หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดบึงกาฬ >อ.บึงโขงหลง >ต.โพธิ์หมากแข้ง > ห้วยหินแหบ
TL;DR: ห้วยหินแหบ อยู่ที่บ้านโนนศิลา ตำบลโพธิ์หมากแข้ง อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ 38220 เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ หินรูปร่างคล้ายสัตว์เลื้อยคลานหรือพญานาคทอดตัวอยู่ในร่องน้ำระหว่างโขดหินขนาดใหญ่.

บึงกาฬ

ห้วยหินแหบ

ห้วยหินแหบ

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
 
ห้วยหินแหบ จังหวัดบึงกาฬ เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและสถานที่แห่งความศรัทธาที่ตั้งอยู่ภายในพื้นที่สำนักสงฆ์ห้วยหินแหบ หรือที่นักท่องเที่ยวเรียกกันว่าวัดห้วยหินแหบ บ้านโนนศิลา ตำบลโพธิ์หมากแข้ง อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ มีความโดดเด่นจากกลุ่มหินธรรมชาติขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บริเวณร่องน้ำระหว่างโขดหิน รูปทรงและลวดลายบนผิวหินบางส่วนมีลักษณะคล้ายศีรษะและลำตัวของสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่ จึงได้รับความสนใจในชื่อหินพญานาคเล่นน้ำ ขณะเดียวกันชาวบ้านในพื้นที่รู้จักหินดังกล่าวในชื่อหินแข่หรือหินจระเข้ สถานที่แห่งนี้จึงมีเอกลักษณ์จากการผสมผสานระหว่างภูมิประเทศหินธรรมชาติ ความเชื่อเกี่ยวกับพญานาค บรรยากาศของสำนักสงฆ์ และวิถีศรัทธาของชุมชนอีสานที่ผูกพันกับผืนป่าและภูเขา
 
ห้วยหินแหบตั้งอยู่ในเขตภูมิประเทศที่มีความเชื่อมโยงกับแนวเทือกเขาภูลังกา ซึ่งเป็นพื้นที่ธรรมชาติสำคัญระหว่างจังหวัดบึงกาฬและนครพนม ลักษณะภูมิประเทศโดยรอบประกอบด้วยพื้นที่ป่า เนินเขา หินทราย และร่องน้ำที่เกิดจากการไหลของน้ำตามธรรมชาติ สภาพแวดล้อมดังกล่าวสร้างบรรยากาศแตกต่างจากวัดหรือสำนักสงฆ์ในเขตเมือง เพราะผู้เดินทางจะได้เห็นองค์ประกอบของธรรมชาติอยู่ร่วมกับพื้นที่ประกอบกิจกรรมทางศาสนาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะโขดหินที่มีรูปร่างแปลกตาและความเงียบสงบของพื้นที่ซึ่งทำให้การเยี่ยมชมมีลักษณะทั้งการท่องเที่ยวธรรมชาติและการเรียนรู้ความเชื่อท้องถิ่น
 
จุดที่ทำให้ห้วยหินแหบเป็นที่รู้จักในวงกว้างคือกลุ่มหินในช่องหุบเขาน้ำซึ่งได้รับการเผยแพร่ภาพและเรื่องราวในช่วงปลายปี 2564 ภาพก้อนหินยาวอยู่ระหว่างหินขนาดใหญ่สองด้าน โดยมีน้ำล้อมรอบบางส่วน ทำให้ผู้พบเห็นจำนวนมากนึกถึงพญานาคกำลังทอดลำตัวอยู่ในน้ำ ภาพดังกล่าวได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวและผู้ศรัทธาเรื่องพญานาคที่เดินทางมาเยือนจังหวัดบึงกาฬ โดยเฉพาะในช่วงที่ถ้ำนาคาบนเทือกเขาภูลังกาได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
 
ในความเข้าใจของคนท้องถิ่น หินที่มีรูปลักษณ์คล้ายสัตว์ไม่ได้จำเป็นต้องมีชื่อเรียกเหมือนกันทุกชุมชน ชาวบ้านบริเวณห้วยหินแหบเรียกหินก้อนสำคัญว่า หินแข่ ซึ่งเป็นคำในภาษาถิ่นที่หมายถึงจระเข้ เนื่องจากรูปร่างและลวดลายบนผิวหินทำให้นึกถึงสัตว์เลื้อยคลานที่มีเกล็ดหนา เมื่อนักท่องเที่ยวจากพื้นที่อื่นเดินทางมาพบเห็นรูปร่างของหินเดียวกัน บางคนกลับมองเห็นลักษณะคล้ายพญานาคหรืออสรพิษขนาดใหญ่ ความแตกต่างของการเรียกชื่อสะท้อนวิธีที่ผู้คนใช้ประสบการณ์และความเชื่อของตนเองตีความรูปร่างทางธรรมชาติ
 
ชื่อห้วยหินแหบยังสัมพันธ์กับลักษณะภูมิประเทศที่มีร่องหินและช่องแคบระหว่างหินขนาดใหญ่ คำว่า ห้วย หมายถึงร่องน้ำหรือลำธารขนาดเล็กที่น้ำไหลตามธรรมชาติ ส่วนคำว่า หินแหบ เป็นชื่อเฉพาะที่ชาวบ้านใช้เรียกพื้นที่แห่งนี้ เมื่อกล่าวถึงห้วยหินแหบจึงไม่ได้หมายถึงหินก้อนใดก้อนหนึ่งเท่านั้น แต่รวมถึงร่องน้ำ ลานหิน และสภาพแวดล้อมของสำนักสงฆ์ที่ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกัน
 
ความงามของห้วยหินแหบเกิดจากองค์ประกอบหลายส่วนประกอบกัน กลุ่มหินขนาดใหญ่ทำหน้าที่เป็นผนังธรรมชาติของช่องร่องน้ำ ขณะที่หินรูปร่างยาวอยู่บริเวณด้านล่างและมีน้ำขังหรือไหลผ่านตามฤดูกาล ผิวหินบางส่วนมีรอยแตกเป็นรูปทรงคล้ายเกล็ด ซึ่งเป็นรายละเอียดที่ทำให้คนมองเห็นภาพของสัตว์เลื้อยคลานได้ชัดเจนขึ้น เมื่อแสงธรรมชาติส่องผ่านช่องหินลงมากระทบผิวน้ำ พื้นที่ดังกล่าวจึงมีมิติของแสง เงา และสีหินที่เปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลาของวัน
 
รอยแตกที่ปรากฏบนผิวหินเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเปลี่ยนแปลงของหินตามธรรมชาติ หินทรายสามารถเกิดรอยแตกและการผุพังจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ความชื้น และกระบวนการทางกายภาพอื่น ๆ เมื่อรอยแตกเหล่านั้นเรียงตัวต่อเนื่องกันบนผิวหิน จึงเกิดลวดลายที่มีลักษณะคล้ายเกล็ดสัตว์ กระบวนการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติของภูมิประเทศหินทรายในบริเวณภูลังกา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่งแสดงลักษณะหินแตกเป็นลวดลายเด่นชัด
 
รูปร่างของหินที่ห้วยหินแหบสามารถมองได้หลายลักษณะตามมุมที่ยืนอยู่ เมื่อมองจากด้านบนอาจเห็นโครงสร้างของร่องหินและแนวของก้อนหินยาวที่ทอดตัวไปตามน้ำ แต่เมื่อมองจากด้านข้าง ลวดลายบนผิวหินและส่วนที่คล้ายศีรษะอาจเด่นชัดขึ้น จึงไม่แปลกที่ผู้มาเยือนแต่ละคนจะอธิบายลักษณะของหินแตกต่างกัน บางคนเรียกว่า หินจระเข้ บางคนเรียกว่าหินพญานาค และบางคนให้ความสำคัญกับรูปร่างของหินในฐานะปรากฏการณ์ธรรมชาติที่มีลักษณะเฉพาะตัว
 
ความสัมพันธ์ระหว่างหินกับน้ำเป็นหัวใจของทิวทัศน์บริเวณนี้ เพราะพื้นที่ไม่ได้มีเพียงก้อนหินตั้งอยู่บนพื้นแห้ง แต่เป็นหินที่อยู่ในระบบร่องน้ำตามธรรมชาติ ระดับน้ำที่เปลี่ยนแปลงทำให้ภาพของก้อนหินดูแตกต่างกัน เมื่อมีน้ำอยู่รอบหิน ภาพที่เห็นจะคล้ายสัตว์กำลังแหวกว่ายหรือพักอยู่ในน้ำ ส่วนในช่วงที่น้ำลดจะสามารถมองเห็นรายละเอียดของผิวหินและรูปร่างส่วนต่าง ๆ ได้มากขึ้น การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของลักษณะธรรมชาติของห้วยหินแหบ
 
ช่วงฤดูฝนเป็นช่วงที่พื้นที่ป่าและร่องน้ำรอบห้วยหินแหบมีความชุ่มชื้นมากขึ้น พืชพรรณตามแนวหินและพื้นที่ร่มเงาจะมีสีเขียวสด ขณะที่น้ำฝนไหลรวมลงสู่ร่องน้ำตามภูมิประเทศ ทำให้ทิวทัศน์มีความแตกต่างจากช่วงฤดูแล้ง อย่างไรก็ตาม สภาพหินเปียกและร่องน้ำอาจทำให้ทางเดินลื่น โดยเฉพาะหลังฝนตกหนักหรือเมื่อมีน้ำไหลผ่านพื้นผิวหิน ผู้เดินทางจึงต้องระมัดระวังการเดินบริเวณแอ่งน้ำและหินลาดเอียงเป็นพิเศษ
 
บรรยากาศของห้วยหินแหบมีความสัมพันธ์กับสำนักสงฆ์ที่ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกัน สถานที่แห่งนี้ไม่ได้ถูกพัฒนาขึ้นเป็นเพียงจุดถ่ายภาพเพื่อการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่เป็นพื้นที่ทางศาสนาที่มีผู้มาทำบุญ กราบไหว้ และใช้เวลาพักใจท่ามกลางธรรมชาติ การมีสำนักสงฆ์อยู่ในพื้นที่ทำให้ความเงียบสงบและความเหมาะสมในการแต่งกายมีความสำคัญ ผู้มาเยือนจึงพบทั้งบรรยากาศของศาสนสถานและทิวทัศน์โขดหินธรรมชาติในเส้นทางเดียวกัน
 
สำนักสงฆ์ห้วยหินแหบยังปรากฏในข้อมูลท่องเที่ยวภายใต้ชื่อวัดห้วยหินแหบ แม้ชื่อที่ใช้เรียกจะต่างกัน แต่หมายถึงสถานที่สำคัญแห่งเดียวกันบริเวณบ้านโนนศิลา การรู้จักชื่อทั้งสองแบบมีประโยชน์ต่อการเดินทางและการค้นหาแผนที่ เพราะบางฐานข้อมูลใช้ชื่อสำนักสงฆ์ ส่วนบางฐานข้อมูลใช้ชื่อวัด ขณะที่ชื่อห้วยหินแหบมักใช้กับจุดชมโขดหินและร่องน้ำโดยตรง
 
ภายในพื้นที่มีองค์ประกอบทางความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับพญานาค โดยเฉพาะรูปปั้นปู่ศรีสุทโธและย่าศรีปทุมมาซึ่งเป็นบุคคลสำคัญในคติความเชื่อเรื่องพญานาคของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน รูปปั้นเหล่านี้เป็นจุดที่ผู้มีความศรัทธาเดินทางมากราบไหว้และขอพร ความเชื่อดังกล่าวสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างพระพุทธศาสนากับคติพื้นบ้านที่มีการสืบทอดในชุมชนลุ่มน้ำโขง
 
ปู่ศรีสุทโธและย่าศรีปทุมมาเป็นชื่อที่ปรากฏอย่างแพร่หลายในเรื่องเล่าและการบูชาพญานาคของหลายพื้นที่ในภาคอีสาน โดยเฉพาะบริเวณที่เกี่ยวข้องกับลำน้ำ หนองบึง และภูเขาที่มีตำนานเกี่ยวกับเมืองบาดาล ในมิติของความเชื่อ พญานาคมีบทบาททั้งในฐานะผู้คุ้มครองสถานที่ ผู้รักษาทรัพยากรน้ำ และสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ คติความเชื่อเช่นนี้ปรากฏอยู่ในพิธีกรรมและงานศิลปกรรมทางศาสนาหลายแห่งของประเทศไทย
 
การพบหินรูปร่างคล้ายพญานาคในพื้นที่ศาสนสถานจึงมีความหมายต่อผู้ศรัทธามากกว่าการพบหินที่มีรูปร่างแปลกตา เพราะเป็นการเชื่อมโยงสิ่งที่มองเห็นได้ในธรรมชาติเข้ากับเรื่องเล่าและความทรงจำทางวัฒนธรรม การให้ความเคารพต่อหินและสถานที่เป็นการแสดงออกทางความเชื่อของผู้มาเยือน ขณะเดียวกันรูปร่างของหินยังสามารถศึกษาในฐานะผลของกระบวนการทางธรณีวิทยาได้โดยไม่จำเป็นต้องขัดแย้งกับการรับรู้ทางวัฒนธรรมของชุมชน
 
ความโดดเด่นของห้วยหินแหบเพิ่มขึ้นในช่วงที่การท่องเที่ยวตามรอยพญานาคได้รับความนิยมจากถ้ำนาคาในอุทยานแห่งชาติภูลังกา ถ้ำนาคามีชื่อเสียงจากลวดลายหินที่คล้ายเกล็ดงูขนาดใหญ่ และกลายเป็นจุดหมายสำคัญของผู้ชื่นชอบธรรมชาติและเรื่องเล่าพญานาค เมื่อมีการเผยแพร่ภาพหินแข่ที่ห้วยหินแหบในปี 2564 สถานที่แห่งนี้จึงได้รับความสนใจในฐานะแหล่งหินรูปร่างพิเศษอีกแห่งหนึ่งในภูมิภาคเดียวกัน
 
แม้ห้วยหินแหบและถ้ำนาคาจะมีจุดร่วมด้านลวดลายหินและความเชื่อพญานาค แต่ประสบการณ์การท่องเที่ยวทั้งสองแห่งมีลักษณะต่างกัน ถ้ำนาคาเป็นแหล่งธรรมชาติในอุทยานแห่งชาติที่มีเส้นทางเดินขึ้นเขาและข้อกำหนดการเข้าเที่ยวเฉพาะ ส่วนห้วยหินแหบเป็นพื้นที่สำนักสงฆ์ที่มีจุดชมโขดหินอยู่บริเวณร่องน้ำ การเดินทางมายังห้วยหินแหบจึงเน้นการเยี่ยมชมศาสนสถานและชมลักษณะหินธรรมชาติภายในพื้นที่เดียวกัน
 
ภูมิประเทศของอำเภอบึงโขงหลงมีความหลากหลายอย่างเด่นชัด ด้านหนึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำและบึงโขงหลงซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำสำคัญ อีกด้านหนึ่งมีแนวภูเขาและป่าของภูลังกา ทำให้ชุมชนในอำเภอมีความสัมพันธ์กับทั้งแหล่งน้ำและพื้นที่ป่า ความหลากหลายดังกล่าวส่งผลต่อรูปแบบการใช้ชีวิต การตั้งถิ่นฐาน และความเชื่อของคนในพื้นที่ โดยเฉพาะเรื่องพญานาคที่ปรากฏในแหล่งท่องเที่ยวและศาสนสถานหลายแห่ง
 
บ้านโนนศิลาเป็นชุมชนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลโพธิ์หมากแข้ง ซึ่งมีบทบาทเป็นหนึ่งในเส้นทางเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติของอำเภอบึงโขงหลง การเดินทางมายังห้วยหินแหบจึงช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนชนบท ถนนท้องถิ่น พื้นที่เกษตร และแนวป่าภูเขา นักท่องเที่ยวที่เดินทางจากตัวอำเภอจะค่อย ๆ เปลี่ยนจากบรรยากาศของชุมชนและร้านค้าเข้าสู่ภูมิประเทศที่มีพื้นที่ธรรมชาติมากขึ้น
 
ความสงบของสำนักสงฆ์ห้วยหินแหบทำให้พื้นที่มีความเหมาะสมกับผู้ที่ต้องการพักผ่อนจากความวุ่นวายของเมือง เสียงธรรมชาติและบรรยากาศของต้นไม้ช่วยสร้างความผ่อนคลาย ขณะที่องค์ประกอบทางศาสนาช่วยให้เกิดความรู้สึกสำรวม สถานที่จึงรองรับความสนใจได้หลายรูปแบบ ทั้งผู้ที่เดินทางมาเพื่อชมความแปลกตาของโขดหิน ผู้ที่สนใจถ่ายภาพธรรมชาติ และผู้ที่ตั้งใจมากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อ
 
สำหรับผู้ที่สนใจด้านภูมิศาสตร์ ห้วยหินแหบเป็นตัวอย่างของพื้นที่ที่ธรรมชาติสร้างความโดดเด่นจากรูปร่างของหินมากกว่าขนาดของน้ำตกหรือความสูงของภูเขา โขดหินที่วางตัวใกล้กันเกิดเป็นช่องและทางน้ำ โดยพื้นที่หินแต่ละด้านมีสี ลวดลาย และสภาพผิวแตกต่างกัน การสังเกตรายละเอียดเหล่านี้ช่วยให้เห็นว่าหินไม่ใช่องค์ประกอบที่หยุดนิ่งตลอดเวลา แต่ผ่านกระบวนการผุพัง การแตกร้าว และการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพอย่างต่อเนื่อง
 
การเกิดรอยแตกบนหินสามารถมีความสัมพันธ์กับหลายปัจจัย ทั้งการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ การขยายและหดตัวของวัสดุ การซึมผ่านของน้ำตามรอยแยก และกระบวนการผุพังที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในสภาพแวดล้อมกลางแจ้ง เมื่อผิวหินแตกร้าวเป็นช่องย่อยจำนวนมาก จึงทำให้เกิดลวดลายที่ผู้มองเชื่อมโยงกับรูปร่างสิ่งมีชีวิตได้ โดยลักษณะเฉพาะของหินแต่ละก้อนขึ้นอยู่กับโครงสร้างหินและสภาพแวดล้อมที่หินนั้นตั้งอยู่
 
บริเวณแอ่งน้ำที่มีหินทอดตัวอยู่ตรงกลางยังช่วยให้ผู้มาเยือนเห็นความสัมพันธ์ระหว่างน้ำกับแสงสะท้อน ผิวน้ำที่สงบสามารถสะท้อนสีของหินและท้องฟ้า ส่วนวันที่มีน้ำไหลผ่านมากขึ้นจะเห็นการเคลื่อนไหวของน้ำตามช่องแคบต่าง ๆ ทิวทัศน์จึงเปลี่ยนแปลงโดยไม่จำเป็นต้องมีสิ่งก่อสร้างหรือองค์ประกอบตกแต่งเพิ่มเติม ความเรียบง่ายเช่นนี้เป็นส่วนหนึ่งของเสน่ห์ที่ทำให้ห้วยหินแหบได้รับความสนใจจากนักถ่ายภาพและนักท่องเที่ยวธรรมชาติ
 
การชมโขดหินอย่างใกล้ชิดควรใช้ทางเดินที่จัดไว้หรือบริเวณที่ผู้ดูแลอนุญาต เพราะพื้นหินธรรมชาติไม่ได้มีระดับสม่ำเสมอ และบางส่วนอาจมีรอยแตกหรือช่องว่างที่มองเห็นได้ยาก หินที่มีน้ำไหลผ่านสามารถลื่นได้มากกว่าพื้นผิวแห้ง โดยเฉพาะเมื่อมีตะไคร่น้ำหรือคราบดินติดอยู่ การรักษาระยะห่างจากขอบแอ่งน้ำยังช่วยลดความเสี่ยงจากการพลัดตกลงไปในช่องหิน
 
การเดินทางมาเยือนห้วยหินแหบในช่วงเช้ามีข้อดีด้านสภาพอากาศและบรรยากาศ โดยเฉพาะวันที่มีแสงแดดไม่จัด ผู้มาเยือนสามารถใช้เวลาเดินชมสถานที่และกราบไหว้ได้อย่างสงบ ช่วงบ่ายก่อนเย็นก็มีบรรยากาศแตกต่างออกไปตามทิศทางแสงที่ส่องลงในช่องหิน แสงและเงาที่เปลี่ยนแปลงทำให้รูปร่างของหินมีมิติที่แตกต่างกัน จึงเป็นสถานที่ที่ให้ประสบการณ์ด้านทิวทัศน์ตามธรรมชาติอย่างน่าสนใจ
 
ในช่วงฤดูหนาว อากาศในจังหวัดบึงกาฬโดยทั่วไปเย็นสบายกว่าฤดูร้อน เหมาะกับการเที่ยวชมธรรมชาติและศาสนสถานกลางแจ้ง ขณะที่ฤดูฝนมีความชุ่มชื้นและทำให้พืชพรรณโดยรอบเขียวสด แต่ต้องเพิ่มความระมัดระวังบริเวณพื้นหินและทางดิน ส่วนฤดูร้อนควรเลือกช่วงเช้าหรือช่วงที่แดดไม่แรง เพื่อให้การเดินชมพื้นที่กลางแจ้งเป็นไปอย่างสะดวกสบาย
 
การมาเยือนห้วยหินแหบยังเป็นโอกาสในการเรียนรู้มารยาทการเข้าศาสนสถานของชุมชนอีสาน ซึ่งให้ความสำคัญกับความสงบเรียบร้อยและการแสดงความเคารพต่อผู้ปฏิบัติธรรม นักท่องเที่ยวควรแต่งกายสุภาพ ไม่ส่งเสียงดังในบริเวณที่ใช้ประกอบกิจกรรมทางศาสนา และไม่รบกวนการทำกิจวัตรของพระสงฆ์หรือผู้พักปฏิบัติธรรม หากมีการจัดพื้นที่สำหรับกราบไหว้หรือวางเครื่องสักการะ ควรใช้สถานที่ตามรูปแบบที่ผู้ดูแลกำหนด
 
การทำบุญที่สำนักสงฆ์มีลักษณะเป็นกิจกรรมตามศรัทธาของผู้เดินทางมาเยือน ไม่ใช่เงื่อนไขบังคับของการชมโขดหินธรรมชาติ ผู้ที่สนใจด้านวัฒนธรรมสามารถสังเกตวิธีการกราบไหว้และการใช้พื้นที่ร่วมกันของชุมชนได้ โดยควรเคารพความเชื่อของผู้มาเยือนคนอื่น แม้จะมีความสนใจด้านธรณีวิทยาหรือการถ่ายภาพมากกว่าด้านพิธีกรรมก็ตาม
 
ห้วยหินแหบยังมีคุณค่าในฐานะสถานที่ที่ผู้มาเยือนสามารถพบเห็นการอยู่ร่วมกันของความเชื่อพื้นบ้านและพระพุทธศาสนา คติเรื่องพญานาคมีบทบาทอยู่ในวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขงมาอย่างยาวนาน และมักปรากฏในรูปของรูปปั้น งานแกะสลัก เรื่องเล่า และพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับศาสนสถาน การมีรูปปั้นปู่ศรีสุทโธและย่าศรีปทุมมาในบริเวณสำนักสงฆ์จึงสะท้อนรูปแบบความเชื่อร่วมสมัยที่ผู้คนยังคงให้ความสำคัญ
 
การทำความเข้าใจเรื่องพญานาคในพื้นที่บึงกาฬควรมองผ่านบริบทของชุมชนและภูมิประเทศร่วมกัน เพราะบึงกาฬมีทั้งแม่น้ำโขง บึงโขงหลง และแนวภูเขาภูลังกาซึ่งปรากฏในเรื่องเล่าเกี่ยวกับพญานาคหลายแห่ง สภาพภูมิศาสตร์ดังกล่าวทำให้เรื่องเล่าเกี่ยวกับนาคมีความใกล้ชิดกับชีวิตของคนในพื้นที่ โดยเฉพาะเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างน้ำ ความอุดมสมบูรณ์ และการคุ้มครองสถานที่
 
ในมิติของประวัติศาสตร์ท้องถิ่น การที่ห้วยหินแหบได้รับความสนใจจากสื่อในปี 2564 ช่วยทำให้สถานที่ซึ่งเป็นที่รู้จักของชุมชนกลายเป็นจุดหมายที่นักท่องเที่ยวจากพื้นที่อื่นค้นหาและเดินทางมาเยือนมากขึ้น เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนบทบาทของภาพถ่ายและสื่อสังคมออนไลน์ต่อการสร้างการรับรู้แหล่งท่องเที่ยวท้องถิ่น โดยเฉพาะสถานที่ที่มีลักษณะทางธรรมชาติแปลกตาและเชื่อมโยงกับเรื่องเล่าซึ่งเป็นที่สนใจของสาธารณชน
 
การเผยแพร่ภาพหินพญานาคเล่นน้ำทำให้คนจำนวนมากรู้จักชื่อห้วยหินแหบควบคู่กับถ้ำนาคาและแหล่งท่องเที่ยวอื่นของภูลังกา แต่ห้วยหินแหบมีลักษณะเฉพาะที่ไม่ควรถูกมองเป็นเพียงสถานที่ทดแทนถ้ำนาคา เพราะเป็นพื้นที่สำนักสงฆ์ซึ่งมีบรรยากาศและรูปแบบการท่องเที่ยวต่างกัน ความสงบและขนาดของพื้นที่ช่วยให้ผู้มาเยือนใช้เวลาพิจารณารายละเอียดของโขดหินและเรียนรู้ความเชื่อในชุมชนได้อย่างใกล้ชิด
 
สำหรับผู้ที่สนใจถ่ายภาพ จุดเด่นของห้วยหินแหบอยู่ที่ความสัมพันธ์ระหว่างหินก้อนใหญ่กับหินรูปร่างยาวตรงกลาง การถ่ายภาพจากบริเวณทางเดินที่ปลอดภัยสามารถบันทึกรูปทรงของหินและร่องน้ำโดยรอบได้อย่างชัดเจน ในบางมุมลวดลายคล้ายเกล็ดจะปรากฏเด่นกว่าอีกมุมหนึ่ง และเมื่อผิวน้ำสะท้อนแสงอาจช่วยเน้นรูปลักษณ์ของหินให้แตกต่างออกไป ทั้งนี้การถ่ายภาพไม่ควรกีดขวางผู้มากราบไหว้หรือเข้าไปในเขตที่ผู้ดูแลกำหนดให้สงวนไว้
 
การเยี่ยมชมกับครอบครัวสามารถเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้เด็กและเยาวชนรู้จักทั้งธรรมชาติและวัฒนธรรมท้องถิ่น ผู้ใหญ่สามารถอธิบายลักษณะของรอยแตกบนหิน การไหลของน้ำ และความหมายของเรื่องเล่าพญานาคให้สอดคล้องกับวัยของเด็ก อย่างไรก็ตาม บริเวณแอ่งน้ำและหินธรรมชาติต้องมีผู้ใหญ่ดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด เพราะบางจุดมีพื้นผิวลื่นและระดับพื้นที่แตกต่างกัน
 
ผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหวสามารถเลือกชมพื้นที่ที่เดินถึงได้สะดวกตามสภาพจริง โดยไม่จำเป็นต้องลงไปยังจุดหินที่มีพื้นผิวไม่สม่ำเสมอ ความเหมาะสมของเส้นทางขึ้นอยู่กับสภาพพื้นดิน ทางเดิน และความชื้นในวันที่มาเยือน เนื่องจากพื้นที่หลักเป็นสภาพภูมิประเทศธรรมชาติ จึงไม่ควรเทียบความสะดวกกับสถานที่ที่มีทางเดินเรียบตลอดเส้นทาง
 
ห้วยหินแหบเหมาะกับผู้เดินทางที่ชื่นชอบการเที่ยวชมสถานที่อย่างไม่เร่งรีบ ผู้มาเยือนสามารถใช้เวลาเริ่มจากบริเวณสำนักสงฆ์ กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามศรัทธา แล้วจึงเดินชมโขดหินและร่องน้ำ การเที่ยวลักษณะนี้ช่วยให้เห็นทั้งบรรยากาศทางศาสนาและความงดงามของธรรมชาติ โดยไม่จำเป็นต้องจัดกิจกรรมหลายประเภทภายในพื้นที่เดียวกัน
 
ในด้านการดูแลสิ่งแวดล้อม ห้วยหินแหบเป็นพื้นที่ที่ต้องรักษาความสะอาดของร่องน้ำและโขดหินเป็นพิเศษ เพราะเศษขยะ เครื่องสักการะ หรือบรรจุภัณฑ์ที่ทิ้งลงในช่องหินอาจสะสมอยู่ตามรอยแตกและถูกน้ำพัดพาไปยังพื้นที่ด้านล่าง การใช้จุดทิ้งขยะอย่างเหมาะสมและไม่นำสิ่งของลงไปวางในแอ่งน้ำช่วยรักษาสภาพธรรมชาติและความงดงามของสถานที่
 
การไม่ขีดเขียนหรือทำเครื่องหมายบนหินเป็นสิ่งสำคัญ เพราะผิวหินธรรมชาติเป็นองค์ประกอบหลักของแหล่งท่องเที่ยว การทำให้หินเสียหายอาจกระทบต่อรูปลักษณ์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติเป็นเวลายาวนาน การเก็บหิน ดิน หรือพืชจากพื้นที่กลับไปเป็นของที่ระลึกก็ไม่เหมาะสมเช่นเดียวกัน เพราะส่งผลต่อสภาพแวดล้อมและความสมบูรณ์ของสถานที่
 
พื้นที่สำนักสงฆ์ยังเป็นสถานที่ที่ต้องใช้ร่วมกันระหว่างผู้มาเที่ยวชมและผู้มาทำบุญ การเคารพพื้นที่ส่วนบุคคลของผู้ปฏิบัติธรรมและการหลีกเลี่ยงเสียงรบกวนช่วยรักษาบรรยากาศสงบของสถานที่ ส่วนผู้ที่นำกล้องถ่ายภาพหรืออุปกรณ์บันทึกภาพควรคำนึงถึงความเหมาะสมของสถานที่และความเป็นส่วนตัวของผู้ที่กำลังประกอบกิจกรรมทางศาสนา
 
การเชื่อมโยงห้วยหินแหบกับสถานที่ท่องเที่ยวอื่นในอำเภอบึงโขงหลงทำให้เกิดเส้นทางท่องเที่ยวที่มีความหลากหลาย โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับภูลังกาและเรื่องราวพญานาค จุดหมายสำคัญแห่งหนึ่งคือถ้ำนาคา ซึ่งตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติภูลังกาและเป็นที่รู้จักจากลวดลายหินคล้ายเกล็ดงู รวมถึงเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติบนภูเขา การเที่ยวถ้ำนาคาแตกต่างจากห้วยหินแหบทั้งด้านระยะเดินและรูปแบบการดูแลพื้นที่
 
ถ้ำนาคามีลักษณะเป็นแหล่งธรรมชาติที่ต้องอาศัยการเดินขึ้นเขาตามเส้นทางของอุทยานแห่งชาติ จุดสำคัญคือบริเวณผนังหินและพื้นผิวหินที่มีลวดลายแตกร้าวคล้ายเกล็ดพญานาค ผู้ที่สนใจเปรียบเทียบลักษณะทางธรรมชาติระหว่างสองแห่งจะเห็นว่าถ้ำนาคาเน้นพื้นที่ถ้ำและหน้าผาหิน ขณะที่ห้วยหินแหบโดดเด่นจากหินรูปร่างยาวที่อยู่ในแอ่งน้ำระหว่างก้อนหินใหญ่
 
น้ำตกตาดกินรีเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติอีกแห่งในตำบลโพธิ์หมากแข้ง มีเอกลักษณ์จากภูมิประเทศหินทราย ลำธาร และน้ำตกที่เชื่อมโยงกับแนวภูเขาภูลังกา พื้นที่แห่งนี้ได้รับความสนใจจากผู้ที่ต้องการเดินชมธรรมชาติและสัมผัสบรรยากาศน้ำตกในจังหวัดบึงกาฬ โดยการเข้าพื้นที่และความเหมาะสมของเส้นทางขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของหน่วยงานที่ดูแลและสภาพอากาศในช่วงเดินทาง
 
น้ำตกตาดวิมานทิพย์เป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติในพื้นที่อำเภอบึงโขงหลง โดยมีลักษณะน้ำตกบนชั้นหินทรายและผืนป่าที่เกี่ยวข้องกับอุทยานแห่งชาติภูลังกา สภาพน้ำตกเปลี่ยนแปลงตามปริมาณน้ำฝนและฤดูกาล การจัดเส้นทางที่มีทั้งน้ำตกและห้วยหินแหบช่วยให้เห็นรูปแบบธรรมชาติที่แตกต่างกันระหว่างน้ำที่ไหลลดระดับตามชั้นหินกับโขดหินรูปร่างแปลกตาที่อยู่ในร่องน้ำ
 
วัดถ้ำชัยมงคลภูลังกาเป็นสถานที่ทางศาสนาที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ภูเขาของอำเภอบึงโขงหลง มีความเกี่ยวข้องกับการทำบุญและการเที่ยวชมภูมิทัศน์ของภูลังกา ผู้สนใจศาสนสถานสามารถเชื่อมโยงการเที่ยววัดแห่งนี้กับห้วยหินแหบ เพื่อสัมผัสรูปแบบการใช้พื้นที่ศาสนสถานท่ามกลางธรรมชาติที่มีความแตกต่างกัน
 
ศาลปู่อือลือนาคราชเป็นอีกสถานที่สำคัญด้านความเชื่อของอำเภอบึงโขงหลง โดยมีความสัมพันธ์กับตำนานปู่อือลือและเรื่องพญานาคในบึงโขงหลง ตำนานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชุมชนในพื้นที่และยังปรากฏในกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงศรัทธา การเที่ยวศาลปู่อือลือร่วมกับห้วยหินแหบจึงช่วยให้เห็นความเชื่อพญานาคในสองบริบท ทั้งศาลสักการะที่มีรูปเคารพและแหล่งหินธรรมชาติที่ผู้คนตีความผ่านเรื่องเล่า
 
บึงโขงหลงเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศและวิถีชีวิตของชุมชน ภูมิทัศน์ของบึงแตกต่างจากแนวภูเขาหินทรายของห้วยหินแหบอย่างชัดเจน เพราะประกอบด้วยแหล่งน้ำกว้าง พืชน้ำ และพื้นที่ชุมชนที่ตั้งอยู่ริมบึง การเดินทางไปชมบึงโขงหลงจึงเป็นโอกาสในการเรียนรู้ธรรมชาติอีกลักษณะหนึ่งของจังหวัดบึงกาฬ และยังเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมความเชื่อเกี่ยวกับพญานาคในพื้นที่เดียวกัน
 
หาดคำสมบูรณ์เป็นบริเวณพักผ่อนริมบึงโขงหลงที่ได้รับความนิยมจากคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว มีบรรยากาศของพื้นที่ริมฝั่งน้ำและร้านอาหารที่รองรับผู้มาเยือน เหมาะกับการพักผ่อนหรือรับประทานอาหารหลังจากเดินทางเที่ยวพื้นที่ภูเขา การจัดเส้นทางห้วยหินแหบกับหาดคำสมบูรณ์ช่วยให้การเดินทางหนึ่งวันมีทั้งกิจกรรมชมโขดหินธรรมชาติ กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และพักผ่อนริมแหล่งน้ำขนาดใหญ่
 
สำหรับผู้ที่พักค้างคืนในอำเภอบึงโขงหลง พื้นที่ตำบลโพธิ์หมากแข้งและชุมชนใกล้ทางขึ้นถ้ำนาคามีที่พักหลายประเภท ตั้งแต่โฮมสเตย์ขนาดเล็กไปจนถึงรีสอร์ทที่ให้บริการนักท่องเที่ยวธรรมชาติ การเลือกพักในอำเภอช่วยให้สามารถแบ่งเวลาท่องเที่ยวเป็นหลายช่วง เช่น วันแรกชมบึงโขงหลงและห้วยหินแหบ แล้วใช้วันถัดไปสำหรับกิจกรรมเดินป่าในบริเวณที่มีข้อกำหนดเวลาเข้าชม
 
อาหารท้องถิ่นในอำเภอบึงโขงหลงมีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตของชุมชนอีสานและพื้นที่ชุ่มน้ำ อาหารอีสานประเภทลาบ ต้ม แกง อาหารจากปลา และข้าวเหนียวเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการกินที่พบได้ในจังหวัดบึงกาฬ ขณะที่ในอำเภอยังมีร้านกาแฟและร้านอาหารร่วมสมัยรองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปยังถ้ำนาคาและสถานที่สำคัญอื่น การท่องเที่ยวห้วยหินแหบจึงสามารถเชื่อมต่อกับกิจกรรมรับประทานอาหารและพักผ่อนในตัวอำเภอได้สะดวก
 
การใช้ร้านอาหารและที่พักของผู้ประกอบการท้องถิ่นยังช่วยสร้างความเชื่อมโยงระหว่างแหล่งท่องเที่ยวกับเศรษฐกิจชุมชน เพราะรายได้จากการเดินทางไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะภายในสถานที่ท่องเที่ยว แต่กระจายไปสู่ร้านค้า ร้านอาหาร ผู้ให้บริการที่พัก และการเดินทางในพื้นที่ บทบาทเช่นนี้มีความสำคัญต่อชุมชนที่ตั้งอยู่ตามแนวเส้นทางท่องเที่ยวภูลังกา
 
เสน่ห์ของห้วยหินแหบอีกประการหนึ่งคือการเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่จำเป็นต้องอาศัยกิจกรรมขนาดใหญ่หรือสิ่งปลูกสร้างอลังการ ความน่าสนใจอยู่ที่การสังเกตรูปร่างธรรมชาติของหิน การเดินชมสภาพแวดล้อมของร่องน้ำ และการสัมผัสบรรยากาศของสำนักสงฆ์ การเที่ยวในลักษณะนี้เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนใช้เวลาเรียนรู้รายละเอียดของพื้นที่มากกว่าการผ่านไปถ่ายภาพเพียงจุดเดียว
 
เมื่อมองในภาพรวม ห้วยหินแหบเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ช่วยขยายความเข้าใจเกี่ยวกับจังหวัดบึงกาฬจากเรื่องแม่น้ำโขงและถ้ำนาคามาสู่ชุมชนและพื้นที่ศาสนสถานขนาดเล็กที่มีภูมิประเทศโดดเด่น การมีโขดหินรูปร่างคล้ายพญานาคอยู่ในบริเวณสำนักสงฆ์ทำให้สถานที่แห่งนี้มีทั้งมิติด้านธรรมชาติ วัฒนธรรม ความเชื่อ และการท่องเที่ยวชุมชนอย่างชัดเจน
 
การเดินทาง ห้วยหินแหบตั้งอยู่ที่บ้านโนนศิลา ตำบลโพธิ์หมากแข้ง อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ ผู้เดินทางสามารถใช้เส้นทางหลักเข้าสู่อำเภอบึงโขงหลง จากนั้นเดินทางต่อไปยังตำบลโพธิ์หมากแข้งและบ้านโนนศิลา โดยค้นหาจุดหมายชื่อวัดห้วยหินแหบหรือสำนักสงฆ์ห้วยหินแหบบนแผนที่ เส้นทางช่วงท้ายเข้าสู่พื้นที่ธรรมชาติและสำนักสงฆ์มีถนนท้องถิ่นบางช่วงที่อาจขรุขระ การขับรถในฤดูฝนจึงต้องคำนึงถึงสภาพผิวถนนและความเหมาะสมของยานพาหนะ เมื่อเดินทางถึงพื้นที่แล้วสามารถเข้าสู่บริเวณกราบไหว้และจุดชมโขดหินตามแนวทางเดินที่ผู้ดูแลจัดไว้
 
ห้วยหินแหบเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่แสดงให้เห็นเอกลักษณ์ของจังหวัดบึงกาฬผ่านภาพธรรมชาติและศรัทธาของผู้คนได้อย่างน่าสนใจ หินแข่หรือหินจระเข้ที่มีลักษณะคล้ายพญานาคเล่นน้ำเป็นจุดเด่นซึ่งเกิดขึ้นจากรูปร่างและลวดลายของหินตามธรรมชาติ ขณะที่รูปปั้นปู่ศรีสุทโธและย่าศรีปทุมมาเป็นส่วนหนึ่งของความเชื่อที่ชุมชนให้ความเคารพ การเดินทางมายังสำนักสงฆ์ห้วยหินแหบจึงไม่ใช่เพียงการมองหาหินรูปร่างแปลกตา แต่เป็นการสัมผัสความสัมพันธ์ระหว่างภูมิประเทศ ศาสนา เรื่องเล่า และวิถีชีวิตของคนในอำเภอบึงโขงหลง ซึ่งทำให้สถานที่แห่งนี้มีคุณค่าในฐานะจุดหมายทางธรรมชาติและวัฒนธรรมของจังหวัดบึงกาฬ
 
ชื่อสถานที่ห้วยหินแหบ หรือสำนักสงฆ์ห้วยหินแหบ
ชื่อเรียกอื่นวัดห้วยหินแหบ หินแข่ หินจระเข้ พญานาคเล่นน้ำ และวังแก้วกุมภีล์
ที่อยู่บ้านโนนศิลา ตำบลโพธิ์หมากแข้ง อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ 38220
พิกัดแผนที่ตำแหน่งอ้างอิง W3HV+JJV ตำบลโพธิ์หมากแข้ง อำเภอบึงโขงหลง
ประเภทสถานที่สำนักสงฆ์และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อเรื่องพญานาค
ลักษณะเด่นหินรูปร่างคล้ายสัตว์เลื้อยคลานหรือพญานาคทอดตัวอยู่ในร่องน้ำระหว่างโขดหินขนาดใหญ่
จุดสำคัญภายในพื้นที่1. บริเวณสำนักสงฆ์ห้วยหินแหบ
2. หินแข่หรือหินจระเข้
3. ร่องน้ำและแอ่งน้ำระหว่างโขดหิน
4. จุดชมลวดลายหินคล้ายเกล็ดพญานาค
5. รูปปั้นปู่ศรีสุทโธและย่าศรีปทุมมา
6. แนวทางเดินชมภูมิประเทศธรรมชาติ
ประวัติการเป็นที่รู้จักภาพหินพญานาคเล่นน้ำบริเวณสำนักสงฆ์ได้รับความสนใจอย่างแพร่หลายในเดือนพฤศจิกายน 2564
วันเปิดทำการทุกวัน ตามตารางเปิดชมที่เผยแพร่ในฐานข้อมูลท่องเที่ยว
เวลาเปิดทำการ08.00 – 17.00 น.
ค่าเข้าชมไม่เสียค่าเข้าชม สามารถร่วมทำบุญตามศรัทธา
ผู้ดูแลพื้นที่สำนักสงฆ์ห้วยหินแหบ
ความเชื่อสำคัญความเชื่อเกี่ยวกับพญานาค ปู่ศรีสุทโธ และย่าศรีปทุมมา
กิจกรรมชมโขดหินธรรมชาติ ถ่ายภาพ กราบไหว้ตามศรัทธา ทำบุญ และศึกษาวัฒนธรรมความเชื่อท้องถิ่น
ช่วงเวลาน่าเที่ยวช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายที่แดดไม่จัด โดยเพิ่มความระมัดระวังเมื่อมีฝนตกและพื้นหินเปียก
การเดินทางเดินทางเข้าสู่อำเภอบึงโขงหลง แล้วใช้เส้นทางท้องถิ่นไปยังบ้านโนนศิลา ตำบลโพธิ์หมากแข้ง ค้นหาจุดหมายชื่อวัดห้วยหินแหบบนแผนที่
สิ่งอำนวยความสะดวกบริเวณทางเดินและห้องน้ำภายในพื้นที่ศาสนสถาน
ข้อควรระวังพื้นหินลื่น ร่องน้ำ ช่องหิน และทางเดินไม่สม่ำเสมอ ควรแต่งกายสุภาพและรักษาความสงบของสำนักสงฆ์
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. ถ้ำนาคา อุทยานแห่งชาติภูลังกา ประมาณ 2.8 กม. ตามข้อมูลระยะใกล้เคียงของฐานข้อมูลท่องเที่ยว
2. น้ำตกตาดกินรี ประมาณ 4.14 กม. ตามข้อมูลระยะใกล้เคียงของฐานข้อมูลท่องเที่ยว
3. วัดถ้ำชัยมงคลภูลังกา ตำบลโพธิ์หมากแข้ง
4. น้ำตกตาดวิมานทิพย์ ตำบลโพธิ์หมากแข้ง
5. ศาลปู่อือลือนาคราช อำเภอบึงโขงหลง
6. บึงโขงหลง อำเภอบึงโขงหลง
7. หาดคำสมบูรณ์ อำเภอบึงโขงหลง
ร้านอาหารและร้านกาแฟในพื้นที่เชื่อมโยง1. ร้านมีคิน คอฟฟี่ บ้านโนนจำปาทอง ตำบลโพธิ์หมากแข้ง โทร. 094-5918624
2. นาคา วิว แกลมปิ้ง แอนด์ คาเฟ่ ตำบลโพธิ์หมากแข้ง
3. ร้านคิงคองจิ้มจุ่ม บึงโขงหลง โทร. 061-4780087
4. ร้านโจ๊กนายฮุย บึงโขงหลง โทร. 061-1159956
5. ร้านครัวเป็นพิชชา หาดคำสมบูรณ์ โทร. 091-6869726
6. ร้านนัว แอท นาคา สเตชั่น โทร. 092-3565366
ที่พักในพื้นที่เชื่อมโยง1. ภูลังกาวิว โฮมสเตย์ ถ้ำนาคา โทร. 089-7123292
2. หน้าภูโฮมสเตย์ ถ้ำนาคา โทร. 088-9708057
3. ฟีฟ่าโฮมสเตย์ ตำบลโพธิ์หมากแข้ง โทร. 063-0393945
4. แคคตัส โฮมสเตย์ ตำบลโพธิ์หมากแข้ง โทร. 095-4745316
5. ทรัพย์ภูลังกา โฮมสเตย์ โทร. 080-0069509
6. ภูนาคา โฮมสเตย์ ถ้ำนาคา โทร. 091-0637831
7. เลค เฮาส์ บึงโขงหลง โทร. 062-6096352
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ห้วยหินแหบตั้งอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ห้วยหินแหบตั้งอยู่ภายในพื้นที่สำนักสงฆ์ห้วยหินแหบ บ้านโนนศิลา ตำบลโพธิ์หมากแข้ง อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ
 
ถาม: ห้วยหินแหบเปิดให้เข้าชมวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: ตารางท่องเที่ยวระบุว่าเปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. โดยการเข้าพื้นที่ต้องเป็นไปตามการจัดการและกิจกรรมของสำนักสงฆ์
 
ถาม: ห้วยหินแหบเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม และสามารถร่วมทำบุญตามความศรัทธาได้
 
ถาม: หินพญานาคเล่นน้ำที่ห้วยหินแหบคืออะไร?
ตอบ: เป็นก้อนหินธรรมชาติรูปร่างยาวอยู่ในร่องน้ำระหว่างโขดหินขนาดใหญ่ มีลวดลายผิวหินคล้ายเกล็ดของสัตว์เลื้อยคลาน จึงมีผู้มองเห็นคล้ายพญานาค ขณะที่ชาวบ้านเรียกหินแข่หรือหินจระเข้
 
ถาม: ห้วยหินแหบมีความเกี่ยวข้องกับปู่ศรีสุทโธและย่าศรีปทุมมาอย่างไร?
ตอบ: ภายในบริเวณสำนักสงฆ์มีรูปปั้นปู่ศรีสุทโธและย่าศรีปทุมมา ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญในคติความเชื่อเรื่องพญานาคและเป็นจุดกราบไหว้ของผู้มีศรัทธา
 
ถาม: ห้วยหินแหบกับถ้ำนาคาเป็นสถานที่เดียวกันหรือไม่?
ตอบ: ไม่ใช่สถานที่เดียวกัน ห้วยหินแหบอยู่ในบริเวณสำนักสงฆ์ที่บ้านโนนศิลา ส่วนถ้ำนาคาอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติภูลังกาและมีเส้นทางเดินขึ้นเขาตามข้อกำหนดของอุทยาน
 
ถาม: ห้วยหินแหบเหมาะกับการเที่ยวช่วงใด?
ตอบ: ช่วงเช้าหรือบ่ายที่แดดไม่จัดเหมาะกับการเดินชมโขดหินและบรรยากาศสำนักสงฆ์ ในฤดูฝนอาจเห็นความชุ่มชื้นของธรรมชาติมากขึ้น แต่ต้องระวังพื้นหินลื่น
 
ถาม: มีสถานที่ท่องเที่ยวใดอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงห้วยหินแหบ?
ตอบ: สถานที่ท่องเที่ยวในพื้นที่เชื่อมโยง ได้แก่ ถ้ำนาคา น้ำตกตาดกินรี น้ำตกตาดวิมานทิพย์ วัดถ้ำชัยมงคลภูลังกา ศาลปู่อือลือนาคราช บึงโขงหลง และหาดคำสมบูรณ์

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆกลุ่ม: ●สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ ●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน

ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(1)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(1)
วัด วัด(12)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(4)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(1)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(1)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(3)
น้ำตก น้ำตก(5)
ถ้ำ ถ้ำ(1)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(4)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
หมู่เกาะ หมู่เกาะ(1)
สวนน้ำ สวนน้ำ(1)
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(1)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(1)