หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดบึงกาฬ >อ.ปากคาด >ต.ปากคาด > วัดสว่างอารมณ์ (วัดถ้ำศรีธน)
TL;DR: วัดสว่างอารมณ์ (วัดถ้ำศรีธน) อยู่ที่ตำบลโนนศิลา อำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ เป็นวัดบนลานหินเนินเขาที่ผสมผสานศาสนสถาน ถ้ำ โขดหิน ลำธาร จุดชมวิว และตำนานพื้นบ้านไว้ในพื้นที่เดียว.
วัดสว่างอารมณ์ (วัดถ้ำศรีธน)

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
วัดสว่างอารมณ์ หรือวัดถ้ำศรีธน จังหวัดบึงกาฬ เป็นวัดสำคัญของอำเภอปากคาด ตั้งอยู่บริเวณลานหินเนินเขาที่ร่มรื่นด้วยต้นไม้และลำธารเล็ก ๆ ไหลผ่าน จุดเด่นคือพระพุทธไสยาสน์ปางปรินิพพานที่ประดิษฐานอยู่ใต้โขดหินใหญ่ อุโบสถทรงระฆังคว่ำบนก้อนหินขนาดใหญ่ หอระฆังที่สร้างจากโอ่ง และจุดชมวิวด้านบนที่มองเห็นทิวทัศน์แม่น้ำโขงได้ไกลถึงฝั่งลาว สถานที่แห่งนี้เหมาะสำหรับการไหว้พระ ทำบุญ เดินชมธรรมชาติ ถ่ายภาพ และเรียนรู้ตำนานท้าวศรีธนที่ผูกพันกับพื้นที่ปากคาดและลุ่มน้ำโขง
วัดสว่างอารมณ์ หรือวัดถ้ำศรีธน ตั้งอยู่ในเขตอำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ เป็นวัดที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นจากภูมิประเทศแบบลานหิน เนินเขา โขดหินขนาดใหญ่ และบรรยากาศร่มรื่นของต้นไม้ธรรมชาติ ภายในพื้นที่วัดมีลำธารเล็ก ๆ ไหลผ่าน ช่วยเติมความเย็นและความสงบให้กับพื้นที่ศาสนสถานแห่งนี้อย่างเป็นธรรมชาติ วัดแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ไหว้พระของคนในพื้นที่เท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงศรัทธาและธรรมชาติที่ทำให้ผู้มาเยือนสัมผัสความงามของบึงกาฬในมิติที่ต่างจากแหล่งท่องเที่ยวริมโขงหรือแหล่งท่องเที่ยวภูเขาหินทั่วไป
ความน่าสนใจของวัดสว่างอารมณ์อยู่ที่การผสมผสานระหว่างธรรมชาติ ศาสนา และตำนานท้องถิ่นอย่างกลมกลืน เมื่อเดินเข้าสู่บริเวณวัด นักท่องเที่ยวจะพบกับลานหินและก้อนหินน้อยใหญ่ที่กระจายตัวอยู่ตามธรรมชาติ บางส่วนถูกปรับให้เป็นพื้นที่เดินชมและพื้นที่สักการะ บางส่วนยังคงสภาพเดิมเหมือนเป็นฉากธรรมชาติของป่าและภูเขา บรรยากาศเช่นนี้ทำให้วัดมีความสงบ ร่มเย็น และให้ความรู้สึกคล้ายสำนักปฏิบัติธรรมกลางธรรมชาติ มากกว่าวัดที่ตั้งอยู่ในเขตชุมชนทั่วไป
วัดสว่างอารมณ์เป็นที่รู้จักอีกชื่อหนึ่งว่า “วัดถ้ำศรีธน” ชื่อนี้เชื่อมโยงกับตำนานท้าวศรีธน ซึ่งเป็นเรื่องเล่าพื้นถิ่นที่ได้รับการกล่าวถึงในพื้นที่อำเภอปากคาดและอำเภอรัตนวาปี ตามตำนานเล่าว่าท้าวศรีธน โอรสของพระเจ้าอาทิตยวงศ์แห่งเมืองปัญจานคร ออกเดินทางตามหานางมโนราห์ผู้เป็นมเหสี และได้มาถึงบริเวณถ้ำฤาษีกัสสปะ จากนั้นได้หยุดพักเพื่อเรียนวิชาอาคมเพิ่มเติม เพราะเห็นว่าตนมีความชำนาญด้านยิงธนู แต่ควรมีวิชาด้านอื่นไว้ใช้ในยามจำเป็น ตำนานนี้ทำให้พื้นที่ถ้ำและลานหินของวัดมีความหมายทางวัฒนธรรมมากกว่าภูมิประเทศทั่วไป
เรื่องเล่าต่อมาระบุว่า หลังจากท้าวศรีธนเรียนวิชาอาคมจนสำเร็จแล้ว ได้ทดลองอาคมโดยเลือกก้อนหินด้านหลังถ้ำเป็นเครื่องทดสอบ ใช้อาคมเสกใส่ดาบ และฟันก้อนหินสามครั้งจนเกิดเสียงดังสนั่นทั่วบริเวณ ผลคือก้อนหินขาดออกเป็นสามท่อนอย่างน่าอัศจรรย์ ร่องรอยและภูมิประเทศในบริเวณนี้จึงถูกเชื่อมโยงกับตำนานท้าวศรีธน และทำให้ชาวบ้านเรียกพื้นที่นี้ว่า “ถ้ำศรีธน” ชื่อดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงชื่อเรียกสถานที่ แต่เป็นประตูเข้าสู่โลกของเรื่องเล่า ความรัก ความพยายาม และความเชื่อพื้นถิ่นที่ยังดำรงอยู่ในชุมชนริมโขง
ในเชิงประวัติของพื้นที่ วัดสว่างอารมณ์มีเรื่องเล่าว่าเดิมบริเวณนี้เป็นที่อยู่ของชาวบ้านปากคาด ซึ่งอพยพมาจากบ้านปากกล้วย แขวงเมืองปากซัน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว พื้นที่เดิมเคยเป็นป่าดงดิบรกทึบ เต็มไปด้วยสัตว์ป่านานาชนิด และมีพระภิกษุธุดงค์เดินทางมาพักปฏิบัติธรรมอยู่เป็นประจำ เพราะเป็นสถานที่เงียบสงบ ห่างไกลความวุ่นวาย และมีธรรมชาติเอื้อต่อการบำเพ็ญเพียร ต่อมาพระอธิการด่อน อินทสาโร หรือหลวงปู่ด่อน ซึ่งเป็นพระที่ชาวบ้านปากคาดเคารพนับถือ ได้พัฒนาพื้นที่ให้เป็นวัดที่มีรูปแบบชัดเจนและเจริญขึ้นตามลำดับ
การที่วัดเติบโตมาจากพื้นที่ป่าและสถานที่ปฏิบัติธรรม ทำให้บรรยากาศของวัดสว่างอารมณ์ยังคงมีความสงบเป็นเอกลักษณ์ แม้ว่าวัดจะกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของอำเภอปากคาดแล้ว แต่ความรู้สึกของพื้นที่ยังไม่ถูกทำให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์จนเกินไป ผู้มาเยือนยังสามารถสัมผัสความร่มรื่นของต้นไม้ เสียงธรรมชาติ ลานหิน และทางเดินที่ค่อย ๆ พาไปยังจุดสำคัญต่าง ๆ ภายในวัดได้อย่างเป็นธรรมชาติ
จุดสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของวัดคือพระพุทธรูปไสยาสน์ปางปรินิพพาน หรือพระนอนที่ประดิษฐานอยู่บริเวณใต้โขดหินใหญ่ พื้นที่ใต้ก้อนหินทำหน้าที่เหมือนถ้ำธรรมชาติที่คุ้มครององค์พระไว้ ภาพของพระนอนใต้ก้อนหินขนาดใหญ่สร้างความรู้สึกสงบ ลึกซึ้ง และมีพลังทางศรัทธาอย่างมาก ผู้ที่เดินทางมาไหว้พระมักแวะสักการะจุดนี้เป็นลำดับแรก เพราะเป็นจุดที่สะท้อนเอกลักษณ์ของวัดได้ชัดเจนที่สุด ทั้งในด้านศาสนา ธรรมชาติ และความศักดิ์สิทธิ์ของพื้นที่
พระพุทธไสยาสน์ปางปรินิพพานเป็นพุทธลักษณะที่สื่อถึงช่วงสุดท้ายก่อนเสด็จดับขันธปรินิพพานของพระพุทธเจ้า การประดิษฐานพระพุทธรูปปางนี้ใต้โขดหินใหญ่ในพื้นที่วัดที่สงบและร่มรื่น ทำให้ผู้มาเยือนเกิดความรู้สึกสำรวมและระลึกถึงหลักธรรมเรื่องความไม่เที่ยง ความสงบ และการปล่อยวาง นักท่องเที่ยวที่ไม่ได้เดินทางมาเพื่อปฏิบัติธรรมโดยตรงก็ยังสามารถรับรู้ความหมายของสถานที่ผ่านบรรยากาศนี้ได้โดยไม่ต้องมีคำอธิบายยาวมากนัก
เหนือโขดหินใหญ่เป็นที่ตั้งของอุโบสถทรงระฆังคว่ำ ซึ่งเป็นจุดเด่นทางสถาปัตยกรรมของวัดสว่างอารมณ์ รูปทรงของอุโบสถแตกต่างจากอุโบสถไทยทั่วไป เพราะมีลักษณะคล้ายระฆังคว่ำ ตั้งอยู่บนก้อนหินขนาดใหญ่ ทำให้ตัวอาคารดูโดดเด่นเมื่อมองจากด้านล่าง บันไดและทางเดินขึ้นไปยังส่วนบนช่วยให้ผู้มาเยือนค่อย ๆ เปลี่ยนระดับการรับรู้จากพื้นที่ล่างที่เป็นถ้ำและพระนอน ไปสู่พื้นที่สูงที่เป็นอุโบสถและจุดชมวิว การเดินขึ้นไปด้านบนจึงให้ความรู้สึกเหมือนการเดินจากพื้นที่สงบภายในสู่พื้นที่เปิดกว้างของทิวทัศน์ริมโขง
บริเวณด้านบนของโขดหินเป็นจุดชมวิวสำคัญของวัด เมื่อขึ้นไปถึงด้านบนสามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้ไกล โดยเฉพาะแนวแม่น้ำโขงและพื้นที่ฝั่งประเทศลาวในวันที่ท้องฟ้าเปิด จุดชมวิวนี้ทำให้วัดสว่างอารมณ์มีเสน่ห์สำหรับนักท่องเที่ยวสายถ่ายภาพและผู้ที่ชอบชมภูมิประเทศกว้าง ๆ บนพื้นที่สูง วิวจากด้านบนไม่ได้มีเพียงความสวยงาม แต่ยังทำให้ผู้มาเยือนเข้าใจที่ตั้งของอำเภอปากคาดในฐานะชุมชนริมโขงที่มีความสัมพันธ์กับฝั่งลาว วิถีแม่น้ำ และเส้นทางคมนาคมมาตั้งแต่อดีต
อีกจุดที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวคือหอระฆังที่สร้างจากโอ่ง รูปแบบการใช้โอ่งมาประกอบเป็นสถาปัตยกรรมศาสนสถานทำให้เกิดภาพจำที่แปลกตาและมีเอกลักษณ์ ไม่พบได้ทั่วไปในวัดอื่น หอระฆังจากโอ่งสะท้อนความคิดสร้างสรรค์ในการนำวัสดุใกล้ตัวมาใช้ในพื้นที่วัด ทำให้สิ่งของธรรมดากลายเป็นองค์ประกอบทางศิลปะและศรัทธาได้อย่างน่าสนใจ จุดนี้เป็นมุมถ่ายภาพที่หลายคนจดจำได้ดี เพราะมีทั้งความแปลก ความสวย และความเชื่อมโยงกับชีวิตพื้นบ้าน
พื้นที่ภายในวัดมีป้ายบอกทางไปยังจุดต่าง ๆ ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมได้สะดวก จุดที่ควรแวะ ได้แก่ พระนอนใต้โขดหินใหญ่ อุโบสถทรงระฆังคว่ำ หอระฆังจากโอ่ง ถ้ำศรีธน ถ้ำฤาษี ลานหิน จุดชมวิว และทางเดินธรรมชาติรอบวัด แต่ละจุดมีบรรยากาศต่างกัน พระนอนให้ความสงบและศรัทธา อุโบสถให้ความโดดเด่นด้านสถาปัตยกรรม จุดชมวิวให้ความโปร่งโล่ง ส่วนถ้ำและลานหินเชื่อมโยงกับตำนานและธรรมชาติของพื้นที่
ถ้ำศรีธนและถ้ำฤาษีเป็นพื้นที่ที่ช่วยให้ตำนานท้าวศรีธนมีตัวตนมากขึ้นในสายตาผู้มาเยือน เมื่อเดินผ่านโขดหินและพื้นที่ถ้ำ นักท่องเที่ยวสามารถจินตนาการถึงเรื่องเล่าของท้าวศรีธน การเรียนวิชาอาคม และการออกเดินทางตามหานางมโนราห์ได้ชัดเจนขึ้น เรื่องเล่าเหล่านี้ทำให้การเที่ยววัดไม่ใช่เพียงการชมอาคารหรือถ่ายภาพ แต่เป็นการเดินเข้าสู่พื้นที่ที่มีเรื่องราว มีจินตนาการ และมีความทรงจำร่วมของชุมชน
เมืองเป็งจานนครราชหรือเมืองปัญจานคร ซึ่งสัมพันธ์กับตำนานท้าวศรีธน ถูกกล่าวถึงว่าอยู่ไม่ไกลจากถ้ำศรีธน การมีตำนานเมืองโบราณเชื่อมโยงกับถ้ำและวัด ทำให้วัดสว่างอารมณ์เป็นพื้นที่ที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ศึกษาวัฒนธรรมพื้นถิ่น อีสานลุ่มน้ำโขง และเรื่องเล่ามโนราห์ในบริบทไทย-ลาว พื้นที่วัดจึงเป็นมากกว่าสถานที่ทางศาสนา แต่เป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องตำนาน นิทานพื้นบ้าน การเดินทางของผู้คน และความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมข้ามฝั่งโขง
ธรรมชาติภายในวัดเป็นอีกองค์ประกอบที่ทำให้วัดสว่างอารมณ์แตกต่างจากวัดเมืองทั่วไป ต้นไม้ที่ขึ้นตามลานหินและร่องหินช่วยสร้างร่มเงา ลำธารเล็ก ๆ ที่ไหลผ่านช่วยเพิ่มความสดชื่น และก้อนหินขนาดใหญ่ที่กระจายอยู่รอบบริเวณทำให้วัดมีลักษณะคล้ายอุทยานหินขนาดย่อม เมื่อเดินชมในช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายแก่ ๆ ผู้มาเยือนจะได้สัมผัสความร่มรื่นและแสงธรรมชาติที่ตกกระทบบนผิวหิน ทำให้พื้นที่วัดมีความงามที่เปลี่ยนไปตามเวลา
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเที่ยววัดสว่างอารมณ์คือช่วงเช้าและช่วงบ่ายแก่ ๆ เพราะอากาศไม่ร้อนจัดและแสงเหมาะกับการถ่ายภาพ ช่วงเช้าให้บรรยากาศสงบ เหมาะกับการไหว้พระและเดินชมอย่างสบาย ส่วนช่วงบ่ายแก่ ๆ เหมาะกับการขึ้นไปชมวิวด้านบน เพราะแสงธรรมชาติช่วยให้ทิวทัศน์แม่น้ำโขงและแนวฝั่งลาวดูนุ่มนวลขึ้น หากเดินทางในฤดูฝน พื้นหินบางจุดอาจลื่น ควรใช้รองเท้าที่เกาะพื้นได้ดีและเดินด้วยความระมัดระวัง
สำหรับผู้สูงอายุและครอบครัวที่มีเด็ก ควรเลือกเดินชมเฉพาะจุดที่เข้าถึงง่ายก่อน เช่น บริเวณพระนอนใต้โขดหินใหญ่ ลานวัด และจุดถ่ายภาพด้านล่าง หากต้องการขึ้นไปยังอุโบสถและจุดชมวิวด้านบน ควรประเมินสภาพร่างกาย เพราะเส้นทางบางส่วนเป็นทางขึ้นและมีพื้นหินธรรมชาติ การเดินทางด้วยความระมัดระวังจะทำให้สามารถชมวัดได้อย่างปลอดภัยและมีความสุขมากขึ้น
วัดสว่างอารมณ์เหมาะกับนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม ผู้ที่ต้องการไหว้พระจะได้สักการะพระพุทธไสยาสน์ปางปรินิพพานและชมอุโบสถบนโขดหิน ผู้ที่ชอบธรรมชาติจะได้เดินชมลานหิน ต้นไม้ และลำธารเล็ก ๆ ผู้ที่สนใจวัฒนธรรมจะได้เรียนรู้ตำนานท้าวศรีธนและถ้ำศรีธน ส่วนผู้ที่ชอบถ่ายภาพจะได้มุมภาพที่หลากหลาย ทั้งพระนอนใต้หิน อุโบสถทรงระฆังคว่ำ หอระฆังโอ่ง บันไดพญานาค และวิวแม่น้ำโขงจากด้านบน
การเที่ยววัดสว่างอารมณ์ควรใช้เวลาประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง หากต้องการไหว้พระและชมจุดหลักสามารถใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง แต่หากต้องการเดินชมทุกจุด ถ่ายภาพ อ่านเรื่องราว และนั่งพักในบรรยากาศร่มรื่น ควรเผื่อเวลา 2 ชั่วโมงหรือมากกว่านั้น การมาเที่ยวแบบไม่เร่งรีบจะช่วยให้สัมผัสเสน่ห์ของวัดได้ครบกว่า เพราะสถานที่แห่งนี้ไม่ได้เด่นเฉพาะจุดใดจุดหนึ่ง แต่เด่นจากภาพรวมของธรรมชาติ ศรัทธา และตำนานที่เชื่อมต่อกันทั้งพื้นที่
การเดินทาง ไปวัดสว่างอารมณ์หรือวัดถ้ำศรีธน สามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 212 จากตัวเมืองบึงกาฬมุ่งหน้าไปยังอำเภอปากคาด เมื่อถึงอำเภอปากคาดจะมีทางแยกขวาเข้าวัดไปอีกประมาณ 500 เมตร เส้นทางนี้เป็นถนนสายหลักที่ใช้เดินทางเลียบแนวแม่น้ำโขงและเชื่อมต่อหลายอำเภอของจังหวัดบึงกาฬ ผู้ที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าจะสะดวกที่สุด เพราะสามารถจัดเส้นทางร่วมกับแหล่งท่องเที่ยวอื่นในอำเภอปากคาดและพื้นที่ใกล้เคียงได้ง่าย
ผู้ที่พักในตัวอำเภอปากคาดสามารถเดินทางมายังวัดได้ในเวลาไม่นาน เพราะวัดอยู่ใกล้พื้นที่ชุมชนและแหล่งที่พักหลายแห่ง เช่น ปากคาดแกรนด์ รีสอร์ท โรงแรมโขงค้ำคูณ กู๊ด ฟอร์ ยู รีสอร์ท และที่พักริมโขงในอำเภอปากคาด หากพักในตัวเมืองบึงกาฬ สามารถขับรถมายังปากคาดโดยใช้เวลาประมาณ 40 นาทีขึ้นไปตามสภาพการจราจรและเส้นทาง การเดินทางช่วงเช้าจะเหมาะที่สุดสำหรับการไหว้พระและถ่ายภาพก่อนแดดแรง
วัดสว่างอารมณ์สามารถจัดอยู่ในเส้นทางเที่ยวปากคาดแบบครึ่งวันได้อย่างดี โดยเริ่มจากวัดสว่างอารมณ์เพื่อไหว้พระและชมวิว จากนั้นเดินทางต่อไปยังลานพญานาคริมโขง ร้านอาหารริมแม่น้ำโขง และจุดชมบรรยากาศตัวอำเภอปากคาด หากมีเวลาเต็มวัน สามารถต่อเส้นทางไปยังเมืองเป็งจานนครราช พื้นที่รัตนวาปี วัดอาฮงศิลาวาส หรือแหล่งท่องเที่ยวริมโขงอื่น ๆ เพื่อให้ทริปมีทั้งวัด ธรรมชาติ ตำนาน และบรรยากาศแม่น้ำโขงครบถ้วนมากขึ้น
สำหรับผู้ที่ชอบเที่ยวสายวัฒนธรรม วัดสว่างอารมณ์เป็นจุดที่ช่วยอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับลาวในพื้นที่ลุ่มน้ำโขงได้ดี เพราะประวัติของชุมชนปากคาดมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับการอพยพจากฝั่งปากซัน สปป. ลาว และตำนานท้าวศรีธนก็เชื่อมโยงกับเมืองปัญจานครและพื้นที่ฝั่งโขง การมาเยือนวัดนี้จึงทำให้เห็นว่าเส้นเขตแดนปัจจุบันไม่อาจแยกความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมของผู้คนสองฝั่งแม่น้ำโขงได้อย่างสิ้นเชิง
สำหรับชาวต่างชาติ วัดสว่างอารมณ์เป็นสถานที่ที่ช่วยให้เข้าใจวัดไทยในรูปแบบที่แตกต่างจากวัดเมืองใหญ่ เพราะที่นี่ไม่ได้เน้นความอลังการของอาคารอย่างเดียว แต่เน้นการอยู่ร่วมกันของศาสนสถานกับธรรมชาติ ผู้มาเยือนจะได้เห็นพระนอนใต้โขดหินใหญ่ อุโบสถบนก้อนหิน ถ้ำที่มีตำนานพื้นบ้าน และจุดชมวิวแม่น้ำโขงซึ่งมองเห็นประเทศลาวในระยะไกล สิ่งเหล่านี้ช่วยอธิบายว่าพุทธศาสนาในท้องถิ่นไทยไม่ได้แยกออกจากภูมิประเทศ เรื่องเล่า และชีวิตของชุมชน
ข้อควรปฏิบัติในการเข้าชมวัดคือแต่งกายสุภาพ ใช้เสียงอย่างเหมาะสม ไม่ปีนป่ายโขดหินหรือองค์ประกอบศาสนสถานนอกจุดที่จัดไว้ ไม่ทิ้งขยะในพื้นที่วัด และระมัดระวังเมื่อเดินบนลานหิน โดยเฉพาะหลังฝนตก พื้นที่บางส่วนเป็นธรรมชาติและมีความต่างระดับ การเที่ยวด้วยความเคารพช่วยรักษาบรรยากาศสงบของวัดและทำให้สถานที่แห่งนี้ยังคงเป็นทั้งศาสนสถานและแหล่งท่องเที่ยวที่งดงามสำหรับผู้มาเยือนทุกกลุ่ม
ในภาพรวม วัดสว่างอารมณ์หรือวัดถ้ำศรีธนเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่ควรอยู่ในเส้นทางเที่ยวบึงกาฬ เพราะมีองค์ประกอบครบทั้งพระพุทธไสยาสน์ปางปรินิพพาน อุโบสถทรงระฆังคว่ำบนโขดหินใหญ่ หอระฆังโอ่ง ลานหิน ถ้ำศรีธน ลำธารเล็ก ต้นไม้ร่มรื่น จุดชมวิวแม่น้ำโขง และตำนานท้าวศรีธนที่ช่วยเพิ่มมิติทางวัฒนธรรมให้พื้นที่ วัดแห่งนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการเที่ยวแบบสงบ มีเรื่องเล่า และเห็นความงามของบึงกาฬในมุมที่ผูกพันกับธรรมชาติและศรัทธาอย่างแท้จริง
| ชื่อสถานที่ | วัดสว่างอารมณ์ หรือวัดถ้ำศรีธน |
| ที่ตั้ง | ตำบลโนนศิลา อำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ |
| ที่อยู่ | ตำบลโนนศิลา อำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ 38190 |
| ไฮไลต์ | พระพุทธไสยาสน์ปางปรินิพพานใต้โขดหินใหญ่ อุโบสถทรงระฆังคว่ำบนก้อนหิน หอระฆังจากโอ่ง ลานหินธรรมชาติ ลำธารเล็ก และจุดชมวิวแม่น้ำโขงที่มองเห็นได้ไกลถึงฝั่งลาว |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | เดิมบริเวณนี้เป็นป่าดงดิบและเป็นที่พักของพระภิกษุธุดงค์ ต่อมาพระอธิการด่อน อินทสาโร หรือหลวงปู่ด่อน ได้สร้างและพัฒนาวัดให้เป็นรูปเป็นร่างขึ้นจนกลายเป็นวัดสำคัญของอำเภอปากคาด |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อวัดถ้ำศรีธนเชื่อมโยงกับตำนานท้าวศรีธนและเมืองเป็งจานนครราช ซึ่งเป็นเรื่องเล่าพื้นถิ่นสำคัญของพื้นที่ปากคาดและรัตนวาปี |
| ลักษณะเด่น | เป็นวัดบนลานหินเนินเขาที่ผสมผสานศาสนสถาน ถ้ำ โขดหิน ลำธาร จุดชมวิว และตำนานพื้นบ้านไว้ในพื้นที่เดียว |
| พระประธาน / สิ่งสำคัญ | พระพุทธรูปไสยาสน์ปางปรินิพพานใต้โขดหินใหญ่ อุโบสถทรงระฆังคว่ำ หอระฆังโอ่ง ถ้ำศรีธน และถ้ำฤาษี |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองบึงกาฬใช้ทางหลวงหมายเลข 212 มุ่งหน้าอำเภอปากคาด เมื่อถึงอำเภอปากคาดมีทางแยกขวาเข้าวัดประมาณ 500 เมตร เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างท้องถิ่น |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าชมและสักการะตามปกติ |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| ค่าเข้า | ไม่เสียค่าเข้าชม ทำบุญได้ตามกำลังศรัทธา |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ลานจอดรถ พื้นที่ไหว้พระ ทางเดินภายในวัด จุดชมวิว จุดถ่ายภาพ ป้ายบอกทาง และพื้นที่พักผ่อนภายในวัด |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. โซนพระพุทธไสยาสน์ใต้โขดหินใหญ่ 2. โซนอุโบสถทรงระฆังคว่ำบนก้อนหิน 3. โซนถ้ำศรีธนและถ้ำฤาษี 4. โซนหอระฆังจากโอ่ง 5. โซนลานหินและลำธารเล็ก 6. โซนจุดชมวิวแม่น้ำโขงและฝั่งลาว 7. โซนทางเดินธรรมชาติและจุดถ่ายภาพ |
| ผู้ดูแลพื้นที่ | คณะสงฆ์วัดสว่างอารมณ์และชุมชนในพื้นที่อำเภอปากคาด |
| ข้อปฏิบัติสำคัญ | แต่งกายสุภาพ ใช้เสียงอย่างเหมาะสม ระมัดระวังการเดินบนลานหิน ไม่ปีนป่ายนอกจุดที่จัดไว้ และช่วยรักษาความสะอาดในพื้นที่วัด |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ลานพญานาค เทศบาลตำบลปากคาด ประมาณ 2 กม. 2. จุดชมวิวริมโขงอำเภอปากคาด ประมาณ 2 กม. 3. เมืองเป็งจานนครราช / พื้นที่ตำนานท้าวศรีธน ประมาณ 10 กม. 4. วัดสุทธิวนาราม อำเภอปากคาด ประมาณ 12 กม. 5. วัดผาตากเสื้อ จังหวัดหนองคาย ประมาณ 55 กม. 6. วัดอาฮงศิลาวาส หรือแก่งอาฮง ประมาณ 60 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. กินลมชมโขง อำเภอปากคาด ประมาณ 2 กม. โทร. 042-086-686 2. ครัวริมโขง ปากคาด ประมาณ 2 กม. โทร. 091-064-6468 3. Mr House Resort & Italian Restaurant ประมาณ 3 กม. โทร. 093-464-4944, 084-448-4229 4. Have a nice day bar ประมาณ 3 กม. โทร. 096-048-5635 5. เตชินอาหารตามสั่ง ประมาณ 12 กม. โทร. 096-919-6635 6. Good For You Resort & Restaurant ประมาณ 3 กม. โทร. 088-306-5968 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. ปากคาด แกรนด์ รีสอร์ท ประมาณ 1 กม. โทร. 084-849-6311 2. กู๊ด ฟอร์ ยู รีสอร์ท ปากคาด ประมาณ 2 กม. โทร. 098-280-7099, 098-280-7100 3. โรงแรมโขงค้ำคูณ ประมาณ 3 กม. โทร. 089-712-8598 4. Mr House Resort & Italian Restaurant ประมาณ 3 กม. โทร. 093-464-4944, 084-448-4229 5. นุชฎา รีสอร์ท ปากคาด ประมาณ 4 กม. 6. ออมสินบ้านพัก รายวัน รายเดือน ประมาณ 4 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดสว่างอารมณ์ หรือวัดถ้ำศรีธน อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดสว่างอารมณ์ หรือวัดถ้ำศรีธน ตั้งอยู่ในตำบลโนนศิลา อำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ เป็นวัดบนลานหินเนินเขาที่มีบรรยากาศร่มรื่นและอยู่ไม่ไกลจากตัวอำเภอปากคาด
ถาม: วัดสว่างอารมณ์เปิดกี่โมง?
ตอบ: วัดเปิดให้เข้าชมและสักการะทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
ถาม: วัดสว่างอารมณ์มีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม นักท่องเที่ยวสามารถทำบุญได้ตามกำลังศรัทธา
ถาม: จุดเด่นของวัดสว่างอารมณ์คืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือพระพุทธไสยาสน์ปางปรินิพพานใต้โขดหินใหญ่ อุโบสถทรงระฆังคว่ำบนก้อนหิน หอระฆังจากโอ่ง ถ้ำศรีธน ลานหิน ลำธารเล็ก และจุดชมวิวแม่น้ำโขงที่มองเห็นได้ไกลถึงฝั่งลาว
ถาม: ทำไมวัดสว่างอารมณ์จึงเรียกว่าวัดถ้ำศรีธน?
ตอบ: ชื่อวัดถ้ำศรีธนเชื่อมโยงกับตำนานท้าวศรีธน ซึ่งเล่าถึงการเดินทางตามหานางมโนราห์และการเรียนวิชาอาคมบริเวณถ้ำฤาษีในพื้นที่นี้
ถาม: ไปวัดสว่างอารมณ์ควรใช้เวลาเที่ยวเท่าไร?
ตอบ: ควรใช้เวลาประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง เพื่อไหว้พระ เดินชมพระนอน อุโบสถ หอระฆัง ถ้ำศรีธน ลานหิน และจุดชมวิวด้านบน
ถาม: เดินทางไปวัดสว่างอารมณ์อย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองบึงกาฬใช้ทางหลวงหมายเลข 212 มุ่งหน้าอำเภอปากคาด เมื่อถึงอำเภอปากคาดจะมีทางแยกขวาเข้าวัดไปประมาณ 500 เมตร
ถาม: เที่ยววัดสว่างอารมณ์แล้วควรไปที่ไหนต่อ?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่ลานพญานาคริมโขง จุดชมวิวอำเภอปากคาด เมืองเป็งจานนครราช วัดสุทธิวนาราม วัดผาตากเสื้อ และวัดอาฮงศิลาวาสได้ตามเส้นทางและเวลาที่มี
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว




