หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา >อ.นาทวี >ต.คลองกวาง > อุโมงค์ประวัติศาสตร์เขาน้ำค้าง
TL;DR: อุโมงค์ประวัติศาสตร์เขาน้ำค้าง อยู่ที่หมู่ที่ 1 ตำบลคลองกวาง อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา เปิดทุกวัน เวลา 07.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ อุโมงค์แบ่งเป็น 3 ช่องทาง ลึก 3 ชั้น มีบันไดเชื่อมระหว่างชั้น มีช่องทางเข้าออก 16 ช่องทาง และสามารถบรรจุคนได้ประมาณ 200 คน.
อุโมงค์ประวัติศาสตร์เขาน้ำค้าง

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 07.00 – 17.00 น.
อุโมงค์ประวัติศาสตร์เขาน้ำค้าง จังหวัดสงขลา เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่สำคัญมากแห่งหนึ่งของภาคใต้ ตั้งอยู่บริเวณเขาน้ำค้าง หมู่ที่ 1 ตำบลคลองกวาง อำเภอนาทวี ภายในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้าง ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 4 กม. สถานที่แห่งนี้รู้จักกันในอีกชื่อว่า “หมู่บ้านปิยมิตร 5” เพราะในอดีตเคยเป็นฐานที่มั่นและพื้นที่อยู่อาศัยของกลุ่มคอมมิวนิสต์ที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ชายแดนไทย–มาเลเซีย ก่อนที่สถานการณ์การสู้รบจะยุติลง และผู้ที่เกี่ยวข้องได้เข้าร่วมเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยเมื่อปี พ.ศ. 2530 ปัจจุบันอุโมงค์ได้รับการอนุรักษ์และพัฒนาเป็นสถานที่เรียนรู้ประวัติศาสตร์ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมทุกวัน
จุดเด่นที่สุดของอุโมงค์ประวัติศาสตร์เขาน้ำค้างคือการเป็นอุโมงค์ดินเหนียวขนาดใหญ่และยาวที่สุดในประเทศไทย สร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2515 โดยใช้แรงงานคนขุด ใช้เวลาประมาณ 2 ปีจึงแล้วเสร็จ ภายในมีความยาวคดเคี้ยวขึ้นลงประมาณ 1,000 เมตร แบ่งเป็น 3 ช่องทาง มีความลึก 3 ชั้น มีบันไดเชื่อมระหว่างชั้น และมีช่องทางเข้าออกหลายช่อง โดยข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวระบุว่ามีช่องทางเข้าออก 16 ช่องทาง สามารถรองรับคนได้ประมาณ 200 คน โครงสร้างเหล่านี้สะท้อนทั้งความสามารถในการปรับตัวของมนุษย์ในพื้นที่ป่าเขา ความรู้ด้านภูมิประเทศ และการจัดระบบพื้นที่ใต้ดินเพื่อใช้เป็นฐานปฏิบัติการในช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งทางการเมืองและความมั่นคง
อุโมงค์แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงโพรงดินหรือทางเดินใต้ภูเขา แต่เป็นระบบพื้นที่อยู่อาศัยและปฏิบัติการที่ออกแบบอย่างเป็นสัดส่วน ภายในแบ่งเป็นห้องต่าง ๆ เช่น ห้องประชุม ห้องธุรการ ห้องวิทยุ ห้องพยาบาล ห้องครัว ห้องผู้นำ ห้องวิวาห์ ห้องสุขา สนามซ้อมยิงปืน และสนามหัดขี่จักรยานยนต์ การจัดแบ่งพื้นที่เช่นนี้ทำให้ผู้มาเยือนมองเห็นภาพชีวิตของผู้คนในอดีตได้ชัดเจนขึ้น ว่าการอยู่ในป่าเขาไม่ได้หมายถึงการหลบซ่อนอย่างไร้ระบบ แต่มีการวางโครงสร้างการทำงาน การสื่อสาร การรักษาพยาบาล การประกอบอาหาร การฝึกกำลัง และการดำรงชีวิตร่วมกันภายใต้ข้อจำกัดของพื้นที่และสถานการณ์
เขาน้ำค้างในอดีตเป็นพื้นที่ป่าทึบ เทือกเขาสลับซับซ้อน และอยู่ใกล้แนวชายแดนไทย–มาเลเซีย ทำให้มีความเหมาะสมในเชิงภูมิประเทศสำหรับการตั้งฐานปฏิบัติการ ลักษณะภูเขาและป่าดิบชื้นช่วยพรางตัวและทำให้การเข้าถึงพื้นที่ทำได้ยาก ขณะเดียวกันพื้นที่นี้ยังเป็นแหล่งต้นน้ำและมีระบบนิเวศอุดมสมบูรณ์ เมื่อเข้าไปเยือนอุโมงค์ นักท่องเที่ยวจึงไม่ได้เรียนรู้เฉพาะเรื่องการสู้รบ แต่ยังได้เห็นว่าธรรมชาติ ภูเขา ป่า และเส้นทางคมนาคมมีบทบาทอย่างไรต่อประวัติศาสตร์ของพื้นที่ชายแดนภาคใต้
ชื่อ “เขาน้ำค้าง” มาจากลักษณะเฉพาะของยอดเขาที่มีอากาศเย็นและชื้น ในอดีตผู้ที่ขึ้นไปบนยอดเขามักพบหยดน้ำค้างเกาะอยู่ตามยอดหญ้าเป็นเกล็ดคล้ายใยแมงมุม แม้ในบางช่วงเวลากลางวันก็ยังพบความชื้นและน้ำค้างประปราย ลักษณะนี้ทำให้พื้นที่ได้รับการเรียกขานว่าเขาน้ำค้าง และกลายเป็นชื่ออุทยานแห่งชาติที่ครอบคลุมพื้นที่อำเภอนาทวีและอำเภอสะเดา ความหมายของชื่อจึงผูกกับธรรมชาติของพื้นที่โดยตรง และช่วยให้ภาพของสถานที่มีมิติทั้งด้านประวัติศาสตร์และภูมิประเทศ
ในทางประวัติศาสตร์ อุโมงค์ประวัติศาสตร์เขาน้ำค้างเชื่อมโยงกับช่วงเวลาที่พื้นที่ชายแดนภาคใต้เผชิญความไม่สงบยาวนานหลายทศวรรษ พื้นที่นี้เคยเป็นเขตหวงห้ามและเป็นฐานที่มั่นสำคัญของกลุ่มคอมมิวนิสต์ในภูมิประเทศป่าเขา หลังจากการสู้รบกับฝ่ายรัฐยาวนานเกือบ 40 ปี กลุ่มคอมมิวนิสต์ได้ประกาศยุติการสู้รบในปี พ.ศ. 2530 และเข้าสู่สถานะผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้อุโมงค์ที่เคยมีบทบาทด้านการสู้รบและการหลบซ่อนเปลี่ยนสถานะเป็นพื้นที่เรียนรู้ประวัติศาสตร์ สันติภาพ และความเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยชายแดนใต้
เส้นทางภายในอุโมงค์ให้ประสบการณ์ที่แตกต่างจากการเที่ยวพิพิธภัณฑ์ทั่วไป เพราะผู้มาเยือนต้องเดินผ่านทางเดินใต้ดินที่คดเคี้ยวขึ้นลง สัมผัสผนังดินและหินที่ยังคงบรรยากาศของอุโมงค์จริง เห็นห้องต่าง ๆ ที่เคยใช้ในชีวิตประจำวัน และค่อย ๆ เข้าใจว่าการอาศัยอยู่ในพื้นที่เช่นนี้ต้องอาศัยความอดทนมากเพียงใด อุโมงค์จึงเป็นห้องเรียนประวัติศาสตร์ที่ใช้สถานที่จริงเป็นตัวเล่าเรื่อง ไม่ใช่เพียงการอ่านคำอธิบายบนป้ายหรือชมภาพถ่ายอย่างเดียว
บริเวณด้านหน้าก่อนเข้าสู่อุโมงค์มีพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการ ภาพถ่าย และข้อมูลประวัติความเป็นมา เพื่อให้ผู้มาเยือนได้ทำความเข้าใจพื้นฐานก่อนเดินเข้าไปภายใน การมีส่วนจัดแสดงก่อนเข้าชมมีความสำคัญมาก เพราะช่วยให้การเดินในอุโมงค์มีความหมายมากขึ้น นักท่องเที่ยวจะเข้าใจว่าทางเดิน ห้องต่าง ๆ เครื่องมือ และสภาพแวดล้อมภายในอุโมงค์สัมพันธ์กับชีวิตจริงของคนในยุคนั้นอย่างไร การเริ่มต้นจากนิทรรศการจึงทำให้การเที่ยวไม่ได้เป็นเพียงความตื่นเต้นจากการมุดอุโมงค์ แต่กลายเป็นการอ่านประวัติศาสตร์อย่างเป็นระบบ
โครงสร้าง 3 ชั้นของอุโมงค์เป็นสิ่งที่ทำให้สถานที่แห่งนี้โดดเด่น ภายในมีบันไดเชื่อมระหว่างระดับ ทำให้เกิดระบบเส้นทางที่ซับซ้อนและยืดหยุ่นต่อการใช้งาน ช่องทางเข้าออกหลายจุดช่วยให้เคลื่อนย้ายคนและสิ่งของได้สะดวกขึ้นในอดีต และยังสะท้อนแนวคิดด้านความปลอดภัย การหลบหลีก และการกระจายพื้นที่ใช้สอยในฐานปฏิบัติการใต้ดิน เมื่อเดินชมจริง ผู้มาเยือนจะเห็นว่าความยาว 1,000 เมตรไม่ได้เป็นเพียงตัวเลข แต่คือประสบการณ์ของพื้นที่ที่ต้องใช้แรงคนจำนวนมากและเวลานานในการสร้าง
ห้องประชุมภายในอุโมงค์สะท้อนบทบาทของสถานที่ในฐานะศูนย์วางแผนและตัดสินใจ ส่วนห้องวิทยุแสดงให้เห็นความสำคัญของการสื่อสารในพื้นที่ภูเขา ห้องพยาบาลบอกเล่าเรื่องการดูแลผู้บาดเจ็บและผู้ป่วยในสภาพแวดล้อมที่จำกัด ห้องครัวและห้องสุขาสะท้อนการจัดการชีวิตประจำวัน สนามซ้อมยิงปืนและพื้นที่ฝึกต่าง ๆ แสดงบทบาทของอุโมงค์ในฐานะฐานปฏิบัติการเต็มรูปแบบ รายละเอียดเหล่านี้ทำให้อุโมงค์ประวัติศาสตร์เขาน้ำค้างเป็นสถานที่ที่มีเนื้อหามากกว่าการเป็นทางเดินใต้ดินธรรมดา
สิ่งที่ควรสังเกตเมื่อเข้าชมคือความสัมพันธ์ระหว่างอุโมงค์กับสภาพป่ารอบด้าน ถนนเข้าสู่อุโมงค์เป็นถนนราดยาง เดินทางได้สะดวก แต่สองข้างทางยังเห็นบรรยากาศป่าเขาที่เป็นเอกลักษณ์ของอุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้าง ความแตกต่างระหว่างความสะดวกในปัจจุบันกับความทุรกันดารในอดีตทำให้ผู้มาเยือนเข้าใจการเปลี่ยนผ่านของพื้นที่ได้ชัดเจนขึ้น จากพื้นที่ที่เคยเข้าถึงยากและเต็มไปด้วยความเสี่ยง กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่สามารถเดินทางมาเรียนรู้ได้ด้วยรถยนต์
อุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้างซึ่งเป็นที่ตั้งของอุโมงค์มีพื้นที่ครอบคลุมอำเภอนาทวีและอำเภอสะเดา มีป่าดิบชื้น เทือกเขาสลับซับซ้อน แหล่งต้นน้ำ และน้ำตกหลายแห่ง พื้นที่อุทยานจึงช่วยเสริมคุณค่าให้อุโมงค์ เพราะนักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ควบคู่กับธรรมชาติได้ในเส้นทางเดียว จุดเที่ยวที่สัมพันธ์กัน ได้แก่ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้าง น้ำตกวังหลวงพรหม น้ำตกโตนลาด น้ำตกพรุชิง และเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของป่าภาคใต้ตอนล่าง
น้ำตกวังหลวงพรหมและน้ำตกโตนลาดเป็นจุดเที่ยวธรรมชาติที่ช่วยเติมเต็มการเดินทางมายังเขาน้ำค้าง น้ำตกวังหลวงพรหมเป็นน้ำตกขนาดเล็กใกล้ที่ทำการอุทยาน ส่วนเส้นทางไปน้ำตกโตนลาดต้องเดินเลียบลำห้วยผ่านป่าดงดิบชุ่มชื้น ก่อนถึงบริเวณน้ำตกที่มีลักษณะเป็นพื้นลาดยาว มีน้ำไหลผ่านแผ่นหินและมีพืชที่ชอบความชื้นขึ้นปกคลุม การจัดเส้นทางอุโมงค์ร่วมกับน้ำตกจึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการทั้งเนื้อหาประวัติศาสตร์และบรรยากาศธรรมชาติในวันเดียว
สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจประวัติศาสตร์การเมืองและสังคม อุโมงค์ประวัติศาสตร์เขาน้ำค้างเป็นสถานที่ที่ควรชมด้วยความเข้าใจและความเคารพ เพราะเรื่องราวของพื้นที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง ความสูญเสีย การต่อสู้ การปรับตัว และการเปลี่ยนผ่านสู่สันติภาพ การเล่าเรื่องสถานที่นี้จึงไม่ควรมองเพียงด้านใดด้านหนึ่ง แต่ควรมองในฐานะหลักฐานของยุคสมัยที่มีความซับซ้อน และเป็นตัวอย่างของพื้นที่ที่เปลี่ยนจากฐานความขัดแย้งมาเป็นแหล่งเรียนรู้ร่วมกันของสังคม
สำหรับครอบครัวและกลุ่มนักเรียน อุโมงค์แห่งนี้เหมาะกับการทัศนศึกษา เพราะมีทั้งเรื่องประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ธรรมชาติ การเอาตัวรอด และการเปลี่ยนแปลงของชุมชน ผู้ปกครองหรือครูสามารถใช้สถานที่นี้เป็นสื่อการเรียนรู้เรื่องความขัดแย้งในอดีตโดยไม่เน้นความรุนแรง แต่เน้นการเข้าใจบริบท การอยู่ร่วมกัน และคุณค่าของสันติภาพ เมื่อเด็กและเยาวชนได้เห็นสถานที่จริง จะเข้าใจประวัติศาสตร์ได้ลึกกว่าการอ่านจากหนังสือเพียงอย่างเดียว
ผู้ที่ชอบถ่ายภาพจะพบว่าบรรยากาศของอุโมงค์มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งทางเข้าที่มีป้ายอุโมงค์ ทางเดินใต้ดินที่มีแสงไฟ ผนังดินและหิน บันไดเชื่อมระดับ และพื้นที่จัดแสดงด้านหน้า อย่างไรก็ตาม การถ่ายภาพควรทำด้วยความระมัดระวัง ไม่กีดขวางทางเดิน ไม่ปีนป่าย ไม่สัมผัสสิ่งจัดแสดงโดยไม่จำเป็น และไม่ใช้แฟลชหรืออุปกรณ์ที่รบกวนผู้เข้าชมคนอื่นในพื้นที่แคบ การถ่ายภาพที่ดีควรรักษาทั้งความปลอดภัยและบรรยากาศของสถานที่
การเข้าชมอุโมงค์ควรเตรียมตัวให้เหมาะสม เพราะภายในเป็นทางเดินใต้ดิน มีช่วงขึ้นลงและพื้นที่บางส่วนค่อนข้างแคบ ควรสวมรองเท้าที่กระชับ เดินสะดวก และไม่ลื่น ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีปัญหาเข่า ผู้ที่กลัวพื้นที่แคบ หรือผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับระบบหายใจควรพิจารณาสภาพร่างกายก่อนเข้าไปในอุโมงค์ หากเดินทางเป็นกลุ่มควรเดินตามเส้นทาง ไม่แยกออกนอกแนวที่กำหนด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่หรือผู้ดูแลพื้นที่
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเที่ยวคือช่วงเช้าถึงบ่ายต้น ๆ เพราะมีเวลาเพียงพอสำหรับการเดินชมอุโมงค์ พักรับประทานอาหาร และเที่ยวต่อภายในอุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้าง หากต้องการแวะน้ำตกหรือเดินเส้นทางธรรมชาติ ควรวางแผนให้ถึงพื้นที่ก่อนบ่ายมากเกินไป เนื่องจากเป็นพื้นที่ป่าเขาและควรเผื่อเวลาเดินทางกลับก่อนค่ำ ช่วงฤดูฝนอาจมีความชื้นสูงและเส้นทางบางช่วงเปียกลื่น จึงควรเตรียมรองเท้าและอุปกรณ์ให้เหมาะกับสภาพอากาศ
การเดินทาง ไปอุโมงค์ประวัติศาสตร์เขาน้ำค้างสามารถเดินทางได้ 2 เส้นทางหลัก เส้นทางแรกเริ่มจากตัวเมืองสงขลา ใช้เส้นทางสงขลา–นาทวี ผ่านอำเภอจะนะเข้าสู่อำเภอนาทวี จากนั้นเดินทางต่อผ่านบ้านสะท้อนและบ้านนาปรังไปยังที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้าง แล้วเข้าสู่พื้นที่อุโมงค์ซึ่งอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานประมาณ 4 กม. เส้นทางนี้เหมาะกับผู้ที่เริ่มต้นจากตัวเมืองสงขลา จะนะ หรือพื้นที่ฝั่งตะวันออกของจังหวัด
เส้นทางที่สองเริ่มจากอำเภอหาดใหญ่หรืออำเภอสะเดา ใช้เส้นทางไปทางสะเดา ผ่านบ้านม่วง บ้านเกาะหมี และตำบลสำนักแต้วเข้าสู่พื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้าง เส้นทางนี้เหมาะกับผู้ที่เดินทางจากหาดใหญ่ ด่านสะเดา หรือพื้นที่ชายแดนฝั่งสะเดา ระยะทางโดยรวมใกล้เคียงกับเส้นทางจากสงขลา แต่บางช่วงเป็นทางขึ้นเขา จึงควรขับด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะในช่วงฝนตกหรือถนนเปียก
การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด เพราะสถานที่อยู่ในเขตอุทยานและจุดท่องเที่ยวใกล้เคียงกระจายตัวตามเส้นทางป่าเขา ผู้ที่ไม่มีรถส่วนตัวควรตั้งต้นจากอำเภอนาทวีหรืออำเภอสะเดา แล้วสอบถามรถรับจ้างท้องถิ่นก่อนเดินทาง การวางแผนล่วงหน้าจะช่วยให้เที่ยวได้ครบทั้งอุโมงค์ ที่ทำการอุทยาน จุดชมน้ำตก และร้านอาหารในตัวอำเภอนาทวีโดยไม่เร่งรีบ
หากจัดเป็นเส้นทางครึ่งวัน นักท่องเที่ยวสามารถเริ่มจากอุโมงค์ประวัติศาสตร์เขาน้ำค้าง ชมนิทรรศการ เดินภายในอุโมงค์ แล้วแวะพักบริเวณร้านอาหารหรือจุดบริการในพื้นที่ หากจัดเป็นเส้นทางเต็มวัน สามารถเพิ่มที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้าง น้ำตกวังหลวงพรหม น้ำตกโตนลาด หรือเดินทางกลับผ่านตัวอำเภอนาทวีเพื่อแวะร้านอาหารและที่พักในเมือง เส้นทางเต็มวันเหมาะกับผู้ที่ต้องการเที่ยวแบบไม่เร่งและเข้าใจบริบทของพื้นที่มากขึ้น
ข้อควรปฏิบัติในการเข้าชมคือไม่ขีดเขียนผนัง ไม่แกะหรือทำลายดินและหินภายในอุโมงค์ ไม่ทิ้งขยะ ไม่ส่งเสียงดังในพื้นที่แคบ ไม่ออกนอกเส้นทางที่กำหนด และไม่หยิบจับสิ่งของจัดแสดงโดยไม่ได้รับอนุญาต เพราะอุโมงค์แห่งนี้เป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยว แหล่งเรียนรู้ และหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่มีคุณค่าต่อจังหวัดสงขลา การรักษาสถานที่ให้คงสภาพดีจะช่วยให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้เรื่องราวนี้ต่อไป
อุโมงค์ประวัติศาสตร์เขาน้ำค้างจึงเป็นสถานที่ที่รวมเรื่องราวหลายมิติไว้ในพื้นที่เดียว ทั้งประวัติศาสตร์การเมืองชายแดนใต้ วิถีชีวิตในฐานปฏิบัติการใต้ดิน ความสามารถในการขุดอุโมงค์ด้วยแรงงานคน ภูมิประเทศป่าเขา ระบบนิเวศของอุทยานแห่งชาติ และบทเรียนเรื่องการเปลี่ยนผ่านจากความขัดแย้งสู่การอยู่ร่วมกันในสังคมปัจจุบัน ผู้ที่มาเยือนจะไม่ได้เห็นเพียงอุโมงค์ขนาดใหญ่ แต่จะได้เข้าใจว่าพื้นที่หนึ่งสามารถบันทึกทั้งความยากลำบาก ความทรงจำ และการเรียนรู้ของผู้คนในอดีตไว้อย่างลึกซึ้งเพียงใด
| ชื่อสถานที่ | อุโมงค์ประวัติศาสตร์เขาน้ำค้าง หรือหมู่บ้านปิยมิตร 5 |
| ที่ตั้ง | หมู่ที่ 1 ตำบลคลองกวาง อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา |
| ที่อยู่ | ตำบลคลองกวาง อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา 90160 ภายในอุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้าง |
| พิกัด | 6.5647433, 100.5832956 |
| ไฮไลต์ | อุโมงค์ดินเหนียวขนาดใหญ่และยาวที่สุดในประเทศไทย ความยาวประมาณ 1,000 เมตร ลึก 3 ชั้น มีช่องทางเข้าออกหลายช่อง และเคยเป็นฐานปฏิบัติการสำคัญในพื้นที่ชายแดนไทย–มาเลเซีย |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | สร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2515 โดยใช้แรงงานคนขุด ใช้เวลาประมาณ 2 ปี ต่อมาหลังการยุติการสู้รบในปี พ.ศ. 2530 ได้รับการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อเขาน้ำค้างสัมพันธ์กับสภาพยอดเขาที่มีอากาศเย็นชื้นและมีน้ำค้างเกาะตามยอดหญ้า ส่วนชื่อหมู่บ้านปิยมิตร 5 สัมพันธ์กับชุมชนผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยหลังการยุติการสู้รบ |
| ลักษณะเด่น | อุโมงค์แบ่งเป็น 3 ช่องทาง ลึก 3 ชั้น มีบันไดเชื่อมระหว่างชั้น มีช่องทางเข้าออก 16 ช่องทาง และสามารถบรรจุคนได้ประมาณ 200 คน |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | พื้นที่นิทรรศการด้านหน้า, ทางเดินอุโมงค์, ห้องประชุม, ห้องธุรการ, ห้องวิทยุ, ห้องพยาบาล, ห้องครัว, ห้องผู้นำ, ห้องวิวาห์, ห้องสุขา, สนามซ้อมยิงปืน, สนามหัดขี่จักรยานยนต์ และพื้นที่ร้านอาหาร |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองสงขลาใช้เส้นทางสงขลา–นาทวี ผ่านอำเภอจะนะและอำเภอนาทวี แล้วต่อไปยังอุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้าง หรือจากหาดใหญ่/สะเดาใช้เส้นทางผ่านบ้านม่วง บ้านเกาะหมี และตำบลสำนักแต้วเข้าสู่พื้นที่อุทยาน |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และแหล่งเรียนรู้ภายในอุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้าง |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 07.00 – 17.00 น. |
| ค่าเข้าชม | ชาวไทย 40 บาท / ชาวต่างชาติ 150 บาท |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ถนนราดยางเข้าสู่พื้นที่, นิทรรศการ, ร้านอาหาร, จุดบริการนักท่องเที่ยว, บ้านพักอุทยาน, พื้นที่กางเต็นท์ และแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติใกล้เคียง |
| ผู้ดูแล / หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง | อุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้าง และพื้นที่ท่องเที่ยวอุโมงค์ประวัติศาสตร์เขาน้ำค้าง |
| เบอร์ติดต่อหลัก | โทร. 0-7453-1840-1 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้าง 4 กม. 2. น้ำตกวังหลวงพรหม 4 กม. 3. น้ำตกโตนลาด 7 กม. 4. น้ำตกพรุชิง 8 กม. 5. เส้นทางศึกษาธรรมชาติอุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้าง 4 กม. 6. ตลาดอำเภอนาทวี 31 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านอาหารบริเวณอุโมงค์ประวัติศาสตร์เขาน้ำค้าง 0 กม. 2. หนานหยวน นาทวี 31 กม. โทร. 074-371-753 3. แซ่บหน้าค่าย 31 กม. โทร. 094-314-1145 4. ร้านข้าวมันไก่นาทวี 31 กม. โทร. 074-371-341, 093-242-3224 5. โรงครัวนาทวี ข้าวแกงพอเพียง 32 กม. โทร. 088-784-8251 6. ร้านพันดาว อาหารตามสั่ง สาขา 1 33 กม. โทร. 093-603-1970 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. บ้านพักและพื้นที่กางเต็นท์อุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้าง 4 กม. โทร. 0-7453-1840-1 2. Kampai Resort & Restaurant Natawee 31 กม. โทร. 074-373-074 3. Sampor Resort Nathawee 31 กม. โทร. 098-016-1072 4. โรงแรมดินทองรีสอร์ท 32 กม. โทร. 081-608-0610 5. มีเสน่ห์รีสอร์ท นาทวี 32 กม. โทร. 086-960-3474 6. ลองแลรีสอร์ท 36 กม. โทร. 074-371-133 7. ชมวิว รีสอร์ท 36 กม. โทร. 081-678-6644 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: อุโมงค์ประวัติศาสตร์เขาน้ำค้างอยู่ที่ไหน?
ตอบ: อุโมงค์ประวัติศาสตร์เขาน้ำค้างตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลคลองกวาง อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา ภายในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้าง ห่างจากที่ทำการอุทยานประมาณ 4 กม.
ถาม: อุโมงค์ประวัติศาสตร์เขาน้ำค้างสำคัญอย่างไร?
ตอบ: สถานที่แห่งนี้เป็นอุโมงค์ดินเหนียวขนาดใหญ่และยาวที่สุดในประเทศไทย เคยเป็นฐานปฏิบัติการของกลุ่มคอมมิวนิสต์ในอดีต และปัจจุบันเป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชายแดนใต้
ถาม: อุโมงค์ประวัติศาสตร์เขาน้ำค้างเปิดเวลาใด?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 07.00 – 17.00 น.
ถาม: ค่าเข้าชมอุโมงค์ประวัติศาสตร์เขาน้ำค้างเท่าไร?
ตอบ: ค่าเข้าชมชาวไทย 40 บาท และชาวต่างชาติ 150 บาท
ถาม: ภายในอุโมงค์มีอะไรให้ชมบ้าง?
ตอบ: ภายในมีทางเดินอุโมงค์ 3 ชั้น ห้องประชุม ห้องธุรการ ห้องวิทยุ ห้องพยาบาล ห้องครัว ห้องผู้นำ ห้องวิวาห์ ห้องสุขา สนามซ้อมยิงปืน สนามหัดขี่จักรยานยนต์ และนิทรรศการด้านหน้า
ถาม: อุโมงค์ประวัติศาสตร์เขาน้ำค้างเหมาะกับใคร?
ตอบ: เหมาะกับผู้สนใจประวัติศาสตร์ การเมืองชายแดนใต้ ธรรมชาติ อุทยานแห่งชาติ การทัศนศึกษา และการเที่ยวแบบเรียนรู้มากกว่าการแวะถ่ายภาพอย่างเดียว
ถาม: ควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนเข้าชมอุโมงค์?
ตอบ: ควรสวมรองเท้าที่เดินสะดวก ระวังทางขึ้นลงภายในอุโมงค์ เดินตามเส้นทางที่กำหนด ไม่แยกกลุ่ม และหลีกเลี่ยงการปีนป่ายหรือสัมผัสผนังและสิ่งจัดแสดงโดยไม่จำเป็น
ถาม: ควรเที่ยวอุโมงค์ประวัติศาสตร์เขาน้ำค้างร่วมกับสถานที่ใด?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้าง น้ำตกวังหลวงพรหม น้ำตกโตนลาด น้ำตกพรุชิง เส้นทางศึกษาธรรมชาติ และตัวอำเภอนาทวี
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




