หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดบึงกาฬ >อ.เซกา >ต.เซกา > วัดเซกาเจติยาราม
TL;DR: วัดเซกาเจติยาราม อยู่ที่ตำบลเซกา อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ เปิดทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น. จุดเด่นคือ เป็นวัดพระอารามหลวงที่มีทั้งเจดีย์ พระอุโบสถ ศาลาเฉลิมพระเกียรติ พระพุทธรูปสำคัญ และพื้นที่ธรรมชาติร่มรื่นภายในวัด.
วัดเซกาเจติยาราม

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 16.30 น.
วัดเซกาเจติยาราม พระอารามหลวง ตั้งอยู่ในตำบลเซกา อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ เป็นวัดสำคัญประจำอำเภอเซกาและเป็นหนึ่งในศาสนสถานหลักของจังหวัดบึงกาฬที่มีบทบาทชัดเจนทั้งด้านพระพุทธศาสนา ประวัติชุมชน งานพิธีสำคัญ และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม จุดเด่นของวัดคือความเป็นพระอารามหลวงประจำจังหวัดบึงกาฬ พระมหาธาตุติกะเจดีย์หรือเจดีย์ 3 องค์สีขาวงดงาม พระเจ้ามูลเมืองเซกาที่ประดิษฐานในพระอุโบสถ โบสถ์มหาราชา ศาลามหาราชินี และพระธาตุกตัญญูที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ วัดแห่งนี้เหมาะสำหรับการไหว้พระ ทำบุญ ชมพุทธศิลป์ ศึกษาประวัติท้องถิ่น และใช้เป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางเที่ยวอำเภอเซกา บึงโขงหลง และวัดภูทอก
วัดเซกาเจติยารามมีภาพจำที่แตกต่างจากวัดทั่วไปในบึงกาฬ เพราะเป็นวัดที่ผสานความสงบของพื้นที่ธรรมชาติกับสถาปัตยกรรมทางพระพุทธศาสนาที่ได้รับการพัฒนาต่อเนื่อง ภายในวัดมีพื้นที่กว้าง มีต้นไม้และบรรยากาศร่มรื่น รายล้อมด้วยศาสนสถานสำคัญหลายจุด ทำให้ผู้มาเยือนสามารถเดินชมได้อย่างเป็นลำดับ ตั้งแต่พระอุโบสถ พื้นที่ไหว้พระ เจดีย์สำคัญ ศาลาเฉลิมพระเกียรติ ไปจนถึงลานวัดที่ใช้ประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา วัดจึงทำหน้าที่ทั้งเป็นสถานที่ปฏิบัติศาสนกิจของชาวอำเภอเซกาและเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้าใจรากทางศรัทธาของเมืองบึงกาฬ
เดิมวัดแห่งนี้มีชื่อว่า วัดสันติมหาวัน ก่อนจะเปลี่ยนเป็นวัดบ้านเซกา และต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นวัดเซกาเจติยาราม ชื่อปัจจุบันสะท้อนบทบาทของวัดในฐานะศูนย์กลางแห่งเจดีย์ ศรัทธา และความเป็นสิริมงคลของชุมชนเซกา จุดเริ่มต้นของวัดเกี่ยวข้องกับพระอาจารย์ประสงค์ ภูริปัญโญ หรือที่ชาวบ้านรู้จักในนามหลวงปู่เทพา ซึ่งเป็นพระผู้บุกเบิกและพัฒนาพื้นที่จากป่าดงไร่ให้กลายเป็นวัดที่มั่นคงขึ้นตามลำดับ เรื่องราวการเริ่มต้นจากพื้นที่สงบกลางธรรมชาติทำให้วัดเซกาเจติยารามมีรากฐานแบบวัดปฏิบัติธรรมและวัดชุมชน ก่อนพัฒนามาเป็นพระอารามหลวงที่มีความสำคัญระดับจังหวัด
ประวัติของวัดเริ่มชัดเจนในปี 2517 เมื่อพระอาจารย์ประสงค์ ภูริปัญโญ มาปักกลดในพื้นที่ป่าดงไร่ และต่อมาในปี 2518 ได้ตัดสินใจตั้งวัดและจำพรรษาอยู่ในพื้นที่นี้อย่างต่อเนื่อง ช่วงแรกวัดมีชื่อว่า วัดสันติมหาวัน ต่อมาได้รับอนุญาตให้สร้างวัดในปี 2523 และได้รับการตั้งเป็นวัดบ้านเซกาในปี 2525 เพื่อรักษาความสัมพันธ์กับชื่อชุมชนและประวัติของท้องถิ่น จากนั้นในปี 2527 วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ซึ่งทำให้มีสถานะมั่นคงตามกฎหมายคณะสงฆ์ และในปี 2552 ได้รับอนุญาตจากมหาเถรสมาคมให้เปลี่ยนชื่อเป็นวัดเซกาเจติยาราม
การเปลี่ยนชื่อเป็นวัดเซกาเจติยารามไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนชื่อทางเอกสาร แต่สะท้อนพัฒนาการของวัดจากวัดบ้านในชุมชนสู่วัดที่มีองค์ประกอบทางศาสนสถานขนาดใหญ่และมีเจดีย์สำคัญเป็นศูนย์กลาง ชื่อวัดจึงเชื่อมกับภาพของพระมหาธาตุ พระธาตุกตัญญู และเจดีย์ที่เป็นหัวใจของพื้นที่ วัดแห่งนี้ยังได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวงประจำจังหวัดบึงกาฬ ทำให้มีบทบาทสำคัญในการรองรับงานพิธีสำคัญทางพระพุทธศาสนา งานพระราชพิธี งานบุญประจำปี และกิจกรรมของคณะสงฆ์จังหวัดบึงกาฬ
หนึ่งในจุดสำคัญที่สุดของวัดคือพระเจ้ามูลเมืองเซกา พระพุทธรูปสำคัญที่ประดิษฐานอยู่ภายในพระอุโบสถ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่กับวัดและชุมชนเซกา ผู้มาเยือนจำนวนมากเดินทางมากราบไหว้พระเจ้ามูลเมืองเซกาเพื่อความเป็นสิริมงคล ขอพรด้านชีวิต การงาน ครอบครัว และความร่มเย็นของจิตใจ องค์พระไม่ได้เป็นเพียงพระพุทธรูปในเชิงศิลปะ แต่เป็นสัญลักษณ์ของความผูกพันระหว่างวัดกับคนในพื้นที่ เพราะคำว่า “มูลเมือง” สื่อถึงรากฐานของบ้านเมือง ความมั่นคง และความเป็นศูนย์รวมใจของชุมชน
พระอุโบสถของวัดมีความสำคัญในฐานะพื้นที่ประกอบสังฆกรรมและเป็นที่ประดิษฐานพระเจ้ามูลเมืองเซกา อุโบสถหลังนี้สร้างขึ้นจากแรงศรัทธาของพระสงฆ์ ศิษยานุศิษย์ และประชาชน โดยมีชื่อเรียกเชิงมงคลว่า โบสถ์มหาราชา ตัวอาคารเป็นศาสนสถานที่สะท้อนความกตัญญูและความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ภายในเป็นพื้นที่ที่ผู้มาเยือนควรใช้เวลาอย่างสำรวม ทั้งเพื่อกราบไหว้พระประธานและพิจารณาความหมายของสถานที่ในฐานะศูนย์กลางพระพุทธศาสนาของอำเภอเซกา
อีกหนึ่งสัญลักษณ์สำคัญของวัดคือศาลาเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา บรมราชินีนาถ หรือศาลามหาราชินี ศาลาหลังนี้สร้างขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและมีบทบาทเป็นพื้นที่รองรับกิจกรรมทางศาสนา การอบรม การประชุม และงานบุญของชุมชน การมีทั้งโบสถ์มหาราชาและศาลามหาราชินีอยู่ภายในวัดเดียวกันทำให้วัดเซกาเจติยารามมีเอกลักษณ์ด้านชื่อเรียกและความหมายเชิงสถาบันที่ชัดเจน เป็นศาสนสถานที่เชื่อมโยงพระพุทธศาสนา ชุมชน และความกตัญญูต่อแผ่นดินไว้ด้วยกัน
พระธาตุกตัญญูเป็นอีกจุดที่มีความสำคัญมาก ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เรื่องราวการสร้างพระธาตุกตัญญูเกี่ยวข้องกับกฐินกตัญญูในปี 2550 ซึ่งเป็นช่วงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเจริญพระชนมายุ 80 พรรษา หลวงปู่เทพาและคณะศิษยานุศิษย์จึงร่วมกันสร้างเจดีย์เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุและถวายเป็นพระราชกุศล ชื่อพระธาตุกตัญญูจึงสะท้อนคุณค่าทางใจของการรู้คุณพระพุทธศาสนา รู้คุณครูบาอาจารย์ รู้คุณแผ่นดิน และรู้คุณสถาบันพระมหากษัตริย์
บริเวณพระมหาธาตุติกะเจดีย์หรือเจดีย์ 3 องค์สีขาว เป็นจุดที่ผู้มาเยือนมักจดจำได้ดีที่สุด เจดีย์สีขาวที่ประดับลวดลายสีทองให้ความรู้สึกสง่างาม สะอาดตา และโดดเด่นเมื่อมองจากลานวัด รูปแบบเจดีย์ที่ตั้งเรียงกันช่วยสร้างมิติทางสถาปัตยกรรมให้พื้นที่วัดมีความสมมาตรและน่าสนใจสำหรับการถ่ายภาพ แต่เหนือกว่าความสวยงามคือความหมายทางพุทธศาสนาที่สื่อถึงการบูชาพระรัตนตรัย ความศรัทธา และการสืบทอดพระธรรมผ่านศาสนสถานที่จับต้องได้
วัดเซกาเจติยารามมีบทบาทสำคัญในงานพิธีระดับจังหวัดและระดับอำเภอ โดยเฉพาะงานสมโภชพระอารามหลวงครบ 10 ปี ซึ่งจัดขึ้นในปี 2565 งานดังกล่าวมีทั้งพิธีทางสงฆ์ การถวายผ้าไตรพระราชทาน การถวายผ้าป่าบูรณะปฏิสังขรณ์ และกิจกรรมของชุมชน เช่น การแสดงโปงลาง รำบวงสรวง การจัดโรงทาน และการรวมตัวของพุทธศาสนิกชนจำนวนมาก เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าวัดไม่ได้เป็นเพียงสถานที่เงียบสงบสำหรับการไหว้พระ แต่เป็นพื้นที่กลางของพิธีกรรม ความร่วมมือ และความสามัคคีของชุมชนเซกา
ในมิติของการศึกษาและการสืบทอดพระพุทธศาสนา วัดเซกาเจติยารามมีการดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ การบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน และกิจกรรมในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา บทบาทเหล่านี้ทำให้วัดเป็นพื้นที่เรียนรู้ของเด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป ผู้มาเยือนจึงสามารถมองวัดแห่งนี้ได้มากกว่าแหล่งท่องเที่ยว เพราะวัดยังเป็นโรงเรียนทางใจ เป็นพื้นที่อบรมศีลธรรม และเป็นสถานที่ปลูกฝังความเข้าใจเรื่องพระพุทธศาสนาในระดับชุมชน
เจ้าอาวาสของวัดคือพระราชภาวนาโสภณ วิ. หรือพระราชภาวนาโสภณ วิมลศาสนกิจ มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี นามเดิมพระอาจารย์ประสงค์ ภูริปัญโญ เป็นพระผู้มีบทบาทสำคัญทั้งในฐานะเจ้าอาวาสวัดเซกาเจติยาราม พระอารามหลวง และเจ้าคณะจังหวัดบึงกาฬ ท่านเป็นพระผู้บุกเบิกพื้นที่วัดตั้งแต่ช่วงแรกและเป็นศูนย์รวมศรัทธาของศิษยานุศิษย์จำนวนมาก การที่ผู้ก่อตั้งยังมีบทบาทต่อเนื่องในวัดทำให้เรื่องราวของวัดมีความเป็นเอกภาพ ตั้งแต่การเริ่มต้นกลางพื้นที่ป่า ไปจนถึงการพัฒนาสู่พระอารามหลวง
บรรยากาศของวัดเซกาเจติยารามเหมาะกับการเดินชมอย่างตั้งใจมากกว่าการแวะเพียงถ่ายภาพ เพราะพื้นที่วัดมีองค์ประกอบหลายชั้น ทั้งพระอุโบสถ เจดีย์ ศาลา พื้นที่ธรรมชาติ และจุดสักการะสำคัญ ผู้มาเยือนควรเริ่มจากการกราบพระเจ้ามูลเมืองเซกาในพระอุโบสถ จากนั้นเดินชมพระมหาธาตุติกะเจดีย์และพระธาตุกตัญญู ต่อด้วยศาลามหาราชินีและพื้นที่โดยรอบ การเดินตามลำดับนี้ช่วยให้เห็นพัฒนาการของวัดทั้งในเชิงศรัทธา ประวัติศาสตร์ และสถาปัตยกรรมได้ครบถ้วนขึ้น
สำหรับผู้ที่สนใจพุทธศิลป์ วัดแห่งนี้มีองค์ประกอบที่น่าสังเกตหลายจุด เช่น สีขาวของเจดีย์ที่ให้ความรู้สึกบริสุทธิ์ ลวดลายสีทองที่เพิ่มความสง่างาม องค์พญานาคที่ปรากฏในบางพื้นที่ของวัด และการวางผังศาสนสถานที่ทำให้พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์เชื่อมต่อกับลานวัดอย่างเป็นธรรมชาติ ผู้ที่ชอบถ่ายภาพสามารถเก็บภาพเจดีย์สีขาว พระอุโบสถ ประตูวัด และมุมสถาปัตยกรรมได้หลายช่วงเวลา โดยเฉพาะช่วงเช้าและช่วงบ่ายแก่ ๆ ที่แสงไม่แข็งเกินไป
วัดเซกาเจติยารามยังเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการทำความเข้าใจอำเภอเซกาในฐานะเมืองชุมชนสำคัญของบึงกาฬ พื้นที่นี้ไม่ได้เป็นเพียงทางผ่านไปบึงโขงหลงหรือวัดภูทอก แต่มีศาสนสถานระดับพระอารามหลวงที่บอกเล่าเรื่องราวของคนท้องถิ่น ความศรัทธา และการพัฒนาของคณะสงฆ์จังหวัดบึงกาฬ การแวะวัดแห่งนี้ก่อนเดินทางต่อไปยังแหล่งธรรมชาติ ทำให้ทริปบึงกาฬมีความสมดุลระหว่างการชมธรรมชาติ การเรียนรู้ชุมชน และการไหว้พระเพื่อความเป็นสิริมงคล
การเดินทาง ไปวัดเซกาเจติยารามสะดวกที่สุดด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างท้องถิ่น หากเริ่มจากตัวเมืองบึงกาฬสามารถใช้เส้นทางหลักไปยังอำเภอเซกา โดยผ่านเส้นทางอำเภอพรเจริญหรือเส้นทางที่เชื่อมต่อสู่บึงโขงหลงตามแผนการเดินทาง ระยะทางจากตัวเมืองบึงกาฬมายังอำเภอเซกาค่อนข้างเหมาะกับการเที่ยวแบบเต็มวัน เมื่อถึงตัวอำเภอเซกา วัดตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลเซกาและเข้าถึงได้ไม่ยาก ใช้แผนที่นำทางประกอบการเดินทางจะช่วยให้เข้าถึงจุดหมายได้สะดวก
หากจัดเส้นทางแบบครึ่งวัน สามารถเริ่มจากวัดเซกาเจติยารามเพื่อไหว้พระและชมเจดีย์ จากนั้นแวะวัดไตรภูมิหรือร้านอาหารในตัวอำเภอเซกา หากมีเวลาเต็มวันสามารถต่อเส้นทางไปยังวัดภูทอก บึงโขงหลง เกาะดอนโพธิ์ ศาลปู่อือลือนาคราช หรือแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติของจังหวัดบึงกาฬได้ วัดจึงเป็นจุดพักใจที่ดีทั้งก่อนเริ่มทริปและระหว่างทางในโซนอำเภอเซกา
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเข้าชมคือช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายแก่ ๆ เพราะอากาศไม่ร้อนจัดและแสงเหมาะกับการถ่ายภาพเจดีย์สีขาว หากมาในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เช่น วันมาฆบูชา วิสาขบูชา อาสาฬหบูชา เข้าพรรษา ออกพรรษา หรือช่วงกฐิน วัดจะมีบรรยากาศคึกคักและสะท้อนบทบาทของพระอารามหลวงได้ชัดเจนขึ้น ผู้ที่ต้องการเที่ยวแบบสงบควรเลือกวันธรรมดาหรือช่วงเช้าที่ไม่มีพิธีใหญ่
การใช้เวลาในวัดควรเผื่อประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง หากต้องการไหว้พระและชมจุดหลักสามารถใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง แต่หากต้องการเดินชมเจดีย์ ศาลา พระอุโบสถ ถ่ายภาพ และอ่านเรื่องราวของวัด ควรเผื่อเวลา 2 ชั่วโมงขึ้นไป การเที่ยววัดลักษณะนี้ควรให้เวลากับรายละเอียด เพราะคุณค่าของวัดไม่ได้อยู่เฉพาะความงดงามของเจดีย์ แต่รวมถึงประวัติของหลวงปู่เทพา พระเจ้ามูลเมืองเซกา พระธาตุกตัญญู และบทบาทของวัดต่อชุมชนเซกาด้วย
ข้อควรปฏิบัติในการเข้าชมคือแต่งกายสุภาพ ถอดรองเท้าเมื่อเข้าสู่อาคารศาสนสถาน ใช้เสียงอย่างเหมาะสม ไม่ปีนป่ายองค์ประกอบศาสนสถาน ไม่รบกวนพระสงฆ์หรือผู้ที่มาปฏิบัติธรรม และรักษาความสะอาดของพื้นที่ ผู้ที่มาถ่ายภาพควรหลีกเลี่ยงการถ่ายในมุมที่ไม่เหมาะสมกับสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ การเข้าชมด้วยความเคารพจะช่วยรักษาบรรยากาศสงบของวัดและทำให้การท่องเที่ยวมีคุณค่ามากขึ้น
สำหรับครอบครัว วัดเซกาเจติยารามเป็นสถานที่ที่เหมาะกับการพาเด็กและเยาวชนมาเรียนรู้เรื่องศาสนาและประวัติท้องถิ่น เด็กจะได้เห็นพระอารามหลวงของจังหวัดบึงกาฬ เรียนรู้ว่าพระธาตุและเจดีย์มีความหมายอย่างไร และเข้าใจว่าชุมชนใช้วัดเป็นพื้นที่ทำบุญ เรียนธรรมะ และรวมตัวในงานสำคัญอย่างไร ส่วนผู้สูงอายุสามารถมาไหว้พระ ทำบุญ และเดินชมพื้นที่วัดในจังหวะที่ไม่เร่งรีบ
สำหรับชาวต่างชาติ วัดเซกาเจติยารามเป็นตัวอย่างที่ดีของวัดไทยในภาคอีสานตอนบนที่มีทั้งศาสนสถานระดับพระอารามหลวง พื้นที่ธรรมชาติ และเรื่องราวชุมชน วัดช่วยให้เข้าใจว่าพระพุทธศาสนาในประเทศไทยไม่ได้อยู่เพียงในกรุงเทพฯ หรือเมืองท่องเที่ยวใหญ่ แต่มีชีวิตอยู่ในอำเภอและชุมชนท้องถิ่นอย่างเข้มแข็ง ผู้มาเยือนจะได้เห็นบทบาทของพระสงฆ์ วัด เจดีย์ พิธีกรรม และการรวมตัวของชาวบ้านในบริบทที่เป็นจริงของบึงกาฬ
ในภาพรวม วัดเซกาเจติยารามเป็นจุดหมายที่ควรอยู่ในเส้นทางเที่ยวบึงกาฬสำหรับผู้ที่สนใจวัด ศาสนสถาน ประวัติชุมชน และพุทธศิลป์ วัดแห่งนี้มีข้อมูลครบทั้งประวัติการก่อตั้ง พระผู้บุกเบิก ชื่อเดิมและชื่อปัจจุบัน สถานะพระอารามหลวง เจ้าอาวาส พระพุทธรูปสำคัญ เจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ศาลาเฉลิมพระเกียรติ และกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาที่ดำเนินอยู่ต่อเนื่อง การมาเยือนวัดนี้จึงไม่ใช่เพียงการแวะไหว้พระ แต่เป็นการสัมผัสแกนทางศรัทธาของอำเภอเซกาและเข้าใจอีกด้านหนึ่งของจังหวัดบึงกาฬอย่างลึกซึ้ง
| ชื่อสถานที่ | วัดเซกาเจติยาราม พระอารามหลวง |
| ประเภท / ฐานะ | วัดพระอารามหลวง ประจำจังหวัดบึงกาฬ |
| ที่ตั้ง | ตำบลเซกา อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ |
| ที่อยู่ | ตำบลเซกา อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ 38150 |
| พิกัด | 17.92197, 103.93601 |
| ไฮไลต์ | พระมหาธาตุติกะเจดีย์หรือเจดีย์ 3 องค์ พระเจ้ามูลเมืองเซกา พระธาตุกตัญญู โบสถ์มหาราชา ศาลามหาราชินี และบรรยากาศวัดพระอารามหลวงที่ร่มรื่น |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | เริ่มจากพื้นที่ป่าดงไร่ที่หลวงปู่เทพา ภูริปัญโญมาปักกลดในปี 2517 ตั้งวัดในปี 2518 ได้รับอนุญาตสร้างวัดในปี 2523 ตั้งเป็นวัดบ้านเซกาในปี 2525 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาในปี 2527 และเปลี่ยนชื่อเป็นวัดเซกาเจติยารามในปี 2552 |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อเดิมคือวัดสันติมหาวัน ต่อมาเป็นวัดบ้านเซกา และเปลี่ยนเป็นวัดเซกาเจติยารามเพื่อสะท้อนบทบาทของวัดในฐานะศูนย์กลางศรัทธาและเจดีย์สำคัญของอำเภอเซกา |
| ลักษณะเด่น | เป็นวัดพระอารามหลวงที่มีทั้งเจดีย์ พระอุโบสถ ศาลาเฉลิมพระเกียรติ พระพุทธรูปสำคัญ และพื้นที่ธรรมชาติร่มรื่นภายในวัด |
| พระประธาน / สิ่งสำคัญ | พระเจ้ามูลเมืองเซกา ประดิษฐานในพระอุโบสถ, พระมหาธาตุติกะเจดีย์, พระธาตุกตัญญู, โบสถ์มหาราชา และศาลามหาราชินี |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองบึงกาฬใช้รถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างท้องถิ่นเดินทางสู่อำเภอเซกา เมื่อถึงตัวอำเภอเซกาให้ใช้แผนที่นำทางไปยังตำบลเซกา วัดตั้งอยู่ในเขตชุมชนและเดินทางต่อไปยังบึงโขงหลงหรือวัดภูทอกได้สะดวก |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าชม สักการะ และใช้ประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.30 – 16.30 น. |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ลานจอดรถ พื้นที่ไหว้พระ พระอุโบสถ ศาลา ลานวัด จุดถ่ายภาพ และพื้นที่เดินชมภายในวัด |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. โซนพระอุโบสถและพระเจ้ามูลเมืองเซกา 2. โซนพระมหาธาตุติกะเจดีย์หรือเจดีย์ 3 องค์ 3. โซนพระธาตุกตัญญูบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ 4. โซนโบสถ์มหาราชา 5. โซนศาลามหาราชินี 6. โซนลานวัดและพื้นที่ประกอบพิธีทางพระพุทธศาสนา 7. โซนพื้นที่ร่มรื่นและจุดถ่ายภาพภายในวัด |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พระราชภาวนาโสภณ วิ. (ประสงค์ ภูริปญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดเซกาเจติยาราม พระอารามหลวง และเจ้าคณะจังหวัดบึงกาฬ |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดไตรภูมิ อำเภอเซกา ประมาณ 3 กม. 2. BKL Happy World อำเภอเซกา ประมาณ 15 กม. 3. วัดเจติยาคีรีวิหาร หรือวัดภูทอก ประมาณ 35 กม. 4. บึงโขงหลง ประมาณ 38 กม. 5. ศาลปู่อือลือนาคราช เกาะดอนโพธิ์ ประมาณ 40 กม. 6. น้ำตกถ้ำพระ ประมาณ 45 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. สุมหัว ณ เซกา ประมาณ 1 กม. 2. Fanny Pizza เซกา บึงกาฬ ประมาณ 1 กม. โทร. 042-086-463 3. เต็มตึ้ง เซกา ประมาณ 2 กม. โทร. 085-519-1633 4. พิซซ่าจ๋า สาขาเซกา ประมาณ 2 กม. โทร. 082-901-9719 5. ตาตี๋แซ่บเว่อร์ ชาบูหมูกระทะ เซกา ประมาณ 2 กม. โทร. 061-457-3926 6. YAYSA Pizza & Cafe ประมาณ 3 กม. โทร. 061-156-6452 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Small Ville ประมาณ 2 กม. 2. DD Grand Hotel ประมาณ 2 กม. 3. Sweet Home Villa อำเภอเซกา ประมาณ 3 กม. โทร. 085-750-9928 4. Yoga Homestay Seka ประมาณ 3 กม. โทร. 098-617-2875 5. บ้านกานดา ประมาณ 5 กม. 6. View Inn เซกา ประมาณ 5 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดเซกาเจติยารามอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดเซกาเจติยารามตั้งอยู่ในตำบลเซกา อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ เป็นวัดพระอารามหลวงประจำจังหวัดบึงกาฬและเป็นศาสนสถานสำคัญของอำเภอเซกา
ถาม: วัดเซกาเจติยารามมีอะไรเด่น?
ตอบ: จุดเด่นคือพระมหาธาตุติกะเจดีย์หรือเจดีย์ 3 องค์ พระเจ้ามูลเมืองเซกา พระธาตุกตัญญู โบสถ์มหาราชา ศาลามหาราชินี และบรรยากาศวัดพระอารามหลวงที่สงบและร่มรื่น
ถาม: วัดเซกาเจติยารามเปิดกี่โมง?
ตอบ: วัดเปิดให้เข้าชมและสักการะทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น.
ถาม: เจ้าอาวาสวัดเซกาเจติยารามคือใคร?
ตอบ: เจ้าอาวาสคือพระราชภาวนาโสภณ วิ. (ประสงค์ ภูริปญฺโญ) ซึ่งดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดบึงกาฬด้วย
ถาม: วัดเซกาเจติยารามเดิมชื่ออะไร?
ตอบ: วัดแห่งนี้เดิมชื่อวัดสันติมหาวัน ต่อมาเป็นวัดบ้านเซกา และเปลี่ยนชื่อเป็นวัดเซกาเจติยารามในปี 2552
ถาม: ควรใช้เวลาเที่ยววัดเซกาเจติยารามนานเท่าไร?
ตอบ: ควรใช้เวลาประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง เพื่อไหว้พระ ชมพระอุโบสถ พระมหาธาตุติกะเจดีย์ พระธาตุกตัญญู ศาลามหาราชินี และเดินชมบรรยากาศภายในวัด
ถาม: เดินทางไปวัดเซกาเจติยารามอย่างไร?
ตอบ: เดินทางสะดวกที่สุดด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างท้องถิ่นจากตัวเมืองบึงกาฬไปยังอำเภอเซกา จากนั้นใช้แผนที่นำทางเข้าสู่ตำบลเซกา
ถาม: เที่ยววัดเซกาเจติยารามแล้วควรไปที่ไหนต่อ?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่วัดไตรภูมิ วัดภูทอก บึงโขงหลง ศาลปู่อือลือนาคราช เกาะดอนโพธิ์ และน้ำตกถ้ำพระได้ตามเส้นทางและเวลาที่มี
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




