หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดพะเยา >อ.เชียงคำ >ต.เชียงบาน > อนุสรณ์ผู้เสียสละ พลเรือน ตำรวจ ทหาร 2324
TL;DR: อนุสรณ์ผู้เสียสละ พลเรือน ตำรวจ ทหาร 2324 อยู่ที่ภายในค่ายขุนจอมธรรม อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา เปิดจันทร์ – เสาร์ เวลา 09.00 – 16.00 น.
อนุสรณ์ผู้เสียสละ พลเรือน ตำรวจ ทหาร 2324
วันเปิดทำการ: จันทร์ – เสาร์
เวลาเปิดทำการ: 09.00 – 16.00 น.
อนุสรณ์ผู้เสียสละ พลเรือน ตำรวจ ทหาร 2324 หรือที่รู้จักในชื่ออนุสรณ์ผู้เสียสละ พตท. 2324 ตั้งอยู่ภายในค่ายขุนจอมธรรม ซึ่งเป็นที่ตั้งของกองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 17 อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา เป็นอนุสรณ์สถานและพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์การทหารที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงพลเรือน ตำรวจ และทหารที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่เพื่อรักษาความมั่นคงของชาติในพื้นที่จังหวัดพะเยาและจังหวัดเชียงราย ระหว่าง พ.ศ. 2510 – 2525 สถานที่แห่งนี้เป็นทั้งแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ พื้นที่ประกอบพิธีรำลึก และสัญลักษณ์ของความเสียสละที่เชื่อมโยงผู้คนในพื้นที่ชายแดนภาคเหนือเข้ากับความทรงจำร่วมของชาติไทย
หากมองเพียงผิวเผิน อนุสรณ์ผู้เสียสละ พตท. 2324 อาจดูเป็นอนุสรณ์สถานทางราชการที่ตั้งอยู่หน้าค่ายทหาร แต่เมื่อเข้าใจบริบทของพื้นที่เชียงคำและภูมิประเทศตอนบนของจังหวัดพะเยา จะเห็นว่าสถานที่แห่งนี้มีความหมายลึกกว่านั้นมาก อำเภอเชียงคำเป็นพื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์ของภาคเหนือ อยู่ไม่ไกลจากเส้นทางที่เชื่อมต่อไปยังอำเภอจุน อำเภอภูซาง และแนวพื้นที่ชายแดนไทย – ลาว ความสำคัญของพื้นที่นี้ในอดีตทำให้เชียงคำไม่ได้เป็นเพียงเมืองท้องถิ่นที่มีวัฒนธรรมไทลื้อ วัดเก่า และชุมชนสงบเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่เกี่ยวพันกับการรักษาความมั่นคงของประเทศในช่วงเวลาที่สังคมไทยเผชิญความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
อนุสรณ์แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเทิดทูนวีรกรรมของผู้เสียสละจำนวน 399 นาย ซึ่งประกอบด้วยประชาชน พลเรือน ตำรวจ และทหาร ที่เสียชีวิตจากการต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ในเขตพื้นที่จังหวัดพะเยาและจังหวัดเชียงราย ช่วง พ.ศ. 2510 – 2525 ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นบทหนึ่งของประวัติศาสตร์ร่วมสมัยไทยที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางอุดมการณ์ การปฏิบัติการตามพื้นที่ภูเขา ป่าเขา และชุมชนชายขอบ รวมถึงความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชนในท้องถิ่น การสร้างอนุสรณ์จึงไม่ใช่การยกย่องหน่วยใดหน่วยหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นการประกาศให้เห็นว่าการรักษาแผ่นดินในช่วงเวลายากลำบากเกิดจากพลังร่วมของหลายภาคส่วน
ชื่อ “พลเรือน ตำรวจ ทหาร” สะท้อนเจตนารมณ์ของสถานที่อย่างชัดเจน เพราะการเสียสละในพื้นที่ชายแดนและพื้นที่ยุทธศาสตร์ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะกำลังทหารในสนามรบ ประชาชนในพื้นที่ พลเรือนที่ช่วยสนับสนุนภารกิจ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดูแลความสงบเรียบร้อย และทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวพื้นที่เสี่ยง ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจเดียวกัน การนำชื่อทั้ง 3 ภาคส่วนมาอยู่ร่วมกันในอนุสรณ์เดียวจึงเป็นการยืนยันว่าความมั่นคงของชาติไม่ได้เกิดจากอาวุธหรือกำลังเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความร่วมมือ ความกล้าหาญ และความไว้วางใจระหว่างรัฐกับประชาชน
อนุสรณ์ผู้เสียสละ พตท. 2324 ก่อสร้างแล้วเสร็จในเดือนเมษายน พ.ศ. 2524 และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินมาทรงประกอบพิธีเปิดเมื่อวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2525 เหตุการณ์นี้ทำให้อนุสรณ์แห่งนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษในความทรงจำของประชาชนในพื้นที่ เพราะไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ที่หน่วยงานทหารจัดสร้างขึ้น แต่เป็นอนุสรณ์แห่งเกียรติยศที่ได้รับการรับรองในระดับชาติ และเป็นพื้นที่ที่ชาวเชียงคำ ชาวพะเยา และผู้ที่เดินทางมาเยี่ยมชมสามารถสำนึกถึงคุณค่าของสันติภาพผ่านประวัติศาสตร์จริง
ลักษณะทางสถาปัตยกรรมของอนุสรณ์มีความเรียบง่ายแต่หนักแน่น อนุสรณ์มีลักษณะเป็นเสาห้าเหลี่ยมสีเขียว ด้านหน้าเป็นลานครึ่งวงกลม และด้านหลังมีอาคารพิพิธภัณฑ์ชั้นเดียว รูปทรงห้าเหลี่ยมช่วยให้ตัวอนุสรณ์มีความมั่นคงและมองเห็นเด่นชัดจากพื้นที่โดยรอบ สีเขียวเชื่อมโยงกับบริบทของกองทัพ ป่าเขา และพื้นที่ชายแดน ส่วนลานครึ่งวงกลมด้านหน้าทำหน้าที่เป็นพื้นที่รวมพล พื้นที่ประกอบพิธี และพื้นที่ให้ประชาชนเข้ามาสักการะอย่างเป็นระเบียบ ความงามของอนุสรณ์ไม่ได้อยู่ที่ความหรูหรา แต่อยู่ที่ความสงบ ขึงขัง และความหมายที่สื่อสารอย่างตรงไปตรงมา
ด้านหลังอนุสรณ์เป็นอาคารพิพิธภัณฑ์อนุสาวรีย์ผู้เสียสละ พตท. 2324 ซึ่งจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การสู้รบในพื้นที่ภาคเหนือของไทย ภายในมีภาพถ่าย ชุดแต่งกายทหาร อาวุธปืน ระเบิด เครื่องเวชภัณฑ์ของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ และนิทรรศการจำลองพื้นที่สนามรบ การจัดแสดงเหล่านี้ช่วยให้ผู้เข้าชมเห็นภาพของสถานการณ์ในอดีตได้ชัดเจนขึ้น ไม่ใช่เพียงอ่านรายชื่อผู้เสียชีวิตหรือชมอนุสรณ์จากภายนอก แต่สามารถเข้าใจสภาพแวดล้อม ภูมิประเทศ และความยากลำบากของการปฏิบัติหน้าที่ในช่วงเวลานั้น
เนื้อหาภายในพิพิธภัณฑ์ยังกล่าวถึงพื้นที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้ เช่น อำเภอปง อำเภอเชียงม่วน ดอยผาจิ ดอยผาช้างน้อย ฐานที่มั่นบนดอยภูลังกา และดอยน้ำสา ซึ่งล้วนเป็นชื่อที่สะท้อนภูมิประเทศแบบภูเขา ป่า และพื้นที่สูง การต่อสู้ในภูมิประเทศเช่นนี้แตกต่างจากสนามรบทั่วไป เพราะต้องอาศัยความอดทน ความชำนาญพื้นที่ การประสานงานกับชุมชน และการปฏิบัติงานภายใต้ข้อจำกัดด้านเส้นทาง การสื่อสาร และทรัพยากร การชมพิพิธภัณฑ์จึงทำให้ผู้มาเยือนเข้าใจว่าความเสียสละของผู้กล้าไม่ได้เกิดขึ้นในฉากประวัติศาสตร์ที่ห่างไกล แต่เกิดขึ้นในพื้นที่ภูเขาและชุมชนที่คนในภาคเหนือยังรู้จักดี
รายชื่อผู้เสียชีวิตจำนวน 399 นายที่ปรากฏในอนุสรณ์เป็นหัวใจของสถานที่แห่งนี้ เพราะชื่อแต่ละชื่อไม่ได้เป็นเพียงตัวอักษรบนแผ่นจารึก แต่คือชีวิตจริงของผู้คนที่มีครอบครัว มีบ้านเกิด มีหน้าที่ และมีความฝัน การบันทึกรายชื่อไว้ในพื้นที่สาธารณะเป็นการยืนยันว่าความเสียสละของพวกเขาไม่ถูกลืม และทำให้คนรุ่นหลังสามารถเข้าใจประวัติศาสตร์ผ่านชีวิตของมนุษย์จริง ไม่ใช่ผ่านตัวเลขหรือเหตุการณ์ทางการเมืองอย่างเดียว
อนุสรณ์ผู้เสียสละ พตท. 2324 ยังเป็นสถานที่ประกอบพิธีรำลึกในช่วงปลายเดือนมกราคมของทุกปี โดยหน่วยงานราชการ ทหาร ตำรวจ ประชาชน และครอบครัวของผู้เกี่ยวข้องจะมาร่วมแสดงความเคารพต่อวีรชนผู้เสียสละ พิธีรำลึกประจำปีมีความสำคัญทั้งในทางจิตใจและสังคม เพราะเป็นการเชื่อมโยงคนรุ่นปัจจุบันกับบทเรียนในอดีต เปิดพื้นที่ให้ชุมชนได้แสดงความกตัญญู และช่วยให้เรื่องราวของผู้เสียสละยังคงมีชีวิตในความทรงจำของพื้นที่เชียงคำ
ในมิติของการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ สถานที่แห่งนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้พะเยาในอีกด้านหนึ่ง นอกจากภาพของกว๊านพะเยา วัดนันตาราม วัดพระนั่งดิน หรือวัฒนธรรมไทลื้อ เชียงคำยังมีประวัติศาสตร์ด้านความมั่นคงที่สำคัญ อนุสรณ์ผู้เสียสละ พตท. 2324 จึงช่วยเติมเต็มภาพของอำเภอเชียงคำให้ครบถ้วนยิ่งขึ้น นักท่องเที่ยวจะได้เห็นว่าเมืองนี้มีทั้งศรัทธา วัฒนธรรม ชุมชน และความทรงจำของการปกป้องแผ่นดินอยู่ร่วมกัน
การมาเยือนอนุสรณ์แห่งนี้ควรใช้เวลาอย่างน้อย 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง เพื่อเดินชมอนุสรณ์ด้านหน้า อ่านข้อมูลเบื้องต้น สักการะหรือยืนสงบนิ่งเพื่อรำลึกถึงผู้เสียสละ จากนั้นจึงเข้าชมอาคารพิพิธภัณฑ์ด้านหลังเพื่อดูภาพถ่าย วัตถุจัดแสดง และนิทรรศการจำลองสนามรบ หากมีเด็ก เยาวชน หรือนักเรียนมาด้วย สถานที่นี้สามารถใช้เป็นห้องเรียนประวัติศาสตร์นอกห้องเรียนที่มีคุณค่า เพราะช่วยให้ผู้เรียนเห็นว่าประวัติศาสตร์ไม่ได้อยู่เฉพาะในหนังสือ แต่ปรากฏอยู่ในสถานที่จริงและเกี่ยวข้องกับชีวิตของผู้คนจริง
บรรยากาศของอนุสรณ์แตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวทั่วไปอย่างชัดเจน ที่นี่ไม่มีความคึกคักแบบตลาด ไม่มีสีสันแบบคาเฟ่ และไม่มีความบันเทิงแบบสถานที่พักผ่อน แต่มีความสงบ สุขุม และชวนให้ผู้มาเยือนลดเสียงลงโดยอัตโนมัติ ความเงียบของพื้นที่ทำให้การรำลึกมีพลังมากขึ้น ผู้ที่เดินทางมาควรเข้าชมด้วยท่าทีสุภาพ แต่งกายเหมาะสม และหลีกเลี่ยงการแสดงพฤติกรรมที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นอนุสรณ์สถาน
ค่ายขุนจอมธรรมซึ่งเป็นที่ตั้งของอนุสรณ์มีบทบาทเป็นพื้นที่ทางทหารที่สำคัญของอำเภอเชียงคำ การมีอนุสรณ์อยู่ภายในพื้นที่ค่ายช่วยเชื่อมโยงภารกิจของกองทัพในปัจจุบันกับประวัติศาสตร์ของผู้ปฏิบัติหน้าที่ในอดีต ผู้มาเยือนจึงควรให้ความสำคัญกับกฎระเบียบของพื้นที่ราชการทหาร ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ และใช้พื้นที่อย่างเคารพ ทั้งนี้ข้อมูลการเข้าชมพิพิธภัณฑ์ระบุว่าเปิดวันจันทร์ถึงวันเสาร์ เวลา 09.00 – 16.00 น. และไม่เสียค่าเข้าชม
การเดินทาง ไปยังอนุสรณ์ผู้เสียสละ พตท. 2324 สามารถเริ่มต้นจากตัวอำเภอเชียงคำ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1021 มุ่งหน้าไปทางอำเภอจุน ระยะทางประมาณ 3 กม. อนุสรณ์ตั้งอยู่บริเวณค่ายขุนจอมธรรม ด้านซ้ายมือของเส้นทาง หากเดินทางจากตัวเมืองพะเยา สามารถใช้เส้นทางพะเยา – ดอกคำใต้ – จุน – เชียงคำ หรือวางแผนเที่ยวร่วมกับอำเภอจุนและเชียงคำในวันเดียวกันได้ การใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเป็นวิธีที่สะดวกที่สุด เพราะสามารถแวะสถานที่ใกล้เคียง เช่น วัดพระนั่งดิน วัดนันตาราม วัดแสนเมืองมา และแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมไทลื้อในตัวเมืองเชียงคำได้อย่างยืดหยุ่น
เมื่อเดินทางถึงพื้นที่ ผู้มาเยือนควรจอดรถในจุดที่เหมาะสมและสอบถามเจ้าหน้าที่หากต้องการเข้าชมพิพิธภัณฑ์หรือพื้นที่จัดแสดงภายใน เพราะสถานที่ตั้งอยู่ในเขตค่ายทหาร การปฏิบัติตามระเบียบจะช่วยให้การเข้าชมเป็นไปอย่างเรียบร้อย เหมาะสม และให้เกียรติสถานที่ ผู้ที่สนใจถ่ายภาพควรถ่ายเฉพาะพื้นที่อนุสรณ์และพิพิธภัณฑ์ที่เปิดให้เข้าชม หลีกเลี่ยงการถ่ายภาพพื้นที่ราชการหรือพื้นที่ปฏิบัติงานที่ไม่ได้รับอนุญาต
สิ่งที่ทำให้อนุสรณ์ผู้เสียสละ พตท. 2324 มีคุณค่าเหนือกว่าสิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์ทั่วไป คือการทำให้ผู้มาเยือนเข้าใจราคาของสันติภาพอย่างเป็นรูปธรรม สันติภาพที่คนรุ่นปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ไม่ได้เกิดขึ้นเองโดยง่าย แต่ผ่านช่วงเวลาที่มีผู้คนจำนวนมากต้องทำหน้าที่อย่างหนักและบางคนต้องสละชีวิต การมายืนอยู่หน้าอนุสรณ์จึงเป็นการทบทวนว่าความมั่นคงของประเทศเกี่ยวข้องกับความกล้าหาญ ความรับผิดชอบ และความร่วมมือของคนธรรมดาจำนวนมาก
สำหรับคนเชียงคำและจังหวัดพะเยา อนุสรณ์แห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำท้องถิ่นที่ควรได้รับการส่งต่อ การพานักเรียน เยาวชน หรือผู้มาเยือนจากต่างถิ่นมาศึกษาเรื่องราวที่นี่จึงเป็นการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้าใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่นอย่างมีมิติ ไม่มองพะเยาเพียงในฐานะจังหวัดท่องเที่ยวธรรมชาติหรือวัฒนธรรม แต่เห็นพะเยาในฐานะพื้นที่ที่เคยมีบทบาทสำคัญต่อความมั่นคงของชาติในช่วงเวลาหนึ่งด้วย
อนุสรณ์ผู้เสียสละ พลเรือน ตำรวจ ทหาร 2324 จึงเป็นสถานที่ที่ควรไปเยือนด้วยความเคารพและตั้งใจเรียนรู้ ทุกองค์ประกอบของสถานที่ ตั้งแต่เสาห้าเหลี่ยมสีเขียว ลานด้านหน้า อาคารพิพิธภัณฑ์ รายชื่อผู้เสียชีวิต วัตถุจัดแสดง ไปจนถึงพิธีรำลึกประจำปี ล้วนช่วยบอกเล่าว่าการปกป้องแผ่นดินไทยเกิดจากหัวใจของผู้คนหลายฝ่าย ที่ยอมยืนอยู่ในพื้นที่เสี่ยงเพื่อให้คนรุ่นหลังได้ใช้ชีวิตอย่างสงบ สถานที่แห่งนี้จึงไม่ใช่เพียงปลายทางของการเดินทาง แต่เป็นพื้นที่แห่งการสำนึก ขอบคุณ และเรียนรู้คุณค่าของความเสียสละอย่างลึกซึ้ง
| ชื่อสถานที่ | อนุสรณ์ผู้เสียสละ พลเรือน ตำรวจ ทหาร 2324 / อนุสรณ์ผู้เสียสละ พตท. 2324 |
| ที่ตั้ง | ภายในค่ายขุนจอมธรรม อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา |
| ที่อยู่ | ร.17 พัน 4 ค่ายขุนจอมธรรม ตำบลเชียงบาน อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา 56110 |
| ไฮไลต์ | อนุสรณ์และพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์การทหาร รำลึกถึงพลเรือน ตำรวจ และทหาร 399 นายที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดพะเยาและเชียงราย |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงผู้เสียสละในช่วงการปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ระหว่าง พ.ศ. 2510 – 2525 ก่อสร้างแล้วเสร็จเดือนเมษายน พ.ศ. 2524 และเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2525 |
| ที่มาของชื่อ | คำว่า พตท. หมายถึง พลเรือน ตำรวจ ทหาร สื่อถึงผู้เสียสละจากทุกภาคส่วนที่ร่วมกันปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของชาติ |
| ลักษณะเด่น | อนุสรณ์เป็นเสาห้าเหลี่ยมสีเขียว ด้านหน้าเป็นลานครึ่งวงกลม ด้านหลังเป็นอาคารพิพิธภัณฑ์ชั้นเดียว จัดแสดงภาพถ่าย เครื่องแต่งกายทหาร อาวุธ และนิทรรศการจำลองสนามรบ |
| การเดินทาง | จากตัวอำเภอเชียงคำ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1021 มุ่งหน้าไปทางอำเภอจุน ประมาณ 3 กม. อนุสรณ์ตั้งอยู่บริเวณค่ายขุนจอมธรรม เหมาะกับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดดำเนินการเป็นอนุสรณ์สถานและพิพิธภัณฑ์สำหรับประชาชน นักท่องเที่ยว นักเรียน และผู้สนใจประวัติศาสตร์การทหาร |
| วันเปิดทำการ | จันทร์ – เสาร์ |
| เวลาเปิดทำการ | 09.00 – 16.00 น. |
| ค่าเข้า | ไม่เสียค่าเข้าชม |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | ลานอนุสรณ์, เสาห้าเหลี่ยมอนุสรณ์, แผ่นจารึกรายชื่อผู้เสียสละ, อาคารพิพิธภัณฑ์, นิทรรศการภาพถ่ายและวัตถุจัดแสดงทางทหาร |
| ผู้ดูแล | กองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 17 ค่ายขุนจอมธรรม |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 054-451-657 |
| ประเพณี / พิธีกรรมที่เกี่ยวข้อง | พิธีรำลึกถึงวีรกรรมของวีรชนผู้เสียสละ จัดขึ้นราวปลายเดือนมกราคมของทุกปี |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดพระนั่งดิน ประมาณ 3 กม. 2. วัดนันตาราม ประมาณ 4 กม. 3. วัดแสนเมืองมา ประมาณ 4 กม. 4. ตลาดสดเทศบาลเชียงคำ ประมาณ 4 กม. 5. วัดพระธาตุสบแวน ประมาณ 5 กม. 6. อนุสรณ์สถานผู้เสียสละพื้นที่ภายในค่ายขุนจอมธรรม ประมาณ 0 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ครัวฟ้าตะวัน ประมาณ 4 กม. โทร. 096-651-4232 2. บ้านเพื่อนฮิมลาว เชียงคำ ประมาณ 4 กม. โทร. 095-682-8181 3. ลาบลุงรบป้ารี ประมาณ 4 กม. 4. เด่นข้าวมันไก่ ประมาณ 4 กม. 5. Chiang Ban Rooftop X Cafe ประมาณ 5 กม. 6. SMALL FRAME COFFEE HOUSE ประมาณ 5 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. เชียงคำแกรนด์วิลล่า ประมาณ 2 กม. โทร. 084-811-5585 2. ฮอมฮักรีสอร์ท เชียงคำ ประมาณ 2 กม. โทร. 093-135-6191 3. เชียงคำโฮเต็ล ประมาณ 4 กม. โทร. 054-451-771 4. ภูวิวเพลส ประมาณ 5 กม. โทร. 083-519-6445 5. โรงแรมเชียงคำรักคุณ ประมาณ 4 กม. โทร. 097-389-8998 6. ชมตะวัน รีสอร์ท เชียงคำ ประมาณ 6 กม. โทร. 054-452-390 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: อนุสรณ์ผู้เสียสละ พลเรือน ตำรวจ ทหาร 2324 อยู่ที่ไหน?
ตอบ: ตั้งอยู่ภายในค่ายขุนจอมธรรม ร.17 พัน 4 ตำบลเชียงบาน อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ห่างจากตัวอำเภอเชียงคำประมาณ 3 กม.
ถาม: อนุสรณ์ผู้เสียสละ พตท. 2324 สร้างขึ้นเพื่ออะไร?
ตอบ: สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงพลเรือน ตำรวจ และทหารที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ในพื้นที่จังหวัดพะเยาและเชียงราย ระหว่าง พ.ศ. 2510 – 2525
ถาม: ภายในพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์ผู้เสียสละ พตท. 2324 มีอะไรให้ชม?
ตอบ: มีภาพถ่าย ชุดแต่งกายทหาร อาวุธปืน ระเบิด เครื่องเวชภัณฑ์ นิทรรศการจำลองสนามรบ และรายชื่อผู้เสียสละจำนวน 399 นาย
ถาม: อนุสรณ์ผู้เสียสละ พตท. 2324 เปิดให้เข้าชมวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: เปิดวันจันทร์ – เสาร์ เวลา 09.00 – 16.00 น.
ถาม: เข้าชมอนุสรณ์ผู้เสียสละ พตท. 2324 ต้องเสียค่าเข้าหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม
ถาม: ควรแต่งกายอย่างไรเมื่อไปเยือนอนุสรณ์ผู้เสียสละ พตท. 2324?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพ เพราะเป็นสถานที่รำลึกถึงผู้เสียสละและตั้งอยู่ในเขตค่ายทหาร ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด
ถาม: มีพิธีรำลึกที่เกี่ยวข้องกับอนุสรณ์แห่งนี้หรือไม่?
ตอบ: มีพิธีรำลึกถึงวีรกรรมของวีรชนผู้เสียสละ จัดขึ้นราวปลายเดือนมกราคมของทุกปี โดยมีหน่วยงานราชการ ทหาร ตำรวจ และประชาชนเข้าร่วม
ถาม: เที่ยวอนุสรณ์ผู้เสียสละ พตท. 2324 แล้วควรแวะที่ไหนต่อ?
ตอบ: สามารถแวะวัดพระนั่งดิน วัดนันตาราม วัดแสนเมืองมา วัดพระธาตุสบแวน และแหล่งท่องเที่ยวในตัวอำเภอเชียงคำได้
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน
ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว



