หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดยะลา >อ.เมืองยะลา >ต.สะเตง > มัสยิดกลางจังหวัดยะลา
TL;DR: มัสยิดกลางจังหวัดยะลา อยู่ที่ถนนสิโรรส บ้านตลาดเก่า ตำบลสะเตง อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา เปิดทุกวัน เวลา 05.00 – 20.00 น. การเดินทางสะดวก จากศาลากลางจังหวัดยะลาเดินทางไปตามถนนสิโรรสประมาณ 2 กิโลเมตร.
มัสยิดกลางจังหวัดยะลา

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 05.00 – 20.00 น.
มัสยิดกลางจังหวัดยะลา หรือ มัสยิดเราฎอตุลยันนะห์ เป็นมัสยิดใหญ่ประจำจังหวัดยะลา ตั้งอยู่เลขที่ 835 ถนนสิโรรส บ้านตลาดเก่า ตำบลสะเตง อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา เป็นศาสนสถานอิสลามที่มีความสำคัญทั้งในด้านศาสนา ประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และชีวิตชุมชนของเมืองยะลา ตัวอาคารโดดเด่นด้วยรูปทรงขนาดใหญ่ มีบันไดด้านหน้ากว้างทอดขึ้นสู่ลานชั้นบน หลังคาทรงสี่เหลี่ยมมีโดมใหญ่ตั้งอยู่ตรงกลาง หออาซานสูงเด่น และกรอบเส้นสายของอาคารที่ผสมผสานรูปแบบอาคารตะวันตกเข้ากับสัญลักษณ์ของสุเหร่าอย่างกลมกลืน ทำให้มัสยิดแห่งนี้เป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญที่สะท้อนอัตลักษณ์ของยะลาในฐานะเมืองพหุวัฒนธรรมชายแดนใต้
มัสยิดกลางจังหวัดยะลาไม่ได้เป็นเพียงอาคารสวยงามสำหรับถ่ายภาพ แต่เป็นพื้นที่ประกอบศาสนกิจของชาวไทยมุสลิมในจังหวัดยะลาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการละหมาดประจำวัน การละหมาดวันศุกร์ การเรียนรู้บทบัญญัติศาสนา การบรรยายธรรมประจำสัปดาห์ กิจกรรมเดือนรอมฎอน การละศีลอดร่วมกัน และกิจกรรมสาธารณะของชุมชนมุสลิมในเมืองยะลา ภาพของผู้คนที่เดินทางมายังมัสยิดเพื่อปฏิบัติศาสนกิจทำให้สถานที่แห่งนี้มีชีวิตอยู่ตลอดเวลา และทำให้มัสยิดกลางจังหวัดยะลาเป็นหนึ่งในศูนย์รวมศรัทธาที่สำคัญที่สุดของชุมชนมุสลิมในเขตเมือง
มัสยิดแห่งนี้ตั้งอยู่ในย่านตลาดเก่า ถนนสิโรรส ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญของเมืองยะลา ถนนสิโรรสเป็นเส้นทางหลักที่เชื่อมโยงสถานีรถไฟ ย่านการค้า โรงพยาบาล ชุมชนเก่า ร้านอาหาร และสถานที่สำคัญหลายแห่งของเมือง ทำเลของมัสยิดจึงมีความหมายในเชิงผังเมืองและวิถีชีวิต เพราะอยู่ในพื้นที่ที่ผู้คนสัญจรไปมาเป็นประจำ รอบมัสยิดมีทั้งร้านค้า อาหาร เสื้อผ้า ผัก ผลไม้ และสินค้าชุมชนในบางช่วงเวลา ทำให้พื้นที่ศาสนสถานเชื่อมกับชีวิตประจำวันของผู้คนในย่านตลาดเก่าอย่างชัดเจน
ความเป็นมาของมัสยิดกลางจังหวัดยะลาย้อนกลับไปถึงปี พ.ศ. 2468 เมื่อ นายอุสมาน ดอเฮะ ซื้อที่ดินแปลงหนึ่งในเขตตำบลสะเตง อำเภอเมืองยะลา เนื้อที่ประมาณ 250 ตารางวา และแสดงเจตนาว่าหากมีผู้ต้องการสร้างมัสยิด ท่านจะยกที่ดินแปลงนี้ให้ ต่อมาเมื่อท่านถึงแก่กรรม ครอบครัวและบุคคลที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการจัดการเรื่องที่ดินเพื่อให้สามารถใช้สร้างมัสยิดได้ตามเจตนารมณ์เดิม เรื่องราวนี้สะท้อนรากฐานของมัสยิดที่เกิดจากวากัฟ ความศรัทธา และการอุทิศทรัพย์เพื่อประโยชน์ของศาสนาและชุมชน
ในช่วงแรกของการก่อสร้าง โต๊ะครูหะยีอาแว หะยีตันตู มีบทบาทสำคัญในการจัดเตรียมพื้นที่และเริ่มต้นการสร้างมัสยิดบนที่ดินดังกล่าว ต่อมาในปี พ.ศ. 2475 เริ่มดำเนินการก่อสร้างเป็นอาคารชั้นเดียว เสาไม้ หลังคามุงกระเบื้อง และในปี พ.ศ. 2480 เจ้าเมืองยะหริ่งได้ส่งกระเบื้องมุงหลังคามาช่วยสนับสนุนจนการก่อสร้างเรียบร้อย ช่วงเวลานี้ทำให้เห็นว่ามัสยิดกลางจังหวัดยะลาไม่ได้เกิดจากงบประมาณรัฐเพียงอย่างเดียว แต่เติบโตจากศรัทธา การช่วยเหลือ และเครือข่ายความสัมพันธ์ของผู้นำศาสนา ผู้นำท้องถิ่น และประชาชน
ในปี พ.ศ. 2497 มีการจดทะเบียนมัสยิดเราฎอตุลยันนะห์อย่างเป็นทางการ เลขหมายทะเบียน 12 และต่อมาในปี พ.ศ. 2499 รัฐบาลได้สนับสนุนงบประมาณเพื่อปรับปรุงและขยายอาคารมัสยิดให้สามารถรองรับสัปปุรุษได้มากขึ้น จากเดิมที่เป็นอาคารขนาดเล็กสำหรับการละหมาดร่วมกัน กลายเป็นมัสยิดที่รองรับชุมชนเมืองที่ขยายตัวตามการเติบโตของยะลาได้ดียิ่งขึ้น การปรับปรุงในยุคนี้เป็นหมุดหมายสำคัญที่ทำให้มัสยิดเริ่มมีบทบาทระดับเมืองอย่างชัดเจน
ช่วงการพัฒนาอาคารมัสยิดครั้งใหญ่เกิดขึ้นหลังรัฐบาลสนับสนุนงบประมาณสำหรับการสร้างอาคารมัสยิดกลางจังหวัดยะลา โดยเฉพาะในช่วงหลังปี พ.ศ. 2522 ซึ่งมีการจัดสรรงบประมาณเพื่อขยายพื้นที่และสร้างอาคารมัสยิดรูปแบบใหม่บนพื้นที่เดิมของมัสยิดเราฎอตุลยันนะห์ อาคารปัจจุบันเป็นอาคารคอนกรีตขนาดใหญ่ มีหลายชั้น พื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง และได้รับการออกแบบให้เป็นมัสยิดกลางประจำจังหวัดที่รองรับผู้ประกอบศาสนกิจจำนวนมาก ตัวอาคารจึงเป็นทั้งศาสนสถานและสัญลักษณ์ทางสังคมของชาวมุสลิมยะลา
โครงการอาคารมัสยิดกลางรูปแบบปัจจุบันสัมพันธ์กับนโยบายการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ในช่วงเวลานั้น งบประมาณแผ่นดินจำนวน 28,200,000 บาทถูกใช้ในการก่อสร้างอาคารมัสยิดให้มีขนาดและศักยภาพเหมาะสมกับการเป็นมัสยิดกลางประจำจังหวัด อาคารสามารถรองรับผู้ประกอบศาสนกิจได้ประมาณ 2,500 – 3,500 คน โดยมีผู้มาละหมาดประจำวันในแต่ละเวลาเป็นจำนวนมาก และในวันศุกร์หรือวันสำคัญทางศาสนา เช่น วันอีดิลฟิฏรีและวันอีดิลอัฎฮา จะมีผู้มาร่วมประกอบศาสนกิจมากเป็นพิเศษ
อาคารมัสยิดกลางจังหวัดยะลามีลักษณะเป็นอาคาร 3 ชั้น กว้างประมาณ 30 เมตร ยาวประมาณ 70 เมตร และมีหออาซานสูงประมาณ 38 เมตร ลักษณะเด่นที่สุดของอาคารคือโดมกลางซึ่งไม่ใช่ทรงบัวตูมแบบมัสยิดทั่วไป แต่มีรูปทรงคล้ายบัวแย้ม มองเห็นกลีบโดมแยกออกอย่างชัดเจน ยอดโดมมีกระจกใสช่วยให้แสงลอดผ่านเข้ามาได้ การออกแบบเช่นนี้ทำให้มัสยิดมีเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมสูง และทำให้โดมกลายเป็นภาพจำสำคัญของเมืองยะลา
บันไดด้านหน้าของมัสยิดเป็นองค์ประกอบที่ผู้มาเยือนจดจำได้ทันที เพราะเป็นบันไดกว้างประมาณ 30 ขั้น ทอดขึ้นไปยังลานชั้นบนและทางเข้าสู่อาคารหลัก บันไดนี้ทำให้มัสยิดมีมิติทางสายตาที่สง่างาม เมื่อยืนมองจากลานด้านล่างจะเห็นแนวเส้นของบันไดนำสายตาขึ้นไปสู่ประตูโค้ง กระจกสูง โดมกลาง และสัญลักษณ์จันทร์เสี้ยวบนยอดโดม องค์ประกอบทั้งหมดช่วยสร้างความรู้สึกโอ่อ่า นิ่งสงบ และเหมาะสมกับบทบาทของมัสยิดกลางประจำจังหวัด
หออาซานของมัสยิดเป็นอีกส่วนที่มีความสำคัญทั้งด้านศาสนาและสถาปัตยกรรม ภายในหอมีบันไดวน ส่วนภายนอกตั้งสูงเด่นเพื่อแสดงตำแหน่งของมัสยิดในภูมิทัศน์เมือง เสียงอะซานเป็นสัญญาณเรียกผู้ศรัทธาเข้าสู่การละหมาดตามเวลาศาสนา ทำให้มัสยิดไม่ใช่เพียงอาคารที่มองเห็นได้ แต่ยังเป็นพื้นที่ที่มีจังหวะเสียงและเวลาทางศาสนากำกับชีวิตประจำวันของชุมชนมุสลิมโดยรอบ
พื้นที่ภายในมัสยิดประกอบด้วยโถงละหมาดหลัก ลานด้านหน้า ลานชั้นบน พื้นที่อาบน้ำละหมาด ห้องน้ำ อาคารประกอบ ห้องรับรอง พื้นที่สำหรับผู้หญิงในบางส่วน อาคารอาบน้ำญะนาซะฮฺ และพื้นที่สนับสนุนศาสนกิจอื่น ๆ การปรับปรุงในช่วงหลังมีการปูพื้นหินอ่อนในหลายชั้น ก่อสร้างอาคารประกอบเพิ่มเติม ปรับปรุงห้องน้ำรวม ก่อสร้างที่อาบน้ำละหมาดเพิ่มเติม และจัดพื้นที่รองรับผู้มาฟังบรรยายธรรมประจำสัปดาห์วันอาทิตย์ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมจำนวนมากจนบางช่วงล้นออกมานอกอาคาร
มัสยิดกลางจังหวัดยะลายังมีพื้นที่ชั้นสองที่ใช้เป็นห้องส่งสถานีวิทยุชุมชนประจำมัสยิด เพื่อออกอากาศบริการชุมชนและเผยแพร่กิจกรรมทางศาสนาอย่างต่อเนื่อง บทบาทนี้ทำให้มัสยิดมีมิติด้านการสื่อสารชุมชนเพิ่มขึ้น ไม่ได้ทำหน้าที่เฉพาะการละหมาดหรือกิจกรรมในอาคารเท่านั้น แต่ยังส่งต่อความรู้ ข่าวสาร และเนื้อหาศาสนาไปยังผู้คนในวงกว้าง เสริมบทบาทของมัสยิดในฐานะศูนย์กลางความรู้และความสัมพันธ์ของชุมชนมุสลิมยะลา
ด้านการบริหารจัดการ มัสยิดกลางจังหวัดยะลาอยู่ภายใต้การดูแลของคณะกรรมการประจำมัสยิด โดยมีผู้นำศาสนาและคณะกรรมการร่วมกันดูแลการประกอบศาสนกิจ การใช้พื้นที่ การจัดกิจกรรม การบำรุงรักษาอาคาร และการประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ ข้อมูลกิจกรรมปี พ.ศ. 2569 ระบุชื่อ นายนิมิง นิมูดอ ในฐานะอิหม่ามประจำมัสยิดกลางประจำจังหวัดยะลา และระบุ นายฮาซัน ปัตยบุตร เป็นกรรมการประจำมัสยิดกลางจังหวัดยะลา แสดงให้เห็นว่ามัสยิดยังมีโครงสร้างการดูแลและการใช้งานจริงในปัจจุบัน
กิจกรรมล่าสุดในปี พ.ศ. 2569 ช่วยยืนยันว่ามัสยิดกลางจังหวัดยะลายังคงเป็นศูนย์กลางศาสนาและชุมชนอย่างแข็งแรง หนึ่งในกิจกรรมสำคัญคือกิจกรรมรอมฎอนสัมพันธ์และการละศีลอดประจำปี ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ผู้นำศาสนา คณะกรรมการประจำมัสยิด ประชาชน และหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วม กิจกรรมลักษณะนี้สะท้อนบทบาทของมัสยิดในเดือนรอมฎอน ซึ่งเป็นเดือนแห่งการถือศีลอด การละหมาด การอ่านอัลกุรอาน การทำความดี การบริจาค และการสร้างความสัมพันธ์ในชุมชน
นอกจากกิจกรรมรอมฎอนสัมพันธ์แล้ว มัสยิดกลางจังหวัดยะลายังมีการจัดกิจกรรมทำความสะอาดและปรับภูมิทัศน์ก่อนเข้าสู่เดือนรอมฎอน โดยมีหน่วยงานรัฐ จิตอาสา ผู้นำศาสนา และประชาชนเข้าร่วม การทำความสะอาดมัสยิดในวาระสำคัญมีความหมายมากกว่าการดูแลอาคาร เพราะเป็นการเตรียมพื้นที่กายภาพและจิตใจให้พร้อมสำหรับเดือนแห่งศรัทธา สะท้อนความรับผิดชอบร่วมกันของชุมชนต่อศาสนสถานกลางเมือง
ทุกเช้าวันอาทิตย์ มัสยิดกลางจังหวัดยะลายังเป็นพื้นที่ที่ชาวไทยมุสลิมจากหลายพื้นที่เดินทางมาเพื่อประกอบศาสนกิจ ศึกษาศาสนา และเรียนรู้บทบัญญัติต่าง ๆ ที่มุสลิมพึงปฏิบัติ การเรียนรู้ศาสนาในมัสยิดมีความสำคัญต่อชุมชน เพราะช่วยให้คนทุกวัยเข้าใจหลักศรัทธา หลักปฏิบัติ จริยธรรม และวิถีชีวิตตามหลักอิสลามอย่างถูกต้อง มัสยิดจึงเป็นทั้งสถานที่ละหมาด โรงเรียนชีวิต และพื้นที่ถ่ายทอดความรู้ระหว่างผู้นำศาสนากับประชาชน
วันศุกร์เป็นวันที่มัสยิดมีผู้คนหนาแน่นมากกว่าวันทั่วไป เพราะเป็นวันละหมาดญุมอะฮฺ ผู้ศรัทธาจากพื้นที่ต่าง ๆ จะเดินทางมาร่วมละหมาด ฟังคุตบะฮฺ และพบปะกันในบรรยากาศชุมชน การเดินทางมาเยือนเพื่อชมสถาปัตยกรรมควรหลีกเลี่ยงช่วงเวลาที่มีการละหมาดหนาแน่น และควรให้พื้นที่แก่ผู้ประกอบศาสนกิจเป็นลำดับแรก เพราะมัสยิดเป็นพื้นที่ศรัทธาที่ใช้งานจริง ไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวที่แยกออกจากศาสนกิจของชุมชน
สำหรับผู้มาเยือนที่ต้องการชมมัสยิดกลางจังหวัดยะลา ควรเริ่มจากบริเวณลานด้านหน้า ชมภาพรวมของอาคาร บันไดกว้าง แนวหน้าต่างโค้ง กระจกสูง โดมกลาง หออาซาน และป้ายชื่อมัสยิด จากนั้นจึงเดินชมพื้นที่โดยรอบอย่างสำรวม หากต้องการเข้าใกล้พื้นที่ละหมาดหรือถ่ายภาพภายใน ควรขออนุญาตเจ้าหน้าที่หรือผู้ดูแลก่อนเสมอ ผู้ชายควรแต่งกายสุภาพ สวมเสื้อมีแขนและกางเกงขายาว ผู้หญิงควรแต่งกายเรียบร้อย ปกปิดแขนและขา และคลุมศีรษะเมื่อต้องเข้าใกล้พื้นที่ศาสนกิจ การถอดรองเท้าก่อนเข้าสู่พื้นที่ที่กำหนดเป็นมารยาทพื้นฐานที่ควรปฏิบัติ
มัสยิดกลางจังหวัดยะลาเป็นจุดเรียนรู้ที่ดีสำหรับผู้สนใจสถาปัตยกรรมอิสลามในภาคใต้ เพราะอาคารไม่ได้จำลองรูปแบบมัสยิดตะวันออกกลางโดยตรง แต่ประยุกต์เส้นสายแบบอาคารตะวันตกเข้ากับองค์ประกอบอิสลาม เช่น โดม หออาซาน ช่องหน้าต่างโค้ง และพื้นที่ละหมาด การออกแบบเช่นนี้สอดคล้องกับบริบทเมืองยะลาที่มีทั้งวัฒนธรรมไทย มลายู จีน และความเป็นเมืองราชการสมัยใหม่ผสมกันอยู่ในพื้นที่เดียวกัน
หากมองในมิติของเมือง มัสยิดกลางจังหวัดยะลาเป็นหนึ่งในจุดหมายตาสำคัญของเทศบาลนครยะลา ร่วมกับสถานีรถไฟยะลา ตลาดเสรี หอนาฬิกา วัดเมืองยะลา วัดเวฬุวัน สวนขวัญเมือง และสนามโรงพิธีช้างเผือก ยะลาเป็นเมืองที่มีผังเมืองเป็นระบบ ถนนสายหลักหลายสายเชื่อมเข้าหาศูนย์กลางเมือง และถนนสิโรรสเป็นหนึ่งในถนนสำคัญที่ทำให้การเดินทางมายังมัสยิดสะดวก การมาเยือนมัสยิดจึงช่วยให้เข้าใจทั้งศาสนา สถาปัตยกรรม และผังเมืองยะลาไปพร้อมกัน
บริเวณตลาดเก่าใกล้มัสยิดเป็นพื้นที่ที่ช่วยเติมประสบการณ์ของผู้มาเยือนให้สมบูรณ์ขึ้น หลังจากชมอาคารและบรรยากาศมัสยิดแล้ว สามารถเดินทางต่อไปยังร้านอาหารฮาลาล ร้านน้ำชา โรตี อาหารพื้นถิ่น และย่านการค้าในถนนสิโรรสหรือถนนใกล้เคียงได้ การเชื่อมมัสยิดกับอาหารและตลาดช่วยให้เห็นยะลาในฐานะเมืองที่มีวิถีชีวิตจริง มีศาสนาอยู่ใกล้ตลาด มีอาหารอยู่ใกล้ชุมชน และมีผู้คนหลายกลุ่มใช้พื้นที่เมืองร่วมกันอย่างต่อเนื่อง
มัสยิดกลางจังหวัดยะลายังเหมาะกับการจัดเป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในตัวเมืองยะลา โดยเริ่มจากมัสยิดกลางจังหวัดยะลาในช่วงเช้าหรือช่วงสาย จากนั้นต่อไปยังสถานีรถไฟยะลา ย่านตลาดเก่า ถนนพิพิธภักดี อุทยานการเรียนรู้ยะลา ศาลหลักเมืองยะลา สวนขวัญเมือง สนามโรงพิธีช้างเผือก หรือวัดคูหาภิมุข เส้นทางนี้ทำให้เห็นยะลาครบหลายมิติ ทั้งศาสนาอิสลาม ศาสนาพุทธ วัฒนธรรมจีน ผังเมือง ตลาดเก่า และพื้นที่สาธารณะของเมือง
การเดินทาง ไปมัสยิดกลางจังหวัดยะลาทำได้สะดวกจากตัวเมืองยะลา จุดหมายอยู่บนถนนสิโรรส บ้านตลาดเก่า ตำบลสะเตง หากเริ่มจากศาลากลางจังหวัดยะลาให้เดินทางไปตามถนนสิโรรสประมาณ 2 กิโลเมตรก็จะถึงบริเวณมัสยิด ผู้เดินทางด้วยรถไฟสามารถลงที่สถานีรถไฟยะลาแล้วต่อรถรับจ้าง รถจักรยานยนต์รับจ้าง หรือเดินทางตามเส้นทางถนนในเมืองไปยังย่านตลาดเก่าได้ หากขับรถมาเองควรจอดในพื้นที่ที่ไม่กีดขวางทางเข้าออกมัสยิดและทางสัญจรของชุมชน โดยเฉพาะช่วงวันศุกร์ วันอีด และกิจกรรมใหญ่ที่มีผู้คนหนาแน่น
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการชมอาคารและถ่ายภาพภายนอกคือช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายที่แสงไม่แรงเกินไป ลานด้านหน้าและบันไดกว้างเป็นมุมที่เห็นสัดส่วนของอาคารได้ชัด ส่วนช่วงเวลาละหมาดควรให้ความสำคัญกับความสงบและการใช้พื้นที่ของผู้มาประกอบศาสนกิจ ผู้มาเยือนควรหลีกเลี่ยงการเดินตัดผ่านหน้าผู้กำลังละหมาด ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ถ่ายภาพบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่เข้าไปในพื้นที่ที่สงวนไว้สำหรับศาสนกิจโดยพลการ
สำหรับครอบครัวและเยาวชน มัสยิดกลางจังหวัดยะลาเป็นสถานที่เรียนรู้เรื่องศาสนาอิสลาม สถาปัตยกรรม และการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม เด็กสามารถสังเกตองค์ประกอบของมัสยิด เช่น โดม หออาซาน ลานละหมาด พื้นที่อาบน้ำละหมาด และป้ายชื่อภาษาไทยกับอาหรับ พร้อมเรียนรู้มารยาทการเข้าเยี่ยมชมศาสนสถานอิสลาม การพาเด็กมาเรียนรู้จากสถานที่จริงช่วยให้เข้าใจว่าศาสนาไม่ได้อยู่เฉพาะในหนังสือ แต่เป็นส่วนหนึ่งของเมือง อาคาร เสียง ผู้คน และกิจกรรมในชีวิตประจำวัน
ในเชิงสังคม มัสยิดกลางจังหวัดยะลามีบทบาทสำคัญต่อความสัมพันธ์ระหว่างชุมชน ผู้นำศาสนา หน่วยงานรัฐ สถาบันการศึกษา และประชาชน กิจกรรมต่าง ๆ เช่น การละศีลอดร่วมกัน การทำความสะอาดก่อนรอมฎอน การบรรยายธรรม การละหมาดวันศุกร์ และการจัดกิจกรรมในวันสำคัญทางศาสนา ทำให้มัสยิดเป็นพื้นที่ที่เชื่อมความศรัทธากับความร่วมมือของสังคมเมือง บทบาทเช่นนี้ช่วยให้มัสยิดเป็นศูนย์กลางแห่งความสงบ ความสะอาด ความรู้ และความสัมพันธ์ของผู้คนในจังหวัดยะลา
เมื่อเปรียบเทียบกับสถานที่ท่องเที่ยวหลักอื่น ๆ ของยะลา มัสยิดกลางจังหวัดยะลามีเอกลักษณ์เฉพาะตัว วัดคูหาภิมุขสะท้อนมรดกพุทธศาสนาและถ้ำโบราณ ศาลหลักเมืองยะลาเป็นจุดศูนย์กลางผังเมืองและความศรัทธาของชาวเมือง สวนขวัญเมืองเป็นพื้นที่พักผ่อนขนาดใหญ่ ส่วนมัสยิดกลางจังหวัดยะลาคือศูนย์กลางศาสนาอิสลามที่บอกเล่าวิถีของชุมชนมุสลิมในเมืองยะลาอย่างชัดเจน การเที่ยวให้เข้าใจยะลาจึงควรรวมทั้งศาสนสถาน ตลาดเก่า สวนสาธารณะ และพื้นที่ชุมชนไว้ในเส้นทางเดียวกัน
ผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ควรมองมัสยิดกลางจังหวัดยะลาเป็นสถานที่ที่มีลำดับพัฒนาการชัดเจน เริ่มจากการซื้อและอุทิศที่ดินของนายอุสมาน ดอเฮะ การเตรียมพื้นที่โดยโต๊ะครูและชุมชน การสร้างอาคารไม้ชั้นเดียว การจดทะเบียนมัสยิดเราฎอตุลยันนะห์ การขยายอาคารด้วยงบรัฐและเงินบริจาค การสร้างอาคารคอนกรีตขนาดใหญ่ การปรับปรุงพื้นที่อาบน้ำละหมาด ห้องน้ำ ห้องรับรอง พื้นที่สตรี อาคารอาบน้ำญะนาซะฮฺ และพื้นที่บรรยายธรรม ลำดับเหล่านี้ทำให้มัสยิดเป็นเอกสารประวัติศาสตร์ของชุมชนมุสลิมยะลาที่อ่านได้ผ่านตัวอาคารและพื้นที่ใช้งาน
ในมุมการอนุรักษ์ มัสยิดกลางจังหวัดยะลาเป็นแหล่งศิลปกรรมและศาสนสถานที่ควรดูแลทั้งด้านอาคารและด้านการใช้งาน อาคารมีคุณค่าจากรูปทรงโดมบัวแย้ม หออาซาน บันไดกว้าง และการวางตัวในย่านเมืองเก่า ส่วนการใช้งานมีคุณค่าจากการประกอบศาสนกิจ การเรียนดาตีกา การบรรยายธรรม การละหมาดประจำวัน และกิจกรรมชุมชน การอนุรักษ์ที่ดีจึงไม่ใช่เพียงการซ่อมแซมตัวอาคาร แต่รวมถึงการรักษาบรรยากาศ ความสะอาด ระเบียบ มารยาท และความต่อเนื่องของกิจกรรมศาสนาให้สมกับการเป็นมัสยิดกลางประจำจังหวัด
โดยสรุป มัสยิดกลางจังหวัดยะลา หรือมัสยิดเราฎอตุลยันนะห์ เป็นศาสนสถานอิสลามสำคัญของเมืองยะลาที่ควรอยู่ในแผนเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัด อาคารโดดเด่นด้วยบันไดกว้างประมาณ 30 ขั้น โดมกลางรูปทรงเฉพาะ หออาซานสูง 38 เมตร และพื้นที่ละหมาดขนาดใหญ่ ประวัติเริ่มจากศรัทธาของนายอุสมาน ดอเฮะและชุมชน ก่อนพัฒนาเป็นมัสยิดกลางประจำจังหวัดที่รองรับผู้ประกอบศาสนกิจจำนวนมาก ปัจจุบันมัสยิดยังเปิดใช้งาน มีอิหม่าม คณะกรรมการ กิจกรรมรอมฎอน กิจกรรมทำความสะอาด การบรรยายธรรม และศาสนกิจประจำวันอย่างต่อเนื่อง ผู้ที่ต้องการรู้จักยะลาอย่างลึกซึ้งควรมองมัสยิดแห่งนี้เป็นทั้งศูนย์กลางศรัทธา สถาปัตยกรรมเมือง และภาพสะท้อนชีวิตของชุมชนมุสลิมชายแดนใต้
| ชื่อสถานที่ | มัสยิดกลางจังหวัดยะลา หรือมัสยิดเราฎอตุลยันนะห์ |
| ที่ตั้ง | ถนนสิโรรส บ้านตลาดเก่า ตำบลสะเตง อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา |
| ที่อยู่ | เลขที่ 835 ถนนสิโรรส บ้านตลาดเก่า ตำบลสะเตง อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา 95000 |
| พิกัด | 6.5664745805325, 101.29406701773 |
| ประเภทสถานที่ | มัสยิดกลางประจำจังหวัด และศาสนสถานอิสลามสำคัญของจังหวัดยะลา |
| ชื่อทางศาสนา | มัสยิดเราฎอตุลยันนะห์ |
| เลขทะเบียนมัสยิด | 12 |
| ไฮไลต์ | อาคารมัสยิดกลางขนาดใหญ่ บันไดกว้างประมาณ 30 ขั้น โดมกลางรูปทรงคล้ายบัวแย้ม หออาซานสูงประมาณ 38 เมตร และบทบาทศูนย์กลางศาสนาอิสลามของเมืองยะลา |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | เริ่มจากการซื้อที่ดินของนายอุสมาน ดอเฮะ เมื่อปี พ.ศ. 2468 เริ่มก่อสร้างอาคารมัสยิดในปี พ.ศ. 2475 จดทะเบียนเป็นมัสยิดเราฎอตุลยันนะห์ในปี พ.ศ. 2497 และพัฒนาเป็นอาคารมัสยิดกลางประจำจังหวัดรูปแบบปัจจุบันในช่วงหลังปี พ.ศ. 2522 |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อมัสยิดเราฎอตุลยันนะห์เป็นชื่อดั้งเดิมของมัสยิด ส่วนชื่อมัสยิดกลางจังหวัดยะลาใช้ตามบทบาทของมัสยิดในฐานะมัสยิดใหญ่ประจำจังหวัดยะลา |
| ผู้มีบทบาทในการก่อเกิดมัสยิด | นายอุสมาน ดอเฮะ ผู้ซื้อและอุทิศที่ดิน โต๊ะครูหะยีอาแว หะยีตันตู ผู้นำการจัดเตรียมพื้นที่ และหะยีอับดุลฮามิด อับดุลซอมัด อิหม่ามในยุคแรก |
| อิหม่ามประจำมัสยิด | นายนิมิง นิมูดอ |
| ผู้ดูแล / หน่วยงานเกี่ยวข้อง | คณะกรรมการประจำมัสยิดกลางจังหวัดยะลา สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา และชุมชนมุสลิมเมืองยะลา |
| ลักษณะสถาปัตยกรรม | อาคารคอนกรีต 3 ชั้น กว้างประมาณ 30 เมตร ยาวประมาณ 70 เมตร ออกแบบโดยสถาปนิกของกระทรวงศึกษาธิการ ผสมผสานรูปแบบตะวันตกกับเส้นกรอบทรงสุเหร่าอย่างกลมกลืน |
| องค์ประกอบเด่น | บันไดกว้างด้านหน้า โดมกลางรูปทรงบัวแย้ม หน้าต่างโค้ง กระจกสูง หออาซาน และลานชั้นบนสำหรับรองรับผู้มาเยือนและผู้ประกอบศาสนกิจ |
| ความจุโดยประมาณ | รองรับผู้ประกอบศาสนกิจได้ประมาณ 2,500 – 3,500 คน โดยวันศุกร์และวันสำคัญทางศาสนาจะมีผู้เข้าร่วมจำนวนมากเป็นพิเศษ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | ลานด้านหน้า บันไดหลัก ลานชั้นบน โถงละหมาดหลัก หออาซาน พื้นที่อาบน้ำละหมาด ห้องน้ำชาย-หญิง ห้องรับรอง พื้นที่สำหรับสตรี อาคารอาบน้ำญะนาซะฮฺ ห้องส่งสถานีวิทยุชุมชน และพื้นที่กิจกรรมศาสนา |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่ละหมาด พื้นที่อาบน้ำละหมาด ห้องน้ำ ห้องรับรอง ลานกิจกรรม เก้าอี้ม้านั่ง พื้นที่พักผ่อนโดยรอบ และพื้นที่จอดรถบริเวณมัสยิดหรือพื้นที่ใกล้เคียง |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 05.00 – 20.00 น. |
| ค่าเข้าชม | ไม่เก็บค่าเข้าชมสำหรับการเข้าชมพื้นที่ทั่วไป |
| เบอร์ติดต่อ | 073-214-592 |
| กิจกรรมสำคัญ | ละหมาดประจำวัน ละหมาดวันศุกร์ การบรรยายธรรมประจำสัปดาห์วันอาทิตย์ การเรียนดาตีกา กิจกรรมเดือนรอมฎอน การละศีลอดร่วมกัน วันอีด และกิจกรรมทำความสะอาดเตรียมความพร้อมศาสนสถาน |
| ข้อปฏิบัติในการเยี่ยมชม | แต่งกายสุภาพ ใช้เสียงเบา ถอดรองเท้าก่อนเข้าสู่พื้นที่ที่กำหนด ไม่เดินผ่านหน้าผู้กำลังละหมาด ไม่ถ่ายภาพบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต และให้ความสำคัญกับผู้ประกอบศาสนกิจเป็นลำดับแรก |
| การเดินทาง | จากศาลากลางจังหวัดยะลาเดินทางไปตามถนนสิโรรสประมาณ 2 กิโลเมตร หากเดินทางด้วยรถไฟให้ลงที่สถานีรถไฟยะลาแล้วต่อรถรับจ้างหรือรถท้องถิ่นไปยังถนนสิโรรส บ้านตลาดเก่า |
| สถานะปัจจุบัน | ยังเปิดใช้งานและเป็นศูนย์กลางศาสนกิจ กิจกรรมรอมฎอน การละศีลอด การบรรยายธรรม และกิจกรรมชุมชนมุสลิมในเมืองยะลาอย่างต่อเนื่อง |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. สถานีรถไฟยะลา ประมาณ 1 กม. 2. ย่านตลาดเก่าและถนนสิโรรส ประมาณ 1 กม. 3. อุทยานการเรียนรู้ยะลา ประมาณ 1.5 กม. 4. ศาลหลักเมืองยะลา ประมาณ 2 กม. 5. สนามโรงพิธีช้างเผือก ประมาณ 2.5 กม. 6. สวนขวัญเมืองยะลา ประมาณ 3 กม. 7. วัดคูหาภิมุข ประมาณ 10 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. โรตีโอ่ง ยะลา ถนนสิโรรส ประมาณ 100 ม. โทร. 098-553-3151 2. โรตี เดอ ฟอเรสต์ ตลาดเก่า ถนนสิโรรส ประมาณ 300 ม. โทร. 065-084-2972 3. ไทยอิสลาม โภชนา ถนนสิโรรส ประมาณ 700 ม. โทร. 080-549-2208 4. คำโปรด ฮาลาล สิโรรส 6 ประมาณ 800 ม. โทร. 093-092-1765 5. มาจง ซอย 6 ตลาดเก่า ประมาณ 900 ม. โทร. 084-507-1339 6. ร้านไลลา ยะลา ประมาณ 2 กม. โทร. 091-646-6115 7. Melaya Restaurant ประมาณ 2 กม. โทร. 062-229-9095 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. โรงแรมยะลาแกรนด์พาเลซ ประมาณ 1 กม. โทร. 073-215-711, 073-215-712 2. โรงแรมยะลารามา ประมาณ 1.5 กม. โทร. 073-221-990-2 3. โรงแรมปาร์ควิว ยะลา ประมาณ 2 กม. โทร. 073-217-001-5 4. นิบงรีสอร์ท ประมาณ 2.5 กม. โทร. 073-224-341, 099-312-5548 5. โรงแรม @INN YRU ประมาณ 3 กม. โทร. 062-182-2662 6. โรงแรม 999 ยะลา ประมาณ 4 กม. โทร. 073-222-630 7. โรงแรมบุรีสะเตง์ ประมาณ 5 กม. โทร. 096-642-9663 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: มัสยิดกลางจังหวัดยะลาอยู่ที่ไหน?
ตอบ: มัสยิดกลางจังหวัดยะลาตั้งอยู่เลขที่ 835 ถนนสิโรรส บ้านตลาดเก่า ตำบลสะเตง อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา 95000
ถาม: มัสยิดกลางจังหวัดยะลามีชื่อทางศาสนาว่าอะไร?
ตอบ: มัสยิดกลางจังหวัดยะลามีชื่อทางศาสนาว่า มัสยิดเราฎอตุลยันนะห์ เป็นชื่อดั้งเดิมที่ใช้ควบคู่กับชื่อมัสยิดกลางประจำจังหวัดยะลา
ถาม: มัสยิดกลางจังหวัดยะลามีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: มัสยิดแห่งนี้เป็นมัสยิดใหญ่ประจำจังหวัดยะลา เป็นศูนย์กลางการละหมาด การเรียนศาสนา กิจกรรมรอมฎอน การบรรยายธรรม และกิจกรรมชุมชนมุสลิมในเมืองยะลา
ถาม: จุดเด่นทางสถาปัตยกรรมของมัสยิดกลางจังหวัดยะลาคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคืออาคาร 3 ชั้น บันไดด้านหน้ากว้างประมาณ 30 ขั้น โดมกลางรูปทรงคล้ายบัวแย้ม หออาซานสูงประมาณ 38 เมตร และการผสมผสานเส้นสายอาคารตะวันตกกับรูปแบบสุเหร่าอย่างกลมกลืน
ถาม: มัสยิดกลางจังหวัดยะลาเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: มัสยิดกลางจังหวัดยะลาเปิดทุกวัน เวลา 05.00 – 20.00 น.
ถาม: มัสยิดกลางจังหวัดยะลามีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: การเข้าชมพื้นที่ทั่วไปไม่เก็บค่าเข้าชม ผู้มาเยือนควรเคารพพื้นที่ศาสนกิจและปฏิบัติตามมารยาทของมัสยิด
ถาม: ควรปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อไปเยี่ยมชมมัสยิดกลางจังหวัดยะลา?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพ ใช้เสียงเบา ถอดรองเท้าก่อนเข้าสู่พื้นที่ที่กำหนด ไม่เดินผ่านหน้าผู้กำลังละหมาด ไม่ถ่ายภาพบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต และให้ความสำคัญกับผู้ประกอบศาสนกิจเป็นลำดับแรก
ถาม: เที่ยวมัสยิดกลางจังหวัดยะลาแล้วไปที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่สถานีรถไฟยะลา ย่านตลาดเก่า อุทยานการเรียนรู้ยะลา ศาลหลักเมืองยะลา สนามโรงพิธีช้างเผือก สวนขวัญเมืองยะลา และวัดคูหาภิมุขได้
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●มัสยิด
ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว




