หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ > สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดบึงกาฬ
TL;DR: รวมที่เที่ยวบึงกาฬ พร้อมไฮไลต์ การเดินทาง และจุดที่ควรรู้สำหรับวางแผนเที่ยวได้เร็วขึ้นบนมือถือ

บึงกาฬ

บึงกาฬ

คำขวัญ : สองนางศาลศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์หลวงพ่อใหญ่ แหล่งน้ำใสหนองกุดทิง สุดใหญ่ยิ่งแข่งเรือยาว หาดทรายขาวเป็นสง่า น่าทัศนาแก่งอาฮง งามน้ำโขงที่บึงกาฬ สุขสำราญที่ได้ยล

จังหวัดบึงกาฬ เป็นจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย หรือภาคอีสาน จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติตั้งจังหวัดบึงกาฬ พ.ศ. 2554 โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2554 เป็นต้นไป ถือเป็นจังหวัดลำดับที่ 77 ของประเทศไทย เกิดจากการแยกพื้นที่การปกครองออกจากจังหวัดหนองคายจำนวน 8 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบึงกาฬ อำเภอเซกา อำเภอโซ่พิสัย อำเภอบุ่งคล้า อำเภอบึงโขงหลง อำเภอปากคาด อำเภอพรเจริญ และอำเภอศรีวิไล
 
แนวคิดในการจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 โดยสุเมธ พรมพันห่าว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย ได้เสนอให้แยกพื้นที่ดังกล่าวออกมาตั้งเป็นจังหวัดใหม่ ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 4,305 ตารางกิโลเมตร และมีประชากรราว 390,000 คน
 
อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลานั้น กระทรวงมหาดไทยได้พิจารณาแล้วเห็นว่ายังไม่มีความจำเป็นในการจัดตั้งจังหวัดใหม่ เนื่องจากจะก่อให้เกิดภาระด้านงบประมาณและการเพิ่มจำนวนบุคลากรภาครัฐ ซึ่งอาจขัดต่อมติคณะรัฐมนตรีในขณะนั้น
 
โครงการดังกล่าวจึงหยุดชะงักไปเกือบ 20 ปี จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2553 กระทรวงมหาดไทยได้นำเรื่องนี้กลับมาพิจารณาอีกครั้ง และเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พร้อมทั้งมีการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่จังหวัดหนองคาย ซึ่งพบว่ามีประชาชนถึงร้อยละ 98.83 เห็นด้วยกับการจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬ
 
ต่อมาเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2553 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้จัดตั้งจังหวัดบึงกาฬ โดยพิจารณาว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์ด้านจำนวนอำเภอ จำนวนประชากร และลักษณะเฉพาะของพื้นที่ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารราชการและการให้บริการประชาชน
 
จังหวัดหนองคายซึ่งเป็นจังหวัดเดิม มีลักษณะพื้นที่ทอดยาวตามแนวแม่น้ำโขง ส่งผลให้การเดินทางติดต่อระหว่างอำเภอกับศูนย์กลางจังหวัดเป็นไปได้ยากและใช้เวลานาน การจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬจึงมีความสำคัญต่อการพัฒนาด้านการปกครอง ความมั่นคงตามแนวชายแดน และความสะดวกของประชาชนในพื้นที่
 
การจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬไม่ได้ก่อให้เกิดความซ้ำซ้อนในการให้บริการสาธารณะกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และมีการจัดสรรอัตรากำลังบุคลากรภาครัฐจำนวน 439 อัตราให้กระจายไปยังหน่วยงานต่าง ๆ อย่างเหมาะสม ส่งผลกระทบต่อระบบราชการโดยรวมน้อยมาก
 
รัฐสภาได้มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554 และนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นได้ถวายร่างพระราชบัญญัติให้พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงลงพระปรมาภิไธย เมื่อวันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2554 ก่อนประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 22 มีนาคม และมีผลบังคับใช้ในวันถัดไป
 
นอกจากการจัดตั้งจังหวัดแล้ว กฎหมายฉบับดังกล่าวยังได้กำหนดให้เปลี่ยนชื่ออำเภอบึงกาฬเป็น “อำเภอเมืองบึงกาฬ” เพื่อให้เป็นศูนย์กลางการปกครองของจังหวัด และในช่วงวันที่ 22–25 มีนาคม พ.ศ. 2554 ได้มีการจัดงานเฉลิมฉลองการก่อตั้งจังหวัดอย่างยิ่งใหญ่ โดยมีชวรัตน์ ชาญวีรกูล เป็นประธานในพิธี
 
นอกจากประวัติการก่อตั้งที่น่าสนใจแล้ว จังหวัดบึงกาฬยังเป็นพื้นที่ที่มีอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมโดดเด่น โดยเฉพาะวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขงที่ได้รับอิทธิพลจากทั้งไทย ลาว และชนพื้นถิ่นดั้งเดิม ทำให้เกิดการผสมผสานของความเชื่อ ประเพณี และวิถีชีวิตที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งยังคงรักษาไว้ได้อย่างชัดเจนในปัจจุบัน
 
ประเพณีสำคัญของจังหวัดบึงกาฬส่วนใหญ่มีความเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาและความเชื่อดั้งเดิม เช่น บุญบั้งไฟ บุญเข้าพรรษา บุญออกพรรษา และประเพณีไหลเรือไฟริมแม่น้ำโขง ซึ่งสะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ ธรรมชาติ และความเชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะแม่น้ำโขงที่ถือเป็นเส้นเลือดหลักของชีวิตชาวบึงกาฬ
 
หนึ่งในปรากฏการณ์ที่มีชื่อเสียงระดับประเทศและนานาชาติ คือ “พญานาค” ซึ่งมีความเชื่อเกี่ยวข้องกับลำน้ำโขง โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอบึงโขงหลงและพื้นที่ใกล้เคียง เชื่อกันว่าพญานาคเป็นผู้ดูแลรักษาแม่น้ำและเป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ ทำให้เกิดเรื่องเล่าและความศรัทธาที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน
 
ด้านวิถีชีวิตของประชาชนในจังหวัดบึงกาฬยังคงผูกพันกับธรรมชาติและการเกษตร โดยเฉพาะการทำสวนยางพารา ซึ่งถือเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัด นอกจากนี้ยังมีการปลูกพืชไร่ พืชสวน และการประมงน้ำจืดตามลำน้ำโขงและแหล่งน้ำธรรมชาติอื่น ๆ
 
เศรษฐกิจของจังหวัดบึงกาฬมีพื้นฐานมาจากภาคเกษตรกรรมเป็นหลัก โดยเฉพาะยางพารา ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญ นอกจากนี้ยังมีการค้าชายแดนกับประเทศลาวผ่านแนวแม่น้ำโขง ซึ่งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ให้มีความคึกคักมากยิ่งขึ้น รวมถึงการท่องเที่ยวที่เริ่มมีบทบาทมากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
 
อาหารพื้นถิ่นของจังหวัดบึงกาฬมีลักษณะคล้ายคลึงกับอาหารอีสานทั่วไป แต่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากวัตถุดิบในพื้นที่ เช่น ปลาแม่น้ำโขง ปลาร้า ผักพื้นบ้าน และสมุนไพรท้องถิ่น เมนูยอดนิยม ได้แก่ ส้มตำ ลาบ ก้อยปลา แจ่วบอง และปลาเผา ซึ่งล้วนมีรสชาติจัดจ้านและสะท้อนวัฒนธรรมการกินอยู่แบบเรียบง่ายของชาวอีสาน
 
ในด้านภูมิประเทศ จังหวัดบึงกาฬมีความโดดเด่นด้วยพื้นที่ติดแม่น้ำโขงและภูเขาหินทราย โดยเฉพาะ “ภูทอก” ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญและมีบันไดไม้เวียนรอบภูเขาที่มีเอกลักษณ์ รวมถึง “บึงโขงหลง” ซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่และเป็นแหล่งดูนกที่สำคัญของประเทศ
 
อีกหนึ่งจุดเด่นของจังหวัดบึงกาฬคือความสงบและความเป็นธรรมชาติที่ยังคงสมบูรณ์ ทำให้เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวาย และสัมผัสวิถีชีวิตแบบเรียบง่าย รวมถึงการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและวัฒนธรรมที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น
 
เมื่อพิจารณาในมิติของการพัฒนาการท่องเที่ยว จังหวัดบึงกาฬถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงแต่ยังไม่ถูกพัฒนาเชิงพาณิชย์มากนัก ซึ่งกลายเป็นข้อได้เปรียบสำคัญ เนื่องจากนักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสธรรมชาติและวัฒนธรรมได้อย่างแท้จริง ไม่ถูกปรุงแต่งหรือเปลี่ยนแปลงไปตามกระแสการท่องเที่ยวสมัยใหม่
 
รูปแบบการท่องเที่ยวของบึงกาฬจึงเน้นไปที่การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและชุมชน เช่น การเดินป่าศึกษาธรรมชาติบนภูทอก การชมทะเลหมอกยามเช้า การท่องเที่ยวบึงโขงหลงซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับประเทศ รวมถึงการเรียนรู้วิถีชีวิตชาวบ้านที่ยังคงยึดโยงกับธรรมชาติและวัฒนธรรมดั้งเดิมอย่างใกล้ชิด
 
การท่องเที่ยวเชิงชุมชนในจังหวัดบึงกาฬเริ่มมีบทบาทมากขึ้น โดยมีการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงกับหมู่บ้านต่าง ๆ นักท่องเที่ยวสามารถเข้าร่วมกิจกรรม เช่น การทำอาหารพื้นบ้าน การเก็บยางพารา การประมงพื้นบ้าน หรือการเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชนและส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก
 
ในด้านโครงสร้างพื้นฐาน จังหวัดบึงกาฬยังคงมีลักษณะเรียบง่าย แต่สามารถเดินทางได้สะดวกผ่านถนนสายหลักที่เชื่อมต่อกับจังหวัดใกล้เคียง เช่น หนองคาย อุดรธานี และนครพนม แม้จะไม่มีสนามบินภายในจังหวัด แต่สามารถเดินทางโดยเครื่องบินไปยังจังหวัดใกล้เคียงและเดินทางต่อทางรถยนต์เข้าสู่พื้นที่ได้อย่างไม่ยุ่งยาก
 
ที่พักในจังหวัดบึงกาฬมีทั้งโรงแรมขนาดเล็ก รีสอร์ต และโฮมสเตย์ ซึ่งส่วนใหญ่เน้นความเรียบง่าย สะอาด และเป็นกันเอง เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติและบรรยากาศที่เงียบสงบ มากกว่าการพักในโรงแรมหรูระดับสากล
 
อีกหนึ่งจุดแข็งสำคัญของบึงกาฬคือการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะประเทศลาว เนื่องจากมีแม่น้ำโขงเป็นเส้นแบ่งเขตแดน ทำให้สามารถพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวข้ามประเทศ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในอนาคตได้อย่างต่อเนื่อง
 
โดยภาพรวม จังหวัดบึงกาฬเป็นจุดหมายปลายทางที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการค้นหาความสงบ ความเป็นธรรมชาติ และวัฒนธรรมที่ยังคงความบริสุทธิ์ ไม่เร่งรีบ และไม่ถูกกลืนไปกับความทันสมัย เป็นพื้นที่ที่สะท้อนเสน่ห์ของภาคอีสานในมิติที่ลึกและแท้จริง
 
เทศกาลท่องเที่ยวจังหวัดบึงกาฬ ประจำปี 2569
ชื่องานวันที่ช่วงเวลาสถานที่จุดเด่น
ประเพณีบุญบั้งไฟพฤษภาคม 2569ตลอดวันอำเภอเมืองบึงกาฬจุดบั้งไฟ ขบวนแห่ และการละเล่นพื้นบ้าน
เทศกาลไหลเรือไฟตุลาคม 2569ช่วงเย็น–กลางคืนริมแม่น้ำโขงเรือไฟประดับไฟสวยงาม บูชาพระพุทธเจ้า
บุญออกพรรษาตุลาคม 2569เช้า–ค่ำวัดทั่วจังหวัดทำบุญ ตักบาตร ชมบั้งไฟพญานาค
งานขึ้นภูทอกธันวาคม 2569ช่วงเช้าภูทอก อำเภอศรีวิไลชมทะเลหมอก เดินบันไดไม้รอบภูเขา
 
แผนเที่ยว 3–5 วัน จังหวัดบึงกาฬ (ละเอียดจริง)
วันสถานที่ที่อยู่จุดเด่น
Day 1ภูทอกอ.ศรีวิไลบันไดไม้รอบภูเขา วิวพาโนรามา
Day 2บึงโขงหลงอ.บึงโขงหลงพื้นที่ชุ่มน้ำ ดูนก ธรรมชาติ
Day 3วัดเจติยาคีรีวิหาร (ภูทอก)อ.ศรีวิไลสถานที่ปฏิบัติธรรมชื่อดัง
Day 4แม่น้ำโขงอ.เมืองบึงกาฬชมวิวแม่น้ำ วิถีชีวิตชายแดน
Day 5ตลาดท้องถิ่นตัวเมืองอาหารพื้นบ้าน ของฝาก
 
ที่เที่ยว MUST VISIT 10 จุด จังหวัดบึงกาฬ
ลำดับสถานที่ที่อยู่จุดเด่น
1ภูทอกอ.ศรีวิไลบันไดไม้รอบภูเขา
2บึงโขงหลงอ.บึงโขงหลงทะเลสาบน้ำจืด
3หินสามวาฬอ.เมืองจุดชมวิวชื่อดัง
4น้ำตกถ้ำพระอ.เซกาน้ำตกกลางป่า
5วัดอาฮงศิลาวาสอ.เมืองสะดือแม่น้ำโขง
6แก่งอาฮงอ.เมืองจุดลึกที่สุดของโขง
7ภูสิงห์อ.เมืองป่าธรรมชาติ
8น้ำตกเจ็ดสีอ.เซกาน้ำตกหลากชั้น
9ตลาดอินโดจีนอ.เมืองสินค้าชายแดน
10ชุมชนริมโขงหลายอำเภอวิถีชีวิตท้องถิ่น
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: จังหวัดบึงกาฬมีจุดเด่นอะไรที่น่าสนใจ?
ตอบ: จังหวัดบึงกาฬมีจุดเด่นด้านธรรมชาติและวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง เช่น ภูทอก หินสามวาฬ บึงโขงหลง และความเชื่อเรื่องพญานาค รวมถึงวิถีชีวิตชุมชนที่ยังคงเรียบง่ายและเป็นธรรมชาติ
 
ถาม: ควรไปเที่ยวจังหวัดบึงกาฬช่วงไหนดี?
ตอบ: ช่วงที่เหมาะที่สุดคือฤดูหนาวระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ เนื่องจากอากาศเย็นสบาย เหมาะสำหรับการชมทะเลหมอกที่ภูทอก และการท่องเที่ยวธรรมชาติ
 
ถาม: จังหวัดบึงกาฬเหมาะกับการท่องเที่ยวแบบไหน?
ตอบ: เหมาะกับการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ เชิงวัฒนธรรม และเชิงชุมชน เช่น การเดินป่า ชมวิวภูเขา เที่ยวบึงโขงหลง และเรียนรู้วิถีชีวิตชาวบ้าน
 
ถาม: อาหารขึ้นชื่อของจังหวัดบึงกาฬมีอะไรบ้าง?
ตอบ: อาหารพื้นบ้านส่วนใหญ่เป็นอาหารอีสาน เช่น ส้มตำ ลาบ ก้อยปลา แจ่วบอง ปลาเผา และเมนูที่ใช้ปลาน้ำโขง รวมถึงอาหารที่ใช้ปลาร้าและสมุนไพรพื้นบ้าน
 
ถาม: เศรษฐกิจของจังหวัดบึงกาฬพึ่งพาอะไรเป็นหลัก?
ตอบ: เศรษฐกิจของจังหวัดบึงกาฬพึ่งพาภาคเกษตรกรรมเป็นหลัก โดยเฉพาะยางพารา รวมถึงการค้าชายแดนกับประเทศลาว และการท่องเที่ยวที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง
 
ถาม: การเดินทางไปจังหวัดบึงกาฬสะดวกหรือไม่?
ตอบ: สามารถเดินทางได้สะดวกทางรถยนต์จากจังหวัดใกล้เคียง เช่น หนองคาย อุดรธานี และนครพนม หากเดินทางโดยเครื่องบินสามารถลงที่อุดรธานีหรือสกลนคร แล้วเดินทางต่อทางรถยนต์
 
ถาม: ภูทอกคืออะไร และทำไมถึงมีชื่อเสียง?
ตอบ: ภูทอกเป็นภูเขาหินทรายที่มีบันไดไม้เวียนรอบภูเขา 7 ชั้น เป็นจุดชมวิวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดบึงกาฬ สามารถชมวิวได้แบบ 360 องศา และเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมที่สำคัญ
 
ถาม: จังหวัดบึงกาฬเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติหรือไม่?
ตอบ: เหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติ วัฒนธรรมท้องถิ่น และวิถีชีวิตชนบทของไทย โดยยังไม่ถูกพัฒนาเชิงพาณิชย์มากนัก ทำให้มีความเป็นธรรมชาติสูง

แผนที่จังหวัดบึงกาฬ

พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(1)
วัด วัด(4)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(1)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(1)
อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล(1)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(1)
น้ำตก น้ำตก(1)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(4)
สวนน้ำ สวนน้ำ(1)