หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสตูล >อ.เมืองสตูล >ต.คลองขุด > การแข่งขันว่าวประเพณี
TL;DR: การแข่งขันว่าวประเพณี. การเดินทางสะดวก จากตัวเมืองสตูลเดินทางไปยังตำบลคลองขุดและสนามบินกองทัพอากาศสตูล ใช้เส้นทางในเขตอำเภอเมืองสตูล.
การแข่งขันว่าวประเพณี

ช่วงเวลาจัดงาน: เดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี โดยปี 2569 จัดระหว่างวันที่ 12–15 กุมภาพันธ์ 2569
สถานที่จัดงาน: สนามบินกองทัพอากาศสตูล ตำบลคลองขุด อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล
การแข่งขันว่าวประเพณี สตูล เป็นงานวัฒนธรรมสำคัญของจังหวัดสตูลที่เติบโตจากการละเล่นพื้นบ้านสู่มหกรรมว่าวระดับนานาชาติ งานนี้มีเอกลักษณ์เด่นอยู่ที่ “ว่าวควาย” ซึ่งเป็นว่าวพื้นเมืองที่ชาวสตูลใช้เป็นสัญลักษณ์ของภูมิปัญญาท้องถิ่น ความผูกพันกับวิถีเกษตร และความสามารถด้านงานช่างของคนในพื้นที่ จุดเริ่มต้นของการแข่งขันเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2519 โดยคณะครูอาจารย์โรงเรียนสตูลวิทยาและชาวบ้านตำบลคลองขุด อำเภอเมืองสตูล ร่วมกันริเริ่มจัดการแข่งขันในช่วงที่ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือหรือลมว่าวพัดเหมาะแก่การเล่นว่าวบริเวณย่านสนามบินและพื้นที่ภาคใต้
การแข่งขันว่าวประเพณีของสตูลมีความสำคัญมากกว่างานรื่นเริงประจำปี เพราะเป็นเวทีที่รวมศิลปะการทำว่าว การเล่นว่าว ภูมิปัญญาการอ่านลม ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับฤดูกาล และการถ่ายทอดความรู้จากช่างรุ่นเก่าสู่เยาวชนรุ่นใหม่ ว่าวหนึ่งตัวไม่ได้เกิดจากการตัดไม้ไผ่แล้วติดกระดาษอย่างง่าย ๆ แต่ต้องอาศัยสายตาของช่างในการเลือกวัสดุ การกำหนดโครง การปรับสมดุล การผูกเชือก การแต่งรูปทรง และการทำให้ว่าวลอยนิ่งหรือส่งเสียงได้ตามลักษณะที่ต้องการ งานว่าวสตูลจึงเป็นทั้งสนามแข่งขัน สนามเรียนรู้ และพื้นที่อนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาท้องถิ่นไปพร้อมกัน
พื้นที่จัดงานหลักคือสนามบินกองทัพอากาศสตูล ตำบลคลองขุด อำเภอเมืองสตูล ซึ่งเป็นพื้นที่โล่งกว้างเหมาะกับการปล่อยว่าว การแข่งขันว่าวขนาดใหญ่ และการแสดงว่าวจากหลายพื้นที่ สนามแห่งนี้มีความสำคัญต่อประวัติของงานว่าวสตูล เพราะเกี่ยวข้องกับจุดเริ่มต้นของการแข่งขันตั้งแต่ยุคแรก บริเวณโดยรอบเปิดรับลมได้ดี มีพื้นที่ให้ผู้ชมเห็นว่าวลอยอยู่เหนือท้องฟ้าอย่างชัดเจน และสามารถจัดโซนกิจกรรมขนาดใหญ่ได้หลายส่วน ทั้งโซนแข่งขัน โซนแสดงว่าว โซนอาหาร โซนสินค้าพื้นเมือง และพื้นที่ชมการแสดง
ช่วงเวลาจัดงานนิยมอยู่ในเดือนกุมภาพันธ์ เพราะเป็นช่วงที่ลมว่าวพัดเหมาะกับการเล่นว่าวในภาคใต้ ลมที่สม่ำเสมอช่วยให้ว่าวขึ้นได้ดี ทรงตัวได้นาน และแสดงรูปทรงได้ชัดเจนบนท้องฟ้า สำหรับปี 2569 งานมหกรรมว่าวประเพณีและว่าวนานาชาติจังหวัดสตูลจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12–15 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเป็นงานครั้งที่ 45 และยังคงใช้สนามบินกองทัพอากาศสตูลเป็นสถานที่จัดงานหลัก แสดงให้เห็นว่าประเพณีนี้ยังดำเนินต่อเนื่องและมีบทบาทสำคัญต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดสตูล
จุดเด่นที่สุดของการแข่งขันว่าวประเพณีสตูลคือว่าวควาย ว่าวชนิดนี้เกิดจากการสังเกตชีวิตชนบทและความผูกพันระหว่างชาวนากับควาย ในอดีตควายเป็นแรงงานสำคัญของการทำนา ช่วยไถนา ลากของ และเป็นผู้ช่วยของชาวนาในฤดูกาลเก็บเกี่ยว ช่างว่าวจึงนำรูปลักษณ์ของควายมาจำลองไว้บนตัวว่าว เมื่อว่าวลอยอยู่กลางอากาศ ส่วนหางจะอยู่ด้านบน ส่วนหัว เขา จมูก และหูจะอยู่ด้านล่าง ลักษณะการแกว่ง ส่าย และเสียงของว่าวทำให้ผู้คนจินตนาการถึงบุคลิกของควายที่แข็งแรง ดื้อ บ้าบิ่น และมีพลัง จึงเรียกกันว่าว่าวควาย
ว่าวควายไม่ได้เป็นเพียงของเล่น แต่เป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมของจังหวัดสตูล เพราะสะท้อนความกตัญญูต่อสัตว์ที่ช่วยเหลือชาวนาและชุมชนเกษตรกรรม การยกว่าวควายขึ้นเป็นว่าวพื้นเมืองสำคัญของงานจึงเป็นการยกย่องผู้มีพระคุณในวิถีชีวิตชนบทอย่างลึกซึ้ง ในสนามแข่งขัน ว่าวควายทำหน้าที่บอกเล่าเรื่องราวของชาวบ้านผ่านรูปทรง สีสัน เสียง และการเคลื่อนไหวบนท้องฟ้า ผู้ชมที่เข้าใจความหมายของว่าวชนิดนี้จะเห็นว่าว่าวควายไม่ใช่เพียงวัตถุประดิษฐ์ แต่เป็นภาษาทางวัฒนธรรมของคนสตูล
การทำว่าวควายต้องอาศัยความชำนาญของช่างฝีมือ ตั้งแต่การเลือกไม้ไผ่ที่แก่จัด มีความเหนียว แข็งแรง และยืดหยุ่นพอเหมาะ ไม้ไผ่ที่ใช้ทำโครงว่าวต้องผ่านการเตรียมอย่างละเอียด บางวิธีมีการแช่น้ำ รมควัน หรือผึ่งให้ได้ความแห้งที่เหมาะสม เพื่อให้โครงว่าวทนทาน ไม่บิดง่าย และลดความเสี่ยงจากมอดหรือแมลง จากนั้นจึงนำไม้ไผ่มาเหลาเป็นชิ้นส่วนต่าง ๆ ผูกเป็นโครง แต่งรูปทรง ติดกระดาษหรือวัสดุหุ้ม และปรับน้ำหนักให้ว่าวลอยได้สมดุล
ความยากของว่าวควายอยู่ที่การทำให้รูปทรงที่มีหัว เขา หู จมูก และส่วนประกอบคล้ายควายสามารถลอยตัวได้ดีบนท้องฟ้า ช่างต้องเข้าใจแรงลม จุดถ่วง น้ำหนักหัวว่าว ความยาวหาง และแรงตึงของสายป่าน หากโครงว่าวเบี้ยวเพียงเล็กน้อย ว่าวอาจเอียง ส่ายเกินควบคุม หรือไม่สามารถขึ้นสูงได้ การประกวดว่าวควายจึงไม่ได้วัดเฉพาะความสวยงาม แต่ยังสะท้อนความแม่นยำทางช่างและประสบการณ์ของผู้ประดิษฐ์ว่าวอย่างแท้จริง
เสียงของว่าวเป็นอีกองค์ประกอบที่ทำให้ว่าวควายมีชีวิต ว่าวบางประเภทมีส่วนที่ออกแบบให้เกิดเสียงเมื่อปะทะลม เสียงนั้นช่วยเพิ่มความรู้สึกเคลื่อนไหวและทำให้ผู้ชมจดจำว่าวได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ในอดีตเสียงว่าวมีความเกี่ยวข้องกับการอ่านลมและความสนุกของการละเล่นพื้นบ้าน เมื่อว่าวส่งเสียงอยู่บนฟ้า ผู้ชมจะรู้สึกเหมือนมีสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่เคลื่อนตัวอยู่เหนือสนาม เสียงและการส่ายของว่าวจึงทำให้ว่าวควายต่างจากว่าวสวยงามทั่วไป
ในอดีต ว่าวมีบทบาทหลากหลายในสังคมมนุษย์ ไม่ได้ใช้เพื่อความสนุกเพียงอย่างเดียว ว่าวเคยเป็นเครื่องมือวัดลม เป็นอุปกรณ์เสี่ยงทาย เป็นสัญลักษณ์ในนิทานและตำนาน เป็นของเล่นของชาวบ้าน และเป็นสิ่งที่ราชสำนักไทยให้ความสนใจ ว่าวจุฬาและว่าวปักเป้าเคยเป็นว่าวที่ได้รับความนิยมและมีการแข่งขันในสนามหลวง ส่วนในวัฒนธรรมจีน ว่าวถูกใช้ในบริบทสงครามและการสื่อสาร ขณะที่ชาวตะวันตกอย่างเบนจามิน แฟรงคลิน ใช้ว่าวในการทดลองทางวิทยาศาสตร์ ความหลากหลายของบทบาทเหล่านี้ทำให้ว่าวเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่เชื่อมทั้งศิลปะ วิทยาศาสตร์ การละเล่น และวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน
การแข่งขันว่าวประเพณีสตูลจึงมีรากเชื่อมโยงกับประวัติการเล่นว่าวในภาพใหญ่ของไทยและโลก แต่เอกลักษณ์ของสตูลอยู่ที่การตีความว่าวผ่านบริบทท้องถิ่น ว่าวควายเกิดจากภาพของควายในนา ไม่ใช่ภาพของราชสำนักหรือว่าวต่อสู้แบบภาคกลางโดยตรง ความงามของว่าวสตูลจึงมีทั้งความชาวบ้าน ความคิดสร้างสรรค์ และความภาคภูมิใจในวิถีเกษตรกรรม งานว่าวที่เริ่มจากชุมชนคลองขุดจึงค่อย ๆ กลายเป็นงานที่ผู้คนจากจังหวัดใกล้เคียงและต่างประเทศรู้จัก
เป้าหมายสำคัญของงานคือการตอบแทนบุญคุณของควายที่ช่วยเหลือชาวนา การอนุรักษ์ช่างฝีมือทำว่าว การเสริมสร้างความสัมพันธ์ไมตรีระหว่างจังหวัดสตูลกับรัฐต่าง ๆ ของประเทศมาเลเซียที่มีชายแดนใกล้กัน การทำให้สตูลเป็นศูนย์รวมของว่าวภาคใต้ และการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ โดยเฉพาะการปลูกฝังให้เยาวชนเห็นคุณค่าของภูมิปัญญาไทย งานนี้จึงทำหน้าที่ทั้งในเชิงวัฒนธรรม การศึกษา การท่องเที่ยว และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในระดับชุมชน
เมื่อพัฒนาสู่มหกรรมว่าวประเพณีและว่าวนานาชาติ งานว่าวสตูลไม่ได้มีเพียงการแข่งขันว่าวพื้นเมือง แต่ขยายเป็นงานใหญ่ที่รวมว่าวไทย 4 ภาค ว่าวแฟนซี ว่าวบังคับ ว่าวต่อสู้ ว่าวยักษ์ และการแสดงจากนักว่าวทั้งในประเทศและต่างประเทศ บรรยากาศของงานจึงมีทั้งความเป็นพื้นบ้านและความเป็นสากลในพื้นที่เดียวกัน ผู้ชมสามารถเห็นว่าวควายซึ่งเป็นรากวัฒนธรรมของสตูลเคียงคู่กับว่าวแฟนซีจากต่างประเทศ ทำให้ท้องฟ้าเหนือสนามเต็มไปด้วยสีสัน รูปทรง และเรื่องราวหลากหลาย
งานครั้งที่ 45 ประจำปี 2569 มีการประกวดแข่งขันว่าวหลายประเภท เช่น ว่าวประเภทขึ้นสูง ว่าวเสียงกังวาน ว่าวสวยงาม ว่าวความคิดสร้างสรรค์ ว่าวมาราธอน ว่าวพื้นเมืองหรือว่าวควาย การประกวดวาดภาพระบายสีบนตัวว่าว และว่าวยักษ์ กิจกรรมเหล่านี้ทำให้ผู้เข้าร่วมงานเห็นทั้งทักษะการแข่งขันและศิลปะการออกแบบ ว่าวที่ขึ้นสูงต้องอาศัยการอ่านลมและโครงสร้างที่มั่นคง ว่าวเสียงกังวานต้องอาศัยความเข้าใจเรื่องแรงลมกับเสียง ว่าวสวยงามต้องใช้ศิลปะ สี และสัดส่วน ส่วนว่าวควายต้องรักษาเอกลักษณ์ของท้องถิ่นให้ชัดเจน
นอกจากการแข่งขัน ภายในงานยังมีนิทรรศการว่าวไทย 4 ภาคและการสาธิตการทำว่าวไทย ซึ่งเป็นส่วนสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้มากกว่าการชมความสวยงาม นิทรรศการช่วยให้เห็นความแตกต่างของว่าวแต่ละภูมิภาค ทั้งรูปทรง วัสดุ วิธีประดิษฐ์ และความหมายทางวัฒนธรรม การสาธิตทำว่าวทำให้เด็ก เยาวชน และผู้ชมทั่วไปเห็นกระบวนการทำงานของช่างจริง ๆ ตั้งแต่การเลือกไม้ การทำโครง การติดวัสดุหุ้ม ไปจนถึงการปรับสมดุลว่าวก่อนปล่อยขึ้นฟ้า
พื้นที่จัดงานยังมีลานกิจกรรมยามค่ำคืน จุดถ่ายภาพ สวนไฟประดับ มหกรรมเทศกาลอาหารสยามอันดามัน การแสดงศิลปวัฒนธรรม การแสดงดนตรี การออกร้านจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์พื้นเมือง รวมถึงกิจกรรมเสริมอื่นที่ช่วยให้คนในครอบครัวใช้เวลาร่วมกันได้ตลอดทั้งวัน งานว่าวจึงไม่ได้เหมาะเฉพาะผู้ที่สนใจว่าวอย่างจริงจัง แต่เหมาะกับนักท่องเที่ยวทั่วไป ครอบครัว เด็ก นักเรียน ช่างภาพ และผู้ที่ต้องการสัมผัสสีสันวัฒนธรรมของสตูลในบรรยากาศกลางแจ้ง
ความเป็นนานาชาติของงานว่าวสตูลมีบทบาทสำคัญต่อการท่องเที่ยวจังหวัด เพราะช่วยดึงนักว่าว ผู้ชม และเครือข่ายวัฒนธรรมจากหลายประเทศให้มาพบกันในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ สตูลมีความสัมพันธ์ทางภูมิศาสตร์และวัฒนธรรมกับมาเลเซียอย่างใกล้ชิด การใช้ว่าวเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์จึงเหมาะกับบริบทของจังหวัด งานนี้ทำให้เห็นว่ากิจกรรมพื้นบ้านสามารถยกระดับเป็นเวทีแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างประเทศได้ โดยไม่สูญเสียรากของตัวเอง
สำหรับเยาวชน งานว่าวสตูลเป็นพื้นที่เรียนรู้นอกห้องเรียนที่มีคุณค่ามาก เด็กสามารถเรียนรู้เรื่องลม แรงยก น้ำหนัก สมดุล ความคิดสร้างสรรค์ งานประดิษฐ์ การทำงานเป็นทีม และรากวัฒนธรรมของบ้านเกิดได้ในกิจกรรมเดียว การประกวดวาดภาพบนตัวว่าวช่วยเปิดพื้นที่ให้เด็กใช้ศิลปะเล่าเรื่องของตนเอง ส่วนการชมช่างทำว่าวและนักว่าวแข่งขันจริงช่วยให้เห็นว่าภูมิปัญญาไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในตำรา แต่เป็นทักษะที่เกิดจากการฝึกฝน การสังเกต และการลงมือทำ
การแข่งขันว่าวยังสอดคล้องกับฤดูกาลและวิถีชีวิตหลังฤดูเก็บเกี่ยว เมื่อท้องทุ่งโล่ง ลมเหมาะ และชาวบ้านมีเวลาว่างจากงานหนัก การเล่นว่าวจึงกลายเป็นกิจกรรมพักผ่อนของชุมชน การนำว่าวควายมาเป็นสัญลักษณ์ยิ่งทำให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างงานเกษตร การพักผ่อน และความกตัญญูต่อสิ่งที่ช่วยหล่อเลี้ยงชีวิต งานว่าวสตูลจึงไม่ใช่กิจกรรมที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เติบโตจากจังหวะชีวิตของชุมชนและสภาพแวดล้อมตามฤดูกาล
ในด้านการเดินทาง สนามบินกองทัพอากาศสตูลตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอเมืองสตูล จึงเดินทางสะดวกจากตัวเมือง นักท่องเที่ยวสามารถใช้ถนนสายหลักในอำเภอเมืองไปยังตำบลคลองขุดและสนามจัดงานได้ ภายในช่วงวันงานควรเผื่อเวลาเดินทางมากกว่าปกติ เพราะบริเวณรอบสนามอาจมีรถหนาแน่น โดยเฉพาะช่วงพิธีเปิด ช่วงเย็น และวันหยุด ผู้เดินทางควรปฏิบัติตามเส้นทางจราจรและจุดจอดรถที่เจ้าหน้าที่จัดไว้ เพื่อให้การเข้าชมงานเป็นระเบียบและปลอดภัย
การชมว่าวในพื้นที่กลางแจ้งควรเตรียมตัวให้เหมาะกับสภาพอากาศ ผู้ชมควรสวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศดี เตรียมหมวก ร่ม แว่นกันแดด น้ำดื่ม และรองเท้าที่เดินสบาย หากพาเด็กไปด้วยควรดูแลให้อยู่ในสายตา ไม่เข้าใกล้พื้นที่แข่งขันโดยไม่ได้รับอนุญาต เพราะสายป่านและว่าวขนาดใหญ่อาจมีแรงดึงสูงในช่วงลมแรง การชมว่าวอย่างปลอดภัยคือการยืนในพื้นที่ผู้ชมที่กำหนดและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่สนาม
สิ่งที่ควรระวังคือการไม่เดินตัดผ่านแนวปล่อยว่าว ไม่จับสายป่านหรืออุปกรณ์ของผู้แข่งขัน ไม่เข้าใกล้ว่าวขนาดใหญ่ขณะขึ้นหรือลง และไม่ปล่อยให้เด็กวิ่งในพื้นที่ที่มีสายว่าวตึงอยู่ การแข่งขันว่าวต้องใช้พื้นที่และสมาธิของนักว่าว หากผู้ชมรักษาระยะที่เหมาะสม จะช่วยให้การแข่งขันดำเนินไปอย่างปลอดภัยและผู้เข้าชมได้เห็นความสามารถของนักว่าวอย่างเต็มที่
อีกเสน่ห์หนึ่งของงานคืออาหารและผลิตภัณฑ์พื้นเมือง งานว่าวสตูลมักจัดควบคู่กับพื้นที่จำหน่ายอาหารและสินค้าท้องถิ่น ทำให้ผู้มาเที่ยวได้สัมผัสรสชาติของสตูลผ่านอาหารพื้นบ้าน อาหารทะเล อาหารมุสลิมภาคใต้ ขนมพื้นเมือง และสินค้าชุมชน บริเวณนี้ช่วยกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการรายย่อยและทำให้งานว่าวมีผลต่อเศรษฐกิจฐานราก ไม่ใช่เพียงงานแสดงวัฒนธรรมบนเวที
ในเชิงการท่องเที่ยว งานว่าวสตูลเหมาะกับการจัดทริปคู่กับสถานที่สำคัญในตัวเมือง เช่น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสตูลหรือคฤหาสน์กูเด็น มัสยิดมำบัง วัดชนาธิปเฉลิม สวนสาธารณะเขาโต๊ะพญาวัง และท่าเรือตำมะลัง นักท่องเที่ยวที่มีเวลา 1 วันสามารถชมงานว่าวช่วงกลางวัน เดินเล่นหรือถ่ายภาพช่วงเย็น แล้วแวะเที่ยวสถานที่ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมในเมืองสตูลก่อนหรือหลังงานได้อย่างลงตัว
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสตูลหรือคฤหาสน์กูเด็นเป็นสถานที่ที่ช่วยเติมความเข้าใจเรื่องประวัติศาสตร์จังหวัดได้ดี อาคารเก่าแก่หลังนี้มีสถาปัตยกรรมผสมผสานตะวันตก ไทย และอิสลาม ภายในจัดแสดงเรื่องราวเมืองสตูล วิถีชีวิต ชาติพันธุ์ วัฒนธรรม และประเพณีของท้องถิ่น เมื่อเที่ยวคู่กับงานว่าว ผู้ชมจะเห็นว่าสตูลไม่ได้มีเพียงทะเลและเกาะ แต่มีรากวัฒนธรรมเมืองเก่าที่ลึกและน่าสนใจ
มัสยิดมำบังหรือมัสยิดกลางประจำจังหวัดสตูลเป็นอีกจุดที่สะท้อนอัตลักษณ์ของจังหวัดอย่างชัดเจน สถาปัตยกรรมมัสยิดตั้งอยู่ในย่านเมืองและเป็นศูนย์รวมศาสนกิจของชุมชนมุสลิม การแวะชมบริเวณภายนอกด้วยความเคารพช่วยให้ผู้มาเยือนได้เข้าใจว่าจังหวัดสตูลมีวัฒนธรรมอิสลามเป็นส่วนสำคัญของชีวิตเมือง ส่วนวัดชนาธิปเฉลิมซึ่งเป็นพระอารามหลวงก็สะท้อนความหลากหลายทางศาสนาในพื้นที่เดียวกัน ทำให้ทริปงานว่าวเชื่อมโยงกับภาพของสตูลในฐานะเมืองพหุวัฒนธรรม
สวนสาธารณะเขาโต๊ะพญาวังเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนหลังชมงานว่าว เพราะเป็นสวนสาธารณะที่มีภูเขาหินปูนและบรรยากาศร่มรื่น ส่วนท่าเรือตำมะลังเป็นจุดชมทะเล เรือประมง และบรรยากาศริมชายฝั่ง นักท่องเที่ยวที่จัดเส้นทางดีจะได้สัมผัสทั้งท้องฟ้าของสนามว่าว เมืองเก่าของสตูล ศาสนสถานสำคัญ สวนสาธารณะ และวิวทะเลในวันเดียว
การแข่งขันว่าวประเพณีสตูลยังเป็นตัวอย่างของการพัฒนางานวัฒนธรรมให้ร่วมสมัยโดยไม่ทิ้งรากเดิม งานยังคงเล่าเรื่องว่าวควาย ช่างทำว่าว และภูมิปัญญาชาวบ้าน ขณะเดียวกันก็เพิ่มกิจกรรมที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวยุคใหม่ เช่น จุดถ่ายภาพ การแสดงนานาชาติ การแสดงดนตรี อาหาร และกิจกรรมสำหรับครอบครัว การผสมผสานเช่นนี้ทำให้งานว่าวยังดึงดูดคนรุ่นใหม่ได้ โดยไม่ลดทอนคุณค่าทางวัฒนธรรมของงาน
ความสำเร็จของงานว่าวสตูลเกิดจากความร่วมมือของหลายภาคส่วน ทั้งจังหวัดสตูล องค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสตูล การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สถานศึกษา ภาคเอกชน ช่างว่าว ชุมชน และนักว่าวจากหลายพื้นที่ ความร่วมมือนี้ทำให้งานที่เริ่มจากชุมชนสามารถเติบโตเป็นมหกรรมระดับจังหวัดและระดับนานาชาติได้อย่างต่อเนื่อง และยังช่วยสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ผ่านการท่องเที่ยว การค้า และกิจกรรมบริการต่าง ๆ
สำหรับผู้ที่สนใจประเพณีไทย งานว่าวสตูลเป็นกรณีศึกษาที่ดีมาก เพราะทำให้เห็นว่าประเพณีไม่ได้หยุดนิ่งอยู่กับอดีต แต่สามารถปรับตัวตามยุคสมัยได้ งานเริ่มจากการละเล่นพื้นเมืองที่ลงทุนน้อย เล่นง่าย และอาศัยภูมิปัญญาชาวบ้าน แต่เมื่อได้รับการสนับสนุนต่อเนื่อง ก็สามารถกลายเป็นงานที่มีถ้วยรางวัล การแข่งขันหลายประเภท ผู้เข้าร่วมจากต่างประเทศ และกิจกรรมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่สร้างผลต่อจังหวัดอย่างกว้างขวาง
สิ่งที่ทำให้งานว่าวประเพณีสตูลควรถูกบันทึกและเผยแพร่อย่างละเอียดคือความครบของมิติทางวัฒนธรรม งานนี้มีทั้งประวัติเริ่มต้นที่ชัดเจน มีว่าวสัญลักษณ์เฉพาะจังหวัด มีเหตุผลเรื่องฤดูกาลและลม มีภูมิปัญญาการทำว่าว มีความสัมพันธ์กับวิถีชาวนา มีเป้าหมายด้านการอนุรักษ์ มีบทบาทด้านเยาวชน มีความเชื่อมโยงกับมาเลเซีย และมีพัฒนาการสู่เวทีนานาชาติ บทความที่ดีจึงควรอธิบายมากกว่าว่างานจัดที่ไหนและมีว่าวสวยเพียงใด แต่ควรทำให้ผู้อ่านเข้าใจว่าทำไมว่าวควายจึงเป็นหัวใจของงาน
ในมุมของผู้ชม การได้เห็นว่าวจำนวนมากลอยอยู่เหนือสนามกว้างของสตูลเป็นภาพที่จดจำง่าย แต่เมื่อเข้าใจความหมายเบื้องหลัง ภาพนั้นจะมีน้ำหนักมากขึ้น ว่าวควายที่ส่ายไปมาไม่ใช่เพียงว่าวรูปสัตว์ แต่เป็นความทรงจำของท้องนา ความเหนื่อยยากของชาวนา แรงงานของควาย ความคิดสร้างสรรค์ของช่าง และความภูมิใจของจังหวัดที่สามารถนำสิ่งเรียบง่ายในชีวิตประจำวันมายกระดับเป็นอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมได้
โดยสรุป การแข่งขันว่าวประเพณี สตูล เป็นประเพณีและมหกรรมวัฒนธรรมที่มีชีวิต มีรากเริ่มต้นจากชุมชนคลองขุดเมื่อปี 2519 เติบโตต่อเนื่องสู่มหกรรมว่าวประเพณีและว่าวนานาชาติ ใช้ว่าวควายเป็นสัญลักษณ์เด่นของจังหวัด และใช้ท้องฟ้าสนามบินกองทัพอากาศสตูลเป็นเวทีแสดงภูมิปัญญาของช่างว่าวไทย งานนี้ช่วยตอบแทนคุณค่าของควายในวิถีชาวนา อนุรักษ์ทักษะช่างฝีมือ ส่งเสริมเยาวชน กระชับความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน และสร้างภาพจำให้สตูลเป็นศูนย์รวมว่าวภาคใต้ที่ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติรู้จักอย่างกว้างขวาง
| ชื่อประเพณี | การแข่งขันว่าวประเพณี สตูล / มหกรรมว่าวประเพณีและว่าวนานาชาติจังหวัดสตูล |
| ประเภท | ประเพณี วัฒนธรรมภาคใต้ งานว่าวพื้นเมือง และงานท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม |
| พื้นที่จัดงาน | สนามบินกองทัพอากาศสตูล ตำบลคลองขุด อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล |
| ที่อยู่สถานที่จัดงาน | สนามบินควนขัน / สนามบินกองทัพอากาศสตูล ถนนคลองขุด 51 ตำบลคลองขุด อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล 91000 |
| พิกัด | 6.6622431, 100.0800349 |
| ช่วงเวลาจัดงาน | เดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี โดยปี 2569 จัดระหว่างวันที่ 12–15 กุมภาพันธ์ 2569 |
| สถานะปัจจุบัน | เป็นงานประจำปีของจังหวัดสตูล จัดต่อเนื่อง โดยงานครั้งที่ 45 ประจำปี 2569 จัดเสร็จสิ้นแล้วและยังเป็นกิจกรรมวัฒนธรรมสำคัญของจังหวัด |
| เริ่มจัดครั้งแรก | 19 กุมภาพันธ์ 2519 |
| ผู้ริเริ่ม | คณะครูอาจารย์โรงเรียนสตูลวิทยาและชาวบ้านตำบลคลองขุด อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล |
| สัญลักษณ์สำคัญ | ว่าวควาย ว่าวพื้นเมืองที่สะท้อนความกตัญญูต่อควายซึ่งช่วยเหลือชาวนา และเป็นเอกลักษณ์ของงานว่าวจังหวัดสตูล |
| เหตุผลที่นิยมจัดช่วงกุมภาพันธ์ | เป็นช่วงลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือหรือลมว่าวพัดเหมาะแก่การเล่นว่าวในพื้นที่สนามบินและภาคใต้ |
| ความสำคัญ | อนุรักษ์ภูมิปัญญาการทำว่าว ส่งเสริมเยาวชน สร้างความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนไทยกับมาเลเซีย ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และสร้างรายได้แก่ประชาชนในพื้นที่ |
| กิจกรรมสำคัญ | การแข่งขันว่าวขึ้นสูง ว่าวเสียงกังวาน ว่าวสวยงาม ว่าวความคิดสร้างสรรค์ ว่าวมาราธอน ว่าวควาย ว่าวยักษ์ การแสดงว่าวไทย 4 ภาค การแสดงว่าวนานาชาติ นิทรรศการและสาธิตทำว่าวไทย |
| โซนภายในงาน | โซนแข่งขันว่าว โซนแสดงว่าวนานาชาติ โซนนิทรรศการว่าวไทย โซนสาธิตทำว่าว โซนอาหารสยามอันดามัน โซนสินค้าและผลิตภัณฑ์พื้นเมือง โซนสวนไฟประดับ และพื้นที่การแสดง |
| ผู้ดูแล / หน่วยงานจัดงาน | จังหวัดสตูล องค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสตูล การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสตูล และภาคีเครือข่าย |
| ผู้บริหารหน่วยงานเจ้าภาพหลัก | นายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล |
| เบอร์ติดต่อหน่วยงานเจ้าภาพ | องค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล โทร. 074-712-380 |
| เว็บไซต์หน่วยงานเจ้าภาพ | องค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองสตูลเดินทางไปยังตำบลคลองขุดและสนามบินกองทัพอากาศสตูล ใช้เส้นทางในเขตอำเภอเมืองสตูล ควรเผื่อเวลาเดินทางในช่วงวันงานและจอดรถตามจุดที่เจ้าหน้าที่จัดไว้ |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสตูล / คฤหาสน์กูเด็น ประมาณ 4 กม. โทร. 074-723-140 2. มัสยิดมำบัง / มัสยิดกลางประจำจังหวัดสตูล ประมาณ 4 กม. โทร. 081-328-2735 3. วัดชนาธิปเฉลิม ประมาณ 5 กม. โทร. 090-412-9266 4. สวนสาธารณะเขาโต๊ะพญาวัง ประมาณ 5 กม. 5. ท่าเรือตำมะลัง ประมาณ 13 กม. โทร. 074-750-910 |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านอันดา คลองขุด 37 ประมาณ 2 กม. โทร. 065-527-3638 2. ครัวคุณแม่ ประมาณ 2 กม. โทร. 088-791-0662, 066-109-9758, 095-706-6022 3. วรรณสิริ คาเฟ่ ประมาณ 3 กม. โทร. 097-347-7424 4. อาราเย่ เบเกอรี่ ประมาณ 3 กม. โทร. 064-168-6566 5. ร้านลานหน้าบ้าน ประมาณ 4 กม. โทร. 082-802-8312 6. ร้านน้องณี ประมาณ 4 กม. โทร. 074-723-012, 091-979-9826 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. ลมเล รีสอร์ท ประมาณ 1 กม. โทร. 081-738-1230 2. วี วัลเลย์ รีสอร์ท ประมาณ 4 กม. โทร. 084-241-4159 3. สตูล บูติก รีสอร์ท ประมาณ 4 กม. โทร. 074-740-188 4. เดอะกลีม รีสอร์ท ประมาณ 4 กม. โทร. 074-711-909 5. โรงแรมอุดมสุข ประมาณ 5 กม. โทร. 086-969-6196 6. โรงแรมสินเกียรติบุรี ประมาณ 5 กม. โทร. 074-721-055 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: การแข่งขันว่าวประเพณี สตูล จัดช่วงไหน?
ตอบ: งานจัดเป็นประจำในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ซึ่งเป็นช่วงลมว่าวเหมาะแก่การเล่นว่าว โดยปี 2569 จัดระหว่างวันที่ 12–15 กุมภาพันธ์ 2569
ถาม: งานว่าวสตูลจัดที่ไหน?
ตอบ: งานจัดที่สนามบินกองทัพอากาศสตูล ตำบลคลองขุด อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล ซึ่งเป็นพื้นที่โล่งกว้างเหมาะกับการปล่อยว่าวและจัดกิจกรรมขนาดใหญ่
ถาม: ว่าวควายคืออะไร?
ตอบ: ว่าวควายเป็นว่าวพื้นเมืองของสตูลที่จำลองลักษณะควายไว้บนตัวว่าว มีหัว เขา จมูก หู และท่าทางส่ายไปมาขณะลอยอยู่กลางอากาศ เป็นสัญลักษณ์ของงานว่าวจังหวัดสตูล
ถาม: งานว่าวสตูลเริ่มจัดครั้งแรกเมื่อใด?
ตอบ: งานเริ่มจัดครั้งแรกเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2519 โดยคณะครูอาจารย์โรงเรียนสตูลวิทยาและชาวบ้านตำบลคลองขุด อำเภอเมืองสตูล
ถาม: ภายในงานมีกิจกรรมอะไรบ้าง?
ตอบ: มีกิจกรรมแข่งขันว่าวหลายประเภท การประกวดว่าวควาย ว่าวยักษ์ ว่าวสวยงาม ว่าวความคิดสร้างสรรค์ การแสดงว่าวไทย 4 ภาค การแสดงว่าวนานาชาติ นิทรรศการว่าวไทย การสาธิตทำว่าว อาหารพื้นเมือง และการแสดงต่าง ๆ
ถาม: ทำไมงานว่าวสตูลจึงมีความสำคัญ?
ตอบ: งานนี้ช่วยอนุรักษ์ภูมิปัญญาการทำว่าวของช่างท้องถิ่น ส่งเสริมเยาวชน สร้างความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน ส่งเสริมการท่องเที่ยว และยกว่าวควายให้เป็นอัตลักษณ์สำคัญของจังหวัดสตูล
ถาม: ไปชมงานว่าวสตูลควรเตรียมตัวอย่างไร?
ตอบ: ควรเตรียมหมวก ร่ม แว่นกันแดด น้ำดื่ม รองเท้าที่เดินสบาย และควรดูแลเด็กให้อยู่ในพื้นที่ผู้ชม ไม่เข้าใกล้แนวปล่อยว่าวหรือสายป่านของผู้แข่งขัน
ถาม: เที่ยวงานว่าวสตูลควรแวะที่ไหนใกล้ ๆ?
ตอบ: สามารถแวะพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสตูล มัสยิดมำบัง วัดชนาธิปเฉลิม สวนสาธารณะเขาโต๊ะพญาวัง และท่าเรือตำมะลัง ซึ่งอยู่ในเส้นทางท่องเที่ยวอำเภอเมืองสตูล
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคใต้
ปรับปรุงล่าสุด : 3 สัปดาห์ที่แล้ว



