หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดยะลา >อ.บันนังสตา >ต.บาเจาะ > ถ้ำคนโท
TL;DR: ถ้ำคนโท อยู่ที่ภูเขากำปั่น ตำบลหน้าถ้ำ อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา 95000 เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ เป็นถ้ำที่มีความสวยงามและใหญ่ที่สุดในภูเขากำปั่น ภายในเป็นถ้ำหินอ่อน มีหินงอกสูงประมาณ 120 เมตร และมีหินงอกหินย้อยหลายรูปทรง.
ถ้ำคนโท

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
ถ้ำคนโท จังหวัดยะลา เป็นถ้ำธรรมชาติและแหล่งโบราณคดีสำคัญในพื้นที่ภูเขากำปั่น ตำบลหน้าถ้ำ อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา อยู่ห่างจากตัวเมืองยะลาประมาณ 6 กม. บนถนนสายยะลา–ยะหา และอยู่ก่อนถึงวัดคูหาภิมุขประมาณ 1 กม. จุดเด่นของถ้ำแห่งนี้คือความเป็นถ้ำหินอ่อนขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของภูเขากำปั่น มีหินงอกหินย้อยสวยงาม ภายในมีหินงอกสูงใหญ่รูปร่างคล้ายผู้หญิงนั่งสมาธิ ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า “แม่นางมณโฑ” และยังเป็นแหล่งที่เคยขุดพบพระพิมพ์เก่าแก่ โดยเฉพาะพระพิมพ์อวโลกิเตศวรแบบศรีวิชัย ทำให้ถ้ำคนโทมีคุณค่าทั้งด้านธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ โบราณคดี ศิลปกรรม และความเชื่อท้องถิ่นในพื้นที่ชายแดนใต้
ถ้ำคนโทตั้งอยู่ในแนวทิวเขากำปั่น ซึ่งเป็นกลุ่มภูเขาหินปูนและหินอ่อนใกล้กับวัดคูหาภิมุขหรือวัดหน้าถ้ำ พื้นที่บริเวณนี้มีถ้ำใหญ่น้อยหลายแห่งและมีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ของชุมชนโบราณในลุ่มแม่น้ำปัตตานี ภูเขากำปั่นมีถ้ำสำคัญ 2 แห่งที่ถูกกล่าวถึงร่วมกันเสมอ คือถ้ำสำเภาทองและถ้ำคนโท โดยถ้ำสำเภาทองอยู่ในเส้นทางก่อนถึงถ้ำคนโท นักท่องเที่ยวต้องเดินผ่านป่าละเมาะไปยังเชิงเขา แล้วเดินผ่านถ้ำสำเภาทอง ก่อนเดินเลียบเชิงเขาต่ออีกประมาณ 15 นาทีจึงถึงถ้ำคนโท เส้นทางนี้ทำให้การเที่ยวถ้ำคนโทมีลักษณะเป็นการเดินธรรมชาติระยะสั้นที่เชื่อมโยงกับภูมิทัศน์หินปูนและแหล่งโบราณคดีหลายจุดในพื้นที่เดียวกัน
การเดินทางไปถ้ำคนโทสะดวกกว่าถ้ำธรรมชาติหลายแห่งในยะลา เพราะอยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง และมีรถประจำทางจากตัวเมืองยะลาผ่านเส้นทางสายยะลา–ยะหาทุกครึ่งชั่วโมง เมื่อลงจากรถบริเวณปากทางแล้วเดินเข้าไปตามถนนเล็ก ๆ ประมาณ 50 เมตร จะเข้าสู่พื้นที่ป่าละเมาะและเชิงภูเขากำปั่น จากนั้นจึงเดินตามเส้นทางธรรมชาติไปยังถ้ำ ถ้ำแห่งนี้จึงเหมาะทั้งสำหรับผู้ที่เดินทางด้วยรถส่วนตัวและผู้ที่ใช้รถโดยสารท้องถิ่น แต่ผู้มาเยือนควรไปช่วงกลางวัน สวมรองเท้าที่เดินมั่นคง และไม่ควรเดินเข้าพื้นที่ถ้ำลึกโดยไม่มีผู้รู้เส้นทางหรือคนในพื้นที่นำทาง
ลักษณะเด่นทางธรรมชาติของถ้ำคนโทคือการเป็นถ้ำหินอ่อนในภูเขากำปั่น ภูเขาบริเวณนี้มีชื่อเสียงเรื่องหินอ่อนสีชมพูและชั้นหินที่มีความงามเฉพาะตัว ภายในถ้ำปรากฏหินงอกหินย้อยหลายรูปทรง บางส่วนเป็นแท่งสูง บางส่วนเกาะเป็นแผ่นตามผนังและเพดานถ้ำ รูปทรงที่เกิดจากน้ำและแร่ธาตุหินปูนสะสมเป็นเวลายาวนานทำให้ภายในถ้ำมีลักษณะเหมือนประติมากรรมธรรมชาติ ความงามของถ้ำคนโทไม่ได้อยู่ที่การตกแต่ง แต่เกิดจากสีของหิน พื้นผิวธรรมชาติ ความเงียบของถ้ำ และรูปร่างของหินงอกที่เชื่อมโยงกับเรื่องเล่าของคนท้องถิ่น
หินงอกที่โดดเด่นที่สุดภายในถ้ำมีขนาดสูงใหญ่และมีลักษณะคล้ายผู้หญิงนั่งสมาธิ จนกลายเป็นภาพจำของถ้ำคนโท ชาวบ้านเรียกรูปหินนี้ว่า “แม่นางมณโฑ” ชื่อนี้เชื่อมโยงกับนางมณโฑในวรรณคดีรามเกียรติ์ และสะท้อนวิธีที่ชุมชนใช้จินตนาการทางวัฒนธรรมมาอธิบายรูปลักษณ์ธรรมชาติ เมื่อผู้เข้าชมเดินลึกเข้าไปถึงจุดนี้ จะเห็นว่าถ้ำไม่ได้มีคุณค่าเฉพาะด้านภูมิประเทศ แต่ยังมีคุณค่าด้านเรื่องเล่า ความเชื่อ และภาษาท้องถิ่นที่ผูกพันกับพื้นที่มาอย่างยาวนาน
ชื่อถ้ำคนโทมีความน่าสนใจ เพราะในคำบอกเล่าท้องถิ่นมีการเชื่อมโยงกับชื่อแม่นางมณโฑจากรูปร่างของหินงอกภายในถ้ำ การเรียกขานเช่นนี้ทำให้ถ้ำคนโทเป็นตัวอย่างของสถานที่ธรรมชาติที่ถูกตีความผ่านวรรณคดีและความเชื่อพื้นบ้าน ภูเขา ถ้ำ และหินงอกจึงไม่ได้เป็นเพียงวัตถุธรรมชาติ แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำร่วมของชุมชน ผู้ที่เดินทางมาเยือนควรมองถ้ำแห่งนี้ทั้งในฐานะแหล่งธรรมชาติและพื้นที่ทางวัฒนธรรมที่สะท้อนวิธีคิดของคนในท้องถิ่น
ถ้ำคนโทยังมีความสำคัญทางโบราณคดีอย่างมาก เนื่องจากเป็นแหล่งที่เคยพบพระพิมพ์ดินดิบ พระพุทธรูป และเครื่องถ้วยจำนวนมาก หลักฐานเหล่านี้ทำให้พื้นที่ภูเขากำปั่นไม่ได้เป็นเพียงภูเขาธรรมชาติใกล้เมืองยะลา แต่เป็นพื้นที่ที่สัมพันธ์กับชุมชนโบราณ ศาสนา และเส้นทางวัฒนธรรมของคาบสมุทรภาคใต้ พระพิมพ์ที่ถูกกล่าวถึงมากเป็นพิเศษคือพระพิมพ์อวโลกิเตศวรแบบศรีวิชัย ซึ่งสะท้อนอิทธิพลของพุทธศาสนาฝ่ายมหายานในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง และช่วยให้ถ้ำคนโทมีความสำคัญต่อการศึกษาประวัติศาสตร์ศิลป์และศาสนาในยุคศรีวิชัย
พระพิมพ์อวโลกิเตศวรแบบศรีวิชัยที่พบในพื้นที่นี้มีคุณค่าทางศิลปกรรมสูง เพราะพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเป็นองค์สำคัญในพุทธศาสนามหายาน การพบพระพิมพ์ลักษณะนี้ในบริเวณถ้ำคนโทและภูเขากำปั่นช่วยยืนยันว่าพื้นที่หน้าถ้ำของยะลาเคยมีความสัมพันธ์กับเครือข่ายศาสนาและวัฒนธรรมที่กว้างกว่าเฉพาะชุมชนท้องถิ่น การเดินทางของผู้คน เส้นทางค้าขาย ความเชื่อ และศิลปะจากคาบสมุทรมลายูมีส่วนหล่อหลอมให้บริเวณนี้เป็นพื้นที่ที่มีร่องรอยทางวัฒนธรรมหนาแน่นกว่าที่เห็นจากภูมิประเทศภายนอก
นอกจากพระพิมพ์ดินดิบแล้ว แหล่งข้อมูลทางวัฒนธรรมยังกล่าวถึงพระพุทธรูปสลักบนแผ่นหินที่พบจากถ้ำคนโทจำนวน 3 องค์ องค์ที่สมบูรณ์ที่สุดมีขนาดกว้าง 21.5 เซนติเมตร สูง 30 เซนติเมตร เป็นภาพนูนต่ำของพระพุทธเจ้าประทับนั่งปางสมาธิ ส่วนอีกองค์หนึ่งมีขนาดใกล้เคียงกันแต่ชำรุดเหลือเพียงพระเศียร รายละเอียดเหล่านี้ช่วยให้เห็นว่าถ้ำคนโทไม่ได้มีความสำคัญจากหินงอกหินย้อยเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับการสร้าง การเก็บรักษา หรือการสักการะวัตถุทางพุทธศาสนาในอดีต
ภูเขากำปั่นและพื้นที่ใกล้วัดคูหาภิมุขเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์ประวัติศาสตร์ที่สำคัญของยะลา วัดคูหาภิมุขมีพระพุทธไสยาสน์ขนาดใหญ่และหอวัฒนธรรมศรีวิชัยที่เก็บรักษาโบราณวัตถุจากวัดถ้ำและภูเขากำปั่น การเที่ยวถ้ำคนโทจึงควรเชื่อมโยงกับวัดคูหาภิมุข เพราะทั้ง 2 พื้นที่มีบริบทเดียวกันในด้านภูเขา ถ้ำ ศาสนสถาน และโบราณวัตถุ ผู้เดินทางจะเข้าใจถ้ำคนโทได้ลึกขึ้นเมื่อรู้ว่าพื้นที่รอบตำบลหน้าถ้ำเคยเป็นแหล่งชุมชนโบราณที่มีการติดต่อกับวัฒนธรรมศรีวิชัย ทวารวดี สุโขทัย และศิลปกรรมหลายช่วงเวลา
ประสบการณ์การชมถ้ำคนโทแตกต่างจากการชมถ้ำที่ถูกพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเต็มรูปแบบ ผู้มาเยือนไม่ควรคาดหวังความสะดวกแบบสถานที่ท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ แต่ควรเตรียมตัวสำหรับการเดินเข้าธรรมชาติ ผ่านป่าละเมาะ เดินเลียบเชิงเขา และสังเกตรายละเอียดภายในถ้ำอย่างระมัดระวัง บางช่วงอาจมีแสงน้อย พื้นอาจไม่สม่ำเสมอ และเส้นทางอาจต้องอาศัยความคุ้นเคยกับพื้นที่ การเตรียมไฟฉายหรือไฟสำรองจึงเป็นเรื่องสำคัญ แม้ในช่วงกลางวันก็ตาม
สำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ศิลป์ ถ้ำคนโทเป็นสถานที่ที่ควรมองร่วมกับเครือข่ายแหล่งโบราณคดีในยะลา ไม่ว่าจะเป็นวัดคูหาภิมุข ถ้ำศิลป์ และแหล่งภาพเขียนสีบริเวณใกล้เคียง พื้นที่เหล่านี้ช่วยอธิบายว่าจังหวัดยะลาไม่ได้เป็นเพียงเมืองชายแดนในปัจจุบัน แต่เป็นพื้นที่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและมีบทบาทบนเส้นทางข้ามคาบสมุทรระหว่างฝั่งอ่าวไทยกับฝั่งอันดามัน ถ้ำคนโทจึงช่วยเติมภาพของยะลาในฐานะพื้นที่ที่เคยมีการเคลื่อนย้ายของผู้คน ศาสนา ศิลปะ และวัตถุโบราณ
สำหรับผู้ที่สนใจธรรมชาติ ถ้ำคนโทให้ประสบการณ์ของถ้ำหินอ่อนและภูเขาหินปูนที่ไม่ไกลจากเมือง ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยหลายลักษณะ บรรยากาศเงียบและเย็นกว่าภายนอก เมื่อเดินผ่านถ้ำสำเภาทองและเข้าสู่ถ้ำคนโท จะเห็นความแตกต่างของถ้ำแต่ละแห่งในภูเขากำปั่น ทั้งขนาด รูปทรง ผิวหิน และความรู้สึกของพื้นที่ ถ้ำสำเภาทองมีเรื่องเล่าและร่องรอยโบราณวัตถุของตนเอง ส่วนถ้ำคนโทมีจุดเด่นด้านความใหญ่ ความงามของหินอ่อน และหินงอกแม่นางมณโฑที่เป็นเอกลักษณ์ชัดเจน
การเที่ยวถ้ำคนโทควรใช้เวลาพอสมควร ไม่ควรรีบเดินเพียงเพื่อไปถึงจุดหินงอกสำคัญ เพราะระหว่างทางมีทั้งบรรยากาศป่าละเมาะ เชิงเขา ถ้ำสำเภาทอง และภูมิประเทศของภูเขากำปั่นให้สังเกต ผู้ที่ต้องการเที่ยวเชิงเรียนรู้ควรอ่านข้อมูลเกี่ยวกับพระพิมพ์ศรีวิชัย วัดคูหาภิมุข และตำบลหน้าถ้ำก่อนเดินทาง เมื่อเข้าไปถึงถ้ำจริงจะสามารถเชื่อมโยงสิ่งที่เห็นกับประวัติศาสตร์ของพื้นที่ได้ดีขึ้น และทำให้การชมถ้ำมีความหมายมากกว่าการถ่ายภาพเพียงอย่างเดียว
ข้อควรปฏิบัติสำคัญคือไม่สัมผัสหินงอกหินย้อย ไม่ขีดเขียนผนังถ้ำ ไม่เก็บเศษหินหรือวัตถุใด ๆ ออกจากพื้นที่ ไม่ทิ้งขยะ และไม่เข้าไปในจุดที่ไม่รู้เส้นทาง หินงอกหินย้อยเกิดจากกระบวนการธรรมชาติที่ใช้เวลานานมาก รอยแตกหรือรอยสัมผัสที่เกิดขึ้นในเวลาเพียงไม่กี่วินาทีอาจทำให้ความงามของถ้ำเสียหายไปอย่างถาวร ส่วนวัตถุโบราณที่เคยพบในพื้นที่ก็เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ซึ่งควรได้รับการคุ้มครอง การเที่ยวถ้ำคนโทอย่างเหมาะสมจึงต้องมีทั้งความสนใจ ความระมัดระวัง และความเคารพต่อสถานที่
ด้านความปลอดภัย นักท่องเที่ยวควรเลือกเดินทางช่วงเช้าหรือช่วงกลางวัน หลีกเลี่ยงการเข้าถ้ำใกล้ค่ำ และควรติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ก่อนเดินทาง เนื่องจากจังหวัดยะลาเป็นพื้นที่ชายแดนใต้ที่ผู้เดินทางควรวางแผนอย่างรอบคอบ การใช้เส้นทางหลัก การเดินทางเป็นกลุ่ม และการประสานคนในพื้นที่ช่วยให้ทริปปลอดภัยและเป็นระบบมากขึ้น หากฝนตกหนักหรือเส้นทางลื่น ควรเลื่อนการเดินเข้าถ้ำหรือชมเฉพาะจุดที่ปลอดภัย เพราะถ้ำธรรมชาติและเส้นทางเชิงเขาอาจเปลี่ยนสภาพตามฤดูกาล
การเดินทาง ไปถ้ำคนโทจากตัวเมืองยะลาใช้ถนนสายยะลา–ยะหา มุ่งหน้าไปทางตำบลหน้าถ้ำ เส้นทางเดียวกับวัดคูหาภิมุข เมื่อถึงจุดที่อยู่ก่อนวัดคูหาภิมุขประมาณ 1 กม. ให้ลงหรือจอดรถบริเวณปากทาง จากนั้นเดินเข้าถนนเล็ก ๆ ประมาณ 50 เมตร ผ่านป่าละเมาะไปยังทิวเขากำปั่น เดินผ่านถ้ำสำเภาทองแล้วเลียบเชิงเขาต่อประมาณ 15 นาทีจึงถึงถ้ำคนโท หากไม่มีรถส่วนตัว สามารถใช้รถประจำทางจากตัวเมืองยะลาที่วิ่งผ่านเส้นทางนี้ได้ โดยควรสอบถามจุดลงรถกับคนขับหรือคนท้องถิ่นก่อนเดินทาง
การจัดเส้นทางเที่ยวที่เหมาะสมคือเริ่มจากวัดคูหาภิมุขเพื่อชมพระพุทธไสยาสน์และหอวัฒนธรรมศรีวิชัย จากนั้นต่อไปยังพื้นที่ภูเขากำปั่นเพื่อชมถ้ำสำเภาทองและถ้ำคนโท หากมีเวลาเพิ่มสามารถแวะถ้ำศิลป์ซึ่งมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเก่าแก่ แล้วกลับเข้าสู่ตัวเมืองยะลาเพื่อชมสวนขวัญเมือง ศาลหลักเมืองยะลา สนามโรงพิธีช้างเผือก หรือมัสยิดกลางจังหวัดยะลา เส้นทางนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเห็นทั้งธรรมชาติ ศาสนา ศิลปกรรม และร่องรอยชุมชนโบราณในอำเภอเมืองยะลา
ถ้ำคนโทเหมาะกับนักท่องเที่ยวสายประวัติศาสตร์ นักเรียน นักศึกษา ผู้สนใจโบราณคดี ผู้สนใจศิลปะศรีวิชัย ผู้ชอบถ้ำธรรมชาติ และนักเดินทางที่ต้องการรู้จักยะลาในมุมลึก สถานที่นี้ไม่ได้เน้นความบันเทิงหรือสิ่งอำนวยความสะดวกจำนวนมาก แต่ให้คุณค่าจากการเดินเข้าสู่พื้นที่จริง เห็นภูเขากำปั่น เห็นถ้ำหินอ่อน และเข้าใจว่าโบราณวัตถุจำนวนมากที่พบในพื้นที่นี้สะท้อนความรุ่งเรืองของชุมชนโบราณอย่างไร
สำหรับการถ่ายภาพ ถ้ำคนโทมีมุมที่น่าสนใจหลายจุด ทั้งเส้นทางป่าละเมาะ เชิงเขากำปั่น ปากถ้ำ พื้นผิวหินอ่อน หินงอกหินย้อย และรูปหินงอกแม่นางมณโฑ การถ่ายภาพควรทำอย่างระมัดระวัง ไม่ปีนขึ้นบนโขดหิน ไม่ใช้แฟลชรบกวนผู้อื่น และไม่แตะต้องผนังถ้ำเพื่อจัดมุมภาพ ผู้ที่ต้องการภาพที่ดีควรใช้แสงไฟฉายหรือไฟเสริมขนาดพอดี และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยมากกว่าการได้มุมภาพที่เสี่ยง
อีกเหตุผลที่ถ้ำคนโทควรถูกนำเสนออย่างจริงจังคือสถานที่แห่งนี้ช่วยเปิดมุมมองใหม่ต่อการท่องเที่ยวยะลา หลายคนรู้จักยะลาจากเมืองที่วางผังสวยงาม เบตง ทะเลหมอก อาหารท้องถิ่น และวิถีชีวิตหลากวัฒนธรรม แต่ถ้ำคนโทแสดงให้เห็นยะลาอีกด้านหนึ่ง คือยะลาในฐานะพื้นที่โบราณคดีที่มีหลักฐานทางศาสนาและศิลปกรรมหนาแน่น เมื่อเชื่อมโยงกับวัดคูหาภิมุข ถ้ำศิลป์ และภูเขากำปั่น จะเห็นว่าพื้นที่ตำบลหน้าถ้ำเป็นหนึ่งในแกนสำคัญของประวัติศาสตร์เมืองยะลา
โดยสรุป ถ้ำคนโทเป็นถ้ำธรรมชาติและแหล่งโบราณคดีที่ควรค่าแก่การศึกษาในจังหวัดยะลา จุดเด่นของถ้ำคือหินงอกสูงใหญ่รูปร่างคล้ายผู้หญิงนั่งสมาธิซึ่งเป็นที่มาของชื่อแม่นางมณโฑ ความเป็นถ้ำหินอ่อนในภูเขากำปั่น และหลักฐานโบราณวัตถุที่เคยพบในพื้นที่ เช่น พระพิมพ์อวโลกิเตศวรแบบศรีวิชัย พระพิมพ์ดินดิบ พระพุทธรูป และเครื่องถ้วย ผู้ที่เดินทางมาเยือนควรเตรียมไฟฉาย รองเท้าที่เหมาะกับเส้นทางธรรมชาติ และติดต่อหรือสอบถามคนในพื้นที่ก่อนเข้าชม เพื่อให้การเดินทางปลอดภัยและช่วยรักษาคุณค่าของถ้ำคนโทให้คงอยู่ในฐานะมรดกธรรมชาติและวัฒนธรรมของยะลา
| ชื่อสถานที่ | ถ้ำคนโท |
| ที่ตั้ง | ภูเขากำปั่น ตำบลหน้าถ้ำ อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา 95000 |
| ที่อยู่ | ถนนสายยะลา–ยะหา ก่อนถึงวัดคูหาภิมุขประมาณ 1 กม. ตำบลหน้าถ้ำ อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา |
| พิกัด | 6.529861, 101.233417 |
| ไฮไลต์ | ถ้ำหินอ่อนขนาดใหญ่ในภูเขากำปั่น หินงอกหินย้อยสวยงาม และหินงอกคล้ายผู้หญิงนั่งสมาธิที่เรียกว่าแม่นางมณโฑ |
| ประวัติ / ความสำคัญ | เป็นแหล่งธรรมชาติและแหล่งโบราณคดีที่เคยพบพระพิมพ์ดินดิบ พระพุทธรูป เครื่องถ้วย และพระพิมพ์อวโลกิเตศวรแบบศรีวิชัย |
| ที่มาของชื่อ | เชื่อมโยงกับหินงอกสูงใหญ่ภายในถ้ำที่มีลักษณะคล้ายผู้หญิงนั่งสมาธิ และถูกเรียกขานว่าแม่นางมณโฑ |
| ลักษณะเด่น | เป็นถ้ำที่มีความสวยงามและใหญ่ที่สุดในภูเขากำปั่น ภายในเป็นถ้ำหินอ่อน มีหินงอกสูงประมาณ 120 เมตร และมีหินงอกหินย้อยหลายรูปทรง |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | ป่าละเมาะทางเข้า, เชิงเขากำปั่น, ถ้ำสำเภาทอง, ทางเดินเลียบเชิงเขา, ปากถ้ำคนโท, โถงถ้ำหินอ่อน, จุดหินงอกแม่นางมณโฑ, พื้นที่พบพระพิมพ์และโบราณวัตถุ |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองยะลาใช้ถนนสายยะลา–ยะหาไปทางตำบลหน้าถ้ำ ก่อนถึงวัดคูหาภิมุขประมาณ 1 กม. ลงจากรถแล้วเดินเข้าถนนเล็กประมาณ 50 เมตร ผ่านป่าละเมาะไปยังภูเขากำปั่น ผ่านถ้ำสำเภาทองแล้วเดินเลียบเชิงเขาต่อประมาณ 15 นาทีถึงถ้ำคนโท |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและแหล่งเรียนรู้โบราณคดีในพื้นที่ตำบลหน้าถ้ำ ควรเดินทางช่วงกลางวันและสอบถามคนในพื้นที่ก่อนเข้าชม |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | มีถนนเล็กเข้าสู่เชิงเขาและเส้นทางเดินธรรมชาติระยะสั้น ผู้เข้าชมควรเตรียมไฟฉาย รองเท้าที่เดินมั่นคง น้ำดื่ม และใช้ผู้นำทางหรือคนในพื้นที่เมื่อเข้าพื้นที่ถ้ำ |
| ผู้ดูแล / หน่วยงานเกี่ยวข้อง | พื้นที่เกี่ยวข้องกับชุมชนตำบลหน้าถ้ำ วัดคูหาภิมุข หน่วยงานท้องถิ่น และหน่วยงานด้านวัฒนธรรมที่ดูแลข้อมูลโบราณสถานในพื้นที่ |
| เบอร์ติดต่อหน่วยงานท่องเที่ยวจังหวัด | 073-203610 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ถ้ำสำเภาทอง ประมาณ 1 กม. 2. วัดคูหาภิมุข ประมาณ 1 กม. 3. ถ้ำศิลป์ ประมาณ 4 กม. 4. แหล่งภาพเขียนสีเขายะลา ประมาณ 4 กม. 5. สวนขวัญเมือง ประมาณ 10 กม. โทร. 073-223666 6. ศาลหลักเมืองยะลา ประมาณ 10 กม. โทร. 073-223666 7. มัสยิดกลางจังหวัดยะลา ประมาณ 11 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านแลผา หน้าถ้ำ ประมาณ 1 กม. โทร. 089-870-6410, 081-897-4471 2. ครัวลุงแดงอาหารตามสั่ง คูหามุข ประมาณ 2 กม. โทร. 083-256-1953 3. ครัววาฮิด ประมาณ 8 กม. โทร. 085-628-5922 4. ร้านบังบีข้าวหมก&ซุป ประมาณ 9 กม. โทร. 061-229-3212, 063-069-9560 5. ครัวกันเอง ยะลา ประมาณ 9 กม. โทร. 082-801-5309, 093-061-4762, 063-675-4086 6. NAYU NESTA Tea Space ประมาณ 10 กม. โทร. 065-096-5988, 062-993-9995 7. Dawaniz สาขาสิโรรส ประมาณ 10 กม. โทร. 092-479-9297 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. โรงแรม @INN YRU ประมาณ 8 กม. โทร. 062-182-2662 2. โรงแรมปาร์ควิว ยะลา ประมาณ 9 กม. โทร. 073-217001-5 3. The Linux Garden Hotel ประมาณ 9 กม. โทร. 073-299-578 4. โรงแรมยะลาแกรนด์พาเลซ ประมาณ 10 กม. โทร. 073-215711, 073-215712 5. โรงแรมยะลารามา ประมาณ 10 กม. โทร. 073-212563, 073-212815, 073-212841 6. นิบง รีสอร์ท ประมาณ 10 กม. โทร. 073-224-341 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ถ้ำคนโทอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ถ้ำคนโทอยู่ที่ภูเขากำปั่น ตำบลหน้าถ้ำ อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา ห่างจากตัวเมืองยะลาประมาณ 6 กม. และอยู่ก่อนถึงวัดคูหาภิมุขประมาณ 1 กม.
ถาม: จุดเด่นของถ้ำคนโทคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือเป็นถ้ำหินอ่อนขนาดใหญ่ของภูเขากำปั่น มีหินงอกหินย้อยสวยงาม และมีหินงอกสูงใหญ่ลักษณะคล้ายผู้หญิงนั่งสมาธิที่เรียกว่าแม่นางมณโฑ
ถาม: ถ้ำคนโทเกี่ยวข้องกับแม่นางมณโฑอย่างไร?
ตอบ: ภายในถ้ำมีหินงอกสูงใหญ่รูปร่างคล้ายผู้หญิงนั่งสมาธิ ชาวบ้านจึงเรียกหินงอกนั้นว่าแม่นางมณโฑ และชื่อนี้กลายเป็นเรื่องเล่าสำคัญของถ้ำ
ถาม: ถ้ำคนโทมีความสำคัญทางโบราณคดีอย่างไร?
ตอบ: ถ้ำคนโทเป็นแหล่งที่เคยพบพระพิมพ์ดินดิบ พระพุทธรูป เครื่องถ้วย และพระพิมพ์อวโลกิเตศวรแบบศรีวิชัย ซึ่งสะท้อนความสำคัญของพื้นที่ในฐานะแหล่งศาสนาและชุมชนโบราณ
ถาม: เดินทางไปถ้ำคนโทได้อย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองยะลาใช้ถนนสายยะลา–ยะหาไปทางตำบลหน้าถ้ำ ลงบริเวณปากทางก่อนถึงวัดคูหาภิมุขประมาณ 1 กม. แล้วเดินเข้าถนนเล็กประมาณ 50 เมตร ผ่านป่าละเมาะ ถ้ำสำเภาทอง และเดินเลียบเชิงเขาต่อประมาณ 15 นาที
ถาม: ถ้ำคนโทควรเตรียมอะไรไปบ้าง?
ตอบ: ควรเตรียมไฟฉาย รองเท้าที่เดินมั่นคง น้ำดื่ม และแต่งกายให้เหมาะกับการเดินป่าละเมาะและพื้นที่ถ้ำธรรมชาติ
ถาม: ถ้ำคนโทเหมาะกับนักท่องเที่ยวกลุ่มใด?
ตอบ: เหมาะกับผู้สนใจธรรมชาติ ถ้ำหินอ่อน โบราณคดี ศิลปะศรีวิชัย นักเรียน นักศึกษา และนักท่องเที่ยวที่ต้องการรู้จักยะลาในมิติประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม
ถาม: ควรเที่ยวถ้ำคนโทร่วมกับสถานที่ใด?
ตอบ: ควรเที่ยวร่วมกับถ้ำสำเภาทอง วัดคูหาภิมุข ถ้ำศิลป์ สวนขวัญเมือง ศาลหลักเมืองยะลา และมัสยิดกลางจังหวัดยะลา
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●ถ้ำ
ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว



