หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสุราษฎร์ธานี >อ.บ้านนาสาร >ต.ลำพูน > ถ้ำขมิ้น
TL;DR: ถ้ำขมิ้น เปิดเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา ประมาณ 09.00 – 15.30 น. ควรโทรยืนยันสถานะเส้นทางและรอบเข้าชมก่อนเดินทาง. การเดินทางสะดวก จากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีใช้ทางหลวงหมายเลข 4009 ไปอำเภอบ้านนาสารประมาณ 35 กม. ผ่านโรงพยาบาลบ้านนาสารประมาณ 1 กม.

สุราษฎร์ธานี

ถ้ำขมิ้น

ถ้ำขมิ้น

วันเปิดทำการ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน โดยการเข้าถ้ำต้องเป็นไปตามการจัดการของอุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็นและมีเจ้าหน้าที่หรือผู้นำทางดูแล
เวลาเปิดทำการ: ประมาณ 09.00 – 15.30 น. ควรโทรยืนยันสถานะเส้นทางและรอบเข้าชมก่อนเดินทาง โดยเฉพาะช่วงที่มีฝนตก
 
ถ้ำขมิ้น สุราษฎร์ธานี เป็นถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ในความดูแลของอุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี เดิมชาวบ้านเรียกว่า “ถ้ำเหม็น” และเคยเป็นพื้นที่สัมปทานเก็บมูลค้างคาวเพื่อใช้เป็นปุ๋ย ก่อนพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งศึกษาธรรมชาติที่สำคัญ ปัจจุบันมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติภายในถ้ำประมาณ 1,250 เมตร ขณะที่ระบบถ้ำมีความยาวรวมประมาณ 2 กิโลเมตร ภายในมีห้องโถงขนาดใหญ่ หินงอก หินย้อย ม่านหิน ช่องเปิดบนเพดานถ้ำ ฝูงค้างคาว และร่องรอยกิจกรรมเก็บมูลค้างคาวในอดีต จุดเด่นที่มีชื่อเรียกในเส้นทาง ได้แก่ ลานรถจี๊ป ลานอพอลโลหรือบริเวณที่เรียกลานหมากขุม ห้องเจ้าหญิง ลานท่านขุน ช่องฟ้า ม่านสีชมพู และม่านฟ้า ถ้ำขมิ้นยังมีคุณค่าต่อการศึกษาด้านโบราณคดี ศาสนา ธรณีวิทยา และสัตววิทยา การเข้าชมต้องรักษากฎอนุรักษ์อย่างเคร่งครัด ไม่สัมผัสหิน ไม่ส่งเสียงรบกวนสัตว์ ไม่ก่อไฟ ไม่สูบบุหรี่ ไม่นำอาหารเข้าไป ไม่ทิ้งขยะ และไม่เดินออกนอกเส้นทางที่กำหนด
 
ถ้ำขมิ้น สุราษฎร์ธานี เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่โดดเด่นของอำเภอบ้านนาสาร และเป็นหนึ่งในถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญทั้งด้านการท่องเที่ยว การอนุรักษ์ และการศึกษาทางวิชาการของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตัวถ้ำอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น โดยใช้หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ รย.5 หรือหน่วยถ้ำขมิ้นเป็นจุดดูแลการเข้าชม ความน่าสนใจของสถานที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงความงามของหินงอกหินย้อย แต่ประกอบด้วยประวัติศาสตร์การใช้ประโยชน์จากถ้ำ เครือข่ายโพรงขนาดใหญ่ ระบบนิเวศของค้างคาว กระบวนการเกิดภูเขาหินปูน และหลักฐานที่ช่วยให้เห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างคนกับถ้ำแห่งนี้เปลี่ยนจากการใช้ทรัพยากรมาเป็นการอนุรักษ์และการเรียนรู้ได้อย่างไร
 
ถ้ำขมิ้นยังเปิดให้เข้าชมในปัจจุบันและยังถูกใช้เป็นพื้นที่เรียนรู้ด้านธรณีวิทยาอย่างต่อเนื่อง ในเดือนกรกฎาคม 2569 กรมทรัพยากรธรณีได้จัดกิจกรรมด้านการสร้างความเข้าใจแหล่งมรดกธรณีและการจัดการระบบถ้ำขมิ้นร่วมกันในพื้นที่ แสดงให้เห็นว่าสถานที่แห่งนี้ยังมีบทบาททั้งด้านการท่องเที่ยวและการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติในปัจจุบัน การเข้าถ้ำจึงไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเดินชมสถานที่ แต่เป็นการเข้าสู่แหล่งมรดกธรรมชาติที่มีการดูแลและศึกษาต่อเนื่อง
 
พิกัดอ้างอิงของปากถ้ำอยู่บริเวณประมาณ 8.83023, 99.37945 ในเขตอำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี บริเวณถ้ำสามารถเดินทางด้วยรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ไปถึงพื้นที่จอดรถ ก่อนเดินขึ้นบันไดเข้าสู่ปากถ้ำ เส้นทางเข้าพื้นที่จึงสะดวกกว่าถ้ำธรรมชาติหลายแห่งที่ต้องเดินป่าเป็นระยะทางไกล อย่างไรก็ตาม การเข้าถึงสะดวกไม่ได้หมายความว่าสภาพภายในเป็นทางเดินเรียบทั้งหมด พื้นยังเป็นภูมิประเทศถ้ำตามธรรมชาติ มีความชื้น หินต่างระดับ และบริเวณที่ต้องใช้ความระมัดระวัง
 
ก่อนใช้ชื่อ “ถ้ำขมิ้น” สถานที่แห่งนี้เคยเป็นที่รู้จักในชื่อ “ถ้ำเหม็น” ชื่อดังกล่าวสัมพันธ์กับฝูงค้างคาวจำนวนมากและมูลค้างคาวที่สะสมอยู่ภายในถ้ำ กลิ่นที่เกิดขึ้นจากพื้นที่ซึ่งมีค้างคาวอาศัยเป็นจำนวนมากทำให้ชาวบ้านรอบพื้นที่ใช้ชื่อดังกล่าวมาเป็นเวลานาน ต่อมาจึงมีการใช้ชื่อถ้ำขมิ้นอย่างแพร่หลายในฐานะแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งธรรมชาติของบ้านนาสาร ชื่อเก่าไม่ได้เป็นเพียงเรื่องเล่า แต่เชื่อมโยงโดยตรงกับประวัติการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรภายในถ้ำในอดีต
 
หนึ่งในเรื่องราวที่น่าสนใจที่สุดคืออดีตของถ้ำในฐานะแหล่งสัมปทานเก็บมูลค้างคาว มูลค้างคาวที่สะสมอยู่บนพื้นถ้ำมีคุณค่าด้านการเกษตรเพราะมีธาตุอาหารและสามารถนำไปใช้ทำปุ๋ยได้ ก่อนปี 2500 พื้นที่ถ้ำขมิ้นหรือถ้ำเหม็นเป็นแหล่งมูลค้างคาวที่มีความสำคัญต่อชาวบ้านและระบบเศรษฐกิจท้องถิ่น มูลค้างคาวถูกนำออกจากถ้ำเพื่อใช้ในการเกษตรทั้งในพื้นที่บ้านนาสารและส่งต่อไปยังพื้นที่เพาะปลูกอื่นในภาคใต้
 
การเก็บมูลค้างคาวในยุคแรกต้องอาศัยแรงงานคนเป็นหลัก ผู้ปฏิบัติงานเข้าไปในถ้ำ ตักมูลใส่กระสอบ แล้วลำเลียงออกจากส่วนลึกมาสู่ปากถ้ำ การขนส่งจากพื้นที่บ้านนาสารยังเชื่อมกับระบบคมนาคมในชุมชนและสถานีรถไฟนาสาร ทำให้กิจกรรมภายในถ้ำสัมพันธ์กับเศรษฐกิจการเกษตรภายนอกอย่างชัดเจน ประวัติช่วงนี้ทำให้ถ้ำขมิ้นต่างจากถ้ำที่มีเรื่องราวเฉพาะด้านธรณีวิทยา เพราะภายในยังเป็นหลักฐานของประวัติแรงงานและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติของชุมชนด้วย
 
หลังปี 2517 การขนมูลค้างคาวภายในถ้ำมีการนำเครื่องจักรมาช่วยมากขึ้น เรื่องเล่าท้องถิ่นและหลักฐานประวัติพื้นที่ระบุว่ามีการนำชิ้นส่วนรถจี๊ปขนาดเล็กขึ้นไปประกอบภายในถ้ำ เพื่อใช้ขนมูลค้างคาวจากส่วนลึกมายังบริเวณปากถ้ำ วิธีนี้ช่วยลดการใช้แรงงานคนในการแบกกระสอบเป็นระยะทางไกล ร่องรอยและอุปกรณ์จากกิจกรรมในอดีตยังเป็นองค์ประกอบที่ทำให้ผู้เข้าชมสามารถเชื่อมโยงภาพของถ้ำในวันนี้กับยุคที่ทรัพยากรถูกนำออกมาใช้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ
 
บริเวณที่เรียกว่า “ลานรถจี๊ป” จึงเป็นหนึ่งในจุดที่มีความหมายมากกว่ารูปลักษณ์ของพื้นที่ เพราะช่วยบอกเล่าเทคโนโลยีการทำงานและการขนส่งในยุคสัมปทาน การเห็นร่องรอยดังกล่าวควรถูกมองเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของพื้นที่ ไม่ใช่สิ่งของไร้ประโยชน์ที่สามารถเคลื่อนย้ายหรือเก็บกลับบ้าน การรักษาตำแหน่งและสภาพของหลักฐานที่หลงเหลืออยู่ทำให้คนรุ่นหลังสามารถเรียนรู้วิธีที่ชุมชนเคยใช้ถ้ำก่อนแนวคิดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์จะมีบทบาทมากขึ้น
 
การเปลี่ยนจากแหล่งเก็บมูลค้างคาวมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเป็นตัวอย่างของการเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติอย่างชัดเจน ในอดีตคุณค่าของถ้ำส่วนหนึ่งวัดจากปริมาณสิ่งที่สามารถนำออกไปใช้ได้ แต่ในปัจจุบันคุณค่ากลับอยู่ที่การรักษาระบบถ้ำ หินงอกหินย้อย สัตว์ที่อาศัยอยู่ภายใน ประวัติศาสตร์ และองค์ความรู้ให้คงอยู่ การพัฒนาทางเดินศึกษาธรรมชาติจึงทำหน้าที่ทั้งเปิดโอกาสให้คนเข้าใจสถานที่และจำกัดพื้นที่ที่มนุษย์เข้าไปใช้ เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อบริเวณที่มีความเปราะบาง
 
ในด้านธรณีวิทยา ภูเขาหินปูนที่เกิดถ้ำขมิ้นมีอายุเก่าแก่ถึงยุคเพอร์เมียน ราว 280 ล้านปี หินเหล่านี้เกิดขึ้นนานก่อนรูปร่างภูมิประเทศในปัจจุบันจะพัฒนาเป็นภูเขาและถ้ำแบบที่เห็นในวันนี้ การกล่าวว่าถ้ำมีอายุ 280 ล้านปีโดยตรงจึงไม่ถูกต้องนัก เพราะตัวหินปูนมีอายุประมาณนั้น ส่วนโพรงถ้ำเกิดขึ้นภายหลังจากการละลายและการกัดเซาะตามระบบน้ำ การแยกอายุของหินออกจากอายุของโพรงช่วยให้เข้าใจประวัติทางธรณีวิทยาอย่างถูกต้องยิ่งขึ้น
 
ถ้ำขมิ้นจัดเป็นถ้ำที่เกิดจากการละลายหรือ solution cave ซึ่งในกรณีของสถานที่แห่งนี้พัฒนาขึ้นในภูเขาหินปูนที่เป็นหินคาร์บอเนต น้ำฝนที่ตกผ่านอากาศสามารถรับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และเมื่อซึมผ่านชั้นดินซึ่งมีการสลายตัวของอินทรียวัตถุจะรับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้น น้ำจึงมีสภาพเป็นกรดคาร์บอนิกอ่อน ๆ ซึ่งสามารถทำปฏิกิริยากับแคลไซต์หรือแคลเซียมคาร์บอเนตซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของหินปูนได้
 
เมื่อน้ำชนิดนี้ไหลลงสู่รอยแตกของภูเขา การละลายไม่ได้ทำให้เกิดถ้ำขนาดใหญ่ในทันที แต่จะค่อย ๆ ขยายรอยแตกเดิมทีละน้อย น้ำจะเลือกไหลไปตามบริเวณที่ต้านทานต่ำ เช่น รอยต่อ แนวแตก และชั้นหิน เมื่อกระบวนการดำเนินต่อเนื่องยาวนาน ช่องเล็ก ๆ สามารถกว้างขึ้นจนเป็นทางน้ำใต้ดินและโพรงขนาดใหญ่ ภายหลังเมื่อระดับน้ำหรือเส้นทางระบายน้ำเปลี่ยนไป โพรงบางส่วนจึงกลายเป็นพื้นที่อากาศที่มนุษย์สามารถเข้าไปได้
 
การเกิดถ้ำเป็นกระบวนการที่ใช้เวลายาวนานและมีความซับซ้อนมากกว่าปฏิกิริยาเคมีเพียงขั้นตอนเดียว การยกตัวของภูมิประเทศ ระดับน้ำใต้ดิน การแตกร้าวของหิน ปริมาณฝน และระบบระบายน้ำล้วนมีผลต่อรูปร่างสุดท้ายของถ้ำ บางส่วนอาจขยายเป็นห้องโถงใหญ่ ขณะที่บางจุดยังคงเป็นทางแคบหรือช่องเปิด กระบวนการเหล่านี้ช่วยอธิบายว่าทำไมถ้ำขมิ้นจึงมีพื้นที่ขนาดใหญ่และมีรูปทรงภายในหลากหลายตลอดระบบถ้ำ
 
ระบบถ้ำขมิ้นมีความยาวรวมประมาณ 2 กิโลเมตร แต่เส้นทางที่พัฒนาเพื่อการศึกษาธรรมชาติและการท่องเที่ยวมีระยะประมาณ 1,250 เมตร ตัวเลขทั้งสองจึงไม่ได้ขัดแย้งกัน ระบบถ้ำทั้งหมดหมายถึงแนวโพรงและพื้นที่ที่สำรวจได้โดยรวม ส่วนระยะ 1,250 เมตรคือเส้นทางที่ใช้สำหรับผู้มาเยือน การจำกัดการเดินอยู่ในแนวที่กำหนดช่วยลดการเข้าไปรบกวนพื้นที่อื่นและทำให้เจ้าหน้าที่สามารถดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
 
เมื่อโพรงถ้ำพัฒนาและมีน้ำที่ละลายแร่ซึมเข้ามาจากเพดาน กระบวนการอีกชนิดหนึ่งจะเริ่มสร้างหินงอกหินย้อย น้ำที่มีแคลเซียมไบคาร์บอเนตอยู่ในสารละลายจะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เมื่อเข้าสู่สภาพอากาศภายในถ้ำ แคลเซียมคาร์บอเนตจึงตกตะกอนกลับมาเป็นของแข็งและสะสมทีละชั้น หากสะสมจากเพดานจะเกิดหินย้อย ส่วนหยดน้ำที่ตกลงพื้นและทิ้งแร่ไว้จะสร้างหินงอกขึ้นจากด้านล่าง
 
หากหินย้อยและหินงอกเติบโตจนเชื่อมถึงกันจะพัฒนาเป็นเสาหิน ส่วนพื้นที่ที่น้ำไหลเป็นแผ่นบนผิวหินสามารถสร้างลักษณะคล้ายม่านหรือชั้นหินไหล การเปลี่ยนแปลงของปริมาณน้ำ แร่ ความชื้น และเส้นทางการไหลทำให้รูปทรงของหินแตกต่างกันในแต่ละส่วนของถ้ำ ผลลัพธ์คือภูมิทัศน์ใต้ดินที่มีทั้งเสา ม่าน พื้นผิวเป็นชั้น และรูปทรงที่คนสามารถจินตนาการเป็นสัตว์หรือสิ่งของได้หลากหลาย
 
หนึ่งในพื้นที่สำคัญบริเวณทางเข้าสัมพันธ์กับ “ศาลท่านขุน” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความเชื่อและเรื่องราวประจำถ้ำ แสดงให้เห็นว่าคุณค่าของถ้ำขมิ้นไม่ได้จำกัดอยู่เพียงวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ แต่ยังมีมิติด้านศาสนาและความเชื่อของผู้คนที่ใช้พื้นที่มาเป็นเวลานาน เมื่อเข้าใกล้บริเวณลักษณะดังกล่าวควรรักษามารยาทและไม่เคลื่อนย้ายเครื่องสักการะหรือวัตถุที่ชุมชนจัดวางไว้
 
ลานอพอลโลหรือลานหมากขุมเป็นอีกชื่อที่ใช้เรียกพื้นที่หนึ่งภายในเส้นทาง ชื่อเฉพาะเหล่านี้ช่วยให้การเดินชมถ้ำไม่เป็นเพียงการมองหินทีละก้อน แต่กลายเป็นการเดินผ่านภูมิทัศน์ที่แต่ละบริเวณมีเรื่องเล่าและภาพจำของตนเอง ผู้มาเยือนควรฟังคำอธิบายจากเจ้าหน้าที่ เพราะชื่อท้องถิ่นจำนวนมากเกิดจากรูปร่างของหิน ประวัติการใช้งาน หรือจินตนาการที่สืบต่อกันมา และมีความหมายมากกว่าที่สามารถเข้าใจจากชื่อเพียงอย่างเดียว
 
“ห้องเจ้าหญิง” เป็นอีกหนึ่งบริเวณที่ถูกกล่าวถึงในเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ชื่อห้องภายในถ้ำมักช่วยให้ผู้เดินทางจดจำตำแหน่งและมองเห็นลักษณะเฉพาะของโถงนั้นได้ง่ายขึ้น การชมควรเดินตามจังหวะของกลุ่ม ไม่แซงออกไปในบริเวณมืด และไม่พยายามเดินออกนอกแนวเพียงเพื่อหามุมถ่ายภาพ เพราะขอบทางหรือพื้นที่ซึ่งดูแข็งแรงอาจมีความลาดชันและไม่ถูกออกแบบสำหรับการรองรับผู้มาเยือน
 
ลานท่านขุนเป็นบริเวณที่มีหินงอกหินย้อยขนาดใหญ่และลักษณะหินปูนซึ่งได้รับการตั้งชื่อ เช่น “เสาเอก” และ “หลักชัย” การตั้งชื่อจากรูปทรงเป็นวัฒนธรรมที่พบได้ทั่วไปในการเที่ยวถ้ำของไทย เพราะช่วยให้ผู้คนสร้างความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติกับเรื่องเล่า อย่างไรก็ตาม ชื่อที่มนุษย์กำหนดไม่ได้เปลี่ยนข้อเท็จจริงว่าหินเหล่านี้เป็นโครงสร้างธรรมชาติที่เกิดขึ้นอย่างช้ามาก การสัมผัสหรือปีนเพื่อถ่ายรูปจึงไม่เหมาะสม
 
“ช่องฟ้า” เป็นจุดที่มีช่องเปิดบริเวณเพดาน ทำให้แสงธรรมชาติสามารถผ่านเข้าสู่โลกใต้ดินได้ ความแตกต่างระหว่างความมืดของถ้ำกับลำแสงจากภายนอกเป็นภาพที่ช่วยให้เห็นโครงสร้างของโพรงได้ชัดเจน ช่องเปิดลักษณะนี้ยังช่วยสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของเพดานถ้ำตามกระบวนการธรรมชาติ แต่ผู้มาเยือนควรมองจากพื้นที่ที่กำหนด ไม่เดินไปยืนใต้บริเวณที่มีเศษหินหรือพื้นที่ไม่มั่นคง
 
ม่านสีชมพูเป็นหนึ่งในลักษณะหินที่มีเอกลักษณ์ของถ้ำ สีและแนวชั้นบนผิวหินเกิดจากองค์ประกอบแร่และการสะสมตัวที่แตกต่างกัน ทำให้ผู้มองเห็นเป็นริ้วและเกิดจินตนาการถึงรูปร่างต่าง ๆ มีการเปรียบลักษณะบางส่วนกับพระพุทธรูปนั่งสมาธิ การมองรูปทรงตามจินตนาการเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ แต่ควรแยกระหว่างคำเปรียบเทียบทางสายตากับลักษณะทางธรณีวิทยาที่เกิดจากการตกตะกอนของแร่ตามธรรมชาติ
 
บริเวณ “ม่านฟ้า” มีลักษณะเด่นจากหินย้อยและหินไหลที่พัฒนาเป็นแนวกว้างคล้ายม่านธรรมชาติ เมื่อส่องไฟจากมุมต่างกันจะเห็นชั้น พื้นผิว และเงาที่เปลี่ยนไป จุดประเภทนี้เหมาะกับการอธิบายว่าการสร้างหินในถ้ำไม่ได้เกิดจากหยดน้ำลงตรง ๆ เพียงรูปแบบเดียว น้ำสามารถไหลเคลือบตามผิวหินและทิ้งแร่ทีละชั้นจนกลายเป็นโครงสร้างขนาดใหญ่ได้
 
บางส่วนของหินภายในถ้ำถูกจินตนาการเป็นรูปสัตว์ เช่น ศีรษะช้าง การมองเห็นรูปร่างลักษณะนี้ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและแสง คนแต่ละคนอาจมองเห็นสิ่งต่างกัน นี่เป็นเสน่ห์ของการเที่ยวถ้ำที่ทำให้ธรรมชาติซึ่งเกิดจากกระบวนการทางฟิสิกส์และเคมีกลายเป็นพื้นที่สร้างจินตนาการได้โดยไม่ต้องดัดแปลงหินให้เป็นรูปร่างใหม่
 
ถ้ำขมิ้นยังเป็นที่อยู่อาศัยของค้างคาวจำนวนมาก ค้างคาวใช้พื้นที่มืดและค่อนข้างคงที่ของถ้ำเป็นที่พัก การมีสัตว์อยู่ภายในทำให้ถ้ำเป็นระบบนิเวศ ไม่ใช่เพียงพื้นที่ทางธรณีวิทยา มูลค้างคาวที่เคยถูกนำไปใช้ทำปุ๋ยก็เป็นส่วนหนึ่งของระบบนี้ เพราะสามารถกลายเป็นแหล่งสารอาหารให้สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กบนพื้นถ้ำ การจัดการถ้ำในปัจจุบันจึงต้องคำนึงทั้งหิน น้ำ สัตว์ และกิจกรรมของมนุษย์พร้อมกัน
 
ไม่ควรพยายามระบุชนิดของค้างคาวจากการมองด้วยตาเปล่าเพียงระยะไกล เนื่องจากถ้ำสามารถเป็นที่อยู่ของค้างคาวหลายชนิดและการจำแนกอย่างถูกต้องต้องใช้ข้อมูลทางสัตววิทยา ถ้ำขมิ้นมีคุณค่าต่อการศึกษาสัตววิทยาและมีการบันทึกสิ่งมีชีวิตจากงานศึกษาถ้ำ แต่การท่องเที่ยวไม่ควรเปลี่ยนเป็นกิจกรรมจับหรือรบกวนสัตว์เพื่อดูรายละเอียด การสังเกตจากระยะที่เจ้าหน้าที่กำหนดให้ข้อมูลได้เพียงพอโดยไม่สร้างผลกระทบ
 
ในปี 2569 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชกำหนดแนวทางป้องกันสำหรับการเข้าพื้นที่ถ้ำที่มีค้างคาวทั่วประเทศ โดยแนะนำให้สวมหน้ากากที่มีประสิทธิภาพ เช่น N95 เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว และรองเท้าหุ้มส้น ตลอดจนหลีกเลี่ยงการสัมผัสมูล ปัสสาวะ น้ำลาย หรือสารคัดหลั่งของค้างคาว มาตรการดังกล่าวเป็นแนวทางป้องกันทั่วไปสำหรับการอยู่ใกล้สัตว์ป่า ไม่ได้หมายความว่าถ้ำขมิ้นมีการระบาดของโรค
 
หากพบค้างคาวเกาะพักอยู่ตามเพดาน ควรพูดคุยด้วยเสียงเบา ไม่ตะโกน ไม่ปรบมือ และไม่โยนสิ่งของเพื่อทำให้ฝูงบิน การรบกวนสัตว์ทำให้ค้างคาวต้องเปลี่ยนพฤติกรรมและใช้พลังงานโดยไม่จำเป็น ไม่ควรใช้แฟลชหรือแสงกำลังสูงส่องใส่ฝูงต่อเนื่องเป็นเวลานาน การถ่ายภาพควรใช้แสงเท่าที่จำเป็นต่อการเดินและการบันทึกภาพโดยไม่รบกวนสัตว์
 
ถ้ำขมิ้นมีคุณค่าต่อการศึกษาหลายสาขา ทั้งโบราณคดี ศาสนา ธรณีวิทยา และสัตววิทยา มิติด้านธรณีวิทยาเห็นได้ชัดจากหินปูนยุคเพอร์เมียน ระบบโพรง และหินงอกหินย้อย มิติด้านสัตววิทยาเชื่อมกับค้างคาวและสิ่งมีชีวิตในระบบถ้ำ ส่วนประวัติการใช้พื้นที่และความเชื่อช่วยเปิดมุมมองด้านวัฒนธรรมและศาสนา ขณะที่คุณค่าด้านโบราณคดีควรอ้างอิงเฉพาะงานสำรวจหรือหลักฐานที่หน่วยงานวิชาการยืนยัน ไม่ควรสร้างเรื่องราวเกี่ยวกับโบราณวัตถุขึ้นเองหากไม่มีข้อมูลรองรับ
 
กิจกรรมที่เหมาะสมที่สุดภายในถ้ำคือการเดินตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ชมหินงอกหินย้อย ศึกษาร่องรอยสัมปทานมูลค้างคาว สังเกตลักษณะทางธรณีวิทยา และเรียนรู้ระบบนิเวศจากเจ้าหน้าที่ เส้นทางที่มีระยะประมาณ 1,250 เมตรช่วยให้เห็นหลายมิติของถ้ำโดยไม่จำเป็นต้องเข้าไปในทุกโพรง การเดินอย่างช้า ๆ ทำให้มีเวลาสังเกตพื้นผิว รูปทรง และความเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศในแต่ละห้องได้ดีกว่าการพยายามเดินให้จบเร็วที่สุด
 
การเข้าชมถ้ำต้องอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่หรือผู้นำทาง ไม่ควรเดินเข้าไปสำรวจด้วยตัวเอง แม้ว่าปากถ้ำจะเข้าถึงได้สะดวก การมีผู้นำทางช่วยทั้งด้านความปลอดภัยและการตีความสถานที่ เจ้าหน้าที่สามารถบอกได้ว่าจุดใดเป็นทางเดิน จุดใดเปราะบาง จุดใดเกี่ยวข้องกับค้างคาว และจุดใดเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ไม่ควรถูกแตะต้อง
 
ข้อมูลการท่องเที่ยวของพื้นที่ยังระบุการจัดกลุ่มเข้าชมตั้งแต่ประมาณ 4 คนขึ้นไป ผู้เดินทางคนเดียวจึงควรติดต่อหน่วยถ้ำขมิ้นก่อนออกเดินทางเพื่อสอบถามรอบหรือการรวมกลุ่ม ไม่ควรคาดหวังว่าจะสามารถเดินเข้าไปทันทีเมื่อมาถึง การโทรล่วงหน้าช่วยตรวจทั้งจำนวนคน เจ้าหน้าที่ สภาพอากาศ และเวลาเข้าถ้ำในวันนั้นได้ในครั้งเดียว
 
ข้อปฏิบัติเรื่องการไม่สัมผัสกลุ่มหินเป็นกฎสำคัญของถ้ำขมิ้น ผิวหนังมนุษย์มีน้ำมัน เหงื่อ และสิ่งสกปรกที่สามารถตกค้างบนพื้นผิวซึ่งกำลังมีการตกตะกอนของแร่ การสัมผัสซ้ำ ๆ จากผู้มาเยือนจำนวนมากสามารถรบกวนสภาพพื้นผิวและกระบวนการสะสมตามธรรมชาติได้ จึงไม่ควรจับหินแม้จะต้องการทดสอบว่าผิวเรียบ หยาบ เปียก หรือแข็งเพียงใด
 
คำว่า “หินตาย” ที่ใช้กันในคำแนะนำการเที่ยวถ้ำเป็นคำอธิบายอย่างง่ายสำหรับหินหรือโครงสร้างที่ไม่มีกระบวนการสะสมแร่ต่อเนื่อง แต่การแตะหินหนึ่งครั้งไม่ได้หมายความว่าหินทุกก้อนจะหยุดเติบโตทันที สิ่งที่สำคัญคือการลดการปนเปื้อนและการรบกวนพื้นผิวในระยะยาว หลักปฏิบัติที่ดีที่สุดจึงยังคงเหมือนเดิมคือไม่สัมผัสหินงอก หินย้อย หรือผิวหินโดยไม่จำเป็น
 
ไม่ควรขีดเขียน ตี หรือเคาะหินภายในถ้ำ ไม่ว่าจะทำเพื่อทดสอบเสียง ตรวจความแข็ง หรือสร้างรอยเป็นที่ระลึก การเคาะอาจทำให้โครงสร้างบางส่วนแตกร้าว ขณะที่การขีดเขียนสร้างรอยซึ่งสามารถคงอยู่ได้นานมากในสภาพแวดล้อมใต้ดิน ถ้ำไม่ควรถูกใช้เป็นพื้นที่สำหรับทิ้งชื่อ วันที่ หรือข้อความของผู้มาเยือน
 
การก่อไฟ จุดประทัด จุดธูปเทียน และสูบบุหรี่ภายในถ้ำเป็นสิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยงทั้งหมด ควันและเขม่าสามารถเกาะบนหินและเพดาน ขณะที่ไฟเปิดมีความเสี่ยงต่อผู้คนและสัตว์ในพื้นที่ปิด การจุดประทัดหรือสร้างเสียงดังยังรบกวนค้างคาวอย่างรุนแรง หากต้องการสักการะบริเวณศาลหรือพื้นที่ความเชื่อควรปฏิบัติตามวิธีที่เจ้าหน้าที่กำหนดและใช้เฉพาะจุดที่จัดไว้
 
ไม่ควรเก็บหิน เศษแร่ มูลค้างคาว อุปกรณ์เก่าจากยุคสัมปทาน หรือสิ่งของใดออกจากถ้ำ แม้วัตถุบางชิ้นจะดูไม่มีค่า แต่ตำแหน่งของวัตถุสามารถเป็นส่วนหนึ่งของข้อมูลทางประวัติศาสตร์หรือสิ่งแวดล้อม การเคลื่อนย้ายหลักฐานจำนวนเล็กน้อยโดยนักท่องเที่ยวหลายคนสามารถทำให้สถานที่สูญเสียข้อมูลที่ไม่สามารถสร้างกลับขึ้นมาได้
 
ห้ามขับถ่ายทั้งหนักและเบาภายในถ้ำ นอกจากเรื่องสุขอนามัยแล้ว สารจากมนุษย์สามารถเปลี่ยนสภาพแวดล้อมของระบบถ้ำซึ่งมีการหมุนเวียนอากาศและน้ำแตกต่างจากพื้นที่เปิด ด้านนอกมีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านห้องน้ำสำหรับนักท่องเที่ยว จึงควรจัดการธุระส่วนตัวก่อนเริ่มเส้นทางภายใน
 
อาหารและเครื่องดื่มไม่ควรถูกนำเข้าไปรับประทานภายในถ้ำ เศษอาหารสามารถดึงดูดสัตว์ เปลี่ยนพฤติกรรมของสิ่งมีชีวิต และกลายเป็นขยะที่ย่อยสลายภายใต้สภาพแวดล้อมไม่เหมือนภายนอก ผู้เดินทางควรรับประทานอาหารก่อนเข้าหรือหลังออกจากถ้ำ และดื่มน้ำในบริเวณที่เจ้าหน้าที่อนุญาต หากต้องพกน้ำหรือของจำเป็นไปด้วยควรเก็บให้มิดชิดและนำกลับออกมาทั้งหมด
 
ห้ามทิ้งขยะทุกชนิดภายในถ้ำและตามเส้นทางขึ้นลง รวมถึงขวดน้ำ พลาสติก กระดาษทิชชู หน้ากาก และแบตเตอรี่ ขยะขนาดเล็กสามารถหลุดเข้าไปตามร่องหินและเก็บออกได้ยากกว่าพื้นที่ทั่วไป ผู้มาเยือนจึงควรมีถุงสำหรับเก็บของส่วนตัวและตรวจพื้นที่ก่อนเดินออกจากแต่ละจุด
 
การไม่เดินออกนอกเส้นทางที่กำหนดเป็นกฎที่ช่วยทั้งผู้มาเยือนและถ้ำ บริเวณนอกแนวทางอาจมีพื้นบาง ช่องลึก หินที่ยังมีการสะสมแร่ หรือเป็นจุดพักของสัตว์ ผู้ที่เดินออกไปเพียงเพื่อถ่ายภาพอาจเหยียบโครงสร้างขนาดเล็กโดยไม่รู้ตัว การอยู่ในทางเดินยังทำให้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมกลุ่มและตรวจจำนวนคนได้ง่ายขึ้น
 
เสื้อผ้าสำหรับเที่ยวถ้ำควรคล่องตัวและปกปิดผิวหนัง เสื้อแขนยาวกับกางเกงขายาวช่วยลดการสัมผัสผนัง หิน และสิ่งสกปรก รองเท้าควรเป็นแบบหุ้มส้นและมีพื้นเกาะดี รองเท้าแตะไม่เหมาะเพราะพื้นบางช่วงมีความชื้นและระดับไม่เท่ากัน หน้ากาก N95 เป็นตัวเลือกที่เหมาะกับพื้นที่ที่มีค้างคาวและมูลค้างคาวจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ที่ไวต่อฝุ่นและกลิ่น
 
ควรพกไฟฉายหรือไฟคาดศีรษะเป็นอุปกรณ์สำรอง แม้เส้นทางท่องเที่ยวจะมีการจัดการและมีแสงสว่างตามจุด ไฟส่วนตัวช่วยเมื่อจำเป็นต้องมองพื้นหรือเมื่อระบบแสงมีข้อขัดข้อง ไม่ควรพึ่งไฟโทรศัพท์เพียงอย่างเดียว เพราะโทรศัพท์ยังมีความสำคัญสำหรับการติดต่อเมื่อออกจากพื้นที่
 
ผู้ที่มีโรคหอบหืด โรคทางเดินหายใจ หรือไวต่อฝุ่นและกลิ่นควรสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนเข้าถ้ำ เนื่องจากถ้ำมีค้างคาวและมูลค้างคาวเป็นส่วนหนึ่งของระบบธรรมชาติ ผู้ที่เริ่มมีอาการหายใจลำบาก แน่นหน้าอก เวียนศีรษะ หรือผิดปกติควรแจ้งเจ้าหน้าที่และออกสู่พื้นที่อากาศเปิด ไม่ควรฝืนเดินต่อเพียงเพราะต้องการชมเส้นทางให้ครบ
 
ทางขึ้นสู่ปากถ้ำมีบันไดและตัวถ้ำไม่เหมาะกับการใช้รถเข็นตลอดเส้นทาง ผู้สูงอายุ ผู้มีปัญหาเข่า ข้อเท้า หรือการทรงตัวควรประเมินร่างกายและสอบถามลักษณะเส้นทางก่อนเริ่ม การเดินภายใน 1,250 เมตรอาจไม่ดูไกลเมื่อเทียบกับการเดินบนถนน แต่พื้นถ้ำ ความชื้น ความมืด และการขึ้นลงสามารถทำให้ใช้แรงมากกว่าในระยะเดียวกันบนพื้นราบ
 
ครอบครัวที่พาเด็กมาเที่ยวควรให้เด็กอยู่ใกล้ผู้ดูแลตลอดเวลา ไม่วิ่ง ไม่ปีน และไม่จับหิน เด็กควรสามารถเดินตามเส้นทางธรรมชาติได้ด้วยตนเองอย่างมั่นคง การเที่ยวถ้ำสามารถเป็นบทเรียนที่ดีมากเรื่องธรณีวิทยา สัตว์ และการอนุรักษ์ หากผู้ใหญ่ใช้เวลาชี้ให้เห็นว่าเหตุใดหินจึงต้องใช้เวลาสร้างนานและเหตุใดค้างคาวจึงไม่ควรถูกรบกวน
 
การถ่ายภาพภายในถ้ำควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยมากกว่ามุมภาพ ไม่ควรเดินถอยหลังโดยไม่มองพื้นหรือออกนอกเส้นทางเพื่อให้ได้ฉากที่ไม่มีคน ควรหลีกเลี่ยงการใช้แฟลชใส่ฝูงค้างคาวซ้ำ ๆ และไม่ควรวางขาตั้งกล้องขวางทาง หากต้องการภาพหินงอกหินย้อยที่เห็นมิติชัด การใช้แสงจากด้านข้างหรือใช้แสงที่เจ้าหน้าที่จัดไว้สามารถให้ผลดีโดยไม่ต้องสัมผัสหิน
 
ฤดูฝนทำให้พื้นที่บ้านนาสารและภูเขาของอุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็นมีความชุ่มชื้นสูง แม้ถ้ำสามารถเปิดได้ตลอดปีตามการบริหารจัดการปัจจุบัน แต่สภาพอากาศอาจทำให้เส้นทางหรือรอบเข้าชมเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจพยากรณ์อากาศและโทรยืนยันก่อนเดินทางในวันที่มีฝนตกหนัก การมีเวลาเปิดประจำไม่ได้หมายความว่าจะต้องเปิดทุกสถานการณ์ หากเจ้าหน้าที่เห็นว่าสภาพพื้นที่ไม่เหมาะ การเปลี่ยนวันเป็นทางเลือกที่ถูกต้องกว่า
 
บริเวณด้านนอกมีที่จอดรถ ห้องน้ำ และจุดจำหน่ายน้ำดื่ม ช่วยให้ผู้มาเยือนสามารถเตรียมตัวก่อนเริ่มเส้นทางได้ ควรใช้ห้องน้ำและจัดสัมภาระให้เรียบร้อยก่อนขึ้นไปยังถ้ำ ไม่ควรแบกสิ่งของที่ไม่จำเป็นเข้าไป เพราะกระเป๋าขนาดใหญ่เพิ่มโอกาสกระแทกหินและทำให้เคลื่อนไหวในพื้นที่ต่างระดับได้ยาก
 
ค่าบริการเข้าอุทยานและเที่ยวถ้ำในอัตราปัจจุบันคือคนไทยผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท และชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท ไม่พบการประกาศค่าเข้าถ้ำขมิ้นแยกต่างหากจากอัตราค่าบริการพื้นที่อุทยาน ผู้เดินทางควรเตรียมเงินสำหรับค่าใช้จ่ายส่วนตัวเพิ่มเติมและโทรตรวจข้อมูลอีกครั้งหากเดินทางหลังจากวันที่ข้อมูลนี้เผยแพร่ เนื่องจากอัตราค่าบริการของพื้นที่อนุรักษ์สามารถมีการปรับเปลี่ยนได้
 
เวลาเข้าถ้ำที่เผยแพร่ในปัจจุบันอยู่ประมาณ 09.00–15.30 น. ซึ่งสั้นกว่าเวลาเปิดของพื้นที่อุทยานโดยรวม การกำหนดเวลาปิดรับเข้าถ้ำเร็วกว่าช่วงเย็นมีความเหมาะสม เพราะเส้นทางมีระยะมากกว่า 1 กิโลเมตรและต้องเดินกลับออกมาอย่างมีการควบคุม ผู้เดินทางควรมาถึงก่อนเวลาปิดหลายชั่วโมง ไม่ควรไปถึงเวลา 15.20 น. แล้วคาดว่าจะสามารถเริ่มเส้นทางเต็มได้
 
หมายเลขติดต่อโดยตรงที่เผยแพร่สำหรับถ้ำขมิ้นคือ 093-4807188 ส่วนอุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็นสามารถติดต่อได้ที่ 093-5748422 การโทรก่อนออกจากที่พักช่วยตรวจว่ามีเจ้าหน้าที่นำชม รอบเข้าถ้ำ และสภาพเส้นทางตามปกติหรือไม่ โดยเฉพาะผู้เดินทางคนเดียวหรือกลุ่มเล็กซึ่งต้องจัดกลุ่มก่อนเข้าชม
 
การเดินทาง จากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีใช้ทางหลวงหมายเลข 4009 สายสุราษฎร์ธานี–บ้านนาสาร มุ่งหน้าอำเภอบ้านนาสาร ระยะทางจากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีถึงพื้นที่บ้านนาสารประมาณ 35 กิโลเมตร เมื่อผ่านโรงพยาบาลบ้านนาสารไปประมาณ 1 กิโลเมตร ให้ใช้ทางแยกเข้าสู่เส้นทางถ้ำขมิ้น แล้วเดินทางต่อประมาณ 1.5 กิโลเมตรถึงบริเวณที่จอดรถของแหล่งท่องเที่ยว จากตัวอำเภอบ้านนาสารถ้ำอยู่ทางด้านเหนือประมาณ 5 กิโลเมตร เส้นทางรถเข้าถึงได้สะดวกกว่าถ้ำที่ต้องเริ่มด้วยการเดินป่าระยะไกล
 
ผู้ที่ใช้ระบบนำทางสามารถใช้ชื่อ “ถ้ำขมิ้น” หรือพิกัดประมาณ 8.83023, 99.37945 เป็นจุดอ้างอิง หากระบบนำทางแสดงเส้นทางเล็กที่แตกต่างจากป้ายบนถนน ควรยึดป้ายไปยังถ้ำและหน่วยพิทักษ์อุทยานเป็นหลัก เพราะการเดินทางเข้าสถานที่ธรรมชาติควรใช้เส้นทางที่กำหนดสำหรับนักท่องเที่ยว ไม่ควรใช้ทางสวนหรือทางท้องถิ่นที่ระบบแผนที่เลือกให้เพียงเพราะระยะสั้นกว่า
 
ผู้ที่เดินทางด้วยรถไฟสามารถลงที่สถานีรถไฟนาสารแล้วจัดรถท้องถิ่นหรือรถรับส่งไปยังถ้ำ เนื่องจากสถานีอยู่ไม่ไกลจากตัวอำเภอ ประวัติการขนมูลค้างคาวในอดีตก็เคยเชื่อมกับสถานีรถไฟแห่งนี้ การใช้รถไฟจึงสามารถทำให้การเดินทางมีมิติทางประวัติศาสตร์เพิ่มขึ้น แม้ช่วงจากสถานีถึงถ้ำยังต้องจัดพาหนะทางถนนเอง
 
ถ้ำขมิ้นสามารถใช้เวลาครึ่งวันได้อย่างเหมาะสม ผู้เดินทางอาจมาถึงช่วงเช้า เตรียมตัวและเข้าชมถ้ำพร้อมเจ้าหน้าที่ จากนั้นออกมาพัก รับประทานอาหารในพื้นที่บ้านนาสาร และใช้ช่วงบ่ายเที่ยวจุดใกล้เคียง วิธีนี้มีเวลาเผื่อสำหรับเส้นทาง 1,250 เมตรและไม่ต้องเร่งเดินในถ้ำเพื่อให้ทันสถานที่อื่น
 
หากมีเวลาทั้งวัน สามารถเชื่อมกับแหล่งท่องเที่ยวในบ้านนาสารและอุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็นได้ ริมคลองฉวาง บ้านนาสารและเนินทรายเหมืองแกะอยู่ในระยะไม่ไกลจากถ้ำ ส่วนผู้ที่ต้องการธรรมชาติเข้มข้นขึ้นสามารถเดินทางต่อไปยังน้ำตกเหมืองทวด น้ำตกดาดฟ้า หรือบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น โดยต้องตรวจสถานะเส้นทางน้ำตกและสภาพอากาศในวันเดินทางเช่นเดียวกัน
 
น้ำตกดาดฟ้าเป็นหนึ่งในแหล่งธรรมชาติสำคัญของอุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น ทำให้สามารถจัดวันท่องเที่ยวที่ได้เห็นภูมิประเทศ 2 รูปแบบในเขตอุทยานเดียวกัน คือโลกใต้ดินของถ้ำขมิ้นในช่วงเช้าและระบบลำธารกับน้ำตกในช่วงบ่าย อย่างไรก็ตาม ไม่ควรจัดตารางแน่นเกินไปเพราะทั้งถ้ำและน้ำตกต้องเดิน ควรเหลือเวลาให้ร่างกายพักและเผื่อกรณีฝนทำให้กิจกรรมใช้เวลามากขึ้น
 
บริเวณบ้านนาสารมีร้านอาหารและคาเฟ่หลายแห่งในระยะไม่กี่กิโลเมตรจากถ้ำ จึงเหมาะสำหรับรับประทานอาหารก่อนหรือหลังเข้าชม ตารางท้ายบทความรวบรวมร้านที่มีตำแหน่งและหมายเลขติดต่อปัจจุบัน โดยใช้พิกัดถ้ำเป็นจุดอ้างอิงระยะทาง ได้แก่ร้านอาหารท้องถิ่น ร้านก๋วยเตี๋ยว และคาเฟ่ในตัวบ้านนาสาร การเลือกใช้ร้านในพื้นที่ช่วยให้ไม่ต้องเตรียมอาหารเข้าไปภายในถ้ำซึ่งเป็นกิจกรรมที่ไม่อนุญาต
 
ที่พักใกล้ถ้ำมีทั้งรีสอร์ทขนาดเล็ก ที่พักในตัวบ้านนาสาร และพื้นที่พักแบบธรรมชาติ ระยะที่พักใกล้ที่สุดอยู่ประมาณ 1.5–4 กิโลเมตรจากถ้ำ ทำให้ผู้ที่ต้องการเข้ารอบเช้าสามารถพักในบ้านนาสารและเดินทางมาได้โดยไม่ต้องขับรถจากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีตั้งแต่เช้ามืด ผู้ที่มีแผนเที่ยวอุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็นต่อในวันถัดไปก็สามารถใช้บ้านนาสารเป็นฐานได้สะดวก
 
ในด้านการเรียนรู้ ถ้ำขมิ้นเหมาะกับนักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจธรรมชาติเป็นพิเศษ เพราะสถานที่เดียวสามารถอธิบายได้ตั้งแต่หินปูนยุคเพอร์เมียน การเกิดกรดคาร์บอนิก การละลายหิน การสร้างโพรง การเกิดหินงอกหินย้อย ระบบนิเวศค้างคาว ไปจนถึงประวัติเศรษฐกิจจากมูลค้างคาว การเห็นองค์ประกอบเหล่านี้ในพื้นที่จริงช่วยให้เข้าใจว่าธรณีวิทยา ชีววิทยา และประวัติศาสตร์มนุษย์ไม่ได้แยกออกจากกัน
 
การประชุมด้านมรดกธรณีในพื้นที่ถ้ำขมิ้นปี 2569 ยังสะท้อนแนวคิดใหม่ของการท่องเที่ยวที่ไม่ได้วัดความสำเร็จจากจำนวนผู้มาเยือนเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการจัดการร่วมกัน การใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม และการรักษาทรัพยากรระยะยาว ถ้ำที่มีผู้เข้าชมมากยิ่งต้องมีเส้นทาง กฎ และการดูแลที่ชัดเจน เพราะผลกระทบเล็กน้อยจากคนหนึ่งคนสามารถกลายเป็นความเสียหายมากเมื่อเกิดซ้ำกับคนหลายพันคน
 
ร่องรอยสัมปทานมูลค้างคาวเป็นตัวอย่างที่ชัดว่าการตีความแหล่งท่องเที่ยวสามารถเชื่อมอดีตกับปัจจุบันได้ดีเพียงใด รถจี๊ป กระสอบ เส้นทางลำเลียง และเรื่องราวของแรงงานทำให้ผู้มาเยือนเข้าใจว่าถ้ำเคยเป็นสถานที่ทำงาน ไม่ใช่พื้นที่พักผ่อน ในขณะเดียวกันการมีทางศึกษาธรรมชาติและเจ้าหน้าที่นำชมในปัจจุบันก็แสดงถึงบทบาทใหม่ที่เน้นการรักษาสถานที่และเปลี่ยนทรัพยากรจากของที่ขุดหรือนำออกไป เป็นความรู้ที่สามารถแบ่งปันได้โดยไม่ทำลายต้นทุนธรรมชาติ
 
การมองมูลค้างคาวในมุมระบบนิเวศก็ช่วยเปลี่ยนทัศนคติได้ จากอดีตที่มูลมีมูลค่าทางการเกษตร ปัจจุบันยังต้องมองว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของวงจรสารอาหารในถ้ำ สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กหลายชนิดอาศัยสารอินทรีย์จากสัตว์เป็นแหล่งพลังงาน การเก็บออกจำนวนมากหรือเดินรบกวนพื้นที่โดยไม่จำเป็นสามารถเปลี่ยนองค์ประกอบของระบบนิเวศภายในได้ การอนุรักษ์จึงไม่ได้หมายถึงรักษาเฉพาะหินที่สวย แต่รวมถึงสิ่งที่บางคนอาจมองว่าไม่น่าดูด้วย
 
ถ้ำขมิ้นยังทำให้เห็นความสำคัญของความมืด ความชื้น และความเงียบ ซึ่งเป็นเงื่อนไขทางธรรมชาติ ไม่ใช่ข้อบกพร่องที่ต้องแก้ด้วยการติดไฟให้สว่างทุกบริเวณ การใช้แสงเฉพาะแนวทางและจุดสำคัญช่วยให้คนเดินได้อย่างปลอดภัยโดยยังรักษาลักษณะของโลกใต้ดินไว้ การเข้าไปด้วยความคาดหวังว่าจะเหมือนอาคารหรือถ้ำเชิงพาณิชย์ที่สว่างตลอดเส้นทางจึงไม่ตรงกับแนวคิดการเที่ยวถ้ำธรรมชาติอย่างรับผิดชอบ
 
สำหรับผู้ที่มาเป็นครั้งแรก ควรฟังคำอธิบายก่อนเริ่มเดินอย่างตั้งใจ เพราะข้อมูลช่วงต้นช่วยให้รู้ทั้งข้อห้าม เส้นทาง และบริบท เมื่อเดินถึงร่องรอยรถจี๊ปจะเข้าใจเหตุผลที่มันอยู่ภายในถ้ำ เมื่อเห็นม่านหินจะรู้ว่ากระบวนการสะสมต่างจากหินย้อยแบบแท่ง และเมื่อพบค้างคาวจะเข้าใจว่าทำไมจึงต้องลดเสียง การมีความรู้พื้นฐานก่อนมองทำให้ประสบการณ์เข้าถ้ำมีความหมายกว่าการมองหาจุดถ่ายรูปเพียงอย่างเดียว
 
หากมีเวลาจำกัด ควรให้ถ้ำเป็นกิจกรรมหลักของช่วงเช้าหรือบ่ายหนึ่งช่วง ไม่ควรรีบเข้าชมเพราะต้อง赶ไปสถานที่ถัดไป การเดิน 1,250 เมตรพร้อมหยุดฟังคำอธิบายและชมรายละเอียดใช้เวลามากกว่าการเดินระยะเดียวกันกลางแจ้ง การให้เวลาที่เหมาะสมยังลดพฤติกรรมรีบแซงกลุ่มหรือออกนอกทางเพื่อถ่ายภาพ
 
ผู้เดินทางควรบันทึกหมายเลขหน่วยถ้ำขมิ้น 093-4807188 และอุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น 093-5748422 ไว้ก่อนออกเดินทาง หากมาเป็นกลุ่มใหญ่ควรโทรล่วงหน้าเพื่อให้เจ้าหน้าที่จัดการเข้าชมได้สะดวก การเดินทางในวันหยุดควรเผื่อเวลาเนื่องจากอาจมีผู้เข้าชมหลายกลุ่ม และควรหลีกเลี่ยงการวางกิจกรรมต่อเนื่องที่ต้องออกจากถ้ำตรงเวลานาทีต่อนาที
 
เมื่อออกจากถ้ำแล้วควรตรวจอุปกรณ์และขยะของตนเองก่อนออกจากพื้นที่ หากรองเท้าหรือเสื้อผ้ามีดินหรือมูลติดอยู่ควรทำความสะอาดในบริเวณที่เหมาะสม ไม่ควรนำมือที่สัมผัสพื้นถ้ำไปจับอาหารทันที การล้างมือด้วยน้ำและสบู่หลังการเที่ยวถ้ำเป็นสุขอนามัยพื้นฐานที่เหมาะกับสถานที่ธรรมชาติซึ่งมีสัตว์อาศัย
 
ถ้ำขมิ้นจึงเป็นมากกว่าถ้ำที่มีหินงอกหินย้อยสวยงาม ภูเขาหินปูนอายุประมาณ 280 ล้านปีเป็นฉากหลังของระบบถ้ำที่เกิดขึ้นภายหลังจากการทำงานของน้ำ ภายในมีทั้งผลลัพธ์ของกระบวนการทางธรณีวิทยา ฝูงค้างคาว และร่องรอยการทำมาหากินของคนหลายยุค สิ่งเหล่านี้ทำให้ทุกช่วงของเส้นทางสามารถถูกอ่านเป็นเรื่องราวได้ ตั้งแต่หินหนึ่งก้อนไปจนถึงรถจี๊ปที่เคยใช้ลำเลียงมูลค้างคาว
 
เสน่ห์อีกประการคือถ้ำสามารถอธิบายการเปลี่ยนแปลงของสังคมได้ จากช่วงที่ทรัพยากรถูกเก็บออกไปใช้ทำปุ๋ย สู่ช่วงที่การท่องเที่ยวกลายเป็นกิจกรรมสำคัญ และมาถึงยุคที่การบริหารจัดการมรดกธรณีและระบบนิเวศมีบทบาทมากขึ้น การรักษาร่องรอยของทุกยุคไว้โดยไม่ทำลายช่วยให้ถ้ำเป็นทั้งแหล่งธรรมชาติและพิพิธภัณฑ์ของพื้นที่โดยไม่จำเป็นต้องสร้างอาคารใหม่ขึ้นมาครอบ
 
หากผู้มาเยือนทุกคนปฏิบัติตามกฎง่าย ๆ คือไม่แตะ ไม่หัก ไม่เขียน ไม่ก่อไฟ ไม่สร้างเสียงรบกวน ไม่ขับถ่าย ไม่ทิ้งขยะ ไม่นำอาหารเข้าไป และไม่เดินออกนอกเส้นทาง ผลกระทบต่อถ้ำจะลดลงอย่างมาก กฎเหล่านี้ไม่ได้ทำให้การเที่ยวมีข้อจำกัดเกินจำเป็น แต่เป็นเงื่อนไขที่ทำให้คนรุ่นต่อไปยังสามารถเห็นหินงอกหินย้อย ฝูงค้างคาว และร่องรอยประวัติศาสตร์ได้ในสภาพที่ใกล้เคียงกับวันนี้
 
สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนเที่ยวบ้านนาสาร ถ้ำขมิ้นเหมาะทั้งกับนักท่องเที่ยวทั่วไป ผู้สนใจธรณีวิทยา ครอบครัวที่มีเด็กโต นักเรียน นักศึกษา และผู้ที่ชอบเรื่องราวประวัติชุมชน จุดหมายเข้าถึงได้ไม่ยากจากทางหลวงหมายเลข 4009 อยู่ห่างตัวอำเภอบ้านนาสารเพียงประมาณ 5 กิโลเมตร และอยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาลบ้านนาสาร จึงสามารถจัดรวมอยู่ในเส้นทางท่องเที่ยวสุราษฎร์ธานีฝั่งแผ่นดินได้สะดวก
 
การมาเที่ยวที่ดีที่สุดควรเริ่มด้วยการโทรยืนยันรอบเข้าชม สวมรองเท้าที่เหมาะสม แต่งกายปกปิด เตรียมหน้ากากและไฟสำรอง รับฟังกฎจากเจ้าหน้าที่ และให้เวลาสำหรับการเรียนรู้มากกว่าการรีบถ่ายภาพ เมื่อปฏิบัติในลักษณะนี้ ถ้ำขมิ้นจะไม่ใช่เพียงสถานที่มืดใต้ภูเขา แต่เป็นพื้นที่ที่ทำให้เห็นช่วงเวลาหลายร้อยล้านปี ประวัติการทำงานของชุมชน และระบบนิเวศที่ยังดำเนินอยู่ในสถานที่เดียวกัน
 
ชื่อสถานที่ถ้ำขมิ้น
ชื่อเดิมถ้ำเหม็น
ประเภทถ้ำหินปูนแบบเกิดจากการละลาย แหล่งมรดกธรณี แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ และแหล่งศึกษาวิจัย
พื้นที่ตั้งหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ รย.5 (ถ้ำขมิ้น) อุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84120
พิกัดอ้างอิงปากถ้ำประมาณ 8.83023, 99.37945
ผู้ดูแลอุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
สถานะปัจจุบันเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งศึกษาธรรมชาติ และยังมีการดำเนินงานด้านการจัดการมรดกธรณีในปี 2569
วันเปิดทำการทุกวัน โดยขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่และการจัดการของอุทยาน
เวลาเข้าถ้ำประมาณ 09.00 – 15.30 น. ควรโทรยืนยันก่อนเดินทาง
ความยาวระบบถ้ำประมาณ 2 กิโลเมตร
เส้นทางศึกษาธรรมชาติประมาณ 1,250 เมตร
อายุหินปูนหินปูนยุคเพอร์เมียน อายุประมาณ 280 ล้านปี
ประวัติเด่นเคยเป็นพื้นที่สัมปทานเก็บมูลค้างคาวเพื่อใช้ทำปุ๋ย มีร่องรอยอุปกรณ์และการใช้รถจี๊ปขนาดเล็กลำเลียงมูลจากส่วนลึกของถ้ำ
คุณค่าด้านการศึกษาโบราณคดี ศาสนา ธรณีวิทยา สัตววิทยา ประวัติชุมชน และการจัดการมรดกธรณี
จุดสำคัญในเส้นทางศาลท่านขุน, ลานรถจี๊ป, ลานอพอลโลหรือลานหมากขุม, ห้องเจ้าหญิง, ลานท่านขุน, เสาเอก, หลักชัย, ช่องฟ้า, ม่านสีชมพู และม่านฟ้า
สัตว์เด่นค้างคาวและสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศถ้ำ
รูปแบบการเข้าชมเข้าชมพร้อมเจ้าหน้าที่หรือผู้นำทาง และใช้เฉพาะเส้นทางที่กำหนด
ค่าบริการคนไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท / ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท
สิ่งอำนวยความสะดวกที่จอดรถ ห้องน้ำ และจุดจำหน่ายน้ำดื่มบริเวณด้านนอกถ้ำ
อุปกรณ์แนะนำรองเท้าหุ้มส้นพื้นยึดเกาะดี เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว หน้ากาก N95 และไฟฉายหรือไฟคาดศีรษะสำรอง
ข้อห้ามสำคัญไม่สัมผัสหิน ไม่ขีดเขียน ไม่ตีหรือเคาะหิน ไม่ก่อไฟ ไม่จุดประทัด ไม่จุดธูปเทียน ไม่สูบบุหรี่ ไม่เก็บสิ่งของออกจากถ้ำ ไม่ส่งเสียงรบกวนสัตว์ ไม่ขับถ่าย ไม่ทิ้งขยะ ไม่นำอาหารเข้าไป และไม่ออกนอกเส้นทาง
การเดินทางจากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีใช้ทางหลวงหมายเลข 4009 ไปอำเภอบ้านนาสารประมาณ 35 กม. ผ่านโรงพยาบาลบ้านนาสารประมาณ 1 กม. แล้วเลี้ยวเข้าสู่เส้นทางถ้ำขมิ้น เดินทางต่อประมาณ 1.5 กม. ถึงบริเวณจอดรถ ถ้ำอยู่เหนือศูนย์กลางอำเภอบ้านนาสารประมาณ 5 กม.
ติดต่อถ้ำขมิ้น093-4807188
ติดต่ออุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น093-5748422
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. ริมคลองฉวาง บ้านนาสาร ประมาณ 2.8 กม.
2. เนินทรายเหมืองแกะ ประมาณ 3.3 กม.
3. น้ำตกเหมืองทวด ประมาณ 11.2 กม.
4. อุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น ประมาณ 11.5 กม. โทร. 093-5748422
5. น้ำตกดาดฟ้า ประมาณ 11.6 กม.
ร้านอาหารและคาเฟ่ใกล้เคียง1. เตี๋ยวคว่ำชาม By เจ๊ครีม ประมาณ 2.7 กม. โทร. 095-0366348
2. ครัวนาสาร&บ้านชา ประมาณ 4.1 กม. โทร. 093-5754459
3. Mr. Roadteeb & Cafe ประมาณ 4.2 กม. โทร. 089-2922266
4. Humble Coffee Nasan ประมาณ 5.3 กม. โทร. 083-6455398
5. Nacha cafe ประมาณ 6.3 กม. โทร. 080-7014290
ที่พักใกล้เคียง1. พลอยน้ำเพ็ชรรีสอร์ท บ้านนาสาร ประมาณ 1.5 กม. โทร. 087-4740015
2. THE MOUNTAIN CAMP BY ATV ประมาณ 1.8 กม. โทร. 081-5372141
3. Blue Sky Resort@Nasan ประมาณ 2.0 กม. โทร. 077-310813
4. Nang FA Resort ประมาณ 3.0 กม. โทร. 093-7438353
5. OK Resort Nasan ประมาณ 3.9 กม. โทร. 086-9470202
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ถ้ำขมิ้น สุราษฎร์ธานี อยู่ที่ไหน?
ตอบ: ถ้ำขมิ้นอยู่ในความดูแลของอุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี ใช้หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ รย.5 ถ้ำขมิ้นเป็นจุดดูแลการท่องเที่ยว พิกัดปากถ้ำอ้างอิงอยู่ประมาณ 8.83023, 99.37945
 
ถาม: ถ้ำขมิ้นเปิดกี่โมงและเปิดทุกวันหรือไม่?
ตอบ: ปัจจุบันเปิดให้เข้าชมทุกวัน โดยช่วงเวลาเข้าถ้ำอยู่ประมาณ 09.00–15.30 น. การเข้าชมขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่และเจ้าหน้าที่ จึงควรโทรยืนยันที่ 093-4807188 ก่อนเดินทาง โดยเฉพาะช่วงฝนตก
 
ถาม: ค่าเข้าถ้ำขมิ้นเท่าไร?
ตอบ: อัตราค่าบริการปัจจุบันคือคนไทยผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท และชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท ไม่พบการประกาศค่าเข้าถ้ำแยกต่างหากจากค่าบริการพื้นที่อุทยาน
 
ถาม: ถ้ำขมิ้นมีความยาวเท่าไร?
ตอบ: ระบบถ้ำมีความยาวรวมประมาณ 2 กิโลเมตร ส่วนเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่พัฒนาไว้สำหรับผู้เข้าชมมีระยะประมาณ 1,250 เมตร การเดินต้องอยู่ตามเส้นทางและมีเจ้าหน้าที่หรือผู้นำทางดูแล
 
ถาม: ทำไมถ้ำขมิ้นจึงเคยเรียกว่าถ้ำเหม็น?
ตอบ: ชื่อถ้ำเหม็นสัมพันธ์กับค้างคาวจำนวนมากและมูลค้างคาวที่สะสมอยู่ภายใน อดีตถ้ำยังเคยเป็นพื้นที่สัมปทานเก็บมูลค้างคาวเพื่อใช้ทำปุ๋ย มีการใช้แรงงานคนและต่อมามีรถจี๊ปขนาดเล็กช่วยขนมูลจากด้านใน ร่องรอยบางส่วนยังเป็นหลักฐานประวัติของถ้ำในปัจจุบัน
 
ถาม: ภายในถ้ำขมิ้นมีอะไรน่าสนใจ?
ตอบ: ภายในมีห้องโถงขนาดใหญ่ หินงอก หินย้อย ม่านหิน ช่องเปิดเพดานถ้ำ ฝูงค้างคาว และร่องรอยการเก็บมูลค้างคาวในอดีต จุดสำคัญที่มีชื่อเรียก ได้แก่ ลานรถจี๊ป ลานอพอลโลหรือลานหมากขุม ห้องเจ้าหญิง ลานท่านขุน ช่องฟ้า ม่านสีชมพู และม่านฟ้า
 
ถาม: สามารถเข้าถ้ำขมิ้นโดยไม่ใช้เจ้าหน้าที่นำทางได้หรือไม่?
ตอบ: ไม่ควรเข้าถ้ำด้วยตนเอง การเที่ยวใช้ระบบเจ้าหน้าที่หรือผู้นำทางและต้องอยู่ในเส้นทางที่กำหนด ผู้เดินทางคนเดียวหรือกลุ่มเล็กควรโทรสอบถามการรวมกลุ่มและรอบเข้าชมก่อนเดินทาง
 
ถาม: ต้องเตรียมอะไรสำหรับเที่ยวถ้ำขมิ้น?
ตอบ: ควรเตรียมรองเท้าหุ้มส้นพื้นยึดเกาะดี เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว หน้ากาก N95 และไฟฉายหรือไฟคาดศีรษะสำรอง ผู้มีโรคหอบหืดหรือปัญหาระบบทางเดินหายใจควรสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนเข้า และทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎอนุรักษ์อย่างเคร่งครัด

ธรรมชาติ และสัตว์ป่าหมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

ถ้ำกลุ่ม: ●ถ้ำ

ปรับปรุงล่าสุด : 3 วันที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(1)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(8)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(5)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(1)
วัด วัด(32)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(8)
โครงการหลวง โครงการหลวง(1)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(6)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(1)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(8)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(2)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(8)
น้ำตก น้ำตก(34)
น้ำพุร้อน น้ำพุร้อน(7)
ถ้ำ ถ้ำ(18)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(11)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(30)
หมู่เกาะ หมู่เกาะ(16)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(10)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(6)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(7)
กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย(2)
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(1)
เมนูอาหารใต้, สูตรอาหารใต้ เมนูอาหารใต้, สูตรอาหารใต้(1)