หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสุราษฎร์ธานี >อ.ท่าชนะ >ต.คันธุลี > ศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าพรุคันธุลี
TL;DR: ศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าพรุคันธุลี อยู่ที่หมู่ที่ 5, 7 และ 9 ตำบลคันธุลี อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดทุกวันทำการ เวลา ควรติดต่อองค์การบริหารส่วนตำบลคันธุลีล่วงหน้า. การเดินทางสะดวก ใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 41 ไปยังตำบลคันธุลี อำเภอท่าชนะ.
ศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าพรุคันธุลี

วันเปิดทำการ: ทุกวันทำการ
เวลาเปิดทำการ: ควรติดต่อองค์การบริหารส่วนตำบลคันธุลีล่วงหน้า
ศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าพรุคันธุลี สุราษฎร์ธานี เป็นแหล่งท่องเที่ยวศึกษาธรรมชาติเชิงอนุรักษ์ในตำบลคันธุลี อำเภอท่าชนะ ครอบคลุมพื้นที่หมู่ที่ 5, 7 และ 9 รวมประมาณ 875 ไร่ จุดเด่นของพื้นที่คือระบบนิเวศป่าพรุขนาดเล็กที่มีความสำคัญสูงต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่อยู่ระหว่างเขตรอยต่อของน้ำจืดกับน้ำกร่อย มีลักษณะเป็นแอ่งรับน้ำตามธรรมชาติ มีพรรณไม้เฉพาะถิ่น สัตว์ป่า นก ปลา และสัตว์น้ำหลายชนิดอาศัยอยู่ เหมาะสำหรับการเรียนรู้ธรรมชาติ การเดินป่าศึกษาระบบนิเวศ การล่องเรือชมพื้นที่ชุ่มน้ำ และการทำความเข้าใจบทบาทของป่าพรุที่ช่วยดูดซับน้ำ รักษาความชุ่มชื้น และเป็นแหล่งความหลากหลายทางชีวภาพของภาคใต้ตอนบน
พื้นที่ป่าพรุคันธุลีมีความพิเศษตรงที่ไม่ได้เป็นเพียงป่าธรรมชาติทั่วไป แต่เป็นระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีน้ำขังหรือชุ่มน้ำเกือบตลอดปี ดินในพรุเกิดจากการทับถมของซากพืชและอินทรียวัตถุเป็นเวลานาน ทำให้พื้นที่มีลักษณะเฉพาะทั้งด้านดิน น้ำ พืช และสัตว์ พืชหลายชนิดต้องปรับตัวให้สามารถยืนต้นอยู่ในดินชื้นแฉะและมีน้ำท่วมขังได้ เช่น การมีรากค้ำยันหรือรากช่วยหายใจที่โผล่พ้นผิวดินและผิวน้ำ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ป่าพรุคันธุลีเป็นห้องเรียนธรรมชาติที่อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างน้ำ ดิน ป่า และสิ่งมีชีวิตได้ชัดเจนกว่าการอ่านจากตำราเพียงอย่างเดียว
ศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าพรุคันธุลีตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลคันธุลี อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี อยู่ใกล้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 41 และอยู่ในพื้นที่ที่เชื่อมโยงทั้งชุมชนเกษตรกรรม สวนยางพารา สวนปาล์มน้ำมัน ชายฝั่งทะเล และพื้นที่ชุ่มน้ำ พื้นที่นี้จึงสะท้อนภูมิประเทศของอำเภอท่าชนะได้อย่างดี เพราะอำเภอท่าชนะไม่ได้มีเพียงชายหาดหรือเส้นทางผ่านระหว่างจังหวัดเท่านั้น แต่ยังมีป่าพรุซึ่งทำหน้าที่เป็นระบบนิเวศรองรับน้ำและเป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญของชุมชน
ลักษณะภูมิประเทศของป่าพรุคันธุลีเป็นแอ่งลาดเอียงในแนวเหนือ–ใต้และมีลักษณะคล้ายแอ่งกระทะ พื้นที่เช่นนี้สามารถรับน้ำในฤดูฝนและกักเก็บน้ำไว้ตามธรรมชาติได้ดี เมื่อฝนตกชุกในภาคใต้ น้ำจากพื้นที่โดยรอบจะไหลลงมาสะสมในพรุ ทำให้ป่าพรุทำหน้าที่คล้ายอ่างเก็บน้ำธรรมชาติ ช่วยชะลอน้ำหลาก ลดแรงปะทะของน้ำ และรักษาความชุ่มชื้นให้กับพื้นที่โดยรอบ บทบาทนี้สำคัญมากต่อชุมชน เพราะป่าพรุไม่ได้มีคุณค่าเฉพาะในฐานะป่า แต่ยังเป็นระบบป้องกันภัยธรรมชาติและแหล่งสมดุลของน้ำในท้องถิ่น
ในอดีตพื้นที่ป่าพรุคันธุลีเคยมีความสมบูรณ์ต่อเนื่องกับป่าดิบราบลุ่มต่ำ มีไม้ใหญ่หนาแน่นและเป็นป่าทึบ แต่ต่อมาพื้นที่บางส่วนได้รับผลกระทบจากการใช้ประโยชน์ที่ดินและการบุกรุก จนป่าบางบริเวณเสื่อมโทรมและกระจัดกระจาย อย่างไรก็ตาม พื้นที่ที่ยังคงสภาพและพื้นที่ที่อยู่ในกระบวนการฟื้นตัวมีคุณค่ามาก เพราะเป็นตัวอย่างสำคัญของการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศป่าพรุโดยชุมชน หน่วยงานท้องถิ่น และเครือข่ายด้านสิ่งแวดล้อม การมาเยือนศูนย์แห่งนี้จึงไม่ใช่การชมธรรมชาติอย่างผิวเผิน แต่เป็นการเห็นพื้นที่จริงที่สะท้อนทั้งความสมบูรณ์ ความเปราะบาง และความพยายามฟื้นฟูธรรมชาติไปพร้อมกัน
ความหลากหลายทางชีวภาพคือหัวใจสำคัญของป่าพรุคันธุลี ข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมระบุว่าพื้นที่นี้พบพันธุ์ไม้จำนวนมาก รวมถึงสัตว์ป่า นก ปลา และสัตว์น้ำหลายชนิด สัตว์บางชนิดเป็นตัวชี้วัดความสมบูรณ์ของพื้นที่ชุ่มน้ำ เช่น นกน้ำ สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ เต่า และปลาพื้นถิ่น การที่สิ่งมีชีวิตจำนวนมากใช้พรุคันธุลีเป็นแหล่งอาศัย แหล่งหากิน หรือพื้นที่พักพิง แสดงให้เห็นว่าป่าพรุแม้มีขนาดไม่ใหญ่นักก็ยังมีบทบาทสูงต่อระบบนิเวศโดยรวม
พืชในป่าพรุมีบทบาทมากกว่าการให้ร่มเงา เพราะราก ใบ ลำต้น และเศษซากพืชที่ทับถมกันเป็นเวลานานช่วยสร้างโครงสร้างของดินพรุ พื้นที่ป่าพรุจึงมีความสัมพันธ์กับการกักเก็บคาร์บอน การรักษาความชุ่มชื้น และการควบคุมคุณภาพน้ำ พืชหลายชนิดในพื้นที่ชุ่มน้ำต้องทนต่อสภาพดินที่มีน้ำขังและมีออกซิเจนน้อย จึงมีลักษณะทางนิเวศที่แตกต่างจากพืชในป่าดอนทั่วไป ผู้ที่เดินศึกษาธรรมชาติในพื้นที่นี้จึงควรสังเกตทั้งรูปทรงของต้นไม้ รากที่โผล่เหนือดิน ใบไม้ที่ร่วงทับถม และระดับน้ำในแต่ละช่วงฤดูกาล
สัตว์น้ำและปลาในป่าพรุคันธุลีเป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะพื้นที่น้ำขัง คลองธรรมชาติ และแอ่งน้ำภายในพรุเป็นแหล่งอาศัยของปลาพื้นถิ่นหลายชนิด ระบบนิเวศแบบนี้แตกต่างจากแม่น้ำหรือคลองเปิดทั่วไป เพราะน้ำในพรุมีความสัมพันธ์กับเศษซากพืช ดินอินทรีย์ และร่มเงาของป่า การศึกษาปลาในพื้นที่ชุ่มน้ำจึงช่วยให้เข้าใจว่าแหล่งน้ำเล็ก ๆ ในป่ามีบทบาทต่อห่วงโซ่อาหารอย่างไร ปลาและสัตว์น้ำยังเกี่ยวข้องกับวิถีชุมชน เพราะชุมชนรอบพรุเคยพึ่งพาทรัพยากรน้ำและสัตว์น้ำตามธรรมชาติในการดำรงชีวิต
นกและสัตว์ป่าที่อาศัยในป่าพรุช่วยเติมชีวิตให้กับพื้นที่ เมื่อเดินชมธรรมชาติอย่างเงียบ ๆ ผู้มาเยือนอาจสังเกตเห็นเสียงนก เสียงแมลง ร่องรอยสัตว์ หรือการเคลื่อนไหวของสัตว์ขนาดเล็กตามพืชน้ำและพุ่มไม้ การชมสัตว์ในป่าพรุควรทำด้วยความสงบ ไม่ใช้เสียงดัง ไม่ไล่จับ ไม่ให้อาหาร และไม่รบกวนแหล่งอาศัย เพราะสัตว์ในพื้นที่ชุ่มน้ำจำนวนมากไวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์จึงต้องให้ความสำคัญกับการดูโดยไม่ทำลาย
กิจกรรมที่เหมาะกับศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าพรุคันธุลีคือการเดินป่าศึกษาธรรมชาติและการล่องเรือศึกษาระบบนิเวศ การเดินป่าช่วยให้ผู้มาเยือนได้เห็นพืชพรรณ รากไม้ พื้นดินชุ่มน้ำ และความเปลี่ยนแปลงของพื้นที่อย่างใกล้ชิด ส่วนการล่องเรือทำให้เห็นภาพรวมของพื้นที่ชุ่มน้ำ แนวพืชริมน้ำ และสภาพภูมิประเทศที่น้ำเป็นตัวกำหนดชีวิตของป่า กิจกรรมทั้ง 2 แบบควรทำด้วยความระมัดระวังและอยู่ภายใต้คำแนะนำของคนในพื้นที่หรือหน่วยงานผู้ดูแล โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่ระดับน้ำและสภาพเส้นทางอาจเปลี่ยนแปลงได้
ความน่าสนใจของศูนย์แห่งนี้ไม่ได้อยู่ที่ความบันเทิงแบบรวดเร็ว แต่เป็นการเรียนรู้ที่ต้องใช้เวลาและการสังเกต ผู้มาเยือนควรเดินอย่างช้า ๆ ฟังเสียงธรรมชาติ มองความต่างของพืชแต่ละชนิด สังเกตสภาพน้ำและดิน แล้วเชื่อมโยงกับบทบาทของป่าพรุในชีวิตชุมชน หากเดินทางมาเป็นครอบครัวหรือคณะนักเรียน ศูนย์แห่งนี้เหมาะสำหรับการเรียนรู้เรื่องพื้นที่ชุ่มน้ำ การอนุรักษ์ป่า การจัดการน้ำ ความหลากหลายทางชีวภาพ และผลกระทบจากการใช้ที่ดินที่ไม่เหมาะสม
สำหรับการเรียนรู้เชิงสิ่งแวดล้อม ป่าพรุคันธุลีเป็นตัวอย่างชัดเจนของพื้นที่ธรรมชาติที่มีทั้งคุณค่าและความเปราะบาง หากป่าพรุถูกระบายน้ำ ถูกเผา ถูกบุกรุก หรือถูกเปลี่ยนเป็นพื้นที่เกษตรกรรมโดยไม่วางแผน ระบบนิเวศจะเสียสมดุลอย่างรวดเร็ว ดินพรุที่แห้งอาจเสี่ยงต่อไฟไหม้ พืชเฉพาะถิ่นลดจำนวนลง สัตว์น้ำสูญเสียแหล่งอาศัย และชุมชนสูญเสียพื้นที่รับน้ำตามธรรมชาติ การอนุรักษ์ป่าพรุจึงไม่ได้เป็นเรื่องของต้นไม้เท่านั้น แต่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของชุมชน น้ำ อาหาร อากาศ และคุณภาพชีวิตในระยะยาว
ปัจจุบันป่าพรุคันธุลีได้รับความสนใจจากหลายภาคส่วนในฐานะพื้นที่ชุ่มน้ำสำคัญของไทย มีการขับเคลื่อนงานด้านข้อมูล การอนุรักษ์ การฟื้นฟู และการบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำร่วมกับชุมชน หน่วยงานท้องถิ่น และหน่วยงานด้านทรัพยากรน้ำ การมีส่วนร่วมของชุมชนเป็นหัวใจสำคัญ เพราะคนในพื้นที่รู้จักฤดูกาล น้ำ ป่า เส้นทาง และปัญหาที่เกิดขึ้นจริง การดูแลป่าพรุให้ยั่งยืนจึงต้องอาศัยทั้งความรู้วิชาการและประสบการณ์ของชุมชนไปพร้อมกัน
ศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าพรุคันธุลีมีบริการพื้นฐานสำหรับผู้มาเยือน เช่น จุดบริการนักท่องเที่ยว ลานจอดรถ ป้ายบอกทาง และห้องสุขา ทำให้เหมาะกับการแวะเรียนรู้ในรูปแบบกลุ่มเล็ก ครอบครัว นักเรียน หรือคณะศึกษาดูงาน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากพื้นที่เป็นแหล่งธรรมชาติและข้อมูลเวลาเปิดเป็นแบบวันทำการ ผู้เดินทางควรติดต่อองค์การบริหารส่วนตำบลคันธุลีล่วงหน้า โดยเฉพาะหากต้องการเข้าชมเป็นหมู่คณะ ต้องการผู้นำชม หรือสนใจกิจกรรมล่องเรือและเดินศึกษาธรรมชาติในเส้นทางเฉพาะ
การเดินทาง สามารถเดินทางโดยใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 41 มุ่งหน้าไปยังตำบลคันธุลี อำเภอท่าชนะ จากพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลคันธุลี ให้กลับรถบริเวณหน้าศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรสุราษฎร์ธานี แล้วเข้าสู่เส้นทางไปยังศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าพรุคันธุลี การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด เพราะสามารถเชื่อมเส้นทางเที่ยวต่อไปยังหาดสำเร็จ พื้นที่ชายฝั่งคันธุลี ถ้ำเขาประสงค์ และแหล่งท่องเที่ยวอื่นในอำเภอท่าชนะได้ในวันเดียวกัน
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการท่องเที่ยวสามารถเดินทางได้ตลอดปี แต่ประสบการณ์ที่ได้รับจะแตกต่างกันตามฤดูกาล ช่วงฤดูฝนป่าพรุจะมีน้ำมาก พืชพรรณเขียวชอุ่ม และเห็นบทบาทของพื้นที่รับน้ำได้ชัดเจน ส่วนช่วงฝนน้อยเดินทางสะดวกกว่าและเหมาะกับการเดินศึกษาธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม ผู้มาเยือนควรตรวจสอบสภาพเส้นทางก่อนเดินทาง เพราะพื้นที่ชุ่มน้ำอาจมีระดับน้ำเปลี่ยนแปลงตามฝน และบางกิจกรรมอาจขึ้นกับความพร้อมของพื้นที่และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น
การเตรียมตัวก่อนเข้าชมควรเน้นความปลอดภัยและการรักษาธรรมชาติ ควรสวมรองเท้าที่เหมาะกับพื้นที่เปียกหรือดินชื้น เตรียมน้ำดื่ม หมวก ยากันยุง และถุงใส่ขยะส่วนตัว หลีกเลี่ยงการทิ้งขยะ เก็บพืช จับสัตว์ ส่งเสียงดัง หรือเดินออกนอกเส้นทาง เพราะพืชและสัตว์ในพื้นที่ชุ่มน้ำมีความเปราะบาง การชมธรรมชาติที่ดีควรปล่อยให้พื้นที่เปลี่ยนแปลงน้อยที่สุดและนำกลับไปเฉพาะความรู้ ภาพถ่าย และความเข้าใจต่อธรรมชาติ
ผู้ที่สนใจถ่ายภาพควรเลือกถ่ายภาพในมุมที่ไม่รบกวนสัตว์และไม่เหยียบย่ำพืชริมทาง ภาพที่น่าสนใจในป่าพรุไม่ได้มีเพียงภาพต้นไม้ใหญ่ แต่รวมถึงรากไม้ที่โผล่เหนือพื้นน้ำ ใบไม้ที่ทับถม พื้นน้ำที่สะท้อนเงาป่า นก แมลง และแสงที่ลอดผ่านเรือนยอดไม้ การถ่ายภาพในพื้นที่แบบนี้ควรใช้ความเงียบและความอดทน เพราะธรรมชาติจะค่อย ๆ เปิดรายละเอียดให้เห็นเมื่อผู้ชมใช้เวลาอยู่กับพื้นที่มากพอ
สำหรับนักเรียนและครู ศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าพรุคันธุลีสามารถใช้เป็นแหล่งเรียนรู้บูรณาการได้หลายวิชา วิทยาศาสตร์สามารถเรียนเรื่องระบบนิเวศ พืช สัตว์ ดิน น้ำ และห่วงโซ่อาหาร สังคมศึกษาสามารถเรียนเรื่องการจัดการทรัพยากรโดยชุมชน ภูมิศาสตร์สามารถเรียนเรื่องพื้นที่ชุ่มน้ำและการรับน้ำตามธรรมชาติ ส่วนภาษาไทยสามารถใช้กิจกรรมสังเกตธรรมชาติเพื่อเขียนบันทึกหรือเรียงความ การเรียนในพื้นที่จริงช่วยให้เด็กเห็นว่าสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เกี่ยวข้องกับบ้าน ชุมชน และอนาคตของตนเอง
ในมุมของนักท่องเที่ยวทั่วไป ศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าพรุคันธุลีเหมาะกับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศจากทะเล ภูเขา หรือวัด มาเรียนรู้ธรรมชาติแบบเงียบและลึกขึ้น ที่นี่ไม่ได้เน้นสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่หรือกิจกรรมหวือหวา แต่มีคุณค่าในความเป็นระบบนิเวศจริงที่ยังต้องได้รับการดูแล การมาเที่ยวจึงเหมาะกับคนที่สนใจธรรมชาติ วิถีชุมชน การอนุรักษ์ พื้นที่ชุ่มน้ำ การถ่ายภาพธรรมชาติ และการเดินทางแบบรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
เมื่อจัดเส้นทางท่องเที่ยวในอำเภอท่าชนะ สามารถเริ่มจากศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าพรุคันธุลีในช่วงเช้าหรือช่วงที่อากาศไม่ร้อนมาก จากนั้นเดินทางต่อไปยังหาดสำเร็จหรือพื้นที่ชายฝั่งเพื่อชมวิถีทะเลของท่าชนะ แวะรับประทานอาหารในย่านคันธุลีหรือท่าชนะ แล้วต่อไปยังถ้ำเขาประสงค์หรือจุดธรรมชาติอื่นในพื้นที่ เส้นทางนี้ทำให้เห็นภาพอำเภอท่าชนะครบทั้งป่าพรุ ชุมชนเกษตรกรรม ชายฝั่งทะเล และภูเขาหินปูน
สิ่งสำคัญที่สุดของการมาเยือนศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าพรุคันธุลีคือการมองพื้นที่นี้ในฐานะทรัพยากรส่วนรวมที่มีชีวิต ป่าพรุไม่ได้เป็นเพียงสถานที่เที่ยว แต่เป็นแหล่งน้ำ แหล่งอาหาร แหล่งพันธุกรรม แหล่งเรียนรู้ และพื้นที่ป้องกันภัยธรรมชาติของชุมชน หากผู้มาเยือนเข้าใจคุณค่านี้ การเดินทางเพียงครั้งเดียวก็สามารถเปลี่ยนมุมมองต่อป่าและพื้นที่ชุ่มน้ำได้อย่างมาก เพราะพรุคันธุลีแสดงให้เห็นว่าธรรมชาติขนาดเล็กเมื่อได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง สามารถสร้างประโยชน์ต่อชุมชนได้กว้างไกลกว่าขนาดพื้นที่ที่มองเห็นบนแผนที่
โดยสรุป ศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าพรุคันธุลีเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ควรค่าแก่การศึกษาอย่างจริงจังของจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีพื้นที่ประมาณ 875 ไร่ ตั้งอยู่ในตำบลคันธุลี อำเภอท่าชนะ เป็นระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ มีบทบาทสำคัญต่อการกักเก็บน้ำ การอนุรักษ์พืชและสัตว์ท้องถิ่น และการเรียนรู้ของชุมชน ผู้ที่ต้องการเข้าใจธรรมชาติภาคใต้ในมิติของป่าพรุ น้ำ ป่า และคน ควรจัดเวลาแวะชมที่นี่อย่างน้อยครึ่งวัน และควรติดต่อหน่วยงานผู้ดูแลล่วงหน้าเพื่อให้การเดินทางปลอดภัย ได้ข้อมูลครบถ้วน และส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เคารพธรรมชาติอย่างแท้จริง
| ชื่อสถานที่ | ศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าพรุคันธุลี |
| ประเภท | แหล่งท่องเที่ยวศึกษาธรรมชาติเชิงอนุรักษ์และพื้นที่ชุ่มน้ำ |
| ที่ตั้ง | หมู่ที่ 5, 7 และ 9 ตำบลคันธุลี อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี |
| ที่อยู่ | ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 41 ตำบลคันธุลี อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84170 |
| พื้นที่ | ประมาณ 875 ไร่ |
| ไฮไลต์ | ป่าพรุขนาดเล็กที่มีความสำคัญสูงต่อระบบนิเวศ พื้นที่ชุ่มน้ำระหว่างน้ำจืดกับน้ำกร่อย พรรณไม้เฉพาะถิ่น สัตว์ป่า นก ปลา และสัตว์น้ำหลายชนิด |
| ลักษณะภูมิประเทศ | เป็นแอ่งลาดเอียงในแนวเหนือ–ใต้และมีลักษณะคล้ายแอ่งกระทะ สามารถรับน้ำและกักเก็บน้ำตามธรรมชาติได้ดี |
| กิจกรรมที่น่าสนใจ | เดินป่าศึกษาธรรมชาติ ล่องเรือศึกษาระบบนิเวศ เรียนรู้พื้นที่ชุ่มน้ำ ดูพรรณไม้ สังเกตนกและสัตว์น้ำ ถ่ายภาพธรรมชาติ และศึกษาการอนุรักษ์ป่าพรุโดยชุมชน |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | พื้นที่ป่าพรุ พื้นที่ชุ่มน้ำ เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ จุดล่องเรือศึกษาระบบนิเวศ จุดบริการนักท่องเที่ยว ลานจอดรถ ป้ายบอกทาง และห้องสุขา |
| การเดินทาง | ใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 41 ไปยังตำบลคันธุลี อำเภอท่าชนะ จากองค์การบริหารส่วนตำบลคันธุลีให้กลับรถบริเวณหน้าศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรสุราษฎร์ธานี แล้วเข้าสู่เส้นทางไปยังศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าพรุคันธุลี |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวศึกษาธรรมชาติเชิงอนุรักษ์และพื้นที่เรียนรู้ระบบนิเวศป่าพรุของชุมชน |
| วันเปิดทำการ | ทุกวันทำการ |
| เวลาเปิดทำการ | ควรติดต่อองค์การบริหารส่วนตำบลคันธุลีล่วงหน้า |
| ผู้ดูแล / หน่วยงานประสานงาน | องค์การบริหารส่วนตำบลคันธุลี |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 077-381968 |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | จุดบริการนักท่องเที่ยว ลานจอดรถ ป้ายบอกทาง และห้องสุขา |
| ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การท่องเที่ยว | เที่ยวได้ตลอดปี โดยควรตรวจสอบสภาพเส้นทางและระดับน้ำก่อนเดินทาง |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. หาดสำเร็จ ประมาณ 18 กม. 2. พื้นที่ชายฝั่งหาดดอนทะเล บ้านคันธุลี ประมาณ 12 กม. 3. ถ้ำเขาประสงค์ อำเภอท่าชนะ ประมาณ 25 กม. 4. คลองน้ำใส ท่าชนะ ประมาณ 30 กม. 5. ตัวอำเภอท่าชนะและชุมชนตลาดท่าชนะ ประมาณ 15 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ครัวรินทร์สิรี อาหาร ประมาณ 3 กม. 2. ครัวสมบูรณ์ คันธุลี ประมาณ 5 กม. โทร. 061-659-1651 3. Cafe Amazon คันธุลี ประมาณ 5 กม. โทร. 093-659-0910 4. ค๊อฟพี่คัพ ตำบลคันธุลี ประมาณ 5 กม. 5. สถานีติ่มซำท่าชนะ ประมาณ 15 กม. โทร. 097-230-5058 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. บ้านแม่รีสอร์ท ท่าชนะ ประมาณ 5 กม. 2. No.89 Boutique Hotel ประมาณ 6 กม. โทร. 098-829-2550 3. BORYHEE Resort ประมาณ 10 กม. โทร. 087-626-4100 4. หาดสำเร็จรีสอร์ท ประมาณ 18 กม. โทร. 077-381-170 5. จันทร์เพ็ญรีสอร์ท ประมาณ 18 กม. โทร. 098-795-4294 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าพรุคันธุลีอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าพรุคันธุลีตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 5, 7 และ 9 ตำบลคันธุลี อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ใกล้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 41
ถาม: ป่าพรุคันธุลีมีพื้นที่เท่าไร?
ตอบ: ป่าพรุคันธุลีมีพื้นที่ประมาณ 875 ไร่ เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำขนาดเล็กที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศและชุมชนในอำเภอท่าชนะ
ถาม: ศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าพรุคันธุลีเปิดวันไหน?
ตอบ: เปิดให้บริการทุกวันทำการ แต่ควรติดต่อองค์การบริหารส่วนตำบลคันธุลีล่วงหน้าเพื่อยืนยันเวลาเข้าชม สภาพเส้นทาง และความพร้อมของกิจกรรมในพื้นที่
ถาม: ศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าพรุคันธุลีมีกิจกรรมอะไรบ้าง?
ตอบ: มีกิจกรรมเดินป่าศึกษาธรรมชาติ ล่องเรือศึกษาระบบนิเวศ เรียนรู้พื้นที่ชุ่มน้ำ ดูพรรณไม้ สังเกตนก สัตว์น้ำ และศึกษาการอนุรักษ์ป่าพรุของชุมชน
ถาม: ป่าพรุคันธุลีสำคัญอย่างไรต่อชุมชน?
ตอบ: ป่าพรุคันธุลีช่วยกักเก็บน้ำ รับน้ำหลาก รักษาความชุ่มชื้น เป็นแหล่งอาศัยของพืชและสัตว์หลายชนิด และเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมของชุมชน
ถาม: เดินทางไปศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าพรุคันธุลีอย่างไร?
ตอบ: ใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 41 ไปยังตำบลคันธุลี อำเภอท่าชนะ จากองค์การบริหารส่วนตำบลคันธุลีให้กลับรถบริเวณหน้าศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรสุราษฎร์ธานี แล้วเข้าสู่เส้นทางไปยังศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าพรุคันธุลี
ถาม: ควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนเข้าชมป่าพรุคันธุลี?
ตอบ: ควรสวมรองเท้าที่เหมาะกับพื้นที่ชื้น เตรียมน้ำดื่ม หมวก ยากันยุง และถุงใส่ขยะส่วนตัว ไม่ทิ้งขยะ ไม่เก็บพืช ไม่จับสัตว์ และควรติดต่อหน่วยงานผู้ดูแลล่วงหน้า
ถาม: เที่ยวศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าพรุคันธุลีแล้วไปเที่ยวที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อได้ที่หาดสำเร็จ พื้นที่ชายฝั่งหาดดอนทะเล ถ้ำเขาประสงค์ คลองน้ำใส ท่าชนะ และชุมชนตลาดท่าชนะ
หมวดหมู่: ●สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ
กลุ่ม: ●ไร่ สวนเพื่อการศึกษา
ปรับปรุงล่าสุด : 5 วันที่แล้ว



