หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดตรัง >อ.เมืองตรัง >ต.นาตาล่วง > ถ้ำเขาสามบาตร
TL;DR: ถ้ำเขาสามบาตร อยู่ที่หมู่ที่ 4 ตำบลนาตาล่วง อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. การเดินทางสะดวก จากตัวเมืองตรังมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 5 กม.

ตรัง

ถ้ำเขาสามบาตร

ถ้ำเขาสามบาตร

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
 
ถ้ำเขาสามบาตร จังหวัดตรัง เป็นแหล่งโบราณคดีและแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์สำคัญในหมู่ที่ 4 ตำบลนาตาล่วง อำเภอเมืองตรัง ตั้งอยู่บนเขาหินปูนลูกโดดขนาดย่อมใกล้แม่น้ำตรังและวัดไพรสณฑ์ ห่างจากตัวเมืองตรังประมาณ 5 กม. ภายในถ้ำมีหลักฐานทั้งสมัยก่อนประวัติศาสตร์และสมัยประวัติศาสตร์ เช่น ภาพเขียนสีแดงรูปคล้ายภูเขา 3 ลูก เศษภาชนะดินเผาลายเชือกทาบ เครื่องมือหิน ขวานหินขัด เปลือกหอย ลูกปัด และจารึกอักษรไทยสมัยอยุธยาที่กล่าวถึงการบูรณะพระพุทธรูปในถ้ำเมื่อ พ.ศ. 2157 สถานที่นี้เหมาะสำหรับผู้สนใจประวัติศาสตร์ โบราณคดี ธรณีวิทยา ถ้ำหินปูน และเส้นทางชุมชนริมแม่น้ำตรัง
 
ถ้ำเขาสามบาตร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และแหล่งเรียนรู้ทางโบราณคดีที่มีความสำคัญมากแห่งหนึ่งของจังหวัดตรัง ตั้งอยู่ในเขตหมู่ที่ 4 ตำบลนาตาล่วง อำเภอเมืองตรัง บริเวณเขาหินปูนลูกโดดขนาดย่อมในพื้นที่ชุมชนบ้านป่าหมากและอู่ตะเภา ใกล้แม่น้ำตรังและวัดไพรสณฑ์ สถานที่แห่งนี้มีคุณค่าไม่ใช่เพียงเพราะเป็นถ้ำธรรมชาติ แต่เพราะภายในถ้ำพบหลักฐานการใช้พื้นที่ต่อเนื่องหลายยุค ทั้งร่องรอยมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ หลักฐานเครื่องมือเครื่องใช้โบราณ ภาพเขียนสี และจารึกอักษรไทยสมัยอยุธยาที่ช่วยอธิบายประวัติศาสตร์ของชุมชนในลุ่มแม่น้ำตรังได้อย่างเป็นรูปธรรม
 
ถ้ำเขาสามบาตรตั้งอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองตรังมากนัก เส้นทางจากตัวเมืองไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 5 กม. จะถึงเขาสามบาตร ซึ่งเป็นภูเขาหินปูนขนาดเล็กตั้งอยู่ในเขตธรณีสงฆ์วัดไพรสณฑ์ หมู่ที่ 4 ตำบลนาตาล่วง การเดินทางที่ใกล้เมืองทำให้ถ้ำแห่งนี้เหมาะกับการจัดเป็นทริปครึ่งวันสำหรับนักท่องเที่ยวที่พักในเมืองตรัง หรือเป็นจุดแวะเรียนรู้ก่อนเดินทางต่อไปยังเส้นทางท่องเที่ยวอื่นของจังหวัด เช่น ย่านเมืองเก่าทับเที่ยง วัดกะพังสุรินทร์ สถานีรถไฟตรัง และแหล่งท่องเที่ยวอำเภอนาโยงหรือห้วยยอด
 
ชื่อ “เขาสามบาตร” มีเรื่องเล่าท้องถิ่นผูกพันกับตำนานปริศนาลายแทง ชาวบ้านเล่าสืบต่อกันมาว่าภายในถ้ำเคยมีผู้นำทรัพย์สมบัติมาซุกซ่อนไว้มากถึง 3 บาตรพระ และผูกปริศนาเอาไว้ว่า “ขึ้นต้นขาม ข้ามต้นทึง ถึงต้นข่อยคอยลงมา ไม้ค่าแค่วาคัดออก ใครทายออกกินไม่รู้สิ้น” เรื่องเล่ายังกล่าวต่อว่าเคยมีเจ้านายผู้หนึ่งขี่ช้างมาแก้ปริศนานั้นได้และนำสมบัติออกไปหมดแล้ว ตำนานนี้ทำให้ถ้ำเขาสามบาตรเป็นสถานที่ที่มีทั้งมิติทางประวัติศาสตร์ มิติทางภูมิประเทศ และมิติเรื่องเล่าของชุมชนประกอบกัน
 
นอกจากตำนาน 3 บาตรพระแล้ว ชื่อของเขาสามบาตรยังมีการอธิบายเชื่อมโยงกับชื่อเก่าว่า “เขาสามบาท” หรือ “เขาสะบาป” โดยมีข้อสังเกตจากชาวบ้านและนักวิชาการท้องถิ่นว่า ภายในถ้ำมีบริเวณน้ำขังซึ่งชาวบ้านเรียกว่า “สระน้ำ” หรือ “สระบาป” ชื่อเขาสะบาปอาจเกี่ยวข้องกับความหมายเรื่องการชำระหรือล้างบาป ต่อมาชื่อเรียกจึงค่อย ๆ เพี้ยนเสียงและเปลี่ยนความหมายจนกลายเป็นเขาสามบาทหรือเขาสามบาตรในภายหลัง แม้คำอธิบายนี้เป็นการตีความจากชื่อและหลักฐานท้องถิ่น แต่ช่วยให้เห็นว่าชื่อสถานที่สัมพันธ์กับถ้ำ น้ำ ความเชื่อ และความทรงจำของชุมชนอย่างแนบแน่น
 
ในมุมธรณีวิทยา เขาสามบาตรเป็นเขาหินปูนโดดขนาดเล็กตั้งอยู่กลางที่ราบลุ่มแม่น้ำตรัง ทางทิศตะวันออกของแม่น้ำตรัง พื้นที่โดยรอบเป็นที่ราบลุ่มและสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมริมน้ำ ถ้ำเกิดจากการกัดเซาะของน้ำฝนและน้ำใต้ดินที่ทำปฏิกิริยากับหินปูนจนเกิดโพรงถ้ำ บางส่วนของถ้ำกลายเป็นถ้ำแห้ง ขณะที่บางส่วนยังมีร่องรอยน้ำอยู่ภายใน การมีทั้งถ้ำแห้งและถ้ำน้ำในพื้นที่เดียวกันทำให้เขาสามบาตรเป็นตัวอย่างที่ดีของถ้ำหินปูนในลุ่มแม่น้ำตรัง
 
ลักษณะทั่วไปของถ้ำเขาสามบาตรเป็นถ้ำแห้ง ปากถ้ำกว้างประมาณ 4 เมตร อยู่สูงจากระดับพื้นดินประมาณ 3–5 เมตร ทางขึ้นสู่ถ้ำค่อนข้างชัน เพดานถ้ำมีลักษณะโค้งคล้ายโดม ผนังทั้ง 2 ข้างมีหลืบและซอกเล็ก ๆ หลายจุด บรรยากาศภายในถ้ำเย็นและมีแสงธรรมชาติบางช่วง โดยเฉพาะบริเวณถ้ำพระที่มีช่องแสงลอดลงมา ทำให้พื้นที่บางส่วนไม่มืดสนิทเหมือนถ้ำลึกทั่วไป แต่การเดินภายในถ้ำยังต้องใช้ความระมัดระวัง เพราะพื้นบางช่วงลาดต่ำ แคบ และมีความชื้น
 
ถ้ำเขาสามบาตรแบ่งพื้นที่ภายในออกได้ 4 ส่วน ได้แก่ ถ้ำส่วนหน้า ถ้ำเสาภูมิ ถ้ำพระ และถ้ำน้ำ ถ้ำส่วนหน้าเริ่มจากปากถ้ำเข้าไปประมาณ 4 เมตร ก่อนถึงบริเวณที่พื้นถ้ำค่อย ๆ ลาดต่ำลง ถ้ำเสาภูมิเป็นส่วนที่เริ่มจากพื้นที่ลาดชันลงไปจนถึงบริเวณที่มีหินงอกหินย้อยลงมาจากเพดานถ้ำคล้ายเสาค้ำยัน ชาวบ้านเรียกเสาหินนี้ว่า “เสาภูมิ” ถ้ำพระเป็นส่วนถัดไปจนถึงช่องทะลุด้านหลังทางทิศใต้ ในอดีตเคยมีพระพุทธรูปปูนปั้นอยู่บริเวณนี้ ส่วนถ้ำน้ำแยกจากถ้ำพระผ่านซอกแคบยาวประมาณ 3 เมตร และมีทางออกอีกทางหนึ่งทางทิศเหนือซึ่งอยู่สูงจากพื้นดินประมาณ 17 เมตร
 
หลักฐานสมัยก่อนประวัติศาสตร์ภายในถ้ำเขาสามบาตรมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะสะท้อนว่าพื้นที่นี้เคยถูกใช้โดยมนุษย์ก่อนเข้าสู่ยุคที่มีตัวอักษร หลักฐานเด่นคือภาพเขียนสีแดงรูปทรงคล้ายภูเขา 3 ลูกต่อกัน อยู่บริเวณซอกผนังถ้ำด้านซ้ายมือ ห่างจากปากถ้ำประมาณ 3 เมตร ในถ้ำส่วนหน้า ภาพเขียนสีนี้อยู่สูงจากพื้นถ้ำประมาณ 1.5 เมตร และเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงการสื่อสารเชิงสัญลักษณ์ของมนุษย์ในอดีต
 
นอกจากภาพเขียนสี ยังพบเศษภาชนะดินเผาลายเชือกทาบ เนื้อดินค่อนข้างหยาบ สีแดงและสีดำ รูปทรงแตกต่างกันหลายแบบ รวมถึงภาชนะลักษณะหม้อสามขา ภาชนะปากผาย ชามเตี้ย เครื่องมือหิน ขวานหินขัด ค้อนหิน เปลือกหอย ชิ้นส่วนกระดูกสัตว์ กระดองเต่า หอยน้ำจืด และลูกปัดที่ทำด้วยเปลือกหอย หลักฐานเหล่านี้ช่วยให้เห็นว่าถ้ำเขาสามบาตรเคยเหมาะต่อการพักอาศัยหรือประกอบกิจกรรมของมนุษย์ เพราะเป็นถ้ำที่อยู่ไม่สูงเกินไป มีพื้นที่แห้ง และอยู่ใกล้แหล่งน้ำซึ่งใช้ทั้งอุปโภคบริโภคและคมนาคมกับชุมชนใกล้เคียง
 
หลักฐานสมัยประวัติศาสตร์ที่โดดเด่นที่สุดคือจารึกบนผนังถ้ำ เขียนด้วยอักษรไทยร่วมสมัยอยุธยา ใช้สีแดงบนพื้นสีขาว อยู่บริเวณถ้ำส่วนหน้า สูงจากพื้นถ้ำประมาณ 3 เมตร เนื้อหาจารึกกล่าวถึงพุทธบริษัท ได้แก่ พระภิกษุ สามเณร ขุนนาง กรมการเมือง และสัปบุรุษชายหญิง ที่ร่วมกันยกหรือบูรณะพระพุทธรูปเดิมซึ่งชำรุดให้ดีขึ้นสมบูรณ์ แล้วร่วมกันฉลองกุศลบุญ โดยจารึกระบุปี พ.ศ. 2157 หลักฐานนี้ทำให้ถ้ำเขาสามบาตรมีสถานะเป็นศาสนสถานสำคัญของชุมชนในสมัยอยุธยา
 
สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์เสด็จมาสำรวจถ้ำเขาสามบาตรเมื่อ พ.ศ. 2445 และทรงบันทึกถึงการพบร่องรอยอักษรบนผนังถ้ำ พร้อมทรงวินิจฉัยว่าเป็นตัวอักษรไทยสมัยอยุธยาแบบเดียวกับตัวหนังสือที่วัดป่าโมก ต่อมาใน พ.ศ. 2519 นายวรรณยุทธ ณ วิลาศ จากหน่วยศิลปากรที่ 9 เข้าสำรวจและรายงานว่าเป็นถ้ำที่มีหนังสือไทยจารึกไว้บนผนังถ้ำ ต่อมาใน พ.ศ. 2523 คณะสำรวจแหล่งโบราณคดีจากกองโบราณคดี กรมศิลปากร เข้าสำรวจและรายงานว่าพบจารึกอักษรไทยสมัยอยุธยา พร้อมหลักฐานสมัยก่อนประวัติศาสตร์ เช่น เศษภาชนะดินเผาและเครื่องมือหิน
 
ใน พ.ศ. 2533 คณะชมรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมโรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง ได้เข้าสำรวจเพิ่มเติม และรายงานว่าพบหลักฐานทั้งสมัยก่อนประวัติศาสตร์และสมัยประวัติศาสตร์อยู่ร่วมกัน อีกทั้งยังพบหลักฐานชิ้นใหม่คือภาพเขียนสีแดงรูปคล้ายภูเขา 3 ลูกต่อกันบริเวณซอกผนังถ้ำ การสำรวจต่อเนื่องหลายครั้งทำให้ถ้ำเขาสามบาตรเป็นแหล่งโบราณคดีที่มีชั้นข้อมูลหนาแน่นกว่าสถานที่ท่องเที่ยวถ้ำทั่วไป และทำให้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของจังหวัดตรัง
 
ความสำคัญของจารึกถ้ำเขาสามบาตรไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการบอกเล่าเรื่องการบูรณะพระพุทธรูป แต่ยังช่วยชี้ให้เห็นว่าบริเวณนาตาล่วงและลุ่มแม่น้ำตรังเคยเป็นพื้นที่ชุมชนสำคัญในอดีต หลักฐานด้านประวัติศาสตร์จังหวัดตรังหลายแหล่งกล่าวถึงจารึกเขาสามบาตรหรือเขาสะบาปว่าเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงการตั้งถิ่นฐานและศูนย์กลางชุมชนเมืองตรังในช่วงสมัยอยุธยา การมาเที่ยวถ้ำเขาสามบาตรจึงไม่ใช่เพียงการดูถ้ำ แต่เป็นการมองย้อนกลับไปยังร่องรอยของเมืองตรังยุคเก่าริมแม่น้ำ
 
ถ้ำเขาสามบาตรยังมีความสัมพันธ์กับวัดไพรสณฑ์หรือวัดป่าหมาก ซึ่งตั้งอยู่ในหมู่ที่ 4 ตำบลนาตาล่วงเช่นเดียวกัน พื้นที่วัดเป็นวัดราษฎร์ในสังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีทำเลเป็นที่ราบลุ่ม มีคลอง แม่น้ำตรัง สวนยางพารา และบ้านเรือนประชาชนโดยรอบ การที่ถ้ำตั้งอยู่ในเขตธรณีสงฆ์และใกล้วัดทำให้พื้นที่นี้มีความหมายทั้งด้านศาสนา ประวัติศาสตร์ และชุมชน การเที่ยวถ้ำจึงควรรักษาความสงบและความสุภาพเหมือนการเข้าเยี่ยมชมสถานที่เกี่ยวกับศาสนาและโบราณสถาน
 
ในเชิงการจัดการพื้นที่ เขาสามบาตรถูกระบุในข้อมูลท้องถิ่นว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนของตำบลนาตาล่วง ตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 12 ไร่เศษ และเป็นพื้นที่สาธารณะประโยชน์อยู่ในความดูแลของเทศบาลตำบลนาตาล่วง ข้อมูลนี้สะท้อนว่าสถานที่ยังได้รับการรับรู้และดูแลในระดับท้องถิ่น ไม่ใช่โบราณสถานที่ถูกแยกขาดจากชุมชน การดูแลของเทศบาลยังเชื่อมโยงกับการพัฒนาเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ทางเดินคอนกรีต ราวจับ และการอนุรักษ์พันธุ์ไม้หายากในบริเวณเขาสามบาตร
 
เส้นทางศึกษาธรรมชาติชุมชนเขาสามบาตรเป็นองค์ประกอบที่ช่วยให้การมาเยือนไม่จบเพียงการเข้าถ้ำ นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมพื้นที่โดยรอบซึ่งมีพันธุ์ไม้หายากและพืชท้องถิ่นหลายชนิด เช่น ต้นนมควาย ต้นตะเคียนทอง และต้นจิกน้ำ พื้นที่โดยรวมมีความชุ่มชื้นและร่มรื่น การเดินชมธรรมชาติควบคู่กับการชมหลักฐานในถ้ำจึงทำให้เข้าใจบริบทของถ้ำมากขึ้น เพราะแหล่งโบราณคดีไม่ได้เกิดขึ้นลอย ๆ แต่สัมพันธ์กับภูมิประเทศ แหล่งน้ำ พืชพรรณ และความเหมาะสมต่อการอยู่อาศัยของมนุษย์ในอดีต
 
ภายในพื้นที่เขาสามบาตรยังเคยมีการกล่าวถึงศูนย์แสดงแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมเขาสามบาตร พิพิธภัณฑ์ซากเรือโบราณ และห้องประวัติศาสตร์ที่จัดแสดงเรื่องราวท้องถิ่น รวมถึงเครื่องปั้นดินเผา ประติมากรรมมนุษย์ยุคหิน ประติมากรรมสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ และบุคคลท้องถิ่นผู้ถ่ายทอดเรื่องราวชุมชนบ้านอู่ตะเภา การจัดแสดงเหล่านี้ช่วยขยายภาพถ้ำเขาสามบาตรจากถ้ำโบราณคดีไปสู่พื้นที่เรียนรู้ประวัติศาสตร์ชุมชนอย่างครบมิติ
 
แม้ถ้ำเขาสามบาตรจะอยู่ใกล้เมืองและเดินทางสะดวก แต่นักท่องเที่ยวควรเตรียมตัวให้เหมาะสมกับการเข้าชมถ้ำหินปูน ทางขึ้นถ้ำค่อนข้างชัน ปากถ้ำอยู่สูงกว่าพื้นดิน และภายในถ้ำมีพื้นที่ลาดต่ำ ซอกแคบ และบางจุดอาจมีความชื้น ควรสวมรองเท้าพื้นยึดเกาะดี เลี่ยงรองเท้าลื่น เตรียมไฟฉายหรือใช้ไฟโทรศัพท์อย่างระมัดระวัง เดินตามทางที่จัดไว้ ไม่ปีนป่ายผนังถ้ำ ไม่จับหรือขูดจารึก และไม่แตะต้องหลักฐานโบราณคดีทุกชนิด
 
สิ่งที่ต้องระวังมากที่สุดคือการรักษาหลักฐานโบราณคดีภายในถ้ำ ภาพเขียนสี จารึกบนผนังถ้ำ เศษภาชนะดินเผา และร่องรอยทางประวัติศาสตร์เป็นสิ่งที่ไม่สามารถสร้างทดแทนได้ หากถูกสัมผัส ขูด ขีด หรือเคลื่อนย้าย หลักฐานจะสูญเสียคุณค่าทั้งทางวิชาการและทางวัฒนธรรม นักท่องเที่ยวจึงควรชมด้วยสายตา ถ่ายภาพโดยไม่ใช้แฟลชในระยะใกล้ต่อหลักฐานอ่อนไหว และไม่เก็บวัตถุใด ๆ กลับออกจากพื้นที่
 
การเที่ยวถ้ำเขาสามบาตรเหมาะกับผู้ที่สนใจเรื่องราวมากกว่าความหวือหวา ถ้ำนี้อาจไม่ได้มีหินงอกหินย้อยขนาดใหญ่อลังการเหมือนถ้ำท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติบางแห่ง แต่มีคุณค่าจากหลักฐานที่ทับซ้อนกันหลายยุค ตั้งแต่ภาพเขียนสีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ภาชนะดินเผาลายเชือกทาบ ขวานหินขัด เครื่องมือหิน เปลือกหอย ลูกปัด ไปจนถึงจารึกสมัยอยุธยา พื้นที่เล็ก ๆ ภายในถ้ำจึงทำหน้าที่เหมือนหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์ตรังที่ยังคงอ่านได้จากผนังหินและร่องรอยบนพื้นถ้ำ
 
การเดินทาง จากตัวเมืองตรังไปถ้ำเขาสามบาตรใช้ระยะทางประมาณ 5 กม. มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือเข้าสู่ตำบลนาตาล่วงและพื้นที่หมู่ที่ 4 บ้านป่าหมาก เส้นทางเหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า รถจักรยานยนต์ หรือรถรับจ้างจากตัวเมืองตรัง เมื่อถึงพื้นที่ใกล้วัดไพรสณฑ์และเขาสามบาตร ให้สังเกตป้ายท้องถิ่นและจุดทางเข้าแหล่งเรียนรู้ การเดินทางไม่ไกลจึงสามารถจัดรวมกับสถานที่ในเมืองตรังได้ง่าย
 
หากไม่มีรถส่วนตัว สามารถเดินทางจากตัวเมืองตรังด้วยรถรับจ้างหรือเรียกรถท้องถิ่นไปยังตำบลนาตาล่วงได้ โดยควรแจ้งปลายทางว่าไปถ้ำเขาสามบาตรหรือวัดไพรสณฑ์ หมู่ที่ 4 ตำบลนาตาล่วง การไปช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายที่ยังมีแสงสว่างเหมาะกว่าช่วงเย็น เพราะทางขึ้นถ้ำและพื้นที่ภายในถ้ำควรใช้แสงเพียงพอในการเดินและสังเกตสิ่งแวดล้อม
 
เวลาเที่ยวที่เหมาะสมอยู่ที่ประมาณ 1–2 ชั่วโมง หากต้องการเดินชมเส้นทางธรรมชาติ ดูภาพเขียนสี จารึก ผนังถ้ำ และพื้นที่รอบเขาสามบาตรแบบไม่เร่งรีบ ควรเผื่อเวลามากขึ้น ผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ควรอ่านข้อมูลเบื้องต้นก่อนเดินทาง เพราะเมื่อเข้าไปในถ้ำจะช่วยให้เข้าใจตำแหน่งของถ้ำส่วนหน้า ถ้ำเสาภูมิ ถ้ำพระ ถ้ำน้ำ และหลักฐานแต่ละประเภทได้ชัดเจนขึ้น
 
ทริปครึ่งวันที่เหมาะคือเริ่มจากตัวเมืองตรัง เดินทางไปถ้ำเขาสามบาตรในช่วงเช้า ใช้เวลาเดินชมถ้ำและพื้นที่รอบเขา จากนั้นกลับเข้าสู่เมืองเพื่อแวะหอนาฬิกาตรัง สถานีรถไฟตรัง หรือย่านเมืองเก่าทับเที่ยง เส้นทางนี้เหมาะกับผู้ที่อยากเรียนรู้ประวัติศาสตร์จังหวัดตรังโดยไม่ต้องออกนอกอำเภอเมืองไกลเกินไป
 
หากจัดเป็นเส้นทางเรียนรู้เต็มวัน สามารถเริ่มจากถ้ำเขาสามบาตร ต่อด้วยวัดไพรสณฑ์หรือพื้นที่ริมแม่น้ำตรัง จากนั้นกลับเข้าสู่ตัวเมืองตรังเพื่อชมสถานีรถไฟตรัง หอนาฬิกา อาคารเก่า และร้านอาหารท้องถิ่น หรือขยายเส้นทางไปยังเขานาขาในตำบลนาตาล่วงซึ่งเป็นจุดชมวิวอีกแห่งหนึ่ง การจัดเส้นทางแบบนี้ช่วยให้เห็นทั้งภูมิประเทศหินปูน แม่น้ำ ชุมชน วัด และเมืองเก่าของตรังในวันเดียว
 
สำหรับนักเรียน นักศึกษา หรือผู้ทำงานด้านประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ถ้ำเขาสามบาตรเหมาะกับการใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ภาคสนาม เพราะมีหลักฐานหลากหลายชนิดในพื้นที่เดียวกัน การเรียนรู้สามารถเริ่มจากธรณีวิทยาของเขาหินปูน ต่อด้วยการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ การใช้ถ้ำเป็นที่อยู่อาศัยหรือพื้นที่ประกอบกิจกรรม แล้วเชื่อมไปสู่การใช้ถ้ำเป็นศาสนสถานในสมัยอยุธยา ผ่านหลักฐานจารึกบนผนังถ้ำ พ.ศ. 2157
 
มารยาทสำคัญในการเข้าชมถ้ำเขาสามบาตรคือควรใช้เสียงเบา ไม่ทิ้งขยะ ไม่จุดธูปเทียนหรือก่อควันในถ้ำ ไม่ขีดเขียนบนผนัง ไม่เคลื่อนย้ายหินหรือเศษวัตถุใด ๆ และไม่รบกวนค้างคาวหรือสัตว์ที่อาศัยอยู่ภายในถ้ำ ถ้ำเป็นพื้นที่ปิดที่ระบบอากาศและสภาพแวดล้อมเปราะบาง การใช้พื้นที่อย่างสุภาพจะช่วยรักษาความสมบูรณ์ของถ้ำและทำให้ผู้มาเยือนกลุ่มอื่นได้รับประสบการณ์ที่ดีเช่นกัน
 
ถ้ำเขาสามบาตรจึงเป็นจุดหมายที่ควรค่าแก่การเพิ่มในแผนเที่ยวเมืองตรัง โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการรู้จักจังหวัดตรังผ่านมิติประวัติศาสตร์ ไม่ใช่เพียงธรรมชาติหรืออาหาร สถานที่นี้รวมทั้งตำนานลายแทง 3 บาตรพระ ชื่อเก่าเขาสะบาป ถ้ำหินปูนริมแม่น้ำตรัง ภาพเขียนสี เครื่องมือหิน ภาชนะดินเผา จารึกอยุธยา วัดไพรสณฑ์ และการดูแลของชุมชนนาตาล่วงไว้ในพื้นที่เดียวกัน หากเที่ยวอย่างระมัดระวังและเคารพหลักฐานโบราณคดี ถ้ำเขาสามบาตรจะเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ช่วยให้การเดินทางในตรังมีความลึกและมีความหมายมากขึ้น
 
ชื่อสถานที่ถ้ำเขาสามบาตร
ชื่ออื่นเขาสามบาท / เขาสะบาป / เขาสระบาป
ที่ตั้งหมู่ที่ 4 ตำบลนาตาล่วง อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง
ที่อยู่เขตธรณีสงฆ์วัดไพรสณฑ์ หมู่ที่ 4 ตำบลนาตาล่วง อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง 92000
พิกัดประมาณ 7.59026, 99.57933
ไฮไลต์ถ้ำหินปูน แหล่งโบราณคดี ภาพเขียนสีแดง จารึกอักษรไทยสมัยอยุธยา พ.ศ. 2157 หลักฐานก่อนประวัติศาสตร์ และเส้นทางเรียนรู้ธรรมชาติชุมชน
ภูมิหลังเป็นแหล่งโบราณคดีสำคัญของจังหวัดตรัง พบหลักฐานการใช้พื้นที่ทั้งสมัยก่อนประวัติศาสตร์และสมัยประวัติศาสตร์
ที่มาของชื่อเชื่อมโยงกับตำนานสมบัติ 3 บาตรพระ และชื่อเก่าเขาสะบาปหรือเขาสระบาปซึ่งสัมพันธ์กับสระน้ำภายในถ้ำ
ลักษณะเด่นของถ้ำเป็นถ้ำแห้งบนเขาหินปูนลูกโดด ปากถ้ำกว้างประมาณ 4 เมตร ทางขึ้นชัน เพดานถ้ำโค้งคล้ายโดม และมีหลืบซอกตามผนังทั้ง 2 ข้าง
ส่วนต่าง ๆ ภายในถ้ำถ้ำส่วนหน้า ถ้ำเสาภูมิ ถ้ำพระ และถ้ำน้ำ
หลักฐานสำคัญภาพเขียนสีแดงรูปคล้ายภูเขา 3 ลูก เศษภาชนะดินเผาลายเชือกทาบ หม้อสามขา เครื่องมือหิน ขวานหินขัด เปลือกหอย ลูกปัด พระดินดิบที่เคยพบในอดีต และจารึกบนผนังถ้ำ
จารึกสำคัญจารึกอักษรไทยสมัยอยุธยา เขียนด้วยสีแดงบนพื้นสีขาว กล่าวถึงการบูรณะพระพุทธรูปในถ้ำเมื่อ พ.ศ. 2157
การเดินทางจากตัวเมืองตรังมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 5 กม. ถึงเขาสามบาตรซึ่งเป็นภูเขาลูกโดดขนาดย่อมในเขตธรณีสงฆ์วัดไพรสณฑ์ หมู่ที่ 4 ตำบลนาตาล่วง
สถานะปัจจุบันเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ชุมชนของตำบลนาตาล่วง
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 17.00 น.
สิ่งอำนวยความสะดวกทางเดินคอนกรีต ราวจับ เส้นทางศึกษาธรรมชาติ และพื้นที่เรียนรู้ชุมชน
ผู้ดูแล / หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเทศบาลตำบลนาตาล่วง และวัดไพรสณฑ์ในฐานะพื้นที่ธรณีสงฆ์ที่เกี่ยวข้องกับทำเลถ้ำ
เบอร์ติดต่อหน่วยงานท้องถิ่นเทศบาลตำบลนาตาล่วง โทร. 0-7550-2610
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. วัดไพรสณฑ์ ประมาณ 1 กม.
2. แม่น้ำตรัง บริเวณตำบลนาตาล่วง ประมาณ 1 กม.
3. เขานาขา ประมาณ 6 กม.
4. สถานีรถไฟตรัง ประมาณ 7 กม.
5. หอนาฬิกาตรัง ประมาณ 8 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ตามสั่งตามใจ ประมาณ 3 กม. โทร. 093-1879771
2. อาหารตามสั่งนาตาล่วง ประมาณ 4 กม. โทร. 087-3856134
3. ชาพิกุล@นาตาล่วง ประมาณ 4 กม. โทร. 082-3785539, 094-8537900, 082-2628839
4. โคตรข้าวมันไก่ตอน เยาวราช นาตาล่วง ประมาณ 4 กม. โทร. 080-8599648, 095-4751045
5. เรือนไทยติ่มซำ Trang ประมาณ 7 กม. โทร. 075-219342
ที่พักใกล้เคียง1. Seven Days A Week Resort ประมาณ 3 กม. โทร. 095-4405549
2. White Home Guest House ประมาณ 4 กม. โทร. 080-9575507
3. VNL Stay ประมาณ 6 กม. โทร. 091-8860033
4. Baan Bussaba Hotel ประมาณ 7 กม. โทร. 081-3708997
5. Garden Hill Mansion Trang ประมาณ 8 กม. โทร. 081-9790831
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ถ้ำเขาสามบาตรอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ถ้ำเขาสามบาตรตั้งอยู่ในเขตหมู่ที่ 4 ตำบลนาตาล่วง อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง อยู่ใกล้แม่น้ำตรังและวัดไพรสณฑ์ ห่างจากตัวเมืองตรังประมาณ 5 กม.
 
ถาม: ถ้ำเขาสามบาตรสำคัญอย่างไร?
ตอบ: ถ้ำเขาสามบาตรเป็นแหล่งโบราณคดีสำคัญ พบหลักฐานทั้งสมัยก่อนประวัติศาสตร์และสมัยประวัติศาสตร์ รวมถึงภาพเขียนสี เศษภาชนะดินเผา เครื่องมือหิน และจารึกอักษรไทยสมัยอยุธยา พ.ศ. 2157
 
ถาม: ถ้ำเขาสามบาตรเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
 
ถาม: ภายในถ้ำเขาสามบาตรแบ่งออกเป็นกี่ส่วน?
ตอบ: ภายในถ้ำแบ่งออกเป็น 4 ส่วน ได้แก่ ถ้ำส่วนหน้า ถ้ำเสาภูมิ ถ้ำพระ และถ้ำน้ำ
 
ถาม: จารึกในถ้ำเขาสามบาตรกล่าวถึงเรื่องใด?
ตอบ: จารึกกล่าวถึงพุทธบริษัท พระภิกษุ สามเณร ขุนนาง กรมการเมือง และสัปบุรุษชายหญิงที่ร่วมกันบูรณะพระพุทธรูปเดิมซึ่งชำรุดให้สมบูรณ์ และร่วมกันฉลองกุศลบุญเมื่อ พ.ศ. 2157
 
ถาม: ถ้ำเขาสามบาตรเหมาะกับใคร?
ตอบ: เหมาะกับผู้สนใจประวัติศาสตร์ โบราณคดี ถ้ำหินปูน ธรณีวิทยา เส้นทางชุมชน และนักท่องเที่ยวที่ต้องการเรียนรู้ประวัติศาสตร์เมืองตรังใกล้ตัวเมือง
 
ถาม: ไปถ้ำเขาสามบาตรควรเตรียมตัวอย่างไร?
ตอบ: ควรสวมรองเท้าพื้นเกาะดี เตรียมไฟฉาย เดินตามทางที่จัดไว้ ไม่ขีดเขียนผนังถ้ำ ไม่แตะต้องจารึก ภาพเขียนสี หรือหลักฐานโบราณคดี และควรรักษาความสงบภายในถ้ำ
 
ถาม: ถ้ำเขาสามบาตรเที่ยวร่วมกับที่ไหนได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับวัดไพรสณฑ์ แม่น้ำตรัง เขานาขา สถานีรถไฟตรัง หอนาฬิกาตรัง และย่านเมืองเก่าทับเที่ยงได้ในเส้นทางใกล้ตัวเมืองตรัง

ธรรมชาติ และสัตว์ป่าหมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

ถ้ำกลุ่ม: ●ถ้ำ

ปรับปรุงล่าสุด : 3 สัปดาห์ที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(1)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(2)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(3)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(2)
วัด วัด(15)
มัสยิด มัสยิด(1)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(6)
โครงการหลวง โครงการหลวง(1)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(5)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(6)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(8)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(1)
น้ำตก น้ำตก(20)
น้ำพุร้อน น้ำพุร้อน(1)
ถ้ำ ถ้ำ(11)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(11)
หมู่เกาะ หมู่เกาะ(12)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(3)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(8)
กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย(1)
เมนูอาหารใต้, สูตรอาหารใต้ เมนูอาหารใต้, สูตรอาหารใต้(1)