หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสุราษฎร์ธานี >อ.ไชยา >ต.เวียง > พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติไชยา
TL;DR: พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติไชยา อยู่ที่พื้นที่ทางทิศตะวันออกของวัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร ตำบลเวียง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดวันพุธ – วันอาทิตย์ เวลา 09.00 – 16.00 น.
พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติไชยา

วันเปิดทำการ: วันพุธ – วันอาทิตย์
เวลาเปิดทำการ: 09.00 – 16.00 น.
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไชยา สุราษฎร์ธานี ตั้งอยู่บนถนนรักษ์นรกิจ ตำบลเวียง อำเภอไชยา ในพื้นที่ทางทิศตะวันออกของวัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร เป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติประเภทประวัติศาสตร์ศิลปะและโบราณคดีที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำความเข้าใจรากเหง้าของเมืองไชยา เมืองโบราณริมอ่าวบ้านดอน และพัฒนาการของวัฒนธรรมภาคใต้ตอนบน ที่นี่ไม่ใช่เพียงสถานที่เก็บรักษาโบราณวัตถุ แต่เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ช่วยอธิบายว่าไชยาเคยเป็นศูนย์กลางสำคัญของศาสนา การค้า การตั้งถิ่นฐาน และศิลปกรรมมาตั้งแต่ยุคโบราณ โดยเฉพาะช่วงที่ศิลปวัฒนธรรมศรีวิชัยเจริญรุ่งเรืองในคาบสมุทรภาคใต้
จุดเด่นของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไชยาอยู่ที่การตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับวัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร ซึ่งเป็นปูชนียสถานสำคัญคู่เมืองสุราษฎร์ธานี การมาเยือนพิพิธภัณฑ์จึงควรชมควบคู่กับวัดพระบรมธาตุไชยา เพราะทั้ง 2 พื้นที่เป็นเหมือนหนังสือประวัติศาสตร์เล่มเดียวกัน วัดทำหน้าที่เล่าเรื่องศรัทธา สถาปัตยกรรม และความต่อเนื่องของพุทธศาสนา ส่วนพิพิธภัณฑ์ทำหน้าที่รวบรวม อธิบาย และรักษาหลักฐานทางโบราณคดีที่พบในเมืองไชยาเก่าและพื้นที่ใกล้เคียง ทำให้ผู้มาเยือนเข้าใจเมืองไชยาได้ครบกว่าการชมสถานที่ใดสถานที่หนึ่งเพียงลำพัง
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไชยาเริ่มต้นจากการรวบรวมศิลปวัตถุที่พบในเขตอำเภอไชยาโดยพระครูโสภณเจตสิการาม หรือเอี่ยม อดีตเจ้าคณะอำเภอไชยา ผู้เล็งเห็นคุณค่าของโบราณวัตถุและศิลปวัตถุที่กระจัดกระจายอยู่ในพื้นที่ ต่อมากรมศิลปากรได้รับไว้เป็นสาขาของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเมื่อ พ.ศ. 2478 และพัฒนาการจัดแสดงมาอย่างต่อเนื่อง การก่อตั้งในระยะแรกจึงเกิดจากทั้งแรงศรัทธาของพระสงฆ์ในท้องถิ่นและบทบาทของรัฐในการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของชาติ
ในช่วงแรก โบราณวัตถุและศิลปวัตถุจำนวนมากถูกเก็บรักษาไว้ในพระอุโบสถ พระวิหารหลวง และพระระเบียงของวัดพระบรมธาตุไชยา ต่อมาเมื่อกิจการพิพิธภัณฑ์มีความสำคัญมากขึ้น จึงมีการสร้างอาคารจัดแสดงเพื่อรองรับวัตถุเหล่านี้อย่างเหมาะสม อาคารพิพิธภัณฑ์หลังแรกสร้างขึ้นในช่วงที่พระครูอินทปัญญาจารย์ หรือพุทธทาสภิกขุ เป็นเจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุไชยาและมีบทบาทเกี่ยวข้องกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไชยา อาคารหลังนี้เป็นอาคารก่ออิฐถือปูนแบบไทยประยุกต์ สร้างขึ้นเพื่อเก็บรักษาและจัดแสดงศิลปวัตถุที่พบในเมืองไชยาอย่างเป็นระบบ
ต่อมาใน พ.ศ. 2499 กรมศิลปากรได้จัดสรรงบประมาณสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์หลังที่ 2 ทางด้านทิศเหนือของอาคารหลังแรก เพื่อเพิ่มพื้นที่จัดแสดงและรองรับโบราณวัตถุจำนวนมากที่ถูกย้ายมาจากพื้นที่เดิม อาคารหลังนี้มีขนาดใหญ่กว่าอาคารแรก และต่อมารู้จักกันในชื่อศาลานีลวัฒนานนท์ จากนั้นใน พ.ศ. 2521 มีการปรับปรุงขยายต่อเติมอาคารหลังแรกและปรับปรุงการจัดแสดงใหม่ให้ได้มาตรฐานสากล พิพิธภัณฑ์ได้รับการเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2525 ซึ่งเป็นหมุดหมายสำคัญของการยกระดับพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นสู่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่มีระบบการจัดแสดงและการอนุรักษ์ชัดเจน
ภายในพิพิธภัณฑ์ประกอบด้วยอาคารจัดแสดงหลัก 2 หลัง อาคารหลังแรกด้านหน้าจัดแสดงประติมากรรมศิลาและสำริดที่ค้นพบในเมืองไชยาเก่า เช่น เทวรูปพระนารายณ์ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร และพระพุทธรูปสำคัญบางประเภท การจัดแสดงในอาคารหลังแรกช่วยให้ผู้ชมเห็นความหลากหลายของความเชื่อในอดีต ทั้งพุทธศาสนาและศาสนาพราหมณ์ รวมถึงอิทธิพลทางศิลปกรรมจากดินแดนต่าง ๆ ที่เดินทางเข้ามายังเมืองไชยาผ่านเส้นทางการค้าและวัฒนธรรมทางทะเล
เทวรูปพระนารายณ์ที่พบในพื้นที่ไชยาเป็นหนึ่งในหลักฐานสำคัญที่สะท้อนอิทธิพลของศาสนาพราหมณ์และความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมกับโลกอินเดียโบราณ การปรากฏของรูปเคารพในศาสนาพราหมณ์ร่วมกับหลักฐานทางพุทธศาสนาทำให้เข้าใจว่าเมืองไชยาในอดีตเป็นพื้นที่เปิดรับวัฒนธรรมหลายกระแส ไม่ได้มีศาสนาหรือความเชื่อรูปแบบเดียวอย่างตายตัว แต่มีการผสมผสานความเชื่อ พิธีกรรม และศิลปกรรมอย่างลึกซึ้งตามบริบทของเมืองท่าชายฝั่ง
พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์สำคัญที่ผู้มาเยือนพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไชยาควรทำความเข้าใจ เพราะพระโพธิสัตว์องค์นี้เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนามหายานและศิลปะศรีวิชัยอย่างเด่นชัด ภาพลักษณ์ของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรสื่อถึงเมตตา ปัญญา และการช่วยเหลือสรรพชีวิต การพบหลักฐานรูปเคารพประเภทนี้ในเมืองไชยาจึงช่วยยืนยันว่าไชยาเคยเป็นพื้นที่สำคัญในเครือข่ายพุทธศาสนามหายานของคาบสมุทรภาคใต้ และเชื่อมโยงกับดินแดนอื่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านศิลปกรรมและความเชื่อ
อาคารหลังที่ 2 ของพิพิธภัณฑ์จัดแสดงหลักฐานทางโบราณคดีและศิลปวัตถุที่ครอบคลุมตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์จนถึงสมัยประวัติศาสตร์ ตั้งแต่ทวาราวดี ศรีวิชัย ลพบุรี สุโขทัย อยุธยา และรัตนโกสินทร์ เนื้อหาการจัดแสดงในอาคารนี้ทำให้เห็นความต่อเนื่องของผู้คนในพื้นที่ไชยาอย่างชัดเจน ไม่ใช่เพียงช่วงศรีวิชัยช่วงเดียว แต่เป็นลำดับพัฒนาการของชุมชนที่ผ่านการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ศาสนา เศรษฐกิจ และศิลปกรรมมาอย่างยาวนาน
หนึ่งในคุณค่าของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไชยาคือการทำให้ผู้ชมเห็นว่าหลักฐานทางโบราณคดีแต่ละชิ้นไม่ได้เป็นของเก่าแยกขาดจากชีวิตผู้คน แต่เป็นร่องรอยของสังคมจริงในอดีต เครื่องถ้วย เครื่องประดับ เครื่องใช้สอย พระพิมพ์ พระพุทธรูป เครื่องเงิน เครื่องทอง และงานไม้แกะสลัก ล้วนสะท้อนกิจกรรมของผู้คน ทั้งการค้าขาย การประกอบพิธีกรรม การถวายสิ่งของแด่ศาสนสถาน การใช้งานในชีวิตประจำวัน และการสร้างสรรค์งานศิลป์ตามรสนิยมของแต่ละยุคสมัย
การจัดแสดงงานประณีตศิลป์พื้นบ้าน เช่น งานไม้แกะสลักและผ้าทอพื้นบ้านของชุมชนพุมเรียง ช่วยขยายภาพของไชยาให้พ้นจากกรอบโบราณคดีเพียงอย่างเดียว เพราะเมืองไชยาไม่ได้มีความสำคัญเฉพาะในฐานะเมืองโบราณ แต่ยังเป็นพื้นที่ที่มีภูมิปัญญาท้องถิ่นและงานหัตถกรรมสืบต่อมาถึงปัจจุบัน ผ้าทอพุมเรียงเป็นตัวอย่างสำคัญของความละเอียด ประณีต และอัตลักษณ์ของชุมชนที่ยังสามารถเชื่อมโยงประวัติศาสตร์กับชีวิตร่วมสมัยได้อย่างงดงาม
โบราณวัตถุที่พบจากแหล่งโบราณคดีในอำเภอไชยา เช่น วัดแก้ว วัดหลง และแหลมโพธิ์ มีบทบาทสำคัญในการอธิบายภาพเมืองไชยาโบราณ วัดแก้วและวัดหลงเป็นแหล่งโบราณสถานที่สะท้อนความรุ่งเรืองของศาสนาและสถาปัตยกรรม ส่วนแหลมโพธิ์เกี่ยวข้องกับพื้นที่ชายฝั่งและเส้นทางการค้าในอ่าวบ้านดอน การรวมหลักฐานจากพื้นที่เหล่านี้ไว้ในพิพิธภัณฑ์ช่วยให้ผู้มาเยือนเห็นว่าเมืองไชยาไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะเขตวัดพระบรมธาตุเท่านั้น แต่เป็นเครือข่ายเมือง โบราณสถาน ชายฝั่ง และชุมชนที่มีความสัมพันธ์กันเป็นระบบ
หากมองในระดับภูมิภาค ไชยาเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญของภาคใต้ตอนบนที่ช่วยอธิบายความรุ่งเรืองของศรีวิชัยในดินแดนไทย หลักฐานศิลปกรรมในไชยาแสดงให้เห็นความเชื่อมโยงกับพุทธศาสนามหายาน ศิลปะอินเดีย ชวา และเครือข่ายเมืองท่าทางทะเล การมาเยือนพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไชยาจึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ศรีวิชัย เพราะที่นี่รวบรวมหลักฐานที่ช่วยให้เห็นภาพเมืองไชยาในฐานะศูนย์กลางทางศาสนาและวัฒนธรรมได้ชัดเจนกว่าการอ่านข้อมูลสั้น ๆ เพียงอย่างเดียว
ในมุมของการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการเข้าใจสุราษฎร์ธานีมากกว่าภาพจังหวัดท่องเที่ยวทะเล เกาะ และเขื่อน สุราษฎร์ธานีมีชั้นประวัติศาสตร์ลึกซึ้งตั้งแต่เมืองโบราณ แหล่งโบราณคดี พุทธสถาน ศิลปกรรม และชุมชนชายฝั่ง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไชยาจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการอ่านสุราษฎร์ธานีในฐานะพื้นที่วัฒนธรรมเก่าแก่ของคาบสมุทรไทย
ผู้ที่เดินทางเป็นครอบครัวสามารถใช้พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นห้องเรียนประวัติศาสตร์นอกห้องเรียน เด็กและเยาวชนจะได้เห็นของจริง เช่น พระพุทธรูป รูปเคารพ เครื่องถ้วย เครื่องประดับ และงานศิลปะพื้นบ้าน แทนการเรียนจากตัวหนังสือเพียงอย่างเดียว การได้เห็นหลักฐานจริงช่วยให้เข้าใจคำว่า โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ เมืองโบราณ ศรีวิชัย และแหล่งโบราณคดีได้ง่ายขึ้น เหมาะกับการปลูกฝังความรักในมรดกท้องถิ่นและความเข้าใจต่อคุณค่าของสิ่งของที่คนรุ่นก่อนรักษาไว้
สำหรับผู้ที่สนใจพระพุทธศาสนา การชมพิพิธภัณฑ์ควบคู่กับการสักการะวัดพระบรมธาตุไชยาจะทำให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างศรัทธาและหลักฐานทางประวัติศาสตร์อย่างชัดเจน พระบรมธาตุไชยาเป็นปูชนียสถานที่มีความหมายต่อชาวไชยาและชาวสุราษฎร์ธานี ส่วนพิพิธภัณฑ์ทำหน้าที่อธิบายวัตถุและศิลปกรรมที่เกี่ยวข้องกับศาสนาในหลายยุคหลายสมัย เมื่อชมทั้งสองแห่งร่วมกัน ผู้มาเยือนจะเห็นทั้งมิติของความเคารพบูชาและมิติของการศึกษาทางวิชาการในเวลาเดียวกัน
สำหรับผู้ที่ชอบศิลปะ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ให้โอกาสในการสังเกตพัฒนาการของรูปแบบศิลปกรรมอย่างละเอียด ตั้งแต่ลักษณะรูปเคารพในศาสนาพราหมณ์ รูปแบบพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร พระพุทธรูปปางนาคปรก พระพุทธรูปในสมัยต่าง ๆ เครื่องถ้วย เครื่องประดับ ไปจนถึงงานไม้แกะสลักและงานประณีตศิลป์พื้นบ้าน การชมอย่างค่อยเป็นค่อยไปจะทำให้เห็นว่าศิลปกรรมแต่ละยุคมีภาษาของตนเอง ทั้งรูปทรง สัดส่วน วัสดุ เครื่องประดับ และแนวคิดทางศาสนาที่อยู่เบื้องหลัง
พิพิธภัณฑ์ยังมีบทบาทด้านบริการความรู้แก่สาธารณชน มีการบริการทางการศึกษา การนำชมพิพิธภัณฑ์และโบราณสถาน การจัดฉายสื่อ การบรรยายพิเศษ การจัดทำเอกสารเผยแพร่ และการจำหน่ายหนังสือด้านวิชาการ หนังสือนำชม สินค้าพื้นเมือง และของที่ระลึก ผู้ที่ต้องการเรียนรู้เชิงลึกจึงสามารถใช้พิพิธภัณฑ์เป็นจุดเริ่มต้นในการศึกษาประวัติศาสตร์ไชยา ศิลปะศรีวิชัย และแหล่งโบราณคดีรอบอ่าวบ้านดอนได้อย่างจริงจัง
การเดินชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไชยาควรเริ่มจากการทำความเข้าใจภาพรวมของเมืองไชยาและตำแหน่งของพิพิธภัณฑ์ก่อน จากนั้นจึงชมอาคารจัดแสดงหลังแรกเพื่อดูประติมากรรมศิลาและสำริดที่เป็นหลักฐานสำคัญของเมืองไชยาเก่า แล้วจึงต่อไปยังอาคารหลังที่ 2 เพื่อไล่เรียงพัฒนาการตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์จนถึงยุคประวัติศาสตร์ การชมตามลำดับเช่นนี้ช่วยให้ไม่รู้สึกว่าหลักฐานกระจัดกระจาย แต่เห็นเส้นเรื่องของเมืองไชยาอย่างเป็นระบบ
เวลาที่เหมาะสำหรับการเข้าชมอยู่ที่ประมาณ 1–2 ชั่วโมง หากต้องการอ่านป้ายจัดแสดงอย่างละเอียดและเชื่อมโยงกับวัดพระบรมธาตุไชยา ควรเผื่อเวลาครึ่งวันสำหรับพื้นที่นี้ทั้งหมด โดยอาจเริ่มจากพิพิธภัณฑ์ในช่วงเช้า แล้วเดินต่อไปยังวัดพระบรมธาตุไชยา หรือสลับลำดับตามความสะดวก การจัดเวลาให้เพียงพอจะทำให้การเที่ยวไม่เร่งรีบและได้สาระครบถ้วนกว่าการแวะชมเพียงสั้น ๆ
การเดินทาง จากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีใช้ทางหลวงหมายเลข 41 มุ่งหน้าไปทางอำเภอไชยา ระยะทางประมาณ 50 กม. เมื่อถึงบริเวณกิโลเมตรที่ 134 หรือเส้นทางเข้าสู่ตลาดไชยาและพุมเรียง ให้เลี้ยวเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 4011 ผ่านเส้นทางไปยังวัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไชยาอยู่ฝั่งตรงข้ามหรือทางทิศตะวันออกของวัดพระบรมธาตุไชยา การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด ส่วนผู้ที่เดินทางด้วยรถไฟสามารถลงที่สถานีรถไฟไชยาแล้วต่อรถท้องถิ่นไปยังพิพิธภัณฑ์ได้
เมื่อเดินทางมาถึง ควรแต่งกายสุภาพเพราะพื้นที่อยู่ใกล้วัดพระบรมธาตุไชยาและเกี่ยวข้องกับศิลปวัตถุทางศาสนาจำนวนมาก ผู้เข้าชมควรปฏิบัติตามกฎของพิพิธภัณฑ์ ไม่สัมผัสโบราณวัตถุ ไม่ใช้แฟลชในบริเวณที่ห้ามถ่ายภาพ ไม่ส่งเสียงดัง และดูแลเด็กให้อยู่ในพื้นที่ที่เหมาะสม การชมพิพิธภัณฑ์ด้วยความเคารพช่วยรักษาบรรยากาศของการเรียนรู้และช่วยให้โบราณวัตถุคงอยู่สำหรับคนรุ่นต่อไป
เส้นทางท่องเที่ยวใกล้พิพิธภัณฑ์สามารถจัดได้อย่างหลากหลาย จุดที่ควรไปคู่กันที่สุดคือวัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหารซึ่งอยู่ติดกัน จากนั้นสามารถเดินทางต่อไปสวนโมกขพลารามหรือวัดธารน้ำไหล เพื่อเรียนรู้แนวคิดของพุทธทาสภิกขุ และหากต้องการเห็นภาพเมืองไชยาในมิติของชุมชนและชายฝั่ง สามารถต่อไปพุมเรียง แหลมโพธิ์ วัดแก้ว หรือวัดหลงได้ เส้นทางเหล่านี้ช่วยให้ผู้มาเยือนเห็นว่าไชยาเป็นเมืองที่มีทั้งโบราณคดี ศาสนา ชุมชน หัตถกรรม และธรรมชาติชายฝั่งเชื่อมต่อกัน
อาหารท้องถิ่นที่ควรนึกถึงเมื่อมาไชยาคือผัดไทยไชยา ไข่เค็มไชยา อาหารใต้พื้นบ้าน และอาหารทะเลจากพื้นที่ชายฝั่งพุมเรียง การจัดทริปพิพิธภัณฑ์ร่วมกับมื้ออาหารท้องถิ่นทำให้การเที่ยวสมบูรณ์ขึ้น เพราะผู้มาเยือนได้สัมผัสทั้งหลักฐานทางประวัติศาสตร์และรสชาติของพื้นที่จริง ร้านอาหารในอำเภอไชยาหลายแห่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากพิพิธภัณฑ์และวัดพระบรมธาตุไชยา จึงสามารถจัดเป็นเส้นทางเที่ยวครึ่งวันหรือเต็มวันได้สะดวก
ในด้านที่พัก อำเภอไชยามีที่พักขนาดเล็กและรีสอร์ตท้องถิ่นหลายแห่ง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักใกล้แหล่งประวัติศาสตร์ก่อนเดินทางต่อไปชุมพร สุราษฎร์ธานี เขื่อนรัชชประภา หรือท่าเรือไปเกาะต่าง ๆ หากต้องการตัวเลือกที่พักหลากหลายกว่านี้ สามารถเลือกพักในตัวเมืองสุราษฎร์ธานีแล้วเดินทางมาไชยาแบบไปเช้าเย็นกลับได้ แต่สำหรับผู้ที่สนใจเก็บรายละเอียดแหล่งโบราณคดีและชุมชนพุมเรียง การพักค้างในอำเภอไชยาจะทำให้มีเวลามากขึ้น
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไชยาเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่สนใจประวัติศาสตร์ ศิลปะ ศาสนา โบราณคดี ครอบครัว นักเรียน นักศึกษา และผู้ที่ต้องการทำความเข้าใจสุราษฎร์ธานีในมิติที่ลึกกว่าการท่องเที่ยวธรรมชาติ ที่นี่ช่วยตอบคำถามสำคัญว่า ทำไมเมืองไชยาจึงถูกกล่าวถึงบ่อยเมื่อพูดถึงศรีวิชัย ทำไมพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรจึงเป็นหลักฐานสำคัญของภาคใต้ และทำไมวัดพระบรมธาตุไชยากับพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จึงควรอยู่ในเส้นทางเดียวกัน
โดยสรุป พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไชยาเป็นหนึ่งในแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่สำคัญที่สุดของสุราษฎร์ธานี ภายในพื้นที่ไม่ใหญ่เกินไป แต่เนื้อหาลึกและเชื่อมโยงกับเมืองไชยาอย่างแนบแน่น ผู้มาเยือนจะได้เห็นทั้งประติมากรรมศิลาและสำริด เทวรูปพระนารายณ์ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร หลักฐานสมัยทวาราวดี ศรีวิชัย ลพบุรี สุโขทัย อยุธยา งานประณีตศิลป์พื้นบ้าน และเรื่องราวของวัดพระบรมธาตุไชยาในมิติทางประวัติศาสตร์ หากต้องการเข้าใจรากวัฒนธรรมของสุราษฎร์ธานีและภาคใต้ตอนบนอย่างแท้จริง ที่นี่คือสถานที่ที่ควรแวะชมอย่างตั้งใจ
| ชื่อสถานที่ | พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไชยา |
| ประเภท | พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ประเภทประวัติศาสตร์ศิลปะและโบราณคดี |
| ที่ตั้ง | พื้นที่ทางทิศตะวันออกของวัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร ตำบลเวียง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี |
| ที่อยู่ | 155 ถนนรักษ์นรกิจ อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประเทศไทย |
| พิกัด | 9.3847, 99.1851 |
| ไฮไลต์ | ประติมากรรมศิลาและสำริด เทวรูปพระนารายณ์ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร พระพุทธรูปปางนาคปรก หลักฐานศรีวิชัย และงานประณีตศิลป์พื้นบ้าน |
| ประวัติ / ความเป็นมา | เริ่มจากการรวบรวมศิลปวัตถุในอำเภอไชยาโดยพระครูโสภณเจตสิการาม และกรมศิลปากรรับไว้เป็นสาขาพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเมื่อ พ.ศ. 2478 เปิดอย่างเป็นทางการในรูปแบบที่ปรับปรุงใหม่เมื่อวันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2525 |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | อาคารจัดแสดงหลังที่ 1 จัดแสดงประติมากรรมศิลาและสำริดจากเมืองไชยาเก่าและนิทรรศการหมุนเวียน อาคารจัดแสดงหลังที่ 2 จัดแสดงหลักฐานก่อนประวัติศาสตร์ถึงสมัยทวาราวดี ศรีวิชัย ลพบุรี สุโขทัย อยุธยา รัตนโกสินทร์ งานประณีตศิลป์พื้นบ้าน และเครื่องอัฐบริขารสำคัญ |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีใช้ทางหลวงหมายเลข 41 ไปทางอำเภอไชยา ระยะทางประมาณ 50 กม. จากนั้นเลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลข 4011 ไปยังวัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร พิพิธภัณฑ์อยู่ฝั่งตรงข้ามวัด |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าชมในฐานะพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สังกัดกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม |
| วันเปิดทำการ | วันพุธ – วันอาทิตย์ |
| วันปิดทำการ | วันจันทร์ วันอังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ |
| เวลาเปิดทำการ | 09.00 – 16.00 น. |
| ค่าเข้าชม | ชาวไทย 20 บาท ชาวต่างประเทศ 100 บาท |
| ผู้ดูแล / หน่วยงานรับผิดชอบ | กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 077 431 066 |
| อีเมล | nm_chaiya@finearts.go.th |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | บริการทางการศึกษา การนำชมพิพิธภัณฑ์และโบราณสถาน สื่อเผยแพร่ หนังสือนำชม สินค้าพื้นเมือง และของที่ระลึก |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร ประมาณ 0 กม. โทร. 077-431-090, 077-431-402, 086-591-0979 2. สวนโมกขพลาราม ประมาณ 6 กม. 3. วัดแก้ว อำเภอไชยา ประมาณ 3 กม. 4. วัดหลง อำเภอไชยา ประมาณ 4 กม. 5. พุมเรียงและแหลมโพธิ์ ประมาณ 12 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. Cowboy Country Chaiya Suratthani ประมาณ 1 กม. โทร. 077-431-228, 081-538-0512, 087-898-1717 2. บ้านผักหวาน Cafe & Restaurant ประมาณ 3 กม. โทร. 063-242-6595, 077-431-500 3. เสบียงไชยา ประมาณ 3 กม. โทร. 093-357-3653, 085-790-2056 4. เรือนไชยา ประมาณ 4 กม. โทร. 081-821-9022 5. น้ำผัดไทยไชยา สูตร 100 ปี แม่บุญเสริม ประมาณ 5 กม. โทร. 089-592-8831 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. ชมจันทร์รีสอร์ท ไชยา ประมาณ 2 กม. โทร. 091-592-8494 2. เจพี เพลส ประมาณ 3 กม. โทร. 096-296-4246 3. ธรรมชาติรีสอร์ท ประมาณ 3 กม. โทร. 081-797-7219 4. ภูผารีสอร์ท ไชยา ประมาณ 6 กม. โทร. 085-785-0671 5. ดอนรักรีสอร์ทไชยา ประมาณ 8 กม. โทร. 099-456-6326 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไชยาอยู่ที่ไหน?
ตอบ: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไชยาตั้งอยู่ที่ 155 ถนนรักษ์นรกิจ อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในพื้นที่ทางทิศตะวันออกของวัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร
ถาม: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไชยาเปิดวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมวันพุธถึงวันอาทิตย์ เวลา 09.00 – 16.00 น. ปิดวันจันทร์ วันอังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์
ถาม: ค่าเข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไชยาเท่าไร?
ตอบ: ค่าเข้าชมชาวไทย 20 บาท และชาวต่างประเทศ 100 บาท
ถาม: ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไชยามีอะไรให้ชม?
ตอบ: มีอาคารจัดแสดง 2 หลัง จัดแสดงประติมากรรมศิลาและสำริด เทวรูปพระนารายณ์ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร พระพุทธรูปปางนาคปรก หลักฐานตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ถึงสมัยทวาราวดี ศรีวิชัย ลพบุรี สุโขทัย อยุธยา และงานประณีตศิลป์พื้นบ้าน
ถาม: ทำไมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไชยาจึงสำคัญต่อประวัติศาสตร์สุราษฎร์ธานี?
ตอบ: เพราะพิพิธภัณฑ์รวบรวมหลักฐานสำคัญของเมืองไชยาเก่า ซึ่งเกี่ยวข้องกับศิลปะศรีวิชัย พุทธศาสนามหายาน ศาสนาพราหมณ์ แหล่งโบราณคดีรอบอ่าวบ้านดอน และพัฒนาการทางวัฒนธรรมของภาคใต้ตอนบน
ถาม: ควรเที่ยวพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไชยาคู่กับสถานที่ใด?
ตอบ: ควรเที่ยวคู่กับวัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหารซึ่งอยู่ติดกัน และสามารถเดินทางต่อไปสวนโมกขพลาราม วัดแก้ว วัดหลง พุมเรียง และแหลมโพธิ์ได้
ถาม: เดินทางจากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีไปพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไชยาอย่างไร?
ตอบ: ใช้ทางหลวงหมายเลข 41 มุ่งหน้าไปอำเภอไชยา ระยะทางประมาณ 50 กม. จากนั้นเลี้ยวเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 4011 ไปยังวัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร พิพิธภัณฑ์อยู่ฝั่งตรงข้ามวัด
โทร : 077431066
แฟกซ์ : 077431066
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●พิพิธภัณฑ์
ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว




