หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสุราษฎร์ธานี >อ.พนม >ต.พนม > ดอกบัวผุด
TL;DR: ดอกบัวผุด อยู่ที่เส้นทางศึกษาธรรมชาติชมดอกบัวผุด อุทยานแห่งชาติเขาสก ตำบลคลองศก อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดอุทยานแห่งชาติเขาสกเปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 16.30 น. สำหรับการติดต่อ ลงทะเบียน และเข้าพื้นที่อุทยาน.

สุราษฎร์ธานี

ดอกบัวผุด

ดอกบัวผุด

วันเปิดทำการ: อุทยานแห่งชาติเขาสกเปิดทุกวัน; เส้นทางศึกษาธรรมชาติชมดอกบัวผุดเปิดตามฤดูกาลระหว่าง 1 พฤศจิกายน – 30 เมษายน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 16.30 น. สำหรับการติดต่อ ลงทะเบียน และเข้าพื้นที่อุทยาน
 
ดอกบัวผุด สุราษฎร์ธานี เป็นหนึ่งในพืชหายากและน่าตื่นตาที่สุดของอุทยานแห่งชาติเขาสก อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี จุดเด่นคือดอกขนาดใหญ่มาก สีแดงออกเลือดหมู กลีบหนาอวบน้ำ มีกลิ่นแรงคล้ายซากเน่า และบานอยู่เพียงไม่กี่วันก่อนโรยไป ผู้ที่ต้องการชมดอกบัวผุดควรวางแผนเดินทางในฤดูบานหลักช่วงปลายปีถึงต้นปี ลงทะเบียนกับอุทยาน และใช้เจ้าหน้าที่หรือผู้นำทางท้องถิ่น เพราะเส้นทางต้องเดินป่าขึ้นเขาและเป็นพื้นที่ธรรมชาติที่ต้องรักษาอย่างระมัดระวัง
 
ดอกบัวผุด หรือที่หลายแหล่งเรียกว่า บัวตูม มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Rafflesia kerrii Meijer เป็นพืชกาฝากแท้ที่ไม่มีลำต้น ใบ และรากในแบบพืชทั่วไป การดำรงชีวิตของพืชชนิดนี้ขึ้นอยู่กับไม้เถาในสกุลเครือเขาน้ำหรือย่านไก่ต้ม ซึ่งทำหน้าที่เป็นพืชอาศัย ดอกบัวผุดดูดน้ำเลี้ยงจากเถาไม้ดังกล่าวตลอดระยะการเจริญเติบโต ก่อนจะค่อย ๆ พัฒนาเป็นตาดอกใต้พื้นดินหรือบริเวณรากของพืชอาศัย แล้วผุดขึ้นมาให้เห็นเป็นดอกขนาดใหญ่เมื่อถึงระยะบาน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บัวผุดเป็นพืชที่มีวงจรชีวิตเฉพาะตัวและแตกต่างจากดอกไม้ที่นักท่องเที่ยวคุ้นเคยทั่วไปอย่างชัดเจน
 
ความพิเศษของดอกบัวผุดอยู่ที่ขนาดและความหายาก เมื่อบานเต็มที่ ดอกมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 70–100 เซนติเมตรตามข้อมูลที่พบในแหล่งอ้างอิงและข้อมูลท้องถิ่น จึงได้รับการยกย่องว่าเป็นดอกไม้ขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทย กลีบดอกมีลักษณะหนา อุ้มน้ำ และแผ่ออกคล้ายภาชนะขนาดใหญ่ สีของดอกออกแดงคล้ำ แดงเลือดหมู หรือแดงอมน้ำตาล บางดอกมีลวดลายและตุ่มนูนกระจายบนผิวดอก ส่วนกลางดอกมีลักษณะเป็นแอ่งหรือจานรองภายใน ทำให้ภาพรวมของดอกดูคล้ายกระถางต้นไม้ขนาดใหญ่ตามที่ข้อมูลดั้งเดิมกล่าวไว้
 
แม้ดอกบัวผุดจะมีรูปลักษณ์แปลกและสวยงามในเชิงธรรมชาติ แต่กลิ่นของดอกกลับไม่ใช่กลิ่นหอม ดอกบัวผุดมีกลิ่นเหม็นคล้ายเนื้อเน่า ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการล่อแมลงวันและแมลงบางชนิดให้เข้ามาใกล้เพื่อช่วยในการผสมเกสร กลิ่นดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศ ไม่ใช่ความผิดปกติของดอก นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปชมจึงควรเข้าใจว่ากลิ่นแรงเป็นลักษณะธรรมชาติของบัวผุด และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้พืชชนิดนี้ถูกกล่าวถึงทั้งในฐานะดอกไม้ยักษ์และพืชมหัศจรรย์แห่งป่าดิบชื้นภาคใต้
 
ดอกบัวผุดในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาสกมีช่วงเวลาบานสั้นมาก โดยแต่ละดอกบานได้ประมาณ 4–6 วันเท่านั้น หลังจากนั้นกลีบดอกจะเริ่มเปลี่ยนสี เหี่ยว ดำ และสลายไปตามธรรมชาติ วงจรชีวิตที่ยาวในระยะดอกตูมแต่สั้นมากในช่วงดอกบานทำให้การได้เห็นดอกบัวผุดสด ๆ เป็นประสบการณ์ที่ต้องอาศัยจังหวะเวลา นักท่องเที่ยวไม่สามารถคาดหวังว่าจะมีดอกบานทุกวันตลอดฤดูกาล การเดินทางที่เหมาะสมจึงควรติดต่ออุทยานหรือผู้นำทางก่อน เพื่อทราบว่าขณะนั้นมีดอกตูม ดอกเริ่มบาน หรือดอกบานเต็มที่อยู่ในเส้นทางใด
 
พื้นที่ชมดอกบัวผุดที่มีชื่อเสียงอยู่ในอุทยานแห่งชาติเขาสก ตำบลคลองศก อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยข้อมูลเดิมระบุว่าเส้นทางชมดอกบัวผุดอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาสกประมาณ 2 กิโลเมตร จากนั้นต้องเดินเท้าขึ้นเขาประมาณ 1.5 กิโลเมตร ผ่านสภาพป่าดิบชื้นและพื้นที่ลาดชัน เส้นทางมีลักษณะเป็นการเดินป่าจริง ไม่ใช่การเดินบนทางราบแบบสวนสาธารณะ ผู้เดินทางควรสวมรองเท้าหุ้มส้นหรือรองเท้าเดินป่าที่เกาะพื้นดี เตรียมน้ำดื่ม เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี และหลีกเลี่ยงการออกนอกเส้นทางที่เจ้าหน้าที่กำหนด
 
อุทยานแห่งชาติเขาสกเป็นพื้นที่ป่าดิบชื้นสำคัญของภาคใต้ มีภูมิประเทศเป็นภูเขาหินปูน ภูเขาดิน หน้าผา ลำคลอง น้ำตก และผืนป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง บรรยากาศของเส้นทางชมดอกบัวผุดจึงไม่ได้มีเพียงเป้าหมายเดียวคือดอกไม้ขนาดใหญ่ แต่ยังเป็นประสบการณ์เดินป่าที่พาผู้มาเยือนเข้าไปสัมผัสระบบนิเวศป่าฝนเขตร้อนของสุราษฎร์ธานี ระหว่างทางอาจพบไม้เถา พืชพื้นล่าง เฟิน มอส ร่องรอยสัตว์ป่า และความชุ่มชื้นของดินป่าที่เป็นเงื่อนไขสำคัญต่อการเจริญเติบโตของบัวผุด
 
บัวผุดเป็นดอกไม้ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี และเป็นสัญลักษณ์ทางธรรมชาติที่สะท้อนความสมบูรณ์ของผืนป่าเขาสกอย่างชัดเจน ในระดับพฤกษศาสตร์ Rafflesia kerrii ได้รับการตั้งชื่อเป็นชนิดทางวิทยาศาสตร์เมื่อปี พ.ศ. 2527 โดยชื่อชนิด kerrii ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ Dr. A.F.G. Kerr นักพฤกษศาสตร์ผู้สำรวจพรรณไม้ในภูมิภาคนี้ ส่วนชื่อสกุล Rafflesia เป็นชื่อที่เกี่ยวข้องกับ Sir Stamford Raffles ซึ่งเป็นชื่อที่ใช้กับกลุ่มพืชบัวผุดที่มีชื่อเสียงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กลุ่มพืชนี้เป็นที่รู้จักทั้งในประเทศไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย โดยพื้นที่เขาสกถือเป็นแหล่งชมบัวผุดสำคัญของประเทศไทย
 
สิ่งที่ทำให้ดอกบัวผุดต่างจากดอกไม้ป่าทั่วไปคือความเปราะบางของระบบชีวิต ดอกไม่ได้เกิดขึ้นโดดเดี่ยวอย่างอิสระ แต่ต้องพึ่งพาเถาย่านไก่ต้ม หากเถาพืชอาศัยเสียหาย ดอกตูมที่กำลังพัฒนาอยู่ใต้ดินหรือบริเวณรากก็อาจเสียหายตามไปด้วย นักท่องเที่ยวจึงต้องระมัดระวังไม่เหยียบย่ำพื้นดินนอกแนวทาง ไม่ใช้ไม้เขี่ย ไม่จับดอก ไม่ดึงกลีบ ไม่ก้มลงไปสัมผัสตาดอก และไม่เก็บส่วนใดส่วนหนึ่งของพืชกลับไปเป็นที่ระลึก การชมบัวผุดที่ถูกต้องคือการยืนดูในจุดที่เจ้าหน้าที่กำหนด ถ่ายภาพโดยไม่รบกวน และปล่อยให้พืชเติบโตตามวงจรธรรมชาติ
 
ฤดูกาลชมดอกบัวผุดในเขาสกโดยทั่วไปอยู่ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน โดยช่วงที่มักถูกกล่าวถึงมากคือเดือนพฤศจิกายนถึงมกราคม และบางปีสามารถพบดอกต่อเนื่องไปถึงช่วงต้นปี ขึ้นอยู่กับฝน ความชื้น สภาพพื้นที่ และระยะการเจริญของดอกตูม เส้นทางชมดอกบัวผุดบริเวณ กม.111 มีการปิดตามฤดูกาลในช่วง 1 พฤษภาคมถึง 31 ตุลาคม เพื่อให้พื้นที่ธรรมชาติได้ฟื้นตัวและเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ช่วงเวลานอกฤดูดังกล่าวจึงไม่เหมาะกับการวางแผนเดินป่าเพื่อชมดอกบัวผุด
 
การเดินทางไปชมดอกบัวผุดควรเริ่มจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาสก หมู่ 6 ตำบลคลองศก อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี นักท่องเที่ยวที่ขับรถส่วนตัวจากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีสามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 401 สายสุราษฎร์ธานี–ตะกั่วป่า มุ่งหน้าอำเภอพนมและตำบลคลองศก เมื่อถึงบริเวณปากทางเข้าอุทยานแล้วเข้าถึงที่ทำการอุทยานเพื่อชำระค่าธรรมเนียม ลงทะเบียน และสอบถามสภาพเส้นทาง จากนั้นจึงเดินทางต่อไปยังจุดเริ่มเดินเท้าชมดอกบัวผุดตามเส้นทางที่เจ้าหน้าที่กำหนด
 
การเดินทาง สำหรับผู้ที่ไม่มีรถส่วนตัว สามารถเดินทางมายังเขาสกด้วยรถโดยสารหรือรถตู้ที่ผ่านเส้นทางสุราษฎร์ธานี–ตะกั่วป่า และลงบริเวณปากทางเข้าอุทยานแห่งชาติเขาสก จากนั้นต่อรถรับจ้างท้องถิ่นเข้าสู่ที่ทำการอุทยานหรือที่พักใกล้อุทยาน ผู้ที่เดินทางมาจากสถานีรถไฟสุราษฎร์ธานีในอำเภอพุนพินควรวางแผนต่อรถโดยสารที่มุ่งหน้าไปเขาสกหรือภูเก็ต ส่วนผู้ที่เดินทางจากภูเก็ต เขาหลัก ตะกั่วป่า หรือกระบี่ สามารถใช้รถตู้หรือรถโดยสารที่ผ่านเส้นทางเดียวกันได้ การเดินทางด้วยรถสาธารณะควรเผื่อเวลา เพราะต้องต่อรถเข้าสู่ที่ทำการอุทยานและต้องลงทะเบียนก่อนเดินป่า
 
ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานแห่งชาติเขาสกอยู่ในกลุ่มอัตราค่าบริการอุทยานแห่งชาติที่ใช้หลังระเบียบปี พ.ศ. 2565 โดยนักท่องเที่ยวชาวไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท และมีค่าธรรมเนียมพาหนะเพิ่มเติมตามประเภท เช่น รถจักรยานยนต์และรถยนต์ 4 ล้อ การเข้าชมดอกบัวผุดเป็นกิจกรรมที่อยู่ในพื้นที่อุทยาน จึงต้องดำเนินการผ่านระบบของอุทยานและปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและการอนุรักษ์อย่างเคร่งครัด
 
ผู้ดูแลหลักของพื้นที่คืออุทยานแห่งชาติเขาสก ภายใต้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยมีที่ทำการอุทยานเป็นจุดติดต่อสำคัญสำหรับสอบถามสถานะเส้นทาง ช่วงดอกบาน ค่าธรรมเนียม กฎระเบียบ และการจัดเจ้าหน้าที่นำทาง หมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้ติดต่ออุทยานแห่งชาติเขาสก ได้แก่ 077-395-155 และ 077-395-139 ส่วนข้อมูลเดิมของพื้นที่ระบุช่องทางติดต่อผู้นำทางท้องถิ่นคือคุณสันติ ทองจันทร์ หรือคุณติ โทร. 086-741-4919 และ 077-397-196 ซึ่งเหมาะสำหรับสอบถามการเดินเท้าในเส้นทางชมดอกบัวผุดตามบริบทของข้อมูลท้องถิ่น
 
ตำแหน่งของที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาสกอยู่ที่พิกัดประมาณ 8.9430375, 98.533738 ส่วนจุดชมดอกบัวผุดเป็นเส้นทางธรรมชาติที่ต้องเดินจากพื้นที่ใกล้อุทยานเข้าสู่ป่า จึงควรใช้พิกัดอุทยานเป็นจุดตั้งต้นในการนำทาง และให้เจ้าหน้าที่หรือผู้นำทางพาไปยังตำแหน่งดอกที่บานในช่วงนั้น เพราะตำแหน่งดอกบัวผุดเปลี่ยนไปตามจุดที่ตาดอกพัฒนาบนเถาพืชอาศัย ไม่ใช่จุดถาวรที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินเข้าไปเองได้เหมือนจุดชมวิวทั่วไป
 
ข้อควรรู้ที่สำคัญคือ บัวผุดไม่ได้บานพร้อมกันทั้งพื้นที่และไม่ได้บานตลอดฤดูกาล ดอกที่บานแล้วมีอายุสั้น ดอกตูมต้องใช้เวลาพัฒนานานหลายเดือน และบางช่วงอาจยังไม่มีดอกบานแม้อยู่ในฤดูที่เหมาะสม การติดต่ออุทยานก่อนเดินทางจึงช่วยลดโอกาสเดินทางไปไม่ตรงช่วงดอกบาน และยังช่วยให้เจ้าหน้าที่บริหารจำนวนนักท่องเที่ยวในเส้นทางธรรมชาติได้เหมาะสม การชมดอกบัวผุดควรมองเป็นกิจกรรมเชิงธรรมชาติและการอนุรักษ์ ไม่ใช่กิจกรรมเช็กอินที่สามารถรับประกันภาพแบบเดียวกันได้ทุกวัน
 
สภาพเส้นทางชมดอกบัวผุดเหมาะกับผู้ที่มีสุขภาพพอเดินขึ้นเขาได้ เพราะข้อมูลเดิมระบุว่าต้องเดินเท้าขึ้นเขาประมาณ 2 ลูก และเดินต่อในระยะประมาณ 1.5 กิโลเมตร เส้นทางอาจมีความชัน พื้นดินชื้น รากไม้ หิน และใบไม้ทับถม ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หรือผู้ที่มีปัญหาเข่า ข้อเท้า หัวใจ หรือระบบทางเดินหายใจ ควรประเมินความพร้อมก่อนเดินทาง การเดินป่าควรเริ่มในเวลาที่เหมาะสม ไม่ออกเดินใกล้เวลาปิดทำการ และไม่ควรเดินลำพังโดยไม่มีผู้นำทาง
 
อุปกรณ์ที่ควรเตรียมสำหรับการชมดอกบัวผุด ได้แก่ รองเท้าหุ้มส้นที่ไม่ลื่น น้ำดื่ม หมวก เสื้อแขนยาวบาง ยากันยุง ถุงกันน้ำสำหรับโทรศัพท์ กล้องถ่ายภาพ และยาประจำตัว หากเดินทางหลังฝนตกควรระวังทาก พื้นลื่น และความชื้นสูง ไม่ควรใส่รองเท้าแตะหรือรองเท้าพื้นเรียบ เพราะเส้นทางขึ้นเขาในป่าชื้นอาจทำให้ลื่นและเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย การแต่งกายควรเป็นชุดที่ขยับสะดวก แห้งง่าย และไม่รุ่มร่ามจนเกี่ยวกิ่งไม้หรือรากไม้ระหว่างทาง
 
การถ่ายภาพดอกบัวผุดควรใช้มุมที่ไม่รบกวนดอกและไม่เหยียบพื้นที่รอบตาดอก หากต้องการถ่ายภาพใกล้ควรซูมจากระยะที่ปลอดภัย แทนการก้าวข้ามแนวกั้นหรือเข้าไปชิดดอกมากเกินไป ไม่ควรใช้แฟลชในระยะใกล้ตลอดเวลา และไม่ควรวางกระเป๋า ขาตั้งกล้อง หรืออุปกรณ์อื่นบนพื้นป่าบริเวณที่อาจมีเถาย่านไก่ต้มและตาดอกอ่อนอยู่ใต้ใบไม้ การรักษาระยะและฟังคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการได้ภาพสวยโดยไม่ทำลายระบบนิเวศ
 
นอกจากดอกบัวผุดแล้ว อุทยานแห่งชาติเขาสกยังมีสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติหลายจุดที่สามารถจัดร่วมในทริปเดียวกันได้ เช่น น้ำตกแม่ยาย น้ำตกบางหัวแรด น้ำตกวิ่งหิน วังยาว ตั้งน้ำ น้ำตกโตนกลอย และเขื่อนรัชชประภา โดยแต่ละจุดมีลักษณะต่างกัน บางแห่งเหมาะกับการเดินป่า บางแห่งเหมาะกับการเล่นน้ำ บางแห่งเหมาะกับการล่องเรือชมภูเขาหินปูน การวางแผนเที่ยวควรคำนึงถึงฤดูกาล ระดับน้ำ ฝนตก และประกาศเปิดปิดพื้นที่ของอุทยานในแต่ละช่วง
 
สำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวแบบไม่เร่งรีบ การพักค้างคืนใกล้อุทยานเขาสกเป็นทางเลือกที่ดี เพราะพื้นที่ตำบลคลองศกมีที่พัก ร้านอาหาร และบริการท่องเที่ยวจำนวนมาก นักท่องเที่ยวสามารถพักใกล้ประตูอุทยาน ตื่นเช้าเพื่อลงทะเบียนและเดินป่าในช่วงอากาศยังไม่ร้อน แล้วใช้ช่วงบ่ายพักผ่อนในที่พักหรือเที่ยวจุดใกล้เคียง เช่น น้ำตกแม่ยายและชุมชนคลองศก หากมีเวลา 2 วันขึ้นไป สามารถต่อเส้นทางไปเขื่อนรัชชประภาเพื่อชมทะเลสาบ ภูเขาหินปูน และแพกลางน้ำได้
 
ในเชิงคุณค่าทางการเรียนรู้ ดอกบัวผุดเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความสัมพันธ์ระหว่างพืชกาฝาก พืชอาศัย แมลงผสมเกสร ความชื้นในป่าดิบ และการอนุรักษ์ถิ่นที่อยู่ หากป่าถูกทำลายหรือเถาพืชอาศัยลดลง ดอกบัวผุดก็ไม่สามารถดำรงอยู่ได้อย่างสมบูรณ์ การมาชมดอกบัวผุดจึงไม่ใช่เพียงการตามหาดอกไม้ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย แต่เป็นการเรียนรู้ว่าความมหัศจรรย์ของธรรมชาติเกิดจากองค์ประกอบเล็ก ๆ จำนวนมากที่ทำงานร่วมกันอย่างละเอียดอ่อน
 
ดอกบัวผุด สุราษฎร์ธานี จึงเป็นสถานที่และประสบการณ์ที่เหมาะกับนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ นักเดินป่ามือใหม่ที่มีผู้นำทาง นักเรียน นักศึกษา ครอบครัวที่ต้องการเรียนรู้ธรรมชาติ และผู้ที่สนใจพืชหายากของไทย จุดหมายนี้ไม่เหมาะกับการเที่ยวแบบรีบร้อนหรือคาดหวังความสะดวกสบายเต็มรูปแบบ แต่เหมาะกับการเดินทางที่ให้ความเคารพป่า เข้าใจฤดูกาล และยอมรับว่าการได้เห็นดอกบัวผุดบานเป็นสิ่งที่ธรรมชาติเป็นผู้กำหนด
 
หากวางแผนให้ดี ดอกบัวผุดเขาสกจะเป็นหนึ่งในประสบการณ์ท่องเที่ยวสุราษฎร์ธานีที่จดจำได้ยาวนาน เพราะผู้มาเยือนได้เห็นทั้งดอกไม้ขนาดมหึมา ระบบนิเวศป่าดิบชื้น ภูเขาหินปูน และความสำคัญของการอนุรักษ์ในพื้นที่เดียวกัน การเดินทางครั้งนี้จึงมีคุณค่ามากกว่าการได้ภาพถ่าย แต่เป็นการได้สัมผัสธรรมชาติที่หายาก เปราะบาง และควรได้รับการปกป้องให้คงอยู่คู่ผืนป่าเขาสกต่อไป
 
ชื่อสถานที่ดอกบัวผุด / บัวผุด / บัวตูม อุทยานแห่งชาติเขาสก
ที่ตั้งเส้นทางศึกษาธรรมชาติชมดอกบัวผุด อุทยานแห่งชาติเขาสก ตำบลคลองศก อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ที่อยู่ที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาสก หมู่ 6 ตำบลคลองศก อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84250
พิกัดที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาสก 8.9430375, 98.533738; ใช้เป็นจุดเริ่มต้นติดต่อเจ้าหน้าที่ก่อนเดินเส้นทางชมดอกบัวผุด
ไฮไลต์พืชกาฝากหายาก ดอกขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทย กลีบหนาอวบน้ำ สีแดงคล้ำ และมีกลิ่นแรงเพื่อดึงดูดแมลงผสมเกสร
ชื่อวิทยาศาสตร์Rafflesia kerrii Meijer
ประวัติ / ความสำคัญเป็นดอกไม้ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้รับการตั้งชื่อเป็นชนิดทางวิทยาศาสตร์เมื่อปี พ.ศ. 2527 และเป็นหนึ่งในพืชเด่นของป่าดิบชื้นเขาสก
ลักษณะเด่นดอกบานคล้ายกระถางต้นไม้ขนาดใหญ่ มีกลีบหนา 5–6 กลีบ เส้นผ่านศูนย์กลางโดยทั่วไปประมาณ 70–100 เซนติเมตร และบานเพียงประมาณ 4–6 วัน
พืชอาศัยไม้เถาในสกุลเครือเขาน้ำหรือย่านไก่ต้ม ซึ่งเป็นแหล่งน้ำเลี้ยงของดอกบัวผุด
ฤดูชมดอกช่วงฤดูหลักประมาณเดือนพฤศจิกายน – เมษายน โดยควรสอบถามสถานะดอกบานกับอุทยานก่อนเดินทาง
การเดินทางจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาสกเดินทางต่อไปยังจุดเริ่มเส้นทางประมาณ 2 กิโลเมตร แล้วเดินเท้าขึ้นเขาในเส้นทางธรรมชาติประมาณ 1.5 กิโลเมตร ควรมีเจ้าหน้าที่หรือผู้นำทางท้องถิ่นนำทาง
สถานะปัจจุบันอุทยานแห่งชาติเขาสกเปิดให้บริการตามปกติ ส่วนเส้นทางชมดอกบัวผุดเป็นเส้นทางตามฤดูกาลและปิดฟื้นฟู 1 พฤษภาคม – 31 ตุลาคม
วันเปิดทำการอุทยานเปิดทุกวัน; เส้นทางชมดอกบัวผุดเปิดตามฤดูกาลระหว่าง 1 พฤศจิกายน – 30 เมษายน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 16.30 น. สำหรับการติดต่อ ลงทะเบียน และเข้าพื้นที่อุทยาน
ค่าเข้าชาวไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท; ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท; ค่าพาหนะคิดเพิ่มตามประเภท
สิ่งอำนวยความสะดวกศูนย์บริการนักท่องเที่ยว จุดติดต่อเจ้าหน้าที่ เส้นทางศึกษาธรรมชาติ บ้านพัก ลานกางเต็นท์ ร้านอาหารสวัสดิการ และที่พักเอกชนใกล้ทางเข้าอุทยาน
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญเส้นทางศึกษาธรรมชาติชมดอกบัวผุดบริเวณ กม.111–112 พื้นที่น้ำตกแม่ยาย น้ำตกบางหัวแรด วังยาว ตั้งน้ำ น้ำตกโตนกลอย และพื้นที่เขื่อนรัชชประภา
ผู้ดูแลอุทยานแห่งชาติเขาสก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
เบอร์ติดต่อหลักอุทยานแห่งชาติเขาสก โทร. 077-395-155, 077-395-139; ผู้นำทางท้องถิ่น คุณสันติ ทองจันทร์ โทร. 086-741-4919, 077-397-196
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. น้ำตกแม่ยาย ประมาณ 4.5 กม.
2. น้ำตกบางหัวแรด ประมาณ 3 กม.
3. น้ำตกวิ่งหิน ประมาณ 3 กม.
4. วังยาว ประมาณ 3 กม.
5. ตั้งน้ำ ประมาณ 6 กม.
6. น้ำตกโตนกลอย ประมาณ 9 กม.
7. เขื่อนรัชชประภา ประมาณ 60 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. Chao Italian Ristorante ประมาณ 0.1 กม. โทร. +66 87-264-2106
2. Sawasdee Restaurant ประมาณ 0.3 กม. โทร. 089-725-2244, 089-725-2277
3. Rafflesia Cafe ประมาณ 2 กม. โทร. +66 77-395-159
4. Wild Elephant Terrace Restaurant by Montania Lifestyle ประมาณ 2 กม. โทร. 061-170-7071
5. Cosy Cafe & Restaurant at Khao Sok ประมาณ 1 กม. โทร. +66 96-651-2813
6. The Misty Restaurant ประมาณ 1 กม. โทร. +66 62-337-0607
ที่พักใกล้เคียง1. Khao Sok River Lodge ประมาณ 0.3 กม. โทร. +66 89-725-2244, +66 89-725-2277
2. Morning Mist Resort ประมาณ 0.8 กม. โทร. +66 62-337-0607
3. Khao Sok Rainforest Resort ประมาณ 1.5 กม. โทร. +66 64-224-9654
4. Montania Lifestyle Hotel ประมาณ 2 กม. โทร. +66 94-565-9442
5. Hotel Khao Sok & Spa ประมาณ 2.7 กม. โทร. +66 87-931-0609
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ดอกบัวผุด สุราษฎร์ธานี อยู่ที่ไหน?
ตอบ: ดอกบัวผุดอยู่ในเส้นทางศึกษาธรรมชาติของอุทยานแห่งชาติเขาสก ตำบลคลองศก อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยเริ่มติดต่อและลงทะเบียนที่ที่ทำการอุทยานก่อนเดินทางเข้าพื้นที่
 
ถาม: ดอกบัวผุดบานช่วงเดือนไหน?
ตอบ: ฤดูชมดอกบัวผุดหลักอยู่ประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน แต่แต่ละดอกบานเพียงไม่กี่วัน จึงควรติดต่ออุทยานหรือผู้นำทางก่อนเดินทาง
 
ถาม: ดอกบัวผุดมีความพิเศษอย่างไร?
ตอบ: ดอกบัวผุดเป็นพืชกาฝากหายาก ดอกมีขนาดใหญ่มาก กลีบหนา สีแดงคล้ำ มีกลิ่นแรง และได้รับการยกย่องว่าเป็นดอกไม้ขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทย
 
ถาม: ต้องใช้เจ้าหน้าที่นำทางหรือไม่?
ตอบ: ควรมีเจ้าหน้าที่หรือผู้นำทางท้องถิ่นนำทาง เพราะเส้นทางเป็นการเดินป่าขึ้นเขา มีความชัน และตำแหน่งดอกบัวผุดเปลี่ยนไปตามจุดที่ดอกบานในแต่ละช่วง
 
ถาม: เส้นทางชมดอกบัวผุดยากหรือไม่?
ตอบ: เส้นทางต้องเดินเท้าขึ้นเขาประมาณ 1.5 กิโลเมตรหลังจากเดินทางจากที่ทำการอุทยานไปยังจุดเริ่มเส้นทาง เหมาะกับผู้ที่มีสุขภาพพร้อมและสวมรองเท้าที่เหมาะกับการเดินป่า
 
ถาม: ดอกบัวผุดเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: การเข้าชมอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาสก จึงต้องชำระค่าธรรมเนียมเข้าอุทยาน ชาวไทยผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท และมีค่าพาหนะเพิ่มเติมตามประเภท
 
ถาม: ไปชมดอกบัวผุดควรเตรียมอะไรบ้าง?
ตอบ: ควรเตรียมรองเท้าหุ้มส้น น้ำดื่ม หมวก เสื้อผ้าที่เหมาะกับการเดินป่า ยากันยุง ถุงกันน้ำ และยาประจำตัว พร้อมปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ตลอดเส้นทาง
 
ถาม: ทำไมไม่ควรเดินออกนอกเส้นทางชมดอกบัวผุด?
ตอบ: เพราะพื้นป่าอาจมีเถาย่านไก่ต้มและตาดอกบัวผุดอยู่ใต้ใบไม้ การเหยียบย่ำนอกเส้นทางอาจทำลายพืชอาศัย ตาดอก และระบบนิเวศที่ทำให้ดอกบัวผุดดำรงอยู่ได้

ธรรมชาติ และสัตว์ป่าหมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆกลุ่ม: ●แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ

ปรับปรุงล่าสุด : 1 สัปดาห์ที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(1)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(8)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(5)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(1)
วัด วัด(32)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(8)
โครงการหลวง โครงการหลวง(1)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(6)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(1)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(8)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(2)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(8)
น้ำตก น้ำตก(34)
น้ำพุร้อน น้ำพุร้อน(7)
ถ้ำ ถ้ำ(18)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(11)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(30)
หมู่เกาะ หมู่เกาะ(16)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(10)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(6)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(7)
กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย(2)
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(1)
เมนูอาหารใต้, สูตรอาหารใต้ เมนูอาหารใต้, สูตรอาหารใต้(1)