หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดพะเยา >อ.เมืองพะเยา >ต.เวียง > วัดหลวงราชสัณฐาน
TL;DR: วัดหลวงราชสัณฐาน อยู่ที่ตำบลเวียง อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา เปิดทุกวัน เวลา ติดต่อพระภิกษุภายในวัดเพื่อเข้าชมวิหาร. จุดเด่นคือ มีสิงห์เฝ้าประตู บันไดนาค วิหารพื้นเมืองล้านนา โถงภายในประดิษฐานพระประธานและพระพุทธรูป 4 องค์ จิตรกรรมโบราณบนผนังไม้.
วัดหลวงราชสัณฐาน

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: ติดต่อพระภิกษุภายในวัดเพื่อเข้าชมวิหาร
วัดหลวงราชสัณฐาน จังหวัดพะเยา หรือที่ชาวบ้านจำนวนมากเรียกว่า “วัดหลวงใน” และเรียกอย่างคุ้นเคยว่า “วัดหลวง” เป็นวัดเก่าแก่ในเขตตำบลเวียง อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา ตั้งอยู่บนถนนพหลโยธินในเขตเมืองเก่าและอยู่ไม่ไกลจากกว๊านพะเยา วัดแห่งนี้มีความสำคัญทั้งในฐานะศาสนสถานของชุมชนเมืองพะเยา แหล่งอนุรักษ์สถาปัตยกรรมพื้นเมืองล้านนา และสถานที่เก็บรักษาจิตรกรรมฝาผนังบนแผ่นไม้ที่หาชมได้ยาก จึงเป็นวัดที่ไม่ควรพลาดสำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม วิหารล้านนา จิตรกรรมโบราณ และร่องรอยความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าผู้ครองเมืองกับชุมชนพะเยา
จุดเด่นที่ทำให้วัดหลวงราชสัณฐานแตกต่างจากวัดอื่นในตัวเมืองพะเยาคือจิตรกรรมฝาผนังบนแผ่นไม้ภายในวิหาร จิตรกรรมเหล่านี้ไม่ได้เป็นภาพเขียนบนผนังปูนแบบที่พบในวัดจำนวนมาก แต่เป็นภาพเขียนสีฝุ่นผสมกาวยางไม้ เขียนลงบนกระดาษสาและผ้าที่แปะติดอยู่บนผนังไม้ เล่าเรื่องมหาชาติชาดก ทศชาติชาดก และพุทธประวัติในรูปแบบศิลปะพื้นเมืองล้านนา ลักษณะเช่นนี้สะท้อนเทคนิคงานช่างที่ละเอียดอ่อนและบอกให้เห็นว่าวิหารล้านนาในอดีตไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ประกอบศาสนกิจ แต่ยังเป็นพื้นที่เล่าเรื่องธรรมะผ่านภาพให้ชาวบ้านได้เรียนรู้ เข้าใจ และซึมซับคำสอนทางพระพุทธศาสนา
วัดหลวงราชสัณฐานเดิมเป็นวัดร้าง ต่อมาเจ้าหลวงวงศ์ ผู้ครองเมืองพะเยา ได้ร่วมกับชาวบ้านบูรณะปฏิสังขรณ์จนแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2387 ด้วยเหตุที่วัดแห่งนี้ได้รับการบูรณะโดยเจ้าหลวงผู้ครองเมือง ชาวบ้านจึงเรียกวัดนี้ว่า “วัดหลวง” ชื่อนี้สะท้อนทั้งฐานะของผู้บูรณะและความสำคัญของวัดต่อเมืองพะเยา หลังการบูรณะได้มีประชาชนเข้ามาประกอบพิธีกรรมทางศาสนาอย่างต่อเนื่อง และต่อมาวัดได้ใช้ชื่อว่า “วัดหลวงราชสัณฐาน” ซึ่งกลายเป็นชื่อทางการของวัดมาจนถึงปัจจุบัน
ประวัติการฟื้นฟูวัดหลวงราชสัณฐานทำให้เห็นบทบาทของเจ้าผู้ครองเมืองกับชุมชนพะเยาในอดีตอย่างชัดเจน การบูรณะวัดร้างให้กลับมาเป็นวัดที่มีชีวิตทางศาสนาอีกครั้งไม่ใช่เพียงการซ่อมอาคารหรือสร้างสถานที่ประกอบพิธี แต่เป็นการฟื้นฟูศูนย์กลางทางจิตใจของชุมชน การที่เจ้าหลวงวงศ์และชาวบ้านร่วมกันบูรณะจนสำเร็จจึงสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างอำนาจท้องถิ่น ศรัทธาของประชาชน และความต้องการรักษาพระพุทธศาสนาให้ดำรงอยู่ในเมืองพะเยา
วิหารของวัดหลวงราชสัณฐานเป็นสถาปัตยกรรมแบบพื้นเมืองล้านนาที่งดงามและมีอายุกว่าร้อยปี รูปแบบวิหารสะท้อนความเรียบง่ายแต่หนักแน่นของงานช่างท้องถิ่น ภายนอกวิหารมีองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยสร้างบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์ตั้งแต่พื้นที่ด้านหน้า ด้านทิศตะวันออกของวิหารมีเสาประตูทั้ง 2 ข้างพร้อมรูปปั้นสิงห์เฝ้าประตูข้างละตัว เมื่อเดินเข้าสู่ทางขึ้นจะพบทางบันไดนาคที่นำสายตาขึ้นสู่ประตูวิหาร และบริเวณข้างประตูยังมีสิงห์ปูนปั้นอีกด้านละตัว ทำให้พื้นที่ทางเข้ามีความสง่างามและสื่อถึงการก้าวเข้าสู่เขตพุทธสถาน
สิงห์และนาคที่ปรากฏบริเวณทางเข้าวิหารไม่ใช่เพียงเครื่องประดับทางสถาปัตยกรรม แต่เป็นสัญลักษณ์สำคัญในวัฒนธรรมล้านนา สิงห์ทำหน้าที่เสมือนผู้พิทักษ์เขตศักดิ์สิทธิ์ ส่วนบันไดนาคสื่อถึงการเชื่อมต่อระหว่างโลกมนุษย์กับพื้นที่ทางธรรมะ การเดินผ่านสิงห์และขึ้นบันไดนาคเข้าสู่วิหารจึงเป็นประสบการณ์ที่มีความหมายมากกว่าการเดินเข้าสู่อาคาร เพราะเป็นการเปลี่ยนจากพื้นที่สามัญของชุมชนเข้าสู่พื้นที่ที่ใช้ประกอบพิธีกรรม ฟังธรรม ไหว้พระ และเรียนรู้เรื่องราวทางพระพุทธศาสนา
ภายในวิหารเป็นโถงใหญ่ มีพระประธานประดิษฐานอยู่ด้านใน พร้อมพระพุทธรูปอีก 4 องค์ที่ตั้งอยู่ร่วมกัน ภาพรวมภายในวิหารให้ความรู้สึกสงบและมีความเป็นวัดพื้นเมืองพะเยาอย่างชัดเจน สิ่งที่ทำให้ผู้มาเยือนควรใช้เวลาอยู่ภายในวิหารให้นานขึ้นคือภาพจิตรกรรมฝาผนังที่ติดตั้งอยู่บนผนังไม้ ภาพเหล่านี้เป็นหลักฐานสำคัญของงานจิตรกรรมล้านนาในพื้นที่พะเยา และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้วัดหลวงราชสัณฐานเป็นจุดหมายของผู้สนใจศิลปกรรมโบราณ
จิตรกรรมภายในวิหารวัดหลวงราชสัณฐานมีเนื้อหาเกี่ยวกับมหาชาติชาดก ทศชาติชาดก และพุทธประวัติ ซึ่งเป็นเรื่องราวสำคัญในพระพุทธศาสนาที่ใช้สอนเรื่องทานบารมี ความเพียร ความเมตตา ความเสียสละ และการบำเพ็ญบารมีของพระโพธิสัตว์ก่อนตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ภาพจิตรกรรมจึงทำหน้าที่เหมือนตำราธรรมะสำหรับชาวบ้านในอดีต โดยเล่าเรื่องผ่านภาพบุคคล ฉากบ้านเมือง เครื่องแต่งกาย วิถีชีวิต และเหตุการณ์สำคัญ ทำให้ผู้ชมสามารถเข้าใจธรรมะและเรื่องเล่าทางศาสนาได้แม้ไม่ได้อ่านคัมภีร์โดยตรง
เทคนิคการเขียนภาพด้วยสีฝุ่นผสมกาวยางไม้บนกระดาษสาและผ้าที่แปะติดบนผนังไม้เป็นสิ่งที่ควรสังเกตอย่างยิ่ง สีฝุ่นให้โทนสีที่นุ่ม ละเอียด และมีลักษณะเฉพาะของจิตรกรรมพื้นเมือง ส่วนกระดาษสาและผ้าทำหน้าที่เป็นพื้นรองรับภาพก่อนนำไปติดบนผนังไม้ เทคนิคนี้สะท้อนความรู้ของช่างในอดีตที่เลือกใช้วัสดุในท้องถิ่นให้สอดคล้องกับสภาพอาคารไม้ของวิหารล้านนา เมื่อเวลาผ่านไป สีและเนื้อวัสดุย่อมเสื่อมสภาพตามธรรมชาติ จึงยิ่งทำให้ภาพจิตรกรรมที่เหลืออยู่มีคุณค่ามากขึ้น
ปี พ.ศ. 2527 เป็นเหตุการณ์สำคัญของวัดหลวงราชสัณฐาน เมื่อเกิดพายุฝนทำให้วิหารหลังเก่าพังทลายลงทั้งหมด เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อภาพจิตรกรรมฝาผนังอย่างรุนแรง จิตรกรรมส่วนใหญ่เสียหายจนไม่สามารถอนุรักษ์ให้กลับคืนสภาพเดิมได้ทั้งหมด แต่ยังมีจิตรกรรมบนแผ่นไม้จำนวนหนึ่งที่สามารถอนุรักษ์ไว้ได้ ต่อมาเมื่อมีการสร้างวิหารหลังใหม่บนฐานเดิมและคงรูปแบบสถาปัตยกรรมเดิมไว้ ทางวัดได้นำภาพจิตรกรรมของเดิมมาติดตั้งประกอบเข้ากับวิหารหลังใหม่ ทำให้ผู้มาเยือนในปัจจุบันยังสามารถชมร่องรอยศิลปกรรมดั้งเดิมของวัดได้
ความสำคัญของจิตรกรรมวัดหลวงราชสัณฐานไม่ได้อยู่เพียงอายุของภาพ แต่ยังอยู่ที่การรอดพ้นจากการพังทลายของวิหารและการถูกนำกลับมาติดตั้งในตำแหน่งที่สัมพันธ์กับวิหารหลังใหม่ ภาพเหล่านี้จึงเป็นหลักฐานของทั้งศิลปะและการอนุรักษ์ในเวลาเดียวกัน ผู้ชมจะได้เห็นว่ามรดกวัฒนธรรมบางอย่างไม่ได้คงอยู่โดยสมบูรณ์ตั้งแต่ต้นจนจบ แต่ผ่านการชำรุด การสูญหาย การเก็บรักษา และการประกอบกลับเข้าสู่บริบทเดิมอย่างระมัดระวัง
งานศึกษาทางศิลปกรรมเกี่ยวกับจิตรกรรมวัดหลวงราชสัณฐานชี้ให้เห็นว่าจิตรกรรมที่เหลืออยู่มีคุณค่าต่อการศึกษารูปแบบและอิทธิพลของจิตรกรรมล้านนา โดยเฉพาะความใกล้เคียงกับจิตรกรรมล้านนาของจังหวัดน่าน ความคล้ายคลึงด้านรูปแบบทำให้เห็นความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมระหว่างพะเยากับน่านในอดีต ช่างเขียนอาจได้รับอิทธิพลหรือมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มช่างเมืองน่าน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีชื่อเสียงด้านจิตรกรรมฝาผนังล้านนา การชมภาพภายในวิหารจึงเป็นโอกาสในการเห็นเครือข่ายศิลปกรรมภาคเหนือผ่านงานจิตรกรรมขนาดเล็กที่ยังเหลือรอดอยู่
ภาพจิตรกรรมบางชุดยังสะท้อนรายละเอียดการแต่งกายของชาวพะเยาในอดีต โดยเฉพาะภาพสตรีที่นุ่งผ้าซิ่นลายขวางหรือซิ่นต๋าต่อตีน รายละเอียดลักษณะนี้มีคุณค่าทางชาติพันธุ์วรรณนาและวัฒนธรรมการแต่งกาย เพราะช่วยให้เห็นว่าจิตรกรรมวัดไม่ได้เล่าเฉพาะเรื่องทางศาสนาเท่านั้น แต่ยังบันทึกวิถีชีวิต ภาพคนพื้นเมือง เครื่องแต่งกาย และรสนิยมของชุมชนในช่วงเวลากว่า 100 ปีที่ผ่านมา ภาพเล็ก ๆ บนผนังวิหารจึงทำหน้าที่คล้ายเอกสารประวัติศาสตร์ของผู้คนในท้องถิ่น
นอกจากวิหารและจิตรกรรมแล้ว พระเจดีย์ของวัดหลวงราชสัณฐานก็เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ควรชม พระเจดีย์เป็นทรงพื้นเมืองล้านนา ประกอบด้วยฐานเขียงสี่เหลี่ยม 3 ชั้น ต่อด้วยบัวหงายและเรือนธาตุ ถัดขึ้นไปเป็นบัวคว่ำบัวหงาย ฐานเขียงทรงกลม 3 ชั้น มาลัยเถา คอระฆังกลม องค์ระฆังรูป 8 เหลี่ยม บัลลังก์ 8 เหลี่ยม ปล้องไฉนเป็นปูนปั้นรูปกลีบบัว 2 ชั้น และปลียอด รูปทรงโดยรวมแสดงพัฒนาการของสถาปัตยกรรมเจดีย์ล้านนาที่มีทั้งความมั่นคง ความละเอียด และความเป็นสัญลักษณ์ทางพระพุทธศาสนา
การชมเจดีย์ควรสังเกตลำดับชั้นจากฐานขึ้นไปถึงปลียอด เพราะแต่ละส่วนมีหน้าที่ทั้งทางโครงสร้างและความหมายทางศิลปกรรม ฐานเขียงสี่เหลี่ยมทำให้องค์เจดีย์ดูมั่นคง เรือนธาตุและองค์ระฆังทำหน้าที่เป็นแกนสำคัญของรูปทรง ส่วนปล้องไฉนและปลียอดช่วยยกสายตาขึ้นสู่เบื้องบน ลักษณะเหล่านี้สอดคล้องกับความเชื่อเรื่องเจดีย์ในฐานะสัญลักษณ์ของพระพุทธศาสนาและพื้นที่บรรจุหรือระลึกถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์
วัดหลวงราชสัณฐานยังมีความสำคัญในฐานะแหล่งอนุรักษ์คัมภีร์ใบลานและปั๊บสาโบราณ ซึ่งเป็นมรดกล้านนาที่เกี่ยวข้องกับการบันทึกพระธรรม คำสอน เรื่องเล่า ประวัติศาสตร์ และความรู้ท้องถิ่น การดูแลคัมภีร์เหล่านี้สะท้อนบทบาทของวัดในฐานะคลังความรู้ของชุมชน วัดไม่ได้ทำหน้าที่เฉพาะประกอบพิธีกรรม แต่ยังเป็นสถานที่เก็บรักษาหนังสือใบลาน ปั๊บสา และเอกสารโบราณที่ช่วยเชื่อมคนปัจจุบันกับภูมิปัญญาของอดีต
เมื่อมองภาพรวม วัดหลวงราชสัณฐานจึงเป็นวัดที่มีคุณค่าหลายด้านพร้อมกัน ด้านประวัติศาสตร์มีเรื่องราวการเป็นวัดร้างและการบูรณะโดยเจ้าหลวงวงศ์ ด้านสถาปัตยกรรมมีวิหารพื้นเมืองล้านนาและเจดีย์ทรงล้านนา ด้านจิตรกรรมมีภาพฝาผนังบนแผ่นไม้ที่เขียนด้วยเทคนิคสีฝุ่นบนกระดาษสาและผ้า ด้านสังคมวัฒนธรรมมีบทบาทเป็นวัดของชุมชนเมืองพะเยา และด้านการอนุรักษ์มีเรื่องราวการเก็บรักษาจิตรกรรมกับคัมภีร์โบราณ สิ่งเหล่านี้ทำให้วัดหลวงราชสัณฐานเหมาะกับผู้ที่ต้องการเที่ยวพะเยาในเชิงลึก
การเข้าชมวิหารควรติดต่อพระภิกษุภายในวัดก่อน เพราะวิหารและจิตรกรรมเป็นพื้นที่ที่ต้องดูแลรักษา นักท่องเที่ยวควรเข้าชมด้วยความเคารพ ไม่สัมผัสภาพจิตรกรรม ไม่ใช้แฟลชถ่ายภาพใกล้ภาพเก่า ไม่พิงผนังไม้ และไม่ส่งเสียงดังภายในวิหาร การระมัดระวังเหล่านี้มีความสำคัญมาก เพราะจิตรกรรมที่เหลืออยู่ผ่านทั้งกาลเวลา ความเสียหายจากพายุ และการอนุรักษ์มาแล้ว การดูแลอย่างเหมาะสมของผู้มาเยือนจึงเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยรักษามรดกพะเยาให้คงอยู่ต่อไป
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ วัดหลวงราชสัณฐานมีมุมที่น่าสนใจหลายจุด ทั้งแนวสิงห์เฝ้าประตู บันไดนาค วิหารแบบพื้นเมืองล้านนา เจดีย์ทรงล้านนา และรายละเอียดงานไม้ภายในวิหาร อย่างไรก็ตาม การถ่ายภาพควรคำนึงถึงความเหมาะสมและข้อกำหนดของทางวัด โดยเฉพาะภาพจิตรกรรมฝาผนังที่มีความเปราะบาง ควรถ่ายในระยะที่ไม่รบกวนพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์และไม่ทำให้ภาพเสียหายจากแสงหรือการสัมผัส
วัดหลวงราชสัณฐานเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทำความเข้าใจเมืองพะเยาในมุมที่สงบและละเอียดกว่าการเที่ยวจุดหลักริมกว๊าน วัดแห่งนี้ไม่ได้มีจุดขายแบบความใหญ่โตหรือความคึกคัก แต่โดดเด่นด้วยรายละเอียดของงานช่างและเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ในวิหาร ภาพจิตรกรรมบนแผ่นไม้แต่ละชุดเป็นเหมือนหน้าต่างเล็ก ๆ ที่เปิดให้เห็นโลกของคนพะเยาในอดีต ทั้งความเชื่อ ศิลปะ การแต่งกาย และการเรียนรู้ธรรมะผ่านภาพ
การเดินทาง ไปวัดหลวงราชสัณฐานทำได้สะดวกจากตัวเมืองพะเยา วัดตั้งอยู่บนถนนพหลโยธิน ตำบลเวียง อำเภอเมืองพะเยา หากเดินทางจากย่านกว๊านพะเยาหรืออนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง ใช้เวลาไม่นาน สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า รถจักรยานยนต์ รถรับจ้างท้องถิ่น หรือบริการเรียกรถในพื้นที่ได้ เนื่องจากวัดอยู่ในเขตเมือง จึงเหมาะสำหรับจัดร่วมกับเส้นทางไหว้พระและชมวัดเก่าในตัวเมือง เช่น วัดศรีอุโมงค์คำ วัดลีและพิพิธภัณฑ์เวียงพยาว วัดติโลกอาราม วัดศรีโคมคำ และกว๊านพะเยา
เส้นทางท่องเที่ยวที่เหมาะสมคือเริ่มจากวัดหลวงราชสัณฐานเพื่อชมวิหารและจิตรกรรมฝาผนัง จากนั้นไปวัดศรีอุโมงค์คำเพื่อสักการะพระเจ้าล้านตื้อและพระเจ้าแข้งคม ต่อด้วยวัดลีและพิพิธภัณฑ์เวียงพยาวเพื่อเรียนรู้โบราณวัตถุเมืองพะเยา แล้วจึงเดินทางไปกว๊านพะเยาและอนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมืองในช่วงเย็น เส้นทางนี้ทำให้ผู้มาเยือนได้เห็นพะเยาครบทั้งงานจิตรกรรม งานพระพุทธรูป โบราณวัตถุ เมืองเก่า และภูมิทัศน์ริมกว๊าน
หากเดินทางกับครอบครัวหรือเยาวชน วัดหลวงราชสัณฐานสามารถใช้เป็นแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนได้อย่างดี เพราะมีทั้งเรื่องประวัติศาสตร์ท้องถิ่น สถาปัตยกรรมล้านนา งานจิตรกรรม เทคนิควัสดุพื้นบ้าน และการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรม ผู้ปกครองหรือครูสามารถอธิบายให้เห็นว่าภาพฝาผนังในวัดไม่ใช่เพียงภาพตกแต่ง แต่เป็นเครื่องมือการสอนธรรมะและเป็นหลักฐานที่บันทึกวิถีชีวิตของคนในอดีตไว้ในเวลาเดียวกัน
สิ่งที่ทำให้วัดหลวงราชสัณฐานควรถูกจัดไว้ในโปรแกรมเที่ยวพะเยาคือความหายากของจิตรกรรมบนแผ่นไม้ วัดจำนวนมากในภาคเหนือมีจิตรกรรมฝาผนังบนปูนหรือบนผนังวิหาร แต่ภาพที่เขียนบนกระดาษสาและผ้าแล้วแปะบนผนังไม้ซึ่งผ่านเหตุการณ์วิหารพังทลายและยังคงได้รับการอนุรักษ์กลับมาติดตั้งใหม่เช่นนี้มีไม่มาก การได้ชมภาพเหล่านี้จึงเป็นโอกาสในการเห็นศิลปะที่ทั้งงดงาม เปราะบาง และทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์
โดยสรุป วัดหลวงราชสัณฐานเป็นวัดสำคัญของเมืองพะเยาที่ควรค่าแก่การแวะชมอย่างตั้งใจ ภายในวัดมีทั้งวิหารพื้นเมืองล้านนา สิงห์เฝ้าประตู บันไดนาค พระประธาน พระพุทธรูปภายในวิหาร ภาพจิตรกรรมฝาผนังบนแผ่นไม้ เจดีย์ทรงล้านนา และเรื่องราวการบูรณะโดยเจ้าหลวงวงศ์ วัดแห่งนี้ทำให้เห็นพะเยาในฐานะเมืองที่มีมรดกทางศิลปกรรมลึกซึ้ง ไม่ได้มีเพียงธรรมชาติริมกว๊านเท่านั้น แต่ยังมีวัดเก่าและงานช่างที่สะท้อนความศรัทธาของผู้คนมาอย่างยาวนาน
เมื่อมาเยือนพะเยา หากต้องการชมสถานที่ที่รวมความสงบ ความงามทางสถาปัตยกรรม และคุณค่าของจิตรกรรมล้านนาไว้ในพื้นที่เดียว วัดหลวงราชสัณฐานคือหนึ่งในคำตอบที่ชัดเจนที่สุด การได้ยืนอยู่ในวิหารที่สร้างขึ้นใหม่บนฐานเดิมและชมจิตรกรรมเก่าที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ ทำให้ผู้มาเยือนสัมผัสได้ว่ามรดกวัฒนธรรมไม่ใช่สิ่งที่หยุดนิ่งอยู่ในอดีต แต่เป็นสิ่งที่ชุมชน พระสงฆ์ และผู้คนในปัจจุบันร่วมกันรักษาให้ยังมีชีวิตต่อไป
| ชื่อสถานที่ | วัดหลวงราชสัณฐาน |
| ที่ตั้ง | ตำบลเวียง อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา |
| ที่อยู่ | 945/4 ถนนพหลโยธิน ตำบลเวียง อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา 56000 |
| พิกัด | 19.16823, 99.9 |
| ไฮไลต์ | วิหารพื้นเมืองล้านนาและจิตรกรรมฝาผนังบนแผ่นไม้ เขียนด้วยสีฝุ่นผสมกาวยางไม้บนกระดาษสาและผ้าที่แปะติดผนังไม้ เล่าเรื่องมหาชาติชาดก ทศชาติชาดก และพุทธประวัติ |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | เดิมเป็นวัดร้าง ต่อมาเจ้าหลวงวงศ์ร่วมกับชาวบ้านบูรณะปฏิสังขรณ์จนแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2387 วิหารหลังเก่าพังทลายในปี พ.ศ. 2527 และมีการสร้างวิหารหลังใหม่บนฐานเดิมโดยคงรูปแบบสถาปัตยกรรมเดิมไว้ |
| ที่มาของชื่อ | ชาวบ้านเรียกว่า “วัดหลวง” เพราะเจ้าหลวงวงศ์ ผู้ครองเมืองพะเยา เป็นผู้บูรณะวัดร้างแห่งนี้ร่วมกับชาวบ้าน ต่อมามีชื่อว่าวัดหลวงราชสัณฐาน |
| ลักษณะเด่น | มีสิงห์เฝ้าประตู บันไดนาค วิหารพื้นเมืองล้านนา โถงภายในประดิษฐานพระประธานและพระพุทธรูป 4 องค์ จิตรกรรมโบราณบนผนังไม้ และเจดีย์ทรงพื้นเมืองล้านนา |
| หลักฐานสำคัญ | จิตรกรรมฝาผนังบนแผ่นไม้ที่อนุรักษ์ไว้ได้จากวิหารหลังเก่า วิหารพื้นเมืองล้านนา เจดีย์ทรงล้านนา พระประธาน พระพุทธรูปภายในวิหาร และคัมภีร์ใบลานล้านนา |
| การเดินทาง | เดินทางจากย่านกว๊านพะเยาหรืออนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมืองเข้าสู่ถนนพหลโยธินในเขตตำบลเวียงได้สะดวก สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัว รถเช่า รถจักรยานยนต์ รถรับจ้างท้องถิ่น หรือบริการเรียกรถในพื้นที่ |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นวัดราษฎร์และแหล่งศิลปกรรมสำคัญของเมืองพะเยา การเข้าชมวิหารควรติดต่อพระภิกษุภายในวัด |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | ติดต่อพระภิกษุภายในวัดเพื่อเข้าชมวิหาร |
| ค่าเข้า | ไม่เสียค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่ไหว้พระ วิหาร เจดีย์ พื้นที่ชมจิตรกรรม พื้นที่วัด และพื้นที่จอดรถบริเวณใกล้เคียง |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | วิหารพื้นเมืองล้านนา ประตูสิงห์ บันไดนาค โถงวิหาร พระประธาน จิตรกรรมฝาผนังบนแผ่นไม้ และพระเจดีย์ทรงพื้นเมืองล้านนา |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พระครูอุปถัมภ์จันทวงศ์ |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. กว๊านพะเยา ประมาณ 1 กม. 2. อนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง ประมาณ 1 กม. 3. วัดศรีอุโมงค์คำ ประมาณ 1 กม. 4. วัดลี และพิพิธภัณฑ์เวียงพยาว ประมาณ 1 กม. 5. วัดติโลกอาราม ประมาณ 2 กม. 6. วัดศรีโคมคำ ประมาณ 2 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ก๋วยเตี๋ยว ป้าผันวัดลี ประมาณ 1 กม. โทร. 099-142-6157 2. ข้าวซอยแสงเพียร ประมาณ 1 กม. โทร. 054-482-006, 054-482-996 3. ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นอันเจริญ ประมาณ 2 กม. โทร. 054-410-966 4. ครัวออโรรา Aurora Kwan Phayao ประมาณ 2 กม. โทร. 054-410-493 5. Phayao Cruise แพสำราญกว๊านพะเยา ประมาณ 2 กม. โทร. 085-488-9101, 086-729-1773 6. บ้านสิงห์ธรรม ประมาณ 3 กม. โทร. 086-337-7844 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. The Cozy Nest Boutique Rooms ประมาณ 1 กม. โทร. 054-071-222, 096-556-0665 2. KM Kwanphayao Hotel ประมาณ 1 กม. โทร. 086-429-6591, 054-071-243 3. Hop Inn Phayao ประมาณ 2 กม. โทร. 02-080-2222 4. Phuglong Hotel ประมาณ 2 กม. โทร. 054-481-915 5. Phayao Gateway Hotel ประมาณ 2 กม. โทร. 063-696-2249, 054-484-333, 054-411-333 6. P Bliss Hotel พะเยา ประมาณ 2 กม. โทร. 054-431599 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดหลวงราชสัณฐานอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดหลวงราชสัณฐานตั้งอยู่ที่ 945/4 ถนนพหลโยธิน ตำบลเวียง อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา อยู่ในเขตเมืองและเดินทางสะดวกจากกว๊านพะเยา
ถาม: วัดหลวงราชสัณฐานมีอะไรเด่น?
ตอบ: จุดเด่นคือวิหารพื้นเมืองล้านนาและจิตรกรรมฝาผนังบนแผ่นไม้ เขียนด้วยสีฝุ่นผสมกาวยางไม้บนกระดาษสาและผ้าที่ติดบนผนังไม้
ถาม: ทำไมชาวบ้านเรียกวัดนี้ว่าวัดหลวง?
ตอบ: เพราะเจ้าหลวงวงศ์ ผู้ครองเมืองพะเยา เป็นผู้ร่วมกับชาวบ้านบูรณะปฏิสังขรณ์วัดร้างแห่งนี้จนแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2387
ถาม: จิตรกรรมภายในวัดหลวงราชสัณฐานเล่าเรื่องอะไร?
ตอบ: จิตรกรรมภายในวิหารเล่าเรื่องมหาชาติชาดก ทศชาติชาดก และพุทธประวัติ รวมถึงสะท้อนวิถีชีวิตและการแต่งกายของผู้คนในอดีต
ถาม: วิหารเดิมของวัดหลวงราชสัณฐานเกิดอะไรขึ้น?
ตอบ: ในปี พ.ศ. 2527 เกิดพายุฝนทำให้วิหารหลังเก่าพังทลายลง ต่อมามีการสร้างวิหารหลังใหม่บนฐานเดิมและนำจิตรกรรมเดิมที่อนุรักษ์ไว้กลับมาติดตั้ง
ถาม: เข้าชมวิหารวัดหลวงราชสัณฐานได้อย่างไร?
ตอบ: การเข้าชมวิหารควรติดต่อพระภิกษุภายในวัดก่อน เนื่องจากภายในมีจิตรกรรมเก่าที่ต้องดูแลรักษาอย่างระมัดระวัง
ถาม: ใครเป็นเจ้าอาวาสวัดหลวงราชสัณฐาน?
ตอบ: พระครูอุปถัมภ์จันทวงศ์เป็นเจ้าอาวาสวัดหลวงราชสัณฐาน
ถาม: สามารถเที่ยววัดหลวงราชสัณฐานร่วมกับสถานที่ใดได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับกว๊านพะเยา อนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง วัดศรีอุโมงค์คำ วัดลีและพิพิธภัณฑ์เวียงพยาว วัดติโลกอาราม และวัดศรีโคมคำได้อย่างสะดวก
โทร : 054482224
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ
ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว




