หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดตรัง >อ.ย่านตาขาว >ต.ทุ่งค่าย > สวนพฤกษศาสตร์ภาคใต้-ทุ่งค่าย
TL;DR: สวนพฤกษศาสตร์ภาคใต้-ทุ่งค่าย อยู่ที่ตำบลทุ่งค่าย อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง เปิดทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น. การเดินทางสะดวก เดินทางจากตัวเมืองตรังตามถนนตรัง–ปะเหลียน หรือทางหลวงหมายเลข 404 มุ่งหน้าอำเภอย่านตาขาว สวนตั้งอยู่บริเวณตำบลทุ่งค่าย.
สวนพฤกษศาสตร์ภาคใต้-ทุ่งค่าย

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 16.30 น.
สวนพฤกษศาสตร์ภาคใต้-ทุ่งค่าย จังหวัดตรัง เป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติและพรรณไม้ที่สำคัญของภาคใต้ ตั้งอยู่ในตำบลทุ่งค่าย อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง บนเส้นทางถนนตรัง–ปะเหลียน หรือทางหลวงหมายเลข 404 บริเวณประมาณกิโลเมตรที่ 11 ห่างจากตัวเมืองตรังราว 13 กิโลเมตร สถานที่แห่งนี้เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจป่าไม้ พรรณพืช ระบบนิเวศป่าดิบชื้น ป่าพรุ สัตว์ป่า การเดินศึกษาธรรมชาติ และการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยมีจุดเด่นสำคัญคือสะพานศึกษาธรรมชาติเรือนยอดไม้แห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เดินชมป่าในระดับเรือนยอดไม้และมองเห็นชีวิตของป่าจากมุมสูงอย่างใกล้ชิด
สวนพฤกษศาสตร์แห่งนี้เป็นพื้นที่ที่ช่วยให้เข้าใจธรรมชาติของตรังได้ลึกกว่าการเที่ยวทะเล เกาะ ถ้ำ น้ำตก หรือย่านเมืองเก่า เพราะตรังไม่ได้มีเพียงชายฝั่งและวัฒนธรรมอาหารเท่านั้น แต่ยังมีพื้นที่ป่าที่อุดมสมบูรณ์และมีระบบนิเวศเฉพาะตัว สวนพฤกษศาสตร์ภาคใต้-ทุ่งค่ายจึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงการพักผ่อนกับการเรียนรู้ ผู้มาเยือนได้สัมผัสทั้งความร่มรื่นของป่า ความหลากหลายของพรรณไม้ เสียงธรรมชาติ เส้นทางเดินป่า และบรรยากาศของพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง
พื้นที่ของสวนตั้งอยู่ในบริเวณป่าทุ่งค่าย ซึ่งมีลักษณะภูมิประเทศหลากหลาย ทั้งพื้นที่ราบ เนินเขาเตี้ย ลำธารขนาดเล็ก ป่าดิบที่ลุ่มต่ำ และป่าพรุ พื้นที่ขนาดใหญ่ของสวนทำให้ที่นี่เป็นทั้งแหล่งอนุรักษ์พันธุ์พืช แหล่งศึกษาวิจัย แหล่งเรียนรู้สำหรับนักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป รวมถึงเป็นสถานที่พักผ่อนของผู้ที่ต้องการเดินชมธรรมชาติแบบไม่ต้องเดินทางไกลออกจากจังหวัดตรังมากนัก ความหลากหลายของพื้นที่ทำให้แต่ละเส้นทางภายในสวนให้ประสบการณ์แตกต่างกัน ผู้มาเยือนจึงสามารถเลือกชมได้ตามเวลา ความสนใจ และสภาพร่างกาย
ความสำคัญของสวนพฤกษศาสตร์ภาคใต้-ทุ่งค่ายไม่ได้จำกัดอยู่ที่การเป็นแหล่งท่องเที่ยว แต่ยังเป็นพื้นที่อนุรักษ์พันธุ์พืชของภาคใต้ โดยรวบรวมพรรณไม้หลายกลุ่มไว้เพื่อการศึกษาและการใช้ประโยชน์เชิงวิชาการ ภายในสวนมีทั้งสวนรุกขชาติ สวนสมุนไพร สวนเฟิน สวนพืชกินแมลง กลุ่มพืชตระกูลปาล์ม กลุ่มพืชป่ายาง กลุ่มพืชหายาก และพรรณไม้ภาคใต้หลากหลายชนิด พื้นที่ลักษณะนี้ช่วยให้ผู้มาเยือนเห็นความสัมพันธ์ระหว่างพรรณไม้กับระบบนิเวศจริง ไม่ใช่เพียงการชมต้นไม้ที่ปลูกแยกเป็นแปลงสวยงามเท่านั้น
ภายในสวนมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะสำหรับการวางแผนเดินชมพื้นที่ นักท่องเที่ยวสามารถใช้จุดนี้เพื่อสอบถามข้อมูลเส้นทาง การเข้าชม กิจกรรมกลุ่ม การใช้พื้นที่ค่ายพักแรม และข้อควรปฏิบัติก่อนเข้าสู่เส้นทางธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีห้องสมุดพฤกษศาสตร์ พิพิธภัณฑ์พืช ห้องประชุม และพื้นที่สำหรับกางเต็นท์หรือกิจกรรมค่ายพักแรม ซึ่งเหมาะกับกลุ่มโรงเรียน หน่วยงาน และผู้ที่ต้องการจัดกิจกรรมเรียนรู้ธรรมชาติแบบเป็นระบบ การใช้พื้นที่บางประเภทควรติดต่อเจ้าหน้าที่ล่วงหน้าเพื่อความเหมาะสมและความปลอดภัย
จุดที่ทำให้สวนพฤกษศาสตร์ภาคใต้-ทุ่งค่ายเป็นที่รู้จักมากที่สุดคือสะพานศึกษาธรรมชาติเรือนยอดไม้ ซึ่งเป็นสะพานเดินชมป่าระดับสูงที่ออกแบบให้ผู้มาเยือนเข้าไปศึกษาโครงสร้างของป่าในระดับที่สายตาปกติจากพื้นดินมองไม่ถึง สะพานมีระยะทางรวมประมาณ 175 เมตร เชื่อมต่อด้วยหอคอยและช่วงสะพานหลายช่วง โดยมีระดับความสูงประมาณ 5–20 เมตร หรือในบางจุดใกล้ระดับเรือนยอดไม้ ผู้เดินสามารถเห็นลำต้น กิ่ง ใบ ดอก ผล พืชอิงอาศัย เถาวัลย์ และสิ่งมีชีวิตที่ใช้ประโยชน์จากเรือนยอดไม้ได้ชัดเจนขึ้น
การเดินบนสะพานเรือนยอดไม้ให้ประสบการณ์ต่างจากการเดินป่าทั่วไป เพราะผู้มาเยือนไม่ได้มองป่าจากระดับพื้นดินเท่านั้น แต่ได้เห็นชั้นของป่าจากมุมสูง ป่าดิบชื้นมีโครงสร้างหลายระดับ ตั้งแต่พืชพื้นล่าง ไม้พุ่ม ไม้ชั้นกลาง ไปจนถึงเรือนยอดไม้ขนาดใหญ่ สะพานแห่งนี้ช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจว่าป่าไม่ได้เป็นเพียงกลุ่มต้นไม้ที่ขึ้นหนาแน่น แต่เป็นระบบนิเวศที่มีชั้นความสูง มีความชื้น มีแสงที่เปลี่ยนไปตามระดับ และมีสิ่งมีชีวิตจำนวนมากอาศัยอยู่ในพื้นที่ต่างระดับกัน
ในช่วงเช้า สะพานเรือนยอดไม้มักให้บรรยากาศที่สดชื่นที่สุด แสงอ่อนลอดผ่านใบไม้ เสียงนกและเสียงแมลงช่วยให้การเดินชมธรรมชาติมีความสงบ ส่วนช่วงบ่ายแก่ก่อนเวลาปิดสวนเหมาะกับผู้ที่ต้องการชมแสงที่นุ่มขึ้นและถ่ายภาพบรรยากาศของป่า แต่ควรเผื่อเวลาให้เพียงพอสำหรับเดินกลับออกจากเส้นทางก่อนสวนปิด ผู้มาเยือนควรเดินอย่างระมัดระวัง ไม่หยอกล้อหรือวิ่งบนสะพาน และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เพื่อความปลอดภัย
นอกจากสะพานเรือนยอดไม้แล้ว สวนพฤกษศาสตร์ภาคใต้-ทุ่งค่ายยังมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติหลายเส้นทาง เส้นทางเหล่านี้พาผู้มาเยือนผ่านป่าดิบที่ลุ่มต่ำและป่าพรุซึ่งมีพรรณพืชเฉพาะถิ่นและความชื้นสูง บางเส้นทางมีระยะประมาณ 1,200 เมตร ใช้เวลาเดินราว 30–45 นาที เหมาะกับผู้ที่ต้องการเรียนรู้ธรรมชาติในระดับพอดี ไม่ยาวเกินไป และยังได้เห็นลักษณะของป่าหลากหลายแบบภายในพื้นที่เดียว เส้นทางเดินป่าที่นี่จึงเหมาะทั้งสำหรับนักเรียน นักศึกษา ครอบครัว และนักท่องเที่ยวทั่วไป
ป่าดิบที่ลุ่มต่ำเป็นระบบนิเวศที่น่าสนใจมาก เพราะมีความชื้นสูง ต้นไม้ขึ้นหนาแน่น และมีพรรณพืชหลายระดับ พืชบางชนิดมีลำต้นสูงใหญ่ บางชนิดเป็นไม้พื้นล่างที่ต้องอาศัยร่มเงา บางชนิดเป็นเฟิน เถาวัลย์ หรือพืชอิงอาศัยที่เกาะอยู่บนลำต้นและกิ่งไม้ การเดินผ่านป่าลักษณะนี้ทำให้เห็นว่าความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม่ได้เกิดจากต้นไม้ใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความสัมพันธ์ของพืชเล็ก พืชใหญ่ ดิน น้ำ แสง และสัตว์ป่าที่ใช้พื้นที่ร่วมกัน
พื้นที่ป่าพรุภายในสวนเป็นอีกส่วนที่ช่วยให้สวนพฤกษศาสตร์ภาคใต้-ทุ่งค่ายมีคุณค่าทางการเรียนรู้สูง ป่าพรุเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีลักษณะเฉพาะ ดินและน้ำมีความสัมพันธ์กับการเจริญเติบโตของพรรณพืชอย่างใกล้ชิด พืชในพื้นที่ป่าพรุต้องปรับตัวให้เข้ากับความชื้นและสภาพแวดล้อมที่แตกต่างจากป่าบนดินแห้ง นักท่องเที่ยวที่เดินผ่านบริเวณนี้จะได้เห็นภาพของธรรมชาติที่ไม่ค่อยพบในสวนสาธารณะทั่วไป และเข้าใจว่าพื้นที่ชุ่มน้ำมีความสำคัญต่อความหลากหลายทางชีวภาพ
สวนสมุนไพรเป็นพื้นที่ที่เหมาะกับผู้สนใจพืชใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน เพราะสมุนไพรจำนวนมากเป็นส่วนหนึ่งของภูมิปัญญาท้องถิ่นไทยและภาคใต้ การเรียนรู้สมุนไพรในสวนพฤกษศาสตร์ช่วยให้ผู้มาเยือนเห็นว่าพืชไม่ได้มีคุณค่าเฉพาะด้านความสวยงาม แต่ยังเกี่ยวข้องกับอาหาร ยา สุขภาพ และวิถีชีวิตของชุมชน การจัดแสดงพืชในรูปแบบสวนช่วยให้เข้าใจง่ายกว่าการอ่านชื่อพืชจากตำราเพียงอย่างเดียว
สวนรุกขชาติและกลุ่มพรรณไม้ภาคใต้เป็นอีกองค์ประกอบที่ช่วยเสริมภาพของสวนพฤกษศาสตร์ให้สมบูรณ์ ต้นไม้หลายชนิดในภาคใต้มีความสำคัญทั้งด้านระบบนิเวศ เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม การเดินชมพื้นที่เหล่านี้ช่วยให้เห็นชนิดไม้ที่เติบโตในสภาพแวดล้อมภาคใต้จริง รวมถึงเข้าใจบทบาทของต้นไม้ในฐานะแหล่งอาหาร ที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า แหล่งร่มเงา และส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์ท้องถิ่น
สวนเฟินและพืชกินแมลงเป็นส่วนที่มักสร้างความสนใจให้ผู้มาเยือน เพราะเป็นกลุ่มพืชที่มีรูปร่างและวิธีดำรงชีวิตแตกต่างจากพืชทั่วไป เฟินสะท้อนสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นและร่มเงา ส่วนพืชกินแมลงช่วยให้เห็นการปรับตัวของพืชในพื้นที่ที่มีธาตุอาหารจำกัด พื้นที่จัดแสดงเหล่านี้เหมาะกับเด็กและเยาวชน เพราะช่วยให้การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ธรรมชาติเกิดขึ้นผ่านของจริงที่เห็นได้ด้วยตา
สัตว์ป่าที่พบได้ในพื้นที่สวนพฤกษศาสตร์และป่าโดยรอบ เช่น นก กระรอก บ่าง กระจง ไก่ป่า และสัตว์ขนาดเล็กหลายชนิด เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศที่ช่วยให้ป่ายังมีชีวิต เสียงนก เสียงแมลง และการเคลื่อนไหวของสัตว์ในพุ่มไม้ทำให้การเดินศึกษาธรรมชาติไม่ใช่เพียงการชมต้นไม้ แต่เป็นการสัมผัสป่าที่มีความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ผู้มาเยือนควรสังเกตสัตว์ป่าจากระยะที่เหมาะสม ไม่ให้อาหาร ไม่ไล่จับ และไม่ส่งเสียงรบกวน
ต้นไม้สำคัญที่ผู้มาเยือนควรสังเกตคือกลุ่มไม้ใหญ่ในป่าดิบชื้น โดยเฉพาะต้นตะเคียนทองขนาดใหญ่ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดเด่นของพื้นที่ ต้นไม้ใหญ่ช่วยให้เข้าใจอายุและความต่อเนื่องของป่า เพราะกว่าจะเติบโตเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ต้องใช้เวลายาวนาน การยืนมองต้นไม้ใหญ่ในสวนพฤกษศาสตร์จึงเป็นการมองเห็นทั้งพลังของธรรมชาติและความจำเป็นของการอนุรักษ์พื้นที่ป่าให้คงอยู่ต่อไป
สวนพฤกษศาสตร์ภาคใต้-ทุ่งค่ายเหมาะกับนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม กลุ่มครอบครัวสามารถพาเด็กมาเรียนรู้ธรรมชาติแบบปลอดภัยและเข้าถึงง่าย กลุ่มนักเรียนและนักศึกษาสามารถใช้เป็นพื้นที่ภาคสนามสำหรับวิชาวิทยาศาสตร์ ชีววิทยา สิ่งแวดล้อม และภูมิศาสตร์ กลุ่มคนรักสุขภาพสามารถมาเดินออกกำลังกายในเส้นทางธรรมชาติ ส่วนกลุ่มนักเดินทางที่ชอบถ่ายภาพสามารถเก็บภาพป่า สะพานเรือนยอดไม้ พรรณไม้ และบรรยากาศธรรมชาติที่แตกต่างจากภาพเมืองหรือทะเลของตรัง
การเที่ยวสวนพฤกษศาสตร์แห่งนี้ไม่ควรเร่งรีบเกินไป หากต้องการชมเฉพาะสะพานเรือนยอดไม้และเดินเส้นทางสั้น สามารถใช้เวลาประมาณ 1–2 ชั่วโมง แต่ถ้าต้องการเข้าชมศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เดินหลายเส้นทาง ชมสวนสมุนไพร สวนรุกขชาติ พิพิธภัณฑ์พืช และพักถ่ายภาพระหว่างทาง ควรวางเวลาไว้ประมาณครึ่งวัน การจัดเวลาให้เพียงพอจะทำให้การเที่ยวมีคุณภาพมากขึ้นและลดความเสี่ยงจากการเดินรีบในพื้นที่ธรรมชาติ
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเที่ยวคือช่วงเช้าถึงก่อนเที่ยง เพราะอากาศยังไม่ร้อนมาก แสงเหมาะกับการถ่ายภาพ และสัตว์ป่าหลายชนิดอาจมีความเคลื่อนไหวมากกว่าช่วงกลางวัน อีกช่วงที่เหมาะคือบ่ายแก่ก่อนเวลาปิด แต่ต้องเผื่อเวลาเดินกลับ หากฝนตกหรือหลังฝนตกควรเพิ่มความระมัดระวัง เพราะเส้นทางธรรมชาติอาจลื่นและพื้นที่ป่าพรุมีความชื้นสูง นักท่องเที่ยวควรเลือกรองเท้าที่เหมาะกับการเดินและหลีกเลี่ยงรองเท้าที่ลื่นง่าย
สิ่งที่ควรเตรียมเมื่อมาเที่ยวสวนพฤกษศาสตร์ภาคใต้-ทุ่งค่าย ได้แก่ รองเท้าสำหรับเดิน น้ำดื่ม หมวก ยากันยุง กล้องถ่ายภาพ และเสื้อผ้าที่คล่องตัว หากมาเป็นกลุ่มเพื่อทำกิจกรรมค่ายพักแรมหรือศึกษาดูงาน ควรติดต่อเจ้าหน้าที่ก่อนเดินทางเพื่อสอบถามเงื่อนไขการใช้พื้นที่ ห้องประชุม พื้นที่กางเต็นท์ และเส้นทางที่เหมาะสมกับจำนวนผู้เข้าร่วม กิจกรรมในพื้นที่ธรรมชาติควรมีการวางแผนล่วงหน้าเพื่อให้ปลอดภัยและไม่รบกวนระบบนิเวศ
มารยาทในการเที่ยวสวนพฤกษศาสตร์มีความสำคัญมาก เพราะพื้นที่นี้เป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งอนุรักษ์ ผู้มาเยือนไม่ควรเก็บพืช ดอกไม้ เมล็ดพันธุ์ หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของพรรณไม้ออกจากพื้นที่ ไม่ควรให้อาหารสัตว์ป่า ไม่ควรส่งเสียงดัง ไม่ทิ้งขยะ และไม่ออกนอกเส้นทางที่กำหนด การเดินตามทางที่จัดไว้ช่วยลดผลกระทบต่อรากไม้ พืชพื้นล่าง และพื้นที่ชุ่มน้ำ รวมถึงช่วยให้การดูแลพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ทำได้ง่ายขึ้น
การเดินทางไปสวนพฤกษศาสตร์ภาคใต้-ทุ่งค่ายสะดวกที่สุดด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างจากตัวเมืองตรัง โดยใช้เส้นทางถนนตรัง–ปะเหลียน หรือทางหลวงหมายเลข 404 มุ่งหน้าไปทางอำเภอย่านตาขาว สวนตั้งอยู่บริเวณตำบลทุ่งค่าย แถวกิโลเมตรที่ 11 และอยู่ห่างจากตัวเมืองตรังประมาณ 13 กิโลเมตร เส้นทางเป็นถนนสายหลักที่เดินทางไม่ซับซ้อน เหมาะกับการจัดเป็นทริปครึ่งวันจากตัวเมืองหรือแวะเที่ยวก่อนเดินทางต่อไปยังอำเภอย่านตาขาว ปะเหลียน หรือกันตัง
ผู้ที่ไม่มีรถส่วนตัวสามารถใช้รถรับจ้างในเมืองตรังหรือจัดรถเหมาจากที่พักเพื่อเดินทางไปกลับได้สะดวกกว่า เพราะการเที่ยวในสวนอาจใช้เวลานานและต้องคุมเวลาให้ทันช่วงเปิดทำการ หากเดินทางเป็นครอบครัวหรือกลุ่มนักเรียน การใช้รถตู้หรือรถเช่าพร้อมคนขับจะช่วยให้ควบคุมเวลาและแผนการเดินทางได้ดีขึ้น หลังเที่ยวสวนพฤกษศาสตร์สามารถต่อไปยังสถานที่ใกล้เคียง เช่น หอนาฬิกาตรัง ย่านเมืองเก่าตรัง พิพิธภัณฑ์ผ้าทอนาหมื่นศรี หรือพิพิธภัณฑ์พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดีได้ตามเส้นทางที่วางไว้
สวนพฤกษศาสตร์ภาคใต้-ทุ่งค่ายมีความเหมาะสมเป็นพิเศษสำหรับการท่องเที่ยวเชิงครอบครัวและการศึกษานอกห้องเรียน เพราะเด็กสามารถเรียนรู้ธรรมชาติจากของจริง ทั้งต้นไม้ ใบไม้ ดอกไม้ เฟิน พืชกินแมลง พื้นที่ชุ่มน้ำ และเสียงสัตว์ป่า การเดินบนสะพานเรือนยอดไม้ช่วยสร้างความตื่นเต้นและทำให้การเรียนรู้เรื่องป่าดิบชื้นจับต้องได้ง่ายขึ้น ผู้ใหญ่เองก็ได้พักผ่อน สูดอากาศดี และใช้เวลาร่วมกับธรรมชาติในพื้นที่ที่มีการจัดการรองรับนักท่องเที่ยว
สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจถ่ายภาพ สวนแห่งนี้มีมุมให้เลือกหลายรูปแบบ ทั้งภาพสะพานเรือนยอดไม้ ภาพเส้นทางเดินใต้ร่มไม้ ภาพพืชพื้นล่าง ภาพใบไม้ในแสงเช้า ภาพต้นไม้ใหญ่ ภาพป่าพรุ และภาพกิจกรรมเดินป่าเชิงเรียนรู้ การถ่ายภาพในสวนพฤกษศาสตร์ควรเน้นความเป็นธรรมชาติและไม่รบกวนผู้อื่น หากใช้กล้องขนาดใหญ่หรือถ่ายภาพเป็นกลุ่ม ควรหลีกเลี่ยงการกีดขวางทางเดินบนสะพานและเส้นทางศึกษาธรรมชาติ
เมื่อเปรียบเทียบกับแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติอื่นในตรัง สวนพฤกษศาสตร์ภาคใต้-ทุ่งค่ายมีจุดแข็งคือเดินทางง่าย ใกล้ตัวเมือง มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติชัดเจน มีจุดบริการนักท่องเที่ยว และให้ความรู้เรื่องพืชกับระบบนิเวศได้โดยไม่ต้องใช้ทักษะเดินป่าระดับสูง นักท่องเที่ยวที่ไม่มีเวลามากก็สามารถสัมผัสธรรมชาติได้ภายในครึ่งวัน ส่วนผู้ที่ต้องการศึกษาอย่างจริงจังสามารถใช้เวลานานขึ้นเพื่อเดินหลายเส้นทางและสังเกตความหลากหลายของป่า
หากจัดเส้นทางเที่ยวในหนึ่งวัน สามารถเริ่มจากสวนพฤกษศาสตร์ภาคใต้-ทุ่งค่ายในช่วงเช้า ใช้เวลาชมสะพานเรือนยอดไม้และเส้นทางธรรมชาติ จากนั้นกลับเข้าตัวเมืองตรังเพื่อเที่ยวหอนาฬิกา สตรีทอาร์ต ย่านการค้าเก่า หรือแวะรับประทานอาหารท้องถิ่นในช่วงกลางวัน ช่วงบ่ายสามารถเดินทางต่อไปยังพิพิธภัณฑ์ผ้าทอนาหมื่นศรีหรือเส้นทางอำเภอกันตังได้ การจัดเส้นทางแบบนี้ทำให้ได้สัมผัสทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรมเมือง และประวัติศาสตร์ของตรังในวันเดียว
สวนพฤกษศาสตร์ภาคใต้-ทุ่งค่ายจึงเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ควรมีอยู่ในแผนเที่ยวตรังสำหรับผู้ที่ต้องการมากกว่าการถ่ายภาพแลนด์มาร์ก เพราะที่นี่ช่วยให้เข้าใจธรรมชาติของภาคใต้ผ่านป่าจริง พืชจริง และเส้นทางศึกษาจริง จุดเด่นของสวนไม่ได้อยู่ที่ความหวือหวา แต่อยู่ที่ความสมบูรณ์ของพื้นที่ การจัดการเพื่อการเรียนรู้ และประสบการณ์เดินชมเรือนยอดไม้ที่หาได้ยากในประเทศไทย ผู้ที่ชอบธรรมชาติ พรรณไม้ และการท่องเที่ยวแบบมีความหมายจะได้รับประสบการณ์ที่คุ้มค่าจากสวนแห่งนี้
โดยสรุป สวนพฤกษศาสตร์ภาคใต้-ทุ่งค่ายเป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติขนาดใหญ่ใกล้ตัวเมืองตรัง มีองค์ประกอบครบทั้งศูนย์บริการนักท่องเที่ยว สวนรุกขชาติ สวนสมุนไพร ห้องสมุดพฤกษศาสตร์ พิพิธภัณฑ์พืช ห้องประชุม พื้นที่กางเต็นท์ เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ป่าดิบที่ลุ่มต่ำ ป่าพรุ และสะพานศึกษาธรรมชาติเรือนยอดไม้แห่งแรกของประเทศไทย เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ การศึกษาธรรมชาติ การออกกำลังกายเบา ๆ และการพักผ่อนในพื้นที่สีเขียวที่ยังคงความหลากหลายของป่าภาคใต้ไว้อย่างชัดเจน
| ชื่อสถานที่ | สวนพฤกษศาสตร์ภาคใต้-ทุ่งค่าย |
| ชื่อเรียกอื่น | สวนพฤกษศาสตร์ทุ่งค่าย, สวนพฤกษศาสตร์สากลภาคใต้ (ทุ่งค่าย), สวนพฤกษศาสตร์ภาคใต้ |
| ที่ตั้ง | ตำบลทุ่งค่าย อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง |
| ที่อยู่ | ถนนตรัง–ปะเหลียน ทางหลวงหมายเลข 404 ตำบลทุ่งค่าย อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง 92140 |
| พิกัด | 7.468080, 99.638333 |
| พื้นที่ | ประมาณ 2,600 ไร่ |
| ไฮไลต์ | สะพานศึกษาธรรมชาติเรือนยอดไม้แห่งแรกของประเทศไทย เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ป่าดิบที่ลุ่มต่ำ ป่าพรุ สวนสมุนไพร สวนรุกขชาติ และแหล่งเรียนรู้พรรณไม้ภาคใต้ |
| ประวัติ / พัฒนาการพื้นที่ | พื้นที่ป่าทุ่งค่ายเคยเป็นพื้นที่ตั้งค่ายของกองทัพเจ้าพระยานครน้อยในเหตุการณ์ปราบกบฏวันมัดหลีช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ต่อมาในปี 2536 มีแนวคิดสนับสนุนให้จัดตั้งเป็นสวนพฤกษศาสตร์ภาคใต้บนพื้นที่ป่าทุ่งค่าย เพื่อการอนุรักษ์ ศึกษา วิจัย และเป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติของประชาชน |
| ลักษณะพื้นที่ | พื้นที่ราบสลับเนินเขาเตี้ย มีลำธารขนาดเล็ก ป่าดิบชื้น ป่าดิบที่ลุ่มต่ำ และป่าพรุซึ่งมีพรรณพืชและสัตว์ป่าหลากหลาย |
| สะพานเรือนยอดไม้ | สะพานศึกษาธรรมชาติระยะทางประมาณ 175 เมตร มีหอคอยและสะพานหลายช่วง ระดับความสูงประมาณ 5–20 เมตร ใช้ชมโครงสร้างป่าและพรรณไม้ในระดับเรือนยอด |
| การเดินทาง | เดินทางจากตัวเมืองตรังตามถนนตรัง–ปะเหลียน หรือทางหลวงหมายเลข 404 มุ่งหน้าอำเภอย่านตาขาว สวนตั้งอยู่บริเวณตำบลทุ่งค่าย แถวกิโลเมตรที่ 11 ห่างจากตัวเมืองตรังประมาณ 13 กม. เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้าง |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นสวนพฤกษศาสตร์ แหล่งเรียนรู้ธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และพื้นที่ศึกษาพรรณไม้ของภาคใต้ |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.30 – 16.30 น. |
| ค่าเข้าชม | ไม่เก็บค่าเข้าชมสำหรับการเดินศึกษาธรรมชาติทั่วไป ควรโทรสอบถามก่อนเดินทางหากต้องการใช้พื้นที่กิจกรรมกลุ่ม ค่ายพักแรม หรือบริการพิเศษ |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว สวนรุกขชาติ สวนสมุนไพร ห้องสมุดพฤกษศาสตร์ พิพิธภัณฑ์พืช ห้องประชุม พื้นที่กางเต็นท์ พื้นที่กิจกรรมค่ายพักแรม เส้นทางศึกษาธรรมชาติ และที่จอดรถ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว สะพานศึกษาธรรมชาติเรือนยอดไม้ สวนสมุนไพร สวนรุกขชาติ สวนเฟิน สวนพืชกินแมลง กลุ่มพืชตระกูลปาล์ม กลุ่มพืชป่ายาง ป่าดิบที่ลุ่มต่ำ ป่าพรุ เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ และพื้นที่ค่ายพักแรม |
| ผู้ดูแล | กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยหน่วยงานด้านพฤกษศาสตร์และการอนุรักษ์พรรณไม้ |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 075-280-166 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. หอนาฬิกาตรังย่านการค้า ประมาณ 10 กม. 2. ตลาดชินตาการ์เด้น ประมาณ 11 กม. 3. สตรีทอาร์ตเมืองตรัง ประมาณ 12 กม. 4. พิพิธภัณฑ์ผ้าทอนาหมื่นศรี ประมาณ 15 กม. 5. พิพิธภัณฑ์พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี ประมาณ 15 กม. 6. วนอุทยานบ่อน้ำร้อนกันตัง ประมาณ 20 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. คาเฟ่ อเมซอน สถานีบริการน้ำมัน พรชัยรุ่งเรืองกิจ ประมาณ 1.5 กม. โทร. 098-060-3083 2. ไก่ย่างทุ่งค่าย ประมาณ 2 กม. โทร. 062-236-7278 3. แต้แหล่งคาเฟ่ ทุ่งค่าย ประมาณ 3 กม. โทร. 063-296-9459 4. สเต็กอาฝ้าย ประมาณ 3 กม. โทร. 081-740-9738 5. 248 Something Sweet ประมาณ 8 กม. โทร. 080-629-7284 6. หวานหวานติ่มซำ ประมาณ 8 กม. โทร. 096-398-2656 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. My Heaven Resort ประมาณ 2 กม. โทร. 094-492-4916 2. โรงแรมทุ่งค่ายรีสอร์ท ประมาณ 5 กม. โทร. 075-280-084 3. BP Resort ประมาณ 9 กม. โทร. 098-305-0935 4. W Smart Stay Trang ประมาณ 10 กม. โทร. 061-454-9959 5. บ้านบางรัก เรสซิเดนซ์ ประมาณ 10 กม. โทร. 099-482-3200 6. Sixty-Six Place ประมาณ 10 กม. โทร. 086-475-7422 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: สวนพฤกษศาสตร์ภาคใต้-ทุ่งค่ายอยู่ที่ไหน?
ตอบ: สวนพฤกษศาสตร์ภาคใต้-ทุ่งค่ายตั้งอยู่ที่ตำบลทุ่งค่าย อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง บนถนนตรัง–ปะเหลียน หรือทางหลวงหมายเลข 404 บริเวณประมาณกิโลเมตรที่ 11 ห่างจากตัวเมืองตรังราว 13 กม.
ถาม: สวนพฤกษศาสตร์ภาคใต้-ทุ่งค่ายเปิดกี่โมง?
ตอบ: เปิดทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น. ช่วงเช้าถึงก่อนเที่ยงเหมาะกับการเดินศึกษาธรรมชาติ เพราะอากาศไม่ร้อนมากและแสงเหมาะกับการถ่ายภาพ
ถาม: จุดเด่นของสวนพฤกษศาสตร์ภาคใต้-ทุ่งค่ายคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือสะพานศึกษาธรรมชาติเรือนยอดไม้แห่งแรกของประเทศไทย เส้นทางเดินป่าดิบที่ลุ่มต่ำ ป่าพรุ สวนสมุนไพร สวนรุกขชาติ ห้องสมุดพฤกษศาสตร์ พิพิธภัณฑ์พืช และพื้นที่เรียนรู้พรรณไม้ภาคใต้
ถาม: สะพานศึกษาธรรมชาติเรือนยอดไม้มีความพิเศษอย่างไร?
ตอบ: สะพานเรือนยอดไม้มีระยะทางประมาณ 175 เมตร และมีระดับความสูงประมาณ 5–20 เมตร ทำให้ผู้มาเยือนได้ชมโครงสร้างป่าดิบชื้น พรรณไม้ พืชอิงอาศัย และชีวิตของป่าในระดับเรือนยอดไม้
ถาม: สวนพฤกษศาสตร์ภาคใต้-ทุ่งค่ายเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: การเดินศึกษาธรรมชาติทั่วไปไม่เก็บค่าเข้าชม หากต้องการใช้พื้นที่กิจกรรมกลุ่ม ค่ายพักแรม ห้องประชุม หรือบริการพิเศษ ควรโทรสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนเดินทาง
ถาม: ควรใช้เวลาเที่ยวสวนพฤกษศาสตร์ภาคใต้-ทุ่งค่ายนานเท่าไร?
ตอบ: หากชมสะพานเรือนยอดไม้และเดินเส้นทางสั้นควรเผื่อเวลา 1–2 ชั่วโมง หากต้องการชมสวนสมุนไพร สวนรุกขชาติ พิพิธภัณฑ์พืช และเดินหลายเส้นทาง ควรวางเวลาไว้ประมาณครึ่งวัน
ถาม: เดินทางไปสวนพฤกษศาสตร์ภาคใต้-ทุ่งค่ายอย่างไร?
ตอบ: เดินทางจากตัวเมืองตรังตามถนนตรัง–ปะเหลียน ทางหลวงหมายเลข 404 มุ่งหน้าอำเภอย่านตาขาว สวนอยู่บริเวณตำบลทุ่งค่าย แถวกิโลเมตรที่ 11 เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้าง
ถาม: สวนพฤกษศาสตร์ภาคใต้-ทุ่งค่ายเหมาะกับใคร?
ตอบ: เหมาะกับครอบครัว นักเรียน นักศึกษา ผู้สนใจพรรณไม้ คนรักธรรมชาติ นักถ่ายภาพ และนักท่องเที่ยวที่ต้องการเที่ยวตรังเชิงอนุรักษ์ใกล้ตัวเมือง
โทร : 075280166
หมวดหมู่: ●บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร
กลุ่ม: ●ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว




