หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดยะลา >อ.รามัน >ต.ตะโล๊ะหะลอ > บึงน้ำใส
TL;DR: บึงน้ำใส อยู่ที่บ้านบึงน้ำใส หมู่ที่ 5 ตำบลตะโล๊ะหะลอ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา เปิดทุกวัน เวลา 24 ชั่วโมง. จุดเด่นคือ พื้นที่ชุ่มน้ำในชุมชน มีบึงน้ำ พื้นที่เกษตร ป่าดิบชื้น ทุ่งหญ้า และวิถีชุมชนมลายูมุสลิม.
บึงน้ำใส

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 24 ชั่วโมง
บึงน้ำใส บ้านบึงน้ำใส หมู่ที่ 5 ตำบลตะโล๊ะหะลอ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา เป็นแหล่งน้ำธรรมชาติและแหล่งเรียนรู้ท้องถิ่นที่มีชื่อเสียงจากการเป็นถิ่นกำเนิดของปลามังกร หรือปลากรือซอ ปลาน้ำจืดหายากที่ผูกพันกับลุ่มน้ำสายบุรี วิถีชีวิตชุมชนมลายูท้องถิ่น และเรื่องเล่าความเชื่อเรื่องโชคลาภของผู้เลี้ยงปลา บึงแห่งนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทำความรู้จักยะลาในมุมสงบ ลึก และใกล้ชิดกับธรรมชาติมากกว่าการท่องเที่ยวแบบเร่งรีบ เพราะที่นี่ไม่ได้มีคุณค่าเพียงในฐานะแหล่งท่องเที่ยว แต่ยังสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างคน น้ำ ปลา ป่า และวัฒนธรรมชุมชนชายแดนใต้อย่างชัดเจน
บึงน้ำใสตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านบึงน้ำใส ซึ่งเป็นชุมชนชนบทของตำบลตะโล๊ะหะลอ อำเภอรามัน ชื่อท้องถิ่นของพื้นที่แห่งนี้คือ “บาโร๊ะ กลาวาส” มีความหมายถึงบึงที่มีน้ำใสสะอาด ชื่อดังกล่าวสอดคล้องกับลักษณะเดิมของบึงที่ชาวบ้านเล่าว่าสามารถมองเห็นปลาในน้ำได้ลึกหลายเมตร ความใสของน้ำและความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศทำให้พื้นที่นี้กลายเป็นถิ่นอาศัยของปลาและสัตว์น้ำหลายชนิด โดยเฉพาะปลามังกรซึ่งเป็นเอกลักษณ์สำคัญของบึงน้ำใสและเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ผู้คนรู้จักสถานที่แห่งนี้
จากตัวเมืองยะลา นักท่องเที่ยวเดินทางมายังบึงน้ำใสได้โดยใช้เส้นทางมุ่งสู่อำเภอรามัน ระยะทางโดยรวมราว 26–30 กม. จากนั้นเดินทางต่อผ่านอำเภอรามันไปทางอำเภอรือเสาะ ก่อนเลี้ยวเข้าสู่บ้านบึงน้ำใส หมู่ที่ 5 ตำบลตะโล๊ะหะลอ เส้นทางเหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถโดยสารท้องถิ่นในพื้นที่ ผู้ที่ต้องการเที่ยวแบบเข้าใจบริบทของชุมชนควรเผื่อเวลาเดินทางและเลือกช่วงกลางวัน เพื่อมองเห็นสภาพภูมิประเทศ บึงน้ำ พื้นที่เกษตร และวิถีชุมชนได้ชัดเจน
ปลามังกรของบึงน้ำใสเป็นปลาน้ำจืดกินเนื้อที่มีรูปร่างยาวเรียว ลำตัวแบน และมีสีสันแตกต่างกันตามชนิด ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ชาวบ้านเรียกปลาชนิดนี้ว่า “ปลากรือซอ” บางพื้นที่รู้จักในชื่อปลาตะพัด ปลาชนิดนี้มีความสัมพันธ์กับแหล่งน้ำธรรมชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยพบในมาเลเซีย อินโดนีเซีย และประเทศไทยตอนล่าง สำหรับบึงน้ำใส ปลามังกรไม่ได้เป็นเพียงสัตว์น้ำหายาก แต่เป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ของลุ่มน้ำสายบุรีและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มองเห็นคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติใกล้ตัว
ในอดีตปลากรือซอมีอยู่จำนวนมากในบริเวณบึงน้ำใส โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนที่น้ำล้นจากบึงออกสู่ท้องนา ชาวบ้านสามารถจับปลาได้บ่อย แต่ในช่วงเวลานั้นยังไม่รับรู้ถึงมูลค่าเชิงเศรษฐกิจของปลาอย่างในปัจจุบัน ต่อมาเมื่อมีพ่อค้าและผู้เลี้ยงปลาสวยงามเริ่มให้ความสนใจ ปลากรือซอจึงถูกเรียกในชื่อใหม่ว่า “ปลามังกร” และกลายเป็นปลาที่มีราคาซื้อขายสูง ความนิยมดังกล่าวทำให้ปลามังกรถูกจับมากขึ้น จนชุมชนต้องร่วมกันวางแนวทางอนุรักษ์เพื่อไม่ให้ปลาหายากชนิดนี้ลดจำนวนลง
ความเชื่อเรื่องปลามังกรเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้บึงน้ำใสมีมิติทางวัฒนธรรมมากกว่าสถานที่ธรรมชาติทั่วไป ผู้คนจำนวนมากเชื่อว่าการเลี้ยงปลามังกรช่วยส่งเสริมโชคลาภ ความมั่งคั่ง และความเป็นสิริมงคล ความเชื่อนี้ทำให้ปลามังกรมีมูลค่าสูงในตลาดปลาสวยงาม แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ทำให้การอนุรักษ์มีความสำคัญมากขึ้น เพราะเมื่อสิ่งมีชีวิตชนิดใดมีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง การจับและซื้อขายย่อมเพิ่มแรงกดดันต่อแหล่งกำเนิดตามธรรมชาติ บึงน้ำใสจึงเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจของความสัมพันธ์ระหว่างความเชื่อ เศรษฐกิจท้องถิ่น และการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ
ปลามังกรที่กล่าวถึงในข้อมูลท้องถิ่นแบ่งออกเป็นหลายลักษณะ เช่น ปลามังกรเงินที่มีเกล็ดสีขาว ปลามังกรทองที่มีเกล็ดสีทองอมแดง และปลามังกรอีกชนิดที่มีเกล็ดสีน้ำเงินคล้ำสลับดำ ซึ่งเป็นชนิดที่พบยากและมีราคาสูง ความหลากหลายของสีสันทำให้ปลามังกรได้รับความสนใจจากผู้เลี้ยงปลาสวยงาม แต่สำหรับบึงน้ำใส สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงความสวยงามของปลาเท่านั้น หากคือบทบาทของปลาชนิดนี้ในระบบนิเวศน้ำจืด และสถานะของบึงในฐานะแหล่งกำเนิดที่ต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง
ชุมชนบ้านบึงน้ำใสมีแนวคิดในการสงวนรักษาพันธุ์ปลามังกร โดยให้ความสำคัญกับช่วงวางไข่และการรักษาปลาที่สามารถขยายพันธุ์ได้ แนวทางดังกล่าวสะท้อนความเข้าใจของชาวบ้านต่อวงจรชีวิตของปลา และเป็นตัวอย่างของการจัดการทรัพยากรโดยชุมชนท้องถิ่น การอนุรักษ์ในลักษณะนี้มีคุณค่ามาก เพราะไม่ได้เกิดจากกฎระเบียบอย่างเดียว แต่เกิดจากประสบการณ์ตรงของผู้คนที่อยู่กับบึง เห็นการเปลี่ยนแปลงของน้ำ ปลา และสิ่งแวดล้อมมาตลอดชีวิต
สภาพแวดล้อมของบ้านบึงน้ำใสมีลักษณะเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำและพื้นที่เกษตร พื้นที่ส่วนในของชุมชนเป็นที่ลุ่มใกล้บึง ส่วนพื้นที่ด้านนอกเป็นที่สูงกว่าและใช้ประโยชน์ด้านการเกษตร เช่น สวนยางพารา ทุเรียน ลองกอง และผลไม้ตามฤดูกาล ภาพรวมของพื้นที่จึงเป็นภูมิทัศน์ที่ผสมผสานระหว่างบึงน้ำ ป่าดิบชื้น ทุ่งหญ้า สวนผลไม้ และบ้านเรือนของชุมชน ความหลากหลายเช่นนี้ทำให้บึงน้ำใสมีเสน่ห์สำหรับผู้ที่สนใจธรรมชาติ วิถีเกษตร และภูมินิเวศของจังหวัดยะลา
อีกจุดเด่นของบึงน้ำใสคือการเป็นแหล่งน้ำที่มีความสำคัญต่อชุมชน ไม่ใช่เพียงจุดชมวิวหรือแหล่งท่องเที่ยวเท่านั้น บึงมีบทบาทต่อการดำรงชีวิต การเกษตร และความทรงจำของผู้คนในพื้นที่ บ้านบึงน้ำใสเคยมีพื้นที่นาขนาดใหญ่และมีการลงแขกปลูกข้าว เก็บเกี่ยวผลผลิตร่วมกัน แม้ปัจจุบันวิถีเกษตรจะเปลี่ยนไปสู่การปลูกยางพาราและผลไม้มากขึ้น แต่เรื่องเล่าเกี่ยวกับนาข้าว น้ำในบึง และปลาที่มากับฤดูฝนยังคงเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ชุมชน
นอกจากทรัพยากรธรรมชาติ บ้านบึงน้ำใสยังมีทุนทางวัฒนธรรมที่น่าสนใจ ชุมชนส่วนใหญ่เป็นชาวไทยเชื้อสายมลายูและใช้ภาษามลายูในชีวิตประจำวัน วิถีชีวิตจึงเชื่อมโยงกับศาสนาอิสลาม ปฏิทินฮิจเราะห์ และประเพณีสำคัญของชุมชน เช่น วันรายอปอซอ วันรายอฮัจยี เมาลิดินนบี ค่ำคืนนิสฟูซะห์บาน การถือศีลอดในเดือนรอมฎอน และประเพณีกวนอาซูรอ ความหลากหลายเหล่านี้ทำให้การมาเยือนบึงน้ำใสไม่ใช่เพียงการมาชมบึง แต่เป็นการเปิดประตูสู่โลกวัฒนธรรมมลายูมุสลิมในอำเภอรามัน
ประเพณีกวนอาซูรอเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนความสามัคคีของชุมชนอย่างชัดเจน อาซูรอหมายถึงการผสม โดยชาวบ้านจะนำวัตถุดิบหลายชนิดมารวมกัน กวนในกระทะใหญ่เป็นเวลาหลายชั่วโมง แล้วแบ่งปันให้คนในหมู่บ้าน ภาพของผู้คนที่ช่วยกันเตรียมวัตถุดิบ กวนอาหาร และแจกจ่ายกันภายในชุมชน เป็นภาพแทนของความร่วมแรงร่วมใจ ความเอื้อเฟื้อ และความสัมพันธ์แบบเครือญาติที่ยังมีชีวิตอยู่ในพื้นที่ บ้านบึงน้ำใสจึงมีคุณค่าทั้งในมิติธรรมชาติและมิติวัฒนธรรมชุมชน
ในด้านภูมิปัญญาและอาชีพ ชุมชนมีการรวมกลุ่มเพื่อสร้างรายได้ เช่น กลุ่มผ้าบาติกที่ผลิตเสื้อผ้าและกระเป๋าผ้าบาติก รวมถึงการทำเกษตรซึ่งเป็นฐานเศรษฐกิจหลักของพื้นที่ การมีทั้งบึงน้ำ แหล่งปลา สวนยาง สวนผลไม้ งานผ้า และวิถีวัฒนธรรม ทำให้บึงน้ำใสมีศักยภาพในฐานะแหล่งท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ หากได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม ผู้มาเยือนจะได้เห็นทั้งเรื่องของธรรมชาติ สัตว์น้ำหายาก ประวัติชุมชน และวิถีชีวิตชายแดนใต้ในพื้นที่เดียวกัน
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางไปบึงน้ำใส ควรเข้าใจว่าพื้นที่นี้เป็นชุมชนและแหล่งน้ำธรรมชาติ ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ การเดินทางควรเคารพพื้นที่ส่วนรวม ไม่รบกวนบ้านเรือน ไม่ทิ้งขยะลงบึง และไม่จับสัตว์น้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต หากต้องการเรียนรู้เรื่องปลามังกร ควรติดต่อหรือสอบถามข้อมูลจากหน่วยงานท้องถิ่นหรือผู้นำชุมชนก่อน เพื่อให้การท่องเที่ยวเกิดประโยชน์ต่อทั้งผู้มาเยือนและคนในพื้นที่
บึงน้ำใสเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ชอบธรรมชาติแบบเรียบง่าย ผู้ที่สนใจปลาสวยงาม นักเรียน นักศึกษา นักเขียนสารคดีท้องถิ่น และผู้ที่ต้องการศึกษาเรื่องชุมชนมลายูในยะลา เสน่ห์ของที่นี่อยู่ที่ความจริงของพื้นที่ ไม่ใช่ความหรูหราของสิ่งปลูกสร้าง นักท่องเที่ยวจะได้เห็นบึงน้ำที่มีเรื่องเล่าหนาแน่น ได้เข้าใจว่าทำไมปลามังกรจึงเป็นมากกว่าปลาเลี้ยงราคาแพง และได้มองเห็นยะลาในมุมที่อ่อนโยน ลึกซึ้ง และเชื่อมโยงกับผู้คนมากขึ้น
หากวางแผนเที่ยวแบบครึ่งวัน สามารถจัดเส้นทางจากตัวเมืองยะลาไปอำเภอรามัน แวะชมบึงน้ำใส เรียนรู้เรื่องปลามังกร แล้วต่อด้วยจุดใกล้เคียงในอำเภอรามันหรือย้อนกลับเข้าตัวเมืองยะลาเพื่อพักค้างคืน หากมีเวลาหนึ่งวันเต็ม สามารถเพิ่มน้ำตกบูเก๊ะปิโลหรือสถานที่ท่องเที่ยวในตัวเมืองยะลา เช่น สวนขวัญเมืองยะลา มัสยิดกลางจังหวัดยะลา และศาลหลักเมืองยะลา เพื่อให้ทริปครอบคลุมทั้งธรรมชาติ ชุมชน และเมือง
การเดินทาง จากตัวเมืองยะลาให้ใช้เส้นทางไปอำเภอรามัน จากนั้นเดินทางต่อไปทางอำเภอรือเสาะและเลี้ยวเข้าสู่บ้านบึงน้ำใส หมู่ที่ 5 ตำบลตะโล๊ะหะลอ ระยะทางจากตัวเมืองยะลาประมาณ 30 กม. และอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอรามันประมาณ 10 กม. การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด ส่วนผู้ที่ใช้ขนส่งสาธารณะสามารถเดินทางเข้าสู่อำเภอรามันก่อน แล้วต่อรถท้องถิ่นหรือประสานคนในพื้นที่ การเดินทางช่วงกลางวันเหมาะที่สุด เพราะช่วยให้สังเกตเส้นทางและสภาพพื้นที่ได้ง่าย
บึงน้ำใสเป็นสถานที่ที่ควรมองด้วยสายตาของผู้เรียนรู้มากกว่านักท่องเที่ยวทั่วไป เพราะสิ่งสำคัญของที่นี่ไม่ใช่เพียงการถ่ายภาพบึงหรือการตามหาปลามังกร แต่คือการเข้าใจว่าทรัพยากรธรรมชาติหนึ่งแห่งสามารถหล่อเลี้ยงเรื่องเล่า ความเชื่อ อาชีพ ประเพณี และความทรงจำของผู้คนได้อย่างไร เมื่อมองในมุมนี้ บึงน้ำใสจึงเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวัฒนธรรมของยะลาที่มีความหมายลึกกว่าที่ปรากฏในคำบรรยายสั้น ๆ และควรได้รับการดูแลให้คงอยู่คู่ชุมชนต่อไป
| ชื่อสถานที่ | บึงน้ำใส |
| ที่ตั้ง | บ้านบึงน้ำใส หมู่ที่ 5 ตำบลตะโล๊ะหะลอ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา |
| ที่อยู่ | หมู่ที่ 5 บ้านบึงน้ำใส ตำบลตะโล๊ะหะลอ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา 95140 |
| พิกัด | 6.48469990196397, 101.486443430185 |
| ไฮไลต์ | แหล่งกำเนิดปลามังกรหรือปลากรือซอ แหล่งน้ำธรรมชาติ และชุมชนมลายูท้องถิ่นของอำเภอรามัน |
| ประวัติ / ความสำคัญ | เป็นบึงขนาดใหญ่ของชุมชน ชื่อท้องถิ่น “บาโร๊ะ กลาวาส” หมายถึงบึงน้ำใสสะอาด และเป็นพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับปลามังกรซึ่งมีคุณค่าทางธรรมชาติ เศรษฐกิจ และความเชื่อท้องถิ่น |
| ที่มาของชื่อ | มาจากลักษณะบึงที่มีน้ำใสสะอาดมาก ชื่อมลายูท้องถิ่นคือ “บาโร๊ะ กลาวาส” |
| ลักษณะเด่น | พื้นที่ชุ่มน้ำในชุมชน มีบึงน้ำ พื้นที่เกษตร ป่าดิบชื้น ทุ่งหญ้า และวิถีชุมชนมลายูมุสลิม |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองยะลาเดินทางไปอำเภอรามัน แล้วต่อไปทางอำเภอรือเสาะ ก่อนเลี้ยวเข้าสู่บ้านบึงน้ำใส ระยะทางจากตัวเมืองยะลาประมาณ 30 กม. เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถโดยสารสองแถวในพื้นที่ |
| สถานะปัจจุบัน | เป็นพื้นที่ชุมชนและแหล่งน้ำธรรมชาติของบ้านบึงน้ำใส ไม่พบประกาศปิดถาวรจากแหล่งข้อมูลที่ตรวจสอบ |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 24 ชั่วโมง |
| พื้นที่สำคัญ | บึงน้ำใส พื้นที่ลุ่มใกล้บึง พื้นที่เกษตรด้านนอกชุมชน ร้านก๋วยเตี๋ยวริมบึง และพื้นที่ชุมชนบ้านบึงน้ำใส |
| ผู้ดูแล / หน่วยงานท้องถิ่น | องค์การบริหารส่วนตำบลตะโล๊ะหะลอ |
| เบอร์ติดต่อหลัก | อบต.ตะโล๊ะหะลอ โทร. 0-7329-9821 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. สถานีรถไฟรามัน ประมาณ 10 กม. 2. บ้านรามัน / ชุมชนรามัน ประมาณ 10 กม. 3. น้ำตกบูเก๊ะปิโล หรือ น้ำตกตะวันรัศมี ประมาณ 27 กม. 4. สวนขวัญเมืองยะลา ประมาณ 30 กม. 5. มัสยิดกลางจังหวัดยะลา ประมาณ 30 กม. 6. ศาลหลักเมืองยะลา ประมาณ 30 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านกะนะขนมจีนเจ้าเก่า ตะโล๊ะหะลอ ประมาณ 8 กม. โทร. 088-398-3180 2. Sami Junee Kitchen ประมาณ 10 กม. โทร. 080-220-3907 3. ฟาเดลฟู๊ด ประมาณ 12 กม. โทร. 096-212-1911 4. OWL CHA สาขา ยะลา รามัน ประมาณ 12 กม. โทร. 098-729-4638 5. ครัวมากัน อาหารอิสลาม ประมาณ 12 กม. โทร. 084-720-0323 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. บ้านเบญญากาจ รามัน ประมาณ 18 กม. โทร. 086-110-6555 2. โรงแรมยะลารามา ประมาณ 30 กม. โทร. 073-212563, 073-212815, 073-212841 3. โรงแรมปาร์ควิว ยะลา ประมาณ 31 กม. โทร. 073-217002 4. โรงแรมยะลาแกรนด์พาเลซ ประมาณ 31 กม. โทร. 073-215711, 073-215712 5. โรงแรมบัตเตอร์ฟลายปริ๊นเซส ประมาณ 33 กม. โทร. 073-230888 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: บึงน้ำใสอยู่ที่ไหน?
ตอบ: บึงน้ำใสตั้งอยู่ที่บ้านบึงน้ำใส หมู่ที่ 5 ตำบลตะโล๊ะหะลอ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา
ถาม: บึงน้ำใสมีชื่อเสียงเรื่องอะไร?
ตอบ: บึงน้ำใสมีชื่อเสียงจากการเป็นแหล่งกำเนิดปลามังกรหรือปลากรือซอ ซึ่งเป็นปลาน้ำจืดหายากที่เกี่ยวข้องกับลุ่มน้ำสายบุรีและความเชื่อเรื่องโชคลาภ
ถาม: เดินทางจากตัวเมืองยะลาไปบึงน้ำใสไกลเท่าไร?
ตอบ: ระยะทางจากตัวเมืองยะลาถึงบ้านบึงน้ำใสประมาณ 30 กม. โดยเดินทางผ่านอำเภอรามันแล้วต่อไปทางอำเภอรือเสาะ
ถาม: บึงน้ำใสเหมาะกับการเที่ยวแบบใด?
ตอบ: เหมาะกับการเที่ยวเชิงธรรมชาติ ชุมชน และการเรียนรู้เรื่องปลามังกร วิถีชุมชนมลายูมุสลิม และระบบนิเวศน้ำจืดของจังหวัดยะลา
ถาม: สามารถจับปลามังกรที่บึงน้ำใสได้หรือไม่?
ตอบ: ไม่ควรจับสัตว์น้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต เพราะปลามังกรเป็นทรัพยากรสำคัญของพื้นที่และมีแนวทางอนุรักษ์โดยชุมชน
ถาม: ควรไปบึงน้ำใสช่วงเวลาใด?
ตอบ: ควรเดินทางช่วงกลางวัน เพื่อให้มองเห็นเส้นทาง สภาพบึง พื้นที่เกษตร และบรรยากาศชุมชนได้ชัดเจน
ถาม: มีหน่วยงานท้องถิ่นสำหรับติดต่อสอบถามหรือไม่?
ตอบ: สามารถติดต่อองค์การบริหารส่วนตำบลตะโล๊ะหะลอ โทร. 0-7329-9821
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●แม่น้ำลำคลอง
ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว




