หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสตูล >อ.เมืองสตูล >ต.เกาะสาหร่าย > อุทยานแห่งชาติตะรุเตา
TL;DR: อุทยานแห่งชาติตะรุเตา อยู่ที่ทะเลอันดามัน เขตอำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล และพื้นที่บริการหลักที่ท่าเรือปากบารา ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู จังหวัดสตูล เปิดทุกวันตามประกาศเปิด-ปิดพื้นที่ประจำปีของอุทยาน เวลา 08.30 – 16.30 น.
อุทยานแห่งชาติตะรุเตา

วันเปิดทำการ: ทุกวันตามประกาศเปิด-ปิดพื้นที่ประจำปีของอุทยาน
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 16.30 น.
อุทยานแห่งชาติตะรุเตา จังหวัดสตูล คืออุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งแรกของประเทศไทย ตั้งอยู่ในทะเลอันดามันบริเวณช่องแคบมะละกา ห่างจากตัวเมืองสตูลประมาณ 40 กิโลเมตร และห่างจากท่าเรือปากบาราประมาณ 22 กิโลเมตร พื้นที่นี้รวมความงดงามของทะเล เกาะ ภูเขา ป่าดิบชื้น ป่าชายเลน หาดทราย แนวปะการัง และประวัติศาสตร์เกาะนักโทษไว้ในแหล่งเดียว อุทยานครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 1,490 ตารางกิโลเมตร มีเกาะใหญ่น้อย 51 เกาะ แบ่งเป็น 2 หมู่เกาะหลัก คือ หมู่เกาะตะรุเตา และหมู่เกาะอาดัง-ราวี เหมาะสำหรับการเที่ยวธรรมชาติ ดำน้ำ เดินป่า ชมวิว เรียนรู้ประวัติศาสตร์ และพักผ่อนในบรรยากาศทะเลที่ยังคงความเป็นธรรมชาติสูง
พื้นที่อุทยานได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2517 และได้รับการยกย่องเป็นอุทยานมรดกแห่งอาเซียนในปี พ.ศ. 2525 ความสำคัญของตะรุเตาไม่ได้อยู่ที่ทะเลสวยเพียงอย่างเดียว แต่ยังอยู่ที่การเป็นพื้นที่อนุรักษ์ขนาดใหญ่ทางฝั่งอันดามันตอนใต้ มีทั้งระบบนิเวศเกาะ ระบบนิเวศชายฝั่ง แนวปะการัง แหล่งหญ้าทะเล ป่าชายเลน และแหล่งอาศัยของสัตว์ทะเลหายาก เช่น เต่าทะเล กระเบน และสัตว์น้ำอีกหลายชนิด นักท่องเที่ยวที่มาอุทยานแห่งชาติตะรุเตาจึงได้สัมผัสทั้งความสวยงาม ความสงบ และคุณค่าด้านการอนุรักษ์ในเวลาเดียวกัน
คำว่า “ตะรุเตา” เพี้ยนมาจากคำในภาษามลายูที่สื่อถึงพื้นที่ซึ่งมีอ่าวมาก ชื่อนี้สอดคล้องกับลักษณะภูมิประเทศของเกาะตะรุเตาอย่างชัดเจน เพราะบนเกาะมีอ่าวน้อยใหญ่หลายแห่ง ทั้งอ่าวพันเตมะละกา อ่าวจาก อ่าวเมาะและ อ่าวสน อ่าวตะโละวาว และอ่าวตะโละอุดัง แต่ละอ่าวมีลักษณะเฉพาะแตกต่างกัน บางแห่งเหมาะกับการชมพระอาทิตย์ตก บางแห่งเหมาะกับการพักผ่อน บางแห่งเป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ และบางแห่งเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางศึกษาธรรมชาติ
เกาะตะรุเตาเป็นเกาะใหญ่ที่สุดของอุทยาน มีพื้นที่ประมาณ 152 ตารางกิโลเมตร สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาและป่าดิบชื้น มีป่าชายเลนตามแนวคลองและปากอ่าว มีชายหาดยาวหลายจุด และยังเป็นพื้นที่ที่มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่จำนวนมาก เช่น หมูป่า กระจง นกเงือก นกทะเล สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์น้ำตามแนวชายฝั่ง การมาเที่ยวเกาะตะรุเตาจึงต่างจากการเที่ยวเกาะที่เน้นรีสอร์ตหรือความบันเทิง เพราะที่นี่เน้นธรรมชาติ ความเงียบ และการใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายภายใต้กฎของอุทยานแห่งชาติ
ประวัติศาสตร์ของเกาะตะรุเตาเป็นส่วนที่ทำให้สถานที่แห่งนี้มีเอกลักษณ์สูง ในปี พ.ศ. 2479 รัฐบาลได้กำหนดให้กรมราชทัณฑ์จัดหาพื้นที่สำหรับจัดตั้งนิคมฝึกอาชีพและสถานที่กักกันนักโทษ เกาะตะรุเตาถูกเลือกเพราะอยู่ห่างไกลจากฝั่ง มีทะเลล้อมรอบ มีคลื่นลมแรง และมีธรรมชาติที่เป็นอุปสรรคต่อการหลบหนี ต่อมามีการสร้างอาคารที่ทำการ บ้านพักผู้คุม เรือนนอนนักโทษ และโรงฝึกอาชีพในพื้นที่อ่าวตะโละวาวและอ่าวตะโละอุดัง
ในปี พ.ศ. 2481 นักโทษชุดแรกจำนวน 500 คนเดินทางมายังตะรุเตา และทยอยเพิ่มขึ้นจนมีจำนวนนักโทษสูงสุดประมาณ 3,000 คน ต่อมาในปี พ.ศ. 2482 รัฐบาลได้ส่งนักโทษการเมืองจากเหตุการณ์กบฏบวรเดชและกบฏนายสิบมากักบริเวณที่อ่าวตะโละอุดัง ประวัติศาสตร์ช่วงนี้ทำให้ตะรุเตาเป็นทั้งเกาะธรรมชาติและพื้นที่ความทรงจำทางการเมืองของไทย นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปอ่าวตะโละอุดังและอ่าวตะโละวาวจึงไม่ได้เห็นเพียงทิวทัศน์ แต่ได้เรียนรู้ร่องรอยของสถานที่กักกันกลางทะเลที่เคยมีบทบาทสำคัญในอดีต
เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2484 นิคมฝึกอาชีพบนเกาะตะรุเตาได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการขาดแคลนอาหาร ยารักษาโรค และระบบขนส่ง นักโทษจำนวนมากเจ็บป่วยและเสียชีวิต ผู้คุมและนักโทษบางส่วนออกปล้นเรือสินค้าที่ผ่านบริเวณช่องแคบมะละกา จนเกิดตำนานโจรสลัดตะรุเตา ในปี พ.ศ. 2489 รัฐบาลอังกฤษซึ่งปกครองมลายูในขณะนั้นได้ขออนุญาตรัฐบาลไทยส่งกองกำลังเข้าปราบปรามโจรสลัดตะรุเตา หลังจากนั้นกรมราชทัณฑ์ประกาศยกเลิกนิคมฝึกอาชีพ เกาะตะรุเตาถูกทิ้งร้างยาวนาน ก่อนจะได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งแรกของประเทศไทยในปี พ.ศ. 2517
อ่าวพันเตมะละกาเป็นจุดสำคัญที่สุดของเกาะตะรุเตา เพราะเป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานแห่งชาติตะรุเตา ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ท่าเทียบเรือ บ้านพัก ลานกางเต็นท์ ร้านอาหาร ห้องน้ำ และพื้นที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับธรรมชาติและประวัติศาสตร์ของเกาะ ชายหาดบริเวณนี้ทอดตัวยาว น้ำทะเลใส บรรยากาศสงบ และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยมากแห่งหนึ่งของเกาะ นักท่องเที่ยวจำนวนมากที่เดินทางต่อไปเกาะหลีเป๊ะมักแวะขึ้นเกาะตะรุเตาบริเวณอ่าวพันเตมะละกาเพื่อถ่ายภาพกับป้ายอุทยาน เดินเล่นบนชายหาด และซึมซับบรรยากาศก่อนเดินทางต่อ
จากอ่าวพันเตมะละกา นักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นจุดชมวิวผาโต๊ะบู ซึ่งเป็นหน้าผาสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 60 เมตร เส้นทางเดินผ่านแนวป่าดิบแล้ง ใช้เวลาเดินขึ้นประมาณ 20 นาที จุดชมวิวนี้มองเห็นชายหาดอ่าวพันเตมะละกา ผืนน้ำสีคราม และเกาะหลายแห่งโดยรอบ เช่น เกาะบุโหลน เกาะกลาง เกาะไข่ เกาะอาดัง เกาะราวี และหมู่เกาะเภตรา ช่วงเย็นเป็นเวลาที่เหมาะกับการชมแสงพระอาทิตย์ตกและถ่ายภาพทะเลในมุมกว้าง
อ่าวจากเป็นอ่าวเล็กที่อยู่ต่อเนื่องกับอ่าวพันเตมะละกา บรรยากาศเงียบและเหมาะกับการพักผ่อนแบบไม่พลุกพล่าน ส่วนอ่าวเมาะและอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานประมาณ 4 กิโลเมตร มีหาดทรายขาว ดงมะพร้าว และบรรยากาศสงบ เป็นพื้นที่ที่เคยได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักค้างคืนอย่างเรียบง่าย อ่าวสนอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานประมาณ 8 กิโลเมตร เป็นอ่าวรูปโค้ง มีทั้งหาดทรายและหาดหิน เป็นพื้นที่วางไข่ของเต่าทะเล มีลานกางเต็นท์และเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติไปยังน้ำตกลูดูและน้ำตกโละโป๊ะ
ถ้ำจระเข้เป็นอีกจุดท่องเที่ยวสำคัญบนเกาะตะรุเตา ตั้งอยู่บริเวณท้ายคลองพันเตมะละกา การเดินทางต้องนั่งเรือหางยาวหรือพายเรือคายักไปตามคลองซึ่งมีป่าชายเลนหนาแน่นตลอดสองฝั่ง ใช้เวลาล่องเรือประมาณ 20 นาที จากนั้นเดินต่อเข้าสู่ปากถ้ำ ภายในถ้ำมีทางเดินทุ่นลอยน้ำและหินงอกหินย้อยสวยงาม ความลึกของถ้ำประมาณ 300 เมตร ผู้ที่เข้าชมควรเตรียมไฟฉายและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ เพราะพื้นที่ถ้ำมีแสงน้อยและเป็นระบบนิเวศเปราะบาง
อ่าวตะโละวาวอยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะตะรุเตา เป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์สำคัญ เคยเป็นที่ตั้งนิคมฝึกอาชีพสำหรับนักโทษกักกันและนักโทษอุกฉกรรจ์ ปัจจุบันพื้นที่นี้เป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องทัณฑสถานเกาะตะรุเตา มีการจัดทำหรือจำลองร่องรอยสำคัญ เช่น บ้านพักผู้คุม เรือนนอนนักโทษ โรงฝึกอาชีพ และหลุมศพจำนวนมาก เพื่อบอกเล่าชีวิตของผู้คนบนเกาะในอดีต ส่วนอ่าวตะโละอุดังอยู่ทางทิศใต้ของเกาะ ใกล้แนวทะเลฝั่งลังกาวี มีหินซีกขนาดใหญ่เป็นสัญลักษณ์ด้านหน้าอ่าว และเป็นพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับการกักกันนักโทษการเมือง
หมู่เกาะอาดัง-ราวีเป็นอีกกลุ่มเกาะสำคัญของอุทยานแห่งชาติตะรุเตา ประกอบด้วยเกาะที่มีธรรมชาติทางทะเลสวยงาม แนวปะการัง น้ำทะเลใส หาดทรายขาว และจุดดำน้ำหลายแห่ง เกาะอาดังเป็นเกาะขนาดใหญ่รองจากเกาะตะรุเตา มีหาดแหลมสนและจุดชมวิวผาชะโดซึ่งสามารถมองเห็นเกาะหลีเป๊ะได้ชัดเจน ส่วนเกาะราวีมีหาดทรายและบรรยากาศสงบ เหมาะกับการพักผ่อนแบบใกล้ชิดธรรมชาติ เกาะหินงามโดดเด่นด้วยหาดหินสีดำเกลี้ยงเป็นเงา และร่องน้ำจาบังเป็นจุดดำน้ำที่มีปะการังอ่อนสีสวย
เกาะหลีเป๊ะอยู่ในพื้นที่หมู่เกาะตะรุเตาและเป็นจุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เพราะมีชายหาดสวย น้ำทะเลใส และที่พักเอกชนหลากหลาย แต่การทำความเข้าใจตะรุเตาไม่ควรมองเฉพาะหลีเป๊ะเท่านั้น เพราะเกาะตะรุเตา เกาะอาดัง เกาะราวี เกาะไข่ เกาะหินงาม และจุดดำน้ำต่าง ๆ ล้วนเป็นองค์ประกอบที่ทำให้อุทยานแห่งชาติตะรุเตามีคุณค่าครบทั้งธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และการอนุรักษ์
ฤดูกาลท่องเที่ยวหลักของอุทยานแห่งชาติตะรุเตาอยู่ในช่วงประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงพฤษภาคม โดยเฉพาะเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายนเป็นช่วงที่ทะเลอันดามันค่อนข้างสงบ ฟ้าเปิด น้ำทะเลใส และมีเรือให้บริการมากที่สุด ช่วงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ระหว่างกลางปีถึงปลายไตรมาส 3 บางพื้นที่ของอุทยานจะปิดการท่องเที่ยวและพักแรมประจำปีเพื่อความปลอดภัยและเพื่อให้ทรัพยากรธรรมชาติได้ฟื้นตัว สำหรับประกาศปี พ.ศ. 2569 พื้นที่หลายจุดในหมู่เกาะอาดัง-ราวีปิดระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 และบางจุดปิดถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 ขณะที่เกาะตะรุเตาบริเวณลานกางเต็นท์และที่พัก เกาะหินงาม และเกาะไข่ยังเป็นพื้นที่ที่เดินทางได้ตามประกาศของอุทยาน
กิจกรรมที่เหมาะกับอุทยานแห่งชาติตะรุเตามีหลายรูปแบบ เริ่มจากการพักผ่อนบนชายหาด เล่นน้ำ เดินขึ้นผาโต๊ะบู ชมพระอาทิตย์ตก ล่องเรือไปถ้ำจระเข้ เดินศึกษาธรรมชาติจากอ่าวพันเตมะละกาไปยังอ่าวตะโละวาวระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร เดินเส้นทางอ่าวจาก อ่าวเมาะและ และอ่าวสนระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร ดูนกในป่าดิบ ดำน้ำตื้นในช่วงฤดูกาลเหมาะสม และล่องเรือรอบเกาะเพื่อชมอ่าว หาด ป่าชายเลน และร่องรอยประวัติศาสตร์ นักท่องเที่ยวควรเลือกกิจกรรมตามฤดูกาล สภาพอากาศ สภาพทะเล และคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อุทยาน
ที่พักของอุทยานมีทั้งบ้านพักและพื้นที่กางเต็นท์ในโซนสำคัญ เช่น อ่าวพันเตมะละกาบนเกาะตะรุเตา อ่าวเมาะและ และหาดแหลมสนบนเกาะอาดัง บ้านพักของอุทยานมีลักษณะเรียบง่าย เน้นการพักใกล้ธรรมชาติ ไม่ใช่รีสอร์ตหรู นักท่องเที่ยวจึงควรเตรียมสิ่งจำเป็น เช่น ยาประจำตัว ไฟฉาย อุปกรณ์กันยุง ถุงกันน้ำ เสื้อผ้าที่เหมาะกับทะเล และอุปกรณ์ส่วนตัวให้พร้อม การพักในเขตอุทยานควรจองล่วงหน้า และควรติดตามประกาศปิดพื้นที่ตามฤดูกาลก่อนเดินทางทุกครั้ง
อาหารและสิ่งอำนวยความสะดวกบนเกาะตะรุเตามีจำกัดกว่าพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ นักท่องเที่ยวที่พักค้างคืนควรเตรียมแผนเรื่องอาหาร น้ำดื่ม และของใช้จำเป็นให้เหมาะสม แม้พื้นที่อ่าวพันเตมะละกาจะมีร้านอาหาร ห้องน้ำ และศูนย์บริการนักท่องเที่ยว แต่การเดินทางไปอ่าวอื่นหรือทำกิจกรรมระยะไกลต้องวางแผนเวลาให้ดี การเที่ยวตะรุเตาจึงเหมาะกับผู้ที่ชอบธรรมชาติจริง ชอบความสงบ และยอมรับความเรียบง่ายของการพักในเขตอุทยานได้
การเดินทาง สู่อุทยานแห่งชาติตะรุเตาเริ่มจากท่าเรือปากบารา ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู จังหวัดสตูล ซึ่งเป็นท่าเรือหลักและเป็นท่าเรือที่อยู่ใกล้เกาะตะรุเตามากที่สุด ระยะทางจากท่าเรือปากบาราถึงเกาะตะรุเตาประมาณ 22 กิโลเมตร การเดินทางด้วยเรือในฤดูกาลท่องเที่ยวมีทั้งเรือโดยสารและเรือเร็วของเอกชน บางเส้นทางแวะเกาะตะรุเตาและเกาะไข่ก่อนเดินทางต่อไปยังเกาะหลีเป๊ะ ส่วนบางเส้นทางเดินทางตรงไปยังเกาะหลีเป๊ะ นักท่องเที่ยวควรตรวจรอบเรือกับผู้ให้บริการก่อนเดินทาง เพราะรอบเรือเปลี่ยนตามฤดูกาล สภาพคลื่นลม และจำนวนผู้โดยสาร
หากเดินทางจากตัวเมืองสตูลไปท่าเรือปากบาราโดยรถยนต์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 406 ไปถึงบ้านฉลุง จากนั้นแยกเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 416 สายสตูล-ละงู และต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 4052 ไปยังท่าเรือปากบารา ระยะทางโดยรวมประมาณ 50 กิโลเมตร จากอำเภอหาดใหญ่สามารถใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 406 เข้าสู่จังหวัดสตูล แล้วต่อไปอำเภอละงูและท่าเรือปากบารา ส่วนผู้ที่เดินทางจากตรังสามารถใช้รถโดยสารหรือรถตู้มายังอำเภอละงู แล้วต่อรถสองแถวหรือรถท้องถิ่นไปท่าเรือปากบารา
นักท่องเที่ยวที่ไม่มีรถส่วนตัวสามารถใช้รถตู้หรือรถโดยสารจากหาดใหญ่ไปยังท่าเรือปากบาราได้ โดยจุดขึ้นรถสำคัญอยู่บริเวณตลาดเกษตรในตัวเมืองหาดใหญ่ ส่วนในจังหวัดสตูลมีรถโดยสาร รถตู้ รถสองแถว และแท็กซี่ท้องถิ่นไปยังปากบาราหลายเที่ยวในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ผู้ที่เดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะควรเผื่อเวลาเดินทางและเลือกเรือรอบที่สอดคล้องกับเวลาถึงท่าเรือ เพราะหากพลาดเรือรอบสำคัญอาจต้องพักค้างคืนที่ปากบาราก่อนเดินทางต่อในวันถัดไป
การเตรียมตัวก่อนเที่ยวอุทยานแห่งชาติตะรุเตาควรเริ่มจากตรวจประกาศเปิด-ปิดพื้นที่ประจำปี ตรวจรอบเรือ จองที่พักหรือเต็นท์ เตรียมเงินสดสำหรับค่าเข้าอุทยาน ค่าเรือ ค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ น้อย ๆ เตรียมเอกสารส่วนตัว ยาประจำตัว ครีมกันแดด หมวก แว่นกันแดด รองเท้าแตะหรือรองเท้าเดินป่าที่เหมาะสม ถุงกันน้ำ และถุงใส่ขยะส่วนตัว การเที่ยวอุทยานทางทะเลต้องคำนึงถึงคลื่นลมและความปลอดภัยเป็นอันดับแรก
ผู้ที่สนใจดำน้ำควรเลือกช่วงฤดูกาลที่น้ำใสและทะเลสงบ ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่และผู้ให้บริการเรือ ไม่เหยียบปะการัง ไม่จับสัตว์ทะเล ไม่เก็บหินหรือเปลือกหอยกลับบ้าน และไม่ให้อาหารปลา เพราะการกระทำเหล่านี้กระทบต่อระบบนิเวศโดยตรง สำหรับพื้นที่เกาะหินงาม หินสีดำบนชายหาดเป็นทรัพยากรธรรมชาติของอุทยาน ห้ามนำออกจากพื้นที่ การเที่ยวตะรุเตาที่ดีคือการชมให้เต็มตา ถ่ายภาพให้พอดี และปล่อยให้ธรรมชาติยังคงอยู่ในที่ของมัน
อุทยานแห่งชาติตะรุเตาเป็นจุดหมายที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการเที่ยวทะเลแบบลึกกว่าการพักผ่อนบนชายหาดทั่วไป เพราะภายในพื้นที่เดียวมีทั้งเกาะใหญ่ที่มีประวัติศาสตร์เข้มข้น เกาะเล็กที่มีหาดทรายและซุ้มประตูหิน จุดดำน้ำที่มีแนวปะการัง เส้นทางเดินป่า ป่าชายเลน ถ้ำ หาดวางไข่เต่าทะเล และจุดชมวิวหลายแห่ง หากวางแผนดี นักท่องเที่ยวสามารถจัดทริปแบบ 2 วัน 1 คืนบนเกาะตะรุเตา หรือเชื่อมต่อไปยังเกาะหลีเป๊ะ เกาะอาดัง และเกาะราวีเพื่อให้เห็นภาพรวมของหมู่เกาะตะรุเตาครบยิ่งขึ้น
สิ่งที่ทำให้อุทยานแห่งชาติตะรุเตายังคงน่าจดจำ คือความสมดุลระหว่างธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และความสงบ เกาะตะรุเตาไม่ได้มีแสงสีหรือสิ่งอำนวยความสะดวกมากเท่าแหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ แต่มีหาดยาว ป่าเขียว น้ำทะเลใส เส้นทางเดินป่า ร่องรอยทัณฑสถาน และเรื่องราวของผู้คนที่เคยอยู่บนเกาะอย่างเข้มข้น การเดินทางมาที่นี่จึงไม่ใช่เพียงการมาเที่ยวทะเล แต่เป็นการมาอ่านประวัติศาสตร์ของสตูลผ่านผืนเกาะและท้องทะเลอันดามัน
| ชื่อสถานที่ | อุทยานแห่งชาติตะรุเตา |
| ที่ตั้ง | ทะเลอันดามัน เขตอำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล และพื้นที่บริการหลักที่ท่าเรือปากบารา ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู จังหวัดสตูล |
| ที่อยู่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว | บริเวณท่าเรือปากบารา ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู จังหวัดสตูล 91110 |
| พิกัดเกาะตะรุเตา | 6.6108, 99.6516 |
| ไฮไลต์ | อุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งแรกของประเทศไทย มีเกาะ 51 เกาะ พื้นที่ประมาณ 1,490 ตารางกิโลเมตร ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ มีประวัติศาสตร์ทัณฑสถานเกาะตะรุเตา และได้รับการยกย่องเป็นอุทยานมรดกแห่งอาเซียน |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2517 ก่อนหน้านั้นเกาะตะรุเตาเคยเป็นนิคมฝึกอาชีพและสถานที่กักกันนักโทษตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 2470 ถึงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อ “ตะรุเตา” เพี้ยนมาจากคำในภาษามลายูที่สื่อถึงพื้นที่ซึ่งมีอ่าวมาก สอดคล้องกับภูมิประเทศของเกาะที่มีอ่าวน้อยใหญ่หลายแห่ง |
| ลักษณะเด่น | ทะเล เกาะ ป่าดิบชื้น ป่าชายเลน หาดทราย แนวปะการัง ถ้ำ จุดชมวิว เส้นทางเดินป่า และพื้นที่ประวัติศาสตร์อยู่ในแหล่งเดียว |
| การเดินทาง | เดินทางไปขึ้นเรือที่ท่าเรือปากบารา อำเภอละงู จังหวัดสตูล ระยะทางจากท่าเรือปากบาราถึงเกาะตะรุเตาประมาณ 22 กม. จากตัวเมืองสตูลใช้ทางหลวงหมายเลข 406 ต่อทางหลวงหมายเลข 416 และ 4052 ไปยังท่าเรือ |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้ท่องเที่ยวตามประกาศของอุทยาน โดยมีการปิดบางเกาะและบางจุดตามฤดูกาลมรสุมเพื่อความปลอดภัยและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ |
| วันเปิดทำการ | ทุกวันตามประกาศเปิด-ปิดพื้นที่ประจำปีของอุทยาน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.30 – 16.30 น. |
| ฤดูกาลท่องเที่ยวหลัก | ประมาณเดือนพฤศจิกายน – พฤษภาคม โดยช่วงพฤศจิกายน – เมษายนเป็นช่วงที่นิยมมากที่สุดสำหรับการเดินเรือและเที่ยวทะเล |
| ค่าเข้า | ชาวไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท ไม่รวมค่าเรือ ค่าเดินทาง ค่าที่พัก และค่าบริการกิจกรรมอื่น |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ท่าเทียบเรือ บ้านพัก ลานกางเต็นท์ ร้านอาหาร ห้องน้ำ เส้นทางศึกษาธรรมชาติ จุดชมวิว และบริการติดต่อกิจกรรมบางประเภทผ่านเจ้าหน้าที่อุทยาน |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | หมู่เกาะตะรุเตา หมู่เกาะอาดัง-ราวี อ่าวพันเตมะละกา อ่าวจาก อ่าวเมาะและ อ่าวสน อ่าวตะโละวาว อ่าวตะโละอุดัง ถ้ำจระเข้ ผาโต๊ะบู เกาะไข่ เกาะอาดัง เกาะราวี เกาะหินงาม และร่องน้ำจาบัง |
| หัวหน้าอุทยาน | นายสุรชัย ท่าเทศ |
| เบอร์ติดต่อหลัก | ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติตะรุเตา โทร. 0-7478-3485 ที่ทำการอุทยานแห่งชาติตะรุเตา โทร. 0-7478-3597 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | อุทยานแห่งชาติตะรุเตา Tarutao National Park, Satun Thailand และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. อ่าวพันเตมะละกา ประมาณ 0 กม. 2. จุดชมวิวผาโต๊ะบู ประมาณ 1 กม. 3. ถ้ำจระเข้ ประมาณ 2 กม. 4. อ่าวเมาะและ ประมาณ 4 กม. 5. อ่าวสน ประมาณ 8 กม. 6. ท่าเรือปากบารา ประมาณ 22 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านอาหารของอุทยานบริเวณอ่าวพันเตมะละกา ประมาณ 0 กม. 2. Laybara Coffee ปากบารา ประมาณ 22 กม. 3. ชมวิว ซีฟู๊ด ปากบารา ประมาณ 22 กม. โทร. 087-418-9881 4. ฟ้าใส ซีฟู้ด ปากบารา ประมาณ 22 กม. 5. ปะการังซีฟู้ด ปากบารา ประมาณ 23 กม. 6. ริมเลซีฟู้ด ปากบารา ประมาณ 22 กม. โทร. 083-195-7844, 087-794-0699 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. บ้านพักอุทยานฯ อ่าวพันเตมะละกา เกาะตะรุเตา ประมาณ 0 กม. โทร. 0-7478-3485 2. บ้านพักอุทยานฯ อ่าวเมาะและ เกาะตะรุเตา ประมาณ 4 กม. โทร. 0-7478-3485 3. ลานกางเต็นท์อ่าวสน เกาะตะรุเตา ประมาณ 8 กม. โทร. 0-7478-3485 4. Best House Resort Pakbara ประมาณ 22 กม. 5. Lake Terrace Resort ปากบารา ประมาณ 27 กม. โทร. 081-132-8178 6. Grand Andaman Resort ปากบารา ประมาณ 26 กม. โทร. 074-740-269 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: อุทยานแห่งชาติตะรุเตาอยู่ที่ไหน?
ตอบ: อุทยานแห่งชาติตะรุเตาอยู่ในทะเลอันดามัน จังหวัดสตูล พื้นที่หลักอยู่ในเขตอำเภอเมืองสตูล และเดินทางเข้าสู่เกาะโดยขึ้นเรือจากท่าเรือปากบารา อำเภอละงู จังหวัดสตูล
ถาม: อุทยานแห่งชาติตะรุเตาเปิดให้เที่ยวช่วงไหนดีที่สุด?
ตอบ: ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายนเป็นช่วงที่เหมาะที่สุดสำหรับการเที่ยวทะเลและเดินเรือ เพราะคลื่นลมสงบ น้ำทะเลใส และมีเรือให้บริการมากที่สุด
ถาม: ค่าเข้าอุทยานแห่งชาติตะรุเตาเท่าไร?
ตอบ: ค่าบริการเข้าอุทยานคือชาวไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท และชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท โดยไม่รวมค่าเรือ ค่าที่พัก และค่ากิจกรรมอื่น
ถาม: เดินทางไปอุทยานแห่งชาติตะรุเตาอย่างไร?
ตอบ: เดินทางไปท่าเรือปากบารา ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู จังหวัดสตูล แล้วต่อเรือไปเกาะตะรุเตา ระยะทางทางทะเลจากท่าเรือปากบาราถึงเกาะตะรุเตาประมาณ 22 กม.
ถาม: เกาะตะรุเตามีที่พักหรือไม่?
ตอบ: มีบ้านพักและลานกางเต็นท์ของอุทยานบริเวณอ่าวพันเตมะละกา อ่าวเมาะและ และอ่าวสน ควรจองล่วงหน้าและตรวจประกาศเปิด-ปิดพื้นที่ก่อนเดินทาง
ถาม: จุดเที่ยวสำคัญบนเกาะตะรุเตามีอะไรบ้าง?
ตอบ: จุดเที่ยวสำคัญได้แก่ อ่าวพันเตมะละกา ผาโต๊ะบู อ่าวจาก อ่าวเมาะและ อ่าวสน ถ้ำจระเข้ อ่าวตะโละวาว และอ่าวตะโละอุดัง
ถาม: อุทยานแห่งชาติตะรุเตามีประวัติศาสตร์สำคัญอย่างไร?
ตอบ: เกาะตะรุเตาเคยเป็นนิคมฝึกอาชีพและสถานที่กักกันนักโทษในช่วงปลายทศวรรษ 2470 ถึงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ก่อนถูกทิ้งร้างและได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งแรกของประเทศไทยในปี พ.ศ. 2517
ถาม: ช่วงมรสุมไปเที่ยวตะรุเตาได้หรือไม่?
ตอบ: ช่วงมรสุมอุทยานจะปิดบางเกาะและบางจุดตามประกาศประจำปีเพื่อความปลอดภัยและฟื้นฟูธรรมชาติ นักท่องเที่ยวควรตรวจประกาศอุทยานและรอบเรือก่อนเดินทาง
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์
ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว




