หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดบึงกาฬ >อ.เมืองบึงกาฬ >ต.โคกก่อง > เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว
TL;DR: เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว อยู่ที่พื้นที่ครอบคลุมอำเภอเมืองบึงกาฬ อำเภอบุ่งคล้า อำเภอเซกา และอำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ เปิดทุกวัน ในช่วงที่พื้นที่ท่องเที่ยวเปิดตามประกาศของเจ้าหน้าที่ เวลา 08.30 – 16.30 น.
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว

วันเปิดทำการ: ทุกวัน ในช่วงที่พื้นที่ท่องเที่ยวเปิดตามประกาศของเจ้าหน้าที่
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 16.30 น.
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว จังหวัดบึงกาฬ เป็นผืนป่าอนุรักษ์ขนาดใหญ่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน มีพื้นที่ประมาณ 186 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 116,562 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ในอำเภอเมืองบึงกาฬ อำเภอบุ่งคล้า อำเภอเซกา และอำเภอบึงโขงหลง เป็นพื้นที่ธรรมชาติสำคัญที่อยู่ใกล้แนวชายแดนลาวและแม่น้ำโขง มีภูมิประเทศเป็นสันเขาหินทราย ลานหิน ทุ่งหญ้า ป่าเต็งรัง ป่าดิบแล้ง และป่าดิบชื้นสลับกันอย่างน่าสนใจ ภูวัวจึงเป็นทั้งแหล่งรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ แหล่งต้นน้ำ แหล่งอาศัยของสัตว์ป่า และแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่สำคัญของบึงกาฬ โดยเฉพาะกลุ่มน้ำตกกลางป่า เช่น น้ำตกถ้ำฝุ่น น้ำตกเจ็ดสี น้ำตกถ้ำพระ น้ำตกตาดนกเขียน และเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่เชื่อมโยงกับลานหินและป่าภูวัวอย่างใกล้ชิด
พื้นที่ภูวัวเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติแบบจริงจังมากกว่าการแวะชมวิวระยะสั้น เพราะที่นี่มีทั้งน้ำตกที่มีน้ำสวยในฤดูฝน ลานหินทรายกว้าง เส้นทางเดินป่า จุดชมวิว ป่าธรรมชาติ และระบบนิเวศที่ยังมีชีวิต ความสำคัญของภูวัวไม่ได้อยู่เฉพาะความสวยของน้ำตกเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่การเป็นผืนป่าที่ช่วยรักษาความชุ่มชื้นของพื้นที่ตอนเหนือของจังหวัดบึงกาฬ เป็นแหล่งอาหารและแหล่งหลบภัยของสัตว์ป่า และเป็นพื้นที่เรียนรู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างป่า น้ำ หิน ดิน พืชพรรณ สัตว์ป่า และชุมชนรอบแนวเขตป่าอนุรักษ์
จุดเด่นของภูวัวคือภูมิประเทศหินทรายที่มีลักษณะเฉพาะ พื้นที่หลายส่วนเป็นลานหิน สันเขาหิน และหน้าผาหินทรายที่ถูกน้ำกัดเซาะเป็นร่อง ราง แอ่ง และชั้นน้ำตก เมื่อถึงฤดูฝน น้ำจากห้วยและลำธารบนภูวัวจะไหลผ่านหน้าผาหินลงมาเป็นน้ำตกหลายแห่ง บางแห่งมีลักษณะเป็นสายยาวจากร่องหินแคบ บางแห่งแผ่กว้างบนหน้าผาหินทราย และบางแห่งเกิดละอองน้ำจำนวนมากจนเมื่อต้องแสงแดดจะเห็นสีรุ้งในละอองน้ำ ความงามเหล่านี้ทำให้ภูวัวเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์ที่สุดของบึงกาฬ
คำว่า ภูวัว สื่อถึงภูเขาและผืนป่าขนาดใหญ่ที่คนในพื้นที่รู้จักกันมายาวนาน ภูวัวไม่ได้เป็นเพียงชื่อภูเขา แต่เป็นชื่อของระบบภูมิประเทศทั้งชุดที่ประกอบด้วยป่า ลานหิน ลำห้วย น้ำตก และชุมชนรอบแนวป่า เมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าสู่พื้นที่นี้จะเห็นความแตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวริมโขงทั่วไปอย่างชัดเจน เพราะภูวัวมีบรรยากาศของป่าอนุรักษ์ มีความสงบ มีพื้นที่กว้าง และมีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและการอนุรักษ์ที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
น้ำตกถ้ำฝุ่นเป็นหนึ่งในจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว ตั้งอยู่บริเวณบ้านภูสวาท ตำบลหนองเดิ่น การเดินทางใช้ทางหลวงหมายเลข 212 ก่อนถึงอำเภอบุ่งคล้าประมาณ 7 กิโลเมตร แล้วมีทางแยกขวาเข้าไปยังน้ำตกประมาณ 4 กิโลเมตร รอบพื้นที่เป็นป่าโปร่งและลานหินทรายกว้าง ทางเดินไปน้ำตกผ่านลานหินที่เปิดมุมมองสวยงามของภูมิประเทศทางตอนเหนือของภูวัว ก่อนจะสิ้นสุดที่น้ำตกซึ่งไหลจากหน้าผาหินทรายผ่านร่องหินแคบลงมาเป็นสายยาว น้ำตกถ้ำฝุ่นมีน้ำสวยในฤดูฝนและมีลักษณะเด่นจากโครงสร้างหินทรายที่ทำให้สายน้ำดูเป็นระเบียบตามร่องธรรมชาติ
น้ำตกเจ็ดสีเป็นอีกจุดเด่นของภูวัว ตั้งอยู่บริเวณบ้านดอนเสียด ตำบลบ้านต้อง อำเภอเซกา เป็นน้ำตกที่สวยมากในช่วงฤดูฝนและต้นฤดูหนาว เกิดจากธารน้ำของห้วยกะอามไหลมาตามหน้าผาหินทรายสูงและแผ่กว้างเป็นทางยาว เมื่อสายน้ำตกกระทบโขดหินด้านล่างจะเกิดละอองไอน้ำจำนวนมาก และเมื่อแสงแดดส่องกระทบละอองน้ำจะเห็นสีต่าง ๆ คล้ายรุ้ง จึงเรียกกันว่าน้ำตกเจ็ดสี จุดนี้เป็นน้ำตกที่นักท่องเที่ยวชาวบึงกาฬและผู้รักธรรมชาตินิยมเดินทางไปมากในฤดูที่น้ำสมบูรณ์ เพราะมีทั้งแอ่งน้ำ ลานหิน และทิวทัศน์ป่าที่สวยงาม
เส้นทางไปน้ำตกเจ็ดสีสามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 212 ก่อนถึงอำเภอบุ่งคล้าประมาณ 12 กิโลเมตร มีทางแยกขวาที่บ้านชัยพร ผ่านบ้านภูเงินและบ้านดอนเสียด รวมระยะทางจากทางแยกไปถึงน้ำตกประมาณ 28 กิโลเมตร อีกเส้นทางหนึ่งสามารถเดินทางจากภูทอกผ่านบ้านนาต้องและบ้านดอนเสียด รวมระยะทางจากภูทอกประมาณ 14 กิโลเมตร เส้นทางเหล่านี้เชื่อมโยงธรรมชาติ วัด และชุมชนรอบผืนป่าเข้าด้วยกัน ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถจัดทริปภูวัวร่วมกับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอื่นของบึงกาฬได้อย่างลงตัว
นอกจากน้ำตกถ้ำฝุ่นและน้ำตกเจ็ดสีแล้ว ภูวัวยังมีน้ำตกถ้ำพระ น้ำตกตาดนกเขียน และเส้นทางศึกษาธรรมชาติจากที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัวไปยังพื้นที่ภูวัวเหนือถ้ำพราย น้ำตกถ้ำพระเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมสูงในฤดูฝน เพราะมีลักษณะเป็นน้ำตกบนลานหินทรายกว้างและมีบรรยากาศเหมือนสวนน้ำกลางป่า ส่วนพื้นที่เส้นทางศึกษาธรรมชาติเหมาะกับผู้ที่ต้องการเข้าใจระบบนิเวศของภูวัวอย่างจริงจัง ทั้งลักษณะป่า ลานหิน พืชพรรณ และร่องรอยการใช้พื้นที่ของสัตว์ป่า
ภูวัวเป็นพื้นที่ที่ต้องให้ความสำคัญกับฤดูกาลเป็นพิเศษ ฤดูฝนเป็นช่วงที่น้ำตกสวยที่สุด เพราะมีปริมาณน้ำมาก ป่าเขียว และอากาศสดชื่น แต่ก็เป็นช่วงที่ต้องระวังน้ำป่าไหลหลากมากที่สุดเช่นกัน เมื่อมีฝนตกหนักต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่สามารถประกาศปิดเส้นทางศึกษาธรรมชาติหรือน้ำตกบางแห่งชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว การท่องเที่ยวภูวัวจึงควรยึดประกาศของเจ้าหน้าที่เป็นหลัก และควรเดินทางเฉพาะจุดที่เปิดให้เข้าชมในวันนั้น
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเที่ยวภูวัวคือช่วงฤดูฝนถึงต้นฤดูหนาว โดยเฉพาะหลังฝนตกต่อเนื่องและสภาพน้ำอยู่ในระดับปลอดภัย น้ำตกจะมีความสวยงามเต็มที่ ป่าไม้ชุ่มชื้น และลานหินมีน้ำไหลผ่านอย่างสวยงาม อย่างไรก็ตามควรหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้ลำธารหรือน้ำตกเมื่อฝนกำลังตกหนัก น้ำเปลี่ยนสี น้ำไหลแรง หรือเจ้าหน้าที่แจ้งเตือน เพราะภูมิประเทศหินทรายในพื้นที่น้ำตกอาจทำให้น้ำไหลเร็วและเปลี่ยนระดับได้ฉับพลัน
สภาพป่าของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัวประกอบด้วยป่าหลายประเภท ป่าเต็งรังมักพบในพื้นที่ค่อนข้างแห้งและลานหิน ป่าดิบแล้งพบในพื้นที่ที่มีความชื้นมากขึ้น ส่วนป่าดิบชื้นและแนวลำห้วยเป็นพื้นที่สำคัญต่อสัตว์ป่าและพืชพรรณที่ต้องการน้ำ ลักษณะป่าที่หลากหลายเช่นนี้ทำให้ภูวัวเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศของบึงกาฬอย่างมาก ทั้งในฐานะแหล่งดูดซับน้ำฝน แหล่งต้นน้ำ แหล่งอาหาร และพื้นที่พักพิงของสัตว์ป่า
สัตว์ป่าที่เกี่ยวข้องกับภูวัวซึ่งเป็นที่รู้จักมากที่สุดคือช้างป่า พื้นที่นี้มีเหตุการณ์ช้างป่าออกหากินรอบชุมชนเกิดขึ้นเป็นระยะ เจ้าหน้าที่จึงมีภารกิจสำคัญในการลาดตระเวน เฝ้าระวัง ผลักดันช้างป่า และประสานงานกับชุมชนรอบแนวเขตป่าเพื่อลดความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่า สำหรับนักท่องเที่ยว สิ่งสำคัญคือไม่เดินออกนอกเส้นทาง ไม่เข้าไปในพื้นที่หวงห้าม ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ให้อาหารสัตว์ป่า และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ทุกครั้ง
การเที่ยวเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัวควรมองพื้นที่นี้ในฐานะป่าอนุรักษ์ ไม่ใช่สวนท่องเที่ยวทั่วไป นักท่องเที่ยวควรเตรียมรองเท้าที่เหมาะกับการเดินบนหินเปียกและทางดิน เตรียมน้ำดื่ม เสื้อผ้าที่คล่องตัว ถุงกันน้ำสำหรับโทรศัพท์ กล้อง หรือของใช้สำคัญ และควรหลีกเลี่ยงการนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปในพื้นที่ธรรมชาติ การขีดเขียนหิน ทิ้งขยะ ทำลายพืชพรรณ หรือก่อเสียงรบกวนล้วนเป็นพฤติกรรมที่กระทบต่อระบบนิเวศและความปลอดภัยของพื้นที่
การเดินทาง ไปเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัวจากตัวเมืองบึงกาฬใช้ทางหลวงหมายเลข 212 มุ่งหน้าไปทางอำเภอบุ่งคล้า ผ่านเส้นทางริมโขงและชุมชนต่าง ๆ ไปยังบริเวณบ้านดอนจิกหรือพื้นที่ที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว หากเดินทางไปน้ำตกถ้ำฝุ่น ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 212 ก่อนถึงอำเภอบุ่งคล้าประมาณ 7 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาเข้าไปประมาณ 4 กิโลเมตร ส่วนเส้นทางไปน้ำตกเจ็ดสีให้ใช้ทางแยกบริเวณบ้านชัยพร ผ่านบ้านภูเงินและบ้านดอนเสียดไปยังพื้นที่น้ำตก ระยะทางจากทางแยกประมาณ 28 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวควรใช้รถสภาพดี เติมน้ำมันให้พร้อม และเผื่อเวลาเดินทาง เพราะบางเส้นทางผ่านพื้นที่ชนบทและพื้นที่ใกล้ป่า
หากต้องการจัดทริปแบบ 1 วัน สามารถเริ่มจากตัวเมืองบึงกาฬในช่วงเช้า แวะที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัวหรือน้ำตกที่เปิดให้เข้าชม แล้วเลือกเที่ยว 1-2 จุดหลัก เช่น น้ำตกถ้ำฝุ่นและน้ำตกเจ็ดสี โดยไม่ควรพยายามเก็บทุกจุดในวันเดียว เพราะพื้นที่กว้างและบางจุดใช้เวลาเดินทางพอสมควร หากต้องการเที่ยวแบบละเอียดควรพักในตัวเมืองบึงกาฬ อำเภอบุ่งคล้า อำเภอปากคาด หรือพื้นที่ใกล้เส้นทางภูวัวอย่างน้อย 1 คืน เพื่อมีเวลาสำหรับเที่ยวธรรมชาติและพักผ่อนอย่างปลอดภัย
สำหรับผู้ที่ชอบถ่ายภาพ ภูวัวมีมุมที่โดดเด่นหลายแบบ น้ำตกถ้ำฝุ่นเหมาะกับภาพสายน้ำไหลจากร่องหินทรายยาว น้ำตกเจ็ดสีเหมาะกับภาพละอองน้ำกระทบแสงแดด ลานหินเหมาะกับภาพเส้นสายของหินธรรมชาติ และจุดชมวิวบนสันเขาเหมาะกับภาพป่าไกลและภูเขาฝั่งลาว การถ่ายภาพควรทำโดยไม่ปีนป่ายพื้นที่เสี่ยง ไม่กีดขวางทางเดิน และไม่เข้าใกล้ขอบหน้าผาหรือสายน้ำแรงเกินไป
ผู้ที่เดินทางกับครอบครัวหรือผู้สูงอายุควรเลือกจุดที่เข้าถึงง่ายและตรวจสอบสภาพเส้นทางก่อนเดินทาง น้ำตกบางแห่งต้องเดินผ่านลานหินหรือทางธรรมชาติ ซึ่งอาจไม่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาหัวเข่า ข้อเท้า หรือการทรงตัว ส่วนผู้ที่เดินทางกับเด็กควรดูแลใกล้ชิดตลอดเวลา โดยเฉพาะบริเวณแอ่งน้ำ ลำธาร พื้นหินเปียก และจุดที่มีความลาดชัน การท่องเที่ยวภูวัวจะปลอดภัยและน่าประทับใจเมื่อวางแผนตามกำลังของผู้ร่วมทริป
ด้านสิ่งอำนวยความสะดวก พื้นที่ท่องเที่ยวหลักมีจุดติดต่อเจ้าหน้าที่ ด่านบริการหรือจุดเก็บค่าบริการตามที่กำหนด ลานจอดรถบางจุด ห้องน้ำในบางพื้นที่ และพื้นที่กางเต็นท์หรือบ้านพักตามเงื่อนไขของหน่วยงานอนุรักษ์ อย่างไรก็ตาม สิ่งอำนวยความสะดวกในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าไม่ได้มีลักษณะเหมือนแหล่งท่องเที่ยวเมือง นักท่องเที่ยวควรเตรียมอาหาร น้ำดื่ม ยาประจำตัว และอุปกรณ์จำเป็นให้พร้อม โดยนำขยะออกจากพื้นที่ทุกครั้ง
ค่าเข้าชมหรือค่าบริการของพื้นที่ภูวัวเป็นค่าบริการสำหรับบุคคลและยานพาหนะตามอัตราที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชกำหนด ณ จุดบริการของพื้นที่ นักท่องเที่ยวควรเตรียมเงินสดสำหรับชำระค่าบริการและค่าใช้จ่ายอื่น เช่น อาหาร เครื่องดื่ม หรือบริการท้องถิ่นบางประเภท การชำระค่าบริการเป็นส่วนหนึ่งของระบบดูแลพื้นที่อนุรักษ์ ช่วยสนับสนุนการจัดการความปลอดภัย การดูแลเส้นทาง และการรักษาทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่
พื้นที่รอบภูวัวมีชุมชนหลายแห่งที่พึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติและมีวิถีชีวิตผูกพันกับป่าและแม่น้ำโขง การท่องเที่ยวอย่างเหมาะสมจึงมีผลต่อชุมชนโดยตรง นักท่องเที่ยวสามารถสนับสนุนชุมชนด้วยการใช้บริการร้านอาหารท้องถิ่น ที่พักในพื้นที่ และสินค้าในชุมชน แต่ควรหลีกเลี่ยงการสนับสนุนกิจกรรมที่รบกวนสัตว์ป่า ทำลายป่า หรือส่งเสริมการเก็บของป่าอย่างไม่เหมาะสม การเดินทางเข้าป่าควรอยู่ภายใต้เส้นทางที่กำหนดและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่
ในแง่การเชื่อมต่อทริป เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัวสามารถจัดรวมกับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของบึงกาฬได้หลายรูปแบบ หากเน้นธรรมชาติ สามารถเที่ยวร่วมกับน้ำตกถ้ำพระ น้ำตกเจ็ดสี น้ำตกถ้ำฝุ่น หนองกุดทิง หินสามวาฬ และภูสิงห์ หากเน้นศรัทธาและวัฒนธรรม สามารถเชื่อมกับวัดภูทอก วัดอาฮงศิลาวาส และศาลเจ้าแม่สองนาง หากเน้นวิถีริมโขง สามารถแวะอำเภอบุ่งคล้า ปากคาด ตลาดไทย-ลาว และถนนคนเดินริมโขงบึงกาฬ การวางเส้นทางที่ดีจะช่วยให้ทริปบึงกาฬมีทั้งป่า น้ำตก วัด ตลาด และวิถีชีวิตครบในครั้งเดียว
สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ภูวัวสามารถอธิบายได้ว่าเป็น wildlife sanctuary หรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่มีระบบบริหารแบบพื้นที่อนุรักษ์ ไม่ใช่อุทยานท่องเที่ยวแบบทั่วไป ผู้มาเยือนควรเข้าใจว่าบางพื้นที่อาจเปิดหรือปิดตามฤดูกาลและสภาพความปลอดภัย จุดเด่นสำคัญคือป่าธรรมชาติบนภูเขาหินทราย น้ำตกในฤดูฝน เส้นทางศึกษาธรรมชาติ และการเป็นพื้นที่อาศัยของสัตว์ป่า โดยเฉพาะช้างป่า การเที่ยวที่นี่จึงเหมาะกับผู้ที่ชอบธรรมชาติและยอมรับกฎระเบียบของพื้นที่อนุรักษ์
สิ่งที่ทำให้ภูวัวแตกต่างจากน้ำตกทั่วไปคือความรู้สึกของการอยู่ในผืนป่ากว้าง น้ำตกไม่ได้ตั้งอยู่โดดเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบธรรมชาติที่ประกอบด้วยต้นน้ำ ลานหิน สันเขา ป่า และสัตว์ป่า เมื่อเดินอยู่บนลานหินหรือใกล้ลำธาร นักท่องเที่ยวจะเห็นว่าทุกสิ่งเชื่อมโยงกัน น้ำที่ไหลผ่านหินเป็นผลจากฝนและป่า ป่าที่เขียวชุ่มเป็นผลจากระบบน้ำ และสัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ได้ก็เพราะพื้นที่นี้ยังมีความสมบูรณ์ ภูวัวจึงเป็นสถานที่ที่ช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจความหมายของป่าอนุรักษ์ได้ชัดเจน
การเตรียมตัวก่อนเดินทางควรเริ่มจากการเลือกฤดูกาล ตรวจสอบประกาศของเจ้าหน้าที่ เตรียมรองเท้ากันลื่น วางแผนเส้นทาง เลือกน้ำตกหรือจุดเที่ยวที่เหมาะกับเวลา และติดต่อสอบถามข้อมูลจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัวก่อนเดินทาง โดยเฉพาะในช่วงฝนตกหนักหรือช่วงที่มีข่าวน้ำป่าไหลหลาก การเตรียมตัวที่ดีช่วยลดความเสี่ยงและทำให้สามารถใช้เวลาในธรรมชาติได้อย่างเต็มที่
โดยสรุป เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัวเป็นหนึ่งในหัวใจธรรมชาติของจังหวัดบึงกาฬ เป็นพื้นที่ที่รวมความสวยงามของน้ำตกหินทราย ป่าอนุรักษ์ ช้างป่า เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ลานหิน และวิถีชุมชนรอบป่าไว้ในพื้นที่เดียว น้ำตกถ้ำฝุ่นและน้ำตกเจ็ดสีเป็นจุดเด่นที่ช่วยให้เห็นความงามของภูวัวได้ง่าย ส่วนเส้นทางอื่น ๆ เช่น น้ำตกถ้ำพระ น้ำตกตาดนกเขียน และภูวัวเหนือถ้ำพรายช่วยขยายประสบการณ์ให้ลึกขึ้น สำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวบึงกาฬให้ครบมากกว่าการชมวิวริมโขง ภูวัวคือสถานที่ที่ควรจัดไว้ในแผนเดินทาง เพราะให้ทั้งความสดชื่น ความตื่นตา ความรู้เรื่องธรรมชาติ และความเข้าใจต่อคุณค่าของผืนป่าอนุรักษ์ของประเทศไทย
| ชื่อสถานที่ | เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว |
| ที่ตั้ง | พื้นที่ครอบคลุมอำเภอเมืองบึงกาฬ อำเภอบุ่งคล้า อำเภอเซกา และอำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ |
| ที่อยู่ | ที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว บริเวณบ้านขามเปี้ย หมู่ 7 ตำบลบุ่งคล้า อำเภอบุ่งคล้า จังหวัดบึงกาฬ |
| ขนาดพื้นที่ | ประมาณ 186 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 116,562 ไร่ |
| ไฮไลต์ | ผืนป่าอนุรักษ์ขนาดใหญ่ของบึงกาฬ มีน้ำตกหินทราย ป่าเต็งรัง ป่าดิบแล้ง ป่าดิบชื้น ลานหิน เส้นทางศึกษาธรรมชาติ และพื้นที่อาศัยของสัตว์ป่า |
| ประวัติ / ความสำคัญ | เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่มีบทบาทสำคัญต่อการอนุรักษ์ป่า ต้นน้ำ สัตว์ป่า และระบบนิเวศของจังหวัดบึงกาฬ รวมถึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติสำคัญของภาคอีสานตอนบน |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อภูวัวเป็นชื่อภูเขาและผืนป่าที่ชุมชนใช้เรียกพื้นที่ธรรมชาติขนาดใหญ่บริเวณนี้ ซึ่งประกอบด้วยป่า ลานหิน สันเขา ลำห้วย และน้ำตกหลายแห่ง |
| ลักษณะเด่น | ภูมิประเทศเป็นสันเขาหินทราย ลานหิน ทุ่งหญ้า และป่าหลายประเภท มีความสูงเฉลี่ยประมาณ 150 – 300 เมตรจากระดับน้ำทะเล |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองบึงกาฬใช้ทางหลวงหมายเลข 212 มุ่งหน้าอำเภอบุ่งคล้า เลยอำเภอบุ่งคล้าประมาณ 3 กม. แล้วเลี้ยวขวาไปอีกประมาณ 6 กม. เพื่อเข้าสู่พื้นที่ที่ทำการและแนวเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าศึกษาธรรมชาติและท่องเที่ยวในพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่ประกาศเปิด โดยเส้นทางและน้ำตกบางแห่งสามารถปิดชั่วคราวได้เมื่อมีฝนหนัก น้ำป่าไหลหลาก หรือเหตุด้านความปลอดภัย |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน ในช่วงที่พื้นที่ท่องเที่ยวเปิดตามประกาศของเจ้าหน้าที่ |
| เวลาเปิดทำการ | 08.30 – 16.30 น. |
| ค่าเข้า | มีค่าบริการสำหรับบุคคลและยานพาหนะตามอัตราที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชกำหนด ณ จุดบริการของพื้นที่ |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | จุดติดต่อเจ้าหน้าที่ จุดบริการนักท่องเที่ยวบางพื้นที่ ลานจอดรถ ห้องน้ำบางจุด เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ บ้านพักหรือลานกางเต็นท์ตามเงื่อนไขของหน่วยงานอนุรักษ์ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว – ภูวัวเหนือถ้ำพราย 2. น้ำตกถ้ำฝุ่น 3. น้ำตกเจ็ดสี 4. น้ำตกถ้ำพระ 5. น้ำตกตาดนกเขียน 6. ลานหินและพื้นที่ป่าธรรมชาติ 7. พื้นที่หน่วยพิทักษ์ป่าและพื้นที่เฝ้าระวังสัตว์ป่า |
| ผู้ดูแล | เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 10 (อุดรธานี) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 085-464-6363 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | เพจ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว Phuwua Wildlife Sanctuary และหน่วยงานกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. น้ำตกถ้ำฝุ่น ประมาณ 10 กม. 2. น้ำตกเจ็ดสี ประมาณ 35 กม. 3. น้ำตกถ้ำพระ ประมาณ 42 กม. 4. น้ำตกตาดนกเขียน ประมาณ 40 กม. 5. วัดภูทอก ประมาณ 50 กม. 6. หินสามวาฬ / ภูสิงห์ ประมาณ 55 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ครัวริมโขง อำเภอบุ่งคล้า ประมาณ 12 กม. โทร. 061-056-8964 2. ค้ำคูณ คาเฟ่ ริมโขงบุ่งคล้า ประมาณ 12 กม. โทร. 061-381-5627 3. Riverside Restaurant & Bar Bungkan ประมาณ 55 กม. โทร. 087-222-9899 4. ครัวเสวย บึงกาฬ ประมาณ 55 กม. โทร. 091-363-1495 5. ตำยำยั่ว by มิกิ สาขาริมโขงบึงกาฬ ประมาณ 55 กม. โทร. 082-689-1316 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Pakkhat Grand Resort อำเภอปากคาด ประมาณ 35 กม. โทร. 084-849-6311 2. The One Hotel Bueng Kan ประมาณ 55 กม. โทร. 042-492-234 3. B2 Bueng Kan Boutique and Budget Hotel ประมาณ 55 กม. โทร. 052-009-161, 088-263-2897 4. The Wisdom Residence ประมาณ 56 กม. โทร. 042-086-977 5. M Grand Hotel ประมาณ 60 กม. โทร. 095-146-5363 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัวอยู่ที่ไหน?
ตอบ: เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัวอยู่ในจังหวัดบึงกาฬ ครอบคลุมพื้นที่อำเภอเมืองบึงกาฬ อำเภอบุ่งคล้า อำเภอเซกา และอำเภอบึงโขงหลง โดยพื้นที่ที่ทำการอยู่บริเวณบ้านขามเปี้ย ตำบลบุ่งคล้า อำเภอบุ่งคล้า
ถาม: เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัวเปิดให้เที่ยวเวลาใด?
ตอบ: พื้นที่ท่องเที่ยวหลักเปิดให้เข้าชมเวลา 08.30 – 16.30 น. ในช่วงที่เจ้าหน้าที่ประกาศเปิดพื้นที่
ถาม: ภูวัวมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: มีค่าบริการสำหรับบุคคลและยานพาหนะตามอัตราที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชกำหนด โดยชำระ ณ จุดบริการของพื้นที่
ถาม: น้ำตกที่สำคัญในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัวมีที่ใดบ้าง?
ตอบ: น้ำตกสำคัญ ได้แก่ น้ำตกถ้ำฝุ่น น้ำตกเจ็ดสี น้ำตกถ้ำพระ และน้ำตกตาดนกเขียน โดยแต่ละแห่งมีลักษณะเด่นของลานหินทราย ป่าธรรมชาติ และสายน้ำที่สวยงามในฤดูฝน
ถาม: ช่วงไหนเหมาะที่สุดสำหรับเที่ยวภูวัว?
ตอบ: ช่วงฤดูฝนถึงต้นฤดูหนาวเหมาะที่สุด เพราะน้ำตกมีน้ำมาก ป่าเขียว และอากาศสดชื่น แต่ต้องหลีกเลี่ยงวันที่ฝนตกหนักหรือน้ำไหลแรง
ถาม: เดินทางไปน้ำตกถ้ำฝุ่นอย่างไร?
ตอบ: ใช้ทางหลวงหมายเลข 212 ก่อนถึงอำเภอบุ่งคล้าประมาณ 7 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาเข้าไปยังน้ำตกประมาณ 4 กิโลเมตร
ถาม: เดินทางไปน้ำตกเจ็ดสีอย่างไร?
ตอบ: ใช้ทางหลวงหมายเลข 212 ก่อนถึงอำเภอบุ่งคล้าประมาณ 12 กิโลเมตร มีทางแยกขวาที่บ้านชัยพร ผ่านบ้านภูเงินและบ้านดอนเสียดไปถึงน้ำตก ระยะทางจากทางแยกประมาณ 28 กิโลเมตร
ถาม: เที่ยวภูวัวต้องระวังอะไรเป็นพิเศษ?
ตอบ: ต้องระวังน้ำป่าไหลหลาก พื้นหินลื่น สัตว์ป่า และการเดินออกนอกเส้นทาง ควรปฏิบัติตามป้าย คำแนะนำของเจ้าหน้าที่ และประกาศเปิด-ปิดพื้นที่ทุกครั้ง
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




