หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสุราษฎร์ธานี >อ.คีรีรัฐนิคม >ต.บ้านทำเนียบ > ถ้ำเบื้องแบบ
TL;DR: ถ้ำเบื้องแบบ อยู่ที่หมู่ที่ 3 ตำบลบ้านทำเนียบ อำเภอคีรีรัฐนิคม จังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดทุกวันทำการ เวลา ควรโทรยืนยันเวลาเข้าชมก่อนเดินทางกับองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านทำเนียบ โทร.
ถ้ำเบื้องแบบ

วันเปิดทำการ: ทุกวันทำการ
เวลาเปิดทำการ: ควรโทรยืนยันเวลาเข้าชมก่อนเดินทางกับองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านทำเนียบ โทร. 077-953121
ถ้ำเบื้องแบบ สุราษฎร์ธานี เป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ พื้นที่สำนักสงฆ์ และแหล่งโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญแห่งหนึ่งของภาคใต้ ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ตำบลบ้านทำเนียบ อำเภอคีรีรัฐนิคม จังหวัดสุราษฎร์ธานี ภายในภูเขาหินปูนลูกโดดท่ามกลางพื้นที่เกษตรกรรมของชุมชน ความพิเศษของที่นี่ไม่ได้อยู่เพียงความสวยงามของถ้ำและเพิงผา แต่เป็นหลักฐานจำนวนมากที่แสดงให้เห็นว่ามนุษย์เข้ามาใช้พื้นที่แห่งนี้ตั้งแต่ราว 6,500–4,200 ปีมาแล้ว ทั้งโครงกระดูกมนุษย์ กระดูกสัตว์ เปลือกหอย ภาชนะดินเผา เครื่องมือหิน เครื่องประดับจากหินและเปลือกหอย ตลอดจนหินทุบผ้าเปลือกไม้ ซึ่งช่วยให้นักโบราณคดีมองเห็นภาพการดำรงชีวิตของชุมชนก่อนประวัติศาสตร์ในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำพุมดวงได้อย่างละเอียด
ถ้ำเบื้องแบบจึงต่างจากถ้ำท่องเที่ยวทั่วไปอย่างชัดเจน เพราะทุกส่วนของภูเขามีคุณค่าในฐานะหลักฐานของความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติในอดีต การเดินทางมาที่นี่ไม่ใช่เพียงการเข้าถ้ำเพื่อชมภูมิประเทศ แต่เป็นโอกาสในการทำความเข้าใจว่ามนุษย์ในภาคใต้เมื่อหลายพันปีก่อนเลือกพื้นที่อยู่อาศัยอย่างไร หาอาหารจากอะไร ผลิตเครื่องมือแบบใด ใช้ภาชนะอย่างไร รู้จักการทำผ้าหรือไม่ และมีความสัมพันธ์กับพื้นที่ชายฝั่งทะเลซึ่งอยู่ห่างออกไปอย่างไร หลักฐานแต่ละชิ้นเมื่อนำมาประกอบกันทำให้ถ้ำเบื้องแบบเป็นเสมือนบันทึกทางโบราณคดีที่ช่วยเติมรายละเอียดให้ประวัติศาสตร์ของสุราษฎร์ธานีย้อนกลับไปไกลกว่ายุคที่มีเอกสารลายลักษณ์อักษร
ภูมิประเทศของถ้ำเบื้องแบบมีลักษณะเป็นภูเขาหินปูนลูกโดด สูงจากพื้นที่โดยรอบประมาณ 50 เมตร ขณะที่ข้อมูลทางโบราณคดีระบุระดับความสูงของบริเวณแหล่งอยู่ประมาณ 30–72 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง รอบภูเขาเป็นพื้นที่ค่อนข้างราบซึ่งชุมชนใช้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม พืชเศรษฐกิจที่พบในบริเวณนี้ ได้แก่ ยางพารา กล้วย เงาะ สะตอ กาแฟ และมันสำปะหลัง ภูมิทัศน์ในปัจจุบันจึงเป็นการอยู่ร่วมกันระหว่างภูเขาหินปูน พื้นที่เกษตร บ้านเรือน และสำนักสงฆ์ ทำให้ผู้มาเยือนได้เห็นทั้งมิติของธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตของชุมชนบ้านทำเนียบในพื้นที่เดียวกัน
ตำแหน่งของแหล่งโบราณคดีมีความสัมพันธ์กับแหล่งน้ำอย่างน่าสนใจ ถ้ำเบื้องแบบอยู่ห่างจากคลองมะเลาะประมาณ 126.5 เมตร คลองมะเลาะมีต้นน้ำมาจากบริเวณภูเขาน้ำราด ก่อนจะไหลคดเคี้ยวผ่านภูมิประเทศของตำบลบ้านทำเนียบและเชื่อมต่อกับระบบลุ่มน้ำพุมดวง แม่น้ำพุมดวงไหลไปรวมกับแม่น้ำตาปี ก่อนระบายลงสู่อ่าวบ้านดอนและอ่าวไทย ความใกล้ชิดกับแหล่งน้ำเช่นนี้เป็นปัจจัยสำคัญต่อการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ เพราะน้ำใช้สำหรับการดำรงชีวิต ขณะที่พื้นที่ลุ่ม ป่า ลำคลอง และภูเขารอบถ้ำยังเป็นแหล่งอาหารและวัตถุดิบที่หลากหลาย
เมื่อมองสภาพแวดล้อมโดยรอบร่วมกับหลักฐานที่ขุดพบ จะเห็นว่าถ้ำเบื้องแบบตั้งอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะกับการดำรงชีวิตของชุมชนสมัยก่อนประวัติศาสตร์อย่างมาก ภูเขาหินปูนให้ที่กำบังจากแดดและฝน เพิงผาเปิดโล่งทำให้ใช้พื้นที่ได้สะดวก แหล่งน้ำอยู่ใกล้ การเดินทางไปยังป่าและพื้นที่ราบทำได้ไม่ยาก และยังมีเส้นทางธรรมชาติที่เชื่อมต่อไปยังทรัพยากรในพื้นที่อื่น หลักฐานอาหารจากสัตว์บก สัตว์น้ำจืด สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ นก หอยหลายชนิด และพืชป่า ล้วนสะท้อนว่าผู้อยู่อาศัยรู้จักใช้ทรัพยากรจากสภาพแวดล้อมหลายระบบพร้อมกัน
ความสำคัญทางวิชาการของถ้ำเบื้องแบบเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงปี 2525–2526 เมื่อกองโบราณคดี กรมศิลปากร ดำเนินการสำรวจและขุดค้นตามโครงการโบราณคดีเชี่ยวหลาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาทรัพยากรทางโบราณคดีในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนเชี่ยวหลาน การขุดค้นครั้งนั้นเป็นงานสำคัญที่ทำให้ถ้ำเบื้องแบบกลายเป็นหนึ่งในชุมชนก่อนประวัติศาสตร์รุ่นแรก ๆ ของจังหวัดสุราษฎร์ธานีที่ได้รับการศึกษาทางโบราณคดีอย่างเป็นระบบ และทำให้มีข้อมูลทั้งด้านลำดับชั้นดิน อายุสมัย เทคโนโลยี อาหาร และวิถีชีวิตของผู้คนในอดีต
ผลการขุดค้นพบร่องรอยการใช้พื้นที่อย่างน้อย 2 ช่วงสมัย ชั้นบนใกล้ผิวดินมีหลักฐานที่สัมพันธ์กับสมัยประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะสมัยรัตนโกสินทร์ ส่วนชั้นดินที่ลึกลงไปพบหลักฐานของมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์ การมีหลักฐานจากหลายช่วงเวลาซ้อนอยู่ในพื้นที่เดียวกันช่วยยืนยันว่าภูเขาและถ้ำแห่งนี้ไม่ได้ถูกใช้เพียงชั่วคราวในยุคหนึ่ง แต่มีความสำคัญต่อผู้คนต่างยุคต่างสมัย ต่อมาเมื่อพื้นที่กลายเป็นสำนักสงฆ์ มิติของการใช้ประโยชน์จึงเปลี่ยนจากแหล่งที่อยู่อาศัยในอดีตมาสู่พื้นที่ทางศาสนาและการปฏิบัติธรรมในปัจจุบัน
กรมศิลปากรแบ่งบริเวณที่พบร่องรอยการอยู่อาศัยของมนุษย์ภายในภูเขาออกเป็น 3 ตำแหน่งสำคัญ ได้แก่ ถ้ำเบื้องแบบ 1 หรือถ้ำบน ซึ่งในข้อมูลกรมศิลปากรเรียกอีกชื่อว่า “ถ้ำใหญ่” หรือ “ถ้ำสูง” ถ้ำเบื้องแบบ 2 หรือถ้ำล่าง ซึ่งเรียกอีกชื่อว่า “ถ้ำพระ” และถ้ำเบื้องแบบ 3 หรือถ้ำหลังเขา ซึ่งเรียกอีกชื่อว่า “ถ้ำผี” แต่ละตำแหน่งมีรูปแบบทางกายภาพและหลักฐานที่แตกต่างกัน ทำให้สามารถศึกษาการใช้พื้นที่ภายในภูเขาได้ละเอียดกว่าการมองถ้ำทั้งหมดเป็นหน่วยเดียว
ถ้ำเบื้องแบบ 1 หรือถ้ำบน เป็นโพรงถ้ำขนาดใหญ่ที่สุดของแหล่ง ลักษณะเด่นคือมีห้องโถงขนาดใหญ่และมีดินสะสมอยู่ภายใน จากหลังคาถ้ำมีช่องแสงขนาดใหญ่ที่อยู่สูงจากระดับพื้นดินล่างประมาณ 12 เมตร แสงธรรมชาติที่ส่องผ่านช่องด้านบนช่วยให้พื้นที่บางส่วนได้รับแสงและการถ่ายเทอากาศ นอกจากนี้ยังมีช่องและซอกบริเวณใกล้เพดานซึ่งเชื่อมออกไปยังอีกด้านของภูเขาและบริเวณยอดเขา ลักษณะเช่นนี้ทำให้ถ้ำบนมีพื้นที่ใช้สอยมากกว่าอีก 2 ตำแหน่ง และเป็นบริเวณที่พบหลักฐานทางโบราณคดีหลากหลายที่สุด
หลักฐานสำคัญจากถ้ำเบื้องแบบ 1 คือกระดูกมนุษย์ซึ่งพบไม่ครบส่วน การศึกษากระดูกและฟันพบร่องรอยการขัดฝนบริเวณฟันหน้า เป็นรายละเอียดที่มีคุณค่าต่อการศึกษาลักษณะทางกายภาพหรือพฤติกรรมของคนในอดีต นอกจากกระดูกมนุษย์แล้ว ยังพบกระดูกและฟันสัตว์หลายชนิด เช่น หมูป่า อ้น กวาง เต่า ตะพาบ นก และปูนา หลักฐานเหล่านี้ไม่ใช่เพียงรายการชนิดสัตว์ แต่ช่วยสะท้อนสภาพแวดล้อมและขอบเขตทรัพยากรที่มนุษย์สามารถเข้าถึงได้ในช่วงเวลานั้น
การพบทั้งสัตว์ป่า สัตว์ที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่น้ำ และสัตว์ปีก แสดงให้เห็นว่าผู้คนที่ใช้ถ้ำไม่ได้พึ่งแหล่งอาหารประเภทเดียว แต่รู้จักใช้ทรัพยากรจากป่า พื้นที่ชุ่มน้ำ และลำคลองประกอบกัน กระดูกสัตว์บางส่วนมีร่องรอยผ่านความร้อน ขณะที่ภาชนะดินเผาบางชิ้นมีคราบอาหารไหม้ติดอยู่ หลักฐาน 2 ประเภทนี้สนับสนุนภาพของการนำเนื้อสัตว์และวัตถุดิบมาผ่านกระบวนการปรุงอาหารด้วยไฟ ไม่ใช่การบริโภคอาหารดิบเพียงอย่างเดียว
เปลือกหอยที่พบภายในถ้ำเบื้องแบบมีความหลากหลายเป็นพิเศษ มีทั้งหอยบก หอยน้ำจืด หอยน้ำกร่อย และหอยทะเล รวมถึงชิ้นส่วนก้ามปู การปรากฏของทรัพยากรจากระบบนิเวศที่ต่างกันในแหล่งเดียวเป็นหลักฐานสำคัญต่อการทำความเข้าใจเครือข่ายการเคลื่อนย้ายและการหาอาหารของชุมชนก่อนประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะหอยทะเลซึ่งไม่ได้มีแหล่งกำเนิดอยู่ภายในภูเขาหินปูนแห่งนี้ การพบหอยทะเลและเครื่องประดับจากเปลือกหอยจึงสนับสนุนข้อเสนอว่าผู้คนที่ถ้ำเบื้องแบบมีการเดินทางหรือติดต่อกับชุมชนและพื้นที่ใกล้ชายฝั่ง
หลักฐานด้านพืชประกอบด้วยเมล็ดพืชป่าหลายชนิด แม้ว่างานขุดค้นจะไม่พบหลักฐานที่ชัดเจนของการทำเกษตรกรรมในชั้นก่อนประวัติศาสตร์ แต่การพบพืชป่าสอดคล้องกับภาพของสังคมที่ยังดำรงชีวิตด้วยการล่าสัตว์และเก็บของป่า ชุมชนจึงใช้ความรู้เกี่ยวกับฤดูกาล แหล่งน้ำ พืชที่กินได้ และตำแหน่งที่สัตว์ออกหากินเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิต วิถีแบบนี้ต้องอาศัยความเข้าใจสภาพแวดล้อมอย่างละเอียด และไม่ได้หมายถึงการใช้ชีวิตอย่างไร้ระบบดังที่บางคนอาจเข้าใจจากคำว่า “สังคมนักล่าและเก็บของป่า”
ภาชนะดินเผาที่ถ้ำเบื้องแบบเป็นหลักฐานอีกกลุ่มหนึ่งที่มีความหลากหลายมาก เศษภาชนะจำนวนหนึ่งเป็นภาชนะเนื้อดินธรรมดาและตกแต่งผิวด้วยลายเชือกทาบ รูปทรงที่พบประกอบด้วยหม้อก้นกลมซึ่งเหมาะกับการหุงต้ม หม้อสามขา หม้อมีสัน ชามมีสัน ภาชนะทรงจอกปากผาย ภาชนะลักษณะมีเชิงหรือทรงพาน แท่นรองหม้อ และแท่นพิงรูปเขาสัตว์ ความแตกต่างของรูปทรงสะท้อนว่าผู้ผลิตไม่ได้ทำภาชนะประเภทเดียวเพื่อใช้ทุกกิจกรรม แต่เข้าใจการออกแบบรูปทรงให้สัมพันธ์กับหน้าที่ใช้สอย
หม้อก้นกลมเหมาะกับการตั้งหรือฝังบางส่วนบนกองไฟและช่วยกระจายความร้อน ขณะที่หม้อสามขาสามารถตั้งเหนือพื้นหรือบริเวณเตาได้ด้วยตัวเอง ภาชนะที่มีสันและภาชนะปากผายให้รูปทรงและพื้นที่จับหรือรองรับต่างกัน การพบแท่นรองหม้อและแท่นพิงรูปเขาสัตว์ยิ่งสะท้อนว่าเทคโนโลยีการปรุงอาหารไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการปั้นหม้อ แต่มีอุปกรณ์ประกอบการใช้ภาชนะร่วมอยู่ด้วย หลักฐานทั้งหมดช่วยให้ภาพครัวของชุมชนก่อนประวัติศาสตร์มีความชัดเจนขึ้น แม้สิ่งก่อสร้างและอุปกรณ์ที่ทำจากวัสดุอินทรีย์ส่วนใหญ่จะไม่หลงเหลือมาถึงปัจจุบัน
ลูกกระสุนดินเผาที่พบในแหล่งเป็นโบราณวัตถุอีกประเภทหนึ่งที่น่าสนใจ รูปทรงขนาดเล็กของวัตถุเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าดินไม่ได้ถูกใช้เพียงทำภาชนะขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ยังถูกขึ้นรูปเพื่อวัตถุประสงค์อื่นด้วย เมื่อพิจารณาร่วมกับเครื่องมือหิน เครื่องประดับ และอุปกรณ์ประกอบภาชนะ จะเห็นว่าชุมชนที่ถ้ำเบื้องแบบมีความรู้เกี่ยวกับวัตถุดิบหลายประเภทและเลือกใช้คุณสมบัติของหิน ดิน และเปลือกหอยให้เหมาะกับงานต่าง ๆ
เทคโนโลยีหินเป็นองค์ประกอบสำคัญมากของแหล่งโบราณคดีแห่งนี้ กรมศิลปากรระบุว่าจากการขุดค้นพบเครื่องมือหินกะเทาะและเครื่องมือสะเก็ดหินรวมกันมากกว่า 1,000 ชิ้น นอกจากนี้ยังมีเครื่องมือแกนหิน เครื่องมือรูปลักษณะคล้ายใบมีด ค้อนหิน ทั่งหิน หินลับเครื่องมือ ขวานหินขัด สิ่วหินขัด และเครื่องมือประเภทอื่น การพบเครื่องมือจำนวนมากแสดงว่ากิจกรรมเกี่ยวกับการผลิต ปรับแต่ง ซ่อม และใช้งานเครื่องมือหินเกิดขึ้นอย่างจริงจังภายในหรือใกล้พื้นที่ถ้ำ
สิ่งที่มีความสำคัญคือการพบเครื่องมือหินกะเทาะและเครื่องมือหินขัดใช้อยู่ร่วมกัน เครื่องมือหินกะเทาะผลิตด้วยการกระเทาะวัตถุดิบให้เกิดคมตามต้องการ เป็นเทคนิคที่ใช้ได้รวดเร็วและปรับรูปทรงได้หลากหลาย ส่วนการขัดต้องใช้เวลาในการแต่งผิวและทำให้คมของเครื่องมือมีความเรียบแข็งแรงมากขึ้น การใช้เทคโนโลยีทั้ง 2 แบบควบคู่กันแสดงให้เห็นว่าผู้คนเลือกกระบวนการผลิตตามหน้าที่ของเครื่องมือ ไม่ได้เปลี่ยนจากเทคนิคเก่ามาใช้เทคนิคใหม่แบบตัดขาดทันที
ขวานหินขัดและสิ่วหินขัดช่วยให้มองเห็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับไม้และวัสดุเนื้อแข็ง ส่วนค้อนและทั่งสะท้อนกิจกรรมการกระแทกหรือแต่งวัตถุดิบ หินลับเกี่ยวข้องกับการบำรุงรักษาคมของเครื่องมือ และสะเก็ดหินจำนวนมากเป็นผลจากกระบวนการผลิตหรือเป็นเครื่องมือขนาดเล็กในตัวเอง การกระจายของวัตถุเหล่านี้ทำให้ถ้ำเบื้องแบบไม่ได้เป็นเพียงสถานที่พักชั่วคราว แต่เป็นพื้นที่ที่มีการดำเนินกิจกรรมในชีวิตประจำวันหลายประเภท
หลักฐานที่โดดเด่นเป็นพิเศษจากถ้ำเบื้องแบบ 2 คือ หินทุบผ้าเปลือกไม้ เครื่องมือหินชนิดนี้มีร่องหรือผิวที่ถูกทำขึ้นเพื่อใช้ทุบเปลือกไม้หรือเส้นใยให้แบนและนิ่มจนสามารถนำไปใช้เป็นวัสดุคล้ายผ้าได้ การค้นพบเครื่องมือชนิดนี้มีความสำคัญเพราะวัสดุอินทรีย์อย่างผ้าเปลือกไม้สลายตัวง่ายและแทบไม่เหลือร่องรอยในดิน การพบเครื่องมือจึงเป็นหลักฐานทางอ้อมที่ช่วยยืนยันว่าคนที่ถ้ำเบื้องแบบมีเทคโนโลยีการแปรรูปเส้นใยพืชและรู้จักผลิตวัสดุสำหรับเครื่องนุ่งห่มหรือการใช้งานประเภทอื่น
หินทุบผ้าเปลือกไม้จากถ้ำเบื้องแบบยังช่วยขยายภาพชีวิตประจำวันออกไปนอกเหนือจากเรื่องอาหารและการล่าสัตว์ เพราะทำให้เห็นกิจกรรมการจัดเตรียมเครื่องใช้จากพืช ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ต้องอาศัยทั้งการเลือกชนิดของเปลือกไม้ การเตรียมวัตถุดิบ การทุบให้เส้นใยคลายตัว และการทำให้วัสดุอยู่ในรูปที่นำไปใช้งานได้ เครื่องมือดังกล่าวจึงเป็นหลักฐานว่าความรู้ของคนก่อนประวัติศาสตร์ครอบคลุมงานฝีมือหลายประเภท ไม่ได้จำกัดอยู่ที่การทำหินและภาชนะดินเผาเท่านั้น
ถ้ำเบื้องแบบ 2 หรือถ้ำล่าง มีลักษณะเป็นเพิงผากึ่งโพรงถ้ำ อยู่สูงจากระดับพื้นดินล่างประมาณ 1.80 เมตร ตำแหน่งนี้มีความเปิดโล่งมากกว่าถ้ำใหญ่และสามารถใช้เป็นพื้นที่ทำกิจกรรมภายใต้ชายคาหินได้ หลักฐานที่พบประกอบด้วยกระดูกและฟันสัตว์ เปลือกหอยทั้งหอยบก หอยน้ำจืดและหอยทะเล เมล็ดพืชป่า หม้อสามขา หม้อมีสัน แท่นรองหม้อ แท่นพิงรูปเขาสัตว์ และหินทุบผ้าเปลือกไม้ การพบหลักฐานหลายประเภทในบริเวณเพิงผาแสดงให้เห็นว่าพื้นที่เปิดเช่นนี้มีบทบาทในกิจกรรมประจำวันเช่นเดียวกับส่วนลึกของถ้ำ
ถ้ำเบื้องแบบ 3 หรือถ้ำหลังเขา อยู่สูงจากระดับพื้นดินล่างประมาณ 15 เมตร เป็นเพิงผาที่มีเพดานค่อนข้างต่ำ ก่อนเข้าสู่บริเวณโพรงภายใน รูปแบบพื้นที่ต่างจากถ้ำเบื้องแบบ 1 อย่างชัดเจน หลักฐานที่พบได้แก่กระดูกสัตว์ เปลือกหอย เครื่องมือหินกะเทาะ เครื่องมือสะเก็ดหิน แผ่นหินลับ ขวานหินขัด และเศษภาชนะดินเผาลายเชือกทาบ แม้พื้นที่จะมีขนาดและลักษณะไม่เหมือนถ้ำใหญ่ แต่จำนวนประเภทโบราณวัตถุแสดงว่าถ้ำหลังเขาก็เป็นส่วนหนึ่งของระบบการใช้พื้นที่ของมนุษย์ในภูเขาลูกเดียวกัน
การมีพื้นที่อยู่อาศัยถึง 3 จุดเป็นเรื่องสำคัญในการตีความแหล่ง เพราะคนในอดีตสามารถเลือกใช้แต่ละบริเวณตามลักษณะทางกายภาพ ถ้ำใหญ่มีพื้นที่กว้างและมีช่องแสง ถ้ำล่างเป็นเพิงผาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่า ส่วนถ้ำหลังเขาอยู่สูงและมีเพดานต่ำกว่า ความแตกต่างเหล่านี้เปิดโอกาสให้มีการทำกิจกรรมในลักษณะต่างกัน แม้หลักฐานที่ขุดพบจะไม่สามารถระบุหน้าที่เฉพาะของทุกพื้นที่ได้ทั้งหมด แต่ภาพรวมแสดงให้เห็นว่ามนุษย์ไม่ได้ใช้เฉพาะจุดเดียวของภูเขาและทอดทิ้งส่วนอื่น
อีกมิติที่น่าสนใจคือเครื่องประดับ กรมศิลปากรพบทั้งกำไลหินหรือจักรหินและลูกปัดจากเปลือกหอย วัตถุเหล่านี้ไม่ได้มีหน้าที่โดยตรงในการหาอาหารหรือการดำรงชีวิตขั้นพื้นฐาน จึงสะท้อนว่าผู้คนให้ความสำคัญกับการตกแต่งร่างกาย การแสดงตัวตน หรือความหมายทางสังคมด้วย การทำกำไลจากหินต้องใช้ทักษะในการเลือกวัตถุดิบ เจาะ ขัด และปรับผิว ส่วนลูกปัดหอยต้องอาศัยเปลือกหอยที่เหมาะสมและการเจาะรูขนาดเล็กอย่างควบคุมได้
การพบเครื่องประดับจากหินและเปลือกหอยช่วยเตือนว่าคำว่า “ก่อนประวัติศาสตร์” ไม่ได้หมายถึงสังคมที่มีชีวิตเรียบง่ายจนไม่มีความคิดเชิงสัญลักษณ์ ผู้คนในช่วงเวลานั้นมีการเลือกวัสดุและลงทุนแรงงานกับวัตถุที่มีคุณค่ามากกว่าการใช้งานโดยตรง เมื่อวางหลักฐานประเภทเครื่องประดับร่วมกับภาชนะหลายรูปทรง เทคโนโลยีการทำผ้า และรูปแบบการจัดการศพ จะเห็นว่าสังคมที่ถ้ำเบื้องแบบมีองค์ประกอบทางวัฒนธรรมซับซ้อนกว่าภาพของกลุ่มคนที่เพียงเดินทางล่าสัตว์จากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง
โครงกระดูกมนุษย์ที่พบไม่ครบส่วนเป็นหลักฐานสำคัญต่อการศึกษาความเชื่อและการจัดการกับผู้เสียชีวิต นักโบราณคดีได้เสนอการตีความว่าหลักฐานลักษณะนี้สัมพันธ์ได้กับประเพณีการฝังศพเฉพาะส่วน หรือการฝังศพครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นกระบวนการที่มีการจัดการกระดูกภายหลังการเสียชีวิตช่วงหนึ่งแล้ว การตีความดังกล่าวต้องมองร่วมกับตำแหน่งของกระดูก ชั้นดิน และหลักฐานอื่นจากบริเวณเดียวกัน จึงไม่ควรมองกระดูกที่ไม่ครบส่วนว่าเป็นเพียงผลจากการสูญหายของชิ้นส่วนเท่านั้น
หลักฐานด้านอาหารช่วยให้เห็นความสามารถในการปรับตัวของคนถ้ำเบื้องแบบได้ชัดเจน ชุมชนไม่ได้พึ่งพาทรัพยากรจากภูเขาเพียงอย่างเดียว แต่ใช้สัตว์ป่า สัตว์น้ำ หอย และพืชป่าจากพื้นที่หลายลักษณะ ความหลากหลายของอาหารทำให้ลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนทรัพยากรชนิดใดชนิดหนึ่งตามฤดูกาล และสะท้อนความรู้เรื่องภูมิประเทศโดยรอบอย่างละเอียด การอยู่ใกล้คลองมะเลาะยังทำให้สามารถเข้าถึงทรัพยากรน้ำจืดและใช้เส้นทางน้ำเป็นส่วนหนึ่งของการเคลื่อนที่ในภูมิประเทศได้
ขณะเดียวกัน การพบหอยทะเลในบริบทที่อยู่ห่างชายฝั่งเป็นหลักฐานที่สำคัญต่อการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนภายในแผ่นดินกับพื้นที่ชายทะเล หอยทะเลสามารถเข้ามาถึงถ้ำผ่านการเดินทางโดยตรง การนำกลับมาจากพื้นที่ชายฝั่ง หรือการแลกเปลี่ยนระหว่างกลุ่มคน การปรากฏของวัสดุจากชายฝั่งจึงแสดงว่าภูเขาแห่งนี้ไม่ได้เป็นชุมชนที่ปิดตัวจากโลกภายนอก แต่เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายการเคลื่อนที่และการติดต่อที่กว้างกว่าพื้นที่ลุ่มน้ำตอนใน
เมื่อพิจารณาภาชนะดินเผา เครื่องมือหิน และเศษอาหารร่วมกัน จะเห็นระบบการจัดการอาหารครบหลายขั้นตอน ตั้งแต่การออกไปหาและจับสัตว์ การใช้เครื่องมือสำหรับชำแหละหรือจัดการวัตถุดิบ การนำอาหารกลับสู่ถ้ำ การใช้ไฟ การหุงต้มในภาชนะ และการทิ้งเศษอาหาร กระดูก เปลือกหอย และภาชนะที่แตกในพื้นที่อยู่อาศัย ชั้นดินทางโบราณคดีจึงเกิดจากกิจกรรมเล็ก ๆ ที่สะสมต่อเนื่องเป็นเวลานาน และกลายเป็นข้อมูลที่นักโบราณคดีสามารถอ่านย้อนกลับไปสู่พฤติกรรมของมนุษย์เมื่อหลายพันปีก่อนได้
การกำหนดอายุของถ้ำเบื้องแบบอาศัยการวิเคราะห์ตัวอย่างถ่าน กระดูกสัตว์ และกระดูกมนุษย์ด้วยวิธีเรดิโอคาร์บอน ซึ่งเป็นวิธีทางวิทยาศาสตร์สำหรับวัดอายุวัสดุอินทรีย์ รายงานการขุดค้นที่กรมศิลปากรเผยแพร่ในอดีตระบุค่าตัวอย่างประมาณ 4,750±210 ถึง 6,510±360 ปี โดยดำเนินการวิเคราะห์โดยกองเคมี สำนักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ กรุงเทพมหานคร ขณะที่ข้อมูลเผยแพร่ปัจจุบันของกรมศิลปากรสรุปกรอบอายุของแหล่งไว้ประมาณ 6,500–4,200 ปีมาแล้ว
ช่วงอายุหลายพันปีดังกล่าวทำให้ถ้ำเบื้องแบบเป็นหลักฐานสำคัญของชุมชนก่อนประวัติศาสตร์ในภาคใต้ช่วงที่มนุษย์มีทั้งเทคโนโลยีหินกะเทาะและหินขัด รู้จักผลิตภาชนะดินเผาและเครื่องประดับ แต่ยังไม่พบหลักฐานการทำเกษตรกรรมจากชั้นขุดค้นของแหล่งนี้ การดำรงชีวิตจึงยังผูกพันกับการล่าสัตว์ การจับสัตว์น้ำ การเก็บหอยและพืชป่า พร้อมกับการเคลื่อนที่หรือแลกเปลี่ยนกับชุมชนในพื้นที่อื่น
การไม่พบหลักฐานเกษตรกรรมไม่ควรตีความว่าผู้คนไม่มีความรู้เรื่องพืช เพราะการทำผ้าเปลือกไม้แสดงให้เห็นตรงกันข้ามว่ามีความรู้เกี่ยวกับคุณสมบัติของพืชอย่างละเอียด คนในอดีตต้องรู้ว่าต้นไม้ชนิดใดมีเปลือกเหมาะกับการทุบเป็นเส้นใย ต้องเก็บและเตรียมอย่างไร รวมทั้งต้องมีเครื่องมือเฉพาะสำหรับแปรรูป ความรู้เกี่ยวกับพืชจึงครอบคลุมทั้งอาหารและวัตถุดิบสำหรับเครื่องใช้ แม้ระบบเศรษฐกิจหลักยังไม่ได้พึ่งพาการเพาะปลูกตามหลักฐานที่พบ
ถ้ำเบื้องแบบยังช่วยให้เข้าใจความหมายของคำว่า “แหล่งโบราณคดี” ได้ชัดเจน เพราะคุณค่าไม่ได้อยู่เฉพาะโบราณวัตถุชิ้นสวยหรือสมบูรณ์ เครื่องมือสะเก็ดหินเล็ก ๆ เศษถ่าน กระดูกที่แตก เปลือกหอย หรือเศษหม้อที่ดูธรรมดาล้วนมีข้อมูล หากรู้ตำแหน่งและชั้นดินที่พบ การขุดค้นทางโบราณคดีจึงต้องบันทึกบริบทอย่างละเอียด และเป็นเหตุผลสำคัญที่ผู้มาเยือนไม่ควรขุด เคลื่อนย้าย หรือเก็บวัตถุใดออกจากพื้นที่ด้วยตนเอง
โบราณวัตถุจากการขุดค้นไม่ได้ถูกปล่อยไว้บนพื้นถ้ำตามเดิม เอกสารด้านการท่องเที่ยวระบุว่าหลักฐานที่ได้จากหลุมขุดค้นถูกเก็บรวบรวมเพื่อการดูแลและศึกษาของกรมศิลปากร ขณะที่ทะเบียนโบราณวัตถุของกรมศิลปากรยืนยันว่าบางชิ้น เช่น หินลับจากถ้ำเบื้องแบบซึ่งพบในปี 2525 ต่อมาได้รับเข้าเก็บรักษาโดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2532 การจัดเก็บในพิพิธภัณฑ์ช่วยให้นักวิชาการสามารถศึกษาวัตถุซ้ำและรักษาของจริงให้พ้นจากการเสื่อมสภาพหรือสูญหาย
สำหรับผู้มาเยือนในปัจจุบัน ความน่าสนใจของถ้ำจึงอยู่ที่การมองภูมิประเทศจริงควบคู่กับความรู้ทางโบราณคดี เมื่อทราบว่าจุดต่าง ๆ เคยพบหลักฐานอะไร ภาพของโพรงถ้ำจะเปลี่ยนจากพื้นที่หินธรรมดาเป็นพื้นที่กิจกรรมของมนุษย์ ถ้ำใหญ่สัมพันธ์กับหลักฐานมนุษย์ อาหาร ภาชนะ เครื่องมือ และเครื่องประดับ ถ้ำล่างโดดเด่นด้วยหินทุบผ้าเปลือกไม้ ส่วนถ้ำหลังเขาแสดงหลักฐานเครื่องมือหินและภาชนะเช่นเดียวกัน การเข้าใจบริบทเช่นนี้ทำให้การเที่ยวมีคุณค่ามากกว่าการถ่ายภาพถ้ำเพียงอย่างเดียว
ปัจจุบันบริเวณถ้ำมีสำนักสงฆ์และยังถูกใช้เป็นพื้นที่ปฏิบัติธรรม เว็บไซต์ข้อมูลท่องเที่ยวของจังหวัดสุราษฎร์ธานีระบุทั้งกิจกรรมการเรียนรู้โบราณคดีและการปฏิบัติธรรม ผู้มาเยือนจึงควรเคารพสถานะของพื้นที่ทั้ง 2 ด้านพร้อมกัน คือเป็นโบราณสถานทางวัฒนธรรมและเป็นพื้นที่ทางศาสนา การแต่งกายสุภาพ การลดเสียงพูดคุย และการหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่รบกวนผู้ปฏิบัติธรรมเป็นมารยาทที่ควรถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
ภายในถ้ำไม่ควรสัมผัส ขูด ขีดเขียน หรือเคาะผิวหินเพื่อทดลองเสียง ไม่ควรเคลื่อนย้ายก้อนหิน เศษดิน หรือวัตถุที่มีลักษณะคล้ายโบราณวัตถุ และไม่ควรนำสิ่งใดออกจากพื้นที่ หากพบเศษภาชนะ กระดูก หรือวัตถุผิดปกติ ควรปล่อยไว้ในตำแหน่งเดิม เพราะตำแหน่งที่พบมีคุณค่าทางวิชาการพอ ๆ กับตัววัตถุ การย้ายวัตถุเพียงไม่กี่เมตรสามารถทำให้ข้อมูลเกี่ยวกับชั้นดินและกิจกรรมของมนุษย์สูญเสียไปได้
ผู้ที่สนใจถ่ายภาพควรใช้แสงและอุปกรณ์โดยไม่รบกวนพื้นที่ศาสนาหรือสภาพธรรมชาติ ไม่ควรปีนส่วนที่ไม่ได้จัดไว้สำหรับเดินหรือเข้าไปในช่องแคบที่ไม่ทราบเส้นทาง การเที่ยวถ้ำควรสวมรองเท้าที่พื้นยึดเกาะได้ดี เพราะผิวหินและดินภายในอาจมีความชื้นในบางช่วง ถึงแม้ข้อมูลท่องเที่ยวของจังหวัดจะระบุว่าสามารถเที่ยวได้ทุกฤดูกาล แต่การตรวจสภาพฝนก่อนเดินทางช่วยให้เที่ยวได้สะดวกและปลอดภัยกว่า
สิ่งอำนวยความสะดวกที่ได้รับการระบุอย่างชัดเจนสำหรับพื้นที่คือที่จอดรถ ส่วนบริการอื่นภายในบริเวณถ้ำไม่ได้มีข้อมูลล่าสุดที่ชัดเจนในระดับเดียวกัน ผู้เดินทางจึงควรเตรียมน้ำดื่มและของใช้จำเป็นก่อนเข้าไป โดยเฉพาะผู้ที่ตั้งใจใช้เวลาศึกษาพื้นที่นานกว่าการแวะชมทั่วไป และควรนำขยะทั้งหมดกลับออกมาด้วยเพื่อรักษาความสะอาดทั้งของสำนักสงฆ์และแหล่งโบราณคดี
สถานที่ยังคงปรากฏอยู่ในฐานข้อมูลท่องเที่ยวปัจจุบันภายใต้ชื่อถ้ำเบื้องแบบและสำนักสงฆ์ถ้ำเบื้องแบบ ข้อมูลท่องเที่ยวท้องถิ่นระบุการให้บริการเป็น “ทุกวันทำการ” ขณะที่ฐานข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวปัจจุบันแนะนำให้ติดต่อสถานที่เพื่อยืนยันเวลาเปิดให้บริการที่แน่นอน ดังนั้นผู้ที่วางแผนเดินทางโดยเฉพาะจากต่างจังหวัดควรโทรสอบถามองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านทำเนียบที่หมายเลข 077-953121 ก่อนออกเดินทาง เพื่อยืนยันการเข้าพื้นที่และสภาพการใช้งานในวันนั้น
พิกัดอ้างอิงของสำนักสงฆ์ถ้ำเบื้องแบบในระบบแผนที่ปัจจุบันคือ Plus Code WX6M+76C อำเภอคีรีรัฐนิคม จังหวัดสุราษฎร์ธานี รหัสนี้เหมาะสำหรับใช้ค้นหาในระบบนำทางร่วมกับชื่อ “สำนักสงฆ์ถ้ำเบื้องแบบ” อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าสู่พื้นที่บ้านทำเนียบควรสังเกตป้ายท้องถิ่นและเส้นทางจริงประกอบ เพราะเส้นทางเข้าสถานที่ท่องเที่ยวชนบทอาจไม่แสดงรายละเอียดทุกช่วงได้เหมือนถนนสายหลัก
การเดินทาง จากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีให้ใช้เส้นทางสุราษฎร์ธานี–ตะกั่วป่า มุ่งหน้าอำเภอคีรีรัฐนิคม เมื่อถึงบริเวณสี่แยกกิโลเมตรที่ 44 ให้เลี้ยวเข้าสู่ทางหลวงชนบทสาย สฎ.3303 แล้วเดินทางต่อประมาณ 4.5 กิโลเมตรเข้าสู่พื้นที่ตำบลบ้านทำเนียบ ก่อนใช้เส้นทางท้องถิ่นไปยังสำนักสงฆ์ถ้ำเบื้องแบบ การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุดเพราะสามารถเชื่อมกับสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติและโบราณสถานอื่นในคีรีรัฐนิคมได้ภายในวันเดียว
สำหรับผู้ที่สนใจโบราณคดีโดยเฉพาะ ควรเผื่อเวลาอ่านข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งก่อนเดินทาง แล้วใช้พื้นที่จริงเพื่อเปรียบเทียบลักษณะของถ้ำทั้ง 3 จุด วิธีนี้ช่วยให้เข้าใจว่าทำไมถ้ำแต่ละส่วนจึงให้หลักฐานแตกต่างกัน และทำให้วัตถุอย่างเศษภาชนะหรือเครื่องมือหินที่เห็นจากภาพในเอกสารมีความหมายมากขึ้น การเที่ยวลักษณะนี้เหมาะกับนักเรียน นักศึกษา ครอบครัวที่ต้องการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ และผู้สนใจพัฒนาการของชุมชนโบราณในภาคใต้
เส้นทางรอบตำบลบ้านทำเนียบยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถจัดรวมในวันเดียวกันได้หลายแห่ง ถ้ำวังบาดาลเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ถ้ำและสำนักสงฆ์ที่มีชื่อเสียงในชุมชน คลองน้ำใสและป่าต้นน้ำบ้านน้ำราดเหมาะกับผู้ที่สนใจระบบน้ำธรรมชาติ ส่วนวัดถ้ำสิงขรเป็นแหล่งโบราณสถานสำคัญที่มีศิลปกรรมและโบราณวัตถุภายในวัด การเชื่อมสถานที่เหล่านี้เข้าด้วยกันทำให้เห็นว่าคีรีรัฐนิคมไม่ได้มีเพียงเขื่อนรัชชประภาหรือเส้นทางผ่านไปเขาสก แต่มีเครือข่ายแหล่งธรรมชาติและวัฒนธรรมของตนเองอย่างเด่นชัด
ป่าต้นน้ำบ้านน้ำราดมีความสัมพันธ์กับเรื่องราวของถ้ำเบื้องแบบในเชิงภูมิประเทศด้วย เพราะต้นน้ำบริเวณภูเขาน้ำราดเชื่อมโยงกับระบบน้ำในพื้นที่บ้านทำเนียบ การเที่ยวทั้ง 2 แห่งในวันเดียวจึงช่วยให้เข้าใจทั้งอดีตของมนุษย์และสภาพแวดล้อมปัจจุบัน ถ้ำเบื้องแบบแสดงให้เห็นว่าคนก่อนประวัติศาสตร์ใช้ทรัพยากรน้ำ ป่า และสัตว์อย่างไร ขณะที่ป่าต้นน้ำช่วยให้เห็นระบบน้ำใสจากธรรมชาติและพื้นที่ป่าที่ยังมีบทบาทต่อชุมชนในปัจจุบัน
วัดถ้ำสิงขรเป็นอีกจุดที่เหมาะกับผู้สนใจประวัติศาสตร์ เพราะภายในพื้นที่มีทั้งโบราณสถาน ศิลปกรรม และโบราณวัตถุจากยุคหลังถ้ำเบื้องแบบ การเดินทางจากถ้ำก่อนประวัติศาสตร์ไปยังวัดที่มีหลักฐานทางศิลปกรรมในสมัยประวัติศาสตร์ช่วยให้มองเห็นลำดับเวลาของพื้นที่คีรีรัฐนิคมได้กว้างขึ้น ตั้งแต่ชุมชนที่ยังไม่มีเอกสารลายลักษณ์อักษร ไปจนถึงสังคมที่รับพุทธศาสนาและสร้างสถาปัตยกรรมทางศาสนาขึ้นอย่างเป็นระบบ
หากเดินทางแบบค้างคืน ตำบลบ้านทำเนียบมีที่พักขนาดเล็กและรีสอร์ตหลายแห่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากถ้ำ ทำให้สามารถใช้พื้นที่เป็นฐานเที่ยวป่าต้นน้ำบ้านน้ำราด คลองน้ำใส ถ้ำวังบาดาล และสถานที่อื่นในคีรีรัฐนิคมได้โดยไม่ต้องย้อนกลับเข้าเมืองสุราษฎร์ธานี ที่พักที่มีข้อมูลติดต่อปัจจุบัน ได้แก่ บ้านเคียงคลองรีสอร์ท องศา รีสอร์ท ทำเนียบบ้านพัก บ้านรักรีสอร์ท และช่องฮายรีสอร์ท รายละเอียดหมายเลขโทรศัพท์และระยะทางโดยประมาณสรุปไว้ในตารางท้ายบทความ
ในมุมของประวัติศาสตร์สุราษฎร์ธานี ถ้ำเบื้องแบบมีคุณค่ามากเพราะทำให้เรื่องราวของจังหวัดไม่ได้เริ่มต้นจากเมืองโบราณ วัด หรือชุมชนการค้าในยุคประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่ย้อนกลับไปถึงสังคมที่ดำรงชีวิตในภูเขาหินปูนเมื่อหลายพันปีก่อน ผู้คนเหล่านั้นรู้จักหุงต้มอาหาร ทำภาชนะ ใช้ไฟ ผลิตเครื่องมือหลายรูปแบบ ทำเครื่องประดับและแปรรูปเปลือกไม้เป็นวัสดุสำหรับใช้สอย พร้อมกับติดต่อกับทรัพยากรและชุมชนที่อยู่นอกพื้นที่ของตน
ถ้ำเบื้องแบบจึงเป็นแหล่งที่เชื่อม 3 มิติไว้ด้วยกันอย่างชัดเจน คือมิติธรรมชาติจากภูเขาหินปูนและระบบน้ำ มิติวัฒนธรรมจากหลักฐานมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ และมิติศาสนาจากการเป็นพื้นที่สำนักสงฆ์ในปัจจุบัน ผู้มาเยือนที่เข้าใจทั้ง 3 ด้านจะสามารถมองสถานที่แห่งนี้ได้ลึกกว่าการเป็น “ถ้ำหนึ่งแห่งในสุราษฎร์ธานี” และเห็นว่าภูมิประเทศขนาดเล็กเพียงลูกเดียวสามารถเก็บร่องรอยการเปลี่ยนแปลงของมนุษย์ต่อเนื่องยาวนานหลายพันปีได้อย่างไร
สิ่งที่ควรให้ความสำคัญที่สุดในการมาเยือนคือการรักษาสถานที่ให้อยู่ในสภาพเดิม ไม่เก็บโบราณวัตถุ ไม่ขีดเขียนผนังถ้ำ ไม่เคลื่อนย้ายก้อนหินหรือเศษภาชนะ ไม่ส่งเสียงดัง และปฏิบัติตามข้อแนะนำของสำนักสงฆ์ การอนุรักษ์ไม่ได้เป็นหน้าที่ของนักโบราณคดีหรือหน่วยงานรัฐเพียงฝ่ายเดียว เพราะความสมบูรณ์ของชั้นดิน ผิวถ้ำ และบริบทของวัตถุสามารถเสียหายจากการกระทำเล็ก ๆ ของผู้มาเยือนได้เช่นกัน
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวสุราษฎร์ธานีที่ให้ทั้งความรู้ ประวัติศาสตร์ และบรรยากาศสงบ ถ้ำเบื้องแบบเป็นจุดหมายที่มีเอกลักษณ์อย่างแท้จริง ที่นี่ทำให้เห็นชีวิตของมนุษย์เมื่อกว่า 4,000–6,000 ปีก่อนผ่านหลักฐานที่จับต้องได้ ตั้งแต่รอยอาหารบนภาชนะ เครื่องมือหินนับพันชิ้น ไปจนถึงเครื่องมือทำผ้าและเครื่องประดับ หากเดินทางด้วยความเข้าใจและเคารพพื้นที่ การเยี่ยมชมถ้ำเบื้องแบบจะเป็นมากกว่าการเที่ยวถ้ำ แต่เป็นการเดินเข้าไปสัมผัสหนึ่งในหน้าสำคัญของประวัติศาสตร์มนุษย์ในภาคใต้ของประเทศไทย
| ชื่อสถานที่ | ถ้ำเบื้องแบบ / สำนักสงฆ์ถ้ำเบื้องแบบ |
| ที่ตั้ง | หมู่ที่ 3 ตำบลบ้านทำเนียบ อำเภอคีรีรัฐนิคม จังหวัดสุราษฎร์ธานี |
| ที่อยู่ | หมู่ที่ 3 ตำบลบ้านทำเนียบ อำเภอคีรีรัฐนิคม จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84180 |
| พิกัดอ้างอิง | Plus Code: WX6M+76C คีรีรัฐนิคม สุราษฎร์ธานี |
| ประเภท | แหล่งโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์ ถ้ำและเพิงผาหินปูน และพื้นที่สำนักสงฆ์ |
| ลักษณะภูมิประเทศ | ภูเขาหินปูนลูกโดด สูงจากพื้นที่โดยรอบประมาณ 50 เมตร ระดับพื้นที่แหล่งประมาณ 30–72 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง |
| อายุแหล่งโบราณคดี | กรมศิลปากรสรุปกรอบอายุประมาณ 6,500–4,200 ปีมาแล้ว โดยรายงานการขุดค้นเดิมมีค่าตัวอย่างเรดิโอคาร์บอนประมาณ 4,750±210 ถึง 6,510±360 ปี |
| ประวัติการขุดค้น | สำรวจและขุดค้นโดยกองโบราณคดี กรมศิลปากร ระหว่างปี 2525–2526 ตามโครงการโบราณคดีเชี่ยวหลาน |
| ช่วงการอยู่อาศัย | พบชั้นหลักฐานสมัยก่อนประวัติศาสตร์ และหลักฐานบริเวณผิวดินจากสมัยประวัติศาสตร์โดยเฉพาะสมัยรัตนโกสินทร์ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. ถ้ำเบื้องแบบ 1 หรือถ้ำบน/ถ้ำใหญ่/ถ้ำสูง เป็นโพรงใหญ่ที่สุด มีช่องแสงสูงจากพื้นล่างประมาณ 12 เมตร 2. ถ้ำเบื้องแบบ 2 หรือถ้ำล่าง/ถ้ำพระ เป็นเพิงผากึ่งโพรงถ้ำ สูงจากพื้นล่างประมาณ 1.80 เมตร 3. ถ้ำเบื้องแบบ 3 หรือถ้ำหลังเขา/ถ้ำผี เป็นเพิงผาเพดานต่ำ สูงจากพื้นล่างประมาณ 15 เมตร |
| หลักฐานมนุษย์ | โครงกระดูกมนุษย์ไม่ครบส่วน รวมถึงหลักฐานร่องรอยการขัดฝนบริเวณฟันหน้า |
| หลักฐานอาหาร | กระดูกและฟันสัตว์หลายชนิด เปลือกหอยบก หอยน้ำจืด หอยน้ำกร่อย หอยทะเล ชิ้นส่วนปู เมล็ดพืชป่า และหลักฐานการใช้ไฟปรุงอาหาร |
| ภาชนะดินเผา | ภาชนะลายเชือกทาบ หม้อก้นกลม หม้อสามขา หม้อมีสัน ชามมีสัน ภาชนะทรงจอกปากผาย ภาชนะมีเชิง แท่นรองหม้อ แท่นพิงรูปเขาสัตว์ และลูกกระสุนดินเผา |
| เครื่องมือและเครื่องประดับ | เครื่องมือหินกะเทาะและสะเก็ดหินมากกว่า 1,000 ชิ้น เครื่องมือแกนหิน ค้อน ทั่ง หินลับ ขวานหินขัด สิ่วหินขัด หินทุบผ้าเปลือกไม้ กำไลหิน และลูกปัดเปลือกหอย |
| วิถีชีวิตก่อนประวัติศาสตร์ | ดำรงชีพด้วยการล่าสัตว์และเก็บของป่า ใช้ทรัพยากรจากป่าและแหล่งน้ำ รู้จักการทำเครื่องมือหิน ภาชนะดินเผา เครื่องประดับ การใช้ไฟ และการทำผ้าจากเปลือกไม้ |
| แหล่งน้ำใกล้เคียง | อยู่ห่างคลองมะเลาะประมาณ 126.5 เมตร ระบบน้ำเชื่อมโยงสู่แม่น้ำพุมดวง แม่น้ำตาปี และอ่าวบ้านดอน |
| กิจกรรม | ศึกษาเรียนรู้ด้านโบราณคดี ชมภูมิประเทศถ้ำและเพิงผา และปฏิบัติธรรม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | มีพื้นที่จอดรถ |
| ข้อปฏิบัติ | แต่งกายสุภาพ ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ขีดเขียนหรือทำลายผนังถ้ำ ไม่เคลื่อนย้ายหรือเก็บวัตถุจากพื้นที่ และเคารพผู้ปฏิบัติธรรม |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีใช้เส้นทางสุราษฎร์ธานี–ตะกั่วป่า ถึงสี่แยกบริเวณ กม.44 เลี้ยวเข้าสาย สฎ.3303 ประมาณ 4.5 กม. แล้วเข้าสู่พื้นที่บ้านทำเนียบ |
| สถานะปัจจุบัน | ยังมีรายชื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ด้านโบราณคดีของจังหวัด รวมทั้งใช้พื้นที่เป็นสำนักสงฆ์และสถานที่ปฏิบัติธรรม |
| วันเปิดทำการ | ทุกวันทำการ |
| เวลาเปิดทำการ | ควรโทรยืนยันเวลาเข้าชมก่อนเดินทาง |
| เบอร์ติดต่อหลัก | องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านทำเนียบ โทร. 077-953121 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. สำนักสงฆ์ถ้ำวังบาดาล ประมาณ 5 กม. โทร. 093-6705249 2. ป่าต้นน้ำบ้านน้ำราด ประมาณ 8 กม. 3. คลองน้ำใส ประมาณ 9 กม. 4. วัดถ้ำสิงขร ประมาณ 12 กม. โทร. 077-294888 5. น้ำตกธารทอง ประมาณ 20 กม. โทร. 062-2599113 |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. KOB • KORN • GUN COFFEE บ้านเบื้องแบบ ประมาณ 2 กม. โทร. 082-2850650 2. ร้านอาหารทำเนียบโภชนา ประมาณ 5 กม. โทร. 086-2734526 3. ร้านชาพะยอมพี่แซม ประมาณ 5 กม. โทร. 090-9845023 4. Local Coffee Shop บ้านทำเนียบ ประมาณ 6 กม. 5. ร้านอาหารอีสานชาวสวน บ้านคลองขนาน หมู่ที่ 7 ประมาณ 8 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. บ้านเคียงคลองรีสอร์ท ประมาณ 4 กม. โทร. 094-3919979 2. องศา รีสอร์ท ประมาณ 4 กม. โทร. 091-8264176 3. ทำเนียบบ้านพัก ประมาณ 5 กม. โทร. 081-5372945 4. บ้านรักรีสอร์ท ประมาณ 7 กม. โทร. 087-2748250 5. ช่องฮายรีสอร์ท ประมาณ 7 กม. โทร. 065-4644156 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ถ้ำเบื้องแบบอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ถ้ำเบื้องแบบตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ตำบลบ้านทำเนียบ อำเภอคีรีรัฐนิคม จังหวัดสุราษฎร์ธานี ภายในภูเขาหินปูนลูกโดดและบริเวณสำนักสงฆ์ถ้ำเบื้องแบบ
ถาม: ถ้ำเบื้องแบบมีอายุประมาณกี่ปี?
ตอบ: กรมศิลปากรสรุปอายุของหลักฐานก่อนประวัติศาสตร์ในแหล่งไว้ประมาณ 6,500–4,200 ปีมาแล้ว โดยการกำหนดอายุอาศัยตัวอย่างถ่าน กระดูกสัตว์ และกระดูกมนุษย์ด้วยวิธีเรดิโอคาร์บอน
ถาม: ถ้ำเบื้องแบบพบหลักฐานทางโบราณคดีอะไรบ้าง?
ตอบ: พบโครงกระดูกมนุษย์ กระดูกและฟันสัตว์ เปลือกหอย เมล็ดพืชป่า ภาชนะดินเผาหลายรูปแบบ เครื่องมือหินกะเทาะและหินขัดมากกว่า 1,000 ชิ้น ขวานหินขัด สิ่ว หินลับ หินทุบผ้าเปลือกไม้ กำไลหิน ลูกปัดเปลือกหอย และหลักฐานการใช้ไฟปรุงอาหาร
ถาม: ถ้ำเบื้องแบบแบ่งเป็นกี่ส่วน?
ตอบ: บริเวณที่พบหลักฐานการอยู่อาศัยแบ่งเป็น 3 จุด ได้แก่ ถ้ำเบื้องแบบ 1 หรือถ้ำบน/ถ้ำใหญ่ ถ้ำเบื้องแบบ 2 หรือถ้ำล่าง/ถ้ำพระ และถ้ำเบื้องแบบ 3 หรือถ้ำหลังเขา/ถ้ำผี
ถาม: คนก่อนประวัติศาสตร์ที่ถ้ำเบื้องแบบดำรงชีวิตอย่างไร?
ตอบ: หลักฐานแสดงว่าดำรงชีวิตด้วยการล่าสัตว์และเก็บของป่า ใช้ทรัพยากรจากลำคลองและป่า ทำภาชนะดินเผาสำหรับหุงต้ม ใช้เครื่องมือหินกะเทาะและหินขัด ทำเครื่องประดับ และรู้จักแปรรูปเปลือกไม้เป็นวัสดุคล้ายผ้า
ถาม: ถ้ำเบื้องแบบเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: ข้อมูลท่องเที่ยวท้องถิ่นระบุการให้บริการทุกวันทำการ ส่วนเวลาเข้าชมที่แน่นอนควรโทรยืนยันกับองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านทำเนียบที่หมายเลข 077-953121 ก่อนเดินทาง
ถาม: มีค่าเข้าชมถ้ำเบื้องแบบหรือไม่?
ตอบ: ไม่มีข้อมูลอัตราค่าเข้าชมปัจจุบันที่ประกาศอย่างเป็นทางการ ควรสอบถามองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านทำเนียบก่อนเดินทางหากต้องการข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการเข้าพื้นที่
ถาม: เที่ยวถ้ำเบื้องแบบแล้วไปเที่ยวที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถจัดเส้นทางต่อไปยังสำนักสงฆ์ถ้ำวังบาดาล ป่าต้นน้ำบ้านน้ำราด คลองน้ำใส วัดถ้ำสิงขร และน้ำตกธารทอง ซึ่งอยู่ในอำเภอคีรีรัฐนิคมและพื้นที่ใกล้เคียงได้
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●ถ้ำ
ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว




