หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดพัทลุง >อ.บางแก้ว >ต.นาปะขอ > ฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริ
TL;DR: ฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริ อยู่ที่หมู่ที่ 1, 8 และ 10 บ้านครองชีพ ตำบลนาปะขอ อำเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
ฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริ

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
โครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง หรือฟาร์มตัวอย่างบ้านครองชีพ เป็นโครงการสำคัญในพื้นที่หมู่ที่ 1, 8 และ 10 บ้านครองชีพ ตำบลนาปะขอ อำเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นแหล่งผลิตอาหาร แหล่งจ้างแรงงาน แหล่งฝึกอาชีพ และแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรสำหรับราษฎรในพื้นที่ โดยมีรากฐานจากพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง หลังจากทรงทราบถึงความยากจนและปัญหาการประกอบอาชีพของราษฎรในจังหวัดพัทลุง โครงการแห่งนี้จึงเป็นมากกว่าสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร แต่เป็นพื้นที่เรียนรู้การพึ่งพาตนเอง การทำเกษตรแบบลงมือปฏิบัติจริง และการสร้างรายได้ให้คนในชุมชนจากทรัพยากรในท้องถิ่น
พื้นที่บ้านครองชีพ ตำบลนาปะขอ อยู่ในอำเภอบางแก้ว ซึ่งเป็นพื้นที่ตอนใต้ของจังหวัดพัทลุง มีบริบทเป็นชุมชนเกษตรกรรมที่เชื่อมโยงกับพื้นที่ราบ ทุ่งนา แหล่งน้ำ และชุมชนรอบลุ่มทะเลสาบสงขลา เดิมราษฎรจำนวนหนึ่งประสบปัญหารายได้ไม่แน่นอนจากการทำนา ประมงขนาดเล็ก และงานรับจ้างตามฤดูกาล เมื่อผลผลิตขึ้นอยู่กับสภาพฟ้าอากาศ ระดับน้ำ และคุณภาพดิน ความมั่นคงทางรายได้จึงไม่สูง โครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริบ้านครองชีพจึงเข้ามาทำหน้าที่เป็นพื้นที่ต้นแบบให้ประชาชนได้เรียนรู้การผลิตอาหารหลายรูปแบบ พร้อมได้รับค่าจ้างจากการทำงานในฟาร์มและนำความรู้กลับไปปรับใช้ในพื้นที่ของตนเอง
จุดเริ่มต้นของโครงการสัมพันธ์กับการเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรบ้านหัวป่าเขียว ตำบลทะเลน้อย อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง เมื่อทรงทราบถึงความยากจนของราษฎรและมีผู้กราบทูลของานทำ จึงมีพระราชเสาวนีย์ให้หาพื้นที่เหมาะสมเพื่อจัดทำโครงการฟาร์มตัวอย่าง จังหวัดพัทลุง ต่อมาได้คัดเลือกพื้นที่สาธารณประโยชน์ทุ่งครองชีพ บ้านครองชีพ ตำบลนาปะขอ อำเภอบางแก้ว เป็นพื้นที่ดำเนินโครงการ โดยประชาชนผู้จับจองที่ดินเดิมร่วมบริจาคที่ดินรวม 254 ไร่ 3 งาน 12 ตารางวา เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ส่วนรวมและเป็นแหล่งเรียนรู้ทางเกษตรของชุมชน
แนวคิดสำคัญของฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริคือการทำให้ราษฎรมีงาน มีรายได้ มีอาหาร และมีความรู้จากการลงมือทำจริง รูปแบบการเรียนรู้ของฟาร์มเน้นการปฏิบัติจริงในพื้นที่ หรือการเรียนรู้จากงานจริง ไม่ใช่เพียงการอบรมในห้องเรียน ราษฎรที่เข้ามาทำงานได้เห็นวิธีปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ เพาะเห็ด ทำปุ๋ยอินทรีย์ ดูแลระบบน้ำ และจัดการผลผลิตภายในฟาร์ม เมื่อกลับไปยังครอบครัวของตนเองก็สามารถนำความรู้เหล่านี้ไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ทำกิน ช่วยให้เกิดอาชีพเสริมและลดการพึ่งพารายได้ทางเดียว
วัตถุประสงค์ของโครงการครอบคลุมหลายด้าน ได้แก่ การเป็นแหล่งจ้างแรงงาน การเป็นแหล่งผลิตอาหาร การเป็นแหล่งให้ความรู้แก่ผู้มาทำงาน การเป็นแหล่งท่องเที่ยวหรือศึกษาดูงานสำหรับผู้สนใจ และการอำนวยความสะดวกด้านระบบไฟฟ้าที่จำเป็นต่อการดำเนินงานภายในฟาร์ม ประเด็นเหล่านี้ทำให้โครงการมีบทบาททั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา และการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ในเวลาเดียวกัน
กิจกรรมภายในฟาร์มมีความหลากหลายและถูกจัดเป็นพื้นที่เรียนรู้หลายแปลง แปลงพืชผักใช้สำหรับปลูกผักพื้นบ้าน ผักเลื้อยคลุมซุ้ม คะน้า ผักกวางตุ้ง ผักบุ้ง ผักกาดหัว ผักกาดฮ่องเต้ ข้าวโพดหวาน แตงโม และผักกาดขาวปลี พื้นที่นี้ช่วยให้ผู้เรียนเห็นกระบวนการผลิตผักสำหรับบริโภคในครัวเรือนและจำหน่ายในชุมชน ตั้งแต่การเตรียมดิน การปลูก การดูแล การเก็บเกี่ยว ไปจนถึงการใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า
แปลงปุ๋ยอินทรีย์เป็นอีกพื้นที่สำคัญของฟาร์ม เพราะเป็นฐานการเรียนรู้เรื่องการลดต้นทุนการผลิตและการใช้วัสดุเหลือใช้ในท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์ ภายในฟาร์มมีการผลิตปุ๋ยหมักจากวัสดุต่าง ๆ เช่น ขุยปาล์มและขุยมะพร้าว รวมถึงการจัดทำปุ๋ยชีวภาพและสารชีวภาพเพื่อกำจัดศัตรูพืช มีการปลูกพืชสมุนไพรและพืชกำจัดศัตรูพืช เช่น บอระเพ็ด สะเดา ยาสูบ สาบเสือ ตะไคร้หอม ทุเรียนน้ำ และว่านหางช้าง แนวทางนี้ทำให้ฟาร์มเป็นพื้นที่เรียนรู้เกษตรที่พึ่งพาวัสดุท้องถิ่นและลดการใช้สารเคมีอย่างเป็นรูปธรรม
แปลงพืชเศรษฐกิจและแปลงพืชเศรษฐกิจตามฤดูกาลช่วยให้ผู้มาเรียนรู้เข้าใจการเลือกชนิดพืชให้เหมาะกับสภาพพื้นที่ ฤดูกาล และตลาด พื้นที่เหล่านี้มีทั้งพืชไร่ พืชน้ำ แตงโม กล้วยหอม กล้วยหิน สับปะรด และพืชหมุนเวียนอื่น ๆ การจัดพื้นที่แบบนี้ทำให้เห็นว่าเกษตรกรไม่ควรพึ่งพาพืชชนิดเดียวตลอดปี แต่ควรกระจายความเสี่ยงด้วยพืชหลายชนิด เพื่อให้มีผลผลิตต่อเนื่องและมีโอกาสสร้างรายได้จากหลายช่องทาง
แปลงปศุสัตว์ของฟาร์มตัวอย่างบ้านครองชีพมีการเลี้ยงไก่พื้นเมือง เป็ดเทศ เป็ดไข่ สุกรพื้นเมือง และแพะ โดยข้อมูลต้นฉบับกล่าวถึงโรงเรือนอนุบาลลูกเจี๊ยบที่มีการเปิดไฟเพื่อให้ความอบอุ่นแก่ลูกเจี๊ยบ และรองพื้นโรงเรือนด้วยข้าวเปลือก การจัดการโรงเรือนในลักษณะนี้ช่วยให้ผู้เข้ามาเรียนรู้เข้าใจหลักการดูแลสัตว์วัยอ่อน การควบคุมอุณหภูมิ ความสะอาด และความปลอดภัยของสัตว์เลี้ยง ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการทำปศุสัตว์ในระดับครัวเรือนและระดับชุมชน
กิจกรรมเพาะเห็ดเป็นอีกจุดเด่นของฟาร์ม เพราะเป็นอาชีพที่ใช้พื้นที่ไม่มาก สามารถสร้างรายได้ต่อเนื่อง และเหมาะกับการฝึกอาชีพให้เกษตรกรในพื้นที่ ภายในโครงการมีโรงเตรียมก้อนเชื้อเห็ด เตานึ่ง โรงเปิดดอกเห็ด และการเพาะเห็ดฟางกองเตี้ย การเพาะเห็ดทำให้ผู้เรียนเห็นกระบวนการตั้งแต่การเตรียมวัสดุเพาะ การผลิตก้อนเชื้อ การดูแลความชื้น การเก็บผลผลิต และการคำนวณต้นทุน รายงานของหน่วยงานเกษตรยังระบุการพัฒนาการเพาะเห็ดเศรษฐกิจให้มีคุณภาพและเพียงพอต่อความต้องการของตลาด ซึ่งช่วยให้กิจกรรมนี้มีความสำคัญทั้งในเชิงการเรียนรู้และการสร้างรายได้
ด้านการประมง ฟาร์มตัวอย่างบ้านครองชีพมีพื้นที่เลี้ยงสัตว์น้ำในคลองส่งน้ำ ร่องสวน บ่อดิน และกระชัง มีการเลี้ยงปลานิลแดง ปลานิลดำ ปลานิลไต้หวัน ปลานิลจิตรลดา ปลาแรด กบ และปลาบู่ในกระชัง กิจกรรมประมงเหล่านี้ทำให้ฟาร์มเป็นแหล่งเรียนรู้ระบบอาหารแบบผสมผสาน เพราะผลผลิตไม่ได้มาจากพืชผักเท่านั้น แต่ยังรวมถึงโปรตีนจากสัตว์น้ำ ซึ่งมีความสำคัญต่อความมั่นคงทางอาหารของครัวเรือนและชุมชน
แปลงไม้ผลเป็นพื้นที่ที่แสดงให้เห็นการวางแผนเกษตรระยะกลางและระยะยาว มีการยกร่องและปลูกไม้ผลหลายชนิด เช่น ส้มโชกุน ส้มจุก ฝรั่ง มะพร้าวน้ำหอม กระท้อน มะม่วงเบา มะม่วงน้ำดอกไม้ และมะม่วงเขียวเสวย รวมถึงพืชแซม เช่น กล้วยไข่ กล้วยน้ำว้า ฟักทอง แฝก และอ้อยคั้นน้ำ การจัดคูร่องสวนให้ปลูกกระจับและเลี้ยงปลากินพืชยังแสดงให้เห็นการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์หลายชั้น ทั้งบนดิน ในน้ำ และริมร่องสวน
ฟาร์มตัวอย่างบ้านครองชีพจึงทำหน้าที่เป็นพื้นที่สาธิตเกษตรผสมผสานอย่างชัดเจน ผู้มาเยือนไม่ได้เห็นเพียงแปลงปลูกพืชหรือโรงเรือนสัตว์แบบแยกส่วน แต่จะเห็นแนวคิดการจัดการพื้นที่ให้มีทั้งพืชผัก ปุ๋ยอินทรีย์ ปศุสัตว์ เห็ด ประมง ไม้ผล อาคารอเนกประสงค์ และระบบสาธารณูปโภคที่สนับสนุนการผลิต ภาพรวมเหล่านี้ช่วยให้เข้าใจว่าการพัฒนาชุมชนเกษตรต้องอาศัยองค์ประกอบหลายด้านร่วมกัน ไม่ใช่เพียงส่งเสริมอาชีพใดอาชีพหนึ่งแล้วจบ
บทบาทของโครงการในช่วงหลังยังเชื่อมโยงกับแนวคิดเกษตรทฤษฎีใหม่และการสร้างงานในช่วงวิกฤต มีรายงานกิจกรรมฟาร์มตัวอย่างต้านภัยโควิด-19 ซึ่งนำพื้นที่ส่วนหนึ่งของฟาร์มมาใช้สร้างงาน สร้างอาชีพ ปลูกพืชผักสวนครัว เพาะเห็ด ทำนาข้าวสังข์หยด และดำเนินงานในรูปแบบที่สอดคล้องกับแนวคิดโคก หนอง นา โมเดล กิจกรรมเหล่านี้ยืนยันว่าฟาร์มตัวอย่างบ้านครองชีพยังมีบทบาทร่วมสมัยในการรับมือปัญหาเศรษฐกิจและการว่างงาน ไม่ได้เป็นเพียงโครงการที่มีคุณค่าเฉพาะในอดีต
ในมิติการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ โครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริบ้านครองชีพเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจเกษตรพอเพียง เกษตรผสมผสาน เศรษฐกิจฐานราก การพัฒนาชุมชน และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ผู้มาเยือนสามารถเรียนรู้ภาพรวมของการจัดการฟาร์ม การพัฒนาฝีมือแรงงานท้องถิ่น และการใช้พื้นที่สาธารณะให้กลายเป็นพื้นที่ผลิตอาหารและฝึกอาชีพได้อย่างเป็นระบบ เหมาะกับนักเรียน นักศึกษา เกษตรกร กลุ่มศึกษาดูงาน และนักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้าใจพัทลุงในมิติของการพัฒนาอาชีพ ไม่ใช่เพียงธรรมชาติและวัดเก่า
บรรยากาศโดยรอบฟาร์มมีลักษณะเป็นพื้นที่เกษตรกว้าง โปร่ง และเรียบง่าย มีแปลงพืช โรงเรือน พื้นที่เลี้ยงสัตว์น้ำ อาคารอเนกประสงค์ และพื้นที่สาธิตตามกิจกรรมของโครงการ ผู้มาเยือนจะได้เห็นการเกษตรในสภาพจริง ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวที่ปรุงแต่งเพื่อถ่ายภาพเป็นหลัก เสน่ห์ของที่นี่จึงอยู่ที่การได้เรียนรู้ว่าผลผลิตแต่ละชนิดเกิดขึ้นจากการวางแผน การลงแรง การดูแล และการทดลองปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
การเดินทาง ไปโครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริบ้านครองชีพสะดวกที่สุดด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า จากตัวเมืองพัทลุงสามารถใช้ทางหลวงสายหลักมุ่งหน้าไปอำเภอบางแก้ว แล้วเข้าสู่ตำบลนาปะขอและบ้านครองชีพ พื้นที่โครงการอยู่ในเขตหมู่ที่ 1, 8 และ 10 ของบ้านครองชีพ หากเดินทางจากเส้นทางแม่ขรีหรือเขาชัยสน สามารถเชื่อมเข้าสู่อำเภอบางแก้วและต่อไปยังตำบลนาปะขอได้ตามเส้นทางท้องถิ่น
ผู้ที่ไม่มีรถส่วนตัวควรวางแผนเดินทางมายังตัวเมืองพัทลุง อำเภอเขาชัยสน อำเภอบางแก้ว หรือย่านแม่ขรีก่อน แล้วต่อรถรับจ้างท้องถิ่นเข้าสู่พื้นที่บ้านครองชีพ การเดินทางด้วยรถส่วนตัวเหมาะที่สุด เพราะสถานที่ท่องเที่ยวในโซนอำเภอบางแก้วและเขาชัยสนกระจายอยู่หลายจุด เช่น วัดเขียนบางแก้ว หาดไข่เต่า แก่งหูแร่ แหลมจองถนน และบ่อน้ำร้อนเขาชัยสน การมีรถส่วนตัวจะช่วยให้จัดทริปได้ยืดหยุ่นมากกว่า
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเยือนคือช่วงเช้าถึงบ่าย เพราะสามารถเดินชมแปลงเกษตรได้สะดวกและอากาศไม่ร้อนจัดเกินไป หากมาเป็นหมู่คณะหรือมีเป้าหมายเพื่อศึกษาดูงาน ควรประสานงานล่วงหน้ากับหน่วยงานในพื้นที่หรือหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การเข้าชมสอดคล้องกับกิจกรรมของฟาร์มในช่วงเวลานั้น และเพื่อไม่รบกวนการปฏิบัติงานประจำของเจ้าหน้าที่และสมาชิกในพื้นที่
มารยาทในการเข้าชมฟาร์มควรให้ความสำคัญกับความเป็นพื้นที่ทำงานจริง ผู้มาเยือนไม่ควรเดินเข้าแปลงเกษตร โรงเรือนสัตว์ หรือพื้นที่ปฏิบัติงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่จับต้องผลผลิต เครื่องมือ หรือสัตว์เลี้ยงโดยพลการ ไม่ให้อาหารสัตว์เอง ไม่ทิ้งขยะ และควรถ่ายภาพอย่างสุภาพ โดยเฉพาะเมื่อมีคนทำงานอยู่ในพื้นที่ การท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้จะเกิดประโยชน์สูงสุดเมื่อผู้มาเยือนเคารพทั้งสถานที่ ผู้ปฏิบัติงาน และกระบวนการผลิต
การเที่ยวฟาร์มตัวอย่างบ้านครองชีพสามารถจัดร่วมกับแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงในอำเภอบางแก้วและเขาชัยสนได้ดี วัดเขียนบางแก้วเป็นจุดหมายสำคัญสำหรับผู้สนใจประวัติศาสตร์และศิลปกรรม เพราะเป็นวัดเก่าแก่คู่เมืองพัทลุง มีพระบรมธาตุเจดีย์บางแก้วและพิพิธภัณฑ์โบราณวัตถุ ส่วนหาดไข่เต่าเป็นจุดพักผ่อนริมทะเลสาบสงขลาในตำบลนาปะขอที่เหมาะกับการชมวิวและรับลม
แก่งหูแร่ในอำเภอบางแก้วเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนริมน้ำใส ลำคลองมีพื้นทรายและโขดหิน มีร้านอาหารให้บริการริมธาร เหมาะกับครอบครัวและผู้ที่ต้องการต่อเส้นทางจากการเรียนรู้เกษตรไปสู่การพักผ่อนธรรมชาติ ส่วนบ่อน้ำร้อนเขาชัยสนเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่มีน้ำร้อนธรรมชาติและพื้นที่บริการสำหรับแช่เท้า เป็นจุดหมายที่ช่วยเติมความหลากหลายให้แผนเที่ยวโซนใต้ของพัทลุง
หากต้องการวางแผนทริปหนึ่งวัน สามารถเริ่มจากการเยี่ยมชมโครงการฟาร์มตัวอย่างบ้านครองชีพในช่วงเช้า ต่อไปยังวัดเขียนบางแก้วเพื่อเรียนรู้ประวัติศาสตร์เมืองพัทลุง จากนั้นพักรับประทานอาหารที่บางแก้วหรือแก่งหูแร่ และปิดท้ายด้วยการชมบรรยากาศริมทะเลสาบที่หาดไข่เต่า หรือแช่เท้าที่บ่อน้ำร้อนเขาชัยสน เส้นทางนี้ช่วยให้เห็นพัทลุงในมิติครบทั้งเกษตร พระราชดำริ ประวัติศาสตร์ วัดเก่า ธรรมชาติ และวิถีชุมชน
คุณค่าของโครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริบ้านครองชีพอยู่ที่การเปลี่ยนพื้นที่สาธารณะและแรงศรัทธาของชาวบ้านให้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งสร้างงานที่จับต้องได้ โครงการนี้แสดงให้เห็นว่าการพัฒนาชนบทที่ยั่งยืนต้องเริ่มจากการเข้าใจปัญหาจริงของราษฎร แล้วสร้างพื้นที่ให้คนได้ทำงาน เรียนรู้ และพึ่งพาตนเองอย่างค่อยเป็นค่อยไป การมาเยือนฟาร์มแห่งนี้จึงไม่ใช่เพียงการชมแปลงเกษตร แต่เป็นการเรียนรู้แนวคิดการพัฒนาคนผ่านงานจริงและอาหารจริง
เมื่อมองในภาพรวม ฟาร์มตัวอย่างบ้านครองชีพเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ช่วยอธิบายตัวตนของพัทลุงในด้านเกษตรกรรมและการพัฒนาชุมชน จังหวัดนี้ไม่ได้มีเพียงทะเลน้อย วัดเก่า หรือภูเขาอกทะลุเท่านั้น แต่ยังมีโครงการพระราชดำริที่ทำหน้าที่เป็นโรงเรียนกลางทุ่งสำหรับราษฎรและผู้สนใจ ภายในพื้นที่เดียวกันมีทั้งผัก เห็ด สัตว์เลี้ยง ปลา ไม้ผล ปุ๋ยอินทรีย์ อาคารอเนกประสงค์ และระบบการเรียนรู้ที่เกิดจากการลงมือทำจริง
ผู้ที่เดินทางมาโครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริบ้านครองชีพจึงควรมองสถานที่นี้ด้วยความเข้าใจและความเคารพ ทุกแปลง ทุกโรงเรือน และทุกกิจกรรมสะท้อนเป้าหมายเดียวกัน คือให้คนในท้องถิ่นมีอาหาร มีอาชีพ มีรายได้ และมีความรู้พอที่จะพัฒนาชีวิตของตนเอง ฟาร์มแห่งนี้จึงเป็นจุดหมายที่เหมาะสำหรับการเรียนรู้พัทลุงในมิติที่ลึกขึ้น เป็นพัทลุงของแรงงาน เกษตรกร ชุมชน และพระราชดำริที่ยังส่งผลต่อชีวิตผู้คนมาจนถึงปัจจุบัน
| ชื่อสถานที่ | โครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง / ฟาร์มตัวอย่างบ้านครองชีพ |
| ที่ตั้ง | หมู่ที่ 1, 8 และ 10 บ้านครองชีพ ตำบลนาปะขอ อำเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง |
| ที่อยู่ | บ้านครองชีพ ตำบลนาปะขอ อำเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง |
| ไฮไลต์ | โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ แหล่งเรียนรู้เกษตรผสมผสาน แปลงพืชผัก ปุ๋ยอินทรีย์ ปศุสัตว์ เพาะเห็ด ประมง ไม้ผล และการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติจริง |
| ประวัติ / ความเป็นมา | เกิดจากพระราชเสาวนีย์ให้จัดหาพื้นที่เหมาะสมเพื่อทำฟาร์มตัวอย่าง หลังทรงทราบถึงความยากจนและความต้องการมีงานทำของราษฎรจังหวัดพัทลุง โดยใช้พื้นที่สาธารณประโยชน์ทุ่งครองชีพ บ้านครองชีพ ตำบลนาปะขอ อำเภอบางแก้ว เป็นพื้นที่ดำเนินโครงการ |
| พื้นที่โครงการ | ประมาณ 254 ไร่ 3 งาน 12 ตารางวา จากพื้นที่ที่ประชาชนร่วมบริจาคเพื่อจัดทำโครงการ |
| วัตถุประสงค์หลัก | เป็นแหล่งจ้างแรงงาน แหล่งผลิตอาหาร แหล่งเรียนรู้การเกษตรจากการลงมือทำจริง แหล่งศึกษาดูงาน และพื้นที่ส่งเสริมการพึ่งพาตนเองของราษฎร |
| ลักษณะเด่น | เป็นฟาร์มต้นแบบด้านเกษตรผสมผสานที่เชื่อมการผลิตอาหาร การฝึกอาชีพ การจ้างงาน และการถ่ายทอดความรู้ให้ราษฎรในพื้นที่ |
| การเดินทาง | เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า จากตัวเมืองพัทลุงมุ่งหน้าอำเภอบางแก้ว แล้วเข้าสู่ตำบลนาปะขอและบ้านครองชีพ เหมาะสำหรับจัดร่วมกับเส้นทางวัดเขียนบางแก้ว หาดไข่เต่า แก่งหูแร่ และบ่อน้ำร้อนเขาชัยสน |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นโครงการฟาร์มตัวอย่าง แหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตร และพื้นที่กิจกรรมโครงการพระราชดำริของจังหวัดพัทลุง |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| สิ่งอำนวยความสะดวก / พื้นที่ใช้งาน | อาคารอเนกประสงค์ ห้องน้ำ โรงเก็บพัสดุ แปลงสาธิต โรงเรือนเพาะเห็ด โรงเรือนปศุสัตว์ พื้นที่ประมง และพื้นที่ศึกษาดูงานตามกิจกรรมของโครงการ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | แปลงพืชผัก แปลงปุ๋ยอินทรีย์ แปลงพืชเศรษฐกิจ แปลงปศุสัตว์ แปลงพืชเศรษฐกิจตามฤดูกาล แปลงเพาะเห็ด พื้นที่อาคารอเนกประสงค์ พื้นที่ประมง แปลงไม้ผล และระบบสนับสนุนการผลิตภายในฟาร์ม |
| หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง | หน่วยงานโครงการพระราชดำริ สำนักพระราชวัง/สำนักราชเลขาธิการ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพัทลุง กองทัพภาคที่ 4 และหน่วยงานราชการจังหวัดพัทลุงที่ร่วมขับเคลื่อนโครงการ |
| เบอร์ติดต่อหน่วยงานประสานงานระดับจังหวัด | สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดพัทลุง โทร. 0-7461-4203 |
| กิจกรรมสำคัญ | ปลูกผัก เพาะเห็ด ทำปุ๋ยอินทรีย์ เลี้ยงสัตว์ เลี้ยงปลา ปลูกไม้ผล ทำนาข้าวสังข์หยด ถ่ายทอดเทคโนโลยีเกษตร ฝึกอาชีพ จ้างแรงงาน และรองรับการศึกษาดูงาน |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. หาดไข่เต่า ตำบลนาปะขอ ประมาณ 10 กม. 2. วัดเขียนบางแก้ว ประมาณ 14 กม. 3. แก่งหูแร่ ประมาณ 18 กม. 4. แหลมจองถนน ประมาณ 20 กม. 5. บ่อน้ำร้อนเขาชัยสน ประมาณ 22 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ครัวเจ๊นุช บางแก้ว ประมาณ 9 กม. โทร. 093-619-8419 2. ร้านเด็ดใบชา สาขาหาดไข่เต่า ประมาณ 10 กม. โทร. 083-704-8992 3. ก๋วยเตี๋ยวหางหมู สาขา 3 แม่ขรี ประมาณ 18 กม. โทร. 085-670-0286 4. ต้นน้ำ คาเฟ่ แก่งหูแร่ ประมาณ 18 กม. โทร. 085-587-9195 5. ธารทิพย์ แก่งหูแร่ ประมาณ 18 กม. โทร. 086-350-8228 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. ทิวทัศน์ รีสอร์ท ประมาณ 16 กม. 2. Ozone Resort & Pool Villa ประมาณ 20 กม. 3. สานฝัน รีสอร์ท พัทลุง ประมาณ 21 กม. โทร. 085-914-5662 4. โรงแรมวังจันทร์ รีสอร์ท ประมาณ 24 กม. โทร. 086-295-2176 5. ริมเล ปาร์ค รีสอร์ท ประมาณ 32 กม. โทร. 061-381-2564, 093-719-5686 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: โครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง อยู่ที่ไหน?
ตอบ: โครงการตั้งอยู่หมู่ที่ 1, 8 และ 10 บ้านครองชีพ ตำบลนาปะขอ อำเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง
ถาม: โครงการฟาร์มตัวอย่างบ้านครองชีพมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นแหล่งจ้างแรงงาน แหล่งผลิตอาหาร แหล่งฝึกอาชีพ และแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรจากการลงมือปฏิบัติจริงของราษฎร
ถาม: ภายในฟาร์มตัวอย่างบ้านครองชีพมีอะไรให้เรียนรู้บ้าง?
ตอบ: มีแปลงพืชผัก แปลงปุ๋ยอินทรีย์ แปลงพืชเศรษฐกิจ แปลงปศุสัตว์ แปลงเพาะเห็ด พื้นที่ประมง แปลงไม้ผล อาคารอเนกประสงค์ และกิจกรรมถ่ายทอดเทคโนโลยีเกษตร
ถาม: ฟาร์มตัวอย่างบ้านครองชีพเปิดวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
ถาม: ฟาร์มตัวอย่างบ้านครองชีพเหมาะกับใคร?
ตอบ: เหมาะกับเกษตรกร นักเรียน นักศึกษา กลุ่มศึกษาดูงาน ครอบครัว และนักท่องเที่ยวที่สนใจเกษตรพอเพียง เกษตรผสมผสาน และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ถาม: ควรประสานงานก่อนเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: หากมาเป็นหมู่คณะหรือมีเป้าหมายศึกษาดูงานอย่างละเอียด ควรประสานงานล่วงหน้ากับหน่วยงานในพื้นที่หรือสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดพัทลุง เพื่อให้การเข้าชมสอดคล้องกับกิจกรรมของฟาร์ม
ถาม: เที่ยวฟาร์มตัวอย่างบ้านครองชีพแล้วควรไปที่ไหนต่อ?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่หาดไข่เต่า วัดเขียนบางแก้ว แก่งหูแร่ แหลมจองถนน และบ่อน้ำร้อนเขาชัยสนได้
หมวดหมู่: ●โครงการในพระราชดำริ
กลุ่ม: ●โครงการหลวง
ปรับปรุงล่าสุด : 1 สัปดาห์ที่แล้ว




