หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดบึงกาฬ >อ.เมืองบึงกาฬ >ต.วิศิษฐ์ > ถนนคนเดินบึงกาฬ
TL;DR: ถนนคนเดินบึงกาฬ อยู่ที่ถนนเลียบแม่น้ำโขง เขตเทศบาลเมืองบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ 38000 เปิดวันศุกร์และวันเสาร์ เวลา 17.00 – 20.00 น. โดยร้านค้าบางส่วนเริ่มตั้งแผงตั้งแต่ประมาณ 16.00 น.
ถนนคนเดินบึงกาฬ

วันเปิดทำการ: วันศุกร์และวันเสาร์
เวลาเปิดทำการ: 17.00 – 20.00 น. โดยร้านค้าบางส่วนเริ่มตั้งแผงตั้งแต่ประมาณ 16.00 น.
ถนนคนเดินบึงกาฬ หรือถนนข้าวเม่าริมโขง เป็นแหล่งท่องเที่ยวและตลาดชุมชนยามเย็นริมแม่น้ำโขง ตั้งอยู่บริเวณถนนเลียบแม่น้ำโขง ในเขตเทศบาลเมืองบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ เปิดพื้นที่ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินเล่น เลือกซื้ออาหารพื้นเมือง สินค้าท้องถิ่น เสื้อผ้า เครื่องประดับ ผลิตภัณฑ์ชุมชน และของฝากท่ามกลางบรรยากาศริมฝั่งแม่น้ำโขงที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ฝั่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวได้ ถนนคนเดินแห่งนี้เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยามเย็นของตัวเมืองบึงกาฬที่สะท้อนวิถีชีวิตชุมชนลุ่มน้ำโขงได้อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะบรรยากาศการจับจ่ายอาหาร การพบปะของคนในท้องถิ่น และความสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่สาธารณะริมแม่น้ำกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมของเมือง
เสน่ห์ของถนนคนเดินบึงกาฬไม่ได้อยู่เพียงจำนวนร้านค้าหรือสินค้าที่นำมาจำหน่าย แต่เกิดจากองค์ประกอบของเมืองริมแม่น้ำโขงที่มีลักษณะเฉพาะ ทั้งแนวถนนเลียบริมน้ำ พื้นที่เดินเล่นของประชาชน บรรยากาศของร้านอาหารพื้นบ้าน และภาพแม่น้ำสายใหญ่ที่เป็นพรมแดนธรรมชาติระหว่างประเทศไทยกับประเทศลาว การเดินทางมาท่องเที่ยวบริเวณนี้จึงให้ประสบการณ์แตกต่างจากตลาดกลางคืนในเมืองขนาดใหญ่ เพราะผู้มาเยือนสามารถใช้เวลาเดินชมทิวทัศน์แม่น้ำ รับประทานอาหาร และสัมผัสชีวิตประจำวันของคนบึงกาฬได้ภายในพื้นที่เดียวกัน
ถนนคนเดินบึงกาฬมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ถนนข้าวเม่าริมโขง ซึ่งเป็นชื่อที่ใช้กับแนวถนนและพื้นที่จัดกิจกรรมสำคัญของเทศบาลเมืองบึงกาฬ การเรียกชื่อนี้ทำให้สถานที่มีเอกลักษณ์และเชื่อมโยงกับภูมิทัศน์ริมแม่น้ำโขงโดยตรง ถนนข้าวเม่าริมโขงยังเป็นสถานที่จัดกิจกรรมสาธารณะและงานเทศกาลของเมือง โดยเฉพาะงานประเพณีที่เปิดโอกาสให้ประชาชน หน่วยงานท้องถิ่น ผู้ประกอบการ และนักท่องเที่ยวเข้ามามีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง
ประวัติของถนนคนเดินบึงกาฬมีความเกี่ยวข้องกับการเติบโตของจังหวัดบึงกาฬหลังได้รับการจัดตั้งเป็นจังหวัดที่ 77 ของประเทศไทย เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2554 การแยกพื้นที่ออกจากจังหวัดหนองคายทำให้บึงกาฬมีการพัฒนาโครงสร้างการบริหารและกิจกรรมของเมืองในฐานะศูนย์กลางจังหวัดใหม่ โดยมีแม่น้ำโขงเป็นองค์ประกอบสำคัญด้านภูมิศาสตร์ เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว พื้นที่ถนนเลียบแม่น้ำจึงกลายเป็นจุดที่เหมาะสมสำหรับการสร้างกิจกรรมชุมชนที่สะท้อนอัตลักษณ์ของเมืองชายแดน
ในปี 2556 เทศบาลตำบลบึงกาฬในขณะนั้นได้ดำเนินโครงการจัดถนนคนเดินบริเวณถนนริมแม่น้ำโขง เพื่อเพิ่มพื้นที่จำหน่ายสินค้าให้แก่ผู้ประกอบการท้องถิ่น และสร้างสถานที่พักผ่อนสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยกำหนดให้มีการจำหน่ายสินค้าในช่วงเย็นของวันศุกร์และวันเสาร์ กิจกรรมดังกล่าวช่วยให้พื้นที่ริมแม่น้ำซึ่งมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของชุมชนอยู่เดิม ได้รับบทบาทเพิ่มเติมในฐานะแหล่งท่องเที่ยวและพื้นที่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ของจังหวัด
การก่อตั้งถนนคนเดินไม่ได้เปลี่ยนเพียงกิจกรรมการค้าในช่วงเย็น แต่ยังสร้างพื้นที่ให้คนในชุมชนพบปะกันมากขึ้น ร้านค้าท้องถิ่นสามารถนำอาหารและผลิตภัณฑ์มาจำหน่ายโดยเข้าถึงลูกค้าทั้งชาวบึงกาฬและนักท่องเที่ยวจากจังหวัดอื่น ขณะเดียวกันการมีตลาดเป็นประจำทุกสัปดาห์ช่วยสร้างกิจกรรมให้บริเวณริมโขงในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์มีความคึกคัก และเป็นจุดหมายของผู้ที่ต้องการใช้เวลาพักผ่อนหลังจากการเดินทางหรือการทำงานตลอดสัปดาห์
บึงกาฬเป็นจังหวัดที่มีความสัมพันธ์กับแม่น้ำโขงมาอย่างยาวนาน ก่อนการจัดตั้งจังหวัดใหม่ พื้นที่ริมแม่น้ำในบริเวณเมืองบึงกาฬเป็นชุมชนที่เกี่ยวข้องกับการสัญจร การค้าขาย การเกษตร และการประมงพื้นบ้าน วิถีชีวิตของผู้คนได้รับอิทธิพลจากสภาพแม่น้ำที่เปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล ทั้งการขึ้นลงของระดับน้ำ การปรากฏของหาดทรายในช่วงน้ำลด และความสัมพันธ์กับชุมชนอีกฝั่งของแม่น้ำในประเทศลาว ถนนคนเดินจึงเกิดขึ้นบนพื้นที่ที่มีพื้นฐานทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของเมืองอยู่แล้ว
เมื่อมองจากแนวริมฝั่งแม่น้ำโขงจะเห็นว่าภูมิประเทศของบึงกาฬแตกต่างจากเมืองที่มีถนนคนเดินอยู่ภายในย่านการค้าแออัด เพราะแม่น้ำสายใหญ่เปิดพื้นที่ทัศนียภาพกว้างและทำให้เกิดความรู้สึกโปร่งโล่ง โดยเฉพาะในช่วงเย็นที่แสงแดดเริ่มอ่อนลง นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมสีสันของแม่น้ำและการเคลื่อนไหวของเรือที่สัญจรตามลำน้ำได้ ทั้งยังสัมผัสบรรยากาศเมืองริมชายแดนที่มีชีวิตประจำวันดำเนินไปอย่างเรียบง่าย
แม่น้ำโขงเป็นหนึ่งในแม่น้ำสายสำคัญของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไหลผ่านหลายประเทศและมีบทบาทต่อวิถีชีวิตของผู้คนจำนวนมาก สำหรับบึงกาฬ แม่น้ำโขงไม่ได้มีความสำคัญเฉพาะการเป็นเส้นแบ่งเขตแดน แต่ยังเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมอาหาร และเป็นภูมิทัศน์ที่สร้างเอกลักษณ์ให้เมือง ความสัมพันธ์ดังกล่าวปรากฏผ่านอาหารประเภทปลาแม่น้ำ การค้าขายในตลาดท้องถิ่น และสถานที่พักผ่อนตามแนวฝั่งน้ำ
บรรยากาศของถนนคนเดินเริ่มเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ช่วงบ่ายแก่ ร้านค้าทยอยจัดเตรียมพื้นที่จำหน่ายสินค้า นำโต๊ะ เต็นท์ และอุปกรณ์มาจัดวาง ขณะที่ผู้ประกอบการอาหารเตรียมวัตถุดิบและเริ่มประกอบอาหารเพื่อรองรับผู้มาเดินตลาด เมื่อเข้าสู่ช่วงเย็น แสงไฟจากร้านค้าช่วยเพิ่มความสว่างและทำให้พื้นที่มีบรรยากาศคึกคักมากขึ้น ผู้คนทยอยเดินเลือกซื้อสินค้า รับประทานอาหาร และใช้เวลาร่วมกับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน
การจัดตลาดในช่วงเย็นเหมาะกับสภาพอากาศของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากอุณหภูมิในช่วงกลางวันอาจค่อนข้างสูง โดยเฉพาะฤดูร้อน เมื่อแดดอ่อนลง การเดินเล่นตามแนวแม่น้ำจึงสะดวกสบายมากขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นช่วงเวลาที่ชาวเมืองสามารถออกมาพักผ่อนหลังเลิกงานและทำกิจกรรมร่วมกัน ทำให้ถนนคนเดินมีลักษณะเป็นพื้นที่สาธารณะของชุมชนมากกว่าตลาดสำหรับนักท่องเที่ยวเพียงกลุ่มเดียว
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหาร ถนนคนเดินบึงกาฬเป็นสถานที่ที่สะท้อนความหลากหลายของอาหารพื้นถิ่นอีสานและอาหารริมทางไทยได้อย่างน่าสนใจ ร้านค้าประเภทอาหารสามารถพบได้ทั้งอาหารปรุงสำเร็จ อาหารย่าง อาหารทอด ขนมหวาน เครื่องดื่ม และอาหารว่างที่เหมาะกับการซื้อรับประทานระหว่างเดินเล่น การเลือกรับประทานอาหารหลายชนิดจากผู้ประกอบการต่างร้านช่วยให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสรสชาติที่หลากหลายและเรียนรู้วัฒนธรรมการกินของคนในพื้นที่
อาหารอีสานเป็นส่วนสำคัญของวัฒนธรรมในจังหวัดบึงกาฬ โดยมีลักษณะเด่นด้านรสชาติที่ผสมผสานความเผ็ด เปรี้ยว เค็ม และกลิ่นหอมของสมุนไพรพื้นบ้าน อาหารหลายชนิดนิยมรับประทานร่วมกับข้าวเหนียวและผักสด ความนิยมของอาหารพื้นถิ่นทำให้ตลาดและร้านอาหารในตัวเมืองมีความหลากหลาย ตั้งแต่เมนูง่าย ๆ สำหรับรับประทานระหว่างเดินทาง ไปจนถึงอาหารที่เหมาะกับการนั่งรับประทานร่วมกันเป็นครอบครัว
วัฒนธรรมอาหารริมแม่น้ำโขงยังเกี่ยวข้องกับปลาน้ำจืดซึ่งมีบทบาทในอาหารพื้นถิ่นของชุมชนลุ่มน้ำ ร้านอาหารหลายแห่งในเมืองบึงกาฬมีเมนูปลาต้มยำ ลาบปลา ปลาทอด และอาหารจากปลาแม่น้ำเป็นส่วนหนึ่งของรายการอาหาร อาหารกลุ่มนี้สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนกับทรัพยากรในลุ่มน้ำโขง ทั้งในด้านวัตถุดิบ วิธีปรุง และการสืบทอดรสชาติจากครัวเรือนสู่ธุรกิจอาหารท้องถิ่น
นอกจากอาหารคาวแล้ว ขนมพื้นบ้านและอาหารว่างยังเป็นองค์ประกอบสำคัญของตลาดถนนคนเดิน โดยอาหารประเภทข้าวเหนียว ขนมจากแป้งข้าว และขนมหวานไทยมีความเชื่อมโยงกับวิถีการกินของชุมชนภาคอีสานและลุ่มน้ำโขง ร้านขนมริมทางช่วยเพิ่มความหลากหลายให้ตลาด และเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการซื้ออาหารปริมาณเล็กน้อยเพื่อรับประทานระหว่างเดินชมบรรยากาศ
สินค้าเกษตรและผลไม้ตามฤดูกาลเป็นอีกกลุ่มสินค้าที่มีการนำมาจำหน่ายในถนนคนเดินบึงกาฬ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีผลผลิตทางการเกษตรหลากหลายชนิดตามฤดูกาล โดยการนำผลผลิตมาจำหน่ายผ่านตลาดชุมชนช่วยสร้างช่องทางการเข้าถึงผู้ซื้อและเพิ่มมูลค่าให้สินค้าท้องถิ่น นักท่องเที่ยวที่สนใจอาหารสดหรือผลผลิตจากพื้นที่สามารถสัมผัสความหลากหลายของสินค้าและวิถีการค้าขายได้จากแผงจำหน่ายภายในตลาด
กลุ่มสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชนเป็นจุดเด่นอีกด้านหนึ่งของถนนคนเดิน โดยมีสินค้าประเภทเสื้อผ้าพื้นเมือง ผ้าซิ่น ผ้าทอ รองเท้า เครื่องใช้ และของฝากจำหน่ายร่วมกับสินค้าอื่น ๆ สินค้ากลุ่มนี้ช่วยสะท้อนทักษะและงานฝีมือที่เกี่ยวข้องกับชุมชนภาคอีสาน ตลอดจนการนำงานหัตถกรรมมาปรับรูปแบบให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ซื้อในปัจจุบัน
ผ้าซิ่นและผ้าพื้นเมืองมีความสำคัญในวัฒนธรรมการแต่งกายของชุมชนลุ่มน้ำโขง ลวดลาย สีสัน และเทคนิคการทอในแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกันตามประเพณีและความชำนาญของช่างทอ การนำผ้ามาจำหน่ายในพื้นที่ท่องเที่ยวช่วยเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อรู้จักงานหัตถกรรมพื้นถิ่น และทำให้ผลิตภัณฑ์ชุมชนเข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น
จังหวัดบึงกาฬยังมีชื่อเสียงด้านยางพาราและการเกษตร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างเศรษฐกิจท้องถิ่น ขณะที่ถนนคนเดินทำหน้าที่เป็นพื้นที่เศรษฐกิจขนาดย่อมสำหรับผู้ประกอบการอาหาร สินค้า และบริการ ความหลากหลายของอาชีพเหล่านี้ทำให้เห็นภาพเมืองบึงกาฬที่ไม่ได้พึ่งพาการท่องเที่ยวเพียงด้านเดียว แต่มีระบบเศรษฐกิจชุมชนที่สัมพันธ์กับการเกษตร การค้า และการให้บริการ
เสน่ห์ที่แตกต่างของถนนคนเดินบึงกาฬอยู่ที่การผสมผสานระหว่างตลาดกับพื้นที่ชมวิว ผู้มาเยือนไม่จำเป็นต้องใช้เวลาทั้งหมดอยู่หน้าร้านค้า เพราะสามารถเดินออกมาสัมผัสบรรยากาศแม่น้ำโขงได้ตลอดแนวพื้นที่ริมฝั่ง ในช่วงที่แสงเย็นมีความนุ่มนวล แม่น้ำจะสะท้อนสีของท้องฟ้าและแนวฝั่งตรงข้าม กลายเป็นฉากหลังที่ช่วยให้การเดินตลาดมีความผ่อนคลายและมีมิติมากขึ้น
ริมแม่น้ำโขงยังเป็นพื้นที่ที่เหมาะกับการสังเกตการเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์ตามฤดูกาล ในช่วงน้ำลด บางบริเวณของฝั่งแม่น้ำมีหาดทรายหรือพื้นที่ริมตลิ่งปรากฏชัดเจนขึ้น ส่วนช่วงน้ำมากจะเห็นแม่น้ำเต็มตลิ่งและมีลักษณะของผืนน้ำกว้างแตกต่างออกไป ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ช่วยให้ผู้มาเยือนรู้จักธรรมชาติของแม่น้ำโขงซึ่งเป็นส่วนสำคัญของชีวิตชาวบึงกาฬ
ถนนคนเดินบึงกาฬยังเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่สนใจการถ่ายภาพวิถีชีวิต โดยสามารถเก็บภาพบรรยากาศร้านอาหาร แสงไฟตลาด ผู้คนที่เดินเลือกซื้อสินค้า และภูมิทัศน์ริมแม่น้ำโขงได้ในช่วงเวลาที่ต่อเนื่องกัน ภาพของตลาดยามเย็นแสดงให้เห็นกิจกรรมของชุมชนที่แตกต่างจากการถ่ายภาพสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ เนื่องจากมีทั้งการเคลื่อนไหว สีสัน และรายละเอียดของชีวิตประจำวัน
นักท่องเที่ยวที่มาเยือนในช่วงก่อนค่ำสามารถใช้เวลาชมแม่น้ำและถ่ายภาพทิวทัศน์ก่อนเดินซื้ออาหาร เมื่อท้องฟ้าเริ่มมืด แสงไฟจากร้านค้าจะกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของบรรยากาศ ทำให้ถนนคนเดินมีความคึกคักในอีกลักษณะหนึ่ง การใช้เวลาอยู่ในพื้นที่ตั้งแต่ช่วงเย็นถึงหัวค่ำจึงช่วยให้เห็นความเปลี่ยนแปลงของเมืองริมแม่น้ำได้ชัดเจน
บทบาทของถนนคนเดินต่อชุมชนไม่ได้จำกัดอยู่ที่การค้าขาย เพราะพื้นที่ยังเป็นสถานที่สำหรับพบปะสังสรรค์ของคนในเมือง สมาชิกครอบครัวสามารถออกมาเดินเล่นร่วมกัน กลุ่มเพื่อนใช้เวลารับประทานอาหาร และผู้สูงอายุสามารถสัมผัสบรรยากาศริมแม่น้ำได้ในพื้นที่สาธารณะ การใช้ประโยชน์ร่วมกันลักษณะนี้ทำให้ถนนคนเดินมีความสำคัญในด้านคุณภาพชีวิตของประชาชน
สำหรับผู้ประกอบการรายย่อย ตลาดประจำสัปดาห์เป็นช่องทางสำหรับนำสินค้าเข้าสู่ผู้บริโภคโดยตรง การขายอาหารหรือผลิตภัณฑ์ชุมชนในพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวสัญจรช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถแนะนำสินค้าของตนเองและรับรู้ความต้องการของลูกค้า การเชื่อมโยงระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายยังทำให้ตลาดมีลักษณะเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนทางสังคม ไม่ใช่เพียงพื้นที่ซื้อขายสินค้าเท่านั้น
การท่องเที่ยวถนนคนเดินยังส่งผลต่อธุรกิจอื่นในตัวเมือง เช่น ร้านอาหาร โรงแรม เกสต์เฮาส์ ร้านกาแฟ และบริการเดินทาง เนื่องจากผู้มาเยือนสามารถจัดกิจกรรมรับประทานอาหารและเดินตลาดในช่วงเย็น แล้วพักค้างคืนเพื่อเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติของจังหวัดในวันถัดไป ความเชื่อมโยงดังกล่าวช่วยให้ถนนคนเดินเป็นส่วนหนึ่งของระบบการท่องเที่ยวเมืองบึงกาฬโดยรวม
ในด้านการจัดกิจกรรมสาธารณะ ถนนข้าวเม่าริมโขงได้รับบทบาทเป็นสถานที่จัดงานสำคัญของเทศบาลเมืองบึงกาฬและจังหวัด โดยเฉพาะเทศกาลที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมท้องถิ่นและการส่งเสริมการท่องเที่ยว การใช้พื้นที่ริมแม่น้ำสำหรับจัดงานสะท้อนคุณค่าของสถานที่ในฐานะศูนย์กลางกิจกรรมของเมือง และทำให้ประชาชนสามารถเข้าร่วมงานประเพณีในพื้นที่ที่เข้าถึงได้สะดวก
ในเดือนเมษายน 2569 ถนนข้าวเม่าริมโขงเป็นสถานที่จัดงานประเพณีสงกรานต์ของเทศบาลเมืองบึงกาฬ ซึ่งมีการเปิดงานในวันที่ 13 เมษายน 2569 โดยผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารหน่วยงานท้องถิ่นและประชาชน กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการสืบสานประเพณีสงกรานต์และการกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่เมืองบึงกาฬ
นอกจากนี้ ถนนข้าวเม่าริมโขงยังเป็นสถานที่จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวในช่วงออกพรรษา โดยเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ได้มีการจัดงานแถลงข่าวโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดบึงกาฬในพื้นที่ดังกล่าว การจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องสะท้อนว่าถนนริมโขงยังเป็นพื้นที่สาธารณะที่มีความสำคัญต่อการส่งเสริมกิจกรรมของจังหวัด
ความสำคัญของเทศกาลออกพรรษาในพื้นที่ลุ่มน้ำโขงมีความสัมพันธ์กับวัฒนธรรมทางพระพุทธศาสนาและความเชื่อท้องถิ่น โดยหลายชุมชนมีการจัดกิจกรรมทำบุญและงานประเพณีในช่วงสิ้นสุดการจำพรรษาของพระสงฆ์ สำหรับบึงกาฬ เทศกาลในช่วงนี้ยังช่วยเชื่อมโยงการท่องเที่ยวธรรมชาติ วัฒนธรรม และความศรัทธาของผู้คนในจังหวัดเข้าด้วยกัน
การจัดงานในพื้นที่ถนนข้าวเม่าริมโขงทำให้เห็นบทบาทของแนวริมแม่น้ำในฐานะพื้นที่วัฒนธรรมร่วมสมัย แม่น้ำโขงเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำทางประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตของชุมชน ขณะที่กิจกรรมตลาดและเทศกาลสะท้อนการปรับใช้พื้นที่สาธารณะให้ตอบสนองสังคมปัจจุบัน จึงเป็นสถานที่ที่มีคุณค่าทั้งในด้านการท่องเที่ยวและการพัฒนาเมือง
สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาบึงกาฬเป็นครั้งแรก ถนนคนเดินเป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะสำหรับทำความรู้จักตัวเมือง เพราะตั้งอยู่ในบริเวณที่สามารถเชื่อมโยงไปยังสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่ง ทั้งศาลเจ้าแม่สองนาง ตลาดไทย-ลาว วัดโพธาราม และพื้นที่พักผ่อนริมแม่น้ำ การเริ่มต้นท่องเที่ยวจากบริเวณนี้ช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจตำแหน่งของเมืองและลักษณะของชุมชนริมฝั่งแม่น้ำโขงได้อย่างชัดเจน
ศาลเจ้าแม่สองนางเป็นสถานที่สำคัญทางความเชื่อของชาวบึงกาฬ ตั้งอยู่ในเขตเมืองและเป็นจุดหมายที่ผู้คนเดินทางมาสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล ความเชื่อเกี่ยวกับเจ้าแม่สองนางมีความสัมพันธ์กับเรื่องเล่าท้องถิ่นและความศรัทธาของชุมชนริมแม่น้ำโขง นักท่องเที่ยวที่สนใจประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเมืองสามารถจัดการเยี่ยมชมศาลเจ้าแม่สองนางร่วมกับการเดินเล่นริมแม่น้ำในช่วงเย็นได้
ตลาดไทย-ลาวบึงกาฬเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่สะท้อนวิถีการค้าชายแดน แตกต่างจากถนนคนเดินยามเย็น เพราะเป็นตลาดที่มีลักษณะการจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง ผลผลิตทางการเกษตร อาหาร และของใช้จากผู้ค้าท้องถิ่น รวมถึงความสัมพันธ์ทางการค้ากับชุมชนฝั่งลาว ตลาดแห่งนี้มีวันจัดตลาดหลักในวันอังคารและวันศุกร์ จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการศึกษาวิถีตลาดพื้นบ้านของเมืองบึงกาฬในช่วงเช้า
การเที่ยวตลาดไทย-ลาวและถนนคนเดินในวันเดียวกันช่วยให้เห็นรูปแบบการค้าของเมืองที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ตลาดเช้ามีบทบาทในการซื้อขายสินค้าอุปโภคบริโภคและผลผลิตที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ขณะที่ถนนคนเดินยามเย็นเน้นการพักผ่อน อาหารพร้อมรับประทาน และสินค้าสำหรับนักท่องเที่ยว ทั้ง 2 แห่งจึงมีความสำคัญคนละลักษณะและช่วยเติมเต็มความเข้าใจเกี่ยวกับเศรษฐกิจชุมชนชายแดน
วัดโพธาราม หรือวัดหลวงพ่อพระใหญ่ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงศรัทธาที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของอำเภอเมืองบึงกาฬ ตั้งอยู่บริเวณบ้านท่าไคร้ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นที่เคารพของประชาชนในพื้นที่ วัดมีความสัมพันธ์กับประวัติศาสตร์ชุมชนและกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา เหมาะกับการจัดเป็นจุดแวะในช่วงกลางวันก่อนกลับเข้าสู่ตัวเมืองเพื่อเดินถนนคนเดินในช่วงเย็น
หนองกุดทิงเป็นแหล่งธรรมชาติสำคัญของจังหวัดบึงกาฬ มีลักษณะเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีคุณค่าด้านระบบนิเวศ และเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสธรรมชาตินอกเหนือจากแม่น้ำโขง บริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำมีบทบาทต่อสัตว์น้ำ พืชน้ำ และวิถีชีวิตชุมชนโดยรอบ การเดินทางไปหนองกุดทิงสามารถจัดร่วมกับการเที่ยวตัวเมืองได้ โดยเน้นกิจกรรมชมธรรมชาติและเรียนรู้ลักษณะพื้นที่ชุ่มน้ำของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
สำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวต่อไปนอกเขตตัวเมือง วัดอาฮงศิลาวาสและแก่งอาฮงเป็นอีกกลุ่มสถานที่สำคัญริมแม่น้ำโขง โดยมีภูมิประเทศและความเชื่อท้องถิ่นที่น่าสนใจ บริเวณแก่งอาฮงมีความสัมพันธ์กับความเชื่อเรื่องสะดือแม่น้ำโขง และเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ได้รับความสนใจจากผู้เดินทางท่องเที่ยวจังหวัดบึงกาฬ
หินสามวาฬและพื้นที่ภูสิงห์เป็นแหล่งธรรมชาติที่มีชื่อเสียงระดับจังหวัด ด้วยลักษณะหินทรายขนาดใหญ่ที่มีรูปร่างคล้ายวาฬ 3 ตัว และทิวทัศน์เหนือผืนป่า การท่องเที่ยวบริเวณนี้มีลักษณะเป็นการชมภูมิประเทศและเดินทางเข้าสู่พื้นที่ธรรมชาติ จึงแตกต่างจากถนนคนเดินอย่างชัดเจน เหมาะสำหรับการจัดโปรแกรมท่องเที่ยวในช่วงกลางวันก่อนกลับเข้าสู่ตัวเมืองเพื่อพักผ่อนในช่วงเย็น
การจัดเส้นทางเที่ยวบึงกาฬแบบ 2 วัน 1 คืนสามารถใช้ถนนคนเดินเป็นกิจกรรมหลักในช่วงคืนแรก โดยเริ่มจากการเดินทางเข้าสู่ตัวเมือง แวะสักการะศาลเจ้าแม่สองนางและชมบรรยากาศแม่น้ำโขง ก่อนเดินเลือกซื้ออาหารและสินค้าที่ถนนคนเดิน จากนั้นพักค้างคืนในโรงแรมบริเวณตัวเมือง เพื่อเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติในวันถัดไป
สำหรับนักท่องเที่ยวที่มีเวลาเพียงวันเดียว การเที่ยวถนนคนเดินเหมาะกับการจัดเป็นกิจกรรมปิดท้ายหลังจากเดินทางชมสถานที่สำคัญในบริเวณใกล้เคียง เช่น วัดโพธาราม ศาลเจ้าแม่สองนาง หรือพื้นที่พักผ่อนริมแม่น้ำ โดยเลือกแวะตลาดในช่วงเย็นของวันศุกร์หรือวันเสาร์ การจัดลำดับเช่นนี้ช่วยให้ใช้เวลาช่วงกลางวันกับสถานที่ท่องเที่ยวที่มีเวลาทำการ และเก็บกิจกรรมเดินตลาดไว้ในช่วงที่บรรยากาศเหมาะสมที่สุด
การเดินถนนคนเดินบึงกาฬเหมาะกับกลุ่มนักท่องเที่ยวหลายประเภท ครอบครัวสามารถใช้เวลารับประทานอาหารและเดินเลือกซื้อสินค้า คู่รักสามารถเดินชมวิวริมแม่น้ำในช่วงเย็น กลุ่มเพื่อนสามารถแวะร้านอาหารและถ่ายภาพบรรยากาศตลาด ส่วนผู้ที่สนใจวัฒนธรรมท้องถิ่นสามารถเรียนรู้ความแตกต่างของอาหารและผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายในพื้นที่ได้โดยตรง
พื้นที่ถนนเลียบแม่น้ำโขงยังเอื้อต่อการเดินเล่นแบบไม่เร่งรีบ โดยผู้มาเยือนสามารถเลือกเดินตามแนวร้านค้าแล้วพักชมแม่น้ำเป็นระยะ การเดินลักษณะนี้ช่วยให้มีเวลาเลือกซื้อสินค้า พูดคุยกับผู้ประกอบการ และสัมผัสบรรยากาศของชุมชน โดยไม่จำเป็นต้องกำหนดกิจกรรมที่มีขั้นตอนซับซ้อนหรือใช้การเดินทางหลายจุด
ช่วงฤดูหนาวเป็นช่วงที่บรรยากาศริมแม่น้ำโขงมีอากาศเย็นสบายมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงเย็นถึงหัวค่ำ นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมตลาดได้อย่างเพลิดเพลิน ส่วนในฤดูฝน การจัดร้านค้าและกิจกรรมกลางแจ้งอาจได้รับผลกระทบจากฝนตกหรือลมแรง การเดินทางจึงควรคำนึงถึงสภาพอากาศ ขณะที่ฤดูร้อนเหมาะกับการเริ่มเดินตลาดหลังจากแสงแดดเริ่มอ่อนลง
ในวันที่มีเทศกาลหรือกิจกรรมพิเศษ พื้นที่ถนนข้าวเม่าริมโขงสามารถมีผู้คนจำนวนมากกว่าวันตลาดปกติ การจัดงานประเพณี การแสดง หรือกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวทำให้บรรยากาศเปลี่ยนแปลงไปตามรูปแบบงาน ผู้ที่ชื่นชอบความคึกคักสามารถเลือกเดินทางในช่วงเทศกาลสำคัญ ขณะที่ผู้ต้องการเดินชมสินค้าแบบสบาย ๆ สามารถเลือกช่วงตลาดประจำสัปดาห์ตามปกติ
ค่าใช้จ่ายในการเที่ยวถนนคนเดินบึงกาฬขึ้นอยู่กับการจับจ่ายของนักท่องเที่ยวเป็นหลัก เนื่องจากเป็นตลาดและพื้นที่เดินเล่นสาธารณะที่ไม่จัดเก็บค่าเข้าชมทั่วไป ผู้มาเยือนสามารถเดินชมบรรยากาศและแม่น้ำโขงโดยไม่ต้องซื้อตั๋ว ส่วนค่าอาหาร เครื่องดื่ม ของฝาก และสินค้าอื่น ๆ แตกต่างกันตามประเภทสินค้าและราคาที่ร้านค้ากำหนด
สิ่งอำนวยความสะดวกในบริเวณตัวเมืองประกอบด้วยถนนสาธารณะ ร้านอาหาร ที่พัก ร้านค้า และบริการต่าง ๆ ซึ่งช่วยรองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าสู่พื้นที่ริมแม่น้ำ ผู้ใช้รถยนต์สามารถเลือกจอดรถในบริเวณที่อนุญาตตามแนวถนนและพื้นที่จอดรถใกล้เคียง โดยไม่กีดขวางทางเข้าออกอาคาร ถนน หรือทางสัญจรของประชาชนในชุมชน
ในด้านความปลอดภัย ถนนคนเดินเป็นพื้นที่ที่มีผู้คนเดินสัญจรจำนวนมากในบางช่วง นักท่องเที่ยวควรระมัดระวังรถที่ใช้ถนนบริเวณข้างเคียง ดูแลเด็กเล็กอย่างใกล้ชิด และเก็บทรัพย์สินส่วนตัวให้เรียบร้อย โดยเฉพาะช่วงที่ร้านค้าหนาแน่นและมีผู้คนเดินสวนกันเป็นจำนวนมาก การเดินชมตลาดอย่างระมัดระวังช่วยให้ทั้งนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการสามารถใช้พื้นที่ร่วมกันได้อย่างสะดวก
การรักษาความสะอาดเป็นอีกปัจจัยสำคัญของถนนคนเดินริมแม่น้ำโขง เนื่องจากพื้นที่เชื่อมต่อกับสิ่งแวดล้อมธรรมชาติริมฝั่งน้ำ ขยะจากอาหาร เครื่องดื่ม และบรรจุภัณฑ์ที่ถูกทิ้งไม่เหมาะสมสามารถส่งผลต่อความสะอาดของชุมชนและแม่น้ำ การใช้จุดทิ้งขยะที่จัดไว้และลดการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ไม่จำเป็นช่วยรักษาสภาพพื้นที่ให้เหมาะกับการพักผ่อนของประชาชน
การเลือกซื้อสินค้าท้องถิ่นยังเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชน โดยเฉพาะอาหารพื้นบ้าน ผลิตภัณฑ์เกษตร และงานหัตถกรรมที่ผลิตในพื้นที่ การซื้อสินค้าจากผู้ประกอบการท้องถิ่นช่วยให้รายได้หมุนเวียนอยู่ในชุมชน และมีส่วนสนับสนุนการรักษาทักษะการผลิตสินค้าพื้นบ้านให้ดำรงอยู่ต่อไป
การมีถนนคนเดินประจำสัปดาห์ช่วยเพิ่มความหลากหลายของพื้นที่ท่องเที่ยวในตัวเมืองบึงกาฬ เพราะนักท่องเที่ยวสามารถเลือกกิจกรรมได้ทั้งการเที่ยวเชิงศรัทธา การชมธรรมชาติ การพักผ่อนริมแม่น้ำ และการเดินตลาดยามเย็น พื้นที่ถนนข้าวเม่าริมโขงจึงทำหน้าที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยวลักษณะต่าง ๆ ภายในเมืองได้อย่างเหมาะสม
สำหรับผู้ที่เดินทางมาจากจังหวัดใกล้เคียง เช่น หนองคาย อุดรธานี นครพนม หรือสกลนคร การเดินทางมาพักค้างคืนในเมืองบึงกาฬแล้วเดินตลาดริมโขงเป็นกิจกรรมที่สามารถรวมกับเส้นทางท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนได้ ส่วนผู้ที่เดินทางไกลสามารถเลือกพักในตัวเมืองก่อนเดินทางต่อไปยังอำเภอบึงโขงหลง อำเภอศรีวิไล หรือแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติแห่งอื่นในจังหวัด
บรรยากาศยามเย็นของถนนคนเดินบึงกาฬมีความแตกต่างจากสถานที่ท่องเที่ยวที่เน้นสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ เพราะเสน่ห์ของสถานที่เกิดจากการใช้ชีวิตของผู้คนและความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนกับแม่น้ำโขง การนั่งชมวิว การเลือกรับประทานอาหาร และการเดินผ่านร้านค้าท้องถิ่นเป็นกิจกรรมเรียบง่ายที่ช่วยให้ผู้มาเยือนรู้จักบึงกาฬในมุมที่ใกล้ชิดชีวิตประจำวันมากขึ้น
ถนนคนเดินบึงกาฬจึงมีคุณค่าในฐานะพื้นที่ท่องเที่ยวที่สะท้อนอัตลักษณ์เมืองริมโขง ทั้งด้านประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัฒนธรรมอาหาร การค้าชุมชน และการใช้พื้นที่สาธารณะ การดำเนินโครงการถนนคนเดินตั้งแต่ปี 2556 เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเมืองหลังการจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬ และการใช้ถนนข้าวเม่าริมโขงเป็นสถานที่จัดกิจกรรมสำคัญของจังหวัดในเวลาต่อมา ยิ่งแสดงให้เห็นถึงบทบาทของพื้นที่แห่งนี้ในชีวิตของชาวเมือง
การเดินทาง ถนนคนเดินบึงกาฬตั้งอยู่บนถนนข้าวเม่าริมโขง บริเวณถนนเลียบแม่น้ำโขง ในเขตเทศบาลเมืองบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ ผู้เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสามารถเข้าสู่ตัวเมืองบึงกาฬผ่านทางหลวงหมายเลข 212 จากนั้นใช้ถนนในเขตเมืองมุ่งหน้าไปยังแนวถนนริมแม่น้ำโขงและถนนข้าวเม่า ส่วนผู้ที่พักอยู่ในเขตใจกลางเมืองสามารถใช้บริการรถรับจ้างท้องถิ่นหรือเดินทางตามถนนสายหลักไปยังบริเวณตลาดได้ตามตำแหน่งของที่พัก การเดินทางในช่วงวันศุกร์และวันเสาร์ควรเผื่อเวลาในการหาที่จอดรถเนื่องจากบริเวณริมโขงเป็นพื้นที่ที่มีผู้เดินทางมาพักผ่อนและรับประทานอาหารในช่วงเย็น
ถนนคนเดินบึงกาฬเป็นสถานที่ที่นำเสนอเสน่ห์ของจังหวัดบึงกาฬผ่านบรรยากาศเรียบง่ายของเมืองริมแม่น้ำโขงได้อย่างชัดเจน ตั้งแต่ทิวทัศน์ของแม่น้ำสายใหญ่ อาหารพื้นถิ่น สินค้าชุมชน ไปจนถึงกิจกรรมประเพณีและความมีชีวิตชีวาของผู้คนในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ผู้ที่มาเยือนสามารถสัมผัสทั้งความสงบของแม่น้ำและความคึกคักของตลาดภายในพื้นที่เดียวกัน ทำให้ถนนข้าวเม่าริมโขงเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญสำหรับการท่องเที่ยวตัวเมืองบึงกาฬและการเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนชายแดนไทย–ลาว
| ชื่อสถานที่ | ถนนคนเดินบึงกาฬ หรือถนนข้าวเม่าริมโขง |
| ที่ตั้ง | ถนนเลียบแม่น้ำโขง เขตเทศบาลเมืองบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ 38000 |
| บริเวณที่ตั้ง | ถนนข้าวเม่าริมโขง บริเวณชุมชนเมืองริมแม่น้ำโขง ตรงข้ามฝั่งประเทศลาว |
| ประเภทสถานที่ | ถนนคนเดิน ตลาดนัดยามเย็น ตลาดสินค้าชุมชน และพื้นที่จัดกิจกรรมสาธารณะริมแม่น้ำโขง |
| ประวัติ | เริ่มจัดถนนคนเดินในปี 2556 โดยเทศบาลตำบลบึงกาฬในขณะนั้น หลังจากบึงกาฬได้รับการจัดตั้งเป็นจังหวัดที่ 77 ของประเทศไทยเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2554 |
| ลักษณะเด่น | ตลาดยามเย็นริมแม่น้ำโขง วิวฝั่งประเทศลาว อาหารพื้นถิ่น สินค้าชุมชน และบรรยากาศการพักผ่อนของชาวเมือง |
| พื้นที่สำคัญ | แนวร้านค้าและอาหารริมทาง พื้นที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน แนวทางเดินเลียบแม่น้ำโขง และบริเวณจัดกิจกรรมประเพณีตามโอกาส |
| สินค้าที่จำหน่าย | อาหารพื้นเมือง อาหารว่าง เครื่องดื่ม สินค้าเกษตร ผลไม้ตามฤดูกาล เสื้อผ้าแฟชั่น รองเท้า ผ้าซิ่น ผ้าพื้นเมือง และผลิตภัณฑ์ชุมชน |
| วันเปิดทำการ | วันศุกร์และวันเสาร์ |
| เวลาเปิดทำการ | 17.00 – 20.00 น. โดยมีการเริ่มตั้งร้านค้าบางส่วนตั้งแต่ประมาณ 16.00 น. |
| ค่าเข้าชม | ไม่เสียค่าเข้าชม จ่ายเฉพาะอาหาร สินค้า และบริการที่เลือกใช้ |
| ผู้ดูแลพื้นที่ | เทศบาลเมืองบึงกาฬ ร่วมกับผู้เกี่ยวข้องในการจัดกิจกรรมและผู้ประกอบการท้องถิ่น |
| หน่วยงานติดต่อ | เทศบาลเมืองบึงกาฬ โทร. 042-490878 |
| กิจกรรมสำคัญ | เดินเล่นชมแม่น้ำโขง ซื้ออาหารและของฝาก ถ่ายภาพบรรยากาศตลาด และร่วมงานเทศกาลที่จัดขึ้นตามกำหนดการของจังหวัด |
| งานประเพณีที่เกี่ยวข้อง | งานสงกรานต์เทศบาลเมืองบึงกาฬ และกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวช่วงออกพรรษา ซึ่งมีการใช้ถนนข้าวเม่าริมโขงเป็นสถานที่จัดงานในปี 2569 |
| การเดินทาง | เข้าสู่ตัวเมืองบึงกาฬผ่านทางหลวงหมายเลข 212 แล้วเดินทางต่อไปยังถนนข้าวเม่าริมโขงบริเวณริมแม่น้ำโขง |
| สถานะปัจจุบัน | เป็นพื้นที่จัดตลาดและกิจกรรมสาธารณะริมโขง มีการจัดกิจกรรมระดับจังหวัด ณ ถนนข้าวเม่าริมโขงเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ศาลเจ้าแม่สองนาง ประมาณ 0.9 กม. 2. ตลาดไทย-ลาว บึงกาฬ อยู่ในเขตตัวเมือง 3. หาดทรายขาว บึงกาฬ อยู่บริเวณริมแม่น้ำโขง 4. วัดโพธาราม บ้านท่าไคร้ ประมาณ 5.8 กม. 5. หนองกุดทิง ประมาณ 8.4 กม. 6. วัดอาฮงศิลาวาสและแก่งอาฮง ประมาณ 20.2 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ครัวเสวย ถนนมีชัย บริเวณถนนข้าวเม่า โทร. 091-3631495 2. ตำยำยั่ว บาย มิกิ สาขาริมโขงบึงกาฬ ถนนมีชัย โทร. 082-6891316 3. ครัวปอแก้ว ถนนชาญสินธุ์ ตัวเมืองบึงกาฬ 4. ร้านริมแม่น้ำโขง บึงกาฬ โทร. 087-2229899 5. น้อยส้มตำหน้าโรงพยาบาลบึงกาฬ โทร. 081-5467734 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. โขงซันไชน์ ประมาณ 0.1 กม. 2. บ้านตาถิ่น บึงกาฬ ประมาณ 0.2 กม. 3. แม่น้ำ โฮเทล บึงกาฬ ประมาณ 0.4 กม. 4. เดอะ วิสดอม เรสซิเดนซ์ ประมาณ 1.2 กม. โทร. 042-086977 5. เดอะ วัน โฮเทล บึงกาฬ ประมาณ 1.5 กม. โทร. 042-492234 6. บีเค เพลส โฮเทล ประมาณ 2.2 กม. โทร. 099-6380988 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ถนนคนเดินบึงกาฬอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ถนนคนเดินบึงกาฬตั้งอยู่บนถนนข้าวเม่าริมโขง บริเวณถนนเลียบแม่น้ำโขง ในเขตเทศบาลเมืองบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ
ถาม: ถนนคนเดินบึงกาฬเปิดวันไหนและกี่โมง?
ตอบ: ตลาดจัดในวันศุกร์และวันเสาร์ เวลา 17.00 – 20.00 น. โดยร้านค้าบางส่วนเริ่มตั้งแผงจำหน่ายสินค้าตั้งแต่ประมาณ 16.00 น.
ถาม: ถนนคนเดินบึงกาฬต้องเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม สามารถเดินเล่นชมบรรยากาศแม่น้ำโขงและเลือกซื้อสินค้าได้ตามต้องการ โดยชำระเฉพาะอาหาร สินค้า หรือบริการที่เลือกใช้
ถาม: ถนนคนเดินบึงกาฬมีอะไรขายบ้าง?
ตอบ: มีอาหารพื้นเมือง อาหารว่าง เครื่องดื่ม สินค้าเกษตร ผลไม้ตามฤดูกาล เสื้อผ้า รองเท้า ผ้าซิ่น ผ้าพื้นเมือง และผลิตภัณฑ์ชุมชน
ถาม: ถนนคนเดินบึงกาฬเริ่มเปิดตั้งแต่ปีใด?
ตอบ: ถนนคนเดินบึงกาฬเริ่มดำเนินโครงการในปี 2556 โดยเทศบาลตำบลบึงกาฬในขณะนั้น เพื่อส่งเสริมการค้าชุมชนและการท่องเที่ยวบริเวณริมแม่น้ำโขง
ถาม: ถนนคนเดินบึงกาฬเหมาะกับการเที่ยวช่วงเวลาใด?
ตอบ: ช่วงเย็นก่อนค่ำเหมาะสำหรับการชมทิวทัศน์แม่น้ำโขงและเดินเลือกซื้อสินค้า โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่บรรยากาศริมแม่น้ำค่อนข้างเย็นสบาย
ถาม: สามารถเที่ยวถนนคนเดินบึงกาฬร่วมกับสถานที่ใดได้บ้าง?
ตอบ: สามารถจัดเส้นทางร่วมกับศาลเจ้าแม่สองนาง ตลาดไทย-ลาว วัดโพธาราม หาดทรายขาว หนองกุดทิง และแหล่งท่องเที่ยวในตัวเมืองบึงกาฬ
ถาม: ถนนคนเดินบึงกาฬกับตลาดไทย-ลาวเป็นสถานที่เดียวกันหรือไม่?
ตอบ: เป็นตลาดคนละลักษณะ โดยถนนคนเดินบึงกาฬเน้นอาหาร สินค้า และกิจกรรมพักผ่อนยามเย็นของวันศุกร์และวันเสาร์ ส่วนตลาดไทย-ลาวเป็นตลาดพื้นบ้านที่มีการค้าขายสินค้าอุปโภคบริโภคและผลผลิตจากชุมชนในวันอังคารและวันศุกร์
หมวดหมู่: ●ช้อปปิ้ง
กลุ่ม: ●ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน
ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว




