หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดยะลา >อ.รามัน >ต.บือมัง > น้ำตกบูเก๊ะปิโล (น้ำตกตะวันรัศมี)
TL;DR: น้ำตกบูเก๊ะปิโล (น้ำตกตะวันรัศมี) อยู่ที่ตำบลบือมัง อำเภอรามัน จังหวัดยะลา เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ น้ำตกธรรมชาติในภูมิประเทศภูเขาสลับซับซ้อน มีหินอัคนี หินกรวดขนาดใหญ่ ป่าดิบชื้น แอ่งน้ำ และโขดหินที่ต้องใช้ความระมัดระวัง.
น้ำตกบูเก๊ะปิโล (น้ำตกตะวันรัศมี)

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
น้ำตกบูเก๊ะปิโล หรือ น้ำตกตะวันรัศมี จังหวัดยะลา เป็นน้ำตกธรรมชาติในตำบลบือมัง อำเภอรามัน อยู่ห่างจากตัวเมืองยะลาประมาณ 19 กิโลเมตร ใช้เส้นทางยะลา – โกตาบารู แล้วเลี้ยวเข้าตำบลโกตาบารู ผ่านตำบลท่าเรือและถนนหมู่บ้านจนถึงทางเข้าน้ำตก จากนั้นเข้าไปอีกประมาณ 500 เมตร จุดเด่นคือแสงแดดที่กระทบสายน้ำและผิวน้ำจนทำให้หินใต้แอ่งน้ำเกิดประกายสีเหลืองสวยงามคล้ายแสงตะวัน จึงเป็นที่มาของชื่อ “น้ำตกตะวันรัศมี” บริเวณโดยรอบเป็นภูเขาสลับซับซ้อน มีหินอัคนี หินกรวดขนาดใหญ่ ป่าดิบชื้น และแอ่งน้ำที่สามารถเล่นน้ำได้ในจุดที่ปลอดภัย
น้ำตกบูเก๊ะปิโล หรือ น้ำตกตะวันรัศมี เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติของอำเภอรามัน จังหวัดยะลา ที่มีเอกลักษณ์ต่างจากน้ำตกหลายแห่ง เพราะความงามของน้ำตกไม่ได้อยู่เพียงสายน้ำที่ไหลผ่านโขดหินหรือแอ่งน้ำใสเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่ปรากฏการณ์ของแสงแดดที่ตกกระทบสายน้ำและหินใต้แอ่งน้ำจนเกิดสีเหลืองนวลคล้ายรัศมีของดวงอาทิตย์ ภาพดังกล่าวทำให้สถานที่แห่งนี้ถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “น้ำตกตะวันรัศมี” ซึ่งเป็นชื่อที่สะท้อนประสบการณ์จริงของผู้มาเยือนและช่วยให้จดจำได้ง่าย
น้ำตกแห่งนี้ตั้งอยู่ในตำบลบือมัง อำเภอรามัน จังหวัดยะลา โดยเส้นทางเดินทางสัมพันธ์กับแนวถนนยะลา – โกตาบารู ซึ่งเป็นเส้นทางที่เชื่อมพื้นที่เมืองยะลากับพื้นที่ประวัติศาสตร์และชุมชนเก่าของอำเภอรามัน จากตัวเมืองยะลาเดินทางไปประมาณ 19 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวเข้าตำบลโกตาบารู ต่อไปยังตำบลท่าเรือประมาณ 2 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวเข้าถนนหมู่บ้านอีกประมาณ 2 กิโลเมตรจนถึงทางเข้าน้ำตก และเดินหรือเข้าไปยังพื้นที่น้ำตกอีกประมาณ 500 เมตร เส้นทางนี้เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างในพื้นที่ เพราะสามารถควบคุมเวลาและแวะเที่ยวจุดใกล้เคียงได้สะดวก
ลักษณะของน้ำตกบูเก๊ะปิโลเป็นน้ำตกธรรมชาติที่รายล้อมด้วยภูเขาสลับซับซ้อน ภูมิประเทศเป็นภูเขาดินและหิน มีหินอัคนีและหินกรวดขนาดใหญ่ปรากฏในพื้นที่ ทำให้บริเวณน้ำตกมีพื้นผิวหินและแอ่งน้ำที่มีสีสันเฉพาะตัว เมื่อแสงแดดส่องลงมากระทบผิวน้ำและหินใต้แอ่งน้ำ สีเหลืองของหินจะสะท้อนขึ้นมาอย่างโดดเด่น เกิดภาพที่แตกต่างจากน้ำตกที่มีเพียงม่านน้ำสีขาวหรือแอ่งน้ำสีเขียวทั่วไป
สภาพแวดล้อมรอบน้ำตกเป็นป่าดิบชื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีความหลากหลายทางชีวภาพ และเป็นพื้นที่ต้นน้ำลำธารที่สำคัญของบริเวณใกล้เคียง ความชุ่มชื้นของป่า ต้นไม้ใหญ่ เฟิน พืชริมน้ำ และหินก้อนใหญ่ทำให้บรรยากาศของน้ำตกเย็นสบาย เหมาะกับการพักผ่อนในช่วงกลางวัน น้ำตกบูเก๊ะปิโลจึงไม่ได้เป็นเพียงจุดเล่นน้ำ แต่เป็นพื้นที่ที่ช่วยให้ผู้มาเยือนได้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างภูเขา ป่า หิน น้ำ และแสงธรรมชาติอย่างชัดเจน
ชื่อ “น้ำตกตะวันรัศมี” มีที่มาจากปรากฏการณ์สีของหินใต้แอ่งน้ำเมื่อแสงแดดกระทบกับสายน้ำ คำว่า “ตะวัน” สื่อถึงแสงอาทิตย์ ส่วนคำว่า “รัศมี” สื่อถึงประกายแสงที่แผ่ออกเป็นวงกว้าง เมื่อรวมกันจึงเป็นชื่อที่เหมาะกับเอกลักษณ์ของน้ำตกแห่งนี้มากที่สุด นักท่องเที่ยวที่ต้องการเห็นลักษณะดังกล่าวควรวางแผนมาในช่วงที่มีแสงแดดพอเหมาะ โดยเฉพาะช่วงเช้าถึงก่อนบ่ายแก่ เพราะแสงธรรมชาติจะช่วยให้มองเห็นสีของหินและน้ำได้ชัดเจนกว่าช่วงเย็นหรือวันที่ฟ้าครึ้มมาก
ในอดีต น้ำตกบูเก๊ะปิโลยังมีเรื่องเล่าว่าเคยเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของเจ้าเมืองรามันในช่วงที่ดินแดนชายแดนใต้ยังมีระบบหัวเมืองต่าง ๆ ภายใต้บริบทการปกครองเดิม เรื่องเล่านี้ทำให้น้ำตกมีมิติทางประวัติศาสตร์เพิ่มขึ้น เพราะพื้นที่อำเภอรามันไม่ได้มีเพียงธรรมชาติ แต่ยังเกี่ยวข้องกับเมืองเก่าโกตาบารู เมืองรามันห์ เจ้าเมืองรามัน วิถีชุมชนมลายูท้องถิ่น และเส้นทางวัฒนธรรมที่สืบต่อมาหลายยุคหลายสมัย
การที่น้ำตกตั้งอยู่ไม่ไกลจากโกตาบารูทำให้สามารถเชื่อมโยงการเที่ยวธรรมชาติกับการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นได้ดี โกตาบารูเคยเป็นเมืองเก่าในพื้นที่รามัน มีร่องรอยกำแพงดิน วังเจ้าเมืองเก่า สุสานโต๊ะนิ และเรื่องเล่าของเมืองที่เคยมีความอุดมสมบูรณ์ทางทรัพยากรธรรมชาติ การแวะเที่ยวน้ำตกบูเก๊ะปิโลจึงสามารถต่อยอดเป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่รวมธรรมชาติ น้ำตก แสงแดด หินสี ป่าดิบชื้น และประวัติศาสตร์เมืองเก่าไว้ในทริปเดียว
จุดเด่นของน้ำตกบูเก๊ะปิโลสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไปคือการเข้าถึงไม่ซับซ้อนเมื่อเทียบกับน้ำตกป่าลึกของจังหวัดยะลา แม้จะต้องเข้าไปตามถนนหมู่บ้านและเข้าพื้นที่น้ำตกอีกระยะหนึ่ง แต่เส้นทางหลักจากตัวเมืองยะลาไปยังพื้นที่น้ำตกมีระยะไม่ไกลมาก ทำให้สามารถจัดเป็นทริปครึ่งวันจากตัวเมืองยะลาได้ หากเริ่มเดินทางช่วงเช้า สามารถแวะชมน้ำตก เล่นน้ำในจุดปลอดภัย ถ่ายภาพ และเดินทางกลับเมืองยะลาหรือเที่ยวต่อในอำเภอรามันได้ภายในวันเดียว
กิจกรรมที่เหมาะกับน้ำตกบูเก๊ะปิโล ได้แก่ การชมสายน้ำ การเล่นน้ำในแอ่งธรรมชาติที่ปลอดภัย การถ่ายภาพหินสีเหลืองใต้แอ่งน้ำ การนั่งพักใต้ร่มไม้ การเดินชมลำธารและโขดหิน รวมถึงการเรียนรู้ธรรมชาติของป่าดิบชื้นในอำเภอรามัน พื้นที่นี้เหมาะกับคนที่ต้องการเที่ยวแบบสงบ ไม่พลุกพล่าน และต้องการสัมผัสน้ำตกที่มีลักษณะเฉพาะจากแสงและหินมากกว่าการมองหาน้ำตกขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว
การเล่นน้ำที่น้ำตกบูเก๊ะปิโลควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะบริเวณรอบน้ำตกมีมอสและตะไคร่น้ำขึ้นตามโขดหินและพื้นเปียกหลายจุด ทำให้ลื่นได้ง่าย นักท่องเที่ยวควรลงน้ำเฉพาะแอ่งที่ตื้น น้ำใส มองเห็นพื้น และไม่มีกระแสน้ำแรง ไม่ควรกระโดดจากโขดหิน ไม่ปีนหินเปียก และไม่ลงเล่นน้ำหลังฝนตกหนัก เด็กควรมีผู้ใหญ่ดูแลใกล้ชิดตลอดเวลา แม้น้ำตกจะมีแอ่งน้ำสำหรับเล่นน้ำได้ แต่พื้นที่ธรรมชาติยังมีความเสี่ยงจากหินลื่น ระดับน้ำเปลี่ยน และกิ่งไม้หรือเศษวัสดุที่อาจไหลมากับน้ำ
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการมาเที่ยวคือช่วงเช้าถึงบ่ายต้น ๆ เพราะอากาศยังไม่ร้อนจัด แสงแดดมีโอกาสตกกระทบน้ำและหินในมุมที่สวย และยังมีเวลาเดินทางกลับออกจากพื้นที่ก่อนเย็น หากต้องการชมสีเหลืองของหินใต้แอ่งน้ำ ควรเลือกวันที่มีแสงแดด ไม่ใช่วันที่ฝนตกหรือฟ้าครึ้มต่อเนื่อง ส่วนฤดูฝนระหว่างเดือนมิถุนายนถึงธันวาคมเป็นช่วงที่ป่ามีความชุ่มชื้นสูงและน้ำตกมีชีวิตชีวา แต่ต้องระวังเส้นทางลื่นและน้ำไหลแรง ส่วนฤดูร้อนระหว่างเดือนมกราคมถึงพฤษภาคมเดินทางง่ายกว่าและเหมาะกับการเล่นน้ำในจุดที่ปลอดภัย
สำหรับการถ่ายภาพ น้ำตกบูเก๊ะปิโลมีมุมที่น่าสนใจหลายแบบ จุดที่ควรสังเกตคือบริเวณแอ่งน้ำที่เห็นสีของหินใต้ผิวน้ำชัด สายน้ำที่ไหลลงมาตามหิน โขดหินขนาดใหญ่ พื้นป่าดิบชื้น ต้นไม้ริมลำธาร และแสงที่ลอดผ่านเรือนยอดไม้ ภาพที่สวยของน้ำตกแห่งนี้มักเกิดจากการรอจังหวะแสงมากกว่าการเลือกมุมถ่ายภาพเพียงอย่างเดียว นักท่องเที่ยวควรยืนถ่ายจากจุดที่มั่นคง ไม่ลงไปบนหินที่มีตะไคร่น้ำ และควรใช้ถุงกันน้ำหรือซองกันน้ำสำหรับโทรศัพท์
น้ำตกบูเก๊ะปิโลเหมาะกับครอบครัว กลุ่มเพื่อน นักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ นักถ่ายภาพ และผู้ที่ต้องการแวะพักจากเส้นทางยะลา – โกตาบารู แต่ไม่เหมาะกับการเที่ยวแบบประมาทหรือเล่นน้ำในจุดเสี่ยง ผู้ที่พาเด็กหรือผู้สูงอายุมาควรเลือกพื้นที่เดินง่ายและไม่เข้าใกล้โขดหินลื่น หากพบว่าน้ำขุ่น น้ำแรง หรือฝนเริ่มตก ควรงดเล่นน้ำและใช้เวลาเพียงชมบรรยากาศจากพื้นที่ปลอดภัย
การเที่ยวในพื้นที่ตำบลบือมังและโกตาบารูควรให้ความสำคัญกับมารยาทชุมชน เนื่องจากเส้นทางเข้าสู่น้ำตกต้องผ่านถนนหมู่บ้านและพื้นที่อยู่อาศัยของคนท้องถิ่น นักท่องเที่ยวควรขับรถช้า ไม่จอดกีดขวางทางเข้าออกบ้านเรือน ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ทิ้งขยะ และหากต้องสอบถามเส้นทางควรพูดคุยอย่างสุภาพ การเที่ยวที่ดีไม่ควรสร้างภาระให้ชุมชน แต่ควรช่วยให้พื้นที่มีภาพลักษณ์ดีและพร้อมต้อนรับผู้มาเยือนอย่างยั่งยืน
หากต้องการจัดทริปให้คุ้มค่า สามารถเริ่มจากตัวเมืองยะลาในช่วงเช้า เดินทางไปน้ำตกบูเก๊ะปิโล ใช้เวลาพักผ่อนและถ่ายภาพประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง จากนั้นเดินทางต่อไปยังโกตาบารูเพื่อเรียนรู้เรื่องเมืองเก่ารามัน หรือกลับเข้าเมืองยะลาเพื่อเที่ยววัดคูหาภิมุข ถ้ำศิลป์ สวนขวัญเมืองยะลา และย่านเมืองยะลา เส้นทางลักษณะนี้ช่วยให้ทริปไม่จำกัดอยู่แค่น้ำตกเดียว แต่ครอบคลุมทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ของยะลา
สถานที่ใกล้เคียงที่น่าสนใจ ได้แก่ เมืองเก่าโกตาบารู วัดคูหาภิมุขหรือวัดหน้าถ้ำ ถ้ำศิลป์ สวนขวัญเมืองยะลา ศาลหลักเมืองยะลา และย่านเมืองรามัน แต่ละแห่งมีจุดเด่นต่างกัน น้ำตกบูเก๊ะปิโลให้ภาพธรรมชาติและแสงบนสายน้ำ โกตาบารูให้ภาพเมืองเก่าและวัฒนธรรมมลายูท้องถิ่น วัดคูหาภิมุขและถ้ำศิลป์ให้ภาพศิลปกรรมและโบราณสถาน ส่วนตัวเมืองยะลาให้ความสะดวกด้านอาหาร ที่พัก และบริการนักท่องเที่ยว
ด้านอาหาร นักท่องเที่ยวสามารถเลือกร้านในอำเภอรามันและเส้นทางโกตาบารูเป็นหลัก มีทั้งร้านอาหารมุสลิม ร้านอาหารจานเดียว ร้านกาแฟ ร้านชา และร้านอาหารท้องถิ่น หากต้องการตัวเลือกมากขึ้นสามารถกลับเข้าเมืองยะลา ซึ่งมีร้านอาหาร ร้านกาแฟ และร้านพื้นถิ่นหลากหลายกว่า การวางแผนมื้ออาหารก่อนเข้าไปยังพื้นที่น้ำตกจะช่วยให้เที่ยวได้ต่อเนื่อง เพราะบริเวณน้ำตกเป็นพื้นที่ธรรมชาติและอาจไม่มีร้านอาหารเปิดบริการสม่ำเสมอทุกช่วงเวลา
ด้านที่พัก นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เหมาะกับการพักในตัวเมืองยะลา เพราะน้ำตกอยู่ห่างจากเมืองประมาณ 19 กิโลเมตร เดินทางไปกลับได้สะดวก และในตัวเมืองมีโรงแรมหลายระดับ ร้านอาหาร สถานีบริการน้ำมัน ร้านสะดวกซื้อ และบริการขนส่งที่พร้อมกว่า หากต้องการเที่ยวต่ออำเภอรามันในวันถัดไป การพักในเมืองยะลายังช่วยให้จัดแผนไปวัดคูหาภิมุข ถ้ำศิลป์ เมืองเก่าโกตาบารู และน้ำตกบูเก๊ะปิโลได้ง่ายขึ้น
สิ่งที่ควรเตรียมเมื่อมาเที่ยวน้ำตกบูเก๊ะปิโล ได้แก่ รองเท้าที่ไม่ลื่น เสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยน ผ้าขนหนู ถุงกันน้ำสำหรับโทรศัพท์ น้ำดื่ม ยาประจำตัว ถุงเก็บขยะ และเงินสดเล็กน้อยสำหรับใช้จ่ายในชุมชน หากเดินทางในฤดูฝนควรเตรียมเสื้อกันฝนหรือร่มขนาดเล็ก และควรตรวจสภาพอากาศก่อนเดินทาง เพราะพื้นที่น้ำตกและถนนหมู่บ้านอาจได้รับผลกระทบจากฝนได้ง่ายกว่าพื้นที่ในเมือง
ข้อควรระวังหลักของน้ำตกแห่งนี้คือพื้นหินลื่นและตะไคร่น้ำ นักท่องเที่ยวไม่ควรวิ่งบริเวณริมลำธาร ไม่ควรวางของมีค่าบนหินเปียก ไม่ควรถือโทรศัพท์หรือกล้องโดยไม่มีสายคล้องในจุดใกล้น้ำ และไม่ควรฝืนลงน้ำเพื่อถ่ายภาพสีของหินในจุดที่ลื่นหรือมีกระแสน้ำ หากต้องการเห็นสีของหินใต้แอ่งน้ำ ควรยืนชมจากจุดปลอดภัยและรอจังหวะแสงที่เหมาะสมแทนการเดินลงไปกลางแอ่งน้ำ
น้ำตกบูเก๊ะปิโลเป็นตัวอย่างของแหล่งท่องเที่ยวขนาดไม่ใหญ่ที่มีเรื่องเล่าและเอกลักษณ์ชัดเจน จุดขายของที่นี่ไม่ใช่ความอลังการของสายน้ำ แต่เป็นการผสมกันระหว่างแสง น้ำ หิน และประวัติพื้นที่รามัน หากบทความท่องเที่ยวกล่าวถึงเพียงว่าเป็นน้ำตกที่เล่นน้ำได้ จะยังไม่ครบสาระสำคัญ เพราะเสน่ห์แท้ของสถานที่คือปรากฏการณ์หินสีเหลืองใต้แอ่งน้ำ ความเป็นน้ำตกในภูมิประเทศหินอัคนีและหินกรวด และเรื่องเล่าการเป็นที่พักผ่อนของเจ้าเมืองรามันในอดีต
การเดินทาง จากตัวเมืองยะลาใช้เส้นทางยะลา – โกตาบารู ระยะทางประมาณ 19 กิโลเมตร เลี้ยวเข้าตำบลโกตาบารู ไปถึงตำบลท่าเรือประมาณ 2 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวเข้าถนนหมู่บ้านอีกประมาณ 2 กิโลเมตรจนถึงทางเข้าน้ำตก แล้วเข้าไปยังตัวน้ำตกอีกประมาณ 500 เมตร เส้นทางเหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างในพื้นที่ ควรเดินทางช่วงกลางวัน ขับช้าในเขตหมู่บ้าน และตรวจสภาพอากาศก่อนเดินทาง โดยเฉพาะในช่วงฝนตกชุก
โดยภาพรวม น้ำตกบูเก๊ะปิโล หรือ น้ำตกตะวันรัศมี เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่ควรอยู่ในแผนเที่ยวอำเภอรามันและจังหวัดยะลา เพราะมีทั้งความงามของน้ำตก แอ่งน้ำที่สามารถเล่นน้ำได้ในจุดปลอดภัย หินใต้แอ่งน้ำที่เกิดประกายสีเหลืองเมื่อโดนแสงแดด ป่าดิบชื้นร่มรื่น ภูมิประเทศหินและภูเขา รวมถึงเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ของพื้นที่รามัน หากเที่ยวด้วยความระมัดระวัง เคารพชุมชน และช่วยกันรักษาความสะอาด น้ำตกแห่งนี้จะยังคงเป็นจุดหมายธรรมชาติขนาดกะทัดรัดที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวของยะลาต่อไป
| ชื่อสถานที่ | น้ำตกบูเก๊ะปิโล |
| ชื่อเรียกอีกชื่อ | น้ำตกตะวันรัศมี |
| ที่ตั้ง | ตำบลบือมัง อำเภอรามัน จังหวัดยะลา |
| ที่อยู่ | พื้นที่น้ำตกบูเก๊ะปิโล ตำบลบือมัง อำเภอรามัน จังหวัดยะลา 95140 |
| ไฮไลต์ | แสงแดดกระทบสายน้ำและหินใต้แอ่งน้ำจนเกิดสีเหลืองสวยงามคล้ายรัศมีของดวงอาทิตย์ |
| ลักษณะเด่น | น้ำตกธรรมชาติในภูมิประเทศภูเขาสลับซับซ้อน มีหินอัคนี หินกรวดขนาดใหญ่ ป่าดิบชื้น แอ่งน้ำ และโขดหินที่ต้องใช้ความระมัดระวัง |
| ความสำคัญ | เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติของอำเภอรามัน เชื่อมโยงธรรมชาติ ป่าต้นน้ำ เส้นทางยะลา – โกตาบารู และประวัติศาสตร์เมืองรามัน |
| ประวัติ / เรื่องสำคัญ | ในอดีตเคยเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของเจ้าเมืองรามันในยุคหัวเมืองชายแดนใต้ |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อ “น้ำตกตะวันรัศมี” มาจากภาพหินใต้แอ่งน้ำที่เกิดประกายสีเหลืองเมื่อแสงแดดกระทบสายน้ำและผิวน้ำ |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองยะลาใช้เส้นทางยะลา – โกตาบารูประมาณ 19 กม. เลี้ยวเข้าตำบลโกตาบารู ผ่านตำบลท่าเรือประมาณ 2 กม. แล้วเลี้ยวเข้าถนนหมู่บ้านประมาณ 2 กม. ถึงทางเข้าน้ำตก จากนั้นเข้าไปประมาณ 500 ม. |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติของอำเภอรามัน เหมาะสำหรับพักผ่อน ถ่ายภาพ และเล่นน้ำในจุดที่ปลอดภัย |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| ค่าเข้าชม | เข้าชมฟรี |
| ฤดูกาล / ช่วงเวลาเหมาะสม | ช่วงเช้าถึงบ่ายต้น ๆ ในวันที่มีแสงแดดพอเหมาะ เหมาะสำหรับชมสีเหลืองของหินใต้แอ่งน้ำและถ่ายภาพธรรมชาติ |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ทางเข้าจากถนนหมู่บ้าน พื้นที่เดินเข้าสู่น้ำตก แอ่งน้ำธรรมชาติ โขดหิน ร่มไม้ และบริการพื้นฐานในพื้นที่ชุมชนใกล้เคียง |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | ทางเข้าน้ำตก ทางเดินเข้าพื้นที่ประมาณ 500 เมตร ลำธาร แอ่งน้ำใต้สายน้ำตก โขดหิน หินสีเหลืองใต้แอ่งน้ำ และป่าดิบชื้นรอบน้ำตก |
| ผู้ดูแล / หน่วยงานประสานงาน | องค์การบริหารส่วนตำบลบือมัง อำเภอรามัน จังหวัดยะลา |
| เบอร์ติดต่อหลัก | องค์การบริหารส่วนตำบลบือมัง โทร. 073-251-326 |
| เว็บไซต์ / แหล่งข้อมูลพื้นที่ | สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา, องค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, LoveThailand.org, TripNiceDay และฐานข้อมูลท่องเที่ยวสาธารณะ |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. เมืองเก่าโกตาบารู ประมาณ 6 กม. 2. วังเจ้าเมืองเก่าโกตาบารูและสุสานโต๊ะนิ ประมาณ 7 กม. 3. วัดคูหาภิมุขหรือวัดหน้าถ้ำ ประมาณ 20 กม. 4. ถ้ำศิลป์ ประมาณ 22 กม. 5. สวนขวัญเมืองยะลา ประมาณ 20 กม. 6. ศาลหลักเมืองยะลา ประมาณ 19 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ชาชักโกตา BY DAH..U2T ประมาณ 8 กม. โทร. 096-810-4052 2. Sami Junee Kitchen รามัน ประมาณ 15 กม. โทร. 080-220-3907 3. OWL CHA สาขายะลา รามัน ประมาณ 15 กม. โทร. 098-729-4638 4. ฟาเดลฟู๊ด รามัน ประมาณ 15 กม. โทร. 096-212-1911 5. บ้านกาบู ประมาณ 16 กม. โทร. 093-715-6714 6. ครัวมากัน อาหารอิสลาม รามัน ประมาณ 15 กม. โทร. 084-720-0323 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. โรงแรม @INN YRU ประมาณ 20 กม. โทร. 062-182-2662 2. โรงแรมปาร์ควิว ยะลา ประมาณ 20 กม. โทร. 073-217001-5 3. โรงแรมยะลารามา ประมาณ 20 กม. โทร. 073-212563, 073-212815, 073-212841 4. The Linux Garden Hotel ยะลา ประมาณ 21 กม. โทร. 073-299-578 5. โรงแรมยะลามายเฮ้าส์ ประมาณ 20 กม. โทร. 073-221-236 6. บุญระพี เรสซิเด้นส์ ยะลา ประมาณ 21 กม. โทร. 099-489-9449 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: น้ำตกบูเก๊ะปิโลอยู่ที่ไหน?
ตอบ: น้ำตกบูเก๊ะปิโล หรือ น้ำตกตะวันรัศมี อยู่ในตำบลบือมัง อำเภอรามัน จังหวัดยะลา ห่างจากตัวเมืองยะลาประมาณ 19 กิโลเมตร
ถาม: ทำไมจึงเรียกว่าน้ำตกตะวันรัศมี?
ตอบ: เพราะเมื่อแสงแดดกระทบกับสายน้ำและผิวน้ำ จะทำให้หินใต้แอ่งน้ำเกิดประกายสีเหลืองสวยงามคล้ายแสงตะวันแผ่รัศมี
ถาม: น้ำตกบูเก๊ะปิโลเปิดให้เที่ยวเวลาใด?
ตอบ: เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. ช่วงเช้าถึงบ่ายต้น ๆ เหมาะกับการเที่ยว เล่นน้ำ และถ่ายภาพมากที่สุด
ถาม: น้ำตกบูเก๊ะปิโลมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: เข้าชมฟรี นักท่องเที่ยวควรช่วยกันรักษาความสะอาดและเก็บขยะกลับออกจากพื้นที่ทุกครั้ง
ถาม: น้ำตกบูเก๊ะปิโลเล่นน้ำได้หรือไม่?
ตอบ: เล่นน้ำได้ในแอ่งน้ำที่ปลอดภัย แต่ต้องระวังมอส ตะไคร่น้ำ และหินลื่น ไม่ควรกระโดดน้ำหรือเล่นน้ำหลังฝนตกหนัก
ถาม: เดินทางไปน้ำตกบูเก๊ะปิโลอย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองยะลาใช้เส้นทางยะลา – โกตาบารูประมาณ 19 กิโลเมตร เลี้ยวเข้าตำบลโกตาบารู ผ่านตำบลท่าเรือประมาณ 2 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวเข้าถนนหมู่บ้านประมาณ 2 กิโลเมตร ถึงทางเข้าน้ำตก จากนั้นเข้าไปอีกประมาณ 500 เมตร
ถาม: ควรไปช่วงเวลาไหนเพื่อเห็นสีเหลืองของหินใต้แอ่งน้ำ?
ตอบ: ควรไปช่วงเช้าถึงก่อนบ่ายแก่ในวันที่มีแสงแดด เพราะแสงธรรมชาติช่วยให้เห็นประกายสีของหินใต้ผิวน้ำได้ชัดเจนกว่าวันฟ้าครึ้มหรือช่วงเย็น
ถาม: ควรเที่ยวร่วมกับสถานที่ใด?
ตอบ: เหมาะกับการเที่ยวร่วมกับเมืองเก่าโกตาบารู วังเจ้าเมืองเก่าโกตาบารู วัดคูหาภิมุข ถ้ำศิลป์ สวนขวัญเมืองยะลา และศาลหลักเมืองยะลา
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●น้ำตก
ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว




