระใหญ่แล้ว ภายในวัดโพธารามยังมีเรือกำปั่นโบราณจัดแสดงอยู่ในบริเวณวัด เรือโบราณนี้ช่วยเพิ่มมิติทางประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตริมแม่น้ำโขงให้กับการเที่ยววัด เพราะบึงกาฬเป็นเมืองที่มีความสัมพันธ์กับแม่น้ำโขงมาอย่างยาวนาน ทั้งด้านการตั้งถิ่นฐาน การค้าขาย การเดินทาง การประมง และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างชุมชนสองฝั่งโขง การเห็นเรือโบราณในวัดจึงช่วยให้ผู้มาเยือนเชื่อมโยงภาพของศรัทธากับวิถีชีวิตริมแม่น้ำได้ชัดเจนขึ้น
 
วัดโพธารามยังมีบรรยากาศร่มรื่นและเป็นกันเอง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวแบบสงบ ไม่เร่งรีบ และไม่ไกลจากตัวเมืองมากเกินไป พื้นที่วัดมีลานกว้างสำหรับเดินชม ถ่ายภาพ และพักผ่อน มีพระอุโบสถเป็นจุดศูนย์กลาง มีศาลาและบริเวณจัดกิจกรรมทางศาสนา รวมถึงพื้นที่สำหรับสักการะหลวงพ่อพระใหญ่ในรูปแบบที่เหมาะสมกับผู้มาเยือนแต่ละกลุ่ม นักท่องเที่ยวที่เดินทางมากับครอบครัวสามารถใช้เวลาไหว้พระและเดินชมวัดได้สะดวก ส่วนผู้สูงอายุก็สามารถเดินทางเข้าถึงได้ง่ายกว่าสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่ต้องเดินขึ้นเขาหรือเดินไกล
 
จุดเด่นด้านทำเลของวัดคืออยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองบึงกาฬและตั้งอยู่บนเส้นทางที่เชื่อมต่อไปยังอำเภอและแหล่งท่องเที่ยวอื่น นักท่องเที่ยวที่พักในตัวเมืองสามารถเดินทางมาไหว้หลวงพ่อพระใหญ่ในช่วงเช้าหรือเย็นได้ง่าย หากมีเวลาจำกัด วัดโพธารามสามารถเป็นโปรแกรมเที่ยวครึ่งวันร่วมกับศาลเจ้าแม่สองนาง ตลาดลาวหรือถนนคนเดินริมโขง และร้านอาหารริมแม่น้ำโขงในตัวเมือง หากมีเวลามากขึ้นสามารถขยายเส้นทางไปยังวัดอาฮงศิลาวาส ซึ่งเป็นวัดริมโขงที่มีชื่อเสียงเรื่องสะดือแม่น้ำโขง หรือเดินทางต่อไปยังหินสามวาฬและภูสิงห์ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กธรรมชาติของบึงกาฬ
 
การมาเที่ยววัดโพธารามเหมาะกับผู้ที่ต้องการเข้าใจบึงกาฬในมิติของศรัทธาก่อนออกไปชมธรรมชาติ เพราะหลวงพ่อพระใหญ่เป็นพระพุทธรูปที่สะท้อนความผูกพันของชุมชนกับพระพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้ง การเริ่มต้นทริปด้วยการไหว้พระคู่เมืองทำให้การเที่ยวบึงกาฬมีความหมายมากขึ้น นักท่องเที่ยวจะเห็นว่าจังหวัดนี้ไม่ได้มีเพียงหินสามวาฬ ภูทอก หรือแม่น้ำโขงเท่านั้น แต่ยังมีศาสนสถานที่เก็บเรื่องเล่าของผู้คน การอพยพ การตั้งถิ่นฐาน และความศรัทธาที่ส่งต่อกันมาหลายรุ่น
 
สำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดโพธารามเป็นตัวอย่างที่ดีของการที่เรื่องเล่าชุมชนช่วยสร้างตัวตนให้สถานที่ การค้นพบพระพุทธรูปกลางป่า การซ่อมแซมพระเกตุมาลา การพบซากเครื่องปั้นดินเผาและของใช้โบราณ รวมถึงการจัดงานสมโภชต่อเนื่องทุกปี ล้วนเป็นองค์ประกอบที่ทำให้วัดมีความลึกกว่าสถานที่ถ่ายรูปทั่วไป แม้บางส่วนเป็นตำนานเล่าสืบต่อกัน แต่ตำนานเหล่านี้คือส่วนหนึ่งของความทรงจำร่วมที่ทำให้ชุมชนรู้ว่าตนเองมาจากไหน เคารพสิ่งใด และต้องการสืบทอดอะไรต่อไป
 
ในด้านวัฒนธรรม วัดโพธารามแสดงให้เห็นบทบาทของวัดอีสานที่เป็นมากกว่าสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา วัดเป็นพื้นที่รวมตัวของชุมชน เป็นสถานที่จัดงานบุญ เป็นที่เก็บรักษาพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ เป็นพื้นที่ของการสืบทอดประเพณี และเป็นจุดที่คนต่างถิ่นเข้ามาทำความเข้าใจตัวตนของพื้นที่ได้โดยตรง การเที่ยววัดโพธารามจึงเหมาะกับทั้งคนไทยที่ต้องการไหว้พระขอพร และชาวต่างชาติที่ต้องการเรียนรู้ว่าพระพุทธศาสนาในภาคอีสานสัมพันธ์กับชุมชนอย่างไร
 
การกราบไหว้หลวงพ่อพระใหญ่มีความหมายสำหรับคนในพื้นที่อย่างมาก ผู้คนมักมาขอพรเรื่องความเป็นสิริมงคล การงาน สุขภาพ ครอบครัว และความสำเร็จในสิ่งที่ตั้งใจ เมื่อได้รับสมปรารถนาหรือมีความสบายใจ ก็มักกลับมาทำบุญ สักการะ หรือร่วมงานประเพณีของวัด ความต่อเนื่องของศรัทธานี้ทำให้องค์หลวงพ่อพระใหญ่ไม่ใช่เพียงพระพุทธรูปในเชิงศิลปกรรม แต่เป็นศูนย์กลางทางใจที่มีผู้คนกลับมาเยือนซ้ำอย่างสม่ำเสมอ
 
สำหรับการถ่ายภาพ วัดโพธารามมีมุมที่น่าสนใจหลายจุด ทั้งด้านหน้าพระอุโบสถ รายละเอียดหลังคาและหน้าบัน บันไดทางขึ้น องค์ประกอบพญานาค ระฆังและฆ้องภายในวัด รวมถึงเรือกำปั่นโบราณ นักท่องเที่ยวควรถ่ายภาพด้วยความเคารพ ไม่ถ่ายภาพในพื้นที่ที่วัดมีข้อห้าม และปฏิบัติตามป้ายหรือคำแนะนำของทางวัด โดยเฉพาะบริเวณพระอุโบสถที่เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ การเก็บภาพที่ดีควรให้ความสำคัญกับบรรยากาศและความสงบของสถานที่ ไม่ใช่เพียงการถ่ายให้สวยอย่างเดียว
 
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเที่ยววัดโพธารามคือช่วงเช้าหรือช่วงเย็น เพราะอากาศไม่ร้อนจัด แสงเหมาะกับการถ่ายภาพ และบรรยากาศภายในวัดเงียบสงบกว่าช่วงกลางวัน หากต้องการร่วมงานประเพณี ควรเลือกช่วงวันเพ็ญเดือน 3 หรือช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นช่วงที่มีการสมโภชและสรงน้ำหลวงพ่อพระใหญ่ บรรยากาศในช่วงนั้นจะคึกคักและสะท้อนความศรัทธาของชาวบึงกาฬได้ชัดเจนที่สุด ส่วนผู้ที่ต้องการเที่ยวแบบสงบ ควรมาในวันธรรมดาหรือช่วงเช้าก่อนคนมาก
 
การใช้เวลาในวัดโพธารามโดยทั่วไปควรเผื่อประมาณ 45 นาทีถึง 1.5 ชั่วโมง หากมาเพียงเพื่อไหว้พระและชมพระอุโบสถสามารถใช้เวลาราว 45 นาที แต่หากต้องการอ่านเรื่องราว ถ่ายภาพ เดินชมเรือกำปั่นโบราณ และพักผ่อนในบริเวณวัด ควรเผื่อเวลามากขึ้น สำหรับผู้ที่สนใจวัฒนธรรมท้องถิ่น การพูดคุยกับคนในพื้นที่หรือผู้ดูแลจุดสักการะจะช่วยให้เข้าใจรายละเอียดของหลวงพ่อพระใหญ่และประเพณีบ้านท่าไคร้ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
 
การเดินทาง ไปวัดโพธารามสะดวกที่สุดด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างท้องถิ่น จากตัวเมืองบึงกาฬใช้ทางหลวงหมายเลข 212 เส้นทางบึงกาฬ–นครพนม ไปยังบ้านท่าไคร้ ตำบลบึงกาฬ ระยะทางประมาณ 5 – 7 กม. ใช้เวลาขับรถประมาณ 10 นาทีตามสภาพการจราจร เส้นทางเป็นถนนหลักที่เดินทางง่าย เหมาะสำหรับการแวะเที่ยวก่อนออกนอกเมืองหรือกลับเข้าที่พักในตัวเมือง หากเดินทางจากต่างจังหวัดโดยรถโดยสาร สามารถลงที่ตัวเมืองบึงกาฬแล้วต่อรถรับจ้างหรือเหมารถท้องถิ่นมายังวัดได้
 
ผู้ที่เดินทางจากกรุงเทพฯ ไปบึงกาฬสามารถเลือกเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถโดยสาร หรือเครื่องบินไปลงที่จังหวัดใกล้เคียง เช่น อุดรธานีหรือนครพนม แล้วต่อรถเข้าบึงกาฬ เมื่อถึงตัวเมืองบึงกาฬ วัดโพธารามเป็นหนึ่งในสถานที่ที่เดินทางง่ายที่สุด เพราะอยู่ใกล้เมืองและไม่ต้องใช้เวลาเดินทางนาน เหมาะกับการจัดเป็นจุดแรกของทริปหรือจุดแวะปิดท้ายก่อนกลับที่พัก
 
ข้อควรปฏิบัติในการเข้าชมคือแต่งกายสุภาพ ใช้เสียงอย่างเหมาะสม เคารพกฎของวัด ไม่เข้าไปในพื้นที่ที่มีข้อจำกัด และไม่สัมผัสองค์พระหรือวัตถุศักดิ์สิทธิ์โดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้หญิงที่ต้องการกราบไหว้หลวงพ่อพระใหญ่ควรสักการะในพื้นที่ที่ทางวัดจัดไว้ ส่วนผู้ชายที่เข้าพระอุโบสถควรถอดรองเท้าและรักษาความสำรวม พื้นที่วัดเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเป็นศูนย์รวมใจของชุมชน การเข้าชมด้วยความเคารพจะทำให้การท่องเที่ยวมีคุณค่าและไม่กระทบต่อวิถีปฏิบัติของคนในพื้นที่
 
สำหรับครอบครัวที่พาเด็กมาเที่ยว วัดโพธารามเป็นสถานที่ที่ใช้สอนเรื่องศรัทธา ประวัติชุมชน และมารยาทในการเข้าวัดได้ดี เด็ก ๆ จะได้เห็นพระพุทธรูปสำคัญของจังหวัด เรียนรู้ว่าทำไมชาวบ้านจึงเคารพหลวงพ่อพระใหญ่ และเข้าใจว่าประเพณีท้องถิ่นมีบทบาทต่อการรวมคนในชุมชนอย่างไร ส่วนผู้สูงอายุสามารถเดินทางเข้าถึงได้ง่ายกว่าสถานที่ท่องเที่ยวแนวผจญภัย จึงเหมาะกับการเที่ยวแบบหลายวัยในครอบครัวเดียวกัน
 
สำหรับชาวต่างชาติ วัดโพธารามเป็นจุดเรียนรู้พระพุทธศาสนาไทยในระดับชุมชนที่เข้าใจง่าย เพราะมีองค์พระประธานชัดเจน มีเรื่องเล่าการค้นพบพระพุทธรูป มีประเพณีประจำปี และมีบรรยากาศวัดท้องถิ่นที่ยังเชื่อมโยงกับชีวิตจริงของผู้คน นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถใช้สถานที่แห่งนี้ทำความเข้าใจว่าในประเทศไทย พระพุทธรูปสำคัญไม่ได้เป็นเพียงงานศิลปะ แต่เป็นศูนย์รวมความเชื่อ การทำบุญ การขอพร และความสัมพันธ์ของคนทั้งหมู่บ้าน
 
เมื่อมองในภาพรวม วัดโพธารามเป็นสถานที่ที่ควรอยู่ในแผนเที่ยวบึงกาฬ เพราะมีครบทั้งความสะดวกในการเดินทาง ความสำคัญทางศรัทธา ประวัติชุมชน ประเพณีที่ยังสืบทอดอยู่ และจุดชมภายในวัดที่น่าสนใจ วัดแห่งนี้อาจไม่ได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติขนาดใหญ่เหมือนหินสามวาฬหรือภูทอก แต่เป็นสถานที่ที่อธิบายจิตวิญญาณของบึงกาฬได้อย่างลึกซึ้ง ผ่านหลวงพ่อพระใหญ่ พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองที่ยังคงเป็นศูนย์รวมใจของผู้คนจากอดีตถึงปัจจุบัน
 
การมาเยือนวัดโพธารามจึงไม่ใช่เพียงการแวะไหว้พระระหว่างทาง แต่เป็นการเข้าหาเรื่องราวของชุมชนบ้านท่าไคร้ เข้าใจความศรัทธาของคนริมโขง และเห็นคุณค่าของวัดท้องถิ่นที่ยังทำหน้าที่อย่างมีชีวิต ทั้งในฐานะศาสนสถาน แหล่งเรียนรู้ ประเพณีประจำปี และจุดหมายสำคัญของการท่องเที่ยวเมืองบึงกาฬ ผู้ที่ต้องการเที่ยวบึงกาฬให้ครบมิติควรเริ่มต้นหรือปิดท้ายทริปด้วยการกราบหลวงพ่อพระใหญ่ที่วัดโพธาราม เพื่อสัมผัสความสงบและความศรัทธาที่เป็นรากฐานของเมืองริมโขงแห่งนี้
 
ชื่อสถานที่วัดโพธาราม หรือวัดหลวงพ่อพระใหญ่ บ้านท่าไคร้
ที่ตั้งบ้านท่าไคร้ หมู่ 5 ตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ
ที่อยู่ตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ 38000
ไฮไลต์หลวงพ่อพระใหญ่ พระพุทธรูปปางมารวิชัยคู่บ้านคู่เมืองบึงกาฬ พระอุโบสถงดงาม ประเพณีสมโภชหลวงพ่อพระใหญ่ และเรือกำปั่นโบราณภายในวัด
ประวัติ / สมัย / ยุคเป็นวัดสำคัญของชุมชนบ้านท่าไคร้ มีตำนานการค้นพบหลวงพ่อพระใหญ่กลางป่ารกทึบ และมีการบูรณะแท่นประดิษฐานองค์พระให้มั่นคงขึ้นในปี 2537
ที่มาของชื่อชื่อวัดโพธารามเป็นชื่อทางการของวัด ส่วนชื่อวัดหลวงพ่อพระใหญ่เป็นชื่อที่นิยมเรียกตามพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์สำคัญที่ประดิษฐานอยู่ภายในวัด
ลักษณะเด่นเป็นวัดใกล้ตัวเมืองบึงกาฬที่มีความสำคัญด้านศรัทธา ประวัติชุมชน และประเพณีท้องถิ่น โดยมีหลวงพ่อพระใหญ่เป็นศูนย์รวมใจของชาวบึงกาฬ
พระประธาน / สิ่งสำคัญหลวงพ่อพระใหญ่ พระพุทธรูปปางมารวิชัย สูงประมาณ 2 เมตร หน้าตักกว้างประมาณ 2 เมตร ประดิษฐานบนแท่นสี่เหลี่ยมภายในพระอุโบสถ
การเดินทางจากตัวเมืองบึงกาฬใช้ทางหลวงหมายเลข 212 เส้นทางบึงกาฬ–นครพนม ไปบ้านท่าไคร้ ระยะทางประมาณ 5 – 7 กม. ใช้เวลาขับรถประมาณ 10 นาที
สถานะปัจจุบันเปิดให้เข้าชมและสักการะตามปกติ
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 18.00 น.
ค่าเข้าไม่เสียค่าเข้าชม ทำบุญได้ตามกำลังศรัทธา
สิ่งอำนวยความสะดวกลานจอดรถ พื้นที่ไหว้พระ พระอุโบสถ ศาลา จุดถ่ายภาพ เรือกำปั่นโบราณ และพื้นที่พักผ่อนภายในวัด
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ1. พระอุโบสถประดิษฐานหลวงพ่อพระใหญ่
2. พื้นที่กราบไหว้ด้านหน้าพระอุโบสถ
3. ศาลาสักการะหลวงพ่อพระใหญ่องค์จำลอง
4. ลานวัดและพื้นที่จัดงานประเพณี
5. จุดจัดแสดงเรือกำปั่นโบราณ
6. จุดถ่ายภาพสถาปัตยกรรมวัดและระฆังภายในบริเวณวัด
ผู้ดูแลพื้นที่คณะสงฆ์วัดโพธารามและชุมชนบ้านท่าไคร้
ข้อปฏิบัติสำคัญแต่งกายสุภาพ เคารพข้อกำหนดในการเข้าสักการะภายในพระอุโบสถ และปฏิบัติตามคำแนะนำของทางวัด
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. ศาลเจ้าแม่สองนาง อำเภอเมืองบึงกาฬ ประมาณ 5 กม.
2. ตลาดลาว / ถนนคนเดินริมโขง บึงกาฬ ประมาณ 6 กม.
3. หนองกุดทิง ประมาณ 13 กม.
4. วัดอาฮงศิลาวาส หรือแก่งอาฮง ประมาณ 23 กม.
5. หินสามวาฬ ภูสิงห์ ประมาณ 35 กม.
6. วัดเจติยาคีรีวิหาร หรือวัดภูทอก ประมาณ 60 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ฮักนะ หมูกระทะ ประมาณ 1 กม. โทร. 088-227-3432
2. ร้านอาหารคลองสำราญ ประมาณ 8 กม. โทร. 082-109-2865, 086-483-9465, 063-830-5754
3. อิ่มหนำสำราญ & คาเฟ่สำราญใจ ประมาณ 6 กม. โทร. 099-470-7774
4. ครัวริมโขง บึงกาฬ ประมาณ 6 กม. โทร. 061-056-8964
5. สเต็กริมโขง ประมาณ 6 กม. โทร. 096-587-4256
6. ตำยำยั่ว by มิกิ สาขาริมโขงบึงกาฬ ประมาณ 6 กม. โทร. 082-689-1316
ที่พักใกล้เคียง1. โฮมสเตย์ชุมชนบ้านท่าไคร้ ประมาณ 1 กม. โทร. 086-990-6826
2. The One Hotel Bueng Kan ประมาณ 7 กม. โทร. 042-492-234, 091-057-5159
3. BK Place Hotel บึงกาฬ ประมาณ 8 กม. โทร. 099-638-0988, 082-495-2125, 085-005-0589
4. Century Grand Hotel ประมาณ 7 กม. โทร. 081-956-9141
5. โรงแรมวิพัฒน์ บึงกาฬ ประมาณ 7 กม.
6. โรงแรมเป็นหนึ่ง บึงกาฬ ประมาณ 8 กม.
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดโพธาราม หรือวัดหลวงพ่อพระใหญ่ อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดโพธารามตั้งอยู่ที่บ้านท่าไคร้ หมู่ 5 ตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ ห่างจากตัวเมืองบึงกาฬประมาณ 5 – 7 กม. ตามทางหลวงหมายเลข 212
 
ถาม: วัดโพธารามเปิดกี่โมง?
ตอบ: วัดเปิดให้เข้าชมและสักการะทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น.
 
ถาม: วัดโพธารามมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม นักท่องเที่ยวสามารถทำบุญได้ตามกำลังศรัทธา
 
ถาม: หลวงพ่อพระใหญ่ วัดโพธาราม มีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: หลวงพ่อพระใหญ่เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยคู่บ้านคู่เมืองบึงกาฬ มีตำนานการค้นพบกลางป่ารกทึบ และเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวบึงกาฬมาอย่างยาวนาน
 
ถาม: ผู้หญิงสามารถเข้าไปกราบหลวงพ่อพระใหญ่ในพระอุโบสถได้หรือไม่?
ตอบ: การเข้ากราบภายในพระอุโบสถมีข้อปฏิบัติของวัด ผู้หญิงสามารถกราบไหว้บริเวณด้านนอกหรือพื้นที่ที่ทางวัดจัดไว้ และควรปฏิบัติตามคำแนะนำของทางวัด
 
ถาม: วัดโพธารามมีงานประเพณีสำคัญช่วงใด?
ตอบ: ชาวบึงกาฬจัดงานสมโภชหลวงพ่อพระใหญ่ปีละ 2 ครั้ง คือช่วงวันเพ็ญเดือน 3 หรือบุญข้าวจี่ และช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ซึ่งมีประเพณีคารวะสรงน้ำหลวงพ่อพระใหญ่
 
ถาม: ภายในวัดโพธารามมีอะไรน่าสนใจบ้าง?
ตอบ: จุดสำคัญ ได้แก่ พระอุโบสถ หลวงพ่อพระใหญ่ พื้นที่สักการะหลวงพ่อพระใหญ่องค์จำลอง ลานวัด จุดถ่ายภาพสถาปัตยกรรม และเรือกำปั่นโบราณที่จัดแสดงภายในวัด
 
ถาม: เที่ยววัดโพธารามแล้วควรไปที่ไหนต่อ?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่ศาลเจ้าแม่สองนาง ตลาดลาวริมโขง หนองกุดทิง วัดอาฮงศิลาวาส หินสามวาฬ และวัดภูทอกได้ตามเวลาที่มีและเส้นทางการเดินทาง

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัดประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคอีสาน

ปรับปรุงล่าสุด : 4 สัปดาห์ที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(1)
วัด วัด(12)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(1)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(1)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(1)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(1)
น้ำตก น้ำตก(1)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(4)
สวนน้ำ สวนน้ำ(1)